ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
กรกฎาคม 24, 2014, 21:37:47
94,131 กระทู้ ใน 7,697 หัวข้อ โดย 9,135 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: bikehummer2
::Arunsawat ::อรุณสวัสดิ์ ::  |  สบาย สบายสไตล์อรุณสวัสดิ์ : บุคคลทั่วไปกรุณาสมัครสมาชิกก่อนโพสท์  |  สโมสรอรุณสวัสดิ์  |  เคล็ดลับในครัวเรือน  |  เรื่องของสับปะรด 0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้ « หน้าที่แล้ว ต่อไป »
หน้า: [1]
ผู้เขียน หัวข้อ: เรื่องของสับปะรด  (อ่าน 98606 ครั้ง)
Tourist
Sr. Member
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 471



« เมื่อ: กรกฎาคม 07, 2007, 22:36:37 »




ประโยชน์ของสับปะรด

          ใครที่ชอบรับประทานสับปะรด ทราบหรือไม่ว่า สับปะรดนั้นมีประโยชน์อย่างไร วันนี้เกร็ดความรู้มีเรื่องนี้มาฝากกัน...

          สับปะรด เป็นพืชที่รสชาติดี ใช้กินเป็นผลไม้ หรือปรุงเป็นอาหาร ส่วนมากนิยมนำไปแปรรูปทำเป็นสับปะรดกระป๋อง และสับปะรดกวน ส่วนใบมีเส้นใยยาวเหนียว สามารถนำไปทำเป็นเชือก หรือทำเป็นกระดาษ สับปะรดมีรสหวานฝาดเล็กน้อย

          สารอาหารที่อยู่ในสับปะรดมีประโยชน์จำนวนมาก และมีคุณค่าทางยาสูง มีสรรพคุณช่วยย่อยอาหารจำพวกเนื้อ เสริมการดูดซึมอาหาร ดับร้อนแก้กระหาย สับปะรดยังมีสารจำพวก น้ำตาล กรด วิตามิน อยู่หลายชนิด

          การรับประทานสับปะรดเป็นประจำ จะช่วยป้องกันโรค ไตอักเสบ ความดันโลหิตสูง หลอดลมอักเสบ สับปะรดที่เริ่มนิ่ม มีน้ำเหนียวๆ ไหลออกมา แสดงว่าสุกมากเกินไปและเริ่มเน่า ไม่ควรรับประทาน

          การรับประทานที่ถูกวิธี คือ ใช้มีดใหญ่เฉือนเปลือกออกจนหมด จากนั้นจึงใช้มีดตัดส่วนตาออกเป็นร่องเฉียง เป็นแถวๆ เอาส่วนตาออกแล้วตัดเป็นชิ้น แล้วเอาเกลือแกงทาให้ทั่วหรือมิฉะนั้นก็แช่ในน้ำเกลืออ่อนๆ ประมาณ 2-3 นาที การทาเกลือหรือแช่ในน้ำเกลือนอกจากจะทำให้รสชาติดีขึ้นแล้ว ยังเป็นการทำลายสารจำพวก Glycoalkaoid และเอ็มไซม์บางชนิด ซึ่งเป็นสารที่ทำให้เกิดอาการแพ้ได้หลังรับประทาน


แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Rainy
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 3,157



« ตอบ #1 เมื่อ: กรกฎาคม 08, 2007, 12:38:46 »


ตะก่อนกินฟรีจนปากแทบเปื่อย ลิ้นแทบยุ่ย  พอมาอยู่ต่างแดน แทบไม่ได้กินเลย เพราะมันแพงไปอ่ะ ต้องจ่ายตังค์ถึงจะได้กินอ่า
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,164



« ตอบ #2 เมื่อ: กรกฎาคม 08, 2007, 13:23:15 »





หลายประเทศมีการสกัดเอนไซม์บรอมีเลนจากสับปะรด
ช่วยให้แผลผ่าตัดทุเลาเร็วขึ้น


ผลไม้ธรรมดาๆ หาทานได้ทั่วไป
แต่ผลไม้ชนิดนี้มีสรรพคุณทางยาด้วย
เพราะสามารถช่วยแก้อาการอาหารไม่ย่อยได้อย่างชงัด
ทั้งนี้เพราะในสับปะรดมีเอนไซม์ตามธรรมชาติที่มีชื่อว่า บรอมีเลน
ที่สามารถช่วยย่อยอาหารได้ทั้งในสภาวะเป็นกรดและด่าง
จึงเหมาะมากที่จะพาไปช่วยย่อยในกระเพาะซึ่งเป็นกรด

ก่อนจะตามไปย่อยต่อในลำไส้เล็กซึ่งเป็นด่าง
และถ้าจะให้ดีก็เอาสับปะรดสุกปั่นกับมะละกอสุกๆ ชิ้นประมาณเท่าฝ่ามือ
ก็จะทำให้ได้เครื่องดื่มที่มีสรรพคุณช่วยย่อยเป็นสองแรง
เพราะในมะละกอมีน้ำย่อยธรรมชาติอีกตัว ชื่อ ปาเปน
เจอเข้าไปสองขนานก็จะช่วยให้การย่อยมีพลังมากยิ่งขึ้น
สามารถดื่มหลังอาหารที่หนักไปทางเนื้อสัตว์
ที่อาจทำให้รู้สึกแน่นท้อง อาหารไม่ย่อยได้

