ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
พฤศจิกายน 27, 2014, 21:49:06
94,614 กระทู้ ใน 7,716 หัวข้อ โดย 9,182 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: phraeboy
::Arunsawat ::อรุณสวัสดิ์ ::  |  สบาย สบายสไตล์อรุณสวัสดิ์ : บุคคลทั่วไปกรุณาสมัครสมาชิกก่อนโพสท์  |  สโมสรอรุณสวัสดิ์  |  บ้าน-สวนอรุณสวัสดิ์  |  สลอด ตำแย หมามุ่ย พันธ์ไม้นักเลงโตในอดีต 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้ « หน้าที่แล้ว ต่อไป »
หน้า: [1]
ผู้เขียน หัวข้อ: สลอด ตำแย หมามุ่ย พันธ์ไม้นักเลงโตในอดีต  (อ่าน 25786 ครั้ง)
เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,220



« เมื่อ: กรกฎาคม 01, 2008, 14:48:13 »



สลอด ตำแย หมามุ่ย
คนรุ่นใหม่จะรู้จักหรือไม่ ป้าเสลาไม่แน่ใจ
แต่หากเป็นคนรุ่นก่อน จะรู้จักกันดีถึงพิษสงที่จะทำให้ผู้เจอะเจอ
ลำบาก กายทรมาน เข็ดหลาบไปนาน

วันนี้ขอหยิบยกมาเล่าสู่กันฟัง


สลอด

ชื่ออื่นๆ : มะข่าง, มะคัง, มะตอด, หมากทาง, หัสคืน(เหนือ),
สลอดต้น, หมากหลอด, ลูกผลาญศัตรู(กลาง),
หมากยอง(ฉาน-แม่ฮ่องสอน)
ชื่ออังกฤษ : Purging Croton, Croton Oil Plant
ชื่อพฤกษศาสตร์ : Croton tiglium Linn.
วงศ์ : Euphorbiaceae

มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักดีในด้านมีฤทธิ์ทำให้ถ่ายท้องอย่างรุนแรง
น้ำมันที่สกัดจากเมล็ด เป็นยาถ่ายอย่างแรง และมีพิษมาก
ใช้เพียง 1 หยดก็มากพอที่จะทำให้ผู้ที่รับมันเข้าไปในร่างกายถ่ายจู๊ดๆๆ
จนแทบจะต้องไปนอนหยอดน้ำเกลือในโรงพยาบาล

...
สลอด - พืชมีพิษที่มีคุณอนันต์
สลอด หรือ สลอดต้น (Croton tiglium Linn.)
เป็นไม้พุ่ม ใบเดี่ยวเรียงสลับ
ใบรูปไข่ ปลายแหลม ฐานกลม
ขอบใบหยักเป็นซี่ฟัน
เนื้อใบบาง มีต่อมที่ฐานใบสองต่อม
ดอกเล็ก ออกเดี่ยวหรือเป็นช่อที่ยอด
ดอกมีขน ผลรูปไข่ สีน้ำตาลอ่อน
แก่จัดจะแห้งและแตก



ในใบสลอด มี hydrocynaic acid, triperpinoid
ส่วนในเมล็ด มีโปรตีนที่เป็นพิษ ๒ ชนิด
คือ croton globulin และ croton albumin

นอกจากนี้ก็มี น้ำตาล sucrose และ glycoside crotonoside
ให้น้ำมันสลอดที่ประกอบด้วย oleic, linoleic, arachidic, myristic,
stearic, palmitic, acetic และ formic acid
นอกจากนี้ยังมีกรด อีกหลายตัว


สรรพคุณทางยา :

ราก ต้มน้ำดื่มเป็นยาขับปัสสาวะ แก้บวมน้ำ
ถ้ากินมาก อาจทำให้แท้ง
รากและไส้มีรสเมาร้อน แก้โรคเรื้อน

เปลือกต้น มีรสเฝื่อน แก้เสมหะที่ค้างอยู่ในคอในอก
เนื้อไม้ ต้มน้ำดื่ม ทำให้อาเจียน ขับเหงื่อ เป็นยาขับปัสสาวะ
ใบ รสฝาดเมา ตำพอกแก้ฝีตะมอย
ดอก รสฝาดเมาเย็น ดับธาตุไฟมิให้กำเริบ
   แก้ลมอัมพฤกษ์ แก้กลากเกลื้อน แก้คุดทะราด
เมล็ด รสเผ็ดร้อนมัน เมล็ดมีพิษมาก
    ต้องใช้ด้วยความระมัดระวัง เพราะเป็นยาถ่ายอย่างแรงและเป็นพิษ
    ก่อนใช้ประกอบยาต้องฆ่าฤทธิ์ยาตามตำรับกำหนดไว้เสียก่อน
    จึงจะใช้เป็นยาถ่ายพิษเสมหะและโลหิต
    ถ่ายน้ำเหลือง ถ่ายลม ถ่ายพยาธิ แก้การผิดปกติของจิตประสาท
    แก้โรคลมชักบางชนิด แก้ท้องผูกที่ใช้ยาอื่นไม่ได้ผล
    ขับพยาธิในลำไส้ แก้ท้องมาน บวมน้ำ ขับลม แก้ปวดท้อง แก้โรคเก๊าท์

ยาง จากทุกส่วนของต้นและเมล็ด มีพิษ


ที่น่าสนใจก็คือ ต่างประเทศได้นำสลอดต้นไปวิจัย
และพบว่ามีฤทธิทางเภสัชในการฆ่าเซลล์มะเร็ง

แต่น่าเสียดายที่ทุกวันนี้มีผู้ไม่หวังดีต่อภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย
ได้ใช้สลอดต้นกลั่นแกล้งพระเณรในชนบท
เพื่อให้ทางการออกกฎระเบียบ (ซึ่งข้าพเจ้ายังไม่รู้ว่าอยู่ในพรบ.ฉบับใด)
ให้ทำลายต้นสลอดเสมือนหนึ่งว่าสลอดต้น
เป็นยาเสพติดให้โทษ เช่นเดียวกับ ฝิ่น
ทำให้ลูกสลอด และส่วนต่างๆ ของสลอดต้น
ไม่สามารถหาซื้อได้ตามร้านขายยาแผนโบราณ เหมือนสมัยก่อน


(ข้อมูลจาก www.samunpri.com/,
ข้อมูลและภาพจากwww.pharm.chula.ac.th )
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,220



« ตอบ #1 เมื่อ: กรกฎาคม 01, 2008, 15:42:02 »


ตำแย และ หมามุ่ย

เป็นพืชที่หาไม่ยากนัก
สมัยเด็กๆ มักจะมีคนนำมาเล่น แกล้งเพื่อน แกล้งครูกันบ่อยๆ
หากโดนเข้าไปแล้วจะมีอาการคันคะเยอ
เกาจนเป็นลิง
วิธีรักษาต้องอ่านที่คุณหมอสมชายตอบผู้เขียนมาถามคุณหมอ ดังนี้


เรียน คุณหมอ ที่เคารพ
หนูเป็นคนเหนือมาเรียนกรุงเทพฯพักหอร่วมกับเพื่อนหญิง 1 คน
เพื่อนเป็นคนทาง ภาคอีสาน
เมื่ออาทิตย์ที่แล้วหนูโดนเพื่อนนำตำแยมาโรยที่เก้าอี้
ทำให้หนูคันมาก หาซื้อยามาทาก็ไม่หาย
ส่วนเพื่อนของหนูถูกเพื่อนเอาหมามุ่ยยัดใส่กระเป๋าสตางค์
มือไม้เลยคันไปหมด เราทั้งสองใช้ยาทาตัวเดียวดัน
อาการคันก็ไม่ยอมหาย แผลจะรู้สึกบวมแดงขึ้น
จะไปหาหมอก็ขัดสนเรื่องเงิน
จึงขอรบกวนคุณหมอช่วยชี้แนะ แนวทางการรักษาให้ด้วย
ขอได้รับความขอบพระคุณมา ณ ที่นี้

ด้วยความนับถือ

จันทร์แรม


ตำแย ไม้ล้มลุก สูง 15 ถึง 40 เซนติเมตร
ใบเดี่ยว ขอบใบหยัก มีขนพิษทั่วต้นและมีมากที่ใบ
เมื่อสัมผัสจะคัน บวม เป็นปื้นคล้ายลมพิษ


ตอบ คุณจันทร์แรม

หมามุ่ย ไม้ล้มลุกเลื้อย ดอกสีม่วง
ฝักโค้งเล็กน้อยนั้นมีขนพิษสีน้ำตาลปกคลุม
ขนที่ฝัก ทำให้คันเมื่อสัมผัส และเกิดอาการแพ้ ผื่นคัน และบวมแดง

วิธีรักษา เอาขนออกโดยลนเทียนไขให้อ่อน
หรือข้าวเหนียวสุกคลึงกับพื้นสะอาด จนเนื้อข้าวเหนียวเข้ากัน
แล้วนำมาคลึงบริเวณที่สัมผัสขน ทำหลาย ๆ ครั้งจนหมดหรือหาย

หากยังมีอาการแดง ให้ใช้คาลาไมน์โลชั่น
หรือครีมสเตียรอยด์ เช่น ครีมเพรดนิโซโลนทา
พร้อมรับประทานยาแก้แพ้ชื่อ คลอเฟนนิรามีนขนาด 4 มิลลิกรัม
ครั้งละเม็ดทุก 6 ชั่วโมง จนหาย

แต่ยาตัวนี้รับประทานแล้ว ทำให้มีอาการข้างเคียงคือง่วงนอน
ยิ่งรับประทานทุก 6 ชั่วโมง ก็จะยิ่งง่วงใหญ่
ทำให้เรียนหนังสือไม่ได้เลย

หมอขอแนะนำรับประทานยาแก้ปวด แอสไพริน
หรือพาราเซตตามอล แทนดีกว่า
แล้วทาด้วยยาครีมเพรดนิโซโลน ไม่นานก็หายครับ
อาจจะต้องอดทนรอเวลานิดหน่อย ถ้าไม่หายจริงอาจจะมีโรคแทรก
เห็นจะต้องไปปรึกษา แพทย์ผิวหนังล่ะครับ

คณะแพทย์ ดร.สมชาย

(จาก เดลินิวส์ วันอาทิตย์ที่ 14 มิถุนายน 2541 )


... ต้นตำแย หรือ ลังตังช้าง(กลาง)
Laportea bulbifera (Siebold & Zucc.) Wedd.
เป็นพืชล้มลุกสูงได้ถึง 1 เมตร ไม่ผลัดใบ
ทุกส่วนมีขนสากกระจายทั่วไป
ใบเดี่ยวออกเรียงสลับ ทรงใบรูปรีแกมไข่
โคนใบมน ปลายใบเรียวแหลม
ขอบใบหยักซี่ฟัน ดอกเล็ก สีเขียวอ่อน ถึงม่วงอ่อน
ออกรวมกันเป็นช่อโตตามง่ามใบ
ผลเล็ก ผิวผลมีหนามแข็ง

ส่วนที่เป็นพิษ ขนหรือหนามตามส่วนต่างๆ
ทำให้เจ็บคันและปวด

...

... ต้น ตำแยช้าง
Girardinia diversifolia (Limk.) Friis
 
ชื่อพ้อง G.heterophylla Decne.
ชื่อสามัญ : Thatch Grass , Wolly Grass,
               Lalang, Alang-alang
ชื่อไทยอื่นๆ กะลังตังช้าง(ใต้)
บังหานเขา(เชียงใหม่) ละชา,
แล่แซะ(กระเหรี่งแม่ฮ่องสอน) หานสา,
หานช้างไห้, หานช้างฮ้อง(เหนือ)

เป็นพืชล้มลุก สูงได้ถึง 1 เมตร ไม่ผลัดใบ
ทุกส่วนมีขนสากกระจายทั่วไป ใบเดี่ยวออกเรียงสลับ
ทรงใบรูปไข่ โคนใบมน ปลายแหลม ขอบใบหยักซี่ฟัน
บางทีเป็นพูโตๆหลายพู ดอกเล็กสีเขียวอ่อน ออกรวมกันเป็นช่อ
แบบหางกระรอกตามง่ามใบ ผลเล็ดกลม ผิวผลมีหนามแข็งหนาแน่น
ส่วนที่เป็นพิษ ขนหรือหนามตามส่วนต่างๆทำให้เจ็บคันและปวด

สารพิษและสารเคมีอื่นๆ เช่น histamine, acetylcholine,
5-hydroxytryptamine, formic acetic acid
การเกิดพิษ ขนที่ถูกผิวหนังจะมีอาการปวดแสบปวดร้อน บวมแดง ระคายเคืองมาก
(ข้อมูลจาก ไม้ประดับออนไลน์)



... หมามุ่ย
หมามุ่ย เป็นพืชตระกูลถั่วอายุข้ามปี
มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Mucuna pruriens L. 
(พันธุ์พื้นเมือง)
Mucuna capitata (พันธุ์ไม่มีขนคัน)
ขึ้นเป็นแถวคลุมไม้อื่นจนแน่นทึบ
โดยเฉพาะในไร่ร้างจะพบหมามุ่ย
ขึ้นเต็มไปหมด จนกลายเป็นพืชที่มีปัญหา

แต่ละเถาจะติดก้านใบขนาดใหญ่ยาว
ประกอบด้วยใบย่อย 3 ใบ
ใบหนานุ่มมีขนอ่อน
ติดดอกช่วงปลายฤดูฝนเป็นช่อ
กลีบดอกสีม่วงอ่อนดูเด่น
หมามุ่ยให้ดอกช่อดอกยาวใหญ่
ทยอยกันบานจากโคนถึงปลายช่อ

...

...
สังเกตุขนที่ฝัก สุดยอดแห่งพิษสง
ที่ทำให้คัน

ต่อมาก็ติดฝักถ้าเป็นพันธุ์ใหญ่ฝักจะแบน
ส่วนพันธุ์เล็กฝักจะกลม
ฝักจะมีขนอ่อนคลุม
ฝักแก่นี้เองจะกลายเป็นพืชที่มีพิษ
เพราะขนจะปลิวว่อนไปตอนต้นลม
ตั้งแต่ฤดูหนาวถึงฤดูแล้ง
ถ้ามีดงหมามุ่ยอยู่ในบริเวณใกล้เคียง
จะคันยุบยับไปทั้งตัว
ยิ่งเหงื่อตกยิ่งรู้สึกคันยิ่งขึ้น

แก้โดยถูกับผมหรือใช้เทียนขี้ผึ้ง
หรือใช้ข้าวเหนียวสุกนวดให้เป็นก้อน
กลิ้งเบา ๆ บริเวณที่คัน


โชคดีที่นักพฤษศาสตร์ปรับปรุงพันธุ์พื้นเมืองให้เป็นสายพันธุ์ใหญ่
ใบเล็ก ฝักไม่มีขนพิษและอายุสั้น
โดยนำมาปลูกเป็นปุ๋ยพืชสด หรือปลูกคลุมพื้นที่ว่างเปล่า

เมื่อประมาณ 15 ปีที่ผ่านมา มีนักวิชาการได้นำเมล็ดพันธุ์หมามุ่ยไม่มีพิษ
มาจากโอกินาวา ประเทศญี่ปุ่น
ซึ่งอาจจะนำพันธุ์มาจากไต้หวันและได้นำมาขยายพันธุ์
ที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
อ.พนมสารคาม จ. ฉะเชิงเทรา 
ต่อมาได้กระจายนำพันธุ์ไปทั่วทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
นอกจากนี้ยังมีการนำหมามุ่ยไม่คันมาปลูกข่มหญ้าขจรจบ
 ดอกเหลืองในกระถางทดสอบ
พบว่าสามารถข่มวัชพืขได้ดีเช่นเดียวกับถั่วพร้า
และถั่วแปบในระยะแรกเพราะเป็นพืชที่มีเมล็ดใหม่
เปลือกบาง จึงงอกได้รวดเร็วมีใบใหญ่บังแสงได้มากพอ
จนวัชพืชไม่สามารถจะงอกได้
แต่หมามุ่ยชนิดนี้เป็นพืชล้มลุกอายุสั้นโทรมเร็ว
ไม่สามารถข่มวัชพืชข้ามปีได้

การใช้ประโยชน์ในการอนุรักษ์ดิน
ควรปล่อยให้ขึ้นคลุมพื้นที่ลาดเทซึ่งปล่อยทิ้งไม่ใช้ประโยชน์
จะช่วยยึดดินไม่ให้พังทลายในฤดูฝน
ถ้าเป็นหมามุ่ยพันธุ์พื้นเมือง ไม่ควรเข้าไปใกล้ ขณะติดฝักแก่ในฤดูแล้ง
เพราะขนจะปลิวมาแตะผิวหนังทำให้ผื่นคันได้
ส่วนพันธุ์ต่างประเทศใช้ปลูกคลุมดินเหมือนพืชคลุมดินทั่ว ๆ ไป 


(บทความจาก จาก ลุงหริ   วารสารอนุรักษ์ดินและน้ำ   ฉบับที่ 2 เดือนกรกฏาคม - ธันวาคม 2541,
ภาพจาก www.trekkingthai.com,www.pantown.com )

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
    กระโดดไป:  



    SimplePortal 2.3.3 © 2008-2010, SimplePortal