Թյ͹Ѻس, ؤŷ س к ŧ¹
׹ѹҹ?
ѹ¹ 04, 2010, 07:31:10
87,496 з 6,422 Ǣ 12,209 Ҫԡ
Ҫԡش: paratpayong
::Arunsawat ::سʴ ::  |  س : ؤŷ仡سѤҪԡ͹ʷ  |  ͧǺʹ  |  Ѻҩ  |  ใครกำหนด 0 Ҫԡ 1 ؤŷ ѧǢ͹ « ˹ҷ »
˹: 1 [2]
¹ Ǣ: ใครกำหนด  (ҹ 1319 )
ʹҹҾ
Hero Member
*****
ͿŹ ͿŹ

з: 1,231


ҤʹҹҾ˭ͿҴԹ


« ͺ #20 : Ҥ 14, 2008, 22:20:40 »

กบเป็นพยาน

ที่อำเภอซันเอวี๋ยน มณฑลสั่นซี มีสะพานทอดข้ามคลองสายหนึ่ง เรียกว่าสะพานซันเอวี๋ยน ที่เชิงสะพานนี้ มีพ่อค้าเต้าฮวย (อย่างเค็ม) คนหนึ่ง แซ่ลี้ ใครๆ พากันเรียกว่า "เต้าฮวยลี้"เหตุที่เต้าฮวยของแกหอมหวานอร่อยเป็นพิเศษ จึงทำให้ขายดิบขายดียิ่งนัก ในเวลานั้น มีพ่อค้าใหญ่คนหนึ่งเป็นชาวเมืองชิงไห่ เดินทางมาค้าขายในอำเภอซันเอวี๋ยนอยู่เสมอ คนทั่วไปเรียกเขาว่า "เหล่าจาง" ทุกครั้งที่เหล่าจางเดินทางมาถึงอำเภอซันเอวี๋ยน เขาจะต้องแวะกินเต้าฮวยของเต้าฮวยลี้ทุกครั้ง จนเวลาล่วงเลยไปนานวันเข้า เต้าฮวยลี้และเหล่าจางจึงกลายเป็นเพื่อนสนิทกัน ครั้งหนึ่ง เหล่าจางเอ่ยถามเต้าฮวยลี้ว่า "เต้าฮวยลี้ น้ำเต้าฮวยของนายทำไมจึงหอมหวานอร่อยนัก นายมีสูตรลับพิเศษอย่างไรหรือ" เต้าฮวยลี้ตอบว่า "เหล่าจาง เรื่องสูตรลับน่ะมีแน่ แต่เราไม่เปิดเผยต่อใครง่ายๆ หรอก นี่เราเห็นว่านายทำการค้าใหญ่โตอยู่คงไม่มารแย่งอาชีพขายเต้าฮวยของเราหรอก ฉะนั้นถ้าอยากรู้จริงๆ เราจะบอกตามความจริง..." เต้าฮวยลี้พูดพลางขยับตัว วางท่าอย่างคนมีวิชาดีแล้พูดต่อไปว่า "กลิ่นหอมในน้ำเต้าฮวยที่ใครๆ เข้าใจว่าเป็นน้ำเห็ดหอมสดนั้น ความจริงไม่ใช่ มันคือน้ำต้มน่องกบต่างหาก" "เฮ้ยเป็นไปได้หรือ" เหล่าจางอุทานอย่างไม่น่าเชื่อ "จริงซิ ม่ายงั้นมันจะหอมหวานเป็นพิเศษได้อย่างไรกัน"เต้าฮวยลี้ยืนยัน "แล้ววันหนึ่งๆ นายต้องสังหารกบสักกี่ร้อยตัว" เหล่าจางถามต่อ "ประมาณร้อยกว่าตัว" เต้าฮวยลี้ว่า "วันหนึ่งๆ ต้องสังหารชีวิตมากมายถึงเพียงนั้น โอน่าเสียดายแท้" เหล่าจางสะท้อนใจแล้วถามต่อไป "ทำไมนายไม่เปลี่ยนอาชีพใหม่ล่ะ จะได้ไม่ต้องทำบาปทำกรรมมากมายอย่างนี้ทุกวัน" เต้าฮวยลี้ตอบว่า "เราก็รู้ว่า สังหารชีวิตเขาไว้มากมายเหลือเกิน อยากจะเปลี่ยนอาชีพ แต่เมื่อไม่มีทุนก็ขยับขยายอะไรไม่ได้" "เอาอย่างนี้ ถ้านายคิดจะเปลี่ยนอาชีพจริงๆ เราจะให้เงินทุนก้อนหนึ่ง" เหล่าจางว่า "ก็ดีน่ะสิ" เป็นอันว่าเหล่าจางก็ได้ให้เงินเต้าฮวยลี้ ไปเป็นทุนสองร้อยตำลึง จากนั้น เต้าฮวยลี้ก็เปลี่ยนอาชีพจากขายเต้าฮวยเป็นเปิดร้านขายเคริองปั้นดินเผา มีทั้งโอ่งไห ชามจาน ภาชนะของใช้ต่างๆ ส่วนเหล่าจางเมื่อค้าขายเสร็จแล้ว ก็เดินทางกลับบ้านของตนที่เมืองชิงไห่ไป การค้าของเต้าฮวยลี้เจริญรุ่งเรืองขึ้นเรื่อยๆ จนสิบปีต่อมา ฐานะก็เป็นปึกแผ่นเข้าขั้นเศรษฐีย่อยๆ ทีเดียว ฝ่ายเหล่าจางพ่อค้าจากเมืองชิงไห่ หลังจากมอบเงินสองร้อยตำลึงให้เต้าฮวยลี้ไปทำทุนแล้ว ห็ไม่เคยติดต่อข่าวคราวของเต้าฮวยลี้ถึงสิบปีเต็ม เพราะไม่มีเหตุจำเป็นที่จะต้องเดินทางมาค้าขายที่อำเภอซันเอวี๋ยนอีก ครั้งหนึ่งบังเอิญเหล่าจางมีธุระจะต้องเดินทางไปเมืองซีอัน มณฑลสั่นซี เหล่าจาง นึกถึงเต้าฮวยหลี่ขึ้นมาได้ไม่รู้ว่าป่านนี้ชีวิตความเป็นอยู่จะเป็นอย่างไรบ้าง จึงเดินทางเลยขึ้นไปถึงอำเภอซันเอวี๋ยน เพื่อเยี่ยมเยือนเต้าฮวยลี้ พอได้พบกัน เหล่าจางดีใจยิ่งนักที่เห็นเต้าฮวยลั้อยู่ดีมีสุขฐานะร่ำรวยขึ้นอย่างผิดคาด แรกทีเดียว เต้าฮวยลี้ก็ดีใจที่ได้พบหน้าเพื่อนเก่าอีก จึงสั่งให้ภรรยาจัดเตรียมเหล้ายาอาหารมาเลี้ยงเป็นการใหญ่ แต่ในระหว่างอาหารนั่นเอง เต้าฮวยลี้ก็มีความคิดว่า "เมื่อสิบปีก่อน เหล่าจางให้เงินเราไว้ทำทุนสองร้อยตำลึง แต่ไม่ได้บอกชัดเจนว่า ให้เปล่าหรือให้ยืม บัดนี้จากสองร้อยตำลึงกลายมาเป็นการค้าใหญ่โตขนาดนี้เหล่าจางคงไม่ต้องการเงินสองร้อยตำลึงคืนเป็นแน่ ถ้าเขาจะถือสิทธิ์เป็นเจ้าของกิจการร่วมกับเรา เราก็ปฏิเสธไม่ได้น่าเสียดายที่ทรัพย์สินกิจการของเราจะต้องถูกแบ่งไปครึ่งหนึ่ง" เมื่อคิดดังนั้นแล้ว เต้าฮวยลี้ก็แอบเรียกเมียมาเสี้ยมสอนให้มอมเหล้าเหล่าจางให้เมาเต็มที่ในคืนนั้น การเลี้ยงสุราอาหาร ดำเนินไปจนเกือบเที่ยงคืน กลางดึกนั้นเอง เหล่าจางซึ่งถูกมอมเหล้าจนไม่ได้สติก็ถูกสองสามีภรรยาช่วยกันลากตัวไปโยนลงคลอง ด้วยเกรงว่าศพจะลอยขึ้นมา จึงได้ใช้แผ่นหินแผ่นใหญ่หน้าโม่ผูกคชติดตัวเหล่าจางเป็นเครื่องถ่วงไว้ สองสามีภรรยาโล่งใจที่กำจัดเจ้าหนี้ไปได้ และคิดว่าเรื่องนี้ไม่มีใครรู้เรื่องเลย นอกจากเขาและภรรยาเท่านั้น ครั้งนั้นนายอำเภอคนเก่าแก่แห่งอำเภอซันเอวี๋ยนถึงกำหนดเกษียนอายุ นายอำเภอคนใหม่กำลังเดินทางมารับตำแหน่ง เส้นทางที่ขบวนเสลี่ยงจะไปสู่จวนว่าการอำเภอ จะต้งข้ามสะพานซันเอวี๋ยน ซึ่งทอดข้ามคลองที่เต้าฮวยลี้และภรรยาฆ่าถ่วงน้ำเหล่าจาง เมื่อเสลี่ยงของนายอำเภอคนใหม่ มาถึงเชิงสะพานเท่านั้น เหตุการณ์ประหลาดก็เกิดขึ้นทันที กบจำนวนมากมายนับหมื่นนับพัน แห่กันมาเต็มคลองกระโดดขึ้นมาขวางสะพานไว้ โดยไม่กลัวอันตรายถึงชีวิตเลย ใครจะตีจะไล่อย่างไรก็ไม่ยอมถอย จนนายอำเภอต้องลงมาจากเสลี่ยง เมื่อพิจารณาแล้ว นายอำเภอคนใหม่ก็คิดว่า