หลายประเทศมีการสกัดเอนไซม์บรอมีเลนจากสับปะรดไปใช้
เพื่อช่วยให้แผลผ่าตัดทุเลาเร็วขึ้น
รวมทั้งลดอาการอักเสบ แผลบวมหรืออาการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา
รวมทั้งมีการทดลองใช้บรรเทาอาการอักเสบจากริดสีดวงทวาร
อาการเกี่ยวกับเส้นเลือดดำ โรคกระดูก และข้ออักเสบ
รูมาตอยด์ เก๊าท์ และอาการปวดประจำเดือน

นอกจากนี้มีงานวิจัยที่พบด้วยว่า ด้วยฤทธิ์ย่อยโปรตีน
อย่างเป็นธรรมชาติของบลอมีเลนนี่เอง
ที่ทำให้เมื่อบรอมีเลนดูดซึมเข้ากระแสเลือด
อาจช่วยลดการเกาะกันเป็นลิ่มเลือดของเกล็ดเลือดในหลอดเลือดแดง
ซึ่งจะมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงจากโรคหัวใจและหลอดเลือดได้อีกหลายชนิด


สับปะรด ผลไม้ธรรมดาที่ไม่ธรรมดาเลยทีเดียว




(ข้อมูลจาก http://variety.teenee.com)
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
สไลเดอร์
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,726



« ตอบ #3 เมื่อ: กรกฎาคม 08, 2007, 13:58:18 »


สับปะรด คนใต้เรียก ยานัด คนอิสานเรียก บักนัด
คนใต้ย้ายไปอยู่กรุงเทพฯ สร้างความสับสนให้กับเพื่อนบ้านที่เป็นคนกรุงเทพฯ
   เมื่อคนกรุงเทพฯได้ยินคนใต้คุยกันว่า ชอบกินยานัด คนกรุงเทพฯคงแปลกใจ
คิดว่าเป็นยานัตถ์ที่ใช้เป่าเข้าจมูก
    คนกรุงเทพฯไปซื้อสับปะรดที่ปักษ์ใต้ แล้วบอกแม่ค้าว่า เอาลูกฉ่ำๆหน่อยนะ
แม่ค้าไม่เข้าใจ(หรือแกล้งไม่เข้าใจก็ไม่รู้) เอาสับปะรดช้ำๆส่งให้เฉยเลย...เอิ้กกก

กินสับปะรดให้อร่อย ต้องเอาเกลือป่นโรยกันแสบลิ้นด้วยนะครับ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Rainy
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 3,157



« ตอบ #4 เมื่อ: กรกฎาคม 08, 2007, 14:46:24 »


และสับปะรดที่นิยมปลูกในเมืองไทยมี 3 สายพันธุ์คือ  สายพันธุ์ปัตตาเวีย สายพันธุ์ภูเก็ต สายพันธุ์นางแล และสายพันธุ์ลูกผสมคือ ภู-นางแล
สายพันธุ์ปัตตาเวีย นิยมปลูกเพื่อส่งโรงงาน เพื่อผลิตน้ำสับปะรดหรือสับปะรดกระป๋องส่งออก
ส่วนสายพันธุ์ภูเก็ตนั้น เนื้อหวาน กรอบอร่อย นิยมรับประทานภายในประเทศ 
ส่วนสายพันธุ์นางแล และ ภู-นางแล เดี๊ยนยังไม่เคยได้ชิม เลยไม่สามารถบอกคุณลักษณะว่าอร่อย หรือกรอบได้

สายพันธุ์ปัตตาเวีย หรือ ศรีราชา


แหล่งปลูกสับปะรดในจังหวัดชลบุรี ปลูกมากที่อำเภอศรีราชา อำเภอบ้านบึงพันธุ์ที่นิยมปลูก
ได้แก่ พันธุ์ปัตตาเวีย เป็นพันธุ์ที่รู้จัก กันแพร่หลายในนามของสับปะรดศรีราชา ปลูกเพื่อบริโภคสด
หรือส่งโรงงานอุตสาหกรรม มีรสหวานฉ่ำ น้ำมาก
ลักษณะทั่วไป ใบมีสีเขียวเข้มและเป็นร่องตรงกลาง ผิวใบด้านบนเป็นมันเงาส่วนใต้ใบจะมีสีออกเทาเงิน
ตรงบริเวณกลางใบ มักมีสีน้ำตาลอมแดง ขอบใบเรียบ มีหนามเล็กน้อยบริเวณปลายใบ กลีบดอกสีม่วงอมน้ำเงิน
ผลมีน้ำหนักโดยเฉลี่ยประมาณ 2.5 กิโลกรัม เปลือกผลเมื่อดิบจะมีสีเขียวคล้ำ เมื่อแก่จะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองอมส้ม
ทางด้านล่างประมาณครึ่งหนึ่ง ก้านผลสั้น มีไส้ใหญ่ เนื้อสีเหลืองอ่อน แต่จะเปลี่ยนเป็นสีเข้มขึ้นในฤดูร้อน รสดี
ส่วนที่ใช้ขยายพันธุ์ 1. หน่อดิน 2. หน่อข้าง 3. ตะเกียง 4. จุก

