ศาลฎีกาตัดสินจำคุก"เฉลิม พรหมเลิศ"คดีพรากผู้เยาว์36ปี

(1/2) > >>

เสลา:
Tweet


เมื่อหลายปีก่อน
หลายๆท่านคงจำได้ คดีพรากผู้เยาว์
โดยผู้ต้องหา มีตำแหน่งเป็นถึง  ส.ว.สุราษฎร์ธานี รองประธานวุฒิสภา
คือ นายเฉลิม  พรหมเลิศ
ได้มีการฟ้องร้อง ยืดเยื้อมานาน
ผ่านการตัดสินจากศาลชั้นต้น ศาลอุธรณ์
และสุดท้ายคือ ศาลฎีกา


ศาลฎีกาตัดสินจำคุก"เฉลิม พรหมเลิศ"คดีพรากผู้เยาว์36ปี

- เฉลิม  พรหมเลิศ

ศาลจังหวัดธัญบุรีนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกา
ตัดสินจำคุก "เฉลิม พรหมเลิศ" อดีตรองประธานวุฒิสภา 36 ปี ข้อหาพรากผู้เยาว์

เมื่อเวลา 0900.น.วันที่ 13 พ.ย. ศาลจังหวัดธัญบุรี
ได้นัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกา คดีคำที่ 1044/2544
กรณีกล่าวหานายเฉลิม พรหมเลิศ อดีต ส.ว.สุราษฎร์ธานี อดีตรองประธานวุฒิสภา
ข้อหาพรากผู้เยาว์ โดยศาลตัดสินจำคุก 36 ปี

ทั้งนี้เมื่อเวลา 09.00 น. เมื่อวันที่ 19 มกราคม พ.ศ.2548
ศาลได้อ่านคำพิพากษา ศาลอุทธรณ์คดีซื้อบริการทางเพศเด็กหญิง
ที่พนักงานอัยการจังหวัดธัญบุรี โจทก์ และนายประพันธ์ (สงวนนามสกุล)
นางปราณี (สงวนนามสกุล) นางราตรี (สงวนนามสกุล) นายคมสันต์ (สงวนนามสกุล)
และนางศรีสด (สงวนนามสกุล) ซึ่งเป็นบิดามารดาของเด็กหญิงผู้เสียหาย
เป็นโจทก์ร่วม ยื่นฟ้องนายเฉลิม พรหมเลิศ อายุ 68 ปี
อดีตรองประธานวุฒิสภา และอดีตสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) จ.สุราษฎร์ธานี

ในความผิดฐานกระทำชำเราเด็กหญิงอายุไม่เกิน 15 ปี ซึ่งไม่ใช่ภรรยาตน
พรากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปีไปเสียจากบิดามารดาเพื่อการอนาจาร
และความผิด พ.ร.บ.ค้าประเวณี พ.ศ. 2539

โดยเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2545 ศาลชั้นต้น
มีคำพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดจริง
ฐานกระทำชำเราเด็กหญิงอายุไม่เกิน 15 ปี
การที่จำเลยอ้างว่าเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ
และติดภารกิจในวันเกิดเหตุนั้นฟังไม่ขึ้น

ซึ่งการกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรม
ให้จำคุกจำเลย 4 กระทง กระทงละ 4 ปี รวมจำคุก 16 ปี
ส่วนความผิดอื่นให้ยกฟ้อง

ต่อมาโจทก์ยื่นอุทธรณ์ขอให้ศาลพิพากษาลงโทษจำเลย
ในความผิดข้อหาอื่นด้วย
ขณะที่จำเลยยื่นอุทธรณ์ขอให้ศาลพิพากษายกฟ้องทุกข้อหา
โดยปฏิเสธว่าไม่ได้กระทำความผิดตามฟ้อง

ศาลอุทธรณ์ ประชุมปรึกษาหารือและตรวจสำนวนแล้วเห็นว่า
จำเลยกระทำความผิดจริงตามฟ้องที่ศาลชั้นต้นพิพากษา
ให้จำคุกฐานกระทำชำเราเด็กหญิงอายุไม่เกิน 15 ปี
รวม 4 กระทง กระทงละ 4 ปี เป็นเวลา 16 ปีนั้นเห็นพ้องด้วย

ส่วนความผิดฐานพรากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ที่ศาลชั้นต้นยกฟ้องนั้น
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้ลงโทษจำคุก 4 กระทง
กระทงละ 5 ปี รวมจำคุก 20 ปี
และรวมจำคุกจำเลยทั้งสิ้น 36 ปี ส่วนความผิดข้อหาอื่นให้ยกฟ้อง

(ข้อมูลข่าวและภาพจาก คมชัดลึก 13 พฤศจิกายน 2550)


**********************


อ่านรายละเอียดความเป็นมาของคดีนี้ จาก ข่าวสด 23 ม.ค. 48

พลิกแฟ้มคดีคดีฉาว"เฉลิม พรหมเลิศ"
อดีตส.ว.-กามด.ญ. ศาลอุทธรณ์จำคุก36ปี!!



