ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
พฤษภาคม 26, 2013, 00:18:56
92,778 กระทู้ ใน 7,437 หัวข้อ โดย 8,937 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: thana711
::Arunsawat ::อรุณสวัสดิ์ ::  |  อรุณสาระ : บุคคลทั่วไปกรุณาสมัครสมาชิกก่อนโพสท์  |  ระเบียงรมณีย์  |  อาจารย์สิริปันโน (Ajahn Siripanno) : ธรรมะมีค่ามากกว่ามรดก 8 พันล้านเหรียญสหรัฐ 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้ « หน้าที่แล้ว ต่อไป »
หน้า: [1]
ผู้เขียน หัวข้อ: อาจารย์สิริปันโน (Ajahn Siripanno) : ธรรมะมีค่ามากกว่ามรดก 8 พันล้านเหรียญสหรัฐ  (อ่าน 7694 ครั้ง)
เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 19,802



« เมื่อ: สิงหาคม 14, 2012, 17:19:55 »


ธรรมะมีค่ามากกว่ามรดก 8 พันล้านเหรียญสหรัฐ



อาจารย์สิริปันโน (Ajahn Siripanno) หรือ  Ven Siripanyo
เป็นลูกชายคนเดียวของมหาเศรษฐี ที. อนันดากริชนัน (Tan Sri Ananda Krishnan)



T.Ananda Krishnan & son, Ajahn Siripanno.  

ที. อนันดากริชนัน เป็นมหาเศรษฐีผู้ใจบุญสุนทานชาวศรีลังกาเชื้อสายทมิฬ
ซึ่ง Forbes จัดอันดับความรวยเป็นอันดับ 2 ของมาเลเซียและเอเซียตะวันออกเฉียงใต้
 (2nd richest man in Malaysia & Southeast Asia and 89th in the world according to Forbes.)
ครอบครัวนี้มีลูกสาว 2 คน และมีลูกชายเพียง 1 คน คือ อาจารย์สิริปันโน  
ท่านจบการศึกษาจากประเทศอังกฤษ และสามารถพูดได้ถึง 8 ภาษา

ท่านได้เลือกที่จะอุปสมบทเป็นพระภิกษุเมื่อ 18 ปีที่แล้ว และไม่เคยมองย้อนกลับมาอยากใช้ชีวิตฆราวาส
ท่านปฏิเสธโอกาสที่จะทำงานเพื่อเข้ามาดูแลและขยายอาณาจักรธุรกิจของบิดา
รวมทั้งปฏิเสธที่จะรับมรดกของครอบครัวซึ่งมูลค่าราว 9.5 พันล้านเหรียญสหรัฐ ($9.5 billion -2011)
แต่กลับเลือกเดินบนเส้นทางของการเจริญสมาธิภาวนาตามแนวปฏิบัติสายพระป่าของไทย



ปัจจุบันท่านยังคงมีชีวิตอยู่อย่างมีความสุขในธรรม สงบเย็น และสามารถแสดงธรรมได้เป็นอย่างดี
ทั้งนี้ ท่านเป็นลูกศิษย์สายพระโพธิญาณเถร (หลวงพ่อชา สุภัทโท)
แห่งวัดหนองป่าพง ต.โนนผึ้ง อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี


อาจารย์สิริปันโน (Ajahn Siripanno) กับเพื่อนสมัยเด็ก จากลอนดอน
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 19,802



« ตอบ #1 เมื่อ: สิงหาคม 14, 2012, 17:28:42 »







อาจารย์สิริปันโนแสดงธรรม
<a href="http://www.youtube.com/watch?v=-_56UYN10bA" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=-_56UYN10bA</a>


ที่มา... http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?t=41957
http://blog.tsemtulku.com/tsem-tulku-ri ... panno.html
ข้อมูลเพิ่มเติมจาก วิกิพีเดีย, http://www.isc-gspa.org/news/View_print.asp?subjectid=10012
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

บ๊ะจ่าง
Newbie
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 15


« ตอบ #2 เมื่อ: สิงหาคม 14, 2012, 19:02:05 »


 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 19,802



« ตอบ #3 เมื่อ: สิงหาคม 14, 2012, 19:59:01 »


กับเรื่องราวที่นักธุรกิจชาวภูฏานเล่าถึงการได้พบเจออาจารย์สิริปันโน
กับบิดาท่าน ที. อนันดากริชนัน

*******************


The monk who flew in a jet
Posted by NurFa at 3:37 PM Saturday, November 12, 2011



By business bhutan | 01 January 2011


In 2008, as my friend and I sat down in the restaurant to eat our dinner,
we saw a man in the hotel lobby. Immediately, we assumed that he was alone
so decided to invite him for dinner.
“I don’t eat dinner,” the elderly man declined the offer, “I am on my way to the gym.”

The next morning, I met him in the hotel lobby and noticed that he was wearing the same clothes.


“Excuse me,” he said politely and then looking at the young monk sitting next to me,
said affectionately, “Son, it is time for us to go home.”
The son obediently picked up his small cloth bag from the floor and followed his father.

Earlier, curious to see a monk in the Uma hotel in Paro, I had started a conversation with him.
“Yesterday was my father’s 70th birthday and he wanted me to spend it with him in a special place,”
the monk informed me. The monk could have been in his early thirties.  
He had short hair and was wearing saffron robes and had a pair of slippers on.
 “What a beautiful country you have? They had flown into Paro in their own jet.


So who are these people?  The elderly man is Ananda Krishnan and the monk his only son.
Krishnan is the second richest man in Malaysia . According to Forbes he is worth 7.6 Billion dollars.
The Tamil Malaysian of Sri Lankan Tamil origin is a self made man and is a notable philanthropist
but leads a low profile life. He and his son are both Buddhists.


Few years ago, the billionaire lost his son. He started to look for him
and his search stopped in a Buddhist monastery in north Thailand .  
Shocked to see his son in saffron robes, short hair with a begging bowl in his hand
the father invites his son for a meal.

“I am sorry; I cannot accept your invitation. Like all my fellow monks,
I have to beg for my food.”

Krishnan reply made headlines,

“With all my wealth I cannot even afford to feed my own son.”


The son still lives in the monastery in the forest of Thailand and like all the monks in the monastery
depends on other people’s generosity for his sustenance.
Hearing stories like these one wonders if we are giving up everything that we already possess
to acquire things that we really don’t need.


This story clearly demonstrates that human contentment and wellbeing in real terms
requires us to go beyond physical, mental, and emotional dimension.
Krishnan’s son clearly shows that detachment could be a greater wealth and devotion a bigger asset in our lives.


*******************

ที่มา: http://animal-care-ponsi.blogspot.com/2011/11/monk-who-flew-in-jet.html
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 19,802



« ตอบ #4 เมื่อ: มกราคม 27, 2013, 19:50:03 »




นิตยสาร HELLO! ฉบับประจำวันที่ 24 มกราคม 2556 นี้มีเรื่องราวของ ม.ร.ว.สุพินดา จักรพันธุ์ (คุณหญิงใหญ่)
สตรีผู้ทิ้งชีวิตภรรยาไทคูนอนันต์ กฤษนันท์ (Tan Sri Ananda Krishnan) อภิมหาเศรษฐีอันดับที่ 93 ของโลก
ผู้มีอาณาจักรธุรกิจและทรัพย์สินมูลค่ารวม 2.9 แสนล้านบาท
หันมาเดินตามเส้นทางแห่งธรรมะอย่างช้าๆ ตามคำชักจูงของพระลูกชาย ท่านสิริปันโน


ม.ร.ว.สุพินดา จักรพันธุ์
(ภาพจาก  http://womanwo.blogspot.com/2012/11/denim-diamond-charity-auction-1387.html)

    
       จากบทสัมภาษณ์ คุณหญิงใหญ่ได้บอกเล่าเรื่องราวของเธอในสมัยก่อน
ถึงชีวิตในวัยที่ยังเป็นสาวเปรี้ยวในสังคม
เป็นนางแบบรุ่นแรกๆ เธอนุ่งมินิสเกิร์ตมาก่อนใคร ไว้ผมมาแล้วทุกทรง
เป็นปาร์ตี้เกิร์ลต้องออกไปเที่ยวกับเพื่อนทุกคืน ตอนนั้นคิดว่าเป็นความสุขที่สุดยอดในชีวิต
หลังจากเธอจบจากสวิสและเริ่มทำงานที่ฝ่ายต่างประเทศของช่อง 7
รวมทั้งเคยรับบทในภาพยนตร์ทีวีเรื่องแรกของฝรั่งเศสที่เข้ามาถ่ายทำในไทย
เธอก็ได้พบกับคุณอนันต์ กฤษนันท์ หนุ่มมาเลเซีย เชื้อสายทมิฬที่เข้ามาดูลู่ทางทำธุรกิจในไทย
ชีวิตคู่ของทั้งสองคนจึงเริ่มขึ้น
      
