ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
กันยายน 19, 2014, 18:48:55
94,457 กระทู้ ใน 7,733 หัวข้อ โดย 9,167 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: nicole
::Arunsawat ::อรุณสวัสดิ์ ::  |  อรุณสาระ : บุคคลทั่วไปกรุณาสมัครสมาชิกก่อนโพสท์  |  เรื่องราวบทความที่น่าสนใจ  |  คดีประวัติศาสตร์ ล็อคการออกรางวัลสลากกินแบ่งแก๊ง 'กลม บางกรวย' 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้ « หน้าที่แล้ว ต่อไป »
หน้า: [1]
ผู้เขียน หัวข้อ: คดีประวัติศาสตร์ ล็อคการออกรางวัลสลากกินแบ่งแก๊ง 'กลม บางกรวย'  (อ่าน 7922 ครั้ง)
เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,198



« เมื่อ: ตุลาคม 20, 2007, 18:49:57 »



คดีประวัติศาสตร์ ล็อคการออกรางวัลสลากกินแบ่งแก๊ง 'กลม บางกรวย'



เป็นคดีที่ฮือฮามากเมื่อหลายปีที่ผ่านมา
ก่อนหน้านั้นจะมีข่าวที่เข้าหูประชาชนมาตลอดว่า
มีการล็อคเลขจากการออกรางวัลสลากกินแบ่ง

แต่ก๊เป็นเรื่องที่ไม่มีใครพิสูจน์ได้
จนกระทั่งในปี 2544................


จากคอลัมน์ กลเม็ดพิชิตคดี
ในมติชน วันที่ 20 ตุลาคม 2550


'รางวัลที่ หนึ่ง งวดประจำวันที่ หนึ่ง มิถุนายน พุทธศักราช สองพันห้าร้อยสี่สิบสี่ เลขที่ออก ตืด...ตืด....

'113311'

สิ้นเสียงประกาศผู้ชมที่นั่งลุ้นอยู่ในห้องส่งต่างพากันโห่ร้องดีใจ

สุดท้ายหนังสือพิมพ์หลายฉบับตีแผ่ข่าวพร้อมบรรยายพฤติการณ์
ท่าทางก้มๆ เงยๆ ของตัวแทนการออกสลากภาคประชาชน 3 คน ที่อยู่บนเวที

ลักษณะมีพิรุธน่าสงสัยว่ามีการล็อคหวย!


ทำเอาบิ๊กกองสลากนั่งไม่ติด นัดประชุมบอร์ดหารือถึงข่าวที่เกิดขึ้น
เทปวิดีโอบันทึกภาพการออกสลากถูกนำขึ้นฉายในห้องประชุมหลายครั้ง

สุดท้ายที่ประชุมมีมติให้ พล.ต.อ.สมบัติ อมรวิวัฒน์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
ที่นั่งประชุมอยู่ด้วยในฐานะบอร์ดคนหนึ่ง ช่วยสืบสวนว่ามีการทุจริตหรือไม่
แล้วกลุ่มคนที่ร่วมกันทุจริตมีใครบ้าง?

28 กันยายน 2544 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
มีคำสั่งให้ พล.ต.ต.สุรสิทธิ์ สังขพงศ์ ผู้บังคับการกองปราบปราม สืบสวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ต้นเดือนตุลาคม พล.ต.ต.สุรสิทธิ์ ระดมทีมสืบสวนมือดีของกองปราบปราม เข้าสืบสวนสอบสวนหาข้อเท็จจริง

ไล่เรียงจาก พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ผกก.2 ป. พ.ต.อ.พงษ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผกก.1ป.
พ.ต.ท.ทรงศักดิ์ รักศักดิ์สกุล รอง ผกก.1 ป. พ.ต.ท.ชัดชัย เลี่ยมสงวน รอง ผกก.2 ป.
พ.ต.ท.ประวุธ วงศ์ศรีนิล สว.ผ.4 กก.2 ป. พ.ต.ท.ชัชวาลย์ บุญมี สว.ผ.2กก.2 ป.
พ.ต.ท.พรศักดิ์ สุรสิทธิ์ สว.ผ.3 กก.2 ป. และ พ.ต.ท.ไพโรจน์ ปัญจประทีป ช่วยราชการกองปราบปราม

