ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ธันวาคม 20, 2014, 06:50:16
94,681 กระทู้ ใน 7,725 หัวข้อ โดย 9,189 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: bank113
::Arunsawat ::อรุณสวัสดิ์ ::  |  สบาย สบายสไตล์อรุณสวัสดิ์ : บุคคลทั่วไปกรุณาสมัครสมาชิกก่อนโพสท์  |  สโมสรอรุณสวัสดิ์  |  เคล็ดลับในครัวเรือน  |  มารู้จักขนมไทยโบราณกันดีไหม...? 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้ « หน้าที่แล้ว ต่อไป »
หน้า: [1] 2
ผู้เขียน หัวข้อ: มารู้จักขนมไทยโบราณกันดีไหม...?  (อ่าน 94963 ครั้ง)
เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,236



« เมื่อ: มกราคม 26, 2008, 15:21:19 »



ขนมไทยโบราณของเรามีมากมาย
ไม่ว่าจะเป็นขนมไทยตำรับชาววังหรือชาวบ้าน
หรือขนมพื้นบ้านในแต่ละท้องถิ่น
มีมากมายหลายสิบชนิด
เช่นขนมทองหยิบ ทองหยอด  ฝอยทอง
ขนมจ่ามงกุฏ  หยกมณี ขนมตาล ขนมเทียน...ฯลฯ

ขนมไทยดังกล่าว
หลายๆชนิดแทบจะถูกลืมเลือน
อย่าว่าแต่จะหากินได้ยาก
แม้แต่ชื่อของขนม ก็อาจไม่ได้ยินมานานแล้ว

การจะทำให้ขนมไทยโบราณ ยังเป็นที่รู้จักของคนรุ่นหลัง
นอกจากทุกฝ่ายจะช่วยกันอนุรักษ์แล้ว
การพัฒนารูปแบบและเพิ่มชองทางการขาย
ก็จะมีส่วนช่วยให้ขนมไทยกลับมาเป็นที่นิยมได้

ลองมาช่วยกันรื้อฟื้นเพื่อแนะนำให้รู้จัก
และได้รำลึกถึง คงจะได้ประโยชน์ไม่มากก็น้อย


....



ขนมจ่ามงกุฏ  
เป็นขนมที่ประกอบด้วยส่วนผสมของแป้ง น้ำตาล
ไข่แดง และเม็ดแตงโมแกะแล้ว
มีลักษณะเด่นในความสวยงามของรูปลักษณ์
ซึ่งประดิษฐ์ประดอยด้วยความประณีต
และหรูหราด้วยแผ่นทองคำเปลว
ที่แปะบนขนมที่ทำเป็นรูปมงกุฏ

 
...

...



กระเช้าสีดา
เป็นมะพร้าวแก้วที่จัดพอคำ
บรรจุอยู่ในแผ่นแป้งกรอบ
ซึ่งทำเป็นรูปกระเช้ามีหู

...

...



ไข่แมงดาเทียม
เป็นขนมหวานซึ่งมีส่วนผสมของแป้ง
ไข่ซึ่งใช้ทั้งไข่ไก่และไข่เป็ด
น้ำตาลทรายและน้ำดอกไม้


(ท่านที่สนใจศึกษาวิธีทำได้จาก www.geocities.com/BourbonStreet/Delta/)


แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
ดอกฟ้ากับหมาวัด
Sr. Member
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 395



« ตอบ #1 เมื่อ: มกราคม 26, 2008, 15:37:19 »


ดอกฟ้าฯ เคยเห็นขนมไทยโบราณแบบนี้มีขายที่ตลาดดอนหวายค่ะ


ยังซื้อกลับมาฝากคุณแม่ตั้งหลายอย่าง


ขนมบางชนิดเค้าใช้ทองเปลวติดที่ขนมชิ้นเล็กๆด้วย


ดูสวยจนไม่กล้ารับทาน....