ประโยชน์ของสับปะรด มีจำนวนมาก เช่น เนื้อใช้รับประทานสด หรือแปรรูปเป็นสับปะรดแช่อิ่ม สับปะรด
กวนสับปะรดแห้ง แยมสับปะรด หรือบรรจุกระป๋อง ผลพลอยได้จากเศษเหลือของสับปะรดจากอุตสาหกรรม
ทำการแปรรูปได้ น้ำเชื่อม แอลกอฮอล์ น้ำส้มสายชู และไวน์ อาหารสำหรับเลี้ยงสัตว์ กรดอินทรีย์
ส่วนใบคือเส้นใยจากใบสับปะรด นำมาทอเป็นผ้าใยสับปะรด เยื่อกระดาษจากใบสับปะรด จะได้กระดาษที่มีคุณภาพพิเศษ
คือ มีความบางเบามาก ผิวนุ่มเนียนสามารถบิดงอ หรือเปลี่ยนรูปร่างง่ายโดยไม่เสียหายในหลายประเทศ
ใช้เป็นกระดาษสำหรับพิมพ์ธนบัตร เปลือกใช้เปลือกและแกนสับปะรดเลี้ยงวัวขุนหรือวัวฝูง
ซึ่งมีน้ำอยู่สูงคือร้อยละ 90 ต่อน้ำหนักสด วัวชอบกิน เปลือกสับปะรดที่ทิ้งไว้ 2-3 วัน สีออกเทา ๆ มีกลิ่นเหม็นเล็กน้อย เพราะไม่กัดปาก

สายพันธุ์นางแล หรือ พันธุ์น้ำผึ้ง


ลักษณะของสับปะรดพันธุ์นางแล หรือพันธุ์น้ำผึ้ง คล้ายพันธุ์ปัตตาเวียทั้งส่วนของต้นใบและอื่น ๆ โดยมีขอบใบที่เรียบ ไม่มีหนาม
มีหนามเล็กน้อยที่ปลายใบ  ขนาดของผลเล็ก รูปทรงกลมแต่ขนาดของผลย่อย (ตา) ค่อนข้างใหญ่ ลักษณะตาโปนยื่นออกมา ตาไม่ลึก
เปลือกค่อนข้างบาง เนื้อในสีเหลืองออกสีน้ำผึ้ง รสหวานแหลมจัด มีกลิ่นหอมเยื่อใยต่ำ ขนาดของผล 1-1.5 กิโลกรัม
เนื่องจากเปลือกบางจึงไม่เหมาะกับการขนส่งไปไกล ๆ เพราะจะช้ำง่าย แหล่งปลูกที่พบคือ ตำบลนางแลอำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย

สายพันธุ์ภูเก็ต


ชื่อพันธุ์ : ภูเก็ต
 
กลุ่มพันธุ์ : Queen

ลักษณะประจำพันธุ์ : ทรงพุ่มขนาดปานกลางเล็กกว่าพันธุ์สวีเล็กน้อย ใบแคบสีเขียวอ่อน และมีแถบสีแดงตอนกลางขอบใบ ขอบใบมีหนามสีชมพูอมแดงถึงสีแดงตลอดทั้งใบเรียงตัวไม่เป็นระเบียบ

ลักษณะของดอก : ช่อดอกแบบ Spike ดอกสมบูรณ์เพศ กลีบดอกสีม่วงอ่อน

ลักษณะของผล : เป็นทรงกระบอก คล้ายคลึงกับพันธุ์สวีมาก น้ำหนักเฉลี่ย 1,024.5 กรัม ผลกว้างเฉลี่ย 10.3 ซม. ผลยาวเฉลี่ย 16.3 ซม.

อายุการบังคับดอก - เก็บเกี่ยว : 143 วัน

สีเปลือก : ผลแก่สีเขียว ผลสุกสีเหลืองปนส้มเข้ม (Yog 17 C)

สีเนื้อ : สีเหลืองเข้มสม่ำเสมอตลอดผล (Yog 16 B)

รสชาติ : รสหวานกรอบ เยื่อใยน้อยกว่าพันธุ์ปัตตาเวีย กลิ่นหอม
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
สไลเดอร์
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,726



« ตอบ #5 เมื่อ: กรกฎาคม 08, 2007, 15:13:28 »


ที่รู้ดี เพราะยัยฝน(เล็ก)
เคยทำงานโรงงานสับปะรดมาก่อนนั่นแล้ว...เอิ้กกก

 fun fun fun fun fun
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
น้าดี้
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 4,011



« ตอบ #6 เมื่อ: กรกฎาคม 08, 2007, 16:02:58 »



ชอบทานข้าวอบสับปะรดค่ะ 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

>>>ทุกยามเช้ามีแสงสว่าง<<<
เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,164



« ตอบ #7 เมื่อ: กรกฎาคม 08, 2007, 17:02:35 »



