ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
กรกฎาคม 29, 2014, 05:29:46
94,155 กระทู้ ใน 7,699 หัวข้อ โดย 9,137 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: ตา-ปู่ คำสิงห์
::Arunsawat ::อรุณสวัสดิ์ ::  |  สบาย สบายสไตล์อรุณสวัสดิ์ : บุคคลทั่วไปกรุณาสมัครสมาชิกก่อนโพสท์  |  สโมสรอรุณสวัสดิ์  |  บ้าน-สวนอรุณสวัสดิ์  |  มาช่วยแนะนำ "ดอกไม้หอม" กันหน่อย 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้ « หน้าที่แล้ว ต่อไป »
หน้า: [1] 2 3 4
ผู้เขียน หัวข้อ: มาช่วยแนะนำ "ดอกไม้หอม" กันหน่อย  (อ่าน 180639 ครั้ง)
เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,164



« เมื่อ: มีนาคม 03, 2008, 12:11:22 »


พันธ์ไม้ที่ดอกมีกลิ่นหอม มีมากมาย
ทั้งพันธ์ไม้ไทย ไม้เทศ และพันธ์ไม้พื้นเมือง

เรามาช่วยกันแนะนำชื่อ ภาพและข้อมูลเท่าที่จะหาได้
มาแบ่งปันกันชื่นชม ดีไหม

ป้าเสลาขอเริ่มที่  ทิวาราตรี



... ทิวาราตรี

ชื่อวิทยาศาสตร์ Cestrum Diurnum L.

ตระกูล               Solanaceae

ชื่อสามัญ            Day Cestrum

ถิ่นกำเนิด         หมู่เกาะอินดีสตะวันตก


ลักษณะทั่วไป
เป็นไม้พุ่ม สูงประมาณ 2 - 5 เมตร แตกกิ่งยืดยาวจำนวนมาก
เป็นไม้ดอกหอมสกุลเดียวกับราตรี
คนไทยรู้จักกันมาไม่ต่ำกว่า 20 ปี
ออกดอกดกส่งกลิ่นหอมฟุ้ง ใบมีลักษณะรูปรีแกมใบหอก
ขอบใบเป็นคลื่น ดอกออกเป็นช่อตามซอกใบที่ปลายกิ่ง
ดอกเล็ก มี 5 - 6 กลีบ ปลายกลีบม้วนออกกลิ่น
หอมตอนกลางวัน เมล็ดแก่เป็นสีดำซึ่งต่างจากราตรีที่เป็นสีขาว

ฤดูกาลออกดอก - ออกดอกตลอดปี

สภาพการปลูก - ทิวาราตรี เป็นพรรณไม้ชอบ
                             แดดจัดหรือแดดเต็มวัน ชอบดินชุ่มชื้น ธาตุอาหารสมบูรณ์

การขยายพันธุ์ - ขยายพันธุ์โดยการตอน และการปักชำกิ่ง
                             การตอนกิ่งควรใช้วิธีปาดหรือกรีด ไม่ควรใช้วิธีควั่นกิ่ง
                             เพราะกิ่งเปราะหักง่าย

การดูแลรักษา - หมั่นตัดแต่งกิ่ง พรวนดินและใส่ปุ๋ย
                            กิ่งที่แตกใหม่จะแข็งแรง และจะทำให้ดอกดก










(ขอบคุณข้อมูลจาก www.maipradabonline.com/
และภาพเพิ่มเติมจาก bloggang คุณไม้หอม,www.pck1.go.th )

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
dekdee
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,255


« ตอบ #1 เมื่อ: มีนาคม 05, 2008, 06:39:13 »


umm  หอม 7 ชั้น



ในบรรดาลีลาวดี .. ผมว่า ขาวพวง หอมที่สุด    

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,164



« ตอบ #2 เมื่อ: มีนาคม 05, 2008, 07:48:52 »



สายน้ำผึ้ง

Lonicera japonica  Thunb.
(CAPRIFOLIACEAE)




สีนวลเหลืองเรื่อเหมือนเนื้อน้อง
กลิ่นแก้มหอมหวานก็ปานกัน
กลีบแฉล้มแอร่มซึ้งตรึงดวงจิต
สายน้ำผึ้งปานประหนึ่งอิสสตรี
   เคยประคองจูบประทับรับขวัญ
ราวสุบรรณหลงกลิ่นเจ้ากากี
มิเพี้ยนผิดดวงหน้ามารศรี
ประทับในใจพี่มิรู้ลืม
 

                                                                                 ลำนำดอกไม้...วิยดา เทพหัตถี

          เป็นพันธุ์ไม้เลื้อย ชอบเกาะแยงไปตามผนังหรือที่เกาะต่างๆ
ต้นแข็ง ดอกยาว สีขาว หรือบางทีก็มีสีแดง ทางด้านนอกของกลีบ
แล้วค่อยๆเปลี่ยนเป็นสีเหลืองธรรมดา  ดอกมีกลิ่นหอมระรวย
ตั้งแต่เวลาเย็นๆ ไปจนตลอดวันรุ่งขึ้นอีก


เป็นพันธุ์ไม้ที่ปลูกง่ายชนิดหนึ่ง หักลำต้นออก ปักก็เป็น
แต่ขณะเดียวกันก็เป็นพันธุ์ไม้ที่โทรมง่าย และรวดเร็วเช่นเดียวกัน
หากกระทบสิ่งรบกวน เช่น แมลง และโรค



           สายน้ำผึ้งมีชื่อสามัญว่า Honey suckle 
คงจะเนื่องมาจากกลิ่นอันหอมหวาน พันธุ์ไม้ชนิดนี้มีถิ่นกำเนิดในญี่ปุ่น เกาหลี
และอยู่วงศ์เดียวกับพวงไข่มุก หรืออุน
ช่อดอกออกตามข้อของกิ่งใหม่ เป็นช่อที่มีก้านสั้น

(ขอมูลจาก www.rspg.thaigov.net/)
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
dekdee
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,255


« ตอบ #3 เมื่อ: มีนาคม 05, 2008, 12:08:05 »


   มหาหงส์







พอเข้าป่าพาใจให้ชื่น
สาวหยุดพุดจีบปีบจำปา
   หอมรื่นดอกดวงพวงบุปผา
กรรณิการ์มหาหงส์ชงโค


อิเหนา...พระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ 2



เที่ยวชมมิ่งไม้ในสวน
การเกดแก้วแกมกรรณิการ์
ชาตบุษป์พิกุลแกมประยงค์
สารภีร่วงรสรวยริน
   หอมหวนทุกพรรณบุปผา
กุหลาบสร้อยฟ้าอินทนิล
มะลิลามหาหงส์ส่งกลิ่น
กะถินนางแย้มมะลิวัน


รามเกียรติ์...พระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ 1



ข้อมูลเพิ่มเติม   
http://clgc.rdi.ku.ac.th/resource/fragrant/butterfly_lilly/hedychium.html

มหาหงส์

 
ชื่ออื่นๆ :   ว่านกระชายเห็น  สะเลเต (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ)  ตาห่าน  เหินแก้ว  เหินคำ (ภาคเหนือ)  หางหงส์ กระทายเหิน  ว่านมหาหงส์ (ภาคกลาง)  เลเป  ลันเต (ระยอง จันทบุรี)
 
ชื่อสามัญ :   Butterfly Lilly, Garland Flower, White Ginger
 
ชื่อวิทยาศาสตร์ :   Hedychium coronarium J.Konig
 
ลักษณะทรงพุ่ม :   เป็นไม้ล้มลุกมีเหง้าใต้ดิน ส่วนที่เห็นว่าเป็นต้นที่จริงแล้วเป็นกาบใบที่รวมตัวกัน
 
วงศ์ :   Zingiberaceae
 
ถิ่นกำเนิด :   ยังไม่ทราบแน่ชัด
 
ลักษณะทั่วไป :   เป็นไม้ล้มลุก มีเหง้าใต้ดินอายุหลายปี
 
ฤดูการออกดอก :   ออกดอกตลอดปี
 
เวลาที่ดอกหอม :   หอมช่วงเย็นถึงมืด
 
การขยายพันธุ์ :   แยกเหง้า
 
ข้อดีของพันธุ์ไม้ :    ปลูกได้ดีในพื้นที่ได้รับแสงแดดรำไรระหว่างพันธุ์ไม้ใหญ่
 ดอกจะทยอยบานทำให้สามารถชื่นชมความงามได้หลายวัน
 ทนทานต่อดินฟ้าอากาศ โรคแมลง อายุยืน ปลูกง่าย โตเร็ว แข็งแรง
 
 
ข้อแนะนำ :    เนื่องจากเป็นพันธุ์ไม้หอมที่มีเหง้าใต้ดิน เมื่อปลูกไปได้ 2 - 3 ปีขึ้นไป ควรรื้อกอปลูกใหม่จะได้ต้นที่มีขนาดใหญ่ขึ้น
 เป็นพันธุ์ไม้หอมที่ต้องการความชื้นสูง ควรปลูกไว้ใกล้ๆ น้ำ
 
 
ข้อมูลอื่นๆ :    มีอานุภาพด้านเมตตามหานิยม เมื่อปลูกเลี้ยงไว้จะทำให้เป็นที่เมตตาของผู้คน และผู้เลี้ยงจะได้รับโชคลาภอยู่เสมอ
 หัวใต้ดิน (เหง้า)  ใช้ต้มเป็นยาแก้ต่อมทอนซิลอักเสบ น้ำคั้นจากหัวใต้ดินใช้ทาแผลฟกช้ำบวม
 สารที่ให้ความหอมในมหาหงส์ใช้เป็นส่วนผสมของสบู่ โคโลน โลชั่น ครีมอาบน้ำ
 