นึกถึงขนมไทย....สิ่งแรกจะนึกถึง ขนมครกที่ชอบทานมาก ตอนเด็กๆชอบทำมาก

ตอนนั้นพอทำเสร็จก็ยกแผงเบ้าขนมครก ไปแช่น้ำล้างเลย พออีกสองวันต่อมาหยิบขึ้นมาเพื่อจะทำใหม่

พวกน้องๆที่เป็นลูกมือ  เตรียมแป้งเตรียมทุกสิ่งอย่าง เอาเบ้าขนมครกตั้งบนเตา

สักพัก.....ระเบิดเป็นเสี่ยงๆเลยค่ะ อิ อิ fun


แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,236



« ตอบ #2 เมื่อ: มกราคม 26, 2008, 15:58:21 »



ข้อความโดย: ดอกฟ้ากับหมาวัด
อ้างถึง
ขนมครกที่ชอบทานมาก ตอนเด็กๆชอบทำมาก

ตอนนั้นพอทำเสร็จก็ยกแผงเบ้าขนมครก ไปแช่น้ำล้างเลย พออีกสองวันต่อมาหยิบขึ้นมาเพื่อจะทำใหม่

พวกน้องๆที่เป็นลูกมือ  เตรียมแป้งเตรียมทุกสิ่งอย่าง เอาเบ้าขนมครกตั้งบนเตา

สักพัก.....ระเบิดเป็นเสี่ยงๆเลยค่ะ อิ อิ fun


ถ้าป้าจำไม่ผิด
อุปกรณ์ในครัวที่ทำจากดินเผา
ก่อนนำมาใช้บนเตา
ต้องนำไปแช่น้ำเย็นให้
เนื้อดินปรับอุณหภูมิ หด-ขยายตัวให้เข้าที่ก่อนใช่ไหม
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
ดอกฟ้ากับหมาวัด
Sr. Member
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 395



« ตอบ #3 เมื่อ: มกราคม 26, 2008, 16:51:51 »




ถ้าป้าจำไม่ผิด
อุปกรณ์ในครัวที่ทำจากดินเผา
ก่อนนำมาใช้บนเตา
ต้องนำไปแช่น้ำเย็นให้
เนื้อดินปรับอุณหภูมิ หด-ขยายตัวให้เข้าที่ก่อนใช่ไหม



คงเป็นแบบนั้นค่ะ....เห็นคุณแม่บอกว่า

เวลาทำเสร็จ ยังร้อนๆ ต้องวางทิ้งให้เย็นก่อนแล้วค่อยทำความสะอาด

เข็ดซะไม่มี....อิ อิ


ตอนเด็กๆ ดอกฟ้าเป็นช่างเชื่อมด้วยนะคะ

เชื่อมกล้วยไข่งี้ เชื่อมฟักทอง

เชื่อมมะเขือเทศ สับปะรด มีผลไม้อะไรชอบเอามมาเชื่อมโดยเฉพาะตอนปิดเทอม

ไม่ค่อยมีอะไรเล่นเหมือนสมัยนี้


บางทีก็ทำขนมทองพลุทานกับน้องๆในบ้าน

ทำเลอะเทอะเก็บไม่สะอาดก็เจอคุณแม่บ่นๆๆๆ

เชื่อมกล้วยไข่เนี่ย ต้องเลือกเอาชนิดที่สุกกำลังดี นำมาแช่น้ำปูนกินหมากสักพักก่อน

เพื่อให้ยางกล้วยออกหมด และน้ำเชื่อมจะใสน่ารับทาน

ตั้งน้ำ ใส่น้ำตาลทรายขาว บีบน้ำมะนาวลงไปนิดหน่อยกันน้ำตาลตกทราย

พอน้ำเชื่อมเริ่มข้น ใส่กล้วยลงไปเบาๆมือ คอยพลิกตักน้ำเชื่อมราดบนกล้วย

จนสุก สีจะเหลืองทองน่าทาน ยกลงพักให้เย็นราดด้วยหัวกระทิที่ผสมเกลือป่นตั้งไฟอ่อนๆ

มีรสพอเค็มนิดหน่อย


ยกไปแจกชาวบ้านจนทั่วเลยค่ะ..
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,236



« ตอบ #4 เมื่อ: มกราคม 26, 2008, 17:05:32 »



  ขนมทองพลุ

ขนมทองพลุ เดี๋ยวนี้ก็หากินยากแล้ว
คนรุ่นใหม่แทบไม่รู้จัก



...
กล้วยไข่เชื่อม

ยังพอหากินได้ง่าย
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
สไลเดอร์
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,726



« ตอบ #5 เมื่อ: มกราคม 26, 2008, 17:16:03 »


