ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ตุลาคม 21, 2014, 22:07:40
94,533 กระทู้ ใน 7,743 หัวข้อ โดย 9,177 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: nIchanart77
::Arunsawat ::อรุณสวัสดิ์ ::  |  อรุณสาระ : บุคคลทั่วไปกรุณาสมัครสมาชิกก่อนโพสท์  |  เรียนรู้นอกห้องเรียน  |  ภาษาใต้ วันละคำสองคำ 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้ « หน้าที่แล้ว ต่อไป »
หน้า: [1] 2 3 ... 5
ผู้เขียน หัวข้อ: ภาษาใต้ วันละคำสองคำ  (อ่าน 77002 ครั้ง)
Falco
บุคคลทั่วไป
« เมื่อ: ตุลาคม 26, 2008, 18:01:06 »







ที่ตั้งกระทู้นี้ก็เพราะ เป็นคนใต้
แต่รู้สึกว่า ยังไม่ถึงใต้เท่าไหร่ และมีภาษา
ภาคบ้านตัวเอง ที่ยังไม่รู้ ไม่เคยได้ยินอีกเยอะ

แล้วก็ส่วนตัวคิดว่า การเรียนภาษาของเพื่อนบ้าน
ของต่างถิ่น รู้ไว้ มีแต่ได้ กับ ได้ ไม่มีเสีย
และก็ยินดี ที่จะได้รู้คำทางอีสาน หรือคำทางเหนือ
หรือ ถิ่นอื่นๆ ที่มีภาษา หรือคำ ที่ท้องถิ่นนั้นใช้กัน


แม้แต่อยู่ที่นี่ นอกจากภาษาราชการหลายภาษาแล้ว
ภาษาท้องถิ่นก็มีอีกเพียบ ก็เรียนรู้ไปเรื่อยๆ ตามแต่จังหวะ
และโอกาส จะอำนวย...
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Falco
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #1 เมื่อ: ตุลาคม 26, 2008, 18:05:30 »


หลบบ้าน...สมัยมาเรียนกทม. ก็มีเพื่อน
ทางใต้พัทลุง สุราษฏร์ นครศรีธรรมราช....

โรงเรียนใกล้จะปิดเทอม เพื่อน สุราษฏร์ กับ พัทลุง แหลง กัน
มีเราร่วมด้วย เห็นถามกันว่า ล๊บบ้านม้าย??

ได้แต่นึกในใจว่า ทำไมต้องหลบบ้าน เอิ๊กก
เพราะแถวบ้าน เค้าเรียก กลับบ้าน....

ดีนะที่ไม่ตอบไปว่า ล๊บมั่ง ไม่ล๊บมั่ง....
fun

ส่วนคำว่า แหลง ที่แปลว่า พูด
แถวบ้าน ก็ใช้คำว่า พูด... คือแถวบ้านเอ็นจอย
ดั้งเดิม จะเป็นหมู่บ้านคนจีนไหหลำ....เยอะมาก



  fun มือตบ-Yellow

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
de lion
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #2 เมื่อ: ตุลาคม 26, 2008, 23:31:47 »


ปลาแป้งแดง


ปลาแป้งแดง เป็นการถนอมอาหารวิธีหนึ่ง ใช้ปลากระดูกอ่อน ๆ เช่น ปลาโคบ และปลาแมว เป็นต้น เอามาขอดเกล็ด ควักเอาขี้ออก ผ่าหลังล้างน้ำให้สะอาดแล้วนำมาคลุกกับเกลือและน้ำตาล ในอัตราส่วนที่เท่ากัน เพราะถ้าเกลือหรือน้ำตาลมากไป ปลาจะไม่เปรี้ยว เมื่อคลุกเคล้าเข้ากันแล้ว เก็บไว้ในไห ซึ่งใช้สำหรับหมักปิดฝาให้มิดชิด หมักไว้หนึ่งคืนแล้วนำมาคลุกกับข้าวเย็น ซึ่งผสมด้วยสีผสมอาหารสีแดงและสอดเข้าไปในส่วนที่ผ่า นำปลาลงไปหมักในไหอีกคร้งหนึ่ง ทิ้งไว้ 3-5วัน ก็นำไปปรุงอาหารได้ หลายวิธี เช่น ต้มกะทิ นึ่ง ทอด

เครื่องปรุง
1. ปลาแป้งแดง
2. มะพร้าว
3. หอมใหญ่
4. ตะไคร้
5. พริกชี้ฟ้าแดง
6. น้ำปลา
7. น้ำตาล


วิธีปรุง
1. มะพร้าวคั้นเอากะทิใส่ถ้วยไว้
2. กะทิที่เหลือใส่หม้อตั้งไฟให้แตกมัน
3. หั่นหอมใหญ่ ตะไคร้ พริกชี้ฟ้าแดง
4. เอาเครื่องทั้งหมดใส่หม้อกะทิที่แตกมันใส่ปลาแป้งแดง
5. เหยาะน้ำปลา น้ำตาล
6. จากนั้นก็ใส่หัวกะทิพอเดือดก็ยกลง

มีแถมภาษาปักษ์ใต้ (แถวๆระโนด-สงขลา)

บทกลอนที่พรรณา ถึงอาหารชาวใต้ ที่เรียกว่าปลาแป้งแดง
บทความนี้ไม่เหมาะกับคนที่อยู่แดนไกล อ่านแล้วอาจน้ำลายใหล...ช่วยไม่ได้   

ขอนำบทกลอนของ"แมวคราว" มาบรรยายในวันนี้เพื่อจะอธิบายเรื่องบางเรื่อง ซึ่งเป็นอาหารปักษ์ใต้ คนภาคอื่นไม่ค่อยได้รู้จักและลิ้มรส

"..ฮาโรย...เนือย..."
โดย (แมวคราว =แมวตัวผู้วัยฉกรรจ์=แมวกำลังห้าวหาญ)

หลบถึงเรินเดินเรื่อยพี่เนือยข้าว
ถามน้องสาวยังไหรให้กินมั่ง
คั่วลูกคลักหรือว่าเจี้ยนปลาลัง
สุกแล้วยังคนดีชาติพี่เนือย