โดย พ.ต.ท.ประวุธ เชิญ เชิดชัย ประทุมมา หัวหน้าสำนักกฎหมาย กองสลากฯมาพบเพื่อขอข้อมูล

เบื้องต้นพบพิรุธ

ประการแรกหางบัตรของประชาชน 3 คน
ที่ถูกสุ่มจับขึ้นเวทีเป็นกรรมการออกสลากไม่ตรงกับตัวบุคคลที่ขึ้นไปบนเวที


ประการสองมีคราบสีขาวคล้ายแป้งหรือน้ำยาลบคำผิด
ติดอยู่ในอุปกรณ์ภาชนะทรงกลมสำหรับออกรางวัล และตลับบรรจุลูกบอลหมายเลข 1


'คุณต้องร้องทุกข์แล้วล่ะ ตำรวจจะได้มีอำนาจสืบสวนสอบสวนเต็มที่' สารวัตรประวุธแนะนำ

ก่อนที่ เชิดชัย จะนำม้วนเทปวิดีโอภาพการออกสลากวันที่ 1 มิถุนายน 2544
และม้วนเทปบันทึกภาพภาชนะทรงกลม และตลับบรรจุบอลหมายเลข 1 ที่เลอะคราบสีขาว
พร้อมเอกสารจำนวนหนึ่ง เข้าร้องทุกข์ในฐานะตัวแทนกองสลาก

 

สิ่งแรกที่คณะพนักงานสอบสวนศึกษาคือกระบวนการออกรางวัลทุกขั้นตอน
ก่อนนำม้วนวิดีโอเทปม้วนแรกที่บันทึกภาพการออกรางวัลที่ 1
ประจำงวดวันที่ 1 มิถุนายน 2544 มาเปิดดูในห้องประชุม

ม้วนเทปวิดีโอ เพลย์ไปเรื่อยๆ จนพบกรรมการออกสลากฝ่ายประชาชน 3 คน
ก้มๆ เงยๆ อยู่หลังภาชนะทรงกลม

'เฮ้ยๆๆ หยุดก่อน ไหนลองกรอเทปย้อนกลับไปซิ'

ปุ่มสต๊อป ปุ่มรีวาย ที่รีโมท ถูกกดซ้ำไปซ้ำมาหลายสิบครั้ง

มีการบ้วนอะไรลงไปในภาชนะทรงกลม
ตอนที่พนักงานสาวกำลังเปิดฝาภาชนะทรงกลมและหยิบบอลหมายเลข 1 ขึ้นโชว์
เตรียมจะหย่อนลงไป


แล้วเทปวิดีโออีกม้วน ที่เจ้าหน้าที่กองสลากบันทึกภาพไว้ภายหลัง ถูกเปิดเป็นม้วนถัดมา

คราบสีขาวคล้ายแป้งหรือน้ำยาลบคำผิด ปรากฏชัดเจนในภาชนะทรงกลม 3 ใบ
และตลับบรรจุบอลหมายเลข 1 จำนวน 3 ลูก

สิ่งพิรุธเหล่านี้ยังเป็นปมปริศนา!

ดังนั้นทีมสืบไล่เช็คชื่อ 3 คน ที่ก้มๆ เงยๆ อยู่บนเวทีว่ามีใครบ้าง
โดยตรวจสอบรายชื่อจากหางตั๋วที่เข้าไปชมในวันนั้น?

เป็นของนางพจนีย์ ศรีสุข นายวิรัตน์ ศรีหวาด และนายประเสริฐ เอี่ยมสอาด ตามหางตั๋ว

แต่บุคคลที่ขึ้นไปตักลูกบอลทั้ง 3 คน กลับเป็นผู้ชายทั้งหมด

พนักงานสอบสวนต้องไล่สอบเจ้าหน้าที่กองสลากจนทราบว่าก่อนที่ทั้ง 3 คน จะขึ้นเวที
ได้ส่งบัตรประชาชนให้ตรวจสอบก่อน

โดยชื่อตามบัตรประชาชนของทั้ง 3 คน คือ นายสมตระกูล จอบกระโทก
พ.อ.อ.กิตติชาติ กุลประดิษฐ์ และนายทองสุข ชนะการี

ซึ่งไม่ตรงกับหางบัตรที่เรียกเลย!