คงจะต้องมีเหตุผลอะไรบางอย่างเป็นแน่ จึงได้พูดกับกบนับหมื่นนับพันเหล่านั้นว่า "เรารู้ว่าพวกท่านมีเหตุผลที่ขวางทางเราเช่นนี้ หากมีสิ่งใดที่เราจะช่วยเหลือคลี่คลาย เหนือให้ความเป็นธรรมได้ ก็โปรดนำเราไปหาต้นเหตุนั้นเถิด เมื่อเราไปถึงจวนอำเภอรับตำแหน่งแล้ว เรื่องแรกที่เราจะจัดการก็คือเรื่องของท่านทั้งหลายนี่แหละ" พอนายอำเภอพูดจบลง กบทั้งหลายก็พากันกระโดดลงไปในคลอง ไปรวมกันอยู่เป็นฝูงใหญ่ข้างๆ บริเวณที่ศพของเหล่าจางจมอยู่ นายอำเภอจึงสั่งให้ผู้ติดตามจัดการทดน้ำบริเวณนั้น เข้าตำราน้ำลดตอผุด พอน้ำในคลองงวดลงศพของเหล่าจางก็ปรากฏแก่สายตาคนทั้งหลายทันที นายอำเภอรีบชันสูตรศพ แล้วสั่งให้จัดการนำไปฝังกบนับหมื่นนับพันเหล่านั้น มุงดูอยู่บนชายฝั่งคลองด้วยความโศกเศร้าอาดูร เสียงร้องของมันทั้งหลายทำให้คนที่อยู่ในเหตุการณ์สะท้านไปตามๆ กัน นายอำเภอเก็บแผ่นหินหน้าโม่ไปเก็บไว้เป็นหลักฐานสำคัญ จากนั้นก็ประกาศรับซื้อตัวโม่หินเก่า มีผู้นำหินโม่เก่ามาขายนายอำเภอมากมาย นายอำเภอก็รับซื้อไว้หมดสิ้น แต่ก็ยังไม่ได้ตัวโม่ที่ต้องการ จนกระทั่งวันหนึ่ง มีชายขี้ยาคนหนึ่งแบกตัวโม่หินมาขายให้นายอำเภอ เมื่อรับซื้อไว้แล้ว นำไปประกอบกับแผ่นหินหน้าโม่ที่เป็นหลักฐานของกลาง ก็ปรากฏว่าเข้ากันได้พอดี เป็นหน้าโม่ของตัวนี้ไม่ผิด นายอำเภอจึงสั่งให้จับกุมตัวชายขี้ยาผู้นั้นทันที ชายขี้ยาให้การว่า เขาขโมยตัวโม่หินนี้มาจากบ้านอา เนื่องจากวันนั้นเขาไปขอเงินอาเหมือนอย่างเคย แต่บังเอิญไม่พบ ความอยากยาเสพติดทำให้เขาคิดขโมยอะไรติดมือออกมาขายสักอย่างหนึ่ง บังเอิญเหลือบไปเห็นโม่นี้วางทิ้งไว้ลับตาคน และนึกขึ้นได้ว่าทางอำเภอต้องการจะซื้อ จึงได้ขโมยแบกออกมาขาย นายอำเภอออกหมายจับอาของชายขี้เมา ซึ่งเป็นเจ้าของโม่มาสอบสวน เขาคือเต้าฮวยลี้นั่นเอง ด้วยวิธีการอันแยบยลและชาญฉลาดของนายอำเภอ คดีฆ่าถ่วงน้ำรายนี้ ก็ได้คลี่คลายเปิดเผยขึ้น นายเต้าฮวยลี้ถูกพิพากษาโทษประหารชีวิต และริบทรัพย์ นายอำเภอจัดการสร้างสุสานฝังศพของเหล่าจางผู้มีมโนธรรมต่อชีวิตกยบทั้งหลาย และมโนธรรมน้ำใจที่มีต่อเพื่อนอย่างสมเกียรติ สุดท้ายนายอำเภอได้นำแผ่นหินหน้าโม่ที่ถ่วงศพของเหล่าจางมาโบกปูนติดไว้ข้างสะพานซันเอวี๋ยน เพื่อเป็นอุทาหรณ์แก่ชาวเมือง และผู้สัญจรไปมา ชีวิตทุกชีวิตรู้จักรักตัวกลัวตาย รู้จักเสียดายเลือดเนื้อและเชื้อสายของตนทั้งนั้น เหล่าจางเป็นผู้ให้ชีวิตแก่กบเหล่านั้น แม้จะเป็นชีวิตเล็กๆ แต่ความสำนึกบุญคุณก็มิได้ด้อยไปกว่าคนร่างใหญ่ที่จิตใจงามเลย
źз͵Դͼ   ѹ֡