นั่นไก่บ้านต้มขี้หมิ้นชาติกินหรอย       
ใส่ดีปลีหนวยน้อยต้มพอเปื่อย
แกงเทโพนึ่งปลาส้มต้มลูกเดือย
มันหายเหนื่อยเลยน้องเห็นของกิน

แกงสมรมต้มเนื้อยังเหลือม่าย
แรกวาบ่ายนั่งครดจนหมดสิ้น
แถมผัดเผ็ดหมูป่าท่าอิบิน
พอถูกลิ้นร้อนเร่าเข้าพริกไทย

แกงพุงปลาน่าเบื่อเหลือบานเบอะ
เทไปเถอะน้องรักค่อยหมักใหม่
นึ่งแป้งแดงสักถ้วยด้วยหวานใจ
พี่ช่วยฝานหัวไครใส่บูดู

อยากแกงส้มปลาช่อนตอนหัวค่ำ
น้องช่วยทำให้ทีมันขี้หนู
ทิ่มน้ำพริกครกใหญ่ใส่มันปู
เพียงแค่รู้สุขล้นจนอยากบิน

ลูกตอสดลูกเหรียงลูกเนียงนก         
ทั้งแบบหมกแบบดองของท้องถิ่น
ลูกเนียงเพาะฉุนจัดน่ากัดกิน
น้ำลายรินหลายหยดรดฝาชี

ลูกเขือพวงลูกตอเบาเอามาหน่อย       
ได้กินบ่อยดาษดื่นในพื้นที่
จำปาดะทุเรียนเทศล้วนเกรดดี
ออกทั้งปีเลยน้องของบ้านเรา

ลูกกำชำต้นใหญ่แผ่ใบดก
มีฝูงนกมาถี่ไม่มีเหงา
ลูกเป็นพวงม่วงคล้ำดำจนเงา
ในสวนเราผลไม้หลายอย่างมี

นั่นเสียงหมูขี้พร้าเวียนมาดุด        
แย่งลูกมุดสุกหล่นจนอึงมี่
กล้วยนางยาเครือใหญ่ดูให้ดี
แก่เต็มที่แขบตัดตอนก่อนค้างคาว

ทวยยายมันไต่ฝาน่าพองขน     
เข้าหน้าฝนฟ้าร้องแล้วน้องสาว                                           
พี่ยังนั่งเคี้ยวเอื้องเล่าเรื่องราว
เสียงอยากข้าวร้องโอย..ฮาโรยเนือย..
 



คำแปลครับ....
หลบ....กลับ
เริน..บ้าน.....
เนือย..หิว
ยังไหร..มีอะไร
คั่วลูกคลัก..คั่วลูกปลาตัวเล็กๆ
เจี้ยน...ทอด
ปลาลัง..ปลาชนิดหนึ่งคล้ายๆปลาทู
ชาติ...แหม..เป็นคล้ายๆคำอุทาน

ขี้หมิ้น..ขมิ้น
กินหรอย..กินอร่อย
ดีปลี..พริกขี้หนู
หนวย..หน่วยหรือลูก
ปลาส้ม..ปลาชนิดหนึ่งนำมาหมัก

แกงสมรม..แกงที่ใส่หลายๆอย่างปนกัน
แรก-วา..เมื่อวาน
นั่งครด...นั่งแทะ
ท่าอิบิน..ทำท่าจะบินหรือเหมือนจะบินด้วยความดีใจพอใจ


แกงพุงปลา..แกงไตปลา
นึ่งแป้งแดง..อาหารภูมิภาคชนิดหนึ่งนิยมใช้นึ่ง
หัวไคร..ตะไคร้ ใส่บูดู..น้ำบูดู

แกงส้ม..แกงเหลือง
มันขี้หนู..หัวมันหัวเล็กๆนิยมกินทางภาคใต้
ทิ่ม..ตำ มันปู..ไขมันของปูได้มาจากการเคี่ยวเป็นสีดำๆคล้ายมันกุ้ง
เพียงแค่รู้สุขล้นจนอยากบิน

ลูกตอ..สะตอ ลูกเหรียง..ผักท้องถิ่นทางใต้มีกลิ่นฉุน
ลูกเนียงนก..ลูกเนียงอีกแบบหนึ่งเป็นฝักรสฉุน
ลูกเนียงเพาะ...ลูกเนียงที่กำลังงอก..กลิ่นฉุนจัดกว่าลูกเนียงอ่อนๆ

ลูกเขือพวง..มะเขือพวง ลูกตอเบา..กระถิน
จำปาดะ..ลูกจำปาดะตระกูลขนุน
ลูกกำชำ..ไม้ผลยืนต้นชนิดหนึ่งลูกเป็นพวงเล็กๆรสหวาน
หมูขี้พร้า..หมูพันธ์พื้นเมืองทางภาคใต้
ดุด..คุ้ย..เช่นคุ้ยดินหาของกิน
ลูกมุด..มะมุด..ตระกูลเดียวกับมะม่วง.แต่เนื้อหยาบกลิ่นแรงกว่า
กล้วยนางยา..กล้วยนางพญา
แขบ..รีบ
ทวยยายมัน..แมงป่องตัวเล็กๆ
พองขน..สยดสยอง
เคี้ยวเอื้อง..อ้อยอิ่งเป็นการเปรียบเทียบครับ
ฮาโรย...คำอุทานของชาวใต้แถบๆสงขลาแสดงความอ่อนล้า..