ป้าเสลาชอบแกงคั่วสับปะรดใส่หอยแมลงภู่แห้ง 



แกงคั่วสับปะรดกับหอยแมลงภู่แห้ง
 
ส่วนผสม   หอยแมลงภู่แห้ง  20  กรัม 
  สับปะรด  50  กรัม 
  กะทิ  60  กรัม 
  น้ำพริกแกงคั่ว  7.5  กรัม(1/2 ช้อนโต๊ะ) 
  น้ำปลา  2.5  กรัม(1/2 ช้อนชา) 
  น้ำตาล  2.5  กรัม(1/2 ช้อนชา) 

วิธีทำ   1. ล้างหอยแมลงภู่ให้สะอาด สงให้สะเด็ดน้ำ 
  2. สับปะรด หั่นชิ้นพอคำ 
  3. ผัดน้ำพริกแกงกับกะทิ พอสุกหอมใส่สับปะรด หอยแมลงภู่ พอเดือดปรุงรส 
  รับประทานกับข้าวสุก  230  กรัม (ข้าวสาร 80 กรัม) 
  ผลไม้ ส้มเขียวหวาน  1  ผล (น้ำหนัก 100 กรัม) 

ตำรับนี้สำหรับรับประทาน 1 คน ให้คุณค่าอาหารที่สำคัญ ซึ่งแสดงไว้บางส่วน ดังนี้
 
  พลังงาน  584  กิโลแคลอรี 
  โปรตีน  17.7  กรัม 
  เหล็ก  16.2  มิลลิกรัม


(ได้มาจาก http://nutrition.anamai.moph.go.th/) 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
dekdee
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,255


« ตอบ #8 เมื่อ: กรกฎาคม 09, 2007, 09:16:50 »


  อ่านแล้ว .. ต้องหาทางทานสับปะรด มากขึ้น 
..
(ภาคใต้ แถวนครศรีฯ เขาเรียก สับปะรด ว่า " ย่านหนัด "
แฮะ ๆ ๆ ผมก็ไม่รู้ที่มา ) ...
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Atom
Full Member
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 122

Simple is best!!!!!!!!!!


« ตอบ #9 เมื่อ: กรกฎาคม 09, 2007, 10:40:52 »


พุดดิ้งสัปรด ราดด้วยครีมข้น ก็อร่อยเด็ดเลยค่ะ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
ดอกฟ้ากับหมาวัด
Sr. Member
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 395



« ตอบ #10 เมื่อ: ธันวาคม 05, 2007, 23:06:55 »


เท่าที่รู้ตอนนี้ ดอกฟ้าฯ เอาสับปะรดมาแช่อิ่ม

ทำฟรุ๊ตเค็ก เพื่อแจกในวันปีใหม่ที่จะมาถึงค่ะ

ปลูกไว้เอง ไม่ต้องซื้อ ต้องหา....ราคาไม่มี
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,164



« ตอบ #11 เมื่อ: ธันวาคม 06, 2007, 06:13:46 »



เท่าที่รู้ตอนนี้ ดอกฟ้าฯ เอาสับปะรดมาแช่อิ่ม

ทำฟรุ๊ตเค็ก เพื่อแจกในวันปีใหม่ที่จะมาถึงค่ะ

ปลูกไว้เอง ไม่ต้องซื้อ ต้องหา....ราคาไม่มี


วันที่ 27 ธันวานี้
คุณดอกฟ้าน่าจะลองทำเป็นตัวอย่าง สักถาด
นำไปให้ป้าและเพื่อนๆอรุณสวัสดิ์ชิม ในงานสังสรรค์ฯ
เพื่อรับฟัง ความคิดเห็น ว่ารสชาติได้ที่รึยัง

ก่อนจะถึงวันแจกจริงตอนปีใหม่นะ
   
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
เด็กหอ5ห้อง4
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,644


อรุณสวัสดิ์ยามเช้า


« ตอบ #12 เมื่อ: ธันวาคม 06, 2007, 16:12:33 »



ชอบทานข้าวอบสับปะรดค่ะ 

ต้องเป็น ข้าวอบสับปะรด ครัวมกุฎ ด้วยหรือเปล่าครับ คุณอาไทยเลดี้

 

มาเป็นลูก เปิดฝาออกแล้ว จะเจอ ข้าวผัดกับแฮม กุนเชียง เมล็ดถั่ว
ไม่ได้ไปกินมาเป็นสิบปีแล้ว คิดอยากกินตะหงิดๆ เลย
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า


                                                             Stickwind Studio is coming back
โกวเฮง
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,331



เว็บไซต์
« ตอบ #13 เมื่อ: ธันวาคม 06, 2007, 16:49:31 »



ชอบทานข้าวอบสับปะรดค่ะ 

ต้องเป็น ข้าวอบสับปะรด ครัวมกุฎ ด้วยหรือเปล่าครับ คุณอาไทยเลดี้

 

มาเป็นลูก เปิดฝาออกแล้ว จะเจอ ข้าวผัดกับแฮม กุนเชียง เมล็ดถั่ว
ไม่ได้ไปกินมาเป็นสิบปีแล้ว คิดอยากกินตะหงิดๆ เลย


กินเข้าไป อย่างนี้แล้วจะลดน้ำหนักได้ไง
ระวังพุงยื่นมาก จนอวัยวะบางส่วนใช้ไม่ได้นะคร้าบ......

