ชีวิตต้องสู้!! หญิงไทยในต่างแดน

(1/1)

Rainy:
Tweet


เห็นข่าวนี้น่าสนใจ เลยอยากจะเก็บไว้ให้เพื่อน ๆ ได้อ่านกัน จะได้รับรู้ชีวิตคนไทยในต่างแดนในอีกหนึ่งมุมมอง

ชีวิตของหญิงไทยในต่างแดน ไม่ได้สวยสดงดงามราวกับปูด้วยกลีบกุหลาบ ชีวิตของพวกเธอเข้มข้นไปด้วยอรรถรส ทั้งเปรี้ยว เค็ม หวาน มัน เผ็ด แซ่บ...ครบทุกรส!! คงขาดก็เพียงแต่รสชาติจืดๆชืดๆ ที่พวกเธอไม่เคยสัมผัส ใครว่าอยู่เมืองนอกสบาย?! ลองฟังเหล่าหญิงไทยที่ใช้ชีวิตในต่างแดนมาหลายทศวรรษ และจับมือกันตั้ง “เครือข่ายกลุ่มสตรีไทยในแถบยุโรป” เพื่อช่วยเหลือเพื่อนหญิงไทยที่ประสบปัญหาในต่างแดน... แล้วคุณจะอะเมซซิ่งว่าหญิงไทยทำไมอดทนจัง?!

“เครือข่ายกลุ่มสตรีไทยในแถบยุโรป เริ่มก่อตั้งขึ้นในปี 2001 เรามีสมาชิกแรกเริ่ม 6 ประเทศ จนทุกวันนี้ขยายเครือข่ายครอบคลุมไป 11 ประเทศแล้ว หน้าที่หลักของพวกเราคือ การสร้างสัมพันธ์ในหมู่หญิงไทยที่เข้ามาใช้ชีวิตอยู่ในยุโรป พวกเราจัดประชุมสามัญประจำปีทุกปี เวียนกันไปในหมู่ประเทศสมาชิก โดยมีผู้นำหญิงไทยในเยอรมนีเป็นหัวหอกสำคัญ เพราะเป็นประเทศที่มีคนไทยอยู่เยอะที่สุดในยุโรป ราว 7 หมื่นคน และเป็นผู้หญิงถึง 80%!! ผู้หญิงไทยมากกว่า 50% เดินทางเข้าไปอยู่ที่เยอรมนี เพราะผู้ชายเยอรมันพาเข้าไป มีทั้งที่แต่งงานกับชายเยอรมันจริงๆ แต่บางส่วนเข้าไปเพื่อค้าบริการทางเพศ หญิงไทยในเยอรมนีค่อนข้างมีการศึกษาน้อย จบแค่ ป. 6-ม.3 พวกนี้เข้าไปอยู่ได้สักพัก ก็จะชักชวนญาติพี่น้องตามไปอยู่ด้วย”...ประไพรัตน์ รัตนโอฬาร มิกซ์ เอ็นจีโอต่อสู้เรื่องสิทธิสตรี และโต้โผใหญ่ของหน่วยงานช่วยเหลือหญิงไทยในฮัมบูร์ก ประเทศเยอรมนี เล่าให้ฟังถึงสภาพความเป็นอยู่ของหญิงไทยในต่างแดน

ปัญหาใหญ่ที่สุดของหญิงไทยในเยอรมนีคือ ภาษา, การปรับตัวยาก และปัญหาครอบครัว เช่น สามีดื่มเหล้า พอเมาก็จะซ้อมและทำร้ายร่างกายภรรยา หรือหญิงไทยขอส่งเงินกลับบ้านช่วยครอบครัว สามีชาวเยอรมันก็จะไม่พอใจลงไม้ลงมือ เพราะ ไม่ใช่วัฒนธรรมของพวกเขา หญิงไทยส่วนใหญ่จะไม่กล้าฟ้องตำรวจ และปล่อยให้เป็นไปตามยถากรรม อีกหนึ่งปัญหาท็อปฮิตก็คือ ปัญหาลูกติด หญิงไทยหลายคนเคยมีลูกมาก่อนแล้ว และพาลูกไปอยู่ด้วยในเยอรมนี แต่ปรากฏว่าสามีใหม่ไม่ยอมรับ หรือทำงานหนักจนไม่มีเวลาให้ลูก ทำให้เด็กเหล่านี้กลายเป็นเด็กมีปัญหา!!

