ความลับในห้องใต้ดิน

<< < (2/5) > >>

enjoy the silence:
Tweet




อ่านไปก็สงสัยพ่อที่ตายไป..แต่มันก็อาจจะเป็นเรื่องง่ายเกินไป ..
มันต้องหักมุม แล้ว มุมหัก ...  :oh:  :eh:

ดอกแดนดีไลอ้อน ให้กระต่ายกินก็ได้นะ..

มาต่อไวๆ  :pray:   :SMT-Yellow

น้าดี้:
Tweet



ขอบคุณคุณป้าเสลาสำหรับภาพประกอบค่ะ   :thank:

ขอบคุณคุณข้าวเม่า กับ คุณเอ็นจอย ที่ติดตาม   :thank:
แหะ.. แหะ... กลัวไม่มีคนอ่าน    :no: 

น้าดี้:
Tweet


(ต่อ)
มีรายงานว่ามีคนเห็นรถยนต์ทะเบียนต่างรัฐคันหนึ่งแล่นเอื่อย ๆ อยู่ในถนนใกล้บริเวณปิกนิกในเวลา
ใกล้เคียงกับช่วงเกิดเหตุ  แต่ก็มีอีกหลายคนกล่าวว่าเห็นชายแปลกหน้าอยู่ในปาร์คในช่วงเวลานั้น
เช่นกัน  พยานคนหนึ่งยืนยันแข็งขันว่าชายคนนั้นเป็นคนผิวดำ  หรืออย่างน้อยก็มีผิวคล้ำ  ไว้หนวด
และสวมแว่นดำ  สวมเสื้อผ้าสีเข้ม  แต่คำให้การเรื่องรูปร่างกลับแตกต่างกันมาก  บางคนว่าเขาอายุ
20 เศษ  แต่บางคนว่า 30 ปลาย ๆ  บางคนว่าชายคนนั้นเตี้ยล่ำ  แต่บางคนกลับยืนยันว่าสูง

อย่างไรก็ตาม  ไม่มีใครหาลิซ่า  พีรี่ เจอ  และไม่มีผู้พบศพของเด็กหญิงด้วยเช่นกัน  ไม่มีจดหมายขู่
เรียกค่าไถ่ส่งมายังพ่อแม่  การค้นหาดำเนินต่อไปนานนับสัปดาห์  ทั้งตำรวจ  ลูกเสือ  และอาสาสมัคร
ร่วมแรงกันค้นทุกตารางนิ้ว  โรงเรียนประถมศึกษาในสไตรเคอร์สวิลล์นั้นผู้ปกครองตื่นกลัวจนบอกไม่ถูก

แต่ในที่สุดความสนใจในเรื่องดังกล่าวก็ค่อย ๆ จางลงตามกาลเวลาจนลืมกันไป

พื้นที่สองเอเคอร์ของบ้านครอบครัวลีห์อยู่ติดกับเมอร์เทิลปาร์คด้านที่ติดป่า  ตรงนั้นเป็นเนินสูง ๆ ต่ำ ๆ 
มีต้นไม้รุงรัง  ตลอดหลายสัปดาห์ที่ค้นหาลิซ่า  พีรี่  กันนั้น  มิสเตอร์ลีห์อายุ 52  รูปร่างล่ำสันแข็งแรง
แบบนักกีฬาก็ร่วมในการค้นหากับเขาด้วย  เขาถึงกับเสนอเงินรางวัล 25,000 ดอลลาร์ให้แก่ผู้สามารถให้
เบาะแสเด็กหญิงผู้นั้นได้เลยทีเดียว  แชนน่อนยังจำได้ว่าพ่อของหล่อนพูดเสียงสั่นด้วยความสะเทือนใจว่า


“ป่านนี้ไอ้บ้านั่นคงพาเด็กเปิดไปตั้งพันไมล์แล้วมั้ง  ช่วยกันภาวนาอย่าให้มันฆ่าเด็กทิ้งดีกว่า”

ใต้ปึกข่าวตัดจากหนังสือพิมพ์ลงไปเป็นรูปภาพ  ซึ่งคงฉีกมาจากหนังสือโป๊  เป็นรูปถ่ายโคลสอัพของ
เด็กหญิงอายุน้อยเปลือยล่อนจ้อน  บางคนแต่งหน้าทาลิปสติก  แรเงาเปลือกตาและสวมวิกผมปลอม
ราวกับผู้ใหญ่  หลายคนทาปากแดงแปร๊ดเลยทีเดียว  เด็กที่อายุน้อยที่สุดราว 4 ขวบ  ส่วนคนที่โต
ที่สุดนั้นไม่เกิน 11  ใบหน้าของทุกคนบอกความตื่นกลัว  บางคนเหยเกเพราะร้องไห้  ขณะที่บางคน
พยายามยิ้มให้จงได้อย่างที่ถูกสั่งให้ทำ  แต่ก็ดูแหยเต็มที

“โอ๊ย!  ตายแล้ว”  แชนน่อนผงะถอยหลัง  รู้สึกเกลียดกลัวขยะแขยงจนบอกไม่ถูก

มาร์คมองดูน้องสาวผ่านทางช่องประตู

“ดูที่ก้นกล่องสิ  อย่าไปหยิบไปจับอะไรนะ  ดูเฉย ๆ “  เขาร้องสั่ง

หญิงสาวทำตาม  นึกกลัวเอาไว้ล่วงหน้าว่าจะเจออะไรที่น่าเกลียดเป็นแน่  หล่อนพบหมวกพลาสติกของ
เด็กหนึ่งใบ  ถุงเท้าหนึ่งข้างซึ่งสกปรกเปรอะเปื้อน  แล้วก็ปอยผมสีทองจาง ๆ หยิกเป็นลอน

“ก้นกล่องมีกุญแจดอกนี้ไง”  พี่ชายของหล่อนพูดต่อ

“กุญแจเรอะ  กุญแจอะไรกัน”  แชนน่อนหันไปมองกุญแจบนอุ้งมือของมาร์ค  หน้าตามันก็เป็นกุญแจ
ธรรมดา ๆ ซึ่งขึ้นสนิมเล็กน้อย

“ซุกอยู่กับหีบใบนั้น”  เขาพูด  “ลองเช็คดูแล้วน่าจะเป็นกุญแจห้องเก็บผลไม้นะ  เห็นมีสายยูที่ประตู”

ห้องเก็บผลไม้เรอะ  แชนน่อนลืมเรื่องห้องนี้ไปตั้งหลายสิบปีแล้ว

น้าดี้:
Tweet


(ต่อ)
ความจริงมันก็ไม่ถึงกับเป็นห้อง  ควรจะเรียกว่าตู้ทึบขนาดใหญ่ซึ่งเป็นส่วนเก่าของห้องใต้ดินมากกว่า
ส่วนที่ว่านี้เป็นส่วนใต้ดินของบ้านครอบครัวลีห์  ซึ่งสร้างมาตั้งแต่ทศวรรษ 1890 ปลาย ๆ

หลายสิบปีต่อมาบ้านลีห์ได้ถูกต่อเติมอีกหลายครั้งหลายหน  รวมทั้งขยายห้องใต้ดินออกไป  และ
ปูพรมน้ำมันสะอาดสะอ้าน  ส่วนเดิมของห้องใต้ดินยังทิ้งให้พื้นเป็นดินอยู่อย่างนั้น  เพื่อจะได้ระลึกถึง
อดีตที่รุ่นปู่ย่าตายายสงวนอาหารประเภทผักผลไม้  ด้วยการดองใส่ขวดแก้วเก็บไว้บนชั้นในห้อง
ใต้ดิน  เพื่อจะได้มีพอกินตลอดฤดูหนาวซึ่งขาดแคลนผักผลไม้

ส่วนเดิมของชั้นใต้ดินนี้บ้านลีห์เรียกกันว่าห้องเก็บผลไม้  เนื่องจากกั้นตอนในสุดส่วนหนึ่งแยกจาก
ส่วนใหม่ด้วยการก่อหินยาปูนซีเมนต์  ทำให้ห้องเก็บผลไม้มีขนาดประมาณตู้ทึบขนาดใหญ่ที่คนเดิน
เข้าไปได้  มิสซิสลีห์เคยเรียกแชนน่อนเข้าไปช่วยปัดฝุ่นทำความสะอาด  แล้วก็ต้องขนผักผลไม้ใน
ขวดแก้วเหล่านั้นทิ้งไป  เนื่องจากตกค้างอยู่ที่นั่นนานตั้งแต่สมัยแม่ของมิสซิสลีห์จนเน่าเสียเป็นพิษ
และกินไม่ได้เสียแล้ว

แชนน่อนยังจำได้ดีว่าห้องเก็บผลไม้นั้นเหม็นมาก  เพราะมีขวดแก้วที่ผักผลไม้เน่าเสียเรียงรายบนชั้น
ริมผนังมากมาย  มิสซิสลีห์กับบุตรสาวไม่สามารถทำความสะอาดห้องให้สะอาดหมดจดได้ดังความ
ตั้งใจ  เนื่องจากสะสมฝุ่นไว้นานจนเกินกำลัง  และได้แต่ดูดฝุ่นกับขนขวดทั้งหลายโยนทิ้งแล้วปิด
ห้องไว้ตามเดิมเท่านั้น

แต่ที่ประตูห้องเก็บผลไม้ไม่เคยมีสายยูคล้องกุญแจมาก่อนเลย  ทำไมจึงมีความจำเป็นที่จะต้องล็อก
ห้องนี้ด้วย

“เราไม่จำเป็นต้องไปไขดูหรอก”  แชนน่อนตัดบท

“ยังไง ๆ ก็ต้องไปเปิดดู”  มาร์คไม่ยอม

คนทั้งสองลงไปยังห้องใต้ดินซึ่งหลังคาทางส่วนเก่าเตี้ยกว่าส่วนต่อใหม่  มีกลิ่นอับชื้นแรงมาก 
มาร์คเข้าไปยืนหน้าประตูห้องเก็บผลไม้  จับสายยูพลิกกุญแจขึ้นมาไข  แชนน่อนกลืนน้ำลาย
เหนียว ๆ ลงคออย่างยากลำบาก  พี่ชายของหล่อนเองก็เหงื่อแตก  มาร์คเป็นครูใหญ่โรงเรียน
เอกชนอันมีชื่อเสียงของแถบนิวอิงแลนด์  เขาเป็นคนมีความเชื่อมั่นสูง  เคยแต่การออกคำสั่ง
และทุกคนต้องปฎิบัติตามอย่างเชื่อฟัง  แต่เขากลับต้องมายืนทำท่าเงอะงะเหมือนไม่แน่ใจไข
กุญแจขึ้นสนิมอะไรก็ไม่รู้แบบนี้

เสลา:
Tweet



ตื่นเต้น เหมือนกำลังรออยู่ข้างหลัง 2 พี่น้อง
ที่กำลังไขกุญแจห้องเก็บผลไม้ ด้วย  :worry:

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป

[*] หน้าที่แล้ว