|
|
|
เสลา
|
 |
« ตอบ #1 เมื่อ: มิถุนายน 15, 2008, 21:01:11 » |
|
เมื่อ 46 ปีก่อน ป้าเสลาเรียนอยู่ชั้นมัธยมต้น จำได้ว่าทางโรงเรียนมีการเรี่ยไรเงินเด็กนักเรียน เพื่อสมทบทุนในการต่อสู้กรณีพิพาท เรื่องเขาพระวิหารกับเขมร ที่ศาลโลก แม้คำตัดสินออกมาเราจะแพ้ โดยคำตัดสินคือ
"ไทยต้องเสียปราสาทเขาพระวิหารไปเป็นของประเทศกัมพูชา แต่ไม่ได้หมายความว่าเสียเขาพระวิหารทั้งลูก เนื่องจากบันไดหินทางขึ้นเขาพระวิหารขั้นที่ 162 ลงมา เป็นดินแดนของประเทศไทย"
เวลาผ่านไป 46 ปี ก็มีเหตุการณ์ที่ทำให้เราต้องวิตกกังวลอีก ว่าเราจะต้องเสียดินแดนให้เขมรเพิ่มอีกหรืออย่างไร...??
|
เมื่อถึงวาระสุดท้าย..สิ่งเดียวเท่านั้นทีท่านจะนึกถึงคือ คนที่ท่านรักและคนที่รักท่าน The only thing that really matters are the people whom you love and who love you
|
|
|
|
Falco
บุคคลทั่วไป
|
 |
« ตอบ #2 เมื่อ: มิถุนายน 15, 2008, 21:48:29 » |
|
เราจะไปทำอะไรได้ นิสัยคนไทย ขี้ใจอ่อน ไม่คิดการณ์ไกล ปล่อยให้ ชาวเขมรมาทำมาค้าขาย คราวนี้ไล่ออก ก็ไม่ง่าย
จุดนี้ต้องโทษทางไทยแล้ว จนท ไร้ประสิทธิภาพ
|
|
|
|
|
|
Falco
บุคคลทั่วไป
|
 |
« ตอบ #3 เมื่อ: มิถุนายน 15, 2008, 21:59:39 » |
|
ไม่กล้าฟันธงว่าจะเสียเขาพระวิหารหรือไม่ แต่ก่อนอื่นอยากให้ ผลักดัน คนเขมรที่ทำมาค้าขายตรงนั้น ออกให้หมดก่อน ที่สำคัญ พี่ไทยเราอย่าโง่ อย่าใจอ่อน แรงมา แรงไป
|
|
|
|
|
|
เสลา
|
 |
« ตอบ #4 เมื่อ: มิถุนายน 15, 2008, 22:07:23 » |
|
คนไทยเราคงต้องช่วยกันจับตามอง เพราะอาจมีเงื่อนงำมากกว่านี้ ที่เราอาจจะเสียเปรียบ ตามข่าวที่สื่อรายงาน ฝ่ายทหารก็ไม่ได้ละเลยเสียทีเดียว
|
เมื่อถึงวาระสุดท้าย..สิ่งเดียวเท่านั้นทีท่านจะนึกถึงคือ คนที่ท่านรักและคนที่รักท่าน The only thing that really matters are the people whom you love and who love you
|
|
|
|
dekdee
|
 |
« ตอบ #5 เมื่อ: มิถุนายน 16, 2008, 07:11:57 » |
|
 อยากให้รัฐบาลทั้ง 2 ประเทศ ทำความชัดเจน โดยเฉพาะพื้นที่ซับซ้อน 
|
|
|
|
|
|
เสลา
|
 |
« ตอบ #6 เมื่อ: มิถุนายน 17, 2008, 10:38:48 » |
|
เรื่อง"เขาพระวิหาร" เคยเป็นเรื่องสะเทือนใจคนไทย เมื่อ 46 ปีมาแล้ว คนไทยครึ่งค่อนประเทศ รวมทั้งป้าเสลา ในสมัยนั้นเคยเสียน้ำตามาแล้ว เมื่อเราแพ้คดี จากกรณีพิพาทกับเขมร
เมื่อมีข่าวที่ยังคลุมเครือ ไม่ชัดเจนเกี่ยวกับ พื้นที่เขาพระวิหารขึ้นมาอีก จึงเป็นที่สนใจ จดจ่อรอฟังด้วยความกังวล เป็นห่วงจากข่าวล่าสุด(มติชน 17 มิถุนายน พ.ศ. 2551)นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน ที่สำนักงาน สมช. การประชุมนัดนี้มีวาระสำคัญคือ กระทรวงการต่างประเทศ เสนอเรื่องการจัดทำแผนที่ใหม่เพื่อการขึ้นทะเบียนเขาพระวิหาร เป็นมรดกโลกให้ สมช.พิจารณา
สำหรับแผนที่ใหม่นี้ จากการรายงานข่าวของสื่อหลายสื่อ ระบุว่า กัมพูชาเป็นฝ่ายจัดทำขึ้น เช่นจากข่าวของ www.nationchannel.com 6 มิถุนายน 2551 รายงานว่า รัฐมนตรีต่างประเทศ นายนพดล ปัทมะ ได้ส่งเจ้าหน้าที่ ไปรับแผนที่เขาพระวิหาร ฉบับใหม่ที่เมืองเสียมเรียบ ซึ่งเป็นฉบับที่ไทย-กัมพูชา ได้ร่วมตกลงกันในวันที่ 22-23 พ.ค.ที่กรุงปารีส และเพื่อความรอบคอบจะมีตรวจวัดพื้นที่จริงอีกครั้ง
แต่ขณะเดียวกันข่าวจากสื่อ เช่น www.tnewsonline.net วันที่ 2008-06-09 ก็รายงานว่า รมว.ตปท. รอคำตอบจากกัมพูชา เพื่อให้เกิดความโปร่งใส จึงยุติการให้ดูแผนที่ก่อน
นายนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีการขึ้นทะเบียนเขาพระวิหารเป็นมรดกโลก หลังจากที่ฝ่ายกัมพูชายื่นแผนที่ฉบับใหม่ให้ไทยพิจารณา ว่า คิดว่าจะใช้เวลาไม่นาน หลังจากนี้จะให้คำตอบกับกัมพูชาได้ทราบโดยเร็วที่สุด ตนเข้าใจความปรารถนาของคนไทยที่ต้องการจะดูแผนที่ดังกล่าว เพราะอยากให้เกิดความโปร่งใสและตรวจสอบได้ แต่ขณะนี้ยังไม่ได้ข้อยุติจึงต้องขอเวลาดูแผนที่ให้เรียบร้อยก่อน อย่างไรก็มีโอกาสที่จะเปิดเผยเอกสารให้ดูได้ หลังจากสองฝ่ายสามารถตกลงกันได้แล้ว
 (ภาพจาก www.oknation.net/blog/print.php?id=90117)
ต่อมานายนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แถลงผลการประชุม สมช.ว่า สมช.ได้ให้ความเห็นชอบแผนที่เขาพระวิหารซึ่งทางกัมพูชาได้จัดทำขึ้น และร่างการแถลงการณ์ร่วม โดยกัมพูชาจะจำกัดการขึ้นทะเบียนตัวปราสาทเท่านั้น ไม่มีพื้นที่พัฒนาหรือพื้นที่อนุรักษ์ล้ำเข้ามาในพื้นที่ ที่ทั้งสองฝ่ายอ้างสิทธิทับซ้อน 4.6 กิโลเมตร ซึ่งเมื่อวันที่ 5 มิถุนายนที่ผ่านมา ทางกัมพูชาได้ส่งแผนที่ให้ไทยและกระทรวงการต่างประเทศ ได้ขอให้ทางเจ้าหน้าที่กรมแผนที่ทหารมาตรวจสอบแล้ว
"ที่ประชุมได้อภิปรายอย่างกว้างขวางแต่ก็เห็นชอบ ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศจะนำเข้าสู่การพิจารณาของ ครม. ในวันที่ 17 มิถุนายน หาก ครม.เห็นชอบก็จะได้รับมอบอำนาจให้ไปลงนามในแถลงการณ์ร่วม จากนั้นจะมีการแจ้งให้ทางกัมพูชาได้รับทราบ เพื่อให้กัมพูชาส่งแผนที่ดังกล่าวไปให้คณะกรรมการมรดกโลก 21 ประเทศ เพื่อพิจารณาในการประชุมครั้งที่ 32 เมืองควิเบก ประเทศแคนาดา" นายนพดลกล่าว
สำหรับกรณีที่มีข่าวว่า ก่อนหน้านี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสั่งไม่ให้ทหารให้ความเห็น นายนพดลกล่าวว่า ไม่เคยสั่งทหารโดยใช้ถ้อยคำว่าหุบปากหรืออะไร แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ที่อาจจะกระทบต่อความสัมพันธ์ และอยากให้พูดในแนวเดียวกัน
ซึ่งในที่ประชุม สมช. พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) และ พล.อ.วินัย ภัททิยกุล ปลัดกระทรวงกลาโหม ได้แสดงความคิดเห็นขอบคุณ และชื่นชมการทำงานของกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งการเลือกตั้งของกัมพูชาในปลายเดือนกรกฎาคม หากไปปลุกเร้าหรือสัมภาษณ์ที่ผิดพลาดไป อาจจะมีผลกระทบต่อการเมืองภายในของกัมพูชา
เมื่อถามว่า เป็นห่วงว่าจะมีการเอาผลประโยชน์ของชาติ แลกเปลี่ยนกับผลประโยชน์ส่วนบุคคล นายนพดลกล่าวว่า ความกลัวเป็นสิ่งที่ดี แต่อย่ามีมากและต้องอยู่บนพื้นฐานของความจริง เพราะกระทรวงการต่างประเทศไม่สามารถไปทำอะไร ที่จะมีผลประโยชน์ทับซ้อน เนื่องจากเป็นการเจรจาบนโต๊ะ
เมื่อถามว่า ก่อนหน้านี้ทั้งนักวิชาการและฝ่ายความมั่นคง ขอให้เปิดเผยแผนที่ ทำไมไม่เปิดเผย
นายนพดลกล่าวว่า คนที่รู้เรื่องแผนที่ดีที่สุดในประเทศไทย คือ กรมแผนที่ทหาร กระทรวงการต่างประเทศไม่เชี่ยวชาญ และจะสามารถเปิดได้เมื่อถึงเวลาอันสมควร แต่ตอนนี้ยังเป็นความลับทางราชการอยู่
"ไม่มีปัญหาแน่นอน เพราะตัวปราสาทนั้นเป็นของกัมพูชา ตามคำวินิจฉัยของศาลโลก ซึ่งในรัฐบาลจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ อดีตนายกรัฐมนตรี ได้มีมติ ครม.คืนปราสาทเขาพระวิหารให้กัมพูชาตามแผนที่ แอล 7017 และท้ายที่สุดการขึ้นทะเบียนตัวปราสาทจะไม่กระทบต่อการปักปันเขตแดนใดๆ ซึ่งได้เขียนไว้เป็นข้อตกลงร่วมกัน" นายนพดลกล่าว
และว่า ส่วนเรื่องการก่อสร้างบ้านเรือนและร้านค้าของชาวกัมพูชา รุกล้ำเข้ามาในเขตประเทศไทยนั้น จะต้องไปเจรจา บริหารจัดการและวางแผนร่วมกัน ซึ่งจุดยืนของไทยคือ ต้องอนุรักษ์ตัวปราสาท
ทั้งนี้ ก่อนการประชุม สมช. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ กรณีสร้างสิ่งปลูกสร้างล้ำเข้ามาในพื้นที่ทับซ้อน 4.6 ตารางกิโลเมตร ของชาวกัมพูชาว่า ต้องหารือกับกัมพูชา เพื่อบริหารจัดการพื้นที่ทับซ้อนนี้ร่วมกัน จะได้ไม่เกิดปัญหา เรื่องสิ่งปลูกสร้างในพื้นที่ทับซ้อนขอให้ประชาชนใจเย็นๆ เพราะเป็นปัญหาที่มีมานานแล้ว ถ้าไม่เห็นด้วยก็ควรหยิบยกมาพูดกันก่อนหน้านี้มานานแล้ว ไม่อยากให้มีการกระพือข่าวช่วงนี้ เพราะจะทำให้เกิดความไม่ไว้วางใจกันระหว่างประชาชน 2 ประเทศ โดยเฉพาะช่วงที่จะมีการเลือกตั้งของกัมพูชาในวันที่ 27 กรกฎาคมนี้ หากมีนักการเมืองหยิบประเด็นเรื่องชาตินิยมไปหาเสียงในกัมพูชา อาจมีปัญหาเหมือนเรื่องเผาสถานทูตไทยในกัมพูชาก็ได้ และขอยืนยันว่า บริเวณพื้นที่ทับซ้อน 4.6 ตารางกิโลเมตร ไม่ใช่แหล่งพลังงานด้านน้ำมันแน่นอน เพราะแหล่งพลังงานที่เป็นพื้นที่ทับซ้อนอยู่ในทะเล มีพื้นที่ 26,000 ตารางกิโลเมตรจุดสำคัญที่ทำให้คนไทยทั้งหลาย หายใจไม่ค่อยทั่วท้องก็คือ
"ก่อนหน้านี้ทั้งนักวิชาการและฝ่ายความมั่นคง ขอให้เปิดเผยแผนที่ ทำไมไม่เปิดเผย " และการแถลงยืนยันของ นายนพดล ปัทมะ รมว.กระทรวงการต่างประเทศ ว่า แต่ขณะนี้ยังไม่ได้ข้อยุติจึงต้องขอเวลาดูแผนที่ให้เรียบร้อยก่อน อย่างไรก็มีโอกาสที่จะเปิดเผยเอกสารให้ดูได้ หลังจากสองฝ่ายสามารถตกลงกันได้แล้วซึ่งคนไทยทั้งประเทศก็คงต้องทำใจ ฝากความเชื่อมั่นไว้กับคำแถลงรับรองของนายนพดล ปัทมะ รมว.กระทรวงการต่างประเทศ ที่อ้างว่า "ทางกัมพูชาได้ส่งแผนที่ให้ไทย และกระทรวงการต่างประเทศได้ขอให้ ทางเจ้าหน้าที่กรมแผนที่ทหารมาตรวจสอบแล้ว "
กับให้ฟังเหตุผลที่กระทรวงการต่างประเทศสั่งไม่ให้ทหารให้ความเห็น โดยให้ความสำคัญว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ที่อาจจะกระทบต่อความสัมพันธ์ (ภาพจาก http://travel.sanook.com)
|
เมื่อถึงวาระสุดท้าย..สิ่งเดียวเท่านั้นทีท่านจะนึกถึงคือ คนที่ท่านรักและคนที่รักท่าน The only thing that really matters are the people whom you love and who love you
|
|
|
|
Falco
บุคคลทั่วไป
|
 |
« ตอบ #7 เมื่อ: มิถุนายน 17, 2008, 18:04:52 » |
|
เรื่องสิ่งปลูกสร้างในพื้นที่ทับซ้อนขอให้ประชาชนใจเย็นๆ เพราะเป็นปัญหาที่มีมานานแล้ว ถ้าไม่เห็นด้วยก็ควรหยิบยกมาพูดกันก่อนหน้านี้มานานแล้ว
ปล่อยมานานจริงๆด้วย คราวนี้มันไม่ยอมออกกันแล้ว พี่ไทย เคยทำอะไรได้มั่ง? จับตาดู นพดล
|
|
|
|
|
|
เสลา
|
 |
« ตอบ #8 เมื่อ: มิถุนายน 17, 2008, 18:58:04 » |
|
สิ่งที่รบกวนจิตใจของคนไทยส่วนใหญ่ในกรณีนี้ก็คือ
ทางกระทรวงการต่างประเทศ โดย นายนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการฯ ยืนยันที่จะเปิดเผยแผนที่-แถลงการณ์ร่วม หลังขึ้นทะเบียนมรดกโลกแล้ว
โดยอ้างเหตุผลที่ยังไม่ยอมเปิดเผยในตอนนี้ว่า เป็นเรื่องละเอียดอ่อน เกรงกระทบความมั่นคงภายในของกัมพูชา
|
เมื่อถึงวาระสุดท้าย..สิ่งเดียวเท่านั้นทีท่านจะนึกถึงคือ คนที่ท่านรักและคนที่รักท่าน The only thing that really matters are the people whom you love and who love you
|
|
|
|
Falco
บุคคลทั่วไป
|
 |
« ตอบ #9 เมื่อ: มิถุนายน 17, 2008, 19:31:54 » |
|
อ่านตรงนี้แล้วชอบกล
ทางกระทรวงการต่างประเทศ โดย นายนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการฯ ยืนยันที่จะเปิดเผยแผนที่-แถลงการณ์ร่วม หลังขึ้นทะเบียนมรดกโลกแล้ว
**** สงสัยว่าทำอะไรอยู่????? หลังขึ้นทะเบียนนี่นะ ???????? 
|
|
|
|
|
|
|
|
Falco
บุคคลทั่วไป
|
 |
« ตอบ #11 เมื่อ: มิถุนายน 18, 2008, 10:55:27 » |
|
ทรัพย์สินเป็นของประเทศชาติ มัน จะรับผิดชอบคนเดียว ถ้าเกิดพลาดพลั้งไป??? (ถือว่ามันตั้งใจ ถ้าผลออกมาอย่างที่เราสงสัยกัน) มันมีค่าอะไรนักหนา ???? ดูการให้สัมภาษณ์ ที่ลงข่าว โค่ดโม้เลย อดสู! นพดล ห่วงเลือกตั้งเขมร หมกเม็ดปิดสัญญาเขาพระวิหารhttp://manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9510000071373
|
|
|
|
|
|
|
|
เสลา
|
 |
« ตอบ #13 เมื่อ: มิถุนายน 19, 2008, 12:11:23 » |
|
เขาพระวิหารเคยถูกปิดไม่ให้ขึ้นเยี่ยมชมนาน ระยะหนึ่ง ต่อมาราวปี พ.ศ. 2542 หรือ 2543 ได้มีการเปิดให้ขึ้นชมได้อีก ป้าเสลาได้จังหวะดี มีโอกาสไปเที่ยว  โดยต้องเริ่มตั้งต้นเดินด้วยเท้าจากเขตที่เขาอนุญาตให้รถยนต์ไปถึงได้ ดูเหมือนจะเดินด้วยระยะทางกว่า 1 กิโล แต่ไม่ใช่เดินบนที่ราบ เป็นทางชันขึ้นเขา กว่าจะไปถึงส่วนที่เป็นบันได ความรู้สึกที่ได้เห็น ลักษณะ ตำแหน่งที่ตั้งของปราสาทเขาพระวิหาร รู้สึกว่าทำใจยอมรับไม่ได้ว่า ประสาทเป็นของเขมร เพราะทางเดินขึ้นไปจากบ้านเราแท้ๆ ... ... ริมชะง่อนผา ขวามือคือเขตแดนกัมพูชา | คิดไปถึงตอนเริ่มสร้าง ก็ต้องดำเนินการก่อสร้างในเขตบ้านเมืองเรา เพราะปราสาทตั้งอยู่บนชะง่อนผา มองจากชะง่อนผาลงไป จึงจะเป็นเขตประเทศกัมพูชา
|
|
เมื่อถึงวาระสุดท้าย..สิ่งเดียวเท่านั้นทีท่านจะนึกถึงคือ คนที่ท่านรักและคนที่รักท่าน The only thing that really matters are the people whom you love and who love you
|
|
|
|
Falco
บุคคลทั่วไป
|
 |
« ตอบ #14 เมื่อ: มิถุนายน 19, 2008, 22:01:02 » |
|
รู้สึกว่ารูปป้ามันจะเบลอ กว่า ช่วงบ่าย หรือว่าเอ็นจอยตาฝาด ?? 
|
|
|
|
|
|
Scorpio6
|
 |
« ตอบ #15 เมื่อ: มิถุนายน 19, 2008, 22:16:22 » |
|
นพดล ปัทมะ เกิดที่กิ่งอำเภอสีดา โคราช ...อยู่ใกล้บ้านผมมาก อดีตนักศึกษาจากธรรมศาสตร์ นักเรียนทุนหลวง และ....อดีตทนายของทักษิณ ชินวัตร หากคุณทำเพื่อประโยชน์ส่วนตัวใครบางคน..ผมขอประณามคุณและอาจไปเยี่ยมถึงบ้าน  .. 
|
อีสานมั่นคง...เมืองไทยมั่นคง
|
|
|
|
เสลา
|
 |
« ตอบ #16 เมื่อ: มิถุนายน 19, 2008, 22:30:41 » |
|
ได้ทราบรายละเอียดเพิ่มเติมถึงข้อตกลงที่ นพดล ตกลงทำกับเขมรไปแล้ว เจ็บปวดใจจริงๆ
หวังว่าเราคงจะหาทางออก สามารถแก้ไขกลับคืนมาจนได้ 
|
เมื่อถึงวาระสุดท้าย..สิ่งเดียวเท่านั้นทีท่านจะนึกถึงคือ คนที่ท่านรักและคนที่รักท่าน The only thing that really matters are the people whom you love and who love you
|
|
|
|
|
|
เสลา
|
 |
« ตอบ #18 เมื่อ: มิถุนายน 20, 2008, 02:47:48 » |
|
ขอบคุณ คุณเอ็นจอยฯ ที่ช่วยหาข้อมูลมาให้พวกเราศึกษาเพิ่มเติม ป้าก็รอบันทึกรายละเอียด ข้อเท็จจริงจากพื้นที่กรณีขึ้นทะเบียน เขาพระวิหารเป็นมรดกโลกของมนุษย์ ของ ม.ล.วัลย์วิภา จรูญโรจน์ นักวิจัย 9 สถาบันไทยคดีศึกษา มธ.
ซึ่งมีการจัดสัมนาในหัวข้อดังกล่าว ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อวันพุธที่ 18 มิถุนายน 2551
หากได้รับเมื่อใดจะรีบนำมาเผยแพร่ให้พวกเราได้รับทราบจากการแถลงของ ม.ล.วัลย์วิภาวันที่ 18 มิ.ย. เมื่อเวลา 12.30 น. ที่ชั้น 9 ตึกอเนกประสงค์ สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ บางตอน ระบุว่า....ปัญหาเรื่องเส้นเขตแดนไทย-กัมพูชา นั้น ทางฝ่ายกัมพูชาพยายามรักษาอธิปไตยของตนเอง โดยมีการสร้างชุมชน ตลาด และวัด เข้ามาในดินแดนฝั่งไทย ซึ่งแสดงให้เห็นว่ากัมพูชาไม่ได้ยึดถือหลักเขตแดนของไทย ตามมติ ครม.เมื่อปี 2505 ของไทย โดยที่รัฐบาลของไทยไม่ได้มีความพยายามดำเนินการใดๆ และเมื่อพิจารณาถึงสิ่งที่กัมพูชากับไทยได้เจรจาร่วมกันมา ทางกัมพูชาได้ยื่นข้อเสนอขอเปิดจุดผ่านแดนช่องตาเฒ่า ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ทางกัมพูชาเตรียมไว้สำหรับเปิดศูนย์การค้า แหล่งบันเทิง และ กาสิโน
และเมื่อตนย้อนกลับไปดูการจัดทำหลักเขตแดนไทย-กัมพูชา ทางทะเล ที่ลากจากหลักกิโลเมตรที่ 73 จ.ตราด ได้พบแผนที่ของกัมพูชา ที่มีการเขียนหลักเขตแดนทางทะเลผ่านเกาะกรูด ของไทย และกินพื้นที่พัฒนาร่วม หรือ JDA ซึ่งเป็นจุดที่มีทรัพยากรธรรมชาติขนาดใหญ่ และเป็นเส้นเขตแดนทางทะเลที่แตกต่างจากเส้นเขตแดนของไทย โดยกินพื้นที่ของไทยเข้ามาด้วย
ทั้งนี้ แผนที่ดังกล่าวสอดคล้องกับข้อมูลที่ นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ทำหนังสือถึงผู้บัญชาการทหารสูงสุด เรื่อง เรียกร้องขอให้ทหารหาญของชาติแสดงจุดยืนปกป้องผลประโยชน์ชาติ กรณีเร่งรัดแบ่งเขตแดนทางทะเลไทย-กัมพูชา เมื่อวันที่ 14 ก.ย.2549
... |
สีแดงคือเกาะกูดของไทย เส้นประเข้มคือแนวเส้นเขตแดนของไทย ส่วนแนวเส้นประไข่ปลา เป็นแนวขีดเส้นเขตแดนของกัมพูชา ที่กินเกาะกูดไปครึ่งหนึ่งและกินพื้นที่ JDA ซึ่งเป็นแหล่งทรัพยากรธรรมชาติแหล่งใหญ่ | เส้นเขตแดนทางทะเลมีเส้นเขตแดนเดิมตามสนธิสัญญาไทย-ฝรั่งเศส ที่เกาะกูด จะต้องเป็นของไทย และในปี 2544 รัฐบาลของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้บรรลุข้อตกลงกับทางกัมพูชา ด้วยการทำบันทึกความเข้าใจร่วมกัน ซึ่งน่าสงสัยว่า ทำไมการปักปันเขตแดนซึ่งเป็นเรื่องสำคัญ และเป็นอธิปไตยของชาติ เหตุใดจึงไม่มีการเปิดเผยข้อมูลในวงกว้าง หรือผ่านกระบวนการรับรองการเปลี่ยนเส้นเขตแดน ที่ไม่ใช่ฝ่ายบริหารรับรู้แต่เพียงฝ่ายเดียว ดังนั้น จึงเชื่อว่า เขาพระวิหารเกี่ยวข้องกับการแบ่งเขตแดน และเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของพื้นที่ JDA ด้วย (ข้อมูลและภาพจาก ผู้จัดการออนไลน์ 18 มิถุนายน 2551)
|
เมื่อถึงวาระสุดท้าย..สิ่งเดียวเท่านั้นทีท่านจะนึกถึงคือ คนที่ท่านรักและคนที่รักท่าน The only thing that really matters are the people whom you love and who love you
|
|
|
|
Falco
บุคคลทั่วไป
|
 |
« ตอบ #19 เมื่อ: มิถุนายน 20, 2008, 17:14:53 » |
|
ด้วยความยินดีค่ะป้า ช่วยกันคนละนิดละหน่อย เท่าที่เราจะทำได้ 
|
|
|
|
|
|