    
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

ดอกฟ้ากับหมาวัด
Sr. Member
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 395



« ตอบ #14 เมื่อ: ธันวาคม 06, 2007, 17:32:09 »



เท่าที่รู้ตอนนี้ ดอกฟ้าฯ เอาสับปะรดมาแช่อิ่ม

ทำฟรุ๊ตเค็ก เพื่อแจกในวันปีใหม่ที่จะมาถึงค่ะ

ปลูกไว้เอง ไม่ต้องซื้อ ต้องหา....ราคาไม่มี


วันที่ 27 ธันวานี้
คุณดอกฟ้าน่าจะลองทำเป็นตัวอย่าง สักถาด
นำไปให้ป้าและเพื่อนๆอรุณสวัสดิ์ชิม ในงานสังสรรค์ฯ
เพื่อรับฟัง ความคิดเห็น ว่ารสชาติได้ที่รึยัง

ก่อนจะถึงวันแจกจริงตอนปีใหม่นะ
   




ตกลงค่ะ....ป้าเสลา

รับรอง ไม่ผิดหวังในความอร่อย อิ อิ

ตอนนี้ทำไปใส่บาตร เลยถ่ายภาพเอามาฝากให้ชมกันก่อนวันที่ 27 นี้ค่ะ..








ภาพนี้สับปะรดเชื่อม ทุบน้ำแข็งก้อนเล็กๆใส่

หรือทำเป็นท๊อปปิ้งบนวนิลาไอกรีมก็อร่อยไปอีกแบบค่ะ






 



แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
เด็กหอ5ห้อง4
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,644


อรุณสวัสดิ์ยามเช้า


« ตอบ #15 เมื่อ: ธันวาคม 06, 2007, 21:22:46 »



ชอบทานข้าวอบสับปะรดค่ะ 

ต้องเป็น ข้าวอบสับปะรด ครัวมกุฎ ด้วยหรือเปล่าครับ คุณอาไทยเลดี้

 

มาเป็นลูก เปิดฝาออกแล้ว จะเจอ ข้าวผัดกับแฮม กุนเชียง เมล็ดถั่ว
ไม่ได้ไปกินมาเป็นสิบปีแล้ว คิดอยากกินตะหงิดๆ เลย


กินเข้าไป อย่างนี้แล้วจะลดน้ำหนักได้ไง
ระวังพุงยื่นมาก จนอวัยวะบางส่วนใช้ไม่ได้นะคร้าบ......

    


.......

โห พี่โกวเฮง

แทงใจแดงๆ ของผม เข้ากลางห้องหัวใจที่สามพอดี

แต่ว่านะ

อวัยวะทุกส่วนของผมทำงานตามปกติ บางส่วนทำงานได้ดีกว่าเดิมด้วย ยืดหดได้มากกว่าเดิม


 fun fun fun
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า


                                                             Stickwind Studio is coming back
เด็กหอ5ห้อง4
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,644


อรุณสวัสดิ์ยามเช้า


« ตอบ #16 เมื่อ: ธันวาคม 06, 2007, 21:23:57 »









กระเพาะกะลำไส้นะ  ที่ยืดหดได้มากกว่าเดิม

อย่าคิดมาก

 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า


                                                             Stickwind Studio is coming back
tator
Newbie
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 45


« ตอบ #17 เมื่อ: พฤศจิกายน 21, 2008, 13:42:16 »


  ผมก็ชอบทานเหมือนกันครับ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
ดอกฟ้ากับหมาวัด
Sr. Member
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 395



« ตอบ #18 เมื่อ: พฤศจิกายน 22, 2008, 21:59:37 »


สับประรด


เป็นพืชล้มลุก อายุหลายปี สูง 90-100 ซม. มีลำต้นใต้ดิน ใบเดี่ยวเรียงสลับซ้อนกันถี่มาก

รอบต้นกว้าง 6.5 ซม. ยาวได้ถึง 1 เมตร ไม่มีก้านใบ ดอกออกเป็นช่อขนาดใหญ่ ออกจากกลางต้น

มีดอกย่อยจำนวนมาก ผลเป็นผลรวม รูปทรงกระบอก มีตารอบผล มีใบเป็นกระจุกที่ปลายผล

 
ประโยชน์ต่อสุขภาพ


รักษาแผลเป็นหนองได้ โดยนำผลสดๆมาคั้นเอาแต่น้ำ ชโลมแผล เอนไซม์จะช่วยย่อยกัดเนื้อเยื่อ และหนองให้หลุด

 ยังใช้แก้ท้องผูกได้อีกด้วย โดยนำผลสดมาคั้นเอาน้ำ 1 แก้ว อาจผสมกับน้ำสุก 1 แก้ว

เติมเกลือเล็กน้อย ดื่มตอนท้องว่าง หรืออาจจะใช้เหง้าสดๆ ประมาณ 200 กรัม หรือแห้ง 100 กรัม

ต้มน้ำ 2 แก้ว ดื่มวันละ 3 ครั้งก่อนอาหาร ครั้งละ 1 ถ้วยชา


 


นอกจากนี้สับประรดยังสามารถแก้ปัสสาวะไม่ออก และช่วยย่อยอาหารได้ดีอีกด้วย


http://blog.hunsa.com
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,164



« ตอบ #19 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 10, 2012, 12:33:00 »


กระทู้นี้ น้องทัวร์เริ่มโพสต์ไว้เมื่อเกือบ 5 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่เรียนอยู่ชั้นมอปลาย
ป่านนี้น้องทัวร์เรียนจบปริญญาตรีหรือยังหนอ...


*******************

ดึงกระทู้ขึ้นมาเพราะพบข้อมูลที่น่าสนใจอยากนำมาไว้ตรงนี้
...







สับปะรดหรือที่ฝรั่งเรียก pineapple
มีชื่อเรียกทางวิทยาศาสตร์
ว่า Ananas comosus
มีผู้ขนานนามสับปะรดไว้ว่า
เป็น อัศวินแห่งผลไม้
เพราะความดีของสับปะรดดังนี้

1. ช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันแข็งแรง
รับประทานสับปะรดวันละหนึ่งชิ้นก็จะช่วยให้ร่างกายได้รับวิตามินซี
ที่สำคัญคือวิตามินช่วยในการทำงานของเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน
และยังช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันแข็งแรง เพื่อป้องกันไม่ให้ร่างกายติดเชื้อและต่อสู้กับเชื้อโรคต่างๆ

การรับประทานสับปะรดวันละหนึ่งชิ้นจึงเป็นการเพิ่มแรงต้านทานโรคให้แก่ร่างกาย
แต่ในผู้ที่มีเลือดจางไม่ควรกินมากนัก

2. ช่วยในการย่อยอาหาร
สับปะรดมีกากใยอาหารอาหารมากซึ่งมีความสำคัญกับการย่อยอาหาร
และเป็นที่รู้กันอยู่ว่ากากใยอาหารช่วยลดคอเลสเตอรอล
ควบคุมน้ำตาลในเส้นเลือดและช่วยลดความเสี่ยงของมะเร็ง
 
3. ช่วยให้เลือดลมไหลเวียนดี
สับปะรดมีสารแอนตี้ออกซิแดนท์ เช่น วิตามินซี เบต้าแคโรทีน และแมงกานีส
ที่จะช่วยป้องกันอันตรายจากอนุมูลอิสระที่จะทำลายโครงสร้างของเซลล์
และอาจทำให้เป็นโรคหัวใจและอัมพฤกษ์ อัมพาต
นอกจากนี้ สารแอนตี้ออกซิแดนท์ยังมีความสำคัญต่อระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายอีกด้วย
 
4. ป้องกันความเสี่ยงจากโรคมะเร็ง
การรับประทานผักและผลไม้เป็นประจำและลดความเสี่ยงจากโรคมะเร็ง
โดยเฉพาะมะเร็งกระเพาะอาหาร และมะเร็งเต้านม เพราะสับปะรด
มีสารแอนตี้ออกซิแดนท์ที่ช่วยป้องกันการเติบโตของเซลล์ร้ายในปอด ป้องกันมะเร็งรังไข่
 
5. ช่วยป้องกันโรคต่างๆ
การรับประทานผักและผลไม้ให้ได้วันละ 5 กำมือจะช่วยลดการเสียชีวิตด้วยโรคเรื้อรังต่างๆ
เช่น อัมพฤกษ์ อัมพาต หรือมะเร็งได้ถึง 20%
 
6. ช่วยให้เหงือกแข็งแรง
สับปะรดช่วยให้สุขภาพในช่องปากแข็งแรง
เนื่องจากสับปะรดมีวิตามินสูงที่จะช่วยป้องกันความเสี่ยงจากโรคเหงือกได้
 
7. ช่วยยับยั้งการอักเสบ
เอนไซม์ Bromelain ในสับปะรดจะช่วยยับยั้งการอักเสบ
ทั้งนี้ ชาวอเมริกาใต้โบราณใช้สับปะรดเป็นยารักษาโรคผิวหนังและรักษาบาดแผล
 
แม้ว่าสับปะรดจะมีประโยชน์มาก แต่ก็ควรกินพอประมาณ
เช่น วันละหนึ่งชิ้น และกินผลไม้อื่นๆ ให้หลากหลายด้วย
เพราะการกินอะไรที่มากเกินไปก็ย่อมให้ผลเสียทั้งนั้น
 
 
 
 
 
ที่มา : ไทยเฮลธ์แคร์ดอทคอม
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,164



« ตอบ #20 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 10, 2012, 12:44:49 »




ประเทศไทยนั้นเป็นอันดับหนึ่งในการผลิตและส่งออกสับปะรดกระป๋องเท่านั้น
แต่ถ้าพูดถึงการส่งออกสับปะรดในรูปสับปะรดผลสด ถือว่าไทยเรามีการส่งออกน้อยมาก
เมื่อเทียบกับประเทศคู่แข่งของไทยอย่างประเทศฟิลิปปินส์
ที่สามารถส่งออกสับปะรดผลสดได้ปีละกว่าแสนตันต่อปี
หรือแม้แต่ไต้หวันซึ่งมีพื้นที่ปลูกสับปะรดน้อยกว่าไทย
แต่มีตัวเลขการส่งออกสับปะรดผลสดมากกว่า โดยเฉพาะส่งไปขายที่ประเทศญี่ปุ่น

สับปะรดพันธุ์ “MD2”


สับปะรดพันธุ์ “MD2” เป็นสับปะรดที่นิยมบริโภคสดทั่วโลก
โดยมีคุณสมบัติที่โดดเด่นทั้งภายในและภายนอก
เช่น ภายในคือเรื่องของรสชาติที่หวาน มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว
เนื้อมีสีเหลืองเข้ม  (คล้าย ๆ กับสับปะรดพันธุ์ภูเก็ตหรือตราดสีทองบ้านเรา)
เนื้อตัน แน่น และไม่เป็นโพรง น้ำหนักผลเฉลี่ย 1.7-1.8 กิโลกรัม

จากข้อมูลพบว่ามีวิตามินซีสูงถึง 4 เท่าเมื่อเปรียบเทียบกับสับปะรดพันธุ์อื่น ๆ
เมื่อทานแล้วไม่กัดลิ้น สามารถทำให้คนทานได้มากขึ้น
ปัจจุบันนี้สับปะรดพันธุ์ “MD2” เป็นที่รู้จักและกำลังเป็นที่ต้องการของตลาดเป็นอย่างมาก
และมีการขยายพื้นที่ปลูกเพิ่มขึ้นในประเทศไทย



สับปะรดพันธุ์ “MD2” จาก คอสตาริก้า
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,164



« ตอบ #21 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 10, 2012, 13:10:30 »




สับปะรดพันธุ์ MD2 เป็นสับปะรดที่พัฒนาขึ้นที่อาวาย สหรัฐอเมริกา
โดยมีคุณสมบัติที่โดดเด่นทั้งภายในและภายนอก เช่น ภายในเรื่องรสและกลิ่นดังกล่าวแล้ว
สำหรับภายนอกนั้นเมื่อสับปะรดพันธุ์ MD2 แก่
ผลแก่จะเปลี่ยนจากผิวสีเขียวเป็นสีเหลืองทองทั้งผล
ทำให้เป็นที่ดึงดูดลุกค้าเป็นอย่างมาก

...
ภาพและข้อมูลจากเดลินิวส์
คุณสราวุธ เรืองเอี่ยม
บ้านเลขที่ 82 หมู่ 5ต.แม่น้ำคู้
อ.ปลวกแดง จ.ระยอง 21140
โทร. 08-1862-0073
เป็นบุคคลหนึ่งที่ทำงานด้านสับปะรดมากว่า 20 ปี
ทั้งการพัฒนาและปรับปรุงพันธุ์สับปะรด
ได้เปิดตัวสับปะรดบริโภคสดจากฮาวาย
ชื่อ สับปะรดพันธุ์ MD2 ที่ทั่วโลก
กำลังเร่งการปลูกและผลิตเพื่อแข่งขันกันในตลาดโลกในขณะนี้

และจากประสบการณ์การปลูกสับปะรดพันธุ์ MD2 ของคุณสราวุธ เรืองเอี่ยม
พบว่า สามารถบังคับให้สับปะรดออกดอกได้ง่าย
และมีอายุการเก็บเกี่ยวที่เร็วกว่าพันธุ์ปัตตาเวีย
ลักษณะของใบพันธุ์ MD2 จะมีสีเขียวตลอดใบ
แต่ใบของสับปะรดพันธุ์ปัตตาเวียนั้นจะมีเส้นสีม่วงตรงกลางใบ
และจุดเด่นอีกประการหนึ่งของสับปะรดพันธุ์ MD2 ก็คือ
มันถูกพัฒนามาเพื่อให้เดินทางขนส่งทางเรือได้โดยไม่เป็นไส้สีน้ำตาล
เมื่อเปรียบเทียบกับสับปะรดพัน์ปัตตาเวีย
หากอยู่ในห้องเย็นที่อุณหภูมิต่ำกว่า 25 องศาเซลเซียสนาน 10 วัน
ผลสับปะรดจะเกิดสีน้ำตาลรอบ ๆ แกนสับปะรดในขณะที่พันธุ์ MD2 ไม่เป็น


ประวัติความเป็นมา :

ปัจจุบันสับปะรดพันธุ์ MD2 เป็นที่รู้จักและเป็นที่ต้องการของตลาดเป็นอย่างมาก
เดิมสับปะรดพันธุ์นี้เป็นลิขสิทธิ์ของบริษัทเดลมอนเต้ จำกัด
แต่เมื่อ 3 ปีที่แล้ว ลิขสิทธิ์คุ้มครองสายพันธุ์ได้หมดลงไป
ทำให้หลายๆ บริษัทเร่งขยายพันธุ์ เพื่อแข่งขันกันทางการตลาดอย่างเรงด่วน
เพราะทราบกันดีว่าสับปะรดพันธุ์ MD2 นั้นเป็นที่ยอมรับของตลาด
 และยังมีแนวโน้มว่าจะมีความต้องการสูงมากขึ้นตามลำดับ
และในอนาคตสับปะรดพันธุ์ MD2 จะยึดตลาดสับปะรดบริโภคสดอย่างแน่นอน
ซึ่งเห็นได้จากรัฐบาลมาเลเซียกำลังเร่งนำเข้าหน่อพันธุ์ MD2 ถึง 2 ล้านต้น
โดยมีการปลูกไปแล้วกว่า 1 ล้านหน่อ
เพื่อนำมาเปลี่ยนสายพันธุ์เดิมของเกษตรกร ซึ่งรัฐบาลมาเลเซียเขามีการส่งเสริมกันอย่างจริงจังมาก