 

การสอบปากคำบุคคลที่มีชื่ออยู่ในหางบัตรทั้ง 3 คน ทราบว่า
มีคนมาว่าจ้าง 200 บาท ให้ไปนั่งชมที่ห้องส่ง โดยตกลงกันว่า
ให้ส่งหางตั๋วที่ได้รับให้กับผู้ว่าจ้างที่จะคอยยืนกระจายอยู่ในห้องประมาณ 20 คน

โดย 3 คน ที่ขึ้นเวที ก็รวมอยู่ใน 20 คนนี้ด้วย!


ขณะเดียวกันการติดตามตัว นายสมตระกูล จอบกระโทก พ.อ.อ.กิตติชาติ กุลประดิษฐ์
และนายทองสุข ชนะการี ก็ดำเนินการควบคู่กันไป

ที่สำคัญพนักงานสอบสวนเข้าขอข้อมูลจากกองสลากอีกครั้ง
เพื่อขอดูเทปการถ่ายทอดสดย้อนหลัง 2 ปี


กระทั่งพบพิรุธในการออกสลากรางวัลบัตรออมทรัพย์ทวีสิน
ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ประจำงวดวันที่ 10 มกราคม 2544
ซึ่งเป็นเลข 7 หลัก มีกรรมการฝ่ายตัวแทนภาคประชาชน 4 คน
แต่ละคนบ้วนสารอะไรบางอย่างลงไปในภาชนะทรงกลม และก้มๆ เงยๆ ตักบอล


จากการเช็คชื่อตัวแทนภาคประชาชน 4 คน
เป็นคนเมืองกาญจน์ หลังทีมสืบขอความร่วมมือ ข้อมูลต่างๆ ก็พรั่งพรูออกมาว่า

'ประมาณวันที่ 8 มกราคม 2544 'จ่าอ๋อย' ทหารกองพลทหารราบที่ 9 จ.กาญจนบุรี
ชวนให้ไปทำหวยบนเวทีที่กองสลาก รุ่งขึ้นได้เดินทางไปที่ไร่กุสุมา อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี

โดยมีคนฝึกและบอกเรื่องการล็อคเลข 3 ตัว และ 2 ตัวท้าย ของรางวัลที่ 1
ด้วยการกัดสารสีขาวที่บรรจุอยู่ในหลอดแคปซูลขนาดเล็ก
แล้วบ้วนลงไปในภาชนะทรงกลม ก่อนที่พนักงานจะหย่อนตลับลูกบอลหมายเลข 1 ลงไป

จากนั้นให้เลือกตักตลับบรรจุลูกบอลที่มีตำหนิรอบแรก
เพื่อนำไปใส่ในภาชนะทรงกลม


ส่วนการตักรอบที่ 2 ให้คนที่ยืนในหลักหน่วย หลักสิบ
และหลักร้อย ตักบอลหมายเลข 1
แต่พอถึงเวลาผมไม่สามารถตักตลับบอลที่มีคราบสีขาวติดอยู่ได้ ในงวดนั้นจึงล็อคเลขไม่สำเร็จ'
เป็นคำให้การของไวทย์ เวชวงศ์ ที่เคยถูกทาบทามให้ไปล็อคเลข


เมื่อพนักงานสอบสวนนำวิดีโอเทปออกสลากวันที่ 1 มิถุนายน 2544 มาให้พยานดูเพิ่มเติม
ไวทย์ ฟันธงว่ามีการล็อคเลขแน่นอน

เพราะนายทองสุข นายสมตระกูล และ พ.อ.อ.กิตติชาติ
เคยไปร่วมซ้อมการล็อคเลขที่บ้านน้ำตก รีสอร์ทไร่กุสุมา

โดยมีนายอนันต์ เป็นคนฝึก และนายมนัส เป็นผู้อธิบาย

นั่นเป็นคำให้การของพยาน!

จากนั้นมีการกำหนดหัวข้อการสืบสวนสอบสวนต่อทันที

1.ตรวจสอบการจองห้องพักและการเข้าพักที่ไร่กุสุมา

2.ตรวจสอบการจองโรงแรมตรัง

3.ติดตาม มนัส และอนันต์ มาสอบ

ทีมสืบสวนเข้าตรวจค้นห้องพักที่ไร่กุสุมา ซึ่งมีชื่อมนัส และอนันต์ เข้าพัก
ขณะเดินตรวจสอบที่สนามหญ้ารอบบ้าน พบหลอดขนาดเล็กตกอยู่ 2 หลอด
รวมทั้งสอบปากคำแม่บ้านไว้เป็นพยาน

ขณะที่ฝ่ายสืบสวนติดตามจนพบตัว มนัส ที่โคราช

'ผมไม่รู้เรื่อง' มนัสยัน

'คุณแน่ใจนะ เรามีหลักฐานว่าคุณเป็นตัวการสำคัญในการซ้อมล็อคเลข' ทีมสอบสวนไล่ซัก

'ก็บอกแล้วไงว่าผมไม่รู้เรื่อง' มนัสยืนกระต่ายขาเดียว

'แล้วที่ไร่กุสุมาล่ะ ที่โรงแรมตรังล่ะ คุณไปทำอะไร ลองคิดดูดีๆ โทษหนักจะได้กลายเป็นเบา'

มนัส สะดุ้ง ก่อนหยุดคิดอยู่ครู่ใหญ่และรับสารภาพ
สลากรางวัลงวดวันที่ 1 มิถุนายน 2544
มีการไปซ้อมล็อคเลขที่ไร่กุสุมา และเตี๊ยมกันที่โรงแรมตรัง

โดยจะล็อคเลข 1 ให้อยู่ในตำแหน่งสามหลักท้ายของรางวัลที่ 1

และรางวัลที่ 1 ในงวดนั้นคือหมายเลข 113311 ซึ่งสำเร็จตามเป้าหมาย

ทำให้ได้เงินเป็นกอบเป็นกำ!


กระทั่งวันที่ 10 พฤศจิกายน 2544 เตรียมล็อคเลขรางวัลออมทรัพย์ทวีสิน ธ.ก.ส.
แต่สุดท้ายกองสลากเปลี่ยนวิธีการออกรางวัลทุกอย่างจึงล้มเลิก

แต่การบ้านข้อใหญ่จะพิสูจน์อย่างไรให้เห็นว่ามีการล็อคเลข 1 ในสามตัวท้าย ของรางวัลที่ 1
ประจำงวดวันที่ 1 มิถุนายน 2544 สำเร็จ?

เพราะนั่นคือพอยท์สำคัญของคดี!

 

การรีวายเทปเกือบร้อยครั้ง ยืนยันได้ว่า นายสมตระกูล พ.อ.อ.กิตติชาติ
และนายทองสุข ยืนอยู่ในหลักหน่วย หลักสิบ และหลักพัน
ทั้งหมดตักได้ตรงตามเงื่อนไขทุกครั้ง

สารวัตรประวุธ นำข้อมูลที่ได้มาคิดคำนวณ โดยใช้หลักการทางสถิติ
ได้ผลลัพธ์ออกมาว่าจะมีโอกาสล็อคเลข 1 ตัวเดียวใน 3 หลักสุดท้ายได้ 100 เปอร์เซ็นต์

โดยมีอาจารย์ภาควิชาสถิติ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ให้การเป็นพยาน

เพราะถ้าแทงสลากกินรวบ หรือหวยใต้ดิน แบบตัววิ่ง 1 ตัวเดียว
ใน 3 หลักสุดท้าย ของรางวัลที่ 1 จะได้ผลตอบแทน 3 เท่า

หากออกเลข 1 สองตัว จะได้ 70 เท่า

และถ้าออกเลข 1 สามตัว จะได้ 550 เท่า

โดยงวดนั้นเสี่ยฮุย เจ้ามือหวยใต้ดินรายใหญ่ จ.สุรินทร์ ต้องจ่ายเงินถึง 15 ล้านบาท

แต่ในทางนิตินัยไม่สามารถเป็นผู้เสียหายได้!

คณะพนักงานสอบสวนระดมสมอง จนได้ข้อยุติว่า
การดำเนินการของขบวนการล็อคหวย เข้าข่ายความผิดฐาน ซ่องโจร
สมคบกันตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป เพื่อไปกระทำผิดอย่างใดอย่างหนึ่ง
คือวางแผนเรื่องล็อคเลขและไปหลอกเจ้ามือหวย เพื่อเอาเงิน

จากนั้นลำดับความเชื่อมโยงความผิดของแต่ละบุคคล โดยแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม


กลุ่มแรก กลม บางกรวยหรือนายณรงค์ อุ่นแพทย์ เป็นผู้ใช้จ้างวาน

กลุ่มที่ 2 มีหน้าที่จัดหาคนเพื่อเข้าไปรับแลกเอาหางบัตรเข้าชมการออกสลากในแต่ละงวด
โดยมีนายสุริยัน ดวงแก้ว หรือผู้ใหญ่หมึก ดำเนินการ

และกลุ่มที่ 3 ผู้ฝึกซ้อมล็อคเลข มีนายอนันต์ เป็นคนฝึก นายมนัส เป็นคนช่วยเหลือ

กลางเดือนพฤศจิกายน 2544 ตำรวจออกหมายจับ นายสมตระกูล จอบกระโทก
พ.อ.อ.กิตติชาติ กุลประดิษฐ์ นายทองสุข ชนะการี ที่ขึ้นไปตักลูกบอล

นายณรงค์ หรือกลม อุ่นแพทย์ หรือกลม บางกรวย นายสุริยัน ดวงแก้ว หรือผู้ใหญ่หมึก
ลูกน้อง กลม บางกรวย นายพิชัย เทพอารักษ์ หรือชัย โคกสำโรง
คนหาเงินมาแทงหวยในงวดต่างๆ และเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ

และนายอนันต์ หรือแซม สุขห่วง คนฝึกสอนวิธีการล็อคเลข


ในความผิดฉ้อโกง ซ่องโจรโดยสมคบกันหลายครั้งหลายหน
วางแผนเพื่อทำการฉ้อโกงเอาของชำร่วยจากสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล
และทำการฉ้อโกงเอาทรัพย์ของเจ้ามือสลากกินรวบโดยวิธีล็อคเลข

ตำรวจทยอยจับกุมผู้ต้องหาทั้งหมดเหลือเพียง นายอนันต์ ที่ยังหนีหัวซุกหัวซุน

โดยผู้ต้องหาทุกคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า

'ผมไม่รู้ ผมไม่ทราบ ผมไม่ได้ทำ'

มีเพียงนายทองสุข ชนะการี รับสารภาพ!

ต่อมาศาลชั้นต้นสั่งลงดาบ จำคุก ฐานซ่องโจรจำคุกคนละ 4 ปี ฐานฉ้อโกง
จำคุกคนละ 2 ปี รวมจำคุกคนละ 6 ปี

ส่วนนายทองสุข ที่รับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 3 ปี

โดยให้เหตุผลว่า พวกจำเลยสมคบกันตั้งแต่ห้าคนขึ้นไป
ตระเตรียมการเพื่อกระทำความผิดฐานฉ้อโกง
การกระทำของจำเลยทั้งห้าจึงเป็นความผิดฐานซ่องโจรด้วย
กระทบต่อความเชื่อถือระหว่างหน่วยงานของรัฐกับประชาชนผู้สุจริตทั่วไปที่ซื้อสลากฯ
เป็นการมุ่งแสวงหาประโยชน์ส่วนตน
โดยไม่คำนึงถึงความเดือดร้อนเสียหายของผู้อื่นและสังคมส่วนรวม
พฤติการณ์แห่งคดีจึงเป็นเรื่องร้ายแรง เป็นความผิดหลายกรรม


ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น
เพียงแต่เห็นว่าไม่มีพยานยืนยันว่านายพิชัย เทพอารักษ์ หรือชัย โคก สำโรง
ว่าจ้างและฝึกซ้อมล็อคเลข จึงให้ยกฟ้องฐานซ่องโจร

แต่ให้คงจำคุกฐานฉ้อโกงไว้ 2 ปี


ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่กองสลาก ผู้มีอำนาจควบคุมดูแล
ก็ไม่พ้นความรับผิดชอบไปได้ ซึ่ง ป.ป.ช.จะเป็นผู้ชี้ชะตา

โดยกลโกงล็อคหวยสะท้านเมืองครั้งประวัติศาสตร์จะจบลงเช่นใด

คำตอบสุดท้ายอยู่ที่ศาลฎีกา!?!


แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
    กระโดดไป:  



    SimplePortal 2.3.3 © 2008-2010, SimplePortal