ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ธันวาคม 18, 2014, 19:25:43
94,679 กระทู้ ใน 7,725 หัวข้อ โดย 9,189 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: bank113
::Arunsawat ::อรุณสวัสดิ์ ::  |  สบาย สบายสไตล์อรุณสวัสดิ์ : บุคคลทั่วไปกรุณาสมัครสมาชิกก่อนโพสท์  |  สโมสรอรุณสวัสดิ์  |  เคล็ดลับในครัวเรือน  |  ปลากุเลาเค็ม...ราชาแห่งปลาเค็ม - โดยเปลว สีเงิน 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้ « หน้าที่แล้ว ต่อไป »
หน้า: [1]
ผู้เขียน หัวข้อ: ปลากุเลาเค็ม...ราชาแห่งปลาเค็ม - โดยเปลว สีเงิน  (อ่าน 24457 ครั้ง)
เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,236



« เมื่อ: พฤษภาคม 31, 2009, 09:19:59 »



วันนี้ได้อ่านคอลัมน์ เปลว สีเงิน ในไทยโพสต์
พูดถึงปลาเค็ม โดยเฉพาะอย่างยิ่งปลากุเลา
จึงขออนุญาตตัดนำมาฝากเพื่อนๆ ชาวอรุณสวัสดิ์



 ปลากุเลา  เป็นราชาแห่งเกี้ยมฮื้อครับ!



ปลาอื่นๆ  ทำปลาเค็ม  นอกจากปลากระบอกแล้ว 
ผมว่าสกุลไม่ติดทำเนียบเลยครับ  แต่มีกินดีกว่าไม่มี  (ทำเป็นบ่น  เดี๋ยวก็อดจนได้!)

     อย่างปลาอินทรี  เป็นแค่ระดับรองมิสยูนิเวิร์สอันดับ  ๑  นิยมใช้ทำข้าวผัดปลาเค็มตามโรงเตี๊ยม 
เพราะเนื้อมันแข็ง  หั่นเป็นชิ้นลูกเต๋าผัดข้าว  จะไม่ยุ่ยกลายปลาเค็มคลุกข้าวให้แมวกิน

     ที่เห็นกันแต่ปลาอินทรี  เพราะปลากุเลามันหายากครับ  เกิดไม่ทันคนกิน 
อย่างที่คุณ  "คนข้างวัดธรรมนิมิต"  เขียนสรรพคุณประกอบปลากุเลาเค็ม
ที่ทอดเสร็จสรรพมาให้ผม  ๒  ตัวนั้นบอกว่า  "ปลาเค็มอร่อยมากค่ะ 
เป็นปลาทะเลสูตรเจ้าคุณปู่  เจ้าคุณย่า" 
ผมพิศดูรูปร่าง  (หน้าตาไม่มีครับ  เพราะถูกตัดหัวไปก่อนทอด)  คงไม่หนีตัวละ  ๑  กิโลฯ

     ปลากุเลาเค็ม  ตัวละครึ่งกิโลฯ  ถึงหนึ่งกิโลฯ 
ถือว่ามีคุณสมบัติคู่ควรแก่การทำปลาเค็ม  เล็กกว่านี้  หรือใหญ่กว่านี้ก็ไม่อร่อย  เขาว่ากันงั้น 
แต่ผมว่าไม่จริงหรอก  มันไม่เหลือหลุดรอดน้ำมือมนุษย์ไปจนโตขนาดนั้นมากกว่า

     ปลากุเลา  เป็นปลาเนื้อละเอียด  เกิดมาเพื่อเป็นปลาเค็มโดยเฉพาะ 
ผมไม่เห็นใครเอาไปทำอย่างอื่น  และต้องเป็นปลาในอ่าวไทยเนื้อถึงจะมีสกุลรุนชาติ 

ถ้าเป็นทะเลอื่นเนื้อจะแข็งเป็นหิน  อย่างผมเคยไปดูไบนานมาแล้ว 
ไปดูตลาดปลา  เห็นปลาเก๋า  ปลานกแก้วอะไรก็ไม่รู้วางขาย 
นักกินปลารีบซื้อทันที  บอกว่ากินตามเหลาที่กรุงเทพฯ  ตัวละเป็นพันๆ

     เขาเอามาจ้างร้านไทยที่ดูไบทำให้กิน   ขอโทษ...นึกว่ากินปะการัง 
โนคาร์-โนเนชั่น  เนื้อมันแข็งเป็นหิน  กินไม่เป็นรสเป็นชาติ 
เพราะอ่าวเปอร์เซีย  ทะเลอาระเบียน  น้ำมันเย็นจัด 
ปลาทะเลทุกประเภทจึงสู้ปลาอ่าวไทยไม่ได้ 
เนื้อพอดีมีรสชาติ  แถมมีความมันอีกตะหาก 
เพราะเป็นทะเลมีอ่าว  มีเลน  เป็นแหล่งอาหารให้ปลากิน