ʹҹҾ
Hero Member
*****
ͿŹ ͿŹ

з: 1,231


ҤʹҹҾ˭ͿҴԹ


« ͺ #21 : Ҥ 14, 2008, 22:21:22 »

สมบัตินั้นท่านได้แต่ใดมา

เมื่อเจ็ดสิบกว่าปีก่อน ครั้งที่ปรเทศจีนเพิ่งจะเปลี่ยนการปกครองมาเป็นประชาธิปไตยได้ไม่นานนัก หัวเมืองบางแห่งเกิดการจราจลจากอิทธิพลของคนในเครื่องแบบอยู่พักหนึ่ง มีการจี้ปล้นแย่งชิงทรัพย์เงินทองของราษฎรชาวบ้านกันอย่างไม่เกรงอาญาแผ่นดิน พวกมิจฉาชีพ นักเลง อันธพาล ก็ได้โอกาสผสมโรงด้วย เป็นที่ปรีดิ์เปรมไปทั่วในหมู่ของคนชั่วร้าย ที่ย่านท่าเรือหนันปู้ บนเกาะฉงหมิง มณฑลเจียงซู ก็เช่นเดียวกัน ที่แห่งนี้มีโรงงานย้อมผ้ายี่ห้อต้าซิง นายช่างใหญ่เป็นคนเมืองเส้าซิง ใครๆจึงพากันเรียกเขาว่า นายช่างเส้า นายช่างเส้าทำงานที่โรงงานนี้มาหลายปีจนได้เงินเดือนเดือนละสองพันเหรียญทองแดงวันหนึ่ง ทหารกลุ่มหนึ่งผสมโรงด้วยคนร้ายหลายคนได้บุกเข้าปล้นร้านค้าใหญ่แห่งหนึ่งท้ายตลาด นายช่างเส้าบังเอิญผ่านไปพบเหตุเข้าพอดี แทนที่จะรู้สึกอนาถใจในการกระทำของกลุ่มคนชั่วร้าย และสงสารเห็นใจผู้ประสบเคราะห์กรรมเขากลับเกิดความโลภขึ้นอย่างแรงทันที เขาเฮโลตามคนร้ายกลุ่มนั้นเข้าไปแย่งชิงกับเขาด้วย ได้เงินมายี่สิบก้อน นายช่างเส้าเป็นหนุ่มใหญ่ตัวคนเดียว ไม่มีญาติพี่น้องที่เมืองนี้ จึงนำเงินที่แย่งชิงมาได้ไปฝากไว้กับเถ้าแก่โรงงานที่เขาทำงานอยู่ จากนั้นมา จิตใจของเขาก็เฝ้าหมกมุ่นวาดภาพถึงความสุขที่จะได้รับจากเงินจำนวนนั้น เขายังคงทำงานอยู่ต่อไปจนสิ้นปี เมื่อเขาลาออกจากงาน เขาจะมีเงินเดือนที่สะสมไว้รวมทั้งเงินที่แย่งชิงมาได้รวามแล้วถึงหนึ่งพันกว่าตำลึงทีเดียว เงินจำนวนนี้มากพอสำหรับที่จะเอาไปซื้อที่นา ปลูกบ้าน แต่งงานหาความสุขได้ชั่วชีวิตที่เมืองเส้าซิง บ้านเกิดของเขา สิ้นปี นายช่างเส้าก็เข้าไปพบเถ้าแก่เพื่อขอลาออกและขอเงินยี่สิบก้อนที่ฝากไว้คืน เถ้าแก่เปิดบัญชีเงินเดือนของนายช่างเส้าออก บวกลบแล้วก็มอบเงินสิบพันเหรียญทองแดงให้นายช่างเส้า พร้อมพูดว่า "เงินเดือนทั้งปีรวมยี่สิบสี่พันเหรียญทองแดง นายช่างได้เบิกไปสิบสี่พันกับอีกสี่ร้อย ส่วนที่เหลือคือเก้าพันหกร้อย แต่จะยกเศษให้ เอ้า นี่เงินสิบพันเหรียญ รับเอาไป" "ผมขอเงินยี่สิบก้อนที่ฝากไว้คืนด้วย" นายช่างเส้าเตือน "แกจะบ้าหรือ" เถ้าแก่ลุกขึ้นเต้าผางแสดงอาการโมโห "แกฝากเงินฉันไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่ แกคิดจะขู่กรรโชกฉันหรือ เงินเดือนหักค่าใช้จ่ายแล้วจะเหลือเท่าไหร่ ที่เมืองนี้แกไม่มีญาติพี่น้องเพื่อนฝูงเลย แกจะเอาเงินก้อนมาจากไหนได้ตั้งยี่สิบก้อน ถ้าแกพูดถึงเงินยี่สิบก้อนอีกละก็ ฉันจะเอาแกเข้าคุก" นายช่างเส้าตกใจนิ่งอึ้ง หาคำพูดโต้ตอบยืนยันอย่างไรไม่ได้เลย เพราะเงินนั้นเป็นเงินที่แย่งชิงเขามา นายช่างเส้าเดินทางกลับบ้านเกิด ด้วยความอาฆาตแค้น เขานอนไม่หลับทุกคืนด้วยความเสียดายรวดร้าว เสียดายเงินยี่สิบก้อนนั้น ความคิดคุมแค้นความเจ็บปวดรวดร้าวความอัดอั้นทำให้เขาแทบจะบ้าคลั่งคืนวันหนึ่ง เมื่อความกดดันอันรุ่มร้อนพลุ่งพล่านถึงขีดสุด นายช่างเส้าก็ได้ผูกคอตาย ฝ่ายเถ้าแก่ของนายช่างเส้า หลังจากหักคอโกงเงินยี่สิบก้อนของลูกน้องมาได้แล้ว ก็ยิ่งชื่นชมกระหยิ่มใจในความสามารถเฉียบขาดอาจหาญของตนเป็นกำลัง หลังจากนั้นการค้าก็ยิ่งเจริญรุ่งเรืองขึ้นอีกด้วย เวลาผ่านไปอีกสามปี เช้าวันหนึ่ง ขณะที่เถ้าแก่กำลังถ่ายอุจจาระอยู่ในส้วมริมทาง (สมัยก่อนเขามักสร้างส้วมไว้ริมทาง เป็นส้วมบ่อมุงล้อมด้วยหญ้าคาโปร่งๆ คนที่นั่งส้วมจึงมองเห็นคนที่เดินผ่านไปมาได้ชัดเจน) ทันใดนั้น เถ้าแก่ก็เห็นชายคนหนึ่งเดินผ่านหน้าส้วมไปอย่างรวดเร็ว "เอ๊ะ นั่นมันนายช่างเส้านี่ มันกลับมาทำอะไรที่นี่" เถ้าแก่ไม่รู้เลยว่า นายช่างเส้าได้ผูกคอตายไปแล้วเมื่อสามปีก่อน ด้วยความระแวงสงสัย เถ้าแก่รีบนุ่งกางเกงออกจากส้วมเดินตามนายช่างเส้าไปทันที ยิ่งตามเข้าไปใกล้ ก็ยิ่งเห็นชัดว่าเป็นนายช่างเส้าแน่ๆ ไม่ผิด "เฮ้ย มันเดินเข้าไปในบ้านของเราทำไม" เถ้าแก่ตกใจจนเกือบจะร้องตะโกน เถ้าแก่ตามมาจนถึงหน้าประตู แต่กลับเปิดประตูเข้าไปเองไม่ได้ ถามคนงานที่เฝ้าประตู คนงานยืนยันว่ายังไม่ได้เปิดประตูให้ใครผ่านเข้าออกเลย เถ้าแก่เห็นชัดเจนด้วยตาของตนเองว่า นายช่างเส้าเข้ามาแล้วจริง แต่ค้นหาจนทั่วโรงงาน ทั่วบ้านก็ไม่พบแม้แต่เงา และในเวลาเดียวกันนั้นเอง เสียงร้องอุแว้ อุแว้ ก็ดังขึ้นในบ้าน เมียของเถ้าแก่ได้คลอดลูกชายออกมาในเวลานั้น เถ้าแก่ได้ลูกชายเมื่ออายุเกือบห้าสิบแล้ว จึงตื่นเต้นดีใจเป็นที่สุดเขาลืมเรื่องนายช่างเส้าไปเสียสิ้น เถ้าแก่โปรดปรานตามใจลูกชายคนเดียวของแกยิ่งนัก เด็กคนนี้มีแววฉลาดตั้งแต่เกิด พออายุได้แปดเก้าขวบก็เล่นการพนันเป็น พออายุได้สิบสองสิบสามก็หนีเรียนโดยเด็ดขาด แล้วมุ่งเล่นการพนันอย่างเดียว ถ้าเสียพนันก็กลับมาขโมยเงินที่บ้านไปเล่นต่อ ขโมยเงินไม่ได้ก็ขโมยข้างของไปขายไปจำนำ พออายุได้สิบเจ็ดสิบแปด ก็นอนค้างอ้างแรมที่ซ่องโสเภณีเป็นประจำ ทั้งกิน ทั้งเสพ ทั้งซ่อง ทั้งสุม ไม่มีความชั่วใดยกเว้นไว้เลย เถ้าแก่จนปัญญาจะอบรมสั่งสอน ได้แต่ทนทุกข์ถอนใจ ระยะหลังๆลูกชายถึงกับลงมือทุบตีเถ้าแก่และเมียซึ่งเป็นพ่อแม่ที่ให้กำเนิดเขาอย่างไม่ยั้งมือ ถ้าหากพ่อแม่ขัดใจ ไม่ให้เงิรทองเขาตามที่ต้องการ ในที่สุดผู้เป็นแม่ก็ชอกช้ำใจตาย ส่วนเถ้าแก่ผู้เป็นพ่อก็เจ็บป่วยด้วยโรคร้าย จำต้องเลิกกิจการ ทรัพย์สมบัติที่พอมีเหลืออยู่ก็ถูกลูกชายผลาญไปจนหมดสิ้น ชีวิตบั้นปลายของเถ้าแก่ผู้รู้แต่จะกอบโกยโกงเงินต้องตกสู่สภาพของขอทาน คลุกคลานไปตามทาง จนกระทั่งวันหนึ่ง มีผู้พบศพของเขานอนตายแข็งทื่ออยู่ริมทาง เขาจะสำนึกได้หรือเปล่าว่า ผลกรรมนี้คือหนี้ที่นายช่างเส้าตามมาทวง ในชาตินี้ นายช่างเส้าได้ติดตามมาล้างผลาญแก้แค้นแล้ว แต่ผลจากการแก้แค้นที่นายช่างเส้าได้กระทำต่อพ่อแม่(เถ้าแก่) พอเหมาะหรือเกินเลยกว่ากันไปอีกเท่าไร ทั้งกรรมใหม่และกรรมเก่า ที่นายช่างเส้าจะต้องชดใช้ทั้งในชาตินี้และชาติหน้าจึงมีอีกเท่าไร และกรรมนั้นจะถึงกาลสิ้นสุดยุติลงได้เมื่อไร คำตอบนี้มีอยู่ในใจของทุกคน แต่ท่านค้นพบหรือยัง
źз͵Դͼ   ѹ֡

Falco
ؤŷ
« ͺ #22 : Ҥ 15, 2008, 23:23:35 »



ҹҹǨ ѹҧ ѹ 


Ǽҡ ͺҹǡ       
źз͵Դͼ   ѹ֡
ҹҧ^-^
Hero Member
*****
ͿŹ ͿŹ

: ˭ԧ
з: 2,088



䫵
« ͺ #23 : Ҥ 15, 2008, 23:42:54 »

ҹҧҹ͡¤.. 
źз͵Դͼ   ѹ֡

^^ ׹..˹˹
      ͧ͹..ʧ
        ⴴҧҧ  ç
                 ʧ  觵ѹ  ^^
Falco
ؤŷ
« ͺ #24 : Ҥ 15, 2008, 23:51:58 »

ҹҧҹ͡¤.. 

ҹ ҹ ѹҧ ѹԡҡ ѹҹ͹ѹ աѡ˹¡礧ҹ
« 䢤ش: Ҥ 15, 2008, 23:53:24 enjoy the silence » źз͵Դͼ   ѹ֡
jojojo
Full Member
***
ͿŹ ͿŹ

з: 180


« ͺ #25 : ԧҤ 06, 2008, 15:31:44 »

...

س繨¤Ѻ ҹ

зҡѺͧ "Ѻ ҩ"  fun fun
źз͵Դͼ   ѹ֡
rosy
Full Member
***
ͿŹ ͿŹ

з: 200


« ͺ #26 : ԧҤ 06, 2008, 15:41:30 »

蹺͡............. devil
źз͵Դͼ   ѹ֡
˹: 1 [2]
« ˹ҷ »
    ⴴ: