มาดื่มน้ำผลไม้กันเถอะ(ท่านผู้สูงอายุ)

(1/1)

tanatip:
Tweet


....สวัสดีครับ
                  เมื่อเร็ว ๆ นี้ ผมได้รับของกำนัลจากเพื่อนร่วมรุ่น เป็นน้ำผลไม้ปั่นเข้มข้น ๑ ขวด เพื่อนอวดสรรพคุณว่าดีหลายอย่างโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้สูงอายุอย่างผมที่ไม่มีฟันแข็งแรงพอที่จะขบเคี้ยวผลไม้ดิบๆ ได้แล้ว  เพื่อนบอกว่าน้ำผลไม้ขวดนี้ทำเองกับมือ โดยไปซื้อวัตถุดิบมาจากห้างสรรพสินค้าทั่วๆ ไป นำมาใส่เครื่องปั่นกรองด้วยผ้าขาวบางใส่ขวดแช่ตู้เย็นไว้ พอจะดื่มก็ผสมน้ำสุกปรุงรสตามชอบ ดิ่มวันละแก้วสองแก้วตามอัธยาศัย ผลไม้ที่ว่านั้น คือ แครนเบอรี่ ราคาผลสด ๆ ประมาณ ก.ก.ละ ๑๒๐.-บาทเศษๆ ซื้อ ๑ ก.ก.คั้นน้ำได้ ๔ ขวด(โขง)  ถูกกว่าน้ำผลไม้ที่เขากำลังนิยมซื้อดื่มกันซึ่งตกขวดละพันกว่าบาท 
                  ผมเข้าไปหาข้อมูลตามเวบต่างๆ ได้รูปภาพและสรรพคุณดังนี้.-
                                               

                                                                       แครนเบอร์รี่

แครนเบอร์รี่ : (cranberry) หรือเบอร์รี่นกกระสา เรียกชื่อตามฤดูกาลที่ผลเบอร์รี่สุกงอม และเป็นช่วงที่นกกระสามาชุมนุมกัน เป็นผลไม้อีกชนิดหนึ่งที่มีคุณ ประโยชน์ไม่แพ้ผลเบอร์รี่ชนิดอื่น แครนเบอร์รี่ คือหนึ่งในผลไม้มหัศจรรย์ช่วยต้านการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ
             จากงานวิจัยล่าสุดพบว่าช่วยป้องกันโรคเหงือก และแผลในช่องท้องได้ ผลงานวิจัยโดยมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดระบุว่า การดื่มน้ำแครนเบอร์รี่วันละ 300 มิลลิลิตร จะช่วยลดจำนวนแบคทีเรียในปัสสาวะลงได้ แครนเบอร์รี่เป็นผลไม้ที่มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย จึงมีสรรพคุณในการรักษาโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ
             ใน แครนเบอร์รี่ มีสารหลายชนิด ที่ช่วยหยุดการเกาะตัวของแบคทีเรียที่บริเวณผนังทางเดินปัสสาวะ คนที่เป็นโรคนี้ให้ดื่มน้ำแครนเบอร์รี่เข้มข้น ไม่มีน้ำตาลแก้วละ 300 มิลลิลิตรทุกวัน จะช่วยป้องกันไม่ให้เป็นโรคนี้ได้อีก
                    โดยลักษณะของแครนเบอร์รี่ ที่ให้ผลทางการป้องกันการติดเชื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ
อาจจะอยู่ในรูปของน้ำแครนเบอร์รี่หรือในรูปแคปซูล จากการศึกษาในกลุ่มของผู้หญิงในวัยเจริญพันธุ์กับการรักษาอาการติดเชื้อใน ระบบทางเดินปัสสาวะ พบว่าสามารถลดอัตราการติดเชื้อได้ถึง 50%
                 หรือ รับประทานอาหารเสริมที่มีสารสกัดจากแครนเบอร์รี่วันละ 800 มิลลิกรัม ก็จะช่วยให้ระบบต่างๆ ในร่างกายแข็งแรง ช่วยป้องกันโรคที่เกิดจากอากาศหนาวเนื่องจากแครนเบอร์รี่มีวิตามินซีสูง จึงช่วยป้องกันโรคภัยไข้เจ็บที่มากับอากาศหนาวได้ นอกจากนี้ วิตามินซีในแครนเบอร์รี่ยังช่วยให้ผิวพรรณชุ่มชื่น จึงเหมาะที่จะนำไปทำเป็นลิปมัน เพื่อป้องกันริมฝีปากแห้งแตกในช่วงหน้าหนาวด้วย สารสกัดจากผลเบอร์รี่ อย่างแครนเบอร์รี่ บลูเบอร์รี่ และแบล็กเบอร์รี่นั้นอุดมไปด้วยวิตามินซีและสารฟลาโวนอยด์ที่ชื่อแอนโธไซยา นิดินส์ (Anthocyanidins) สามารถเสริมสร้างและฟื้นฟูคอลลาเจนได้ และจากการศึกษาพบว่าสารในแครนเบอร์รี่ยังช่วยต่อต้านอาการป่วยเรื้อรังของ สมอง อย่างอาการความจำเสื่อม
แหล่งข่าว :
http://www.sciencedaily.com/releases/2004/04/040429054703.htm
ข้อมูล เพิ่มเติมเกี่ยวกับแครนเบอร์รี่ในการป้องกันการติดเชื้อในระบบทางเดิน ปัสสาวะ
http://www.sciencedaily.com/releases/2002/06/020620075313.htm