อย่างไรก็ดี ตลอดเวลา 16 ปี ที่หญิงเหล็กผู้นี้ใช้ชีวิตอยู่ในเยอรมนี เธอยอมรับว่า มีหญิงไทยหลายพันคนเข้าไปอยู่ในเยอรมนี เพื่อค้าบริการทางเพศเป็นเป้าหมายหลัก!! และปัจจุบันรูปแบบของคุณโสในแดนเบียร์ก็เปลี่ยนโฉมหน้าไปอย่างรวดเร็วจนน่าตกใจ!!... “ในเยอรมนี อาชีพโสเภณีถือเป็นอาชีพที่ถูกกฎหมาย โสเภณีต้องจ่ายภาษีเงินได้ 45% แต่ได้ รับสวัสดิการเหมือนคนทำงานทั่วไปทุกอย่าง!! สมัยก่อนหญิงไทยได้รับความนิยมสูงมาก 75% ของผู้หญิงต่างประเทศที่เข้าไปค้าบริการในฮัมบูร์กก็เป็นหญิงไทย!! แต่ระยะหลังรายได้ตกไปมาก... 15 ปีที่แล้ว หญิงไทยหากินได้อาทิตย์ละเป็นแสน แต่เดี๋ยวนี้ได้ เดือนละแสนก็เรียกว่าเก่งแล้ว เพราะเจอคู่แข่งพวกยุโรปตะวันออก ที่เข้ามาขายตัวกันเยอะ ซึ่งเป็นสาวๆสวยๆ ค่าตัวก็ถูกกว่าเยอะ หญิงไทยค้าบริการครั้งละ 50 ยูโร แต่พวกยุโรปตะวันออกคิดแค่ 20 ยูโร แถมยังไม่ใส่ปลอกก็ยอม แต่หญิงไทยจะรักษาเนื้อรักษาตัวดี ไม่ยอมเด็ดขาด ถ้าไม่ใส่ถุงยางอนามัย!! รูปแบบการให้บริการก็เปลี่ยนไปมาก จากที่เคยค้าบริการตามซ่องและบาร์ เดี๋ยวนี้เปิดเป็นมาสซาจ เปิดกันเยอะเป็นดอกเห็ด!! คนเยอรมันยังมองหญิงไทยในแง่ลบ ถ้าเห็นผมดำจมูกบี้ ก็จะเหมารวมว่าเป็นผู้หญิงขายตัว!! บางทีหญิงไทยนั่งรถไฟไปทำงาน จะมีฝรั่งมาสะกิดว่า แหม...น่ากินจัง!! พวกเขาจะไม่ ดูถูกเราแบบดูถูกคนดำ แต่จะชอบลวนลามด้วยคำพูดและกิริยามากกว่า”

แม้แต่ในประเทศที่มีคุณภาพชีวิตดีที่สุดอันดับต้นๆของโลกอย่าง สวิตเซอร์แลนด์ ก็หนีไม่พ้นปัญหาเรื่องคุณโส เพียงแต่ต่างกันตรงรูปแบบและคำจำกัดความ!! ในฐานะผู้นำกลุ่มหญิงไทยเพื่อหญิงไทยสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งใช้ชีวิตเป็นอาจารย์สอนภาษาอยู่ที่บาเซิลมานานกว่า 3 ทศวรรษ สุมิตรา ซัลซท์มันน์ บางอ้อ เจาะลึกให้ฟังว่า “ในสวิตฯจะต่างจากเยอรมนี เพราะการค้าบริการถือเป็นเรื่องผิดกฎหมาย ต้องเปิดเป็น “มาสซาจ ซาลอน” คือนวดบังหน้า!! แต่คนไทยในสวิตฯจะเรียกซ่องแบบนี้ว่า “วัง” ส่วนใหญ่จะมาจากอีสาน และภาคกลางตอนเหนือ ซ่องในสวิตฯจะเช่าเป็นตึกทั้งตึก แล้วซอยเป็นห้องๆให้ผู้หญิงค้าบริการ กินอยู่ในนั้นเบ็ดเสร็จ จะมีพ่อเล้าชาวสวิสคอยรับแขก พอตกลงราคากันได้ก็ส่งแขกขึ้นตามห้อง ค่าตัวของคุณโสไทย ครั้งละ 100 ฟรังก์-สวิส คิดเป็นเงินไทยก็ 3 พันบาท!! แต่ต้องแบ่งให้เจ้าของซ่อง 50%

