|
|
|
|
|
dekdee
|
 |
« ตอบ #2 เมื่อ: สิงหาคม 23, 2007, 10:35:45 » |
|
 ยังไงๆ ผมก็ไม่ขอลองเนื้อปลาปักเป้า ... ..  สงสัยอยู่อย่างเดียว คนที่เอามาขายนั้นเขาคิดอย่างไรของเขานะ ... อยากให้เขาโดนกับตัวเอง น่าจะรู้สึก ... 
|
|
|
|
|
|
สไลเดอร์
|
 |
« ตอบ #3 เมื่อ: สิงหาคม 25, 2007, 12:54:24 » |
|
หนังสือพิมพ์รายวันของสวีเดน Expressen ได้ลงข่าวหน้า 1 ที่เกี่ยวพันมาถึงประเทศไทยดังนี้15 doda efter ha atit giftig lax i Bangkok15คนเสียชีวิต เพราะรับประทานปลาที่มีพิษ (น่าจะหมายถึงปลาปั๊กเป้า) ที่มีพ่อค้านำมาหลอกขายว่าเป็นปลาแซลมอลเขาเตือนคนของเขาที่เดินทางมาเที่ยวเมืองไทยครับ ให้หลีกเลี่ยง การรับประทานปลาแซลมอลที่น่าสงสัยตามร้านอาหารทั่วๆไป (โดยเฉพาะร้านตามริมถนน) ตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆในประเทศไทย
|
|
|
|
|
|
เสลา
|
 |
« ตอบ #4 เมื่อ: สิงหาคม 25, 2007, 15:04:10 » |
|
เรื่องราวเกี่ยวกับเนื้อปลาปักเป้า คุณไทยเลดี้เคยนำมาลงไว้แล้วบางส่วน
เดี๋ยวขอยกกระทู้ข่าวของลุงถึกนี้ไป พ่วงกับกระทู้คุณไทยเลดี้นะลุงนะ
|
เมื่อถึงวาระสุดท้าย..สิ่งเดียวเท่านั้นทีท่านจะนึกถึงคือ คนที่ท่านรักและคนที่รักท่าน The only thing that really matters are the people whom you love and who love you
|
|
|
|
เสลา
|
 |
« ตอบ #5 เมื่อ: สิงหาคม 25, 2007, 17:29:41 » |
|
"แซลมอน"เก๊-ปักเป้ายอมสี ขายร้านหมูกะทะ3ปีตาย15ศพ เนื้อปลาปักเป้า (Puffer fish) ที่แล่แล้วค้นหาข่าวให้ลุงถึกเรื่องเนื้อปลาปักเป้าจาก คมชัดลึก 23 สิงหาคม 2550 คณะแพทย์ จุฬาฯ เผยพิษปลาปักเป้าคร่าชีวิต 15 ราย ป่วย 115 ราย เตือนผู้บริโภคใช้วิจารณญาณเลือกซื้อ หลังพบพ่อค้านำมาแล่ขายโดยหลอกลวงเป็นปลาชนิดอื่น แถมบางร้านย้อมสีจนคล้ายปลาแซลมอน ระบุพบมากตามร้านหมูกระทะทั่วไป ชี้ปัจจุบันเนื้อปลาปักเป้าเป็นส่วนผสมของอาหารหลายชนิด แม้แต่เนื้อปลาในห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆ อาจมีปักเป้ารวมอยู่ด้วย
การแสวงหาผลกำไรที่มุ่งแต่ประโยชน์ส่วนตัว โดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยต่อชีวิตของผู้บริโภค ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของบรรดาพ่อค้าแม่ค้าบางราย ที่นำปลาปักเป้ามีพิษออกมาแล่ขาย โดยหลอกลวงประชาชนให้เข้าใจผิดว่าเป็นเนื้อปลาชนิดอื่น