 
เอกสารอ้างอิง :   1. http://flowersandherbs.cscoms.com/flower/content/f124.shtml
2. http://www.panmai.com/warn/Warn_ZINGIBERACEAE.htm
3. http://www.rspg.thaigov.net/homklindokmai/hom_data/hom-37a.htm
4. http://www.matichon.co.th/youth/youth.php?
tagsub=031110&tag950=03you30201248&show=1
5. http://www.plantoftheweek.org/week086.shtml
6. http://www.amazon.com/gp/product/B00012WYKQ/ref=dp_also-recommended_1/103-
3413846-2204613?%5Fencoding=UTF8&n=3760911&s=beauty&v=glance
7. http://www.botany.hawaii.edu/faculty/carr/zingiber.htm
8. http://www.terranovabody.com/island-escapes/whiteginger.html
9. ปิยะ เฉลิมกลิ่น และคณะ.  2546.  หอมกลิ่นดอกไม้เมืองไทย.  จัดพิมพ์โดยโครงการ BRT บริษัท จิรวัฒน์ เอ็กเพรส จำกัด กรุงเทพฯ. 336 หน้า (168)
10. ราชบัณฑิตยสถาน. พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542. นานมีบุ๊คส์พับลิเคชั่น 2546. 1,488 หน้า (840) 
 
รวบรวมโดย :   นพพล เกตุประสาท  งานเรือนปลูกพืชทดลอง  ฝ่ายปฏิบัติการวิจัยและเรือนปลูกพืชทดลอง
ม.เกษตรศาสตร์  วิทยาเขตกำแพงแสน  จ.นครปฐม


 

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
de lion
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #4 เมื่อ: มีนาคม 05, 2008, 12:14:25 »


ดอกไม้หอมที่ประทับใจตั้งแต่วัยเด็ก...จนถึงทุกวันนี้
จำได้ว่า สมัยก่อน น้ำแข็งใสที่ขายตามร้าน คนขายจะเหยาะน้ำที่มีกลิ่นดอกไม้ชนิดนี้ลงไปด้วย
กินแล้ว ชื่นนนนนนน ใจ 


ถือโอกาสดึงรูปจากคุณเด็กดีมาประกอบ
[
“…กรขวาคว้ากิ่งแก้ว  ซ้ายเด็ดนมแมวมหาหงส์
พิกุลกุหลาบคันทรง  กาหลงสารภีจำปา…”

รามเกียรติ์ : พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ร.1


 ชื่อพฤกษศาสตร์ : Rauwenhoffia siamensis Scheff.
 วงศ์ : ANNONACEAE

นมแมวเป็นไม้พุ่ม ไม่ค่อยเลื้อย กิ่งมักพันกันเองจนทำให้ดูเหมือนต้นไม้พุ่ม  ขนาดไม่สูง
ใบ เรียงแบบสลับ
ดอก สีน้ำตาลอ่อน ดอกโต  1-2 ซม. เล็กกว่าดอกลำดวน  กลีบแข็ง สีเกือบนวล ออกเดี่ยวตามง่ามใบ  กลิ่นหอมอ่อนๆ เวลาเย็นและกลางคืน 
ผล สุกกินได้
การขยายพันธุ์  เพาะเมล็ด
ประโยชน์  เป็นไม้ประดับ  ดอกกลั่นทำน้ำหอมมีชื่อ
ถิ่นกำเนิด เป็นไม้ถิ่นเดียวของไทย  เป็นไม้เขตร้อน

ข้อมูล จากเว้ปของวังตะไคร้


แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,164



« ตอบ #5 เมื่อ: มีนาคม 05, 2008, 12:43:17 »



เข้ากระทู้นี้แล้ว รู้สึกคล้ายเริ่มได้กลิ่นหอม
ของดอกไม้โรยรินเข้าจมูกจริงๆ
แถมคุณคำสิงห์ทำให้นึกถึงน้ำแข็งไส เหยาะกลิ่นน้ำนมแมว
อีกต่างหาก
 

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,164



« ตอบ #6 เมื่อ: มีนาคม 06, 2008, 19:31:46 »




ลั่นทมหรือลีลาวดี "Vera Cruz Rose"

ผู้ที่ชื่นชอบดมกลิ่นดอกกุหลาบ
แต่หาพันธุ์ กุหลาบที่มีกลิ่นหอมปลูกไม่ได้
หรือมีก็ดอกน้อย ไม่ค่อยได้กลิ่นหอม
ต้องเด็ดดอกจากต้นดมจึงจะได้กลิ่นชื่นใจ