ส่วนสายพันธุ์ MD2 คุณสราวุธ เล่าย้อนกลับไปว่าได้สายพันธุ์มาจาก
การไปศึกษาดูงานที่เกาหลีใต้และอังกฤษพบเห็นสับปะรด ผลมีสีเหลืองทองสวย เห็นเนื้อสีเหลืองทอง
เมื่อชิมแล้วพบว่ารสชาติหวานหอมอมเปรี้ยวเล็กน้อย ทานแล้วติดใจในรสชาติ
จึงซื้อผลแล้วเก็บเอาจุกกลับมา ได้มาทั้งหมด 2 หน่อ
ก็เลยส่งจุกไปเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อเอาไว้
จากนั้นก็ได้พันธุ์สับปะรดจากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ จำนวน 3,000 ต้น
จึงนำมาอนุบาลจนเห็นผลผลิตของ MD2 แล้วพบว่า
สายพันธุ์ของ MD2 ยังมีความแปรปรวนอยู่บ้างในเรื่องของใบ
ที่พบ มี 2 ลักษณะ คือ ใบมีหนามกับใบไม่มีหนาม
ในอนาคต คุณสราวุธก้กำลังพยายามคัดเลือก ในส่วนของต้นที่ไม่มีหนามเอาไว้


การตลาด :

++ ตลาดในประเทศ ++

คุณสราวุธกล่าวว่า เมื่อผลผลิต MD2 ออกมาตนเองจึงนำไปให้กับทางห้างฯได้ทดลองชิม
ปรากฎว่าเป็นที่ถูกใจเป็นอย่างมาก ประกอบกับก่อนหน้านี้ทางห้างฯ
มีการนำเข้าสับปะรดสายพันุ์ดังกล่าวเข้ามาจำหน่ายอยู่แล้ว
แต่เนื่องด้วยความสดของสินค้าที่เดินทางมายังประเทศไทยนั้นจำเป็นต้องเก็บที่ความแก่ไม่มาก
จึงทำให้รสชาติที่ได้สู้สับปะรดที่ปลุกในเมืองไทยไม่ได้

++ ตลาดต่างประเทศ ++

ส่วนการตลาดด้านต่างประเทศนั้นก็มีลูกค้าให้ความสนใจสับปะรดพันธุ์ MD2 เป็นอย่างมาก
 เมื่อตลาดส่งออกต่างประเทศทราบข่าวว่าทางเรามีสับปะรดพันธุ์นี้อยู่ จึงได้ติดต่อมา
ให้ทำการส่งออกอาทิตย์ละ 1 ตู้คอนเทนเนอร์
เนื่องจากสับปะรด MD2 ยังมีน้อยอยู่ ทำให้การวางแผนการผลิตยังไม่มีความต่อเนื่อง
ในขณะนี้ จึงยังไม่ตอบตกลงในการผลิตสินค้าส่งออก
ปัจจุบันจึงเป็นเรื่องของการเร่งขยายพันธุ์ให้มีจำนวนมากก่อน จึงจะทำการวางแผนได้


การขยายพันธุ์สับปะรด MD2 :

การขยายพันธุ์สามารถทำได้ทั้งการแยกหน่อ จุก และ ชำเหง้า
โดยเฉพาะการชำเหง้า คุณสราวุธอธิบายว่า หลังจากการเก็บเกี่ยวผลสับปะรดไปแล้ว
จะยังคงเหลือเหง้า จะนำเหง้าสับปะรดไปฝังดินไว้
ไม่นานเหง้าสับปะรดก็จะแตกงอกเป็นต้นขึ้นมาพ้นดิน

เมื่อหน่อสับปะรดมีขนาด 1 คืบมือ หรือ มีน้ำหนักประมาณ 200 กรัม
จึงทำการถอนแยกหน่อออกมาปลูกลงแปลงหรือชำลงถุงดำ
เพื่อให้ตาข้างของเหง้าได้แตกยอดใหม่ขึ้นมาแทน
โดยแปลงขยายพันธุ์เหง้านั้นสามารถเก็บหน่อที่งอกใหม่ได้นานนับปี
ก่อนจะรื้อแปลงขยายพันธุ์ทิ้ง คุณสราวุธย้ำว่า
การขยายพันธ์ด้วยการแยกหน่อ ตัดจุก และ เหง้า
 เป็นการขยายพันธุ์ที่เหมาะสมกว่าการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ
เพราะเกิดการกลายพันธุ์น้อยกว่าการเพาะเนื้อเยื่อ




ข้อมูลจาก เกษตรแผ่นดินทอง ว 16/09/2554      
ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง : www.rakbankerd.com

64980
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
    กระโดดไป:  



    SimplePortal 2.3.3 © 2008-2010, SimplePortal