จบแล้วครับ..ฮาโรยยยยย..เมื่อยยย..อิๆๆๆ

สาอยากข้าวร้องโอย..ฮาโรย..เนือย

ข้อมูลจาก
http://wisan.igetweb.com/index.php?mo=3&art=155142
http://www.nattakit.com
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
ดอกฟ้ากับหมาวัด
Sr. Member
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 395



« ตอบ #3 เมื่อ: ตุลาคม 27, 2008, 00:50:03 »


ดอกฟ้าฯ เพิ่งกลับจากภูเก็ตมาค่ะ

อยากถามลุงคำสิงห์ว่า ถั่วงอกดองต้นอวบๆ นี่ทางใต้เค้าเรียกว่าอะไร ชิมแล้วอร่อยมาก





ทานกับน้ำพริกกุ้งเสียบถ้วยนี้


แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Darine
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #4 เมื่อ: ตุลาคม 27, 2008, 01:18:23 »


ดูแล้วอยากกิน อยากหลบบ้าน :cry: :cry: :cry:
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
ดอกฟ้ากับหมาวัด
Sr. Member
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 395



« ตอบ #5 เมื่อ: ตุลาคม 27, 2008, 01:29:02 »


ดูแล้วอยากกิน อยากหลบบ้าน :cry: :cry: :cry:


โธ่...โถๆๆ

ขออภัยจริงๆ ที่ทำให้คิดถึงบ้าน :cry:


กำลังหาทางเพาะถั่วเนี่ย...แล้วเอามาดองเอง


ในกรุงเทพฯ หาซื้อไม่ได้ แต่น้ำพริกกุ้งเสียบพอทำเป็น เคยทำอยู่ครั้งนึง ไม่ยากค่ะ


ซื้อกุ้งเสียบตัวยาวๆมาจากหัวหิน


แต่อร่อยจริงๆนะคะ  ขอบอก....เอื๊อกก
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
dekdee
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,255


« ตอบ #6 เมื่อ: ตุลาคม 27, 2008, 06:51:53 »


   คุณคำสิงห์ หาข้อมูลมาได้เยี่ยมจริง ๆ

..วันนี้ผมมาเสนอคำว่า    ลองแล  ....
แล .. ปกติ หมายถึงดู  แต่ ลองแล .. หมายถึงทดลองทำ ทดลอง ทดสอบ หรือ ทำการเพื่อการทดสอบ
 umm
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
de lion
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #7 เมื่อ: ตุลาคม 27, 2008, 10:00:51 »


หัวข้อกระทู้ไม่ได้พิมพิ์ผิดหรอกครับ แต่พืมพิ์ตามโพรเน๊าซ์ของคนแหลงใค้

หนอถัว คือ ถั่วงอก    หัวถัว คือมันแกว

คุณดอกคว้าฯ. ถามว่า  :  อยากถามลุงคำสิงห์ว่า ถั่วงอกดองต้นอวบๆ นี่ทางใต้เค้าเรียกว่าอะไร ชิมแล้วอร่อยมาก....
ตอบว่า น่าจะเรียกว่า หนอถัวโม่ง  (โม่ง หมายถึงหัวโต)

พร้อมกันนี้มีบทความเล็กๆเรื่องถั่วงอกมานำเสนอด้วย


กินถั่วงอกสด ช่วยชะลอความแก่

โภชนาการอาหาร ถั่วงอก
ถั่วงอก (พลังแห่งชีวิต)

  ถั่วงอก  ได้ชื่อว่าเป็นผักสุขภาพที่โดดเด่นเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในหลายๆประเทศ เช่น ญี่ปุ่น และ เกาหลี ซึ่งบริโภคถั่วงอกเป็นอาหารหลักชนิดหนึ่ง ในประเทศไทยเราก็บริโภคถั่วงอกมากไม่แพ้กัน ถั่วงอกมักถูกนำไปปรุงแต่งเป็นส่วนประกอบอาหารจานหลักเพื่อเสริมรสชาติให้ดียิ่งขึ้น
ถั่วงอกเป็นผักที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง นอกจากจะประกอบด้วยเส้นใยอาหารที่สูงแล้วนั้น ยังอุดมไปด้วยวิตามินบี วิตามินซี วิตามินอี แร่ธาตุต่างๆ และเป็นแหล่งโปรตีนที่จำเป็นต่อร่างกาย ซึ่งสารอาหารต่างๆเหล่านี้เป็นสารอาหารที่ร่างกายสามารถย่อยได้โดยง่าย และร่างกายสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้นจึงมีส่วนช่วยในระบบการย่อยอาหารและขับถ่าย ตลอดจนช่วยสร้างภูมิต้านทานอีกด้วย จะว่าไปแล้วก็เป็นเรื่องแปลกที่กระบวนการงอกของเมล็ดถั่วต่างๆนั้นไม่ว่า ถั่วเหลือง ถั่วลันเตา ล้วนทำให้เกิดวิตามินซี โดยเฉพาะเมล็ดถั่วเขียวและถั่วดำ (Mung Bean) เมื่อเพาะเป็นถั่วงอกแล้ว จะมีวิตามินซีในปริมาณที่สูงกว่าเมล็ดถั่วชนิดอื่น ซึ่งถือว่าเป็นแหล่งวิตามินซีที่หาง่ายและราคาถูก เพื่อให้ได้รับวิตามิน และสารอาหารต่างๆให้ครบถ้วนที่สุด ควรรับประทานถั่วงอกแบบสดๆ

ตารางโภชนาการ

 
 คนที่ไม่ชอบกินถั่วงอกเมื่อได้ทราบถึงประโยชน์ของถั่วงอกแล้ว ก็น่าจะมาลองรับประทานก็ดูจะช่วยทำให้คุณไม่อ้วนและอิ่มท้องด้วย


ลูกเหรียงงอก


ลูกเหรียงงอกใช้ทำผักเหนาะก็อร่อยดี

อ่านๆดูแล้วพบว่าถั่วทุกชนิดก็ต้องผ่านการเป็นถั่วงอกมาแล้วทั้งนั้น...แต่
เท่าที่ลุงจำได้ประทับใจตั้งแต่เด็กๆ-จนถึงบัดนี้ แถมยังนำมาขยายต่อให้หลานๆที่บ้านฟังว่า
มีถั่วอยู่ชนิดหนึ่ง จะมีเถายาวมาก ---ยาวชนิดที่สูงเสียดฟ้าเลยก้อนเมฆเลยทีเดียว หลานๆก็งงกันใหญ่ถามว่าถั่วอะไรเหรอ ตะปู่
ลุงก็ตอบไปว่า ก็ต้นถั่วที่บ้านของแจ๊คไง.......แล้วลุงก็ไปหยิบหนังสือเรื่องแจ๊คผู้ฆ่ายักษ์มายืนยัน......ก๊อต้องเหนื่อยอ่านให้พวกเขาฟังอีก


fun fun fun fun fun
หมายเหตุต่อท้ายอีกนิด : "โม่ง"  กับ "โมง" ในภาษาปักใต้ดังเดิม ต่างกันคนละเรื่อง ใครตอบได้รับรางวัลจากคุณ "เด็กดี"
 fun fun
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,207