...
Vera Cruz Rose
เป็นลีลาวดีดอกสามสี คือ แดง ขาว เหลือง
ที่สวยงามมาก ดอกมีขนาดใหญ่
กลีบเหลื่อมซ้อนกันสวยงาม
มีกลิ่นหอมคล้ายดอกกุหลาบ


อย่างไรก็ตาม มีทางเลือกคือ ลั่นทมชื่อ “เวอราคูซ โรส”
เป็นลั่นทมตัวใหม่ที่เกิดจากการขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด
มีลักษณะพิเศษกว่าลั่นทมทั่วไปคือ

ดอกจะมีกลิ่นหอมแรงและกลิ่นจะหอมเหมือนกลิ่นดอกกุหลาบ
ทำให้รู้สึกสดชื่นยิ่งนัก
เวลามีดอกดกและดอกบานพร้อมกันทั้งต้นยืนห่าง 10 เมตร
ยังได้กลิ่นฟุ้งกระจายไปถึง

ถ้ามองไม่เห็นต้น แค่เพียงได้กลิ่นหอม รับรองว่าต้องเข้าใจผิด
คิดว่าเป็นกลิ่นหอมจากดอกกุหลาบแน่นอน

      นอกนั้น ลั่นทม “เวอราคูซ โรส”
ยังเป็นลั่นทมที่มีขนาดของต้นสูงใหญ่กว่าต้นลั่นทมทั่วไป
สามารถปลูกเป็นไม้ยืนต้นจำพวกให้ร่มเงาได้ดีอีกด้วย
เป็นพันธุ์ที่ออกดอกง่าย ดอกดก เป็นช่อแน่น
สีของดอกงดงามและเปลี่ยนสีได้ ดอกมีขนาดใหญ่มาก
จึงกำลังเป็นที่นิยมในหมู่ผู้ปลูกลั่นทมอยู่ในเวลานี้

ลั่นทม “เวอราคูซ โรส” อยู่ในวงศ์ APOCYNA-CEAE
เป็นไม้พุ่มยืนต้น สูงมากกว่าต้นลั่นทมทุกชนิด
คือ สูงตั้งแต่ 3 ไปจนถึง 8 เมตร ทุกส่วนของต้นมียางสีขาว
ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเวียนสลับถี่บริเวณปลายกิ่ง
ใบเป็นรูปใบหอก หรือใบหอกกลับ ปลายและโคนใบแหลม
แต่ขนาดใบจะใหญ่กว่าใบลั่นทมทั่วไปชัดเจน
เวลาต้นสูงเต็มที่ ใบจะน่าชมและให้ร่มเงาดีมาก

      ดอก ออกเป็นช่อตามซอกใบใกล้ ปลายยอด
แต่ละช่อประกอบด้วยดอกย่อยขนาดใหญ่หนาแน่นไม่น้อยกว่า 30-40 ดอก
ลักษณะดอกโคนเชื่อม กันเป็นหลอด
ปลายแยกเป็นกลีบดอก 5 กลีบ รูปรีเกือบกลม
โคนกลีบดอกเรียงซ้อนเหลื่อมกันลึก

เนื้อกลีบค่อน ข้างหนา แข็ง ขอบกลีบด้านหนึ่งมักม้วนขึ้นเล็กน้อย
ทำให้เวลาดอกบานดูเหมือนใบพัดเรือมาก
ดอกเมื่อแรกบานจะเป็นสีส้มอมเหลือง
จากนั้นจะเปลี่ยนเป็นสีชมพูอมเหลืองอ่อน ดูสวยงามยิ่ง

ดอกบานได้ทนนานหลายวัน มีกลิ่นหอมแรงเหมือนกลิ่นดอกกุหลาบตามที่กล่าวข้างต้น
เจ้าของพันธุ์ที่รัฐฮาวาย ประเทศสหรัฐ-อเมริกา จึงตั้งชื่อว่า “เวอราคูซ โรส”

      ดอกเมื่อบานเต็มที่ เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 4-5 นิ้วฟุต
มีเกสรตัวผู้ 5 อัน “ผล” เป็นฝักคู่ รูปยาวรี มีเมล็ดจำนวนมาก
เป็นรูปรีแบน สีน้ำตาลดำ มีปีกสีขาวคล้ายปุยนุ่น
ติดที่ปลายเมล็ดด้านหนึ่งเห็นชัดเจน
ดอกออกตลอดปี

ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด ปักชำกิ่ง และเสียบยอดกับตอลั่นทมพื้นเมือง
มีต้นขายที่ ตลาดนัดไม้ดอกไม้ประดับ สวนจตุจักร ทุกวันพุธ-พฤหัสฯ
แผง บริเวณหน้าตึกกองอำนวยการ ราคาสอบถามกันเอง
ข้อเด่น อีกอย่างของลั่นทม “เวอราคูซ โรส” คือ ออกดอกง่ายและขยันมีดอก
เหมาะจะปลูกประดับชมความงามของดอก
และดมกลิ่นหอมแทนกลิ่นดอกกุหลาบดีมากครับ.


( บทความโดย“นายเกษตร”
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ - 7 ก.ย. 50
ภาพจาก  http://plumeria2005.tarad.com)
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
dekdee
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,255


« ตอบ #7 เมื่อ: มีนาคม 10, 2008, 08:37:05 »


 smile   โมก

ดอกโมกของเด็กหอ..




ดอกโมกพวง แถวบ้านผม .





ส่วนข้อมูล ต้องรบกวนป้าเสลา หรือ คุณคำสิงห์
หรือสมาชิกท่านใดก็ได้ .... หากมีเวลาช่วยสงเคราะห์ด้วย   umm  ..


แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
dekdee
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,255


« ตอบ #8 เมื่อ: มีนาคม 10, 2008, 08:42:24 »


 smile  โมก .. ตามบ้าน หรือ หมู่บ้านจัดสรรหลายแห่ง นิยมเอามาทำรั้ว



หรือ เอามาปลูกเป็นไม้ประดับ ..ตกแต่ง ..





ราคาต้นโมก ค่อนข้างถูก .. ซื้อง่าย ..
ที่จตุจักร โมกต้นใส่ถุงดำ ราคาประมาณ 50-150. ขึ้นอยู่กับขนาดความสูง
ส่วนต้น/กอใหญ่ ก็ไม่แพง ..
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,164



« ตอบ #9 เมื่อ: มีนาคม 10, 2008, 10:21:03 »



คุณเด็กดีมอบการบ้านมาให้ป้า
เลยต้องรีบทำส่ง ก่อนที่คุณเด็กดีจะดุเอา
  :cry:


...
โมก


ชื่อสามัญ Moke
ชื่อวิทยาศาสตร์ Wrightia religiosa.
ตระกูล APOCYNACEAE
ชื่ออื่น โมกหลวง พุทธรักษา พุด
 

ลักษณะทั่วไป
โมกเป็นพรรณไม้ยืนต้นขนาดกลาง
ลำต้นมีความสูงประมาณ 5-12 เมตร ผิวเปลือกสีนำตาลดำ
ลำต้นกลมเรียบมีจุดเล็ก ๆ
สีขาวประทั่วต้นแตกกิ่งก้านสาขาออกรอบลำต้น
ไม่เป็นระเบียบ

ใบเป็นใบเดียวออกเรียงกันเป็นคู่ตามก้านใบลักษณะใบ
เป็นรูปไข่ รี ปลายใบมนแหลม โคนใบแหลม ขอบใบเรียบ
เนื้อใบบางสีเขียว ขนาดใบกว้างประมาณ 2 เซนติเมตร
ยาวประมาณ 3-5 เซนติเมตร
ออกดอกเป็นช่อสั้น ๆ อยู่ตามปลายกิ่ง
ช่อหนึ่งมีดอก 4-8 ดอก ลักษณะดอกจะคว่ำหน้าลงสู่พื้นดิน
มีกลีบดอก 5 กลีบ มีสีขาวกลิ่นหอม
ดอกบานเต็มที่มีขนาด ประมาณ 2 เซนติเมตร
ผลเป็นฝักรูปทรงกระบอกจะออกมาเป็นคู่
ลักษณะโค้งงอเข้าหากัน
ภายในมีเมล็ดเรียงอยู่เป็นจำนวนมาก
ขนาดความยาวของฝักประมาณ 10-15 เซนติเมตร


การเป็นมงคล
คนไทยโบราณเชื่อว่าบ้านใดปลูกต้นโมกไว้ประจำบ้าน
จะทำให้เกิดความสุขความบริสุทธิ์เพราะโมกหรือโมกขหมายถึงผู้ที่
หลุดพ้นด้วยทุกข์ทั้งปวง สำหรับส่วนของดอกก็มีลักษณะ สีขาว สะอาด
มีกลิ่นหอมสดชื่นตลอดวัน

นอกจากนี้ยังช่วยคุ้มครองปกป้องภัยอันตราย
เพราะต้นโมกบางคนเรียกว่าต้นพุทธรักษา
ดังนั้นเชื่อว่าต้นโมกสามารถคุ้มกันรักษาความปลอดภัย
ทั้งปวงจากภายนอกได้เช่นกัน
และยังเชื่ออีกว่าส่วนของเปลือกต้นโมก
สามารถใช้ป้องกันอิทธิฤทธิ์ของพิษสัตว์ต่างๆ ได้
เพื่อเป็นสิริมงคลแก่บ้านและผู้อาศัย