       แต่ด้วยความที่คุณอนันต์ มุ่งมั่นที่จะประสบความสำเร็จในชีวิต
เขาสร้างอาณาจักรธุรกิจมูลค่า 2.9 แสนล้านบาทด้วยตัวเองในชั่วอายุเขา
เป็นเหตุให้ชีวิตแต่งงานของทั้งคู่ยุติลงเมื่อลูกทั้งสองคนของเขาอายุได้เพียง 13 และ 12 ปี
      
       คุณหญิงใหญ่บอก "ความคิดเห็นกับวิธีดำเนินชีวิตของคนที่ตั้งเป้าจะทำเงินเยอะๆ
มันไม่เอื้อกับความสุขในชีวิตเลยนะคะ
เขาเดินทางอยู่ตลอดเวลา ไม่ค่อยอยู่บ้าน เผอิญเราคิดว่ายังมีสิ่งสำคัญในชีวิตอีกเยอะแยะ
เงินเป็นองค์ประกอบหนึ่งในชีวิต ไม่ใช่ทุกอย่างในชีวิต ลูกเราสำคัญ ชีวิตคู่เราสำคัญ การสมรสสำคัญ
แต่สำหรับคนที่จะเป็นนักธุรกิจที่ยิ่งใหญ่ ทุกอย่างก็จะทุ่มเทให้หมดกับงาน
ถ้านั่งอยู่กับครอบครัว ก็จะรวยไม่ได้"
      
       "ลูกสองคนของเราเลยได้เห็นความทุกข์ตั้งแต่เด็ก มันคงช่วยให้เขาเติบโตภายใน
เขาได้เห็นความทุกข์ของพ่อแม่ที่มีชีวิตมันวุ่นวาย พ่อไม่ค่อยอยู่บ้าน มีแม่ที่ไม่ยอมรับสภาพ
ปกติชีวิตมนุษย์เราลำบากอยู่แล้ว ไม่ว่าเราจะยาก ดี มี จน หรือรวยแค่ไหน ไม่มีชีวิตใดที่ไม่มีปัญหา
พ่อกับแม่ที่มีความเครียดต่อกัน เด็กๆ ก็จะรู้สึกได้ในบรรยากาศ และสร้างทุกข์กับลูก"

หลังจากคุณหญิงหย่ากับคุณอนันต์ เธอยังอยู่ที่อังกฤษจนกระทั่งลูกจบมหาวิทยาลัย
จึงกลับมาทำรายการโทรทัศน์ที่เมืองไทย หนึ่งในนั้นคือรายการ "เพื่อนแก้ว"
      
       จุดเริ่มต้นในเส้นทางธรรมของคุณหญิงใหญ่มาจากที่ ลูกชายคนเล็กของเธอท่านทิมมี่
เคยมาศึกษาธรรมกับอาจารย์ชยสาโรที่วัดป่านานาชาติอยู่ 3 เดือน
จนเมื่อท่านเรียนจบและทำงานได้ราวหนึ่งปี ก็ตัดสินใจบวชอีกครั้งและไม่สึกตลอดชีวิต
แต่วิธีการที่ท่านได้ชักจูงให้โยมแม่เดินตามเส้นทางธรรมได้นั้นจะเป็นอย่างไร
คงต้องไปติดตามในนิตยสาร Hello! ฉบับประจำวันที่ 24 มกราคม 2556



เนื้อหาจาก Celeb Online : ASTVผู้จัดการออนไลน์ 24 มกราคม 2556
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

maud78
Full Member
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 116


« ตอบ #5 เมื่อ: มกราคม 29, 2013, 01:59:34 »


สาธุ!! ไม่ต้องมีถึงขนาดพันล้านหรอกนะคะ แค่ล้านเดียวโดดๆ ยังตัดไม่ขาดสักที..อิอิ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
    กระโดดไป: