ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
พฤษภาคม 24, 2013, 20:36:00
92,773 กระทู้ ใน 7,435 หัวข้อ โดย 8,934 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: koldee
::Arunsawat ::อรุณสวัสดิ์ ::  |  สบาย สบายสไตล์อรุณสวัสดิ์ : บุคคลทั่วไปกรุณาสมัครสมาชิกก่อนโพสท์  |  สโมสรอรุณสวัสดิ์  |  เห็ด อาหารยืดอายุ 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้ « หน้าที่แล้ว ต่อไป »
หน้า: 1 [2]
ผู้เขียน หัวข้อ: เห็ด อาหารยืดอายุ  (อ่าน 21229 ครั้ง)
เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 19,801



« ตอบ #25 เมื่อ: พฤศจิกายน 27, 2006, 15:10:19 »



ข้อมูลของคุณแม่ ที่คุณเด็กหอ 5 พูดถึงคงจะหมายถึง น้ำเห็ด 3 อย่าง

น้ำเห็ดสามอย่าง (เห็ดอะไรก็ได้ที่ไม่เป็นพิษ ) ต้มรวมกัน
-ล้างพิษในตับ ต้านมะเร็ง
-ลดการเกิดเนื้องอกของอวัยวะภายใน
-ลดไขมันในตับและในเลือด


จาก จากหนังสือ "นาฬิกาชีวิต" ของ อ.สุทธิวัสส์  คำภา

ป้านำบางส่วนมาลงไว้ในกระทู้นี้

http://www.arunsawat.com/board/index.php?topic=1723.0
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

คนเจียงใหม่
Jr. Member
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 90


« ตอบ #26 เมื่อ: พฤศจิกายน 28, 2006, 11:37:56 »


 คุยกันเรื่องเห็ดพอดี เด็กๆไปซื้อผักเห็ดนางฟ้าใส่หมู
อร่อยมากครับ :-*
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 19,801



« ตอบ #27 เมื่อ: ตุลาคม 15, 2007, 11:12:51 »



เห็ดโคนเป็นสุดยอดความอร่อยของเห็ดบ้านเราชนิดหนึ่ง
สำหรับป้าเสลา เห็ดโคนอร่อยกว่าเนื้อไก่แยะเลย
เห็ดโคนจะนำมาประกอบอาหารได้หลายอย่าง
ยำเห็ดโคน ต้มยำเห็ดโคน ผัดเห็ดโคนใส่น้ำมันหอย ราดหน้าเห็ดโคน

หรือเพียงต้มใส่น้ำเกลือพอสุก
ตักลงมาหั่นพริกขี้หนูซอยหอมแดงใส่ บีบมะนาวคลุก
รับประทานกับข้าวสวยร้อนๆก็อร่อยเหลือรับประทานแล้ว

เห็ดโคนค่อนข้างหายากและราคาแพงสำหรับในกรุงเทพ
แต่มักจะหาซื้อได้ในราคาที่สมเหตุสมผลเวลาออกต่างจังหวัดในฤดูฝนเช่นนี้

เมื่อเจอเราก็จะอยากซื้อมาเก็บไว้ให้กินได้นานๆ
จากคอลัมน์  หิวหรืออิ่มก็ยิ้มพอกัน โดย พัชรพน  ในมติชน
ได้พูดถึงวิธีเก็บ'เห็ดโคน'ไว้กินนานๆ น่าสนใจมากๆ


*****************


คอลัมน์ หิวหรืออิ่มก็ยิ้มพอกัน โดย พัชรพน


อย่างที่บอกเมื่ออาทิตย์ที่แล้วว่า การเดินทางไปเมืองกาญจน์ในฤดูเห็ดโคนเที่ยวนั้น
ได้สูตรเด็ดวิธีถนอมเห็ดโคนไว้กินนานๆ มา
ที่มาเล่าให้ฟังในอาทิตย์นี้ เพราะอยากทดลองให้แน่ก่อนว่าได้ผลจริงหรือไม่

ทดลองแล้วครับ เฉียบ ได้ผลมากกว่าที่ตั้งใจไว้เสียอีก

อย่างที่บอกแหละครับ เห็ดโคนนี่โตเร็ว เหี่ยวไว ตอนซื้อมาดอกตูมๆ อยู่แท้ๆ
ขับรถมาถึงกรุงเทพฯ หลายดอกบานทะโรคไปเรียบร้อย

ฤดูเห็ดโคนปีหนึ่งมีครั้งเดียว แถมมีไม่กี่วัน
จะซื้อมาแค่พอกินมื้อสองมื้อก็เสียดาย แต่ซื้อมามากก็รอเน่า หากไม่รู้วิธีถนอม

หลังขับรถไล่แวะซื้อมาเรื่อยตั้งแต่สังขละบุรี ทองผาภูมิ ไทรโยค สนุกครับ
ซื้อไปถามวิธีเก็บเห็ดโคนไว้กินนานๆ ไป คนขายส่วนใหญ่ส่ายหัวบอกไม่รู้
หรือบ้างก็ว่าเขาไม่บอกกัน การถนอมเห็ดโคนเป็นความลับเฉยเลย

จนผ่านไทรโยคไปแล้ว ขึ้นไปเที่ยวน้ำตกเอราวัณ แล้วบ่ายหน้าเข้าเมืองกาญจน์
สองข้างทางยิ่งมีโต๊ะขายเห็ดโคนเยอะ แถวนี้แหละครับที่ได้เรื่อง

หนุ่มใหญ่ที่ขายเห็ดโคนคนหนึ่งเปิดเผยความลับ
เพราะเห็นใจว่าผมซื้อมาเยอะเกินที่จะกินทัน

วิธีมีอย่างนี้ครับ


เอามีดขูดดินที่ติดกับเห็ดออกให้หมด แล้วเอาไปล้างน้ำให้สะอาด
ที่ต้องขูดดินออกก่อนล้าง เพราะล้างก่อนขูดอาจจะง่ายกว่า
แต่ผลที่ได้คือดินจะเข้าไปในกลีบดอกเห็ด คราวนี้แหละครับจะได้เรื่อง
เพราะเข้าไปแล้วเอาออกยาก ได้กินเห็ดผสมดินกันบ้าง



เห็นว่าสะอาดแล้ว เอาไปใส่ซึ้งที่ใช้สำหรับนึ่ง

การนึ่งใช้น้ำสะอาด เพราะน้ำที่ใช้นึ่งจะต้องเก็บไว้ดองเห็ด ไม่ต้องใส่มาก
เพราะเมื่อเห็ดได้ความร้อน น้ำจะออกมาจากเห็ดอีกจำนวนหนึ่ง

ใส่เกลือลงไปนิดหน่อยในน้ำที่นึ่ง

นึ่งสักระยะให้เห็ดสุก สุกไม่สุกพิสูจน์ทราบได้โดยง่ายก็เอามาลองกินดูเลย

เมื่อเห็ดโคนสุกแล้ว ยกลงมาตั้งไว้ก่อน
น้ำในหม้อที่ใช้นึ่ง ซึ่งมีน้ำจากเห็ดออกมาผสมนั้นให้ต้มต่อ
ตรงนี้เป็นเคล็ดลับสำคัญ

ต้มไปคอยช้อนฟองน้ำทิ้ง ช้อนไปเรื่อยๆ จ
นแน่ใจว่าไม่มีฟองอากาศเหลืออยู่อีก

ระหว่างต้มให้เอาเห็ดที่นึ่งสุกแล้วใส่ขวด หรือโหลที่ล้างสะอาด และแห้งแล้ว เตรียมไว้

พอน้ำที่ต้มไม่มีฟองอากาศแน่นอนแล้ว
ให้ตักใส่ขวดที่ใส่เห็ดไว้แล้ว ใส่ให้ท่วมเห็ด จากนั้นปิดฝาขวด

ขั้นตอนนี้สำคัญ คือ ฝาที่ปิดนั้นต้องแน่ใจว่าอากาศเข้าไม่ได้
ถ้าไม่แน่ใจให้เอาพลาสติคปิดปากขวดก่อนใช้ฝาปิด หรือใช้หนังยางวงรัดปิดฝาขวดก็ได้

เท่านี้แหละครับ เห็ดโคนจะรสชาติเหมือนเดิม แต่เก็บไว้ได้นาน
อยากกินเมื่อไรเปิดฝาเอาออกมาปรุงได้เลย





ปรุงเหมือนเห็ดสด จะต้มเค็ม ต้มยำ ยำ ผัดน้ำมันหอย คั่วซีอิ๊ว รสชาติเฉียบขาดเหมือนเดิม

อย่างที่บอกผมลองดูแล้ว ได้ผลจริง

สองสัปดาห์มานี่ กับข้าวบ้านผมอร่อยด้วยเห็ดโคนมาหลายมื้อแล้ว

ที่เด็ดไปกว่านั้นคือ การถนอมเห็ดโคนด้วยวิธีนี้
จะทำให้เมนูเห็ดโคนคั่วซีอิ้วได้รสชาติดีกว่าเห็นโคนสด

เพราะเห็ดโคนสดนั้น หากเอามาคั่วเห็ดจะเหี่ยว เพราะเสียน้ำ

แต่เห็ดที่ผ่านการเก็บด้วยเคล็ดลับอย่างที่บอก คั่วแล้วจะเต่งตึงน่ากิน

ลองดูได้เลยครับ

ว่างๆ ขับรถไปเมืองกาญจน์ เชื่อว่าฤดูกาลเห็ดโคนยังไม่จบ

และถ้าอยากกินนานๆ ทั้งปี ซื้อมาให้เยอะ แล้วทำอย่างที่ว่า อร่อยได้ทั้งปีแน่





แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

เฟื่องฟ้า
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 621



« ตอบ #28 เมื่อ: ตุลาคม 15, 2007, 12:14:20 »




สวัสดีป้าเสลา เมื่ออาทิตย์ที่แล้วเฟื่องฟ้าไปหมอชิตใหม่ เจอแม่ค้าเขานำเห็ดโคนใส่กระจาดมาเดินขาย
..ถุงละ 150 บาท ไม่มีใครสนใจ เฟื่องฟ้ารีบคว้ามาสามถุง เขาดองไว้เรียบร้อยแล้ว หิ้วขึ้นรถหนักเหมือนกัน ถุงละประมาณเกือบโลน่าจะได้

นี่ยังทานไม่หมดเลย เฟื่องฟ้าใส่ช่องแช่แข็งในตู้เย็นไว้  เมื่อเช้าฝนตกพระมาบิณทบาตรไม่ได้ เฟื่องฟ้าให้แม่บ้านอุ่นเห็ดโคน แล้วนำไปให้พระที่หอฉันก่อน
เจ็ดโมง ป่านนี้ไม่เหลือแล้ว


เคล็ดลับการเก็บรักษาเห็ดโคนน่าสนใจมาก แต่การปรุงรสด้วยการใส่มะนาวนั้นไม่ถูกต้อง ที่ถูกควรปรุงด้วยน้ำมะขามเปียก
ใส่ลงไปตอนน้ำเดือด อร่อยมาก การปรุงด้วยมะนาวบอกตามตรงนะป้า เสียดายเห็ดจัง..
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 19,801



« ตอบ #29 เมื่อ: ตุลาคม 15, 2007, 12:31:04 »



ขอบคุณคุณเฟื่องฟ้าที่แนะเคล็ดลับเรื่องมะขามเปียก

วันหลังจะจำไว้ให้แม่น
 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

สไลเดอร์
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,726



« ตอบ #30 เมื่อ: ตุลาคม 15, 2007, 12:49:58 »



เห็ดป่าที่สวีเดนจะชุกชุมในช่วงที่มีฝนตกชุก คือช่วงคาบต่อระหว่างฤดู
ระหว่างฤดูหนาวกับฤดูร้อน คือช่วงฤดูใบไม้ผลิ และช่วงฤดูใบไม้ร่วง
  ตอนนี้ยังพอมีเห็ดให้เก็บอยู่บ้าง เพราะเริ่มจะย่างเข้าสู่ฤดูหนาวแล้ว "ฝนยังตก เห็ดยังมี"







แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
สไลเดอร์
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,726



« ตอบ #31 เมื่อ: ตุลาคม 15, 2007, 14:42:52 »



เห็ดขี้ควาย หรือเห็ดเมา มีขึ้นชุกชุมที่เกาะสมุย เคยเห็นบ่อยๆ
แต่ไม่คิดว่าคนจะเอามากิน
  ฝรั่งขี้นก นักท่องเที่ยวประเภทสะพายเป้นิยมกินกันมาก ส่วนมากเอามาฉีกใส่ไข่แล้วทอด
กิน เหมือนไข่เจียวหมูสับ แต่มันเป็นไข่เจียวเห็ดขี้ควายแทน
  พอรับประทานเข้าไปแล้ว คนกินจะมีอาการเมาเหมือนเมาเหล้า แต่มันจะร้อน เคยเห็นฝรั่ง
เมาแล้ว ต้องกระโดดลงแช่น้ำกันเป็นแถว.......เอิ้กกกกกก

เห็ดขี้ควาย เป็นพืชที่มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า
Psilocybe cubensis Sing วงศ์ Strophariaceae ผู้ที่รับประทานเห็ดนี้จะมีอาการมึนเมา
ประสาทหลอน จัดอยู่ในกลุ่มยาเสพติดให้โทษประเภท 5
ตามพระราช บัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 19,801



« ตอบ #32 เมื่อ: พฤศจิกายน 28, 2007, 07:35:29 »


มาอีกแล้ว เห็ดที่แพงที่สุดในโลก

"เห็ดทรัฟเฟิลสีขาว” ราคาประมูลแพงที่สุดในโลก



เป็นข่าวเกรียวกราวไปทั่วโลกอีกครั้ง
ซึ่งจะนับว่าเป็นข่าวดังประจำปีก็ย่อมได้
สำหรับข่าวการประมูล “ราชินีเห็ดทรัฟเฟิลสีขาว”
หรือ “Queen Tarfuto”
ที่มีน้ำหนัก 750 กรัม มีมหาเศรษฐีประมูลไปได้
ด้วยราคาสูงถึง 1.63 ล้านเหรียญฮ่องกง
หรือ 7 ล้านกว่าบาท
     

       งานประมูลเห็ดแสนแพงนี้จัดขึ้นเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายนที่ผ่านมานี้
ที่โรงแรม Ritz-Carlton ฮ่องกง อันเป็นงานการกุศลเพื่อหารายได้
ให้กับมูลนิธิ Mother’s Choice ซึ่งเป็นมูลนิธิที่
ให้ความช่วยเหลือสตรีมีครรภ์ที่มีปัญหา และดูแลในเรื่องของการรับบุตรบุญธรรม
โดยการประมูลในครั้งนี้จัดขึ้นเป็นปีที่ 3 ติดต่อกันแล้ว
       
       สำหรับผู้ที่ชนะการประมูลนั้นคือ คณะของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ 3 ราย
คือ Li Sze-Lim ประธานบริษัท Guangzhou R&F Properties,
Kong Jian-min ประธานบริษัท KWG Properties
ซึ่งมีสำนักงานอยู่ทั้งในกวางโจวและฮ่องกง
และผู้ร่วมคณะอีกรายหนึ่งคือ Su Meng เจ้าของบริษัท Goldtak Land
และ โรงแรม Gwangzhou’s Ritz-Carlton

“ ราชินีเห็ดทรัฟเฟิลขาว” ที่กลุ่มนี้ประมูล
ให้ราคาสูงถึง 1.63 ล้านเหรียญฮ่องกง
ทำให้เห็ดดอกนี้ทำลายสถิติกลายเป็นเห็ด
ที่ราคาสูงที่สุดในโลกสำหรับปีนี้


     
       สำหรับเห็ดทรัฟเฟิลสีขาวที่ถูกประมูลไปในครั้งนี้
คือเห็ดสายพันธุ์ Alba Truffle จากเมืองอัลบา ซึ่งอยู่ในแคว้นพิเอมอนเท
ต้นกำเนิดของเห็ดตระกูลนี้อยู่แถบป่าเชิงภูเขาแอลป์
และจะพบเห็ดนี้ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงของแต่ละปี
นักเปิบทั่วโลกต่างยกย่องว่า เห็ดทรัฟเฟิลสีขาวนี้คือสุดยอดของเห็ดป่า
ที่มีกลิ่นที่หอมหวนที่สุด ไม่ว่าจะนำมาใช้ปรุงอาหารชนิดใดก็ตาม
จะทำให้อาหารจานนั้นมีรสชาติที่วิเศษยอดเยี่ยมไปในทันที
       
       นอกจากนั้น ยังเป็นเห็ดป่าที่ขึ้นเฉพาะที่เท่านั้น
ไม่ได้มีมากมายเช่นเห็ดชนิดอื่นๆ ที่หาได้ง่ายกว่ามาก
จึงทำให้ราคาของเห็ดชนิดนี้ขึ้นไปสูงลิ่วจนต้องใช้วิธีการประมูลซื้อ
แทนที่จะเป็นการตั้งราคาอย่างปกติ
หากเห็ดดอกนั้นมีรูปพรรณที่สมบูรณ์สวยงามไร้รอยตำหนิ
ยิ่งเป็นที่ต้องการของนักเปิบที่ล้วนอยากเป็นเจ้าของกันทั้งนั้น
   

อาหารจานหลักที่ปรุงด้วยผักโขม (spinach ที่ป๊อบอายชอบกิน)และทรัฟเฟิล
   (ภาพจาก /www.gumbopages.com)


 
   
 
       เห็ดทรัฟเฟิลขาวน้ำหนักไม่ถึงหนึ่งกิโลกรัมมูลค่าแพงกว่าทองคำดอกนี้
หลังการประมูลแล้วได้ถูกนำไปปรุงเป็นอาหารค่ำ
สำหรับคณะผู้ที่ชนะการประมูล ในวันอาทิตย์ที่ 18 พฤศจิกายนที่ผ่านมา
อันเป็นอาหารที่ปรุงตามแบบตะวันตกทั้งคาวและหวาน
โดยคณะของพ่อครัวของโรงแรม Ritz-Carlton
คือ เชฟอุมแบร์โต บอมบานา สเตฟาโน โคเมติ และ จิโอวานี กูลลิโน
ซึ่งประกอบไปด้วยอาหารทั้งหมด 5 รายการ
ที่ใช้เห็ดทรัฟเฟิลนี้ปรุงนั่นคือ Risotto สลัด อาหารจานหลัก และไอศกรีม

 
Risotto

สำหรับผู้สนใจอาหารจานนี้
มีสูตรเครื่องปรุงจาก tony's White Truffle Risotto:

2 oz. Italian White Truffle
2 cups Aborio rice
6 cups chicken stock (preferably homemade)
1 small yellow onion, very finely chopped
4-5 oz. butter
4 1/2 oz. Reggiano Parmesan, freshly grated
2 oz. White Truffle Oil
White pepper and kosher salt

(จาก www.wineskinny.com)

       ตามสถิติแล้วการประมูลครั้งนี้ นับเป็นการประมูลเห็ดทรัฟเฟิลสีขาวครั้งที่ 9 ของโลก
และเป็นที่น่าสังเกตว่าการประมูล 3 ครั้งหลังสุดล้วนกระทำขึ้นที่ฮ่องกง
โดยปีที่แล้วผู้ชนะการประมูลคือ มหาเศรษฐี Gordon Wu Ying-sheung
ซึ่งประมูลเห็ดทรัฟเฟิลสีขาวดอกยักษ์ ที่มีน้ำหนักถึง 1.5 กิโลกรัม ไป
ในราคา 1.25 ล้านเหรียญฮ่องกง


และปีแรกที่จัดประมูลในฮ่องกงก็สามารถได้เงิน
จากการประมูลจากผู้ชนะชาวฮ่องกงเป็นจำนวนเงินถึง 1.07 ล้านเหรียญฮ่องกง
โดยเห็ดดอกที่ถูกประมูลในครั้งนั้นมีน้ำหนัก 1.2 กิโลกรัม
       
       นักวิเคราะห์กล่าววิจารณ์ว่า ผลผลิตเห็ดทรัฟเฟิลขาวในปีนี้
ถือว่าไม่ค่อยจะดีนัก อาจเป็นด้วยเพราะอากาศที่แปรปรวน
เป็นเหตุให้เห็ดที่พบมีทั้งขนาดที่ย่อมกว่าและปริมาณที่น้อยกว่าปีที่ผ่านมา
แต่นั่นกลับส่งผลให้ราคาของเห็ดปีนี้ถีบตัวสูงลิ่ว
ต่างกับราคาของเห็ดปีที่แล้วเกือบสิบเปอร์เซ็นต์
       
...
ไอสครีมช็อคโกแล็ตรัฟเฟิล

 
(ภาพจาก www.spiceadvice.com)

       สำหรับความสำคัญของเห็ดชนิดนี้
วงการอาหารของโลกยกย่องว่าเป็นเห็ดป่าที่มีคุณสมบัติอันพิเศษสุดๆ
เป็นเห็ดที่มีความฉ่ำ มีกลิ่นหอมหวนคล้ายเมล็ดดอกทานตะวันคั่ว
ผสมกับกลิ่นของวอลนัท ซึ่งต้องเป็นผู้ที่มีจมูกไวเท่านั้น
จึงจะสัมผัสถึงกลิ่นนี้ได้
กลิ่นของของเหลวในเห็ดมีกลิ่นคล้ายซีอิ๊วชั้นเยี่ยม
และมีความหอมฟุ้งรัญจวนใจ
ขนาดสุนัขหรือหมูยังเกิดความรู้สึกอยากค้นหา ไม่อาจอยู่นิ่งเฉยได้
นับว่าเป็น “เพชรเลอค่าสำหรับการครัว” ทีเดียว

แหล่งกำเนิดของเห็ดนี้คงมีเพียงในฝรั่งเศส ตอนเหนือของอิตาลี
 และแหลมอิสเตรีย ในประเทศโครเอเชีย เพียงเท่านั้น



(ข้อมูลจาก ผู้จัดการออนไลน์ 23 พฤศจิกายน 2550  )
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

poyza4444
Newbie
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1


« ตอบ #33 เมื่อ: กรกฎาคม 02, 2012, 13:12:37 »


ชอบกินมาก
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
killswitchkillboyman102
Newbie
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1


« ตอบ #34 เมื่อ: ธันวาคม 12, 2012, 10:53:06 »


  ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆนะครัย  มือตบ-Yellow
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
หน้า: 1 [2]
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
    กระโดดไป: