ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ตุลาคม 24, 2014, 04:14:50
94,535 กระทู้ ใน 7,743 หัวข้อ โดย 9,177 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: nIchanart77
::Arunsawat ::อรุณสวัสดิ์ ::  |  สบาย สบายสไตล์อรุณสวัสดิ์ : บุคคลทั่วไปกรุณาสมัครสมาชิกก่อนโพสท์  |  สโมสรอรุณสวัสดิ์  |  บ้าน-สวนอรุณสวัสดิ์  |  ดอกลิ้นมังกร-ต้นลิ้นมังกร 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้ « หน้าที่แล้ว ต่อไป »
หน้า: [1]
ผู้เขียน หัวข้อ: ดอกลิ้นมังกร-ต้นลิ้นมังกร  (อ่าน 43492 ครั้ง)
เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,207



« เมื่อ: พฤศจิกายน 29, 2008, 05:57:40 »


ชื่อ ลิ้นมังกร   หลายคนอาจไม่รู้จัก
แต่พอเห็นภาพแล้วคงต้องร้องอ๋อทันที   เพราะเห็นอยู่ทั่วไป

... ต้นลิ้นมังกร

ชื่อสามัญ  Mother - in - law's Tongue
ชื่อวิทยาศาสตร์  Sancivieria..
ตระกูล AGAVACEAE

ถิ่นกำเนิด  แถบทวีปยุโรปและอเมริกาเหนือ

 


ลิ้นมังกรเป็นไม้ประดับที่มีความหลากหลายของสายพันธุ์มาก
สามารถปลูกได้ทั้งภายในอาคารบ้านเรือนและกลางแจ้ง

นอกจากความสวยงามของลิ้นมังกรที่มีความหลากหลาย
และเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของแต่ละสายพันธุ์




มีก้านดอกซึ่งประกอบด้วยกลุ่มดอกป็นชั้น ๆ
ลักษณะดอกมีขนาดเล็ก ออเรียงกันเป็นแนวตามชั้นของก้านดอก
ดอกมีสีขาวมีกลีบประมาณ 5 กลีบ ขนาดดอกบานเต็มที่ 2 เซนติเมตร
ส่วนลักษณะขนาดใบ และสีสรร จะแตกต่างกันไปตามชนิดพันธุ์

ลิ้นมังกรมีประโยชน์ด้านสมุนไพร
คือใบของลิ้นมังกรมีรสขม มีสรรพคุณแก้อาการเจ็บคอ
บำรุงปอด แก้โรคติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจส่วนบน

ใบใช้ตำหรือขยี้แล้วนำไปทาหรือพอกบริเวณแผลที่อักเสบ
ช่วยให้อาการทุเลาลงได้



ลิ้นมังกรนาคราช (แคระ)

คนไทยโบราณเชื่อว่า บ้านใดปลูกต้นลิ้นมังกรไว้ประจำบ้าน
จะช่วยป้องกันอันตรายจากภายนอกได้
พราะลิ้นมังกร บางคนเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าหอกพระอินทร์
ซึ่งเป็นอาวุธชนิดหนึ่งของพระอินทร์
ที่ใช้ในการต่อสู้และปกป้องศัตรูจากภายนอก
ดังนั้นลิ้นมังกรจึงเป็นไม้ที่มีความศักดิ์สิทธิ์
เพราะเป็นไม้ที่มีความสำคัญของพระอินทร์ในสมัยพุทธกาล



นอกจากนี้ลิ้นมังกรยังเป็นไม้ประดับประเภทหนึ่ง
ที่มีคุณสมบัติช่วยฟอกอากาศบริเวณรอบ ๆ ให้มีคุณภาพมากขึ้น





ลิ้นมังกรด่าง(แคระ)