     ที่บ้านเรา  แหล่งปลากุเลาต้องน้ำลึกแถวๆ  ช่องแสมสาร  สัตหีบ 
ที่พบตู้คอนเทนเนอร์นอนแอ้งแม้งอยู่ก้นทะเลนั่นแหละ 
หรือไม่ก็ต้องทะเลทางภาคใต้โน่น  แถวๆ  ปากอ่าวแม่กลองบ้านผม 
หรือบ้านคนข้างวัดธรรมนิมิตไม่ค่อยมีปลากุเลาหรอกครับ 
เพราะเกิดไม่ทันคนกินอย่างหนึ่ง  และอีกอย่างที่ปากอ่าวแม่กลองน้ำมันตื้นไปหน่อย 
ที่เลาะตามซากปีกโป๊ะก็ตัวเยาวชน

     นักเลงกินปลาเค็ม  ต้องจำไว้นะครับ 
"หนอน"  คือเครื่องหมายรับประกันคุณภาพ 
"ปลาเค็มดีต้องมีหนอนยุ่บ"  ไม่งั้นเจอปลาเค็มอาบน้ำยา 
ปลาเค็มอาบสารเคมี  กินแล้วหงายท้อง  ชักแหง็กๆๆๆๆๆ  อย่างที่ผมเป็นมาแล้ว

     และอีกอย่างที่ขอเตือน  กินพอระลึกชาติได้  อย่ากินมาก  และอย่ากินประจำ 
เพราะมันเค็ม  นอกจากเป็นอันตรายต่อไตแล้ว 
เผลอๆ  มันจะทำให้  "เค็มเข้าเนื้อ"  เพื่อนฝูงจะรังเกียจเอาน่ะ!




     การทำปลากุเลาเค็มนี่  ไม่เหมือนปลาอื่น  มันมีเคล็ดลับอยู่ 
จะเป็นสูตรเดียวกับสูตรท่านเจ้าคุณปู่และเจ้าคุณย่าของคุณ  "คนข้างวัดธรรมนิมิต"  หรือเปล่าก็ไม่ทราบนะ 
แต่เมื่อผมลองลิ้มรสปลากุเลาสูตรท่านเจ้าคุณปู่ไปแล้วบอกได้คำเดียวว่า 
สรรพคุณเหมือนกันเปี๊ยบ...ขอบอก

     ปลากุเลาเค็มที่ว่าเป็น  "ราชาแห่งปลาเค็ม"  ก็ตรงที่ 
เนื้อจะฮ้อมมม....หอม  เนื้อจะฟูเหมือนฝ้าย  เนียนละเอียด 
ละเมียดอารมณ์ล้ำลึกถึงขั้วกระเพาะยามจมูกสัมผัสกลิ่น-ลิ้นสัมผัสรส 
ถ้าเทียบกลิ่น  เทียบรส  เทียบเนื้อ  กับปลาเค็มอื่น 
จะเห็นถึงชั้น  วรรณะที่สูงส่ง  และต่ำต้อยกว่ากันชัดเจน

     แต่ที่เป็นอย่างนั้นก็ต้อง  "ดองกุเลาเค็ม"  เป็น 
ถ้าผมบอกเคล็ดลับแล้วเหยียบไว้นะครับ 
ถ้าไม่รัก  ไม่ชอบกันจริงๆ  แล้ว  จ้างผมก็ไม่บอก 
เคล็ดลับคือว่า  ได้ปลามาแล้ว  อย่าเพิ่งรีบใส่เกลือ  ปล่อยทิ้งไว้อย่างนั้น 
ปล่อยจนกระทั่งมันจะเน่านั่นแหละค่อยเข้าสู่กรรมวิธีทำเกี้ยมฮื้ออร่อยที่สุดในโลก


     เกลือก็อย่าโหมประโคมเข้าไปมาก  เดี๋ยวเคียมตายหะ 
เอาเกลือใส่ปลากุเลาใกล้เน่าทิ้งไว้ซักวันเดียวก็พอ 
แล้วเอาไปล้างน้ำก่อนตากแดด  เอาแดดแจ๋ๆ  หน่อยนะครับ 
ตากแต่แดดนะครับ  อย่าตากฝน  ถ้าเป็นอย่างแดดตอนนี้  แจ๋  ๕  นาที  หุบ  ๕  ชั่วโมง 
แล้วฝนตกอีก  ๑๐  ชั่วโมง  ปลากุเลาเค็มสูตรใกล้เน่าของผม  แบบนี้คงเน่าจริงๆ

     ท่านกินได้ก็กินไปเถอะ  แต่ผม...ขอคิดดูก่อน  แฮ่ะๆ!