ควรปลูกต้นโมกไว้ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ
ผู้ปลูกควรปลูกในวันเสาร์
เพราะโบราณเชื่อว่าการปลูกไม้เพื่อเอาคุณทั่วไปให้ปลูกในวันเสาร์


การปลูกมี 2 วิธี

1.การปลูกในแปลงปลูกเพื่อประดับบริเวณบ้านและสวน
   ขนาดหลุมปลูก 30 x 30 x 30 เซนติเมตร ใช้ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ย
   หมัก : ดินร่วน อัตรา 1 : 2 ผสมดินปลูก
   คนไทยโบราณนิยมปลูกไว้ เพื่อประดับบริเวณหน้าบ้าน

2. การปลูกในกระถางเพื่อประดับภายนอกอาคารบ้านเรือน
   ใช้กระถางทรงสูงขนาด 12-18 นิ้ว ใช้ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก :
   ขุยมะพร้าว:ดินร่วนอัตรา 1 : 1 : 1 ผสมดินปลูกควรเปลี่ยนกระถางบ้าง
   แล้วแต่ความเหมาะสมของทรงพุ่มเพราะการ
   เจริญเติบโตของทรงพุ่มโตขึ้น
   และเพื่อเปลี่ยนดินปลูกใหม่ทดแทนดินเดิมที่เหสื่อมสภาพไป


ต้องการแสงแดดปานกลาง จนถึงแสงแดดจัด หรือกลางแจ้ง
ต้องการปริมาณน้ำปานกลาง ควรให้น้ำ 5-7 วัน/ครั้ง
ชอบดินร่วนซุย มีความชื้นปานกลาง
ใช้ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก อัตรา 1-2 กิโลกรัม/ต้น ควรใส่ปีละ 4-6 ครั้ง


การขยายพันธ์         
การตอน การเพาะเมล็ด การปักชำ
วิธีที่นิยมและได้ผลดี คือ การเพาะเมล็ด การปักชำ

โรคและศัตรู             
ไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องโรคและศัตรู
เพราะเป็นไม้ที่ทนทานต่อสภาพธรรมชาติพอสมควร


(ข้อมูลจาก www.maipradabonline.com)
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
dekdee
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,255


« ตอบ #10 เมื่อ: มีนาคม 10, 2008, 10:40:57 »


  ^  ข้อมูลมาแล้ว ... ผมจะลงภาพดอกไม้หอมอื่นๆ ต่อ ... อิอิอิ   umm


  .. แก้ว ..





...  รั้วแก้ว (ของชาวบ้าน ) 

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
dekdee
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,255


« ตอบ #11 เมื่อ: มีนาคม 10, 2008, 15:46:55 »


 smile  ปีบ







แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Tourist
Sr. Member
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 471



« ตอบ #12 เมื่อ: มีนาคม 10, 2008, 23:49:43 »


umm  หอม 7 ชั้น


ถูกใจผมมากครับหอมเจ็ดชั้น หอมจริงๆ แต่ตอนนี้ได้แค่นึกถึงกลิ่นเพราะมันดันตายไปแล้วครับพี่เด็กดี
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
dekdee
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,255


« ตอบ #13 เมื่อ: มีนาคม 11, 2008, 07:55:50 »


  มีต้นนมแมวอยู่ที่ทางขึ้นด้านข้างของตึก 4 ชั้น กรมชลประทาน ศรีย่าน ต้นใหญ่
พยายามถ่ายดอก ... ( แต่ยังไม่ค่อยประทับใจเท่าไหร่ )

เพื่อเอามาประกอบกระทู้ของคุณคำสิงห์





แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,164



« ตอบ #14 เมื่อ: มีนาคม 11, 2008, 08:31:42 »



คุณเด็กดีและน้องทัวร์
ทำให้ป้าสนใจดอกไม้หอมชื่อนี้ขึ้นมาทันที

หอมเจ็ดชั้น
หอมอะไร...จะมากมายขนาดนี้
หอมตั้ง 7 ชั้น...

ขออนุญาตนำโคลงของคุณ วฤก
จาก www.bloggang.com ของคุณวฤก
มาประกอบด้วย





๏ โชยฉมชั่วเจ็ดชั้น.............ช่วงสวรรค์
เทพเสพสวคันธ์..................ว่าคล้าย
ฉมสมข่มจมผัน..................พากลิ่น
ปาริชาตวิปลาสผ้าย.............ผ่อนฟื้นลืมหลัง ฯ

๏ ให้ยังยงอยู่ย้ำ..................หยัดเตือน
ถึงจุติตนเหมือน..................หมดเชื้อ
มีฉมไม่ชืดเลือน..................ร้างสร่าง
หอมเจ็ดชั้นนั้นเกลื้อ.............กลิ่นให้ใจถวิล ฯ

๏ ประทิ่นประทับเนื้อ..........นวลปราง
หอมเจ็ดชั้นชืดจาง..............จืดแจ้ง
โสฬสสุดโลกทาง................ถึงห่าง
ฤๅห่างหอมปรางแสร้ง........ส่งให้เสพฉม ฯ

๏ ไร้ชมปาริฉัตรแล้ว..........ลืมไฉน
ฉมชื่นเคยชิดไอ..................อุ่นนั้น
หอมปรางแนบนางใจ..........จำแม่น
แม้นขาดปาริชาตหั้น..........ห่อนกั้นกลิ่นหาย ๚ ๛




*******************





ต้นหอมเจ็ดชั้น

เป็นไม้พุ่มขนาดกลาง ชอบปริมาณแสงแดดตลอดวัน
ไม่ผลัดใบ ออกดอกในช่วงหน้าหนาว ดอกมีกลิ่นหอม
การเจริญเติบโตช้า

การดูแล ชอบแดดจัดดินร่วนปนทราย ต้องการปริมาณน้ำมากแต่ไม่แฉะ

ปัญหาที่อาจพบเกิดจากหนอนหรือแมลงเจาะก้านช่อดอก
ซึ่งระยะที่มักพบปัญหาเหล่านี้มากคือช่วงออกดอกและใกล้บาน
และจะมีปัญหาเชื้อราตามมาด้วย

วิธีแก้ไข ให้ตัดแต่งดอกและกิ่งที่เสีย ตัดแต่งทรงพุ่มให้โปร่ง
แสงแดดส่องถึงโคนต้น แล้วฉีดสารป้องกันและกำจัดแมลง+สารป้องกันและกำจัดเชื้อรา





ขอบคุณข้อมูลแนะนำในการปลูกจาก www.homedd.com
ภาพจาก Montela_Hoya@yahoo.co.th

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
dekdee
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,255


« ตอบ #15 เมื่อ: มีนาคม 11, 2008, 16:14:44 »


 smile ... พิกุล





ผล... เทียบกับมือ/ใบ .. ลำต้น(แก่ๆ )เป็นภาพหลัง ..  umm

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
dekdee
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,255


« ตอบ #16 เมื่อ: มีนาคม 11, 2008, 16:18:06 »


 smile


ต้น..  smile

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
dekdee
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,255


« ตอบ #17 เมื่อ: มีนาคม 21, 2008, 10:02:10 »


  เจอดอกไม้หอม .... ก็ถ่ายภาพไว้  .. ส่วนข้อมูล ต้องรบกวนลุง+ป้า
หรือ สมาชิกท่านใดพอมีข้อมูลหรือค้นหาข้อมูลมาประกอบให้ ถือเป็นพระคุณอย่างสูง 


 smile  จำปา จำปี .. ดอกไม้ไทยๆ

ดอกจำปีที่บ้านบางบัวทอง





^ จำปี ใบดก ออกดอกเยอะ   
แต่จำปา (ภาพล่าง) ไม่ค่อยออกดอกเลย .. ใบก็น้อย 


แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
dekdee
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,255


« ตอบ #18 เมื่อ: มีนาคม 21, 2008, 10:08:05 »


 smile  ดอกจำปีจำปา





แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,164



« ตอบ #19 เมื่อ: มีนาคม 21, 2008, 10:32:37 »





“แก้วเจ้าจอม”  (WOOD OF LIFE)

“แก้วเจ้าจอม” เป็นพรรณไม้หอม เป็นพืชที่จัดอยู่ในวงศ์ Zygophyllaceae
มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Guaiacum officinale Linn.
ศาสตราจารย์เต็ม สมิตินันท์ ผู้เชี่ยวชาญด้านพฤกษศาสตร์
เป็นผู้ตั้งชื่อต้นไม้ชนิดนี้ว่า “แก้วเจ้าจอม” หรือ “น้ำอบฝรั่ง”

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงได้พันธุ์ “แก้วเจ้าจอม”
มาปลูกในเขตพระราชวังดุสิต เมื่อคราวเสด็จประพาสอินโดนีเซีย
ปัจจุบัน “แก้วเจ้าจอม” ต้นนั้นมีอายุกว่า ๑๐๐ ปี




“แก้วเจ้าจอม”  (WOOD OF LIFE)

ลักษณะทั่วไป
ชื่อวิทยาศาสตร์ Guaiacum officinale linn
ตระกูล               Zygophyllaceae
ชื่อสามัญ            Lignum Vitae
ถิ่นกำเนิด        อเมริกาใต้ และหมู่เกาะอินดีสตะวันตก
                                                                                                                             

... แก้วเจ้าจอมเป็นต้นไม้ขนาดเล็กถึงขนาดกลาง
สูง 10 - 15 เมตร
ไม่ผลัดใบ ลำต้นคดงอ กิ่งก้านเป็นปุ่มปม
เป็นไม้เนื้อเเข็งมาก ต้นแตกใบพุ่มแผ่กว้าง
เหมาะเป็นไม้ปลูกในสนาม
เปลือกของต้นสีเทาเข้ม
กิ่งมีข้อพอง เห็นเป็นปุ่มๆทั่วไป
ใบ ประกอบแบบขนนกปลายคู่
มีใบย่อย 2 - 3 คู่
เรียงตรงข้ามคู่แกนกลางใบประกอบ
ยาว 1 - 1.5 เซนติเมตร
ก้านใบประกอบยาว 0.5 - 1.0 เซนติเมตร
ใบย่อยไม่มีก้าน รูปไข่กลับ
รูปไข่กว้าง หรือรูปรีเบี้ยวเล็กน้อย
มี 2 ชนิด คือ ใบย่อย 2 คู่ ออกดอกง่าย
และชนิดใบย่อย 3 คู่ ออกดอกน้อยกว่า
ผิวของใบเป็นมัน

...

...
ผิวของใบเป็นมัน

ดอกเป็นดอกเดี่ยวสีฟ้าอมม่วงหรือสีฟ้าคราม
และจะจางลงเมื่อใกล้โรยมีกลิ่นหอม

ผล มีเนื้อขนาดเล็ก รูปหัวใจกลับกดแบนลง
สีเหลืองสดใส หรือส้มเมล็ดแข็งรูปไข่ เป็นต้นไม้นำเข้ามา
ในสมัยรัชกาลที่ 5 ปลูกอยู่ในวังสวนสุนันทา
(ปัจจุบันคือสถาบันราชภัฏสวนสุนันทา)

ออกดอกในช่วงเดือนธันวาคม-เมษายน และเดือนสิงหาคม-ตุลาตคม

แก้วเจ้าจอมชอบอยู่กลางแจ้ง เป็นไม้กลางแจ้ง
เติบโตได้ดีในดินร่วนระบายน้ำได้ดี
ปลูกเป็นไม้กระถางก็ได้หรีอปลูกลงดินก็ได้
วัสดุที่ใช้ปลูก คือ ดินก้ามปู : ปุ๋ยคอกอัตราส่วน 1:2:1



ข้อมูลจาก www.suriyothai.net, www.maipradabonline.com
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
dekdee
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,255


« ตอบ #20 เมื่อ: มีนาคม 21, 2008, 13:42:44 »


 umm กระดังงา ...



  ใครรู้ว่ากระดังงา ทำไม ต้องลนไฟ .... ช่วยบอกหน่อย   umm

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
dekdee
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,255


« ตอบ #21 เมื่อ: มีนาคม 21, 2008, 14:29:46 »


   พุด    
 umm  พุดมีหลายชนิด .. หอมมากๆ เช่น พุดซ้อน พุดจีบ
   หอมน้อย ๆ .. พุดพิชญา พุดชมพู พุดสามสี



แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
dekdee
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,255


« ตอบ #22 เมื่อ: มีนาคม 21, 2008, 14:51:37 »


 smile  พุดชมพู



 smile พุดพิชญา



  พุด 3 สี

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,164



« ตอบ #23 เมื่อ: มีนาคม 21, 2008, 14:53:13 »


ข้อความโดย: dekdee
อ้างถึง
ใครรู้ว่ากระดังงา ทำไม ต้องลนไฟ .... ช่วยบอกหน่อย


เพราะกระดังงาเอาไปลนไฟแล้วจะหอมมากขึ้น
เป็นสำนวนเอาไว้เปรียบกับแม่หม้ายน่ะ คุณเด็กดี
ว่างๆ ก็ลองดูสิ....
ลองเอากระดังงาไปลนไฟนะ ไม่ใช่ลองอย่างอื่น
 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
เด็กหอ5ห้อง4
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,644


อรุณสวัสดิ์ยามเช้า


« ตอบ #24 เมื่อ: มีนาคม 21, 2008, 16:14:36 »


ข้อความโดย: dekdee
อ้างถึง
ใครรู้ว่ากระดังงา ทำไม ต้องลนไฟ .... ช่วยบอกหน่อย


เพราะกระดังงาเอาไปลนไฟแล้วจะหอมมากขึ้น
เป็นสำนวนเอาไว้เปรียบกับแม่หม้ายน่ะ คุณเด็กดี
ว่างๆ ก็ลองดูสิ....
ลองเอากระดังงาไปลนไฟนะ ไม่ใช่ลองอย่างอื่น
 

เด็กหอ ม่าย ข้าวว จาายยย
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า


                                                             Stickwind Studio is coming back
หน้า: [1] 2 3 4
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
    กระโดดไป:  



    SimplePortal 2.3.3 © 2008-2010, SimplePortal