กระอักเลือดหนักกว่าเก่าสำหรับ เฉลิม พรหมเลิศ อายุ 68 ปี
อดีตรองประธานวุฒิสภา และอดีตสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) จ.สุราษฎร์ธานี
หรือ"ป๋าเลิศ"ของหนูๆ หลังศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษา
ในความผิดฐานกระทำชำเราเด็กหญิงหญิงอายุไม่เกิน 15 ปีซึ่งไม่ใช่ภริยาตน
พรากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ไปเสียจากบิดามารดาเพื่อการอนาจาร
และความผิดพ.ร.บ.ค้าประเวณี พ.ศ.2539

ที่ว่ากระอักเลือดกว่าเก่า เพราะคดีเดียวกันนี้เมื่อปี 2545
ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุกรวม 16 ปี
แต่เมื่อมาถึงศาลอุทธรณ์นอกจากพิพากษายืนแล้ว ยังเพิ่มโทษเข้าไปอีก 20 ปี
รวมแล้วป๋าเลิศถูกตัดสินจำคุกนานถึง 36 ปี!!

โดยเมื่อวันที่ 19 มกราคม ที่ผ่านมา
ศาลจังหวัดธัญบุรี จ.ปทุมธานี อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
ในคดีพนักงานอัยการร่วมกับพ่อ-แม่ของเด็กหญิงเหยื่อกามหลายราย
เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายเฉลิม พรหมเลิศ รวม 27 ข้อหา

ในศาลชั้นต้นพิพากษา เมื่อวันที่ 30 กันยายน 45 ว่า
จำเลยกระทำผิดจริง ฐานกระทำชำเราเด็กหญิงอายุไม่เกิน 15 ปี
ซึ่งการกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรม
ใช้เรียงกระทงลงโทษ จำคุกจำเลย 4 กระทง
กระทงละ 4 ปี รวมจำคุก 16 ปี ส่วนความผิดอื่นให้ยกฟ้อง

นายเฉลิมยื่นอุทธรณ์ปฏิเสธว่าไม่ได้กระทำความผิดตามฟ้อง
ขอให้ศาลพิพากษายกฟ้องทุกข้อหา

คำพิพากษาระบุว่า ศาลอุทธรณ์ตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือ
โดยละเอียดรอบคอบแล้วเห็นว่า จำเลยกระทำความผิดจริงตามฟ้อง
ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกฐานกระทำชำเราเด็กหญิงอายุไม่เกิน 15 ปี
รวม 4 กระทง กระทงละ 4 ปี เป็นเวลา 16 ปี นั้นเห็นพ้องด้วย

"และศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ ให้เพิ่มโทษจำเลย
ในความผิดฐานพรากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ไปจากบิดามารดาเพื่อการอนาจาร
รวม 4 กระทง กระทงละ 5 ปี ให้จำคุกเป็นเวลา 20 ปี
รวมลงโทษจำคุกจำเลยเป็นเวลา 36 ปี"!!!
นายเฉลิม พรหมเลิศ ให้ทนายความยื่นคำร้องขอประกันตัว
พร้อมหลักทรัพย์เป็นสมุดเงินฝากมูลค่า 1 ล้านบาท
และเงินสดจำนวน 1.5 ล้านบาท ศาลพิจารณาให้ปล่อยตัวชั่วคราวไปได้

โดนโทษหนักขนาดนี้นายเฉลิม หรือป๋าเลิศ มีทางเลือกเดียว
คือยื่นฎีกาเพื่อต่อสู้หาทางรอดเป็นครั้งสุดท้าย!??


สําหรับคดีนายเฉลิม หรือป๋าเลิศ ถือว่าเป็นคดีประวัติศาสตร์
คดีหนึ่งในวงการยุติธรรม และการเมืองไทย
ทั้งยังส่งผลกระทบในวงกว้าง แม้แต่ชื่อเสียงของวุฒิสภา
ชุดมาจากการเลือกตั้งครั้งแรกก็แทบล่มสลาย
เมื่อกางปีกปกป้องพวกเดียวกันเองโดยไม่คำนึงถึงสิ่งถูกต้องใดๆ

นายเฉลิมถูกกล่าวหาคดีทางเพศอุกฉกรรจ์นี้เมื่อต้นปี 2544
ก่อนเดินทางเข้ามอบตัวปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา
และด้วยเอกสิทธิ์สมัยเปิดประชุมสภาฯคุ้มครองตัวเอง
ทำให้ให้กระบวนการยุติธรรมสะดุด

ในขณะที่กลุ่มส.ว.บางพวกก็ปกป้อง ด้วยการลงคะแนนเสียง
ไม่ยอมส่งตัวนายเฉลิมให้ฝ่ายบ้านเมืองดำเนินคดี
จนเสื่อมเสียและถูกก่นด่าไปทั้งประเทศ

ห้วงเวลาเดียวกันนี้มีการร้องเรียนจากฝ่ายเจ้าทุกข์ว่ามีการคุกคาม ข่มขู่
ทั้งจากข้าราชการและคนมีสี
เพื่อให้พลิกคำให้การเพื่อเป็นประโยชน์กับผู้ต้องหา!??

อย่างไรก็ตาม กลุ่มส.ว.แกะดำที่ถูกประณามในขณะนั้น
ทนกระแสกดดันไม่ไหว ต้องเจรจาจนนายเฉลิมยอมลาออกจากส.ว.
เพื่อให้ตำรวจและอัยการดำเนินคดีตามกฎหมาย

จนนำมาสู่คำพิพากษาของศาลชั้นต้น และศาลอุทธรณ์ในครั้งนี้



จุดเริ่มของคดีกามฉาวเป็นสิ่งที่เหลือเชื่อพอสมควร
เพราะเริ่มจากคดีเด็กหนีออกจากบ้านธรรมดาเท่านั้น!??

วันที่ 3 มกราคม 2544 ตำรวจสภ.อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี
ผู้ปกครองเด็กหญิงวัย 14 ปี นักเรียนชั้นม.2 ในย่านอ.คลองหลวง
เข้าแจ้งความว่าลูกสาวหายตัวไป
ผู้ปกครองระบุว่าวันเกิดเหตุลูกสาวไปเรียนหนังสือตามปกติ
แต่จนดึกก็ไม่กลับบ้านสอบถามเพื่อนๆ ก็ไม่มีใครรู้
จึงมาแจ้งความเพื่อให้ตำรวจช่วยติดตามด้วย

อย่างไรก็ตาม อีก 2 วันต่อมาผู้ปกครองพร้อมเด็กก็เดินทางเข้าพบตำรวจ
แจ้งว่าเจอตัวลูกแล้ว แต่ที่มากกว่านั้นก็คือที่ลูกสาวหลบหนีไป
เพราะกลัวพ่อทำโทษเรื่องที่ไปค้าประเวณี!!!

ตำรวจที่ทราบข้อมูลถึงกับเรียกประชุมด่วน
เพราะกรณีเด็กค้าประเวณีนั้น ตำรวจสภ.อ.คลองหลวงกำลังติดตามอยู่
เพราะได้รับการร้องเรียนจากผู้ปกครอง และครูในย่านนั้น
ว่ามีเด็กนักเรียนมัธยมวัยแค่ 13-14 ปี
นิยมค้าประเวณีกันมากเพื่อหาเงินมาเที่ยวหรือซื้อของแบรนด์เนม

เด็กสาวสารภาพว่าเพื่อนชักชวนให้ไปหลับนอนกับชายสูงอายุคนหนึ่ง

ชายคนดังกล่าวชื่อป๋าเลิศ!??

เพื่อนของเด็กสาวระบุว่าจะได้เงินค่าหลับนอนถึงครั้งละ 5,000 บาท
เมื่อเด็กสาวตกลงจึงพาไปพบน.ส.สา(นามสมมติ) อายุ 16 ปี นักเรียนรุ่นพี่
ซึ่งเป็นเอเย่นต์จัดหาเด็กๆไปสังเวยป๋าเลิศ

ครั้งแรกที่เข้าบริการคือวันที่ 22 ธันวาคม 2543
เด็กสาวให้การว่าถูกป๋าเลิศเปิดซิง
ภายในห้องพักโรงแรมผกาอินน์ ย่านจ.ปทุมธานี นั่นเอง
โดยใช้เวลาแค่ 3 นาทีเท่านั้น!??

หนูน้อยระบุว่านอกจากเธอแล้วยังมีเพื่อนนักเรียนอีก 4 คน
เข้าคิวไปให้ป๋าเชือดในห้องพักโรงแรมผกาอินน์
อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ด้วย
แต่ละคนจะใช้เวลาอยู่กับป๋าแค่ 3-4 นาทีเท่านั้น

กระทั่งวันเกิดเรื่อง ป๋าเลิศให้เอเย่นต์จัดเด็กสาวกลุ่มเดิมมาให้บริการอีก
แต่กว่าจะไปก็ค่ำแล้วเพราะต้องรอเลิกเรียน ทำให้เสร็จงานดึก
จึงกลัวพ่อแม่ดุด่าตัดสินใจไปนอนค้างบ้านเพื่อน

กระทั่งพ่อแม่เป็นห่วงเข้าแจ้งความกลายเป็นเรื่องขึ้นมา!!!

ตำรวจเชิญเด็กหญิงอีก 3 คนที่ไปขายบริการพร้อมกันมาสอบสวน
ทั้งหมดก็ให้การเหมือนกัน



แม่เล้าเด็กเป็นคนแรกที่ถูกเรียกมาสอบ
ให้การสารภาพและซัดทอดถึงป๋าเลิศ

ถัดมาเป็นพนักงานบริการขอโรงแรมผกาอินน์
ก็ให้การตรงกันและชี้ภาพป๋าเลิศ
รวมทั้งจดจำรถและทะเบียนได้แม่นยำ
เพราะมาใช้บริการบ่อยและทิปหนักครั้งละ 100-300 บาท


ถึงตอนนี้เริ่มระแคะระคายบ้างแล้วว่า"ป๋าเลิศ"
คือนายเฉลิม พรหมเลิศ รองประธานส.ว.คนที่ 1!!!

"ครูหยุย"นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ ส.ว.กรุงเทพฯ
และ"ครูยุ่น"นายมนตรี สินทวิชัย ส.ว.สมุทรสงคราม
ที่ได้รับการร้องเรียนจากพ่อ-แม่เด็กเหยื่อกาม
เข้ามามีบทบาทช่วยเหลือและดูแลความปลอดภัย

เนื่องจากห้วงนั้นมีกลุ่มลึกลับโทรศัพท์มาคุกคามทั้งพ่อแม่เด็ก
และตำรวจที่ทำคดี ตามด้วยส.ว.กลุ่มหนึ่งออกมาเคลื่อนไหว
ปกป้องนายเฉลิม อ้างว่าเป็นการแบล็กเมล์!??

ก่อนที่จะมีส.ว.บางคนออกมาปกป้องซ้ำ
ในทำนองมีการกลั่นแกล้งกัน
โดยอ้างเรื่องเล่นการเมืองในวุฒิสภา
เพื่อชิงตำแหน่งรองประธานส.ว.

อย่างไรก็ตาม ฝ่ายตำรวจก็ออกมาแสดงท่าทีขึงขังว่า
จะทำคดีอย่างตรงไปตรงมา
โดยพล.ต.อ.พรศักดิ์ ดุรงควิบูลย์ ผบ.ตร.(ในขณะนั้น)
ออกมาย้ำแล้วย้ำอีกว่าเป็นคดีที่ไม่ต่างจากคดีอื่นๆ

รวมทั้งพล.ต.ท.พิชิต ควรเดชะคุปต์ ผบช.ภาค 1(ในขณะนั้น)
เจ้าของพื้นที่เกิดเหตุก็เข้ามาดูแลคดีนี้ด้วยตัวเอง
จึงพอสร้างความอุ่นใจให้ส่วนหนึ่ง

พร้อมกันนี้มีส.ว.อีกขั้วที่มองว่าพฤติกรรมเช่นนี้ไม่เหมาะสม
ออกมาสนับสนุนให้ตำรวจดำเนินคดีไปตามข้อเท็จจริง

สำคัญที่สุดคือกระแสสังคมที่เชี่ยวกราก
และรับไม่ได้กับพฤติกรรมเฒ่าหัวงู!!!

