ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
เมษายน 20, 2014, 07:54:37
93,850 กระทู้ ใน 7,617 หัวข้อ โดย 9,091 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: xztwz157
::Arunsawat ::อรุณสวัสดิ์ ::  |  อรุณสาระ : บุคคลทั่วไปกรุณาสมัครสมาชิกก่อนโพสท์  |  ระเบียงรมณีย์  |  อาชาบำบัด...รักษาเด็กสมาธิสั้น 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้ « หน้าที่แล้ว ต่อไป »
หน้า: [1]
ผู้เขียน หัวข้อ: อาชาบำบัด...รักษาเด็กสมาธิสั้น  (อ่าน 10041 ครั้ง)
To be strong
บุคคลทั่วไป
« เมื่อ: กุมภาพันธ์ 21, 2009, 12:34:36 »


                    สวัสดีค่ะ  สืบเนื่องมาจากได้อ่านหัวข้อ "เช็คเข็มทิศชีวิตไม่เจอ หลงทาง" ของคุณ moomdeedee
แล้วรู้สึกเห็นใจค่ะ  พอดีมีเรื่องราวเกี่ยวกับ อาชาบำบัด...จากม้าสู่การเยียวยามนุษย์  ซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับน้องๆ
ที่ปีปัญหาสมาธิสั้น  และน้องๆ ที่มีปัญหาเกี่ยวกับกล้ามเนื้อ ข้อต่อ ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้สะดวก  ซึ่งหวังว่าจะมีประโยชน์
และเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของ น้องคนโต  ที่มีปัญหาเกี่ยวกับสมาธิสั้นนะคะ

ว่าด้วยเรื่องการขี่ม้าบำบัด
 
        จะว่าไปแล้ว  การใช้สัตว์มาช่วยในการบำบัดรักษาคนนั้นมีมานานมากแล้ว  และก็ไม่ได้จำกัดอยู่แต่เฉพาะที่เป็นม้าเท่านั้น  
หลายคนคงเคยได้ยินเรื่องการใช้สุนัขช่วยฟื้นฟูจิตใจผู้ป่วย  หรือการใช้ปลาโลมามาช่วยบำบัดโรคซึมเศร้า  นอนไม่หลับ  สมาธิสั้น  
กระทั่งเชื่อว่าเสียงโลมาจะช่วยกระตุ้นพัฒนาการของทารกในครรภ์ได้อีกด้วย  แต่ความวิเศษของม้าที่เหนือกว่าสัตว์ชนิดอื่นๆ  
คงอยู่ที่เรื่องของสรีระ  การเคลื่อนไหว  ซึ่งมนุษย์สามารถขึ้นไปนั่งขี่บนหลังม้า  รับรู้และสัมผัสการเคลื่อนไหวนั้นๆ ได้นั่นเอง    

ม้าช่วยเยียวยาปัญหาเด็กสมาธิสั้น

         นอกจากม้าจะมีส่วนช่วยบำบัดรักษาทางร่างกายโดยตรงแล้ว  ม้ายังมีส่วนช่วยบำบัดผู้ที่ปีปัญหาทางด้านระบบประสาท  
สติปัญญา  และอารมณ์ได้ไม่น้อยเลย  ส่วนจะช่วยได้อย่างไรนั้น  ก่อนอื่นคงต้องทำความเข้าใจกันเป็นเบื้องต้นว่าเด็กที่มีปัญหานั้น  
นอกจากจะไม่สามารถควบคุมการเคลื่อนไหว  การทรงตัว  และการประสานสัมพันธ์ของกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ ได้  เด็กยังมีอาการสูญเสีย
ทางด้านสังคม  และไม่สามารถมีปฏิกิริยาต่อสัมพันธภาพระหว่างบุคคลได้  ทำให้เด็กอยู่ในโลกของตัวเองไม่ติดต่อสื่อสารกับใคร  
สูญเสียการสื่อความหมายด้วยการพูด  