มีเรื่องขำๆตอนสมัยเป็นลูกเสือ ต้องออกค่ายค้างแรมกัน
หัวหมู่คือลูกเสือเอก จะเป็นหัวหน้า ต้องทำอาหารทั้งคาวหวานไปตั้งวงเลี้ยงกัน
  ลุกขึ้นมาทำกับข้าวกันตั้งแต่เช้า วันนั้นหมู่ผมจะทำวุ้น หัวหน้าหมู่เอาวุ้นมาเคี่ยวกับน้ำตาล
เคี่ยวกันจนถึงเวลาอาหารเช้า
  หัวหน้าหมู่เหงื่อตก
  "เมื่อไร่ แมร่งจะแข็งซะทีวะ"
  ครูเป่านกหวีดเรียกลูกเสือให้เอาอาหารไปรวมกัน
  หัวหน้าหมู่โมโห คว้าหม้อที่กำลังเคี่ยววุ้นสาดไปที่กอกล้วย
  ตกลงว่าหมู่ผมมีแต่อาหารคาว ไม่มีของหวานไปร่วมวง

ทานข้าวเสร็จพากันเดินกลับค่าย ผ่านกอกล้วย
อะไรหว่าเป็นแผ่นใสๆ หัวหน้าหมู่เดินไปเอามือเขี่ยดู
  "เฮ้ย....วุ้นนี่หว่า แมร่งเจือกมาแข็งตอนนี้ว่ะ"

ท่านผู้ชมทั้งหลาย ในหมู่ของเราทุกๆคนไม่เคยมีใครรู้เรื่องการทำวุ้นมาก่อนเลย
นึกว่าเอาเส้นวุ้นมาต้มกับน้ำตาลแล้วเคี่ยวไปๆ วุ้นมันก็จะแข็งขึ้นมาเอง...เอิ้กกกกกกก

 fun fun fun fun fun
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,236



« ตอบ #6 เมื่อ: มกราคม 26, 2008, 17:43:34 »


...







ขนมอาลัว

ขนมอาลัวหรืออะลัว
มีความหมายว่ามีเสน่ห์ดึงดูดใจ
ขนมชนิดนี้ไม่ได้มีต้นกำเนิดจากไทย
แต่เป็นที่รูจักกันตั้งแต่สมัยอยุธยา
ในรัชสมัยของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช
โดย คุณท้าวทองกีบม้าหรือเลดี้ฮอร์เดอควีมาร์
ภริยาเจ้าพระยาวิชเยนทร์ ซึ่งเป็นชาวโปรตุเกส
ที่เข้ามารับราชการในราชสำนักนำมาเผยแพร่


หนังสือจดหมายเหตุฝรั่งโบราณกล่าวไว้ว่า
ภรรยาของฟอลคอนชาวต่างประเทศที่เข้ามาในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช
จนต่อมาฟอลคอนได้เข้ารับราชการ และได้รับการโปรดเกล้า ฯ
แต่งตั้งในภายหลังให้เป็น "เจ้าพระยาวิชาเยนทร์"

ส่วนภรรยาก็เป็นผู้ที่มีฝีมืดในการทำขนมแบบฝรั่ง
จึงเข้าไปรับใช้ในวังเป็นผู้ควบคุมดูแลเรื่องพนักงานของหวาน
และได้รับบรรดาศักดิ์ภายหลังเป็น "ท้าวทองกีบม้า"
(ชื่อเดิมของท้าวทองกีบม้าคือ ดอญากูโยมาร์ เดอปิยา เป็นคนเชื้อชาติโปรตุเกส)
 
...
ขนมสำปันนี

ขนมหน้านวล
หรือขนมทองโปร่ง


ขนมหลายชนิดเช่น ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง ขนมทองโปร่ง
ทองพลุ ทองม้วน ขนมฝรั่ง และขนมหม้อแกง
ที่บางคนนึกว่าเป็นขนมของชาติไทยนั้น
แท้ที่จริงแล้วต้นตำรับคือท้าวทองกีบม้า ท่านนี้เป็นผู้ถ่ายทอดให้แก่คนไทยทั้งสิ้น

ขนมหวานต่าง ๆ เริ่มที่จะมีมากขึ้นในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช
ก่อนหน้าไม่เคยปรากฏ จะมีก็เพียงแต่ขนม ๔ถ้วยดั้งเดิมของไทยเท่านั้น


  ....
ข้าวต้มผัด
เท่าที่ดูจากวิธีทำแล้ว
ยังไม่เห็นว่าตรงไหนจะมีการผัด
ท่านใดทราบบ้างว่า
ทำไมถึงเรียกว่า "ข้าวต้มผัด"
น่าจะเรียกข้าวต้มมัด ถึงจะถูก
 

นอกจากนี้ก็ยังมีขนมอีกหลายอย่างที่คนไทย
ได้รับเอามาจากต่างประเทศแล้วนำมาดัดแปลงรสชาติ
ให้ถูกปากคนไทยมากยิ่งขึ้น
ซึ่งก็คือ ขนมมัสกอดมาจากประเทศโปรตุเกส
กะละแม เป็นขนมของประเทศฝรั่งเศส
ขนมต้มแดง และต้มขาว ซึ่งต้นตำรับเดิมเป็นของพวกพราหมณ์ทมิฬ
ที่นิยมนำมาเป็นเครื่องบวงสรวงสังเวยเทวดา
ขนมเบื้องญวน ขนมบ้าบิ่น และข้าวต้มมัด

ก็ล้วนแต่เป็นขนมจากต่างประเทศทั้งสิ้น
โดยที่คนไทยรับเข้ามาแล้วโอนเป็นขนมไทยในที่สุด

(ข้อมูลจาก http://web.nfe.go.th/index/content/food_003.html)
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Rainy
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 3,157



« ตอบ #7 เมื่อ: มกราคม 26, 2008, 17:55:20 »


เอาขนมไทย ๆ มาร่วมวงกับคุณป้าเสลาด้วยคน ทำเองกะมือ ข้าวต้มมัดนั้น ทำหลายครั้งหลายหน
ส่วนเม็ดขนุน ทำยากมาก ครั้งเดียว และครั้งสุดท้าย ไม่เคยได้ทำอีกเลยจนถึงทุกวันนี้
ส่วนอุปกรณ์ก็สั่งจากร้านไทยที่เมืองนี้ เช่นใบตอง โลล่ะ 40 โครน  ถั่วดำ ก็ถั่วอัดประป๋อง
ส่วนกระทิก็มาจากกระป๋องเช่นกัน ข้าวต้มมัดเอาไปแจกฝรั่งเพื่อนบ้าน ติดใจกันใหญ่ แถมถามกลับมา
ด้วยความสงสัยว่า ใบกล้วย เอามาห่อกล้วย ทำได้ไง ใบกล้วยหน้าตาเป็นอย่างไร ส่วนกล้วยที่ใช้
ก็ใช้กล้วยหอมค่ะ หร๊อยยยยยย
  umm



เม็ดขนุน หน้าตาออกไปทางลูกกระสุนซะมากกว่า แต่เนื้อใน ถั่วเขียวบดจริง ๆ ข้างนอกนั้น ไข่ล้วน ๆ

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Rainy
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 3,157



« ตอบ #8 เมื่อ: มกราคม 26, 2008, 18:11:16 »


เคยมีประสบการ์ทำขนมวุ้นเหมือนกันค่ะ  นัดทำกันที่บ้านเพื่อนคนหนึ่ง
นั่งกวน ๆ ทำไมมันไม่แข็งสักที กลัววุ้นจะออกมาเป็นน้ำ ก็เลยเพิ่มผงวุ้น
เข้าไปอีก เหอ เหอ  แข็งโป๊ก เขวี้ยงหัวม๋าร้องเอ๋ง ๆ ได้เลย

ไม่มีใครกล้ากินกัน แค่ชิมกันนิดเดียว แล้วก็เททิ้งทั้งถาดเลย
 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,236



« ตอบ #9 เมื่อ: มกราคม 26, 2008, 18:57:57 »



หนูฝนทำอาหาร ทำขนมแต่ละอย่าง
หน้าตาน่ากิน เหมือนมืออาชีพเลยนะ 

สมัยป้าไปเยี่ยมลูกที่ต่างแดน
เคยหอบหิ้วเอา "ข้าวแต๋น" ของทวีพรรณจากลำปาง
ที่โกอินเตอร์ ไปแล้ว
เพราะพลิกแพลงทำแพ็คเกจน่าสนใจ
และมีหน้าโรยหลากหลาย

ลูกเอาไปฝากเพื่อนๆฝรั่ง
ชอบอกชอบใจกันใหญ่
เพราะกินเป็นสแน็คได้สะดวกสบาย



...
ข้าวแต๋นของ "ทวีพรรณ"
ซึ่งพัฒนาหน้าตา ทำเป็นชิ้นสี่เหลี่ยม
โรยหน้าต่างๆ เช่นหมูหยอง, สาหร่าย,
ข้าวแต๋น รสเมล็ดฟักทอง และเม็ดมะม่วงหิมพานต์ 


สำหรับข้าวแต๋น ที่เป็นขนม ของกินเล่น
แบบดั้งเดิมของชาวล้านนานั้น
ลักษณะหน้าตาจะเป็นแผ่นกลมๆ
มีอยู่ 2 แบบ แบบหนึ่งเรียกว่า ข้าวแต๋นขาว อีกแบบหนึ่งเรียกข้าวแต๋นแดง

ทั้งสองอย่างแตกต่างกันตรงที่
ข้าวแต๋นขาวจะไม่ใช้น้ำอ้อยคลุกข้าวก่อนกดใส่พิมพ์แล้วเอาไปตาก
ส่วนข้าวแต๋นแดงจะคลุกน้ำอ้อยก่อนตาก



ข้าวแต๋นแบบดั้งเดิม
หยอดน้ำอ้อยเคี่ยว

ข้อแตกต่างอีกอย่างหนึ่งของข้าวแต๋นทั้งสองชนิดก็คือ
ข้าวแต๋นแดงนั้นเมื่อทอดแล้วไม่ต้องหยอดน้ำอ้อยเคี่ยว
เพราะมีรสหวานอยู่เนื้อข้าวเรียบร้อยแล้ว
แต่ข้าวแต๋นขาวจะหยอดน้ำอ้อยเคี่ยว
บนผิวหน้าเพื่อเพิ่มความหวาน



แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
สไลเดอร์
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,726



« ตอบ #10 เมื่อ: มกราคม 26, 2008, 19:37:10 »


ตอนเด็กๆ จำได้ว่ายา อาๆและบรรดาป้าๆทั้งหลาย
ชอบทำขนมกันในวันเสาร์อาทิตย์
  บ้านอาๆและป้าลุงๆอยู่ในบริเวณเดียวกัน มีบ่อน้ำ และโรงเรือน อันประกอบด้วยกะทะใบบัว
2ใบ เป็นที่ๆใช้ทำอาหารและขนมเป็นจำนวนมากๆด้วยกัน
  ตอนตรุษจีนฆ่าไก่ ก็ใช้กะทะใบบัวต้มน้ำลวกไก่ และก็ใช้กะทะนั่นแหละวางลังถึงนึ่นขนมเข่ง
ฟืนที่ใช้คือทางมะพร้าวแห้ง
  ขนมตาล ขนมถ้วย จะมีการทำกันบ่อยๆ แค่ทำกินกันเอง ลูกหลานยั๊วะเยี้ยะไปหมด วันไหนมีการ
ทำขนม ลูกหลานก็จะมาเล่นรอขนมกันสนุกสนาน ส่วนมากเล่นซ่อนหากัน มีที่ซ่อนเยอะ ทั้งตามกอกล้วย
เข่ง ใต้ถุนบ้าน โกดังเก็บมะพร้าว เรียกว่าวิ่งหากันจนเหนื่อยนั่นแหละ
  วันไหนทำขนมจะมีการเตรียมตัวแช่แป้ง เย็บกระทงกันล่วงหน้า ส่วนมากจะไปทำกันที่บ้ายย่า
ใช้ใบตองเป็นหลัก หาง่าย ขูดมะพร้าวเป็นหน้าที่ของลุงๆอาๆ
  ผมชอบขนมถ้วย กับขนมตาล มากที่สุด นึ่งเสร็จใหม่ๆมีมะพร้าวมันๆโรยหน้า อร่อยอย่าบอกใครเชียว
ขนมถ้วยมันตรงหน้ากะทิ บ้านผมทำขนมไม่หวงกะทิ คั้นแต่มันล้วนๆ.......เอิ้กกกก
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
ดอกฟ้ากับหมาวัด
Sr. Member
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 395



« ตอบ #11 เมื่อ: มกราคม 26, 2008, 19:46:56 »