...การจะเข้าไปอยู่ในสวิตฯได้ กฎหมายค่อนข้างเข้มงวด ถ้าเป็นผู้หญิงต่างชาติก็ต้องแต่งงานกับผู้ชายสวิสเท่านั้น ถึงจะได้วีซ่า เพราะอย่างนี้เลยเกิดช่องทางหากินใหม่ คือผู้ชายสวิสรับจ้างจดทะเบียนแต่งงานกับหญิงไทยเพื่อให้ผ่านวีซ่า ได้ ค่าจ้างครั้งละ 3-5 หมื่นฟรังก์สวิส ตกราว 9 แสนบาท ถึงล้านห้า!! แต่ระยะหลังมานี้ หญิงไทยเริ่มขอวีซ่ายาก เพราะทางสวิตฯเริ่มรู้แล้วว่า มีการจ้างแต่งงาน ทำให้คุณโสไทยลดน้อยลง ในสวิตฯมีคนไทยอยู่ไม่มาก แค่หมื่นกว่าคนเท่านั้น”

Rainy:
Tweet


ในสายตาของชาวโลก หนุ่มอิตาเลียนอาจจะเจ้าชู้และดูตัณหากลับอยู่บ้าง แต่เชื่อหรือไม่คะว่า ในดินแดนมะกะโรนี ไม่มีซ่องขายบริการแม้แต่แห่งเดียว!! ถ้าอยากขายตัว ก็ต้องยืนดักตามริมถนนสถานเดียว!!...วนิชา เทานอก แม่บ้านไทยที่แต่งงานอยู่กินกับชาวอิตาเลียนมาหลายทศวรรษ เล่าให้ฟังแบบหมดเปลือก...“ประเทศอิตาลี คุณโสจะค้าบริการตามท้องถนน มีทั้งกลางวันและกลางคืน ไม่มีเปิดเป็นซ่อง เพราะผิดกฎหมาย!! ลูกค้าต้องไดรฟ์ผ่าน และรับคุณโสขึ้นรถ แล้วพากันไปทำกิจบริเวณใต้ทางด่วน ซึ่งทำเป็นกระโจมเล็กๆพอให้ทำธุระได้!! ที่อิตาลีจะมีมาเฟียคุม พวกนี้จะรับคุณโสมาเป็นคันรถ แล้วปล่อยตามจุดหากินต่างๆ มาเฟียจะรอแบ่งเปอร์เซ็นต์ แต่คุณโสส่วนใหญ่เป็นพวกผิวดำ, แอลเบเนีย, รัสเซีย, ยูเครน, เปรู, โคลอมเบีย และกะเทยบราซิล จะไม่ค่อยมีคนไทย เพราะทำมาหากินลำบาก และขอวีซ่าเข้าประเทศยากมาก มีคนไทยอยู่ในอิตาลีแค่ 5 พันคน!! ส่วนใหญ่ถ้าเข้ามาก็เข้าอย่างผิดกฎหมาย จะนิยมเข้ามาทางออสเตรีย และมิลาน ส่วนผู้หญิงที่ไปแต่งงานกับหนุ่มอิตาเลียน มักจะเจอปัญหาเรื่องแม่ผัวซะมาก!! เพราะผู้ชายอิตาเลียนจะถือคติว่า ถ้าแต่งงานแล้ว “ลูกเปรียบเหมือนแม่ แต่เมียเปรียบเหมือนหมา”!! แม่ผัวอิตาเลียนจะร้ายกับลูกสะใภ้มาก คล้ายๆกับแม่ผัวคนจีนสมัยก่อน แล้วผู้ชายอิตาเลียนไม่ชอบให้เมียทำงานนอกบ้าน อยากให้เป็นแม่บ้าน!! ถ้าผู้หญิงไทยแต่งงานกับหนุ่มอิตาเลียน ก็เป็นแจ๋วดีๆนี่เอง เพราะต้องทำงานบ้านตั้งแต่เช้ายันค่ำ!! แล้วจะเป็นพวกเผด็จการชอบออกคำสั่ง แรกๆที่จีบกันจะทุ่มเทให้ทุกอย่าง แต่หลังจากนั้นก็คนละเรื่อง!!”

พูดถึงตรงนี้ จันทร์ ศรีจรูญ แอนเดอร์สัน ผู้แทนเครือข่ายหญิงไทยใน นอร์เวย์ ซึ่งแต่งงานอยู่กินกับวิศวกรชาวนอร์เวย์มาได้ 27 ปี และยึดอาชีพนักเขียนอิสระ ส่งผลงานมาตีพิมพ์ในนิตยสารชื่อดังของเมืองไทยอย่างต่อเนื่อง อดแทรกขึ้นมาไม่ได้ว่า “ที่นอร์เวย์ สถานการณ์ตรงกันข้ามกับอิตาลีเลย เพราะผู้ชายนอร์เวย์จะชอบให้ภรรยาทำงานนอกบ้าน ช่วยกันทำมาหากิน ไม่ชอบให้เป็นแม่บ้านเฉยๆ!! ที่นี่เป็นสวัสดิการรัฐ ทุกอย่าง รัฐจัดการให้หมด ขอวีซ่าเข้าไปอยู่ยาก แต่ปัญหาก็น้อย ถ้าเข้าไปอยู่ได้ รัฐบาลของเขาจะรับผิดชอบดูแลชีวิตทุกอย่าง เพียงแต่ในประเทศแถบสแกนดิเนเวีย ยังมีปัญหาเรื่องเหยียดเชื้อชาติอยู่เยอะ โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ถ้าเห็นคนหัวดำหน้าเอเชียปั๊บ จะมองแบบดูถูก และไม่ไว้ใจ คิดว่าต้องมาขโมย!! ในนอร์เวย์มีคนไทยอยู่แค่ 6 พันคน ถ้าเป็นผู้หญิงต้องแต่งงานจดทะเบียนกับชาวนอร์เวย์เท่านั้นถึงจะมีสิทธิ์เข้าไปอยู่ ปัญหาเรื่องค้าบริการเลยไม่ค่อยมี เพราะประเทศแถบนี้จะจับคนซื้อเซ็กซ์ด้วย ธรรมชาติของคนสแกนดิเนเวียนกลัวความผิด ก็เลยไม่ค่อยนิยมซื้อบริการทางเพศ”

สำหรับ อังกฤษ เป็นประเทศที่มีค่าครองชีพแพงที่สุดติดอันดับโลก หญิงไทยที่ไปใช้ชีวิตอยู่ในสหราชอาณาจักร จึงค่อนข้างมีฐานะดี และการศึกษาสูง ปัญหาของพวกเธอ ไม่ใช่เรื่องการค้าบริการทางเพศ แต่กลับเป็นเรื่องของการฟ้องร้องแบ่งสมบัติ, แย่งลูก, หย่าร้าง และสมรสซ้อน!! ผู้ก่อตั้งชมรมกลุ่มเพื่อนหญิงไทยในสหราชอาณาจักร ชุมศรี อาร์โนลด์ เจ้าของ “THAI POT” ร้านอาหารไทยที่โด่งดังในกรุงลอนดอน และ สายสัมพันธ์ สุวรรณประทีป ทนายความอิสระชาวไทยคนแรกและคนเดียวในอังกฤษ ระดมสมองช่วยเหลือหญิงไทย ที่อยากไปใช้ชีวิตในอังกฤษ ด้วยการจัดทำหนังสือ “อยู่ยังไงในอังกฤษ? คู่มือการใช้ชีวิตอยู่ในประเทศอังกฤษ” เพื่อให้ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการใช้ชีวิตในสหราชอาณาจักร ตั้งแต่ความรู้ทั่วไป, การเข้าเมือง, กฎหมายสำคัญๆที่ควรรู้ ไปจนถึงเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยเกี่ยวกับวัฒนธรรมการใช้ชีวิตแบบผู้ดีอังกฤษ... “ที่อังกฤษไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องผู้หญิงถูกหลอกมาขาย หรือหลอกมาทำงาน ส่วนใหญ่จะเป็นหญิงไทยที่มีการศึกษาดี แต่ที่ลงทุนลงแรงเขียนหนังสือเล่มนี้ขึ้นมา เพราะอยากให้คนไทยได้รู้ว่า เมืองนอกไม่ใช่สวรรค์ ถ้าอยากมาใช้ชีวิตในต่างแดน ต้องรู้ว่ามันลำบาก และถ้าไม่อยากลำบาก ก็ต้องรู้จัก เตรียมตัว หาข้อมูลล่วงหน้า อย่างใครมาถามว่าขอวีซ่าไปอังกฤษ ต้องทำยังไงถึงจะผ่าน บอกได้คำเดียวว่า เตรียมตัว...เตรียมตัว และเตรียมตัว!! คือก่อนจะไปขอวีซ่า ต้องศึกษาก่อนว่าเขาต้องการอะไร ทางสถานทูตจะถามคำถามอะไรบ้าง เอกสารอะไรต่างๆก็ต้องเตรียมให้พร้อม ถ้าไม่พร้อมก็ไม่ต้องไป!! ถ้าให้ง่ายที่สุดคือเข้าเว็บไซต์ของทางการอังกฤษ จะมีรายละเอียดทุกขั้นตอนอธิบายไว้หมด เราต้องแสดงความจริงใจให้เขาเห็นว่าตั้งใจไปอังกฤษเพื่ออะไร อย่าโกหก ให้พูดความจริง!! เช่นถ้าเคยมีแฟนฝรั่ง แล้วเลิกกันไป แต่มีแฟนคนใหม่ เป็นหนุ่มอังกฤษ จะขอวีซ่าไปอยู่กับหนุ่มคนใหม่ ก็ต้องเปรียบเทียบให้เห็นความแตกต่างว่าคนใหม่ดีกว่าคนเก่ายังไง แล้วรักหนุ่มคนใหม่มากขนาดไหน อะไรแบบนี้ เป็นต้น