ทั้งนี้ จากการกระทำที่ขาดความยั้งคิดในเรื่องดังกล่าว ล่าสุด มีผลวิจัยออกมาระบุว่า ตั้งแต่ปี 2547-2550 มีผู้ป่วยที่เสียชีวิตจากการบริโภคปลาปักเป้าที่มีพิษ 15 คน
เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ จัดอภิปรายพิเศษ ฉลอง 60 ปีแพทย์จุฬาฯ เรื่อง พิษจากปลาปักเป้า : มหันตภัยใกล้ตัวในอาหาร รศ.นพ.นรินทร์ หิรัญสุทธิกุล หัวหน้าภาควิชาเวชศาสตร์ป้องกันและสังคม คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ตั้งแต่ปี 2547-2550 มีผู้ป่วยโรคพิษปลาปักเป้าทะเล 95 ราย ปลาปักเป้าน้ำจืด 13 ราย ไม่ทราบ 7 ราย รวม 115 ราย ซึ่งในจำนวนนี้มีผู้เสียชีวิต 15 คน
จังหวัดที่มีผู้ได้รับโรคพิษจากปลาปักเป้ามากที่สุด คือ ชลบุรี 46 ราย เสียชีวิต 4 คน รองลงมาได้แก่ กรุงเทพมหานคร 35 ราย สตูล 10 ราย ขอนแก่น 9 ราย สมุทรปราการ 7 ราย สมุทรสงคราม 4 ราย ชัยภูมิ 2 ราย เชียงใหม่ 2 ราย และไม่ทราบจังหวัดอีก 7 ราย
ส่วนอาหารที่นิยมนำปลาปักเป้ามาประกอบ ได้แก่ ไข่ปลาทอด/ต้ม ปลาทอด/ปิ้ง/ย่าง ต้มยำปลา ก๋วยเตี๋ยวปลา ต้มยำไข่ปลา ปลาผัดขึ้นฉ่าย เป็นต้น
นอกจากนี้ จากการตรวจสอบพบว่า มีร้านค้าบางแห่ง นำเนื้อปักเป้าไปย้อมให้มีลักษณะคล้ายปลาแซลมอน โดยจะใช้สีผสมอาหาร ทำให้สีของเนื้อปลาเป็นสีทองคล้ายเนื้อปลาแซลมอน ซึ่งจะพบมากในร้านอาหารหมูกระทะและจิ้มจุ่ม

ดังนั้น จึงฝากเตือนประชาชนทุกคน โดยเฉพาะกลุ่มคนที่ชอบกินอาหารตามร้านหมูกระทะ ต้องดูให้แน่ชัดว่าเป็นปลาชนิดใดก่อนบริโภค
"ขณะนี้เนื้อปลาปักเป้าได้กระจายไปทั่วประเทศ อีกทั้งยังกลายเป็นส่วนผสมของอาหารหลายชนิด เช่น อาหารที่ทำจากปลาช่อน หรือปลากะพงที่ไม่มีหนังและราคา แต่ความจริงแล้วทำมาจากปลาปักเป้า หรือแม้แต่ห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆ ที่วางขายปลา และบอกว่าเป็นปลาคุณภาพ แต่จริงๆ แล้วอาจมีปลาปักเป้ารวมอยู่ด้วย" รศ.นพ.นรินทร์ กล่าว
รศ.นพ.นรินทร์ กล่าวว่า อาการของผู้ป่วยที่รับพิษปลาปักเป้าจะเกิดขึ้น หลังจากรับประทานไปแล้ว 10-45 นาที แต่บางรายอาจนานถึง 4 ชั่วโมง โดยแบ่งเป็น 4 ระยะ ดังนี้
อาการระยะแรก ผู้ป่วยจะชาริมฝีปาก ลิ้น ใบหน้า ปลายนิ้วมือ คลื่นไส้ อาเจียน