โอย.....อยากทานข้าวต้มมัดใส้กล้วยหอม

รสชาติคงอร่อยมาก เสียดายดอกฟ้าฯ ยังไม่เคยลองทำเลยค่ะ

ทั้งที่คุณยายทำเก่งมาก มัวแต่ขี้เกียจเที่ยวเล่นตามประสาเด็กในตอนนั้น

เคยแค่ใช้ตอกมัดๆ ตามที่คุณยายสั่งเลยไม่ได้เรียนรู้ว่าเค้าทำกันยังไง




แต่ดอกฟ้าฯ เคยทำข้าวเหนียวเปียกข้าวโพดนะคะ

เพราะง่ายดี อิ อิ




ขนมใส่ใส้ก็ชอบทาน  แต่ทำไม่เป็น

เคยทำขนมกล้วย ห่อใบตอง เพราะเสียดายกล้วยที่สุกงอม

เลยเอามาผสมแป้ง มะพร้าวขูดเป็นเส้นๆ เกลือนิดหน่อย

ขยำขยี้ให้เข้ากัน ตักใส่ใบตอง ห่อให้สวยงาม เอาไม้จิ้มฟันมาตัดครึ่ง

แบบเฉียงๆ กลัดลงบนห่อขนม ใส่ลังถึงนึ่งจนสุก

น้องๆนั่งรอขอส่วนแบ่งกันสลอนเลยค่ะ


 fun
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
de lion
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #12 เมื่อ: มกราคม 26, 2008, 20:29:57 »


สมัยเป็นหนุ่มน้อยคำสิงห์ก็เป็นผู้หนึ่งที่นิยมทานขนมแบบไทยๆ
มักชอบหาขนมจำพวกบัวลอย-ไข่หวาน หรือ ซาหริ่ม ทานตอนดึกๆเป็นประจำ
จะเลือกร้านที่คนขายหน้าหวานแฉล้ม แช่มช้อย ซึ่งทำให้ได้รสชาดแบบแปลกๆ....

ใหนๆ ก็ใหนๆ คำสิงห์ จะขอเปิดเผยตัวว่า คำสิงห์ก็เซียนทำขนมไทยๆเหมือนกัน
และที่ทำอร่อยมีระดับก็คือ "ถั่วเขียวต้มน้ำตาล"ซึ่งน่าจะเป็นขนมหวานของว่าง ที่ว่ากันว่ามันทำง่ายที่สุด
ส่วนประกอบน้อยที่สุด และตรงไปตรงมาที่สุด
ง่ายขนาดลุกขึ้นมาทำตอนตีสองได้น่ะ(แต่ต้องทำแบบรวบรัด)คิดเอาเองกะละกัน


ส่วนประกอบ

ถั่วเขียว (อาจจะใช้ถั่วแดง ถั่วเหลือง หรือถั่วลิสงก็ได้ตามอัธยาศัย แต่ไม่รับประกันความอร่อย)
น้ำตาลทราย จะขาวจะแดง แล้วแต่ความต้องการ (หรือถ้าไม่มีน้ำตาลก็ใช้น้ำหวานก็ได้ถ้าอยากลอง)
แค่เนี๊ยะ!!?!?! (แค่เนี๊ยะ เป็นคำอุทาน ไม่ใช่ส่วนประกอบในการทำ)

ตั้งกระทะไฟร้อนปานกลาง เอาถั่วเขียวปริมาณพอหายอยากกินลงไปคั่วพอสุก
คำเตือน เนื่องจากหลังจากต้มเสร็จแล้ว ถั่วเขียวจะขยายตัวเป็นปริมาณประมาณ 1.5 เท่าของปริมาณเดิม
ดังนั้นเวลากะก็กะให้พอว่ามันขยาย 1.5 เท่าแล้ว ไม่ล้นเกินภาชนะที่ใช้ต้ม
หลายคนคงนึกด่าในใจ "ไอ้... แล้วจะรู้ได้ไงวะ ว่ามันสุกแล้ว"
ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน เดาๆ เอาว่ามันหอมๆ  แล้วเปลี่ยนสีก็ยกขึ้น
เอาถั่วที่คั่วแล้ว ไปแช่น้ำเปล่าประมาณ 3 ชั่วโมง

ช่วงนี้แหล่ะที่ถั่วจะขยายตัว ก็คอยมาเติมน้ำสักครั้งเมื่อเวลาผ่านไป 1 ชั่วโมงครึ่ง ก็จะกำลังดี
เหตุที่ีต้องแช่น้ำทิ้งไว้ 3 ชั่วโมงก็เพราะปัจจุบันราคาแก้สหุงต้มมันแพงจะได้ไม่ต้องต้มนาน
หลังจากผ่านไป 3 ชั่วโมง ก็ต้มน้ำจนใกล้เดือด (85.25 องศาเซลเซียส)
แล้วเอาถั่วเขียวลงไปต้ม อย่าเพิ่งใส่น้ำตาลเด็ดขาด ต้มๆ คนๆ ไปเรื่อยๆ
จนถั่วเขียวเริ่มบานออก แล้วจึงใส่น้ำตาล  ชิมรสหวาน จืดตามใจชอบ
แล้วตักใส่ถ้วย ใช้ช้อนตักกินได้เลย ....(ระวังร้อน)
ถ้าชอบกินแบบเย็นๆ ก็ตักเอาถั่วเขียวที่เย็นแล้วใส่ที่ทำน้ำแข็งให้เต็ม แช่ช่องแข็งในตู้ทำความเย็นแล้วกินเป็นไอศกรีมถั่วเขียวได้เลยนะ (จะบอกให้)

เกร็ด : ที่ต้องใส่น้ำตาลทีหลังเพราะถ้าเราใส่น้ำตาลลงไปก่อน จะทำให้จุดเดือดของน้ำสูงขึ้น ทำให้ถั่วสุกยากขึ้น
          มีข่าวลือกันว่า ถ้าจะให้รสหวานแหลม ควรจะเหยาะเกลือไอโอดีนลงไปด้วย จะทำให้ผู้บริโภคมีสติปัญญาเฉียบแหลมไปด้วย

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,236



« ตอบ #13 เมื่อ: มกราคม 26, 2008, 20:31:04 »


ขนมโปรดของลุงถึก
และหลายๆคนในวัยเด็ก





.......



ขนมตาล
 
ภาพจากบล็อกคุณ kaew





..



ขนมถ้วย
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,236



« ตอบ #14 เมื่อ: มกราคม 26, 2008, 20:35:05 »



อ่านกระทู้นี้แล้ว
ก็ให้นึกเป็นห่วงสุขภาพสมาชิกหลายๆท่าน

โปรดตรวจน้ำตาลในเลือดเป็นระยะๆด้วย
เพื่อความไม่ประมาท
จะได้ห่างไกลจากโรคเบาหวาน
 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
หูกาง
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 610



« ตอบ #15 เมื่อ: มกราคม 26, 2008, 21:33:02 »



ข้อความโดย: เสลา
อ้างถึง
ข้าวต้มผัด
เท่าที่ดูจากวิธีทำแล้ว
ยังไม่เห็นว่าตรงไหนจะมีการผัด
ท่านใดทราบบ้างว่า
ทำไมถึงเรียกว่า "ข้าวต้มผัด"
น่าจะเรียกข้าวต้มมัด ถึงจะถูก
 


หูกางเคยถามแม่ว่า ทำไมถึงเรียกว่าข้าวต้มผัดบ้าง ข้าวต้มมัดบ้าง
แม่บอกว่าเรียกได้ทั้งสองอย่าง
และที่เรียกว่าข้าวต้มผัดเพราะว่าต้องนำข้าวเหนียวไปผัดกับกะทิก่อน
แล้วจึงจะนำมาห่อกับกล้วยแล้วค่อยมัด ( วิธีการทำน่าจะเป็นคุณเรนนี่อธิบายได้ชัดเจนกว่า)
เป็นข้อสันนิษฐานของแม่ซึ่งเป็นแม่บ้านคนหนึ่งไม่ได้เป็นนักวิชาการใดๆเลยค่ะ
 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,236



« ตอบ #16 เมื่อ: มกราคม 26, 2008, 21:35:50 »



ขอบคุณคุณหูกางมากๆ
ที่หาคำตอบเรื่อง "ข้าวต้มผัด"
ได้ชัดเจน.. ถึงบางอ้อ


แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
bobo
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,322



« ตอบ #17 เมื่อ: มกราคม 27, 2008, 07:27:24 »



ช่วงหน้าร้อนปีที่แล้วผมกินแต่ถั่วเขียวต้มน้ำตาลจนน้ำหนักเพิ่มไปสามกิโล

วิธีทำแบบผมนั้นง่ายมาก  ผมใช้หม้อตุ๋นฮานาบิชิ 

ตอนกลางคืนก่อนเราก็ล้างถั่วเขียวใส่หม้อ ใส่น้ำ ตุ๋นไว้แล้วก็เข้านอนได้

พอเช้ามาถั่วก็บานเต็มหม้อแล้ว

พอเช้ามาเราก็เติมน้ำตาลไป ใส่เกลือนิดนึง

แล้วก็เทใส่กระติกน้ำแข็งใส่น้ำแข็งไว้กินได้ทั้งวัน

น้ำตาลกิโลหนึ่งผมกินไม่ถึงอาทิตย์ก็หมดแล้ว

แซบอีหลีจริงๆ เลย 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,236



« ตอบ #18 เมื่อ: มกราคม 27, 2008, 07:46:48 »