     ที่ปล่อยให้เน่าก่อนใส่เกลือทำปลาเค็ม 
เพราะวิธีนี้จะทำให้ปลากุเลาเค็มทอดแล้วเนื้อจะฟู  ร่วน  แต่หนึบหนับ  หอมฉุย 
ทอดเมื่อไหร่  เทวดายังต้องร้องไห้คร่ำครวญว่า 
ทำไมจึงไม่มีลูกช้างเอามาถวายบ้างล่ะวุ้ย  มีแต่หัวหมูเบื่อจะตายอยู่แล้ว...




********************




ปลากุเลาสด


และจากเว็บ http://kanchanapisek.or.th/
ได้พูดถึงปลากุเลาเค็มไว้ดังนี้


ปลากุเลาเค็ม เป็นการนำเอาปลากุเลามาทำเค็มและตากแห้ง
เป็นที่นิยมบริโภคของบุคคลทั่วไป ทั้งในประเทศและส่งออกขายยังต่างประเทศ
โดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้าน


วิธีการทำ
๑. เลือกปลาที่ต้องการได้ตามขนาดแล้วนำปลามาล้างทำความสะอาด
    และเลือกปลากุเลาที่มีคุณภาพสด นำเกลือ (เม็ดใหญ่) มากลบกับตัวปลาไว้ ๒-๓ วัน

๒. นำปลามาตากแดดต้องจัดการผูกมัดปากปลาเสียก่อน
    มิให้แมลงเข้าไปวางไข่หรือกัดกินได้ อันเป็นสาเหตุของการเกิดหนอน
    และกลิ่นเน่าของปลาในที่สุด เพราะการทำไม่ได้ใช้สารเคมีหรือยากันเน่าแต่อย่างใด

๓. นำปลามาเก็บโดยการใช้กระดาษหนังสือพิมพ์ห่อและเก็บในลัง
    กระดาษหนังสือพิมพ์จะเป็นตัวที่คอยซับน้ำออกจากตัวปลาอีกทางหนึ่ง

๔. นำไปตากแดดจนได้ที่แล้วก็จะได้ปลากุเลาเค็มที่มีกลิ่นหอม เนื้อปลายุ่ย เป็นผงน่ารับประทาน


ประโยชน์
ปลากุเลาเป็นอาหารที่ขึ้นชื่อของอำเภอตากใบ
รสชาติอร่อยเป็นที่นิยมบริโภคของบุคคลทั่วไป
สามารถถนอมอาหารไว้รับประทานได้นาน และสามารถจำหน่ายได้


*****************

นอกจากนี้พบว่าที่ ตำบลคลองด่านอ.บางบ่อ จ.จังหวัดสมุทรปราการ
ในเว็บไซด์ของตำบล  www.klongdan.com
แจ้งไว้ว่า ปลากุเลาหอมเป็นสินค้าที่ขึ้นชื่อชุมชน

ปลากุเลาจะอาศัยอยู่ในน้ำทะเลลึกประมาณ 6 เมตร
จะอยู่รวมเป็นฝูง  ชอบอยู่ตามซากเรือที่ผุพัง หรือ แนวปักหอยแมลงภู่ 
ชาวประมงจะจับปลากุเลาโดยใช้อวนลอย
ที่มีความยาวประมาณ 1 ไมล์ทะเล (ประมาณ 1 กิโลเมตร) ลึกประมาณ 2 เมตร (ตาข่ายอวน)




เมื่อได้ปลาแล้วจะนำมาขอดเกล็ดนำใส้และเครื่องในปลาออก 
และนำปลามาคัดขนาดของปลาเพื่อคำนวนในการหมักดอง (ปลาตัวใหญ่จะหมักดองนานกว่าปลาตัวเล็ก) 
เมื่อครบกำหนดการหมักจะนำมาทำความสะอาดปลาและล้างให้สะอาด




เสร็จแล้วนำไปตากแห้ง ประมาณ 2-3 วัน เมื่อครบกำหนดก็สามารถนำไปจำหน่ายได้

                 ส่วนใหญ่ปลากุเลาหอมจะมีที่ตำบลคลองด่าน หมู่ที่8 (นาผู้ใหญ่"ฮง")
จะส่งขายที่ตลาดหนองมน และต่างประเทศ

                 การจำหน่าย ราคาโดยประมาณ อยู่ที่กิโลกรัมละ 250 บาท




(ภาพประกอบจาก internet)
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
    กระโดดไป:  



    SimplePortal 2.3.3 © 2008-2010, SimplePortal