ในส่วนของตำรวจเดินหน้าหาพยานหลักฐานเพิ่มเติม
นอกจากคำให้การของเจ้าทุกข์
และพยานที่โรงแรมม่านรูดผกาอินน์แล้ว
ยังเข้าไปเก็บหลักฐานขนเพชรภายในห้องมาตรวจสอบด้วย



วันที่ 23 มกราคม 44 นายเฉลิม พร้อมทนายความเข้ามอบตัว
ตำรวจพาเด็กสาวมาชี้ตัวได้อย่างถูกต้อง

แต่วันนั้นมีเจ้าทุกข์อีกหลายคนไม่ได้เดินทางมา
ทราบภายหลังว่ามีผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่ง
ขอร้องแกมข่มขู่ไม่ให้มาชี้ตัวนายเฉลิม!??

นายเฉลิมเปิดแถลงด้วยน้ำตาคลอเบ้า
และยอมลาออกจากตำแหน่งรองประธานวุฒิสภาคนที่ 1
เพราะไม่สามารถต้านแรงกดดันได้
แต่ยังไม่ยอมลาออกจากส.ว.แม้จะมีเสียงเรียกร้องก็ตามที

เจ้าตัวอ้างว่าไม่อยากให้มีการเลือกตั้งซ่อมในตอนนี้ เพราะเปลืองงบประมาณ!??

ช่วงที่คดีนี้กำลังครึกโครมนี้เอง ก็มีเหยื่อสาวอีกรายโผล่ออกมาแฉว่า
เคยร่วมหลับนอนกับนายเฉลิมเช่นกัน!??

ขณะเดียวกันมีเสียงเรียกร้องให้ส.ว.ลงคะแนน
ส่งตัวนายเฉลิมให้ตำรวจและอัยการดำเนินคดี
แต่มีส.ว.เสียงข้างมากรวม 87 คน
ออกเสียงไม่ให้ส่งตัวนายเฉลิมขึ้นศาลระหว่างสมัยประชุม
จนถูกด่าไปทั่วสารทิศ

อย่างไรก็ตาม ส.ว.กลุ่มดังกล่าวหลังโดนด่าจนหูชา
จึงเดินเกมใหม่กดดันจนนายเฉลิมยอมลาออกจากส.ว.ในที่สุด

คดีนี้จึงเริ่มการสอบสวนอย่างจริงจัง
กระทั่งตำรวจส่งสำนวนให้อัยการ และมีคำสั่งฟ้องนายเฉลิม
รวม 27 ข้อหา เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2544

ก่อนที่ศาลชั้นต้นจะมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 31 กันยายน 2545

และศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาในครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 19 มกราคม 2548 ที่ผ่านมา 



******************


Falco:
Tweet



จำได้คนนี้ไม่ลืม แต่ นานมากเลยกว่าจะเข้าคุก

สามสิบหกปี อย่างนี้ก็ตายในคุก หรือเปล่า?

เหลืออีกราย ที่ยังเงียบมาก ขนาดว่าสำนวนถูกส่งไปแล้ว

คือ  นาย กัณฑ์พิทักษ์ ปัจฉิมสวัสดิ์

เสลา:
Tweet



ตามข่าวที่เสนอ ในปี 2548
นายเฉลิม อายุ 68 ปี

ปีนี้ 2550 ก็น่าจะ  70 ปีแล้ว
ไปอยู่ในคุก 36 ปี

กว่าจะได้ออกมา ถ้าไม่เสียชีวิตก่อน ก็ อายุ 106 ปี

คาเมสุมิฉาจารา:
Tweet


โธ่ ป๋าเหลิม ไวไว

3 นาที ติดคุก 36 ปี

อีกราย
น้าศักดา....รายนั้นไปถึงไหนแล้วฮับ

น้าดี้:
Tweet


เป็นวัวแก่แต่อยากเคี้ยวหญ้าอ่อนโดยไม่ดูตาม้าตาเรือ
ก็ต้องปิดฉากชีวิตอิสระของตัวเองด้วยประการฉะนี้
 :hurt:

พ่อแม่  ผู้ปกครอง  ครูบาอาจารย์ ก็ควรต้องดูแลลูกหลาน
และลูกศิษย์ของตนเองให้ดีด้วย

ถ้าไม่มีสินค้าวางจำหน่าย....
มีเงินมากแค่ไหน  ก็ไม่อาจซื้อหาอะไรได้
 :shock:

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป