ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
เมษายน 19, 2014, 06:53:29
93,849 กระทู้ ใน 7,616 หัวข้อ โดย 9,091 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: xztwz157
::Arunsawat ::อรุณสวัสดิ์ ::  |  อรุณสาระ : บุคคลทั่วไปกรุณาสมัครสมาชิกก่อนโพสท์  |  ระเบียงรมณีย์  |  ชาสมุนไพรจากใบตำลึง 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้ « หน้าที่แล้ว ต่อไป »
หน้า: [1]
ผู้เขียน หัวข้อ: ชาสมุนไพรจากใบตำลึง  (อ่าน 4928 ครั้ง)
To be strong
บุคคลทั่วไป
« เมื่อ: มกราคม 14, 2009, 20:07:03 »


          ประโยชน์ของตำลึงนอกจากจะปลูกเป็น "ผักสวนครัว รั้วกินได้" ให้เรานำมาปรุงอาหารรับประทานได้
หลากหลายเมนูตามที่ป้าเสลาได้เคยนำเสนอไปแล้วนั้น  ตำลึงยังมีคุณสมบัติในเชิงยาสมุนไพร  ทั้งในส่วนของใบ ยอด ผลอ่อน
ราก  การรับประทานตำลึงเป็นประจำนอกจากจะช่วยให้ร่างกายได้รับวิตามินเอ  ซึ่งช่วยในการบำรุงรักษาสายตาแล้ว ตำลึงยังมี
ฤทธิ์ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด  และช่วยเสริมส่งการมีสุขภาพดีอีกหลายอย่างเชียวค่ะ

         โดยปกติตำลึง หรือที่มีชื่อเรียกแตกต่างกันไปในแต่ละภูมิภาคว่า "ผักแคบ" (ภาคเหนือ)  "แคเด๊าะ" (กะเหรี่ยง)
หรือ "ผักสี่บาท" (ภาคกลางบางท้องถิ่น)  มีฤทธิ์ในการช่วยย่อยแป้งได้ดีอยู่แล้ว  จึงเหมาะในการนำมารับประทานเป็นประจำ  
เพื่อช่วยลดอาการแน่นท้อง  ท้องอืด  อันเนื่องจากอาหารไม่ย่อย  นอกจากนี้ ใบตำลึงยังมีสรรพคุณสำคัญช่วยในการขับสารพิษ
ตกค้างที่เกิดจากการรับประทานอาหารออกจากร่างกาย  ทั้งในส่วนของลำไส้  หรือกระเพาะอาหารได้ด้วย  โดยมีข้อแม้ว่า
ต้องรับประทานเป็นใบตำลึงสดๆ หรือน้ำคั้นสดจากใบตำลึงนะคะ  จึงจะช่วยให้ร่างกายได้รับสรรพคุณข้อนี้ได้อย่างเต็มที่  
เนื่องจากน้ำย่อยและเอนไซน์ภายในใบตำลึงจะถูกทำลายได้ง่ายหากได้รับความร้อนในอุณหภูมิที่สูง

          แต่สำหรับใครที่ไม่นิยมการทานใบตำลึงสดๆ แบบนั้น  เรายังสามารถนำใบตำลึงมาประยุกต์ทำเป็นชาได้เช่นกัน  ถึงแม้
สรรพคุณในเรื่องการล้างพิษจะลดน้อยลงไป  แต่ก็ยังคงไว้ซึ่งคุณค่าของวิตามิน  แคลเซียม  และช่วยให้ระบบการขับถ่ายของเรา
ทำงานได้อย่างเป็นปกติ  มีขึ้นตอนการทำง่ายๆ ดังนี้ค่ะ

          การทำชาสมุนไพรจากใบตำลึงให้ใช้อัตราส่วนของน้ำต่อตำลึงเท่ากับ 2 : 1  และใช้เวลาในการต้มไม่เกิน 10 นาทีเท่านั้น  
ไม่ควรนานกว่านี้  เพื่อไม่ให้คุณค่าที่ได้ถูกความร้อนทำลายหมดสิ้นไป  (การทำยาต้มมีหลายวิธี  อีกวิธีหนึ่งที่น่าจะคุ้นหูกันดีคือ
การเคี่ยว  ซึ่งจะใช้น้ำ 3 ส่วน  เคี่ยวจนเหลือน้ำเพียง 1 ส่วน  หรือต้มนานตามที่ตำรายาระบุไว้  สำหรับการทำชาสมุนไพรจากใบตำลึง  
ขอแนะนำให้ต้มนานประมาณ 10 - 15 นาทีค่ะ)  อย่างไรก็ดีเมื่อต้มนานจนครบกำหนดเวลาแล้ว  เรายังสามารถแช่ใบตำลึงทิ้งไว้
ในน้ำชาได้  แม้คุณค่าทางสารอาหารจะลดน้อยลงเนื่องจากความร้อน  แต่ใบตำลึงซึ่งมีสถานะเป็นผัก  สามารถรับประทานได้เป็น
ปกติอยู่แล้ว  ก็จะไม่ก่อให้เกิดสารพิษใดๆ อันเป็นอันตรายต่อผู้ทาน  (หากเป็นพืชสมุนไพรบางชนิดจะไม่สามารถใช้วิธีนี้ได้  
เนื่องจากสารพิษบางอย่างซึ่งไม่เป็นที่ต้องการจะละลายออกมา)

         สำหรับน้ำชาสมุนไพรที่ได้นี้  เราจะนำมาดื่มเลย  หรือจะนำไปแช่เย็นเก็บไว้ดื่มในครั้งต่อๆ ไปก็ได้  ผู้ที่ปวดท้อง  
เป็นโรคกระเพาะ  หรือเป็นแผลในกระเพาะอาหาร  ก็สามารถดื่มได้เช่นกันค่ะ

         ตำลึงเป็นไม้เลื้อยปลูกง่าย  หน้าตาน่ารักน่าเอ็นดู  นอกจากจะใช้ปลูกเป็นรั้วรายรอบบ้านได้แล้ว  เรายังสามารถนำตำลึง
มาปลูกเป็นไม้ประดับเพื่อให้บ้านมีความสวยงามน่ารักแบบไทยๆ ได้อีกด้วย  ที่สำคัญคือตำลึงเป็นไม้โตเร็ว  สามารถเด็ดมา
รับประทานได้ตลอดทั้งปี  และยิ่งเด็ดบ่อยเท่าไหร่  ตำลึงก็ยิ่งผลิยอดใหม่ออกมาเป็นทวีคูณมากขึ้นเท่านั้น  เรียกได้ว่าปลูกตำลึง
เพียงครั้งเดียว  แต่คุ้มค่าไปตลอดทั้งปีเลยจริงๆ ค่ะ  


ข้อมูลจาก  Health Holistic
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
    กระโดดไป:  



    SimplePortal 2.3.3 © 2008-2010, SimplePortal