วิธีทำถั่วเขียวต้มน้ำตาล
ของคุณ bobo น่าสนใจจริงๆ 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,236



« ตอบ #19 เมื่อ: มกราคม 27, 2008, 08:16:26 »



... ช่อม่วง
เป็นขนมไทยโบราณที่เป็นของกินเล่น
เป็นของว่าง
มีส่วนผสมของแป้ง 3ชนิด หัวกะทิ
น้ำมะนาว น้ำดอกมะลิ
และน้ำดอกอัญชัญเพื่อให้แป้งเป็นสีม่วง
และมีใส้ข้างใน


 


...


...
รังไร หรีอ เรไร
เป็นขนมที่ทำจากส่วนผสมของแป้ง 3 ชนิด
กดเป็นเส้น
หลังจากนั้นก็โรยหน้าด้วยมะพร้าวขูด
งาดำ-งาขาวคั่ว กะทิคั้นสดๆ

 

ขนมเหล่านี้ สมัยที่ป้าเสลาเรียนอยู่แถวท่าพระจันทร์
ได้รู้จัก และมีโอกาสซื้อกินบ่อย
เพราะมีแม่ค้าทำมาขายแถวๆซอยกลาง
ไม่ทราบว่าเดี๋ยวนี้จะยังมีขายอยู่อีกไหม



ข้อมูลจาก http://www.skn.ac.th/skl/project/sweett56/y6.htm
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
สไลเดอร์
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,726



« ตอบ #20 เมื่อ: มกราคม 27, 2008, 13:13:11 »


ข้าวต้มผัด หรือ ข้าวต้มมัด ที่บ้านผมเรียกง่ายๆ
"เหนียวห่อกล้วย"....เอิ้กกกกก
 fun fun fun fun fun
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
สไลเดอร์
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,726



« ตอบ #21 เมื่อ: มกราคม 27, 2008, 17:24:41 »



ล่าเตียงหรือ หรุ่ม มีวิธีทำอย่างไรครับ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
dekdee
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,255


« ตอบ #22 เมื่อ: มกราคม 28, 2008, 06:37:10 »


  ขอต่อเรื่องถั่วเขียวต้มน้ำตาล ( ของคุณคำสิงห์) สักนิด ..
... เพราะเป็นของหวานที่ทำง่ายสุดๆ ..  umm
บางคนชอบเอานมสด หรือ กะทิ ใส่ (ใส่ทีหลัง ) ก็อร่อยอีกแบบ ..
หากทานไม่หมด ... ใส่ตู้เย็น แช่แข็ง ก็ได้ไอติม อีกด้วย ..
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
น้าดี้
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 4,011



« ตอบ #23 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 01, 2008, 21:07:26 »


ชอบทานข้าวตู  จำได้ว่าสมัยเด็ก ๆ
ทานข้าวตูแล้วมีความสุขมาก  เพราะหอมอร่อย
 
แต่ปัจจุบัน  หารสชาติแบบเดิมไม่ได้เลย
 :cry:

ใครเจอเจ้าอร่อย (จริง ๆ)  บอกด้วยนะคะ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

>>>ทุกยามเช้ามีแสงสว่าง<<<
เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,236



« ตอบ #24 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 01, 2008, 21:57:43 »


... ข้าวตู

ข้าวตูเป็นขนมไทยโบราณ
ที่ทำขึ้นจากส่วน ผสมของ ข้าวตาก
น้ำตาลปึก มะพร้าวทึนทึกขูดละเอียด
น้ำดอกไม้ 
สูตรนี้น่าจะเป็นแบบดั้งเดิม
อย่างที่คุณไทยเลดี้ชอบ
เพราะเจอบางสูตรใส่เนยด้วย
แสดงว่าคงพัฒนาให้มีรสชาติใหม่

จะเห็นว่าขนมแบบไทยโบราณนั้น
นอกจากจะอร่อย หน้าตาน่ารับประทานแล้ว
ยังต้องมีกลิ่นหอมด้วยการอบหรือใส่กลิ่นน้ำดอกไม้ด้วย



ข้อมูลจาก www.geocities.com
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
    กระโดดไป:  



    SimplePortal 2.3.3 © 2008-2010, SimplePortal