         นอกจากนี้ยังมีพฤติกรรมไม่อยู่นิ่ง  มีการกระทำหรือความสนใจซ้ำซากด้วย  ดังนั้นวิธีการหนึ่งที่จะช่วยเด็กกลุ่มนี้ได้ก็คือ  
การพยายามดึงเขาออกมาสัมผัส  และรับรู้โลกภายนอกบ้าง  โดยมีม้าเป็นเสมือนสื่อกลางที่นอกจากจะพาเขาโลดแล่นไปมาแล้ว  
ยังช่วยเชื่อมโยง  ก่อเกิดความสัมพันธ์กับคนอื่น  คุณวราภรณ์  เนื่องวงษา  นักกายภาพบำบัด  ซึ่งได้ไปอบรมเรื่องขี่ม้าบำบัด
ที่ศูนย์  Naplese  Questrianchallenge  มลรัฐฟลอริด้า  สหรัฐอเมริกา  กล่าวว่า  "การสื่อสาร  รับรู้ความรู้สึกกันและกัน  ระหว่าง
สัตว์เลือดอุ่นกับสัตว์เลือดอุ่นด้วยกันเองนั้นมันยิ่งใหญ่มาก  คือเด็กเขาจะเริ่มรู้จักสื่อสารกับสัตว์ที่เขาเริ่มเกิดความรักความผูกพันก่อน  
และจะพัฒนาสู่การปฏิสัมพันธ์กับคนด้วยกัน  ซึ่งก็เริ่มจากคนในครอบครัว  ก่อนจะก้าวสู่สังคมภายนอกอย่างแท้จริง  โดยเวลาขี่ม้าเรา
จะให้ผู้ปกครองเข้ามามีส่วนช่วยประคองเด็กด้านข้างด้วย  ดังนั้นระหว่างการขี่ม้าเด็กกับผู้ปกครองก็จะได้มีโอกาสสื่อสาร  
ทำกิจกรรมร่วมกัน  โดยมีม้าเป็นตัวเชื่อมโยง  ช่วยสานสัมพันธ์ที่สำคัญ  เพราะเวลาอยู่บนหลังม้าเราบอกให้ทำอะไร  เด็กก็มักจะ
เชื่อฟังมากกว่าปกติ"


          สำหรับเด็กที่มีปัญหาด้านการพูด  เราก็ถือโอกาสนี้กระตุ้นสอนให้เด็กพูดได้มากขึ้นด้วย  ดาบวิชัย  ผู้ดูแลโครงการ
ม้าบำบัดเพื่อเด็กพิเศษ  ที่กองกำกับการ 4  (ตำรวจม้า)  เล่าถึงวิธีการให้ฟังว่า  "ระหว่างที่เด็กขี่ม้าเราจะชวนเด็กคุย  กระตุ้นให้เด็ก
พูดตลอด  เช่นก่อนเด็กจะได้ขึ้นม้า  เราก็จะบอกว่าใหนบอกชื่อตัวเองดังๆ ก่อนสิ  หรือพอขึ้นม้าแล้วก็จะสอนให้เด็กลองสั่งม้าให้เดิน  
วิ่งหรือหยุด ด้วยตัวเอง  เป็นต้น"


ม้าสร้างสมาธิ

           พฤติกรรมอีกหนึ่งอย่างซึ่งเป็นที่หนักใจของผู้เป็นพ่อแม่หลายคนในยุคปัจจุบัน คือ อาการไม่หยุดนิ่ง  หรือสมาธิสั้นไม่สามารถ
ควบคุมตัวเองได้  แต่หากลองพาเด็กเหล่านี้มาขี่ม้าก็จะพบความแตกต่างอย่างเห็นได้ชัดเลยทีเดียว  เพราะประการแรกเลยการจะทรงตัว
นั่งบนหลังม้าได้อย่างปลอดภัยนั้น  เด็กจะต้องใช้สมาธิสูงมาก  

           นอกจากนี้ดังที่กล่าวมาข้างต้นว่า  ม้าเป็นสัตว์ที่ฉลาด  สามารถสื่อสารรับความรู้สึกของผู้ขี่ได้  และจะตอบสนองอารมณ์นั้นๆ ด้วย  
คือถ้าผู้ขี่แสดงอาการก้าวร้าวออกมา  ม้าก็จะแสดงพฤติกรรมที่คล้ายกันตอบกลับไป  แต่ถ้าผู้ขี่นั่งสบายๆ ขี่อย่างมั่นใจม้าก็จะผ่อนคลาย  
และเชื่อฟังคำสั่งอย่างดี  ดังนั้นน้องเขาจะต้องเรียนรู้ที่จะมีวินัยในตนเอง  รู้จักควบคุมทั้งร่างกายและอารมณ์ของตัวเอง  เพื่อความปลอดภัย
ของตนเอง  ซึ่งหลักทฤษฏีการขี่ม้าบำบัดก็คือ  การใช้หลักความยากเข้ามาฝึกให้เกิดความง่าย  ทำให้เด็กเกิดปฏิกิริยาตอบกลับได้มากกว่า
ด้วยการอยู่ในสิ่งเร้าที่เป็นปกติซ้ำๆ กันเป็นเวลานานนั่นเอง  คือเด็กเขาจะเรียนรู้ได้ด้วยตัวเองว่า  เขาจะดื้อหรือก้าวร้าวเหมือนเดิมได้แล้วนะ  
มิฉะนั้นแล้วเขาอาจจะตกลงมาได้นั่นเอง  ถือเป็นการช่วยเสริมสร้างบุคลิกภาพที่ดีให้กับเด็กอีกทางหนึ่งซึ่งจะมีผลต่อการใช้ชีวิตอยู่ในสังคม
ต่อไปด้วย

พัฒนาการของผู้เป็นดั่งดวงใจ

           แม้ว่าในครั้งแรกๆ เด็กหลายคนจะกลัวและปฏิเสธการขี่ม้า  แต่ผู้ปกคอรงไม่ย้อท้อยังคงพามาอยู่สม่ำเสมอ  เด็กก็มักจะเกิดความคุ้นเคย
ยอมขึ้นขี่ม้าในที่สุด  และเมื่อคราวที่ขึ้นขี่บนหลังม้าได้แล้วนี่แหละ  ความสนุกสุขใจที่ได้รับก็มักกลายเป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญในการต่อรองกับเด็ก
ให้เด็กเชื่อฟัง  อย่างที่คุณแม่น้องอาร์ม เล่าให้ฟังว่า "ตอนแรกลูกกลัวม้ามาก  ขนาดไม่กล้าแตะแม้แต่ขนม้า  แต่ตอนนี้ถือเป็นกิจวัตรที่เขาท่องจำ
ขึ้นใจว่าวันอังคารจะได้มาขี่ม้านะ  เวลาเขาดื้อ  เราก็จะอ้างว่าเดี๋ยวไม่ได้มาขี่ม้านะ  เขาก็จะหยุดดื้อทันที  หรือที่เขาตัวอ้วนมาก  เวลาเราเห็นเขา
กินเยอะเกินไป  พอเราบอกว่าเดี๋ยวขี่แล้วม้าหลังหักนะ  เขาก็จะบอกว่าอาร์มพอแล้วก็ได้ครับ"


            นอกจากนี้คุณแม่อีกท่านหนึ่งกล่าวได้ประทับใจมากว่า "เราไม่ได้บอกว่าขี่ม้าคือทุกสิ่งทุกอย่าง  เรายังมีกิจกรรมเสริมให้ลูกเราด้วย  
ไม่ว่าจะเป็นศิลปะบำบัด  ดนตรีบำบัด  หรือธาราบำบัด  คือเราพยายามทุกอย่างที่จะทำให้ลูกเรามีความสุขที่สุดในทุกๆ วัน  เพราะเราก็ไม่รู้ว่า
เขาจะไปเมื่อไร"


จะพาลูกไปขี่ม้าบำบัดที่ใหนดี

            แคมป์ขี้ม้าและศูนย์กีฬาแห่งแม่น้ำแคว  โทร.  034-512-733  และ  034-624-675
            กองกำกับการ 4 (ตำรวจม้า) บก. ตปพ.  โดยที่นี่เคยสอนให้คุณพุ่ม เจนเซน ด้วยค่ะ  ปัจจุบันเปิดให้บริการฟรีแก่น้องๆ ที่สมาธิสั้น
            ทุกวันอังคาร  ตั้งแต่ 9.00 - 12.00 น.
            ชมรมบ้านสุขภาพ ของ ดร. รสสุคนธ์  พุ่มพันธุ์วงศ์  โทร. 038-880678
            คณะสัตว์แพทย์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่  ซึ่งทำงานร่วมกับภาควิชากายภาพบำบัด  เปิดให้เด็กพิเศษมาขี่ม้าบำบัดกันทุกวันเสาร์  
            ตั้งแต่เวลา 7.00 น. มีทั้งอาจารย์และนักศึกษามาเป็นอาสาสมัครในการทำกิจกรรมนี้ ค่ะ

    
            และคุณแม่ก็ไม่ต้องกลัวว่าน้องๆ จะได้รับอันตรายนะคะ  เพราะม้าที่ขี่เป็นม้าตัวเล็กค่ะ   ซึ่งก็หวังว่าจะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับ
คุณ moomdeedee สุดท้ายนี้ ขอให้คุณ moomdeedee ลุกขึ้นยืนด้วยตนเองได้อย่างสง่างาม  และมั่นคง  แข็งแรง  นะคะ  
จะขอเป็นอีกหนึ่งกำลังใจด้วยค่ะ

ข้อมูลจาก Health Holistic
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,116



« ตอบ #1 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 21, 2009, 15:25:34 »



ตั้งกระทู้ตรงนี้ก็ได้ค่ะ
ให้กำลังใจคุณ momdeedee  smile
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

replaytv2
Newbie
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2

http://www.okawis.com


เว็บไซต์
« ตอบ #2 เมื่อ: เมษายน 28, 2010, 09:42:32 »


ขอบคุณมากครับ สำหรับความรู้ดีดี

http://lovepoemja.buddhismdenmark.com
http://lovesaytou.buddhismczechrepublic.com
http://okawis5.buddhismcroatia.com
http://okawis4.buddhismcostarica.com
http://lovingyou.buddhismchinese.com
http://madootvgun.buddhismcanada.net
http://okawis3.buddhismbrunei.com
http://rabbitmaang.buddhismbrazil.com
http://loverabbit.buddhismbhutan.com
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

arraikornkun
Newbie
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1


« ตอบ #3 เมื่อ: เมษายน 29, 2010, 15:22:14 »


ขอบคุณเช่นกันครับ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

tvback
Newbie
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1


เว็บไซต์
« ตอบ #4 เมื่อ: พฤษภาคม 09, 2010, 19:14:24 »


  ขอบคุณนะครับ สำหรับข้อมูล  มือตบ-Yellow
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

หน้า: [1]
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
    กระโดดไป:  



    SimplePortal 2.3.3 © 2008-2010, SimplePortal