ระยะที่สอง จะมีอาการชามากขึ้น อ่อนเพลีย แขน-ขาไม่มีแรง เดินหรือยืนไม่ได้
ส่วนระยะที่สาม กล้ามเนื้อของผู้ป่วยจะกระตุกคล้ายชัก เดินเซ มึน พูดลำบากถึงพูดไม่ได้ เวียนศีรษะ กล้ามเนื้ออ่อนแรง และขั้นรุนแรงม่านตาขยายไม่ตอบสนอง ความดันสูงชั่วคราว กล้ามเนื้อลูกตาอัมพาต หัวใจเต้นช้า หายใจไม่ออก หมดสติ หรือเสียชีวิตในเวลาอันรวดเร็ว
อย่างไรก็ตาม อาการเหล่านี้จะดีขึ้นอย่างรวดเร็วหลังได้รับการดูแลรักษา
รศ.นพ.นรินทร์ กล่าวอีกว่า ปัจจุบันยังไม่มียาแก้พิษปลาปักเป้าได้ จึงใช้วิธีการรักษาตามอาการของผู้ป่วย ซึ่งทางการแพทย์จะให้การดูแลรักษาผู้ป่วยแบบประคับประคอง กระทั่งพิษถูกขับออกไปจากร่างกายทางไต ผู้ป่วยมีอาการดีขึ้นเป็นปกติ
ส่วนการป้องกันนั้นมี 2 วิธี คือ
1.ไม่รับประทานปลาปักเป้าทุกชนิด ทั้งนี้ ในกรณีปลาที่จะซื้อกินมีลักษณะที่น่าสงสัยว่าเป็นปลาปักเป้า คือ เนื้อขาวคล้ายเนื้อไก่ ไม่มีหนัง ราคาถูกประมาณ 30-70 บาทต่อกิโลกรัม หรือปลาที่ใช้ชื่อว่า ปลาเนื้อไก่ ปลาช่อนทะเล ก็ไม่ควรซื้อมารับประทาน เพราะพิษจากปลาปักเป้าไม่สามารถทำลายได้ด้วยความร้อน ดังนั้น แม้ผ่านการต้ม ทอด ย่างก็ไม่สามารถรับประทานได้
และ 2.ถ้ามีอาการที่สงสัยว่าได้รับพิษจากปลาปักเป้า ให้รีบไปพบแพทย์ทันที
อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้เมื่อช่วงต้นเดือนกรกฎาคม ที่ผ่านมา มีการส่งข่าวเตือนภัยพิษปลาปักเป้าผ่านทางอินเทอร์เน็ต โดยอ้างถึงพยาบาลสาวในโรงพยาบาลของรัฐชื่อดังในเมืองกรุง เสียชีวิตจากพิษปลาปักเป้า ซึ่งโรงพยาบาลชื่อดังในข่าวที่อ้างถึง คือ โรงพยาบาลจุฬาฯ
แต่การส่งอีเมลต่อๆ กันหลายครั้งเป็นการเติมสีสัน ซึ่งความจริง คือ มีพยาบาลชื่อเล่นว่า เป้า เสียชีวิตจริง แต่แพทย์ระบุสาเหตุการตายว่า เกิดจากการติดเชื้อในกระแสเลือด
รศ.นพ.นรินทร์ กล่าวด้วยว่า สำหรับร้านที่นำเนื้อปักเป้าไปย้อมให้มีลักษณะคล้ายปลาแซลมอน จะใช้สีผสมอาหาร โดยสีของเนื้อปลาจะออกเป็นสีทองคล้ายเนื้อปลาแซลมอน ไม่มีลักษณะของสีขาวอมชมพูซึ่งเป็นลักษณะของปลาปักเป้าแท้ๆ อีกทั้งเมื่อดูผิวเผินแล้วจะเห็นได้ว่า ลักษณะไม่แตกต่างกันเลย จะพบมากในร้านอาหารหมูกระทะและจิ้มจุ่ม