...เท่าที่เจอมา คนไทยส่วนใหญ่จะฟ้องร้องเรื่องคดีครอบครัว, หย่าร้าง, แบ่งสมบัติ, แย่งลูก และคดีตบตีกัน อย่างเรื่องแย่งสิทธิการเลี้ยงลูก หญิงไทยมักจะไม่กล้าสู้คดี เพราะคิดว่าฝรั่งคงเข้าข้างกันเอง แต่จริงๆแล้วจะได้สิทธิเลี้ยงลูกหรือไม่ได้สิทธิ เขาดูจากผลประโยชน์ที่ดีที่สุดของเด็กมากกว่า ถ้าแม่ไม่มีการศึกษาก็เป็นจุดบอด ถ้าพ่อต้องทำงานทั้งวัน ไม่มีเวลาให้ลูก ก็เป็นจุดบอด ศาลจะดูว่าใครใกล้ชิดกับลูกมากที่สุด หลายๆคดีที่เจอมา หญิงไทยจะทิ้งลูกไว้กับพ่อเลย เพราะคิดว่าลูกจะได้มีอนาคตดีกว่า แต่ถ้ามาปรึกษากลุ่มเพื่อนหญิงฯ ก็จะแนะนำว่า ให้สู้คดี แล้วพิสูจน์ให้ศาลเห็นถึงความพยายามต้องการเลี้ยงลูก เช่นถ้าคุณพูดภาษาอังกฤษไม่คล่อง ก็ควรบอกศาลว่า ฉันกำลังพยายามเรียนรู้อยู่ คือเราต้องรู้หลักเกณฑ์ของบ้านเมืองเขา ต้องรู้ว่าศาลอยากฟังอะไร ถ้าเราตอบได้เข้าล็อกซะอย่าง ก็ชนะคดีได้ อย่าไปคิดว่าฝรั่งต้องเข้าข้างกัน!! อีกอย่างที่คนไทยนิยมฟ้องร้องคือ คดีจดทะเบียนสมรสซ้อน ซึ่งฝรั่งแทบจะไม่มี ปีๆหนึ่งมีคนไทยฟ้องเรื่องนี้ไม่ต่ำกว่า 200 คน!! สำหรับคนไทยอาจเห็นเป็นเรื่องธรรมดา แต่ที่โน่นถือว่าเป็นคดีอาญา!! ถ้าถามว่าอะไรคืออุปสรรคใหญ่ของหญิงไทยในอังกฤษ ก็ต้องบอกว่า ขาดความชำนาญด้านภาษา, ขาดความรู้ด้านวัฒนธรรม และกฎหมาย คิดว่าหนังสือเล่มนี้ที่ทำออกแจกจ่ายทั่วทั้ง 76 จังหวัดในเมืองไทย น่าจะช่วยปูพื้นฐานความรู้และความเข้าใจของหญิงไทย ให้สามารถเอาตัวรอดได้ในอังกฤษ!!”... เมืองนอกไม่ใช่สวรรค์ ถ้าอยากโกอินเตอร์...ต้องรู้จักอยู่ให้เป็น!!

ที่มา หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ   http://www.thairath.co.th/news.php?section=society&content=59575

เสลา:
Tweet



บทความเอ่ยถึง
วนิชา เทานอก แม่บ้านไทยที่แต่งงานอยู่กินกับชาวอิตาเลียนมาหลายทศวรรษ

จันทร์ ศรีจรูญ แอนเดอร์สัน ผู้แทนเครือข่ายหญิงไทยใน นอร์เวย์

ซึ่งแต่งงานอยู่กินกับวิศวกรชาวนอร์เวย์มาได้ 27 ปี และยึดอาชีพนักเขียนอิสระ
ชุมศรี อาร์โนลด์ เจ้าของ “THAI POT” ร้านอาหารไทยที่โด่งดังในกรุงลอนดอน
และ สายสัมพันธ์ สุวรรณประทีป ทนายความอิสระชาวไทยคนแรกและคนเดียวในอังกฤษ

ประไพรัตน์ รัตนโอฬาร มิกซ์ เอ็นจีโอต่อสู้เรื่องสิทธิสตรี และโต้โผใหญ่
ของหน่วยงานช่วยเหลือหญิงไทยในฮัมบูร์ก ประเทศเยอรมนี


สุมิตรา ซัลซท์มันน์ บางอ้อ ซึ่งใช้ชีวิตเป็นอาจารย์สอนภาษาอยู่ที่บาเซิล สวิสเซอร์แลนด์ มานานกว่า 3 ทศวรรษ



แล้วในสวีเดนยังไม่มีผู้นำหญิงไทยหรืออย่างไร ฝน เจ้ย
ถ้าจะทำกิจกรรมเพื่อส่วนรวม โดยเฉพาะให้ความรู้
สงเคราะห์หญิงไทยในสวีเดน
อรุณสวัสดิ์บ้านเรา ยินดีเป็นฐานกระจายข่าวความรู้ ให้เต็มที่
โดยมีลุงถึกเป็นที่ปรึกษาใหญ่

สไลเดอร์:
Tweet


ผมเคยเปิดคอลัมน์"ร้องทุกข์"ของคนไทยมานานแล้ว
ตั้งแต่สมัยทำ"ไกลบ้าน"และ เสียงสยาม"
  มีคนเขียนจดหมายร้องทุกข์เป็นจำนวนมาก ส่วนมากก็จะเป็นเรื่องการที่คนไทยถูกหลอก
โดนฝรั่งทำร้ายร่างกาย
  จนกระทั่งทำให้เรารู้ว่าจะติดต่อกับหน่วยงานไหนในประเทศสวีเดน ในกรณีที่มีผู้หญิงไทยโดนหลอก
ไปค้าประเวณี โดนหลอกไปเป็นนางบำเรอ โดนทำร้ายร่างกาย
  สมาคมสตรีของสวีเดน เป็นหน่วยงานที่ให้ความช่วยเหลือกับบรรดาผู้หญิงทั่วโลกเป็นอย่างดี
ที่นั่นมีบ้านพักฉุกเฉิน มีพี่เลี้ยงคอยปลอบใจ มีนักกฎหมายคอยให้ความช่วยเหลือ
"เสียงสยาม"ปิดตัวไปประมาณ 5 ปี แต่เราก็ยังมีหนังสือพิมพ์
"ไทยต่างแดน"ขึ้นมาแทน
  "คนไทยในต่างแดน"ยินดีรับฟังปัญหาของคนไทยทุกๆคนในต่างแดน
ด้วยครับ

เสลา:
Tweet



ลุงถึกช่วยเพิ่มเติมรายละเอียดของ "สมาคมสตรีของสวีเดน"
อีกหน่อยสิ เช่นอยู่ตรงไหน หมายเลขโทรฯ
และขั้นตอนการติดต่อ อย่างไร

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