ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ตุลาคม 23, 2014, 10:00:45
94,533 กระทู้ ใน 7,743 หัวข้อ โดย 9,177 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: nIchanart77
::Arunsawat ::อรุณสวัสดิ์ ::  |  สบาย สบายสไตล์อรุณสวัสดิ์ : บุคคลทั่วไปกรุณาสมัครสมาชิกก่อนโพสท์  |  สโมสรอรุณสวัสดิ์  |  บ้าน-สวนอรุณสวัสดิ์  |  "หมาไทยไร้ขน" (Siamese Hairless dog) 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้ « หน้าที่แล้ว ต่อไป »
หน้า: [1]
ผู้เขียน หัวข้อ: "หมาไทยไร้ขน" (Siamese Hairless dog)  (อ่าน 11308 ครั้ง)
เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,207



« เมื่อ: พฤศจิกายน 27, 2008, 07:45:36 »



'ตูบ'สายพันธุ์ไทย...ไร้ขน
นิสัยใจกล้า ดุ ว่องไว เชื่อฟังผู้เป็นนาย

(บทความจากไทยรัฐ 25 พ.ย. 51)

เมื่อแฟชั่น “กระเตงหมา” ไปไหนด้วย เริ่มกลับ มาฮิต
ทำให้ฟาร์มหลายแห่งที่เกือบ “ปิดคอก”
บรรยากาศกลับมาคึกคักกันอีกครั้ง
โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนดังอย่าง นายบารัก โอบามา
ว่าที่ ประธานาธิบดีผิวสีคนแรกของสหรัฐอเมริกา
วุ่นวายอยู่กับการหา “เจ้าตูบ” ให้ลูกสาวสุดเลิฟ
“หลายชีวิต” จึงขอนำมาสะกิด แกะเกา เล่าสู่กันฟัง...





ว่าที่...ผู้นำประเทศมหาอำนาจ ซึ่งจะเข้ารับตำแหน่ง
ในวันที่ 20 มกราคมปีหน้าซะอย่าง
จะหาพันธุ์ดีเลิศ ราคา แพงซักแค่ไหนก็ได้ มันเป็นเรื่อง “จิ๊บๆ”
แต่มันติดอยู่ที่ แม่หนูมาเลีย และซาชา ธิดาคนดัง
ดันมีอาการ “แพ้ขนสัตว์” ก็เลยเป็นเรื่อง “ใหญ่ยกกำลังสอง” ไปโดยปริยาย.....

... ฉะนี้....สมาคมคนรักสุนัขพันธุ์ไร้ขน 'เปรู'
จึงเสนอมอบสุนัขประจำชาติ
ที่มีลักษณะเด่นก็คือไม่มีขน
แล้วก็อย่าพึ่งเข้าใจผิดไปว่า
เป็น “หมากะทิ” อย่างที่เห็นในบ้านเราเชียว
โดย “น้องหมา” ที่ว่ามีอายุ 4 เดือน
แถมใบรับรองสายพันธุ์มาด้วย
ซึ่งถ้านำไปวิ่งเคียงข้างแม่หนูทั้งสอง
ทางสมาคมฯรับรอง “เด็ดๆ” ว่า
จะไม่ทำให้เป็นภูมิแพ้
อีกทั้งมันก็แสนนิสัยดี เป็นมิตรกับคน


...ในอดีต สายพันธุ์ดังกล่าวเป็นสุนัขยอดนิยม
ของ กษัตริย์ชาวอินคา เมื่อ 3,000 ปีก่อน
เคยมีรูปภาพปรากฏในเครื่องกระเบื้องเคลือบยุคก่อนสเปนเข้าไปยึดครอง
ชาวเปรูมีความเชื่อว่า สุนัขพันธุ์นี้อุณหภูมิร่างกายสูงกว่าสุนัขทั่วไป
เป็นการชดเชยที่ “ไม่มีขน”...


ส่วนในบ้านเรา...มีสายพันธุ์ไร้ขนด้วยเช่นกัน
โดยมีถิ่นกำเนิดในเมืองไทย มีรูปร่างลักษณะ รวม
ทั้งอุปนิสัยเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตน
และมีอยู่คู่กันมาในยุคโบราณ แต่ไม่ได้รับความสนใจเท่าที่ควร
จนกระทั่งเกือบสูญพันธุ์ไป และกลายเป็นสิ่งหายาก...


หมาไทยไร้ขน (Siamese Hairless dog) ไม่ใช่หมาขี้เรื้อน
แต่เป็นหมาที่สืบเผ่าพันธุ์มานานแล้วหลายร้อยปี
มีถิ่นกำเนิดอยู่ในภาคอีสาน แถบจังหวัด ขอนแก่น และ นครราชสีมา
ปัจจุบันพบเห็นไม่กี่ตัวเท่านั้น อีกทั้งยังไม่ทราบแน่ชัดว่า
เกิดจากการถ่ายทอด ยีนส์สืบเชื้อสายหมาไร้ขนต่างประเทศ
หรือว่าเกิดจากการกลายยีนส์

...อุปนิสัย จะ เชื่อฟังเจ้าของมาก ใจกล้า ดุ ว่องไว ปราดเปรียว
มีความเชื่อมั่นในตัวเอง สายเลือด นักสู้ ชอบนอนที่สูง
กระโดดข้ามรั้วขนาดความสูง 1.5 เมตรได้อย่างสบาย
กินอยู่ง่าย เหมือนหมาไทยทั่วไป
แต่ควรเลี้ยงกับดินถ้าไม่ห่วงเรื่องสีผิวหนัง
ซึ่งหาก “ผิวโดนแดดมากจะคล้ำออกม่วงดำ”
ส่วนตัวไหนถูกจำกัดพื้นที่ไม่ให้ออกมา “อาบแดด” ผิวจะเป็นสีม่วงเผือก



ส่วนรูปร่างลักษณะ
มี หน้า เล็กสั้น ตา กลมเล็ก สีน้ำตาลอมดำ
มีแววของความเด็ดเดี่ยวเชื่อมั่น จมูก เล็ก มี หนวดหนู
และ ไฝใต้คาง หูตั้ง

ลำตัว เพศผู้จะเห็นกล้ามเนื้อลอนจับแน่น
โดยเฉพาะขาหลังมั่นคงมาก
ตัวเมียเรียบเนียนนุ่มหนังปกคลุมเรียบไปหมด
มีลอนกล้ามเนื้อเห็นได้น้อยมาก อก ค่อนข้างแคบ
เล็กแบบหมาไทยสมส่วนขนาดเล็ก

ผิว-ขน ตัวผู้ไร้ขน 100 เปอร์เซ็นต์
ตัวเมียมีขนอุยเล็กน้อยติดผิวหนังที่โคนขา
ผิวเป็นริ้วรอยเป็นแผลง่ายเพราะไม่มีขนป้องกัน
ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงอากาศเปลี่ยน

หาง ตั้งชี้เป็นหางหลาวโคนใหญ่หนา

...ตัวผู้มีนิสัย “เจ้าชู้” เป็น “นักรักตัวฉกาจ” ชอบแสดงอาณาเขต...

และสาเหตุที่เจ้า “ตูบสายเลือดไทย” มีประชากร ลดน้อยถอยลง
จน 'หมิ่นเหม่ต่อการสูญพันธุ์' ก็เป็นเพราะว่าในช่วงระยะหลังๆ
คนไทยเริ่มหันเหความสนใจ
อีกทั้งนิยมเลี้ยงสายพันธุ์อิมพอร์ตกันมากขึ้น
แล้วปล่อยให้หมาไทยแท้วิ่งหากิน
ซ้ำร้ายบางตัวถูกนำไปปล่อย 'ทิ้งตามยถากรรม'
ยิ่งธรรมชาติพวกมันมีนิสัย “พบรักง่าย”
ไม่ว่าจะตามท้องถนน ตรอก ซอก ซอย
แม้จะต่างสายพันธุ์ก็ยัง “สามารถ...”

ผลสุดท้ายจึงทำให้เผ่าพันธุ์ที่สืบทอดออกมา
กลับกลายเป็น “หมาพันทาง” อย่างที่เราเห็นอยู่ทั่วไปอย่างทุกวันนี้


**************





หมาไทยไร้ขน(หาได้ยากมากตอนนี้ในประเทศไทย)
สมัยก่อนว่ากันที่ 300000 บาทต่อตัว

(ภาพจาก www.tammahakin.com)


หมาไทยพันธ์แท้(ข้อมูลภาพจาก www.baanjomyut.com)













แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
    กระโดดไป:  



    SimplePortal 2.3.3 © 2008-2010, SimplePortal