จึงอยากฝากเตือนประชาชนทุกคน โดยเฉพาะกลุ่มคนที่ชอบกินอาหารตามร้านหมูกระทะ ก่อนบริโภคควรดูให้แน่ชัดว่าเป็นปลาชนิดใด
"ขณะนี้เนื้อปลาปักเป้าได้กระจายไปทั่วประเทศ อีกทั้งยังกลายเป็นส่วนผสมของอาหารหลายชนิด เช่น อาหารที่ทำจากปลาช่อน หรือปลากะพงที่ไม่มีหนังและราคา แต่ความจริงแล้วทำมาจากปลาปักเป้า หรือแม้แต่ห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆ ที่มีวางขายปลา และบอกว่าเป็นปลาคุณภาพ จริงๆ แล้วอาจจะมีปลาปักเป้ารวมอยู่ด้วย" รศ.นพ.นรินทร์ กล่าว
ทั้งนี้ ระหว่างการอภิปรายปรากฏว่า มีหญิงสาวใส่ชุดดำลุกขึ้นพูดว่า เป็นพี่สาวของพยาบาลจุฬาฯ ที่เสียชีวิต และรู้สึกเสียใจที่มีการกล่าวถึงผู้ตายในลักษณะติดตลก พร้อมกับโชว์เอกสารสอบถาม รศ.นพ.นรินทร์ ว่า น้องสาวเสียชีวิตเพราะเหตุใดและเกี่ยวกับปลาปักเป้าหรือไม่ เพราะหนังสือที่ได้จากโรงพยาบาลจุฬาฯ เป็นภาษาอังกฤษ ทำให้อ่านไม่ออก
อีกทั้งโรงพยาบาลแจ้งว่าจะบอกสาเหตุการตายที่ชัดเจนภายใน 2 สัปดาห์ แต่ขณะนี้เวลาล่วงเลยมา 2 เดือนก็ยังไม่ทราบ
ภายหลังหญิงสาวชุดดำตั้งข้อซักถาม รศ.นพ.นรินทร์ กล่าวชี้แจงว่า โรงพยาบาลจุฬาฯ ได้ระบุสาเหตุการเสียชีวิตแล้ว และขอยืนยันว่า จะดำเนินการเรื่องนี้อย่างเร่งด่วน ไม่ต้องเป็นห่วง จากนั้น รศ.นพ.นรินทร์ กล่าวเชื่อมเข้าสู่การอภิปรายเพื่อให้วิทยากรอภิปรายต่อไป
นายบดินทร์ อิทธิพงษ์ กองพัฒนาอุตสาหกรรมสัตว์น้ำ กรมประมง กล่าวว่า ปลาปักเป้าที่นิยมนำมารับประทานนั้น ส่วนใหญ่เป็นปลาปักเป้าทะเล มีด้วยกัน 3 ชนิด คือ
1.ปลาปักเป้าที่มีลักษณะตอนหลังของปลาไม่มีตุ่มหนามเล็กๆ ผิวหนังเรียบ 2.ปลาปักเป้าที่มีตุ่มหนามเล็กบริเวณหัวไปจนถึงครึ่งตัว และ 3.ปลาปักเป้าที่มีแถบตุ่มตั้งแต่หัวไปจนถึงบริเวณครีบหลังของปลา
โดยใน 3 ชนิดนี้มีเพียงชนิดที่ 3 เท่านั้นที่มีพิษ ทั้งนี้ พิษในปลาปักเป้าจะมีมากในส่วนของไข่ ลำไส้ ผิวหนัง และตับ ส่วนเนื้อปลาจะมีพิษน้อยมาก หรือไม่มีเลย และพิษจะมากในช่วงฤดูวางไข่ ซึ่งพิษปลาปักเป้าทำให้เสียชีวิตได้
ดังนั้น เวลาไปซื้อปลาต้องสังเกตให้ดี และไม่ควรกินในปริมาณที่มากเกินไป
ด้าน นพ.นิพนธ์ โพธิ์พัฒนชัย รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า แนวทางป้องกันเรื่องของการนำเข้าปลาปักเป้ามาในประเทศไทยนั้น ขณะนี้ยังไม่มีการปรับเปลี่ยน ดังนั้น การนำเข้า หรือจำหน่ายจึงถือว่าเป็นเรื่องที่ผิด
ส่วนอนาคตจะปรับเปลี่ยนหรือไม่คงต้องดูข้อมูลที่จะนำมาวิเคราะห์ ถึงการพิสูจน์ลักษณะของปลาปักเป้า
อย่างไรก็ตาม อยากฝากไปถึงประชาชนทุกคนว่า ถ้าไปซื้อปลาตามท้องตลาด หรือที่ไหนก็ตาม หากไม่เห็นลักษณะของตัวปลา หรือเป็นเนื้อปลาที่ไม่มีหนัง ให้สงสัยไว้ก่อนว่ามีโอกาสเป็นปลาปักเป้า
|
เมื่อถึงวาระสุดท้าย..สิ่งเดียวเท่านั้นทีท่านจะนึกถึงคือ คนที่ท่านรักและคนที่รักท่าน The only thing that really matters are the people whom you love and who love you
|
|
|
|
คาเมสุมิฉาจารา
|
 |
« ตอบ #6 เมื่อ: สิงหาคม 25, 2007, 17:48:25 » |
|
พิสูจน์ไม่ยากครับ ถ้ากินเข้าไปแล้ว เกิดอาการชักแด๊ก ๆ ๆ น้ำลายฟูมปาก น่าจะเป็นปลาปักเป้า ผมใช้พิสูจน์วิธีนี้ มาแล้วหลายครั้งคับ 
|
|
|
|
|
|
เสลา
|
 |
« ตอบ #7 เมื่อ: สิงหาคม 25, 2007, 17:56:24 » |
|
พิสูจน์ไม่ยากครับ ถ้ากินเข้าไปแล้ว เกิดอาการชักแด๊ก ๆ ๆ น้ำลายฟูมปาก น่าจะเป็นปลาปักเป้า ผมใช้พิสูจน์วิธีนี้ มาแล้วหลายครั้งคับ  เพิมเติม จากกระทู้คุณคาเมฯ โปรดเลือกร้านที่จะกินที่อยู่ใกล้โรงพยาบาล หรือคลีนิคหมอ
และสั่งเสียคนใกล้ชิดไว้ก่อน...กันเหนียว 
|
เมื่อถึงวาระสุดท้าย..สิ่งเดียวเท่านั้นทีท่านจะนึกถึงคือ คนที่ท่านรักและคนที่รักท่าน The only thing that really matters are the people whom you love and who love you
|
|
|
|
|
|
|
|
น้าดี้
|
 |
« ตอบ #10 เมื่อ: สิงหาคม 26, 2007, 10:47:50 » |
|
|
>>>ทุกยามเช้ามีแสงสว่าง<<<
|
|
|
|
Rainy
|
 |
« ตอบ #11 เมื่อ: สิงหาคม 29, 2007, 00:16:51 » |
|
ปลาแซลม่อนทอดเนยโรยเกลือและพริกไทย หลังจากนั้นก็นำไปคลุกเคล้าให้เข้ากันกับต้นแซลเลอรี่ผัดน้ำมันหอย หย่อยยยยยย
ถ้าคุณไทยเลดี้มาเยี่ยมเรนนี่ศรีสมรที่นี่ รับรองเจอเมนูนี้แน่นอนค่ะ เดี๊ยนรับรอง 
|
|
|
|
|
|
rosy
|
 |
« ตอบ #12 เมื่อ: สิงหาคม 29, 2007, 05:10:44 » |
|
|
|
|
|
|
|
dekdee
|
 |
« ตอบ #13 เมื่อ: สิงหาคม 30, 2007, 06:55:53 » |
|
..  คล้ายๆ แบบนี้ เจอที่บิ๊กซี บ่อยๆ .. มีปลากับผัก .. จานละ 60-90 บาท.. เคยซื้อมาทาน .. ค่อยข้างจะออกเลี่ยนๆ .. ไปหน่อย แต่ก็ อร่อยแบบมันๆ .. ..
|
|
|
|
|
|