การดูแลทั่วๆไป

แสง   ต้องการแสงแดดปานกลาง จนถึงแสงแดดจัด หรือกลางแจ้ง
น้ำ     ต้องการปริมาณน้ำปานกลาง ควรให้น้ำ 5-7 วัน/ครั้ง
ดิน     ดินร่วนซุย
ปุ๋ย     ใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก อัตรา 0.5-1 กิโลกรัม/กอ ใส่ปีละ 4-5 ครั้ง
การขยายพันธ์   แยกหน่อหรือตัดชำใบ
โรคและแมลง   ไม่ค่อยพบโรคและแมลงที่ก่อให้เกิดปัญหา



*********************





(ข้อมูลจาก www3.kmitl.ac.th, www.dailynews.co.th,
www.maipradabonline.com, ภาพจาก internet)
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,207



« ตอบ #1 เมื่อ: พฤศจิกายน 29, 2008, 07:08:11 »



...
ดอกลิ้นมังกร

มีชื่อเรียกสามัญว่า “Snapdragon”
และมีชื่อเรียกทางวิทยาศาสตร์ว่า
 “Habenaria rhodocheila”
เป็นพันธุ์ไม้ดอกล้มลุกชนิดหนึ่ง
ที่มีช่อดอกงาม มีสีสันมากมาย
เป็นพันธุ์ไม้ในตระกูล Foxglove
หรือ Family Sctrphulariaceaen

...

...

ชื่อวิทยาศาสตร์นั้น มาจากคำว่า anti
แปลว่าคล้าย หรือเหมือน
ส่วนคำว่า rhin แปลว่าจมูก
ซึ่งหมายถึงรูปร่างของดอกที่คล้ายจมูก
เป็นพันธุ์ไม้ป่าที่ขึ้นอยู่ในอเมริกาเหนือและยุโรป
ในถิ่นที่มีอากาศหนาว (Antirrthinum majus)
ซึ่งเป็นลิ้นมังกรชนิดหนึ่ง
ที่กลายเป็นไม้ยืนต้น (Perennial)
แต่โดยทั่วๆไปแล้วส่วนมาก
เป็นพันธุ์ไม้ล้มลุกทั้งสิ้น




ลักษณะทั่วไป




...
ลิ้นมังกรนั้นมีหลากหลายชนิด
ตามลักษณะสีสันของดอก
ลิ้นมังกรมีดอก 2 ชนิดคือ
พวกแรกมีลักษณะ snapping
คือถ้าบีบข้างดอก กลีบบนและล่าง
จะแยกออกจากกัน
คล้ายเวลาเราบีบแก้มเด็ก เด็กจะอ้าปาก
ซึ่งเป็นที่มาของชื่อสามัญว่า
Snapdragon
ดอกชนิดนี้เรียกว่า ดอกมาตรฐาน
หรือ standard


อีกพวกหนึ่งมีกลีบดอกแบนกว้างเห็นคอดอกชัดเจน
ดอกใหญ่บานได้นานแต่ไม่มีลักษณะ snapping
ทำให้ไม่สมชื่อ
ดอกชนิดหลังนี้เรียกว่า ดอกแบบอเซเลีย (Azalea flowered)
หรือดอกแบบผีเสื้อ



ลิ้นมังกร 'Double Azalea Apricot' 


เราแบ่งประเภทของลิ้นมังกรตามขนาดสูงของต้นจะแบ่งได้ดังนี้

1. พวกต้นเตี้ยหรือแคระ (dwarf) ต้นสูง 6-12 นิ้ว
ใช้เป็นไม้ดอกปลูกตามขอบแปลงหรือปลูกในแปลงได้ดีมาก
ต้นหนึ่งประมาณ 20-25 ช่อเล็กๆ เช่น พันธุ์ Floral Carpet
มีดอกแบบ standard ต่อมามีการปรับปรุงพันธุ์ได้พันธุ์ Floral Showers
มีสีต่างๆและบานได้พร้อมๆกัน ช่อดอกยาวประมาณ 6-8 นิ้ว
ต้นสูง 8-10 นิ้ว,

พันธุ์ Silks ให้ดอกเร็วกว่าและเมล็ดราคาถูกกว่า Floral Carpet
ช่อดอกยาว 6-8 นิ้ว ต้นสูง 8-10 นิ้ว,

นอกจากนี้ก็มีพันธุ์ Tom Thumb, Little Gem, Pixie และ Tahiti เป็นต้น
               
2. พวกกึ่งเตี้ย (semi dwarf) สูง 12-14 นิ้ว ช่อดอกเหมาะสำหรับปักแจกัน
การปลูกไม่ต้องค้ำต้น
พันธุ์ไม้จำพวกนี้เช่น Little Darling มีดอกชนิด butterfly,
พันธุ์ Sweetheart มีดอกชนิด butterfly เช่นเดียวกัน,
Princess White with Purple Eye มีดอกแบบ standard
ช่อดอกยาว 6 นิ้ว ให้ดอก 2 สีคือ
กลีบดอกขาวมีปากสีม่วงสด ต้นสูง 14-16 นิ้ว
ผู้สร้างพันธุ์คือ Akio Atoh แห่งบริษัท Takii
ลักษณะดอกแปรผันตามสภาพอากาศที่ปลูก บางครั้งมีต้นเตี้ยมาก

3. พวกสูงปานกลาง (medium tall) ต้นสูง 18-24 นิ้ว
เป็นพันธุ์ไม้ที่นิยมปลูกในสวน ถ้าที่ปลูกไม่มีลมแรงก็ไม่จำเป็นต้องใช้ไม้ค้ำต้น
พันธุ์ไม้เช่น Coronette มีดอกแบบ standard ช่อยาว
ก้านหนา มี 9 สี ต้านทานโรคราสนิมได้ดี โดยเฉพาะสีขาว
สีบรอนซ์และสีแดงลูกเชอรี่,

Bright Butterflies ใช้เป็นไม้ตัดดอกได้ดี,
Cinderella ดอกแบบ standard มีสีสดต่างๆ ต้นหนี่งให้ดอก 10-20 ช่อ

4. พวกต้นสูง (tall) ต้นสูง 30-40 นิ้ว การปลูกต้องใช้ไม้ค้ำต้น
นำไปใช้เป็นไม้ตัดดอกหรือปลูกตรงกลางแปลงใหญ่
และใช้พันธุ์เตี้ยปลูกถัดออกมาจนถึงขอบแปลงได้สวยดี

พันธุ์ไม้ต่างๆเช่น Wedding Bells ดอกเป็นแบบ butterfly ความสูง 33 นิ้ว,
Madame Butterfly สูง 30 นิ้ว มีดอกแบบ butterfly
ขนาดใหญ่ดอกไม้ร่วงง่าย ใช้เป็นไม้ตัดดอกได้ดีมาก,
Rocket มีดอกแบบ standard มีสีต่างๆ ต้นแข็งแรง
ทำเป็นไม้ตัดดอกหรือปลูกไว้ข้างหลังได้ดี,


ลิ้นมังกร 'Calima Pure' White

พวกดอกไม้ซ้อนได้แก่ ชุด Double Supreme ได้แก่ Crimson Supreme มีสีแดง,
Super Jet สีเหลืองสด, White Supreme สีขาว, Vanguard สีชมพู มีเรื่อเหลือที่ปาก 



ลิ้นมังกร Brazilian 'บลูฮาวาย'

ลิ้นมังกร ควรปลูกในดินที่เป็นดินดี ระบายน้ำได้ดี
และที่ปลูกควรมีแดดจัด แต่ไม่มีลมแรง มิฉะนั้นช่อดอกจะหักง่าย
ลิ้นมังกรต้องการอากาศที่เย็น ถ้าอากาศเย็นไม่พอจะได้ช่อดอกสั้น
และจำนวนดอกในช่อน้อย



เช่นอากาศในเชียงใหม่ ยิ่งถ้าปลูกบนดอยแล้ว ลิ้นมังกรจะให้ช่อดอกยาวและสีสด
สวยกว่าปลูกในตัวเมืองเชียงใหม่
จึงควรปลูกให้ดอกบานในฤดูหนาวเท่านั้น
ถ้าเด็ดยอดจะทำให้ต้นแตกข้าง ให้ช่อดอกมากขึ้น
แต่มีขนาดเล็กและสั้นกว่าเมื่อไม่เด็ดยอด

การรดน้ำควรให้ที่โคนต้นเท่านั้น ไม่ควรให้เปียกใบ
เพราะจะทำให้เป็นโรคได้ง่าย
ถ้าจะใช้เป็นไม้ตัดดอก ให้ตัดเมื่อดอกล่างบานได้ 6-10 ดอก
ถ้าตัดเร็วไป ดอกที่บานทีหลังจะมีขนาดเล็กและสีไม่สวย

ถ้าตัดช้าไปดอกล่างจะเหี่ยวก่อนดอกบนบานหมด
เมื่อตัดแล้วให้วางช่อดอกตั้งขึ้นโดยตลอด
ถ้าวางนอนปลายช่อจะโค้งงอขึ้นและไม่คืนอีก

พวกต้นสูง ต้องใช้วัสดุค้ำต้นและช่อดอก
ถ้าใช้ปลูกประดับแล้วเห็นวัสดุค้ำต้น เช่น ไม้ไผ่หรือเชือกตาข่ายจะดูขัดตา
แม้จะทาสีไม้คำด้วยสีเขียวให้กลืนไปกับสีต้นและใบก็ไม่ได้ช่วยให้ดีขึ้นเท่าไรนัก
พวกต้นสูงจึงเหมาะเป็นไม้ตัดดอกมากกว่า


               ดินที่เหมาะสม  :   ดินร่วนซุย
               ชนิดปุ๋ย  :   ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก     สูตรปุ๋ย  :   0.5-1 กก./กอ


การขยายพันธุ์
การขยายพันธุ์สำหรับพันธุ์ไม้ล้มลุกทั่วๆไปคือใช้เมล็ดเพาะ
โดยใช้เมล็ดลิ้นมังกรเพาะในกระบะ ที่มีดินเพาะหรือ (Media) ที่ละเอียด
ระบายน้ำได้ดี และมีความชื้นสูง

เมื่อเมล็ดงอกเป็นต้นกล้าสูงประมาณ 1 นิ้ว ก็แยกออกจากกระบะเพาะมาชำในแปลง
ให้ห่างกันต้นละ 2 นิ้ว เมื่อกล้าสูง 3 นิ้ว
ถ้าต้นไหนสูงชลูดก็ให้เด็ดยอดทิ้ง ให้แตกตาเป็นพุ่ม
เมื่อต้นสูง 4-5 นิ้วแข็งแรงดีแล้ว จึงแยกไปปลูกในแปลงกลางแจ้งที่เตรียมไว้
ปลูกแล้วทำร่มบังแดดให้ก่อนในระยะแรกๆ
โดยใช้ระยะปลูกระหว่างต้นตามขนาดและพันธุ์ของลิ้นมังกร
เช่นพันธุ์สูง ปลูกห่างกันไว้ 18 นิ้ว ขนาดกลาง ระยะ 1 นิ้ว
เมื่อต้นตั้งตัวได้แล้วประมาณ 5 วัน ให้เริ่มให้ปุ๋ยน้ำอ่อนๆรด

เมื่อต้นโตสูง 18 นิ้ว ใกล้จะออกดอก จึงให้ปุ๋ยผสม
เมื่อออกดอกแล้ว จึงงดให้ปุ๋ย
ในเมืองไทยนิยมปลูกกันมากในภาคเหนือ ที่เชียงใหม่
โดยเฉพาะที่วิทยาลัยเกษตรกรรมแม่โจ้


(ข้อมูลจาก www3.kmitl.ac.th, www.dailynews.co.th,
www.maipradabonline.com)
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
    กระโดดไป:  



    SimplePortal 2.3.3 © 2008-2010, SimplePortal