แคลิดาส เช็ตตี้ (Kalidas Shetty) และคณะผู้ร่วมงานจากมหาวิทยาลัยแห่งแมสซาชูเซตส์ ณ แอมเฮิร์สต์ ได้ทำการทดลองเติมส่วนผสมของผงเครื่องเทศและผลแครนเบอร์รี่ในอัตราส่วนต่างๆ กัน เพื่อฆ่าเชื้อ Vibrio parahaemolyticus แบคทีเรียในอาหารทะเลซึ่งเป็นสาเหตุของตะคริวที่ท้องในช่วงสั้นๆ เป็นเวลา 2 วัน พบว่าแครนเบอร์รี่จะเต็มไปด้วยสารประกอบฟีโนลิกที่สามารถยับยั้งเชื้อ จุลินทรีย์ดังกล่าวได้
                 แครนเบอร์รี่ช่วยป้องกันฟันผุ บีซีนิวส์รายงานว่านักวิจัยพบสารประกอบในแครนเบอร์รี่ อาจช่วยหยุดยั้งแบคทีเรียจากการยึดเกาะและสร้างคราบหินปูนที่เป็นตัวการทำ ให้ฟันผุ ผลการศึกษานี้ที่จัดทำโดยยูนิเวอร์แซล ออฟ โรเชสเตอร์ เมดิคัล เซนเตอร์ในนิวยอร์ก ตีพิมพ์เผยแพร่ในแครีส์ รีเสิร์ช ดร.คูกล่าวว่า เป้าหมายในการศึกษาคือ การสกัดคุณสมบัติในการป้องกันฟันผุจากแครนเบอรี เพื่อนำไปเติมในยาสีฟันและน้ำยาบ้วนปาก อย่างไรก็ดีขณะนี้ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเหตุใดผลไม้ชนิดนี้จึงมีคุณประโยชน์ใน การปกป้องฟัน
                  ระหว่าง การศึกษา นักวิจัยใส่วัสดุทดแทนกระดูก ‘ไฮดรอกซีแอปาไทต์’ (hydroxypatite) ที่ทำหน้าที่เสมือนผิวฟัน ลงไปในน้ำแครนเบอรี จากนั้น จึงเติมเชื้อแบคทีเรียสเตรปโตคอกคัส มิวแทนส์ (streptococcus mutans) ที่ทำให้เกิดโรคในช่องปากหรือคราบหินปูนลงไป แบคทีเรียชนิดนี้เกิดจากการกินน้ำตาลซึ่งจะทำให้เกิดโรคในช่องปาก เนื่องจากจะขับกรดที่ทำให้ฟันผุออกมา และคราบหินปูนก็คือสารที่มีลักษณะเหนียวที่ก่อตัวจากแบคทีเรียจากเศษอาหาร น้ำลาย และกรดคราบหินปูนจะเกาะติดอยู่บนฟัน กลายเป็นสรวงสวรรค์ของแบคทีเรียที่กินน้ำตาลเป็นอาหารและขณะเดียวกันก็ ผลิตกรดที่ทำลายฟันออกมาเพิ่ม
                    สิ่งที่พบคือ ภายในเวลา 7 เดือนในการศึกษา แครนเบอรีช่วยปกป้องฟันได้ถึง 80% โดยไม่เพียงปกป้องแบคทีเรียใหม่ๆ จากการเกาะซอกฟัน แต่สารสกัดในผลไม้ชนิดนี้ยังสกัดกั้นเอนไซม์ของแบคทีเรียที่มีบทบาทสำคัญใน การสร้างคราบหินปูนได้อีกด้วย ดร.คูเสริมว่า จำเป็นต้องทำการทดสอบในห้องวิจัยต่อไป เพื่อแยกสารประกอบดังกล่าวออกมาก่อนนำไปทดลองทางคลินิกกับคนไข้

ขอบคุณข้อมูลจาก : Education siense website , วิชาการ ดอท คอม , For mum and me , sugar - hut.com , sudipan.net , Socilwarning.m - soiety.go.th

ขอบคุณภาพจาก : cranberryinstitute.org , umass.edu ,umext.mainee.edu , cranberryi.org , absolutmichigan.com , gaiaherbs.com , oburkedi.com , affairs - chocolate.com , chowtime.com , nandyala.org , edining.ca ,theotl.de , wonderwoman.com , oldorchardiuice.com , sashee.com , toomanychefs.com

http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=youaremyworld&month=06-2007&group=10

                                                      ----------------------------------------------
                 ...ประสบการณ์กับตัวผมเอง..หลังจากดื่มได้สองวัน ผมไม่ทราบว่าจะได้ผลตามสรรพคุณที่เพื่อนกล่าวอ้างหรือไม่ แต่ที่แน่ ๆ คือ ระบบขับถ่าย
ดีขื้นมากเลยครับ.


เสลา:
Tweet



ขอบคุณค่ะคุณธนาธิป
โรคจากระบบการขับถ่ายนี่มักจะมาวนเวียนกับผู้อยู่ในวัยปลายเสมอ

โดยเฉพาะหากนั่งนานๆ ลืมเข้าห้องน้ำ  จะทำให้มีอาการกระเพาะปัสสาวะอักเสบได้ง่าย
ซึ่งคงจะมาจาก อาการติดเชื้อใน ระบบทางเดินปัสสาวะ นี่กระมัง

ลูกแครนเบอร์รี่ บ้านเราหายากราคาแพง
ขออิงสมุนไพรพื้นบ้านพลางๆก่อน
ส่วนใหญ่ก็คือตะไคร้ ทุกวันนี้ ป้าเสลาก็ดื่ม ชาตะไคร้ เกือบทุกวัน

วิธีทำ
1. เลือกใช้ส่วนหัวของตะไคร้ ตัดใบออก นำมาล้างให้สะอาด หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ นำไปตากแดดให้แห้ง
2. นำมาคั่วพอให้หอม
3. ชงเป็นชา โดยใช้ตะไคร้แห้งสัก 1 ช้อนโต๊ะใส่ลงในกาน้ำชา
    เติมน้ำร้อนลงไป 1 ถ้วย ทิ้งไว้สัก 5 นาที จากนั้นรินน้ำดื่มเหมือนกับน้ำชา
    หากใช้วิธีต้มให้เพิ่มปริมาณตะไคร้และปริมาณน้ำตามสัดส่วนที่เพิ่มขึ้น

ที่มา : หนังสือชีวจิต


ตามภาพนี้ ใส่ใบเตยผสมไปด้วยเพื่อเพิ่มความหอม

สรรพคุณใช้แก้ท้องอืดเฟ้อ แน่นจุกเสียด ทั้งยังขับปัสสาวะสำหรับผู้ที่มีอาการขัดเบา
แม้ไม่ถึงกับมีอาการบวมแขนขาก็ตาม
น้ำมันตะไคร้ยังมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อราและแบคทีเรีย จึงช่วยให้ทางเดินอาหาร
และทางเดินหายใจส่วนบนสะอาด ป้องกันหวัดได้ แก้ปวดหลังได้ด้วย

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

ฐานข้อมูลผิดพลาด

ลองอีกครั้ง ถ้าเกิดการผิดพลาดอีกครั้ง ให้แจ้งผู้ดูแลระบบด้วย

[0] ดัชนีบอร์ด