« ตอบ #8 เมื่อ: ตุลาคม 27, 2008, 10:10:30 »





หนอถัวโม่ง และผักตามภาพของลุงคำสิงห์
คนภาคอื่นที่ไม่ใช่ภาคใต้ อย่างป้าเสลาก็ชอบกิน
โดยเฉพาะ กินแกล้มขนมจีนน้ำยาพังงา
หรือแกงไตปลา(ที่เผ็ดน้อย)
อ้อ!! ปลาทูต้มเค็มด้วย อร่อยมากๆ

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
mayuree
Sr. Member
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 308



« ตอบ #9 เมื่อ: ตุลาคม 27, 2008, 11:21:47 »


 


ภาษาใต้ วันละคำสองคำ

ขอเสนอคำว่า     ได้แรงอก     หมายถึง    สะใจ

                         แขบ            หมายถึง     รีบ


                                     สวัสดีค่ะ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,207



« ตอบ #10 เมื่อ: ตุลาคม 27, 2008, 11:34:38 »



กระทู้นี้ ทำให้ต้องเรียกร้องให้มี
กระทู้ภาษาอีสาน และ ภาษาเหนือ วันละคำ 2 คำ ขึ้นมาบ้างแล้ว
ภาษาอีสาน ต้องเรียนเชิญ อาจารย์เจ้ย และอาจารย์ พริกเซ่อร์
เป็นอาจารย์ประจำชั้น

ภาษาเหนือ หากยังไม่มีใคร ป้าเสลาอาจต้องรักษาการไปพลางๆก่อน
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
สไลเดอร์
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,726



« ตอบ #11 เมื่อ: ตุลาคม 27, 2008, 12:11:47 »


แขบ     หมายถึง     รีบ หรืออีกคำหนึ่ง ที่คนไม่ค่อยจะพูดกันแล้วคือ
"ลกลัน"

  "ลกลันเหลือเกินนะมรึง".......เอิ้กกกกก
 fun fun fun fun fun
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Falco
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #12 เมื่อ: ตุลาคม 27, 2008, 12:20:26 »


แขบ     หมายถึง     รีบ หรืออีกคำหนึ่ง ที่คนไม่ค่อยจะพูดกันแล้วคือ
"ลกลัน"

  "ลกลันเหลือเกินนะมรึง".......เอิ้กกกกก
 fun fun fun fun fun


แขบ กับ ลกลัน แถวบ้านก็ใช้กัน

ลูกมุด ของลุงสิงห์ จำปาดะ อะไรพวกนี้ ก็เคยกิน



  มือตบ-Red มือตบ-Yellow
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
prig sir
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 815


« ตอบ #13 เมื่อ: ตุลาคม 27, 2008, 12:50:55 »


ซะหวัดดีคับ(สำบายดีบ่อ)  เรียนน้าจอยและลุงคำสิงห์
                  สัปดาห์ก่อนกลับจากกทม. เปิดดูตู้เย็น แม่บ้านบอกว่า"ลุงน้อย"นำของฝากจากปักษ์ใต้มาคว๊าก มีไข่เค็มแม่บุญยืนจากไชยา 2 กล่อง ระบุวันทอด วันต้ม มาให้เสร็จ มีปลาช่อนริ้วตากแห้ง 2 ตัว และมี"ปลาร้า"ปลาดุกตัดหัวหมักเค็ม 3 ตัว ของฝากสองอย่างแรกไม่มีปัญหา ส่วนปลาร้าปลาดุกก็เพิ่งเห็นนี่ละครับ (ที่อีสานนิยมทำปลาร้า-ปลาแดก จากปลาช่อน ปลาตะเพียน ปลาเข๊ง ปลากระเตื้อบ ส่วนปลาซิวอ้าว ปลาเล็กปลาน้อยก็ทำเป็น"ปลาน้อย"หรือปลาจ่อม... ปลาจ่อม อ.ประโคนชัย บุรีรัมย์มีชื่อมาก) ผมจะลองทอดปลาร้าดุก ทอดพริก หอม กระเทียม ใบมะกรูด ลองดู  ส่วนจะทำเป็นปลาร้าหลนกระทิ อยากจะขอสูตรลุงคำสิงห์ ครือว่า...อยากได้สูตรหลนปักษ์ใต้แท้...ไม่ใช่สูตรหลนปลาแดกลาวอีสานที่เคยทำครับ
                                                     fun    fun
                  "บังน้อย"เป็นคนพัทลุงเพิ่งเกษียรราชการ มาอยู่บุรีรัมย์ ได้เมียบุรีรัมย์ (หน้าตาแกเหมือนซัดดำ)แกเพิ่งกลับไปทำบุญให้แม่ที่บ้านเกิด เพราะแม่มาเข้าฝัน ว่าบ้านที่อยู่ชำรุดทรุดโทรม แกจึงเหมารถพาลูกเต้ากลับไปทำบุญให้แม่ ข่าวว่าญาติพี่น้องชื่นชมกันยกใหญ่....คบกันมานาน..แต่สิ่งที่บอกตัวตนของแกก็คือสำเนียงทองแดง เช่น ก.ไก แกพูดยังไง ก้ออกเสียงเป็น ค.คว๊าย ทุกที....หลายครั้งที่แกซื้อกล้วยแขกมาฝาก แกก็จะโทรมาว่าบอกล่วงหน้า...ซื้อข้าวยำและ "ค๊วายแขก" มาคว๊ากทุกที ผมเซวแกบ่อย...ของอื่นไม่มีหรือไง๊ มีแต่ของแขกประจำ //
                                                          
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Falco
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #14 เมื่อ: ตุลาคม 27, 2008, 14:26:34 »


ลกลัน เท่า กับ รีบ หรือ ลุกลี้ลุกลน อย่างที่ลุงถึกบอก

ลกลัก เอ็นจอยว่า...น่าจะแปล หรือมาจาก คำว่า เลิ่กลั่ก ??

ทำไรทำเถิด อย่าลกลัน เปิดผ้า ทำไร๊ ไม่ว่า อย่าลกลักผ้าเปิ๊ด ... fun
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
ดอกฟ้ากับหมาวัด
Sr. Member
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 395



« ตอบ #15 เมื่อ: ตุลาคม 27, 2008, 23:45:15 »


อยากทานหน่อถั่วโม่ง...ดอกคว้าฯ ทำไงดีคะ ลุงคำสิงห์


ทานกับน้ำพริกกระปิก็อร๊อย...อร่อย เคยลองแล้ว ไม่แพ้น้ำพริกกุ้งเสียบเลย
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
dekdee
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,255


« ตอบ #16 เมื่อ: ตุลาคม 28, 2008, 13:24:13 »


 smile  จากเพลง .. ( จำไม่ได้อีกแล้ว ใครรู้แล้วบอกมั่ง )
 
   ตอเช้า  ,  หวันใช้  ....  พรุงนี้  , ตอนบ่าย
   ตอโพรก  , ค่ำโพรก  ....  พรุงนี้  ,  ค่ำของพรุ่งนี้


( ผิดพลาดก็ขออภัย เพราะไม่ได้แหลงมานาน   umm  ..)
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
de lion
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #17 เมื่อ: ตุลาคม 28, 2008, 16:15:54 »


ซะหวัดดีคับ(สำบายดีบ่อ)  เรียนน้าจอยและลุงคำสิงห์
                  สัปดาห์ก่อนกลับจากกทม. เปิดดูตู้เย็น แม่บ้านบอกว่า"ลุงน้อย"นำของฝากจากปักษ์ใต้มาคว๊าก มีไข่เค็มแม่บุญยืนจากไชยา 2 กล่อง ระบุวันทอด วันต้ม มาให้เสร็จ มีปลาช่อนริ้วตากแห้ง 2 ตัว และมี"ปลาร้า"ปลาดุกตัดหัวหมักเค็ม 3 ตัว ของฝากสองอย่างแรกไม่มีปัญหา ส่วนปลาร้าปลาดุกก็เพิ่งเห็นนี่ละครับ (ที่อีสานนิยมทำปลาร้า-ปลาแดก จากปลาช่อน ปลาตะเพียน ปลาเข๊ง ปลากระเตื้อบ ส่วนปลาซิวอ้าว ปลาเล็กปลาน้อยก็ทำเป็น"ปลาน้อย"หรือปลาจ่อม... ปลาจ่อม อ.ประโคนชัย บุรีรัมย์มีชื่อมาก) ผมจะลองทอดปลาร้าดุก ทอดพริก หอม กระเทียม ใบมะกรูด ลองดู  ส่วนจะทำเป็นปลาร้าหลนกระทิ อยากจะขอสูตรลุงคำสิงห์ ครือว่า...อยากได้สูตรหลนปักษ์ใต้แท้...ไม่ใช่สูตรหลนปลาแดกลาวอีสานที่เคยทำครับ
                                                     fun    fun
                  "บังน้อย"เป็นคนพัทลุงเพิ่งเกษียรราชการ มาอยู่บุรีรัมย์ ได้เมียบุรีรัมย์ (หน้าตาแกเหมือนซัดดำ)แกเพิ่งกลับไปทำบุญให้แม่ที่บ้านเกิด เพราะแม่มาเข้าฝัน ว่าบ้านที่อยู่ชำรุดทรุดโทรม แกจึงเหมารถพาลูกเต้ากลับไปทำบุญให้แม่ ข่าวว่าญาติพี่น้องชื่นชมกันยกใหญ่....คบกันมานาน..แต่สิ่งที่บอกตัวตนของแกก็คือสำเนียงทองแดง เช่น ก.ไก แกพูดยังไง ก้ออกเสียงเป็น ค.คว๊าย ทุกที....หลายครั้งที่แกซื้อกล้วยแขกมาฝาก แกก็จะโทรมาว่าบอกล่วงหน้า...ซื้อข้าวยำและ "ค๊วายแขก" มาคว๊ากทุกที ผมเซวแกบ่อย...ของอื่นไม่มีหรือไง๊ มีแต่ของแขกประจำ //
                                                          


ปลาดุก-ร้า จาก ตะเครียะ จังหวัดสงขลา
 

ปลาดุกร้าตะเครียะ คือปลาร้าทำด้วยปลาดุกอุย (หรือที่ชาวพื้นเมืองเรียกว่า ปลาดุกเนื้ออ่อน) ซึ่งทำจากตำบลตะเครียะ อำเภอระโนด จังหวัดสงขลาเป็นปลาร้าที่มีชื่อเสียง (ทำนอง เดียวกับปลาสลิดอำเภอบางบ่อ) ทั้งนี้เพราะเนื้อยุ่ยนิ่ม รสหอม หวาน มัน อร่อย และไม่มีรสคาว อันเนื่องมาแต่คุณภาพของปลาและวิธีหมักเนื้อปลา คุณภาพของปลา

เนื่องจากตำบลตะเครียะ ตั้งอยู่ในที่ลุ่มเต็มไปด้วยคลอง หนอง บึง พรุน้ำ ทิศเหนือจดทะสาบ ทิศตะวันตกติดทะเลน้อยและต่อไปถึงลุ่มแม่น้ำปากพนัง จึงอุดมสมบูรณ์ไปด้วยปลาน้ำจืด ซึ่งเจริญขึ้นตามธรรมชาติ กุ้งปลา มีอาหารอุดมสมบูรณ์ และมีจำนวนมาก โดยเฉพาะปลาดุกที่จะนำมาทำเป็นปลาร้านั้น ผู้ทำจะคัดเลือกแต่เฉพาะปลาดุกอุย ที่มีขนาดรอบตัวตั้งแต่ 4 นิ้วขึ้นไป และมีความยาวประมาณ 6-10 นิ้ว ผิวหนังสีเหลืองอ่อนและไม่มีรอยแผล


วิธีทำ
นำปลาดุกอุยที่คัดเลือกได้ขนาดแล้วมาตัดส่วนหัวทิ้ง โดยตัดให้ชิดเงี่ยงที่สุด ควักเอาเครื่องในออกทั้งหมดแล้วนำไปล้างจนสะอาด  ใช้เกลือเม็ดจุกอัดเข้าไปจนเต็มช่องท้อง แล้วใช้เกลือที่ป่นละเอียดทารอบตัวบาง ๆ
ต่อจากนั้นจะนำไปบรรจุลงในภาชนะดินเผาซึ่งเรียกว่า เนียง(ภาคกลางเรียก ให) โดยวางสลับหัวสลับหางซ้อนกันเป็นชั้น ๆ จนเกือบเต็ม แล้วปิดฝาอย่างมิดชิดไม่ให้แมลงวันเข้าได้ หมักทิ้งค้างคืนไว้จนปลาขึ้นอืดเต็มที่ แล้วจึงนำมาล้างน้ำแล้วตากแดด (ยิ่งแดดจัดเท่าไรยิ่งดี) ประมาณ 2-3 วัน แล้วนำออกตากน้ำค้างอีกประมาณ 1-2 คืน ต่อจากนั้นจะใช้ของหนักวางทับให้ตัวปลาแบนออก และโดยวิธีนี้จะช่วยให้น้ำในตัวปลาถูกขับทิ้งไปด้วย
ขั้นต่อไปจะใช้น้ำตาลโตนดที่เคี่ยวเตรียมไว้จนเข้มเต็มที่มา นำปลาลงชุบจนทั่วทีละตัว แล้วยกขึ้นปล่อยให้น้ำตาลสะเด็ด แล้วนำปลาที่ชุบน้ำตาลแล้วนั้นไป วางซ้อนในภาชนะดินเผา โดยใช้ฟางข้าวเลียงวางรองสลับกับปลาเป็นชั้น ๆ หมักทิ้งไว้จนน้ำตาลซึมซับเข้าเนื้อปลาจนทั่ว พร้อมที่จะนำมาทอดหรือย่างเพื่อรับประทานหรืออาจ เก็บไว้นาน ๆ ก็ได้ ด้วยกรรมวิธีและคุณภาพของปลาดังกล่าวมา ปลาดุกร้าตะเครียะจึงมีรสชาติดี เนื้อปลายุ่ย นิ่ม มีสีเหลืองงาม รสหอม หวาน มัน อร่อย ปราศจากกลิ่นคาว และไม่เค็มจัด

ปัจจุบันปลาดุกร้าตะเครียะค่อย ๆ ลดลงทั้งปริมาณและคุณภาพเพราะปลาที่มีคุณภาพหาได้ ยากขึ้นทุกที ทุ่งตะเครียะเริ่มหมดสภาพ "ข้าวใหม่ ปลามัน"


ส่วนการทำหลนปลาดุกร้า ไม่แน่ใจว่าจะใช้กรรมวิธี และเครื่องปรุงแบบเดียวกับการหลนปลาแป้งแดงในกระทู้ข้างบนนำมาประยุกต์ก็น่าจะได้

ข้อมูลจากของดีจากเครี๊ยะ
ภาพจากทะเลน้อยรีสอร์ท

ด้วยความยินดี ที่มีโอกาสรับใช้ คุณพริก(หนุ่ม)ครับ   

ภาษาปักษ์ใต้วันนี้  เนียง = ให (ภาชนะ)  ...ลูกเนียง เป็นได้ทั้งผลจากต้นเนียง และ ....ใหน้อย(ภาชนะเล็กๆ)
แต่อันนี้อย่าใช้สับสนกับคำว่า หำน๊อยยย นะครับ      fun
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
de lion
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #18 เมื่อ: ตุลาคม 28, 2008, 16:39:45 »



เคยปลา

ปลาร้า ......ในภาษาของคนปักษ์ใต้ หมายถึง ปลาดุก(หรือปลาช่อน)หมักเกลือ ตากแห้ง แล้วจึงเก็บในรูปอาหารแห้ง

แต่.....คนปักษ์ใต้แบบบ้านนอกๆ และเป็นคนพื้นราบ ที่ประกอบอาชีพกสิกรรม คือปลูกข้าวเป็นอาชีพหลัก
ตัวอย่างเช่นชาวนาในอำเภอเชียรใหญ่ นครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นบรรพบุรุษของ คำสิงห์ ก็กินปลาร้าเหมือนกัน
แต่จะเป็นปลาร้าที่ที่มาจากกรรมวิธีถนอมอาหาร ที่แปรรูปเป็นกะปิที่ทำจากปลา ที่คนพื้นบ้านเรียก "เคยปลา"
 
    เคยปลาจัดเป็นอาหารพื้นบ้านอำเภอเชียรใหญ่ชนิดหนึ่ง ที่ทำมาจากปลา สาเหตุที่ทำกันมาจากชาวบ้านที่ประกอบอาชีพหาปลา เมื่อได้ปลามามากกินไม่หมด ปลาก็เน่าพอง ไม่รู้ว่าจะเอาไปไหนจะทิ้งก็เสียดาย

เพราะกว่าจะได้มาแต่ละตัวมันก็เหนื่อย ถ้าขายก็ไม่มีคนรับซื้อ จึงคิดค้นหาวิธีการเก็บปลาเอาไว้กินนานๆ จึงได้คิดค้นทำเคยปลาขึ้นมา ซึ่งมีวิธีการดังนี้
1. นำปลาที่ตายแล้วพองมาขอดเกล็ดล้างให้สะอาด
2. นำปลาที่ล้างสะอาดแล้วมาหมักกับเกลือ (โดยหมักในไหหรือภาชนะที่มีฝาปิด)
3. เมื่อหมักปลากับเกลือได้ประมาณ 3-4 วัน นำเอามาตากแดด
4. นำปลาที่ตากแดดมาตำ โดยไม่ต้องตำให้ละเอียดมากนัก แล้วเอามาตากแดดอีกครั้งหนึ่ง
5. เมื่อเห็นว่าแห้งแล้วก็นำมาตำให้ละเอียดอีกครั้ง นำไปตากแดดและตำอีกประมาณ 1-2ครั้ง
6. นำเคยปลามาเก็บในภาชนะที่มีฝาปิดมิดชิด
( ที่จำได้ ที่บ้านจะบรรจุใน "ลูกเนียง" แล้ว seal ผิวหน้าด้านบนด้วย "น้ำผึ้งจาก" เพื่อป้องกันแบคทีเรียอีกชั้นก่อนปิดฝาให้มิดชิด)

    จัดเป็นสิ่งดี ดี เพราะ วิธีการทำ"เคยปลา" ถือว่าเป็นภูมิปัญญาชาวบ้านในอำเภอเชียรใหญ่จริง ๆ เพราะชาวบ้านเป็นผู้ช่วยคิดค้นหาวิธีการทำกันเอง เคยปลามีประโยชน์เพราะในเนื้อปลามีโปรตีนสูง และยังเป็น

การสร้างรายได้ให้กับบุคคลที่ประกอบอาชีพหาปลาอีกทางหนึ่งด้วย
     ลักษณะที่โดดเด่น
แนวคิดที่จะพัฒนา คือ เคยปลาเป็นภูมิปัญญาของท้องถิ่นจริง ๆ เด็กๆรุ่นใหม่ในปัจจุบัน
ส่วนใหญ่จะไม่รู้วิธีการทำเคยปลากันมากนัก ทุกครอบครัวจึงควรฝึกให้เด็กรุ่นใหม่เรียนรู้วิธีการทำ
และรักษาให้คงอยู่คู่กับท้องถิ่นตลอดไป และกำหนดให้เป็นผลิตภัณฑ์หลักของท้องถิ่น และพัฒนาภาชนะและการบรรจุให้ได้มาตรฐาน ปลอดภัย เพื่อขยายตลาดสู่ทั่วประเทศ และต่างประเทศด้วย
    ผู้สืบค้น นางสาวสายรุ้ง ขวัญมิ่ง ชุมนุมค่ายพักแรมโรงเรียนเชียรใหญ่   



  แกงเคยปลา
 

ลักษณะ

แกงเคยปลา หรือ แกงน้ำเคย จัดเป็นอาหารคาวที่มีความนิยมกันมากในทางจังหวัดนครศรีธรรมราช เครื่องแกงเหมือนเครื่องแกงกะทิตามตรงใช้พริกไทยและตะไคร้มากกว่าแกงกะทิ เพิ่มรสชาติที่เข้มข้น

วิธีปรุงรส แกงเคยปลา
น้ำสะอาดใส่หม้อแกงให้เหมาะสมกับเคยปลาที่จะแกงใช้ช้อนเน้นและคนให้กวนเคยละลายออก ก้างปลาสีขาวจะหลุดออก และเทน้ำเคยปลาออกจากถ้วย นำน้ำอุ่นหรือร้อนมาละลายเคยปลาที่เหลือจนก้างหลุดออกและเทลงในหม้อแกงเพื่อผสมกับเครื่องแกงอีกครั้ง และเติมปลาย่างที่ฉีกชิ้นเล็ก ๆ นั้นลงไป บางแห่งมการใสผัก ภาษาทางภาคใต้เรียกว่าทอดผัก เช่น สะตอ , สะตอเบา (กระถิ่น) ดอกลำพู , ลูกลำพูแก่ , ลูกลำยูอ่อน , ยอดชะอม เป็นต้น

อนึ่งในหลายท้องถิ่นเรียกแกงเผ็ด , กะปิปลา หรือ "แกงเคยปลา" คล้ายกับแกงไตปลา แต่กลิ่นหอม ลิ้นรู้สึกถึงความมันมากกว่า

เอาน้ำแกงที่ลงตัว มาปรุงเหมือนกับแกงไตปลา ใช้ "ปลาแดง" ย่างให้หอม แกะแต่เนื้อใส่ลงไปในน้ำแกง พร้อมเม็ดมะม่วงหิมพานต์ เสิร์ฟพร้อมผักสด
หากหิวมา ข้าวสวยร้อนๆ สักจาน คลุกกับ "แกงเคยปลา" หอมกรุ่น มันๆ เค็มนิดๆ

ขอแนะนำให้สั่ง "ปลากุเลา" แดดเดียวมาแกล้ม ข้าวสวยร้อนๆ คลุกแกงเคยปลา แนมด้วยปลากุเลาแดดเดียว คุณเอ๋ยสวรรค์รำไรวิไลโอบไหล่เลยแหละครับ
พิมพิ์เสร็จ คนพิมพิ์น้ำลายไหลเลยนะเนี่ย


ภาษาใต้อีกคำ "เคย" ถ้าเป็นอาหาร จะหมายถึง เคยปลา หรือกะปิ ในภาษาภาคกลาง....แต่
หากเป็นอวัยวะของมนุษย์ล่ะ หมายถึงอะไร กรุณาไต่ถามได้จาก ลุงถึก หรือ คุณ เด็กดี เป็นการส่วตัว

                     
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,207



« ตอบ #19 เมื่อ: ตุลาคม 28, 2008, 16:59:36 »



เห็นภาพ แกงเคยปลา ของลุงคำสิงห์แล้ว
อยากกินกับข้าวสวยร้อนๆ ผักสดๆขึ้นมาทันที
แต่หวังว่าคงจะไม่เผ็ดมากนะลุง
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Falco
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #20 เมื่อ: ตุลาคม 28, 2008, 17:00:59 »





หิวเหมือนกันนนนนน  :cry: :cry: :cry:
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
dekdee
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,255


« ตอบ #21 เมื่อ: ตุลาคม 29, 2008, 11:00:11 »


 smile  วันนี้ขอเสนอคำว่า "เคยจี"
..
กะปิ ... แถวบ้านผม แหลงว่า เคย
จี  .. เอามาปิ้ง ...

วิธีทำ เอากะปิ ( กะปิใหม่ๆ กะปิจากกุ้งเคย  ) ประมาณ 1 ก้อน ( 1 กำมือ )
ปะใส่ไม้ เอามาปิ้ง(ย่าง) กับเตาถ่าน .... กลิ่นหอมขึ้นมา
นำไปใส่ในน้ำพริก ..... เพิ่มความหรอยและหอม
หรือ
ยามขัดสนอาหาร เอามากินกับข้าวสวยร้อนๆ ก็ได้ ..

 

"เจี้ยน"
  หมายถึงทอด  ( ซ้ำหรือเปล่าครับ )  ปลาเจี้ยน  = ปลาทอด
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Falco
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #22 เมื่อ: ตุลาคม 29, 2008, 11:13:33 »




ปลาเจี้ยน แถวๆบ้าน เค้าจะทอดก่อน แล้วมีน้ำซอสราด
ส่วนปลาทอกด ก็เรียกปลาถอด แฮ่ะ ๆ ปลาทอดน่านแร๊ะ
แต่ออกเสียงแบบใต้

ปล ออกจากอำเภอบ้านตัวเอง ไปยังอำเภออื่นๆ
ในจังหวัดเดียวกันก็ สำเนียงพูดก็ไม่เหมือนกันแล้ว

  มือตบ-Yellow
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
prig sir
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 815


« ตอบ #23 เมื่อ: ตุลาคม 30, 2008, 12:44:44 »


สวัสดีครับ
               สามวันก่อน ได้ปลาร้าจากเพื่อนที่กลับไปเยี่ยมบ้านที่พัทลุง(ปลาดุกตัดหัว) ถามลุงคำสิงห์ว่า...จะทำกินแบบใหน ?ได้บ้าง เพราะผมถามเพื่อนแล้ว...มันตอบว่า...ไอ้โฮ่...ทำให้สุก แล้วตักใส่ปาก ดู ดู๋ ดู มันตอบ...ผมจำไม่ได้ว่าอยู่กระทู้ใหน ? วานลุงช่วยสงเตราะห์ทีครับ //

                                                                fun  fun  fun
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
de lion
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #24 เมื่อ: ตุลาคม 31, 2008, 15:00:15 »



เขาว่าสาวใต้ โดยเฉพาะสาวพัดลุง แหลงเก่งนักมิใช่หรือ?

พดแห้ง  : ใหนไปหยบโหย๋ใหน โชว์ตัวหน่อย ไม่ต้องโชวเบอร์นะ..เพราะพวกโชว์เบอร์ ไม่ค่อยถนัด ฮิๆ   
พดแห้ง  : โหมบ่าวๆ ก็อย่านั่งเฉย มาแหลงกันนะครับ  ใครชื่อน้าหลวงแคว็ด ที่เป็นดีเจ รองGM ที่นี้ อยากเจอตัวอย่างแรง ผมชื่อ พดแห้ง คนใต้ พี่สาวยังโสด จะมาพักผ่อนหย่อนใจที่นี้ ได้ม่ายครับ   

                 5555+ กร๊าก กร๊าก
หลวงแคว็ด  :  หรอยหนัดเติ้น มาแล้วครับ มาแล้ว มาแต่เสียงกอนนะ ตัวค่อยตามมาทีหลัง
พดแห้ง  :    หุ หุ น้าหลวงแคว็ดหัวเราะเสียงดังแรงนะ...สงสัยถูกเบอร์หุ้นแหละสา อิอิ.....น้าหลวงอย่าหัวเราะดังแรง พี่สาวผมแกขี้ตกใจ
ฉางน้อย  :  หวัดดีพี่พรกพร้าว เอ๊ย พด  แห้ง อิอิ แวะมาตามหาหลวงแคว็ดนิ หวางนี้ไม่ออนเลย .....ฉางน้อยเข้าไปทีไร เห็นซี่ๆทุกที อิอิ เห็นหลวงซี่ๆ ฉางเลยไม่กล้าทักทีนิ ..... ฉางน้อยจะมาบอกว่า

หวางนี้ม่ายโร้พรือ ทำไมเข้าเอ็มไม่ได้ เบอร์เดิมนิ ไม่ลืมรหัสด้วยแต่หวางนี้ ฉางลองมาใช้ เวอร์ชั่น 7.5



มาแล้วๆๆๆๆพี่สาวพดแห้ง   เช่อพดด้วง...โสดจริงๆๆๆ
ม่ายขี้ห๊กที....โสดสนิท แบบว่าขนาดนั่งขูดพร้าว ทำนมหกแล้วกะม่ายใครแล....ม่ายโร้พันพรื่อนิ.........

ความหมายของคำ (เวอร์ชั่นนี้เป็นของพี่น้องชาวเมืองลุง)      

หยบ = ซ่อนตัว         โหย๋ใหน = อยู่ที่ใหน (ใช้มากแถวๆพัทลุง)            โหม (ห+ม เสียงควบกล้ำ) = พวก หรือ หมู่   
บ่าว หรือ บาว =เด็กหนุ่ม           แหลง =คุย-สนทนา             หลวง= เป็นคำนำหน้านามเรียกคนที่บวชเรียนแล้ว
แคว๊ด = ลักษณะบิดเบี้ยวของอวัยวะมนุษย์ เช่น จมูก- นิ้ว และอะไรที่ยาวๆแล้วบิดเบี้ยวไป         อย่างแรง=อย่างมาก    เบอร์หุ้น = หวยใต้ดิน           
ดังแรง = ดังมาก            พรก = กะลา        พด=เปลือกมะพร้าว          หวางนี้ = ระหว่างนี้ หมู่นี้
ม่ายโร้พรือ =ไม่รู้เป็นยังไง            ขี้ห๊ก=ปด  หลอกลวง             กะม่าย=ก็ไม่            แล= มอง ดู



พรกพร้าว  =  กะลามะพร้าว


พวมพร้าว  =  จาวมะพร้าว


พดพร้าวแห้ง
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2 3 ... 5
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
    กระโดดไป:  



    SimplePortal 2.3.3 © 2008-2010, SimplePortal