ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ตุลาคม 24, 2014, 18:58:51
94,535 กระทู้ ใน 7,743 หัวข้อ โดย 9,178 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: wassamon
::Arunsawat ::อรุณสวัสดิ์ ::  |  กีฬา - ท่องเที่ยว : บุคคลทั่วไปกรุณาสมัครสมาชิกก่อนโพสท์  |  ท่องเที่ยวไปในโลกกว้าง  |  แบกเป้ขึ้นเขา ตะลุยลาวเทิง 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้ « หน้าที่แล้ว ต่อไป »
หน้า: [1] 2 3 4
ผู้เขียน หัวข้อ: แบกเป้ขึ้นเขา ตะลุยลาวเทิง  (อ่าน 52144 ครั้ง)
คาเมสุมิฉาจารา
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 868



« เมื่อ: มิถุนายน 23, 2007, 14:45:21 »


สวัสดีครับ เพื่อน ๆ ชาวอรุณสวัสดิ์ ทุกท่าน
ผมกลับมาจากต่างประเทศแล้ว (ประเทศแถว ๆ นี้แหละ เอิ๊กๆ)

มารายงานตัว รายงานการเดินทาง ให้อ่านกัน นิด ๆ หน่อย ๆ

พูดถึงหัวข้อกระทู้ก่อน.....
หลายคนอาจสงสัย คำว่า "ลาวเทิง" คืออะไร

"เทิง" เป็นภาษาลาว (หรือ ภาษาอีสานก็ความหมายเดียวกัน) แปลว่า "บน"

ลาวเทิง จึงหมายถึง ลาวส่วนบน หรือ ลาวเหนือ (ตามลักษณะภูมิภาค)

แต่คำว่า "ลาวเทิง" ไม่ได้มีความหมายในเชิงภูมิศาสตร์กายภาพ เพียงประการเดียว
แต่มีความหมายครอบคลุมไปถึง ลักษณะทางชาติพันธุ์ มานุษยวิทยา และประวัติศาสตร์ การเมือง การปกครอง ที่แตกต่างกันด้วย
ระหว่าง "ลาวเทิง" ที่อาศัยอยู่ส่วนเหนือของประเทศ
กับ "ลาวลุ่ม" ที่อาศัยอยู่ตอนกลาง ไล่ไปถึงส่วนใต้ของประเทศ
(ลุ่ม ในที่นี้ ก็ไม่ได้แปลว่า ที่ราบลุ่ม นะครับ อย่าเข้าใจผิด เป็นภาษาลาว/อีสาน อีกเช่นกัน แปลว่า "ล่าง")

(ดูแผนที่ประกอบ)


(แบ่งพื้นที่ "ลาวเทิง" กับ "ลาวลุ่ม" แบบง่าย ๆ โดยยึด "ภาค" ของประเทศไทย เป็นเกณฑ์ ก็ได้ครับ พื้นที่ที่ติดส่วนภาคอีสานไทย เป็นพื้นที่ลาวลุ่ม ส่วนที่ติดกับภาคเหนือไทย เป็น ลาวเทิง)


ประวัติศาสตร์พื้นถิ่นของ "สองลาว" นี้ เขียนไม่เหมือนกัน
ถ้าไปอ่านประวัติศาสตร์ ของลาวเทิง ก็จะบอกว่า พวกตนคือ ผู้ก่อตั้ง สร้างดินแดนล้านช้าง มาแต่ยุคดึกดำบรรพ์
ส่วน ลาวลุ่ม ก็จะบอกว่า พวกของตนต่างหาก ที่สร้างแปงอาณาจักรศรีสัตนาคนหุต และ ปกครองประเทศลาวมาโดยตลอด
เอาละครับ ไม่อยากพูดยาว เข้าเรื่องประวัติศาสตร์ มากเกินไป เด๋วจะกลายเป็นคอร์สสอนหนังสือ

เอาเป็นว่า ในความเข้าใจของผมเอง
ในยุคปัจจุบัน ลาวลุ่ม ครอบครองอำนาจรัฐ และเศรษฐกิจสำคัญของประเทศ
ส่วน ลาวเทิง ครอบครอง ศิลปะวัฒนธรรม อารยะธรรม

แบบ ต่างฝ่ายต่างก็มีดี ที่ควรภาคภูมิใจ
และ คนลาว สองฝ่ายนี้ ก็ไม่ได้ขัดแย้งทางความคิด การเมือง การปกครอง กันมากสักเท่าไหร่
ดูจะน้อยกว่า ความคิดของคนอีสาน คนเหนือ ใต้ ที่มีต่อกรุงเทพฯ หรือ คนภาคกลาง ในประเทศเรา ด้วยซ้ำไป

ที่ผมว่า ลาวลุ่ม ครอบครองเศรษฐกิจหลักของประเทศ เอาไว้
ก็ให้ดูจากแผนที่ประกอบ ว่า "ลาวลุ่ม" นั้น อยู่ในที่ราบลุ่ม สมชื่อ(ภาษาไทย) จริง ๆ
เพราะพื้นที่ ไม่ได้เป็นภูเขาสูง เหมือนลาวเทิง
จึงสามารถ ประกอบเกษตรกรรม สร้างรายได้ ได้มาก
ถ้าไล่มาจากด้านใต้ ตั้งแต่ปากเซ จำปาศักดิ์ จะทำไม้ เสียเป็นส่วนใหญ่
และ ในพื้นที่บริเวณสามเหลี่ยมแม่น้ำโขง เขตติดต่อประเทศเวียดนาม
ก็เป็นพื้นที่ ปลูกกาแฟ ที่กินเนื้อที่กว้างมาก

กาแฟลาว คุณภาพดี กว่ากาแฟไทย หลายเท่าครับ
น่าจะเป็นกาแฟคุณภาพดีที่สุดในเอเชีย เลยด้วยซ้ำไป
แต่ การทำธุรกิจกาแฟของลาว ยังไม่มีความชำนาญ เป็นมืออาชีพนัก
เวียดนาม ซึ่งมีพื้นที่ปลูกกาแฟ (ในบริเวณสามเหลี่ยมแม่น้ำโขงเช่นกัน) น้อยกว่าลาว
แต่กลับ ส่งออก กาแฟ ได้มากกว่าลาว


ตอนนี้ เวียดนาม เป็นประเทศที่ส่งออกกาแฟ มากที่สุดในเอเชียแล้วครับ
ถ้าลาว เอาจริงเอาจัง เรื่องนี้ขึ้นมาหน่อย
เวียดนามจะหนาว เลยทีเดียว


อ้อ...ก่อนจะจบกระทู้แรกนี้
เพิ่มเติมอีกนิดว่า นอกว่า "ลาวเทิง" - "ลาวลุ่ม" แล้ว ยังมีคำเรียก "ลาวสูง" อีกคำหนึ่ง
ลาวสูง เป็นรายละเอียดแยกย่อย ของ ชนชาวลาวเทิง อีกทีหนึ่ง
หมายถึง กลุ่มลาวเทิง ที่เป็นชนชาวดอย เชื้อสาย ขมุ แม้ว ม้ง ที่เมื่อก่อนนี้ อาศัยอยู่ตามภูเขาสูง
ไม่ใช่ชนพื้นราบ เหมือน ลาวเทิง ทั่ว ๆ ไป
แต่ปัจจุบัน รัฐบาลลาว ไม่อนุญาต ให้ ชนลาวสูง อยู่ในเขตป่าและดอยสูงอีกต่อไปแล้วครับ
ไล่ลงมาให้อยู่ริมภูเขา ติดถนน
ถ้าเรานั่งรถ ไปตามพื้นที่ลาวส่วนเหนือ
จะเห็นกระท่อม โกโรโกโส ปลูกเหมือนสลัมอยู่เรียงรายถนนหลวง มากมาย
นั่นคือ "บ้านใหม่" ของพวกลาวสูงครับ

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
คาเมสุมิฉาจารา
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 868



« ตอบ #1 เมื่อ: มิถุนายน 23, 2007, 15:31:09 »


มาว่า ถึงการเดินทาง ทริปนี้ของผม กันดีกว่า

จริง ๆ ผมเคยไป ประเทศลาว มาหลายครั้งแล้ว
ทั้งทาง เวียงจันทน์ สะหวันเขต หรือ ปากเซ

แต่ส่วนใหญ่ ก็ไปแป๊บ ๆ แบบเช้าไปเย็นกลับ (มีค้างบ้าง แต่ไม่กี่คืน)
ไปเที่ยวดูนั่นดูนี่ แบบผ่าน ๆ หรือไม่ก็มีธุระ ไปประชุม สัมมนา

ส่วนลาวด้านเหนือ ไม่เคยไปเยือนเลย

เลยคิดอยากไปเที่ยว แบบจริง ๆ จัง ๆ แบกเป้ ขึ้นรถประจำทาง ต่อไปเมืองต่าง ๆ โดยมีจุดหมายอยู่ที่ จะทะลุออกไปเวียดนามเหนือ ฮานอย เดียนเบียนฟู ซาปา อะไรโน่น

วางโครงการเสร็จสรรพ ถึงวันเดินทาง ก็จับรถไฟสายอีสาน กรุงเทพฯ - หนองคาย เมื่อคืนวันที่ 13 มิถุนายน 2550
(แผนการเดินทางของผมคือ ใช้เงินให้น้อยที่สุด เที่ยวให้ได้มากที่สุด จึงเน้นประหยัด ค่าเดินทาง และไม่พึ่งบริการทัวร์นำเที่ยว-ถ้าไม่จำเป็น)
ค่ารถไฟ กรุงเทพฯ - อุดรธานี ตู้นอน พัดลม ราคา 512 บาท
ที่ผมจะไปลงรถที่อุดรฯ ไม่ไปถึงหนองคาย เพราะศึกษาข้อมูลเดินทางมาก่อนแล้วว่า
ที่อุดร จะมีรถบัสสายยาว เข้าถึงตัวเมือง เวียงจันทน์ ได้เลย
ส่วนที่หนองคาย จะต้อง ต่อรถหลายเที่ยว กว่าจะเข้าเวียงได้

แต่ทว่า...ความต้องการของผม ก็ต้องเป็นหมัน
เพราะนอนหลับมาบนรถไฟ รุ่งเช้า ตะวันแยงตา ตื่นขึ้นมาดู ปรากฏว่า รถไฟคันที่ผมนั่ง เพิ่งจะเข้ามาจอดเทียบท่า สถานีชุมทางบัวใหญ่ จ.นครราชสีมา

ตกใจ ร้อง เฮ้ย อะไรกันวะ 6 โมงเช้า รถไฟเพิ่งจะถึงบัวใหญ่
จริง ๆ เวลานี้ รถจะต้องมาถึง จ.ขอนแก่น แล้วเป็นอย่างน้อย
สอบถาม พนักงาน ได้ความว่า หัวจักรเสีย จอดซ่อม อยู่แถวลำนารายณ์ กลางดึก ตั้ง 3 ชม.
(ถึงว่า ทำไมนอนหลับสบายจัง เพราะรถไฟจอดอยู่นิ่ง ๆ ไม่ได้วิ่งไปไหนนี่เอง)


ดูหน้าตา คนตื่นขึ้นมา ทำหน้างง ๆ ไม่เข้าใจโลก ว่าทำไม โลกนี้ มันเพิ่งถึงบัวใหญ่หว่า

ทำให้ กว่าจะมาถึงอุดร แทนที่จะเป็น 2 โมงเช้า ก็ปาเข้าไป 5 โมงเช้า เกือบเที่ยง
นั่งรถมาที่สถานีขนส่ง รถบัสอุดร - เวียงจันทน์ รอบเช้า ออกไปหมดแล้ว
จะออกอีกที ก็ 4 โมงเย็น
ซึ่งถ้ารอ ก็จะเย็นเกินไป มีสิทธิ์ต้องนอนค้างที่เวียงจันทน์ คืนนึง
ถึงจะเดินทางต่อไป วังเวียง จุดหมายแรก (วังเวียงเป็นเมืองระหว่างทางไปหลวงพระบาง ที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มักจะมาแวะค้างก่อนเดินทางต่อ )
ผมไม่ต้องการเที่ยว หรือ นอนค้างที่เวียงจันทน์ เพราะเคยไปมาหลายที และไม่มีอะไรน่าเที่ยว น่าสนใจ

จึงต้องแก้ปัญหา ด้วยการนั่งรถประจำทาง ต่อไปหนองคาย อีกที
กว่ารถจะมา กว่าจะถึงหนองคาย ก็เกือบบ่ายสอง
เป็นเรื่องน่าหวั่นใจอยู่เหมือนกัน ว่าจะหารถไปวังเวียงไม่ได้
เพราะเท่าที่ทราบ รถประจำทางสายเวียงจันทน์ - หลวงพระบาง เที่ยวสุดท้าย ก็บ่ายสองโมง
ส่วนรถตู้ รถแวน หรือ รถเหมา พอมี แต่ไม่อยากขึ้น เพราะ "แพง" ผิดวัตถุประสงค์หลัก

มารอดู ว่าผมจะหาทางแก้ปัญหาได้ยังไง ในตอนต่อไป กันนะครับ

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
คาเมสุมิฉาจารา
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 868



« ตอบ #2 เมื่อ: มิถุนายน 23, 2007, 16:00:23 »


ผมลงจากรถบัส ที่ปากทางเข้าเมืองหนองคาย หน้าอนุสาวรีย์ปราบฮ่อ
แล้วต่อสามล้อเครื่อง 30 บาท ไปที่ด่าน ตม. สะพานมิตรภาพไทย-ลาว

กรอกเอกสาร ออกนอกประเทศ ที่ด่านฝั่งไทย



แหะ ๆ ดูหน้าตา ก็รู้ว่า กำลังเครียด...กรูจะหารถต่อไปวังเวียงได้ไหมว้า

ตม.ฝั่งไทย ไม่ยุ่งยากอะไรครับ กรอกเอกสาร แล้วก็ยื่นพร้อมพาสสปอต ไม่เสียค่าใช้จ่ายอะไร
แล้วมายืนรอ รถเมล์ ข้ามฝั่งไปลาว

(อันว่า รถเมล์ คันนี้ ให้บริการ แค่จาก ตีนสะพานฝั่งไทย ไปลงที่ตีนสะพาน ฝั่งลาว เท่านั้นนะครับ ไม่ได้ไปไหนไกล เสียค่าบริการ คนละ 15 บาท คนลงทุนทำกิจการนี้ โคตรคุ้มเลย)

พอไปลงที่ด่าน ตม. ฝั่งลาว ความหงุดหงิด น่ารำคาญ ก็มาเยือนเลยละครับ
เพราะการให้ บริการ ของ จนท. ฝั่งลาว ชักช้าอืดอาด เหมือนขี้เกียจให้บริการ ต่างจากของไทยมาก
จนได้ยินเสียงฝรั่ง บ่นอยากกิน ฟักแฟงแตงโม อยู่หลายคน
ผมใช้เวลา กว่าจะผ่านแสตมป์พาสสปอต ที่ด่านลาว อยู่เกือบ สิบนาที
ถึงหลุด ออกมาจากด่านได้
ก่อนจะออกมา ก็ต้องเสียค่า อะไรสักอย่าง ที่ไม่มีใบเสร็จให้ อีก 20 บาท
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
คาเมสุมิฉาจารา
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 868



« ตอบ #3 เมื่อ: มิถุนายน 23, 2007, 16:34:25 »


พ้นจากประตูด่าน ก็จะเป็นลานด้านหน้าด่าน ตม.
ที่เต็มไปด้วย คนขับรถแวน รถตุ๊ก ๆ มารุมหน้ารุมหลัง เรียกให้ใช้บริการ
สนนราคา 200 บาท ต่อคน
สำหรับการเดินทางเข้านครเวียงจันทน์ ซึ่งอยู่ห่างจากสะพานมิตรภาพ ไปอีกราว 20 กม.

ผมเคยมาเวียงจันทน์ หลายครั้งแล้ว
และพอจะรู้ทริก การเดินทางเข้าเวียง (นคร) โดยไม่พึ่งรถโดยสารราคาขูดรีด พวกนี้ได้

จำไว้เลยนะครับ ท่านที่ไม่เคยไปเมืองลาว ไม่เคยข้ามฝั่งไปเวียงจันทน์ที่สะพานมิตรภาพ
อย่าขึ้นรถพวกนี้เด็ดขาด เพราะแพง (มาก)
รวมถึงอย่าไปหลงคารมโน้มน้าว ประเภทที่ว่า ราคานี้ รวมถึงพาเที่ยวชมรอบเวียงจันทน์ ไปตามที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ด้วย
เวียงจันทน์ไม่มีอะไรให้เที่ยวหรอกครับ นอกจาก ประตูชัย ซึ่งต้องผ่านอยู่แล้ว และวัดพระธาตุหลวง
ซึ่งพอเอาเข้าจริง ๆ คนรถพวกนี้ก็จะ "ปลิ้น" ไม่ทำตามคำพูด หรือ เรียกขอเงินเพิ่ม จากท่านอีก
(ปลิ้นเป็นภาษาลาว แปลว่า พลิก ช่างมาพ้องกับคำไทย ปลิ้นปล้อน ได้พอเหมาะพอดี)

เอาทริกจากประสบการณ์ของผมไปใช้เลย
ไม่ต้องสนใจ คนขับรถพวกนี้
บอกไปเลยว่า "ไม่ไป จะรอขึ้นรถเมล์"
คนที่ไม่เคยไป จะไม่รู้ว่า นอกจาก ขึ้นรถเหมาเข้าเวียงจันทน์แล้ว ยังมีอีกช่องทางที่ถูกกว่า คือ รถเมล์ลาว ที่วิ่งมารับคนที่ด่าน ตม. เข้าเวียง
แต่ รถเมล์ ก็จะมีอยู่หลายสายเหมือนกันนะครับ
เลือกเอาสายที่เข้าไปใจกลางเมือง ตรง ตลาดเช้า
(ถามคนขับเลยว่า คันนี้ เข้าไปตลาดเช้าไหม)
ค่าโดยสาร จ่ายเป็นเงินไทยได้เลย แค่ 20 บาท
(ความจริง ถ้าจ่ายเป็นเงินกีบลาว จะถูกกว่านี้ ตกคนละ 12 บาทนี่แหละ แต่เรายังไม่มีเงินลาวให้แลก และเขาก็จะไม่ทอนเงินไทย เพราะเขารับเงินไทยแต่แบงค์ ไม่รับเหรียญ)


ผมขึ้นรถเมล์ปั๊บ ก็สอบถามคนในรถทันทีว่า
ที่ท่ารถ ตลาดเช้า ซึ่งเป็นท่ารถใหญ่ของเวียงจันทน์ ยังมีรถไปหลวงพระบาง ได้ไหม
คนส่วนใหญ่ไม่แน่ใจ แต่ก็บอกว่า น่าจะหมดแล้ว
มีอยู่คนหนึ่ง ถามผมว่า เป็นคนไทยเหรอ (ผมใช้ภาษาอีสานสื่อสารกับคนบนรถ แต่ภาษาอีสานไทยกับภาษาลาว สำเนียงก็แตกต่างกันอยู่พอสมควร)
เมื่อผมบอกว่าใช่ เธอ (เป็นผู้หญิงที่มากันสองคน) ก็บอกว่า เป็นคนไทยเหมือนกัน แต่มาทำธุรกิจ อยู่ในเมืองลาว นานแล้ว
เราก็เลยคุยกัน สรุปว่า เดี๋ยวเธอจะไปช่วยถามรถที่ตลาดเช้าให้ รวมทั้งให้ความช่วยเหลือ อำนวยความสะดวกอื่น ๆ เท่าที่จะช่วยได้
เพราะเห็นใจคนไทยด้วยกัน (เธอพูดกระซิบ ๆ ว่า คนลาวเวียงจันทน์ เชื่อใจไม่ได้ เห็นนักท่องเที่ยวมา ชอบหลอก อย่าว่าแต่คนไทยเลย แม้แต่คนลาวด้วยกัน ยังไม่เชื่อใจเลย)

สรุปแล้ว ผู้หญิงคนนั้น (เธอชื่อ คุณนุช ครับ คนที่คุยกับผม เป็นคนขอนแก่น ที่ไป ๆ มา ๆ ระหว่างลาว-ไทย ทุกอาทิตย์)
ก็เป็นคนออกค่ารถให้ผม เป็นเงินลาว บอกว่า จ่ายเป็นเงินไทย เสียเปรียบ
เดี๋ยวผมไปแลกเงินลาว ที่ตลาดเช้า เสียก่อน แล้วค่อยคืนให้

น้ำใจของคนไทยในต่างแดน ทำเอาผมซึ้งเลยครับ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
คาเมสุมิฉาจารา
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 868



« ตอบ #4 เมื่อ: มิถุนายน 23, 2007, 17:28:43 »


พูดได้เต็มปากเต็มคำเลยครับ
ว่า ถ้าไม่มีคนไทยน้ำใจงาม ชื่อ คุณนุช คนนี้
การเดินทาง หาพาหนะ และ อื่น ๆ ของผม คงยุ่งยากพอสมควร
และ อาจล้มเหลว ต้องค้างในเวียงจันทน์ อย่างแน่นอนเลย
เพราะเมื่อไปถึงตลาดเช้า สอบถามนายท่ารถ
ก็ได้รับคำตอบว่า รถบัสประจำทางไปหลวงพระบาง หมดไปแล้วจริง ๆ
(ความจริง หมดตั้งแต่เที่ยงวันเลยด้วยซ้ำไป เพราะทางไปหลวงพระบาง ใช้เวลาเดินทางประมาณ 8 ชม. และเป็นทางขึ้นเขาคดเคี้ยว เขาจึงไม่ให้รถใช้เวลาเดินทางในตอนกลางคืน)

แต่ก็ยังมีช่องทางอื่น ที่ไปวังเวียงได้
ซึ่งก็ลำบากขลุกขลักหน่อย ต้องต่อรถหลายต่อ เพราะเป็นรถวิ่งระหว่างเมือง ไม่ใช่รถบัสสายยาว
เรียกได้ว่า ไม่ใช่รถสำหรับนักท่องเที่ยวต่างประเทศเลยก็ได้
เป็นรถ พื้นถิ่น ที่คนลาวทั่วไปใช้สัญจรจริง ๆ

คุณนุชถามผมว่า ยังมีเวลาในเวียงจันทน์อยู่อีก
อยากไปเที่ยวไหน จะพาไป
ตอนนั้น ก็เกือบบ่าย 3 แล้ว
ผมเลยบอกว่า แค่อยากไปไหว้พระ มาถึงเมืองลาว ขอไหว้พระเป็นสิริมงคลหน่อยละกัน
เอาวัดใกล้ ๆ แถวนี้ก็ได้ แล้วค่อยมาหาร้านกินข้าว
เพราะก็หิว ตั้งแต่เช้า เพิ่งกินขนมปัง กาแฟ ที่อุดร ไปแค่นั้นเอง

คุณนุช เลยพาผมไปที่วัด สีเมือง

(ถ้าเป็นภาษาไทย คงจะเขียนว่า ศรีเมือง เพราะภาษาลาว ไม่มีอักษรสันสกฤตและตัวควบกล้ำ)


วัดสีเมือง หรือ ศรีเมือง


ดอกไม้เงินดอกไม้ทองบูชา ถ่ายภาพนี้มาให้ดู เพราะแปลกตาดี ไม่เห็นในเมืองไทยนานแล้ว เมื่อก่อนตอนเด็ก ๆ เห็นการบูชาพระด้วยดอกไม้เงินดอกไม้ทองอยู่ แต่ปัจจุบัน ไม่เห็นแล้ว


การไหว้พระของคนลาว ต่างจากคนไทยมาก ของไทยเรา อย่างมากก็กราบ 3 จบ แล้วอธิษฐานขอพรให้ตัวเองอะไรไป นิดหน่อย แต่คนลาว เขาไหว้พระอย่างจริงจัง ผมเห็นมาแล้วหลายที่ เหมือนกันหมด คือจะใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 5 นาที บางคนก็อาจนานถึงครึ่งชั่วโมง เพราะเขาจะท่องบทสวด อรหังสัมมาฯ เสียงดัง นั่นเป็นแค่บทพื้นฐานเบื้องต้น บางคนก็สวดบทอื่น ๆ ต่อไป คนไทยชาวพุทธ เห็นแล้วคงนึกอาย

ไหว้พระเสร็จ เราก็กลับมาที่ตลาดเช้าอีกครั้ง
ฝั่งตรงข้ามตลาด เป็นเวิ้งขายของขนาดใหญ่คล้าย ๆ ตลาดนัดสวนจตุจักร
เรามาที่นี่ เพื่อจะแลกเงินไทย เป็นเงินกีบลาว



จตุจักรลาว มองเผิน ๆ นึกว่าเป็นมาบุญครอง มีร้านขายมือถืออยู่เต็มไปหมด
คนลาวสมัยนี้ ก็ไม่ต่างจากคนไทยหรอกครับ คือ บ้ามือถือ เปลี่ยนแล้วเปลี่ยนอีก
และ อะแฮ่ม...กระซิบดัง ๆ ณ ที่นี้เลย โทรศัพท์มือถือยี่ห้อต่าง ๆ ในลาว
ส่วนใหญ่ (95 %) เป็นของปลอมเลียนแบบยี่ห้อดัง ที่มีแหล่งผลิตในจีนครับ
ประเทศลาวเป็นประเทศที่เอาหูไปนา เอาตาไปไร่ ในเรื่องละเมิดลิขสิทธิ์
นอกจากมือถือแล้ว แผ่นซีดีเพลงจากเมืองไทย หรือ ประเทศอื่น ๆ ก็แผ่นก๊อปทั้งนั้นครับ วางขายกันอย่างโจ่งแจ้ง
NOKIA ราคาเรือนหมื่นในไทย ที่ลาวขายเพียง ไม่กี่พันบาท เองครับ รับประกันว่า ปลอม แน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์ 555
นอกจาก เลียนแบบยี่ห้อ เขาแล้ว พี่แกยังประดิษฐ์รุ่นขึ้นมาเองอีกต่างหาก
อย่างเช่น รุ่น N99 ที่โนเกียไม่เคยมี ที่นี่กำลังฮิตมาก ออกแบบสวยเช้งเชียว
ผมว่าจะซื้อสักเครื่อง ก็เกรงจะเอามาเป็นปืนฉีดน้ำเล่นซะเปล่า ๆ


ที่แลกเงินลาว เคาน์เตอร์นี้ เป็นของธนาคารแห่งชาติ

อัตราแลกเปลี่ยน เงินลาว-ไทย ตอนนี้
ถ้าแลกกับสาขาของธนาคารแห่งชาติ
จะได้บาทละ 277 กีบ
ส่วนแลกกับตลาดทั่วไป ได้ 1 บาท ต่อ 270 กีบ ครับ

วิธีคำนวณค่าเงิน กีบ เป็น บาท
ก็ให้คิดง่าย ๆ โดยนับว่า 1,000 กีบ = 4 บาท ก็แล้วกันนะครับ
ไม่ตรงเป๊ะเสียทีเดียว แต่ลงตัว คิดง่ายดี ว่า 250 กีบ = 1 บาท

ค่าครองชีพในลาว แพงกว่าไทยมากเลยนะครับ
คงเพราะไม่ได้นำเงินเข้าระบบธนาคารโลก ค่าเงินเลยเฟ้อ
เงิน 1,000 กีบลาว แทบจะซื้ออะไรไม่ได้เลย
อย่างน้อยต้อง 3,000 กีบขึ้นไป
และส่วนใหญ่ อัตราข้าวของต่ำสุด ก็มักจะเริ่มต้นที่ 10,000 กีบ (ประมาณ 40 บาท) ซะเป็นส่วนใหญ่
ที่ราคาต่ำกว่าหมื่น ก็เห็นมี เฝอ (ก๋วยเตี๋ยว) ราว ๆ 6,000-8,000 กีบ
น้ำอัดลม 5,000 กีบ
คิดเป็นเงินไทยแล้ว แพงมาก เพราะเงินลาว นับทีละ 1,000 กีบเป็นหลัก คือ ขึ้นราคาอย่างน้อย ทุก ๆ 4 บาทไทย



แลกเงินไทยเป็นเงินลาวเสร็จสรรพ ข้าพเจ้าก็กลายเป็นมหาเศรษฐีไปทันที
ไม่เคยมีเงินล้าน ก็ได้มี คราวนี้ละวะ

อ้อ...เรื่องการใช้เงินที่นี่
เงินไทยเขาก็รับครับ แต่ไม่รับเหรียญ
ทางที่ดีที่สุด คือ ใช้เงินลาวไปเลย ในการจ่ายทุกครั้ง
ไม่ควรใช้เงินไทย หรือเงินดอลล่าร์
อัตราเงินลาว กับ ดอลล่าร์ ตัวเลขหน้าเป็นหลักเดียวกันเลยครับ
เข้าใจง่ายดี
คือ 1 ดอลล่าร์ = 10,000 กีบ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Rainy
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 3,157



« ตอบ #5 เมื่อ: มิถุนายน 23, 2007, 17:40:33 »


มาตามทัวร์ไปเที่ยวลาวด้วยคน  หุ หุ หน้าตาคนรวยในเมืองลาว เป็นอย่างนี้นี่เอง  umm
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Falco
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #6 เมื่อ: มิถุนายน 23, 2007, 18:53:25 »






ตามมาดู สงสัยนิดหนึ่งว่า เราพูดไทย ที่นั่น เค้าพูด ภาษาลาว เข้าใจกันได้ดี โดยไม่มีปัญหา ทางด้านภาษา และการสื่อสาร   แต่ เบื่อจังนะ ที่ไหนๆ กะนักท่องเที่ยว ต้องระวังโดนหลอก ตลอด  ?? 

ถ้ามีโอกาสไป ใครมาชวน คุย จะรีบบอกเลย "  ไม่ไป จะรอขึ้น รถเมล์ "
   
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
คาเมสุมิฉาจารา
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 868



« ตอบ #7 เมื่อ: มิถุนายน 23, 2007, 20:21:02 »


แลกเงินเสร็จสรรพ ก็ชวนกันมากินข้าว แถว ๆ นั้น
ร้านอาหาร อยู่เยื้อง ๆ กับตลาดเช้า
ฝั่งตรงข้าม เป็นวิทยาลัยการแพทย์ลาว อะไรสักอย่าง
คงคล้าย ๆ กับ มหิดล เมืองไทย ละมัง

ผมขอเลี้ยงข้าวเป็นการตอบแทนน้ำใจ
คุณนุชก็ไม่ยอม ขอแชร์ กันดีกว่า
ผมเลยขอเลี้ยงเบียร์ลาว สองขวด (ของชอบตัวเองอยู่แล้ว)



อาหารมื้อแรกในลาว หิวข้าวแทบตาย แต่ร้านนี้ (คุณนุชบอกว่า เป็นร้านเกรดดี มีระดับ ที่ข้าราชการลาว ชอบ"โดดร่ม"ออกมานั่งสังสรรค์กันเป็นประจำ) กลับไม่มีข้าวขาย อาหารในร้านที่เวียงจันทน์ ส่วนใหญ่ จะมีแต่พวก ปิ้ง ย่าง ดูในเมนู มีย่างเป็ด ย่างลิ้นวัว หัวใจ ตับ ที่เราไม่ค่อยชอบกิน ต้องขอร้องให้คนในร้าน เดินไปซื้อข้าวเหนียวที่ตลาดมาให้ กินไปพอประทังหิว ไม่อร่อยเลย



นี่แหละครับ คุณนุช คนไทยใจดีในเวียงจันทน์ ใครไปเวียงจันทน์ เห็นคนหน้าตาแบบนี้ รีบวิ่งเข้าไปขอความช่วยเหลือได้เลย 555 คุณนุชคือคนซ้ายมือ ส่วนคนขวา ถามไปถามมา ปรากฏว่าเป็นลูกสาว อ้าว ไอ้เราก็นึกว่าเพื่อน หรือ น้องสาว ดูไม่ออกเลยว่าคนไหนเป็นแม่ เป็นลูก เอิ๊ก ๆ ๆ



วิทยาลัยการแพทย์ลาว ฝั่งตรงข้ามร้านอาหาร เห็นนิสิตแพทย์(สาว)ลาว ใส่เสื้อขาว นุ่งผ้าซิ่น เป็นยูนิฟอร์ม น่ารักมาก เสียดายที่ดันมือใหม่หัดถ่าย ถ่ายออกมาภาพสั่น เบลอ อดเอารูปแม่หญิงลาวนุ่งซิ่นมาอวด



โปสเตอร์ติดฝาผนังร้านอาหาร มือซน ถ่ายมาให้ดูเล่น ๆ ว่า หนุ่มสาวลาวรุ่นใหม่ บ่แม่น กรามโต ๆ จมูกแบน ๆ อย่างที่เราเข้าใจเด้อ แฟชั่นวัฒนธรรมป๊อปจ๋าแบบเมืองไทยเลย นี่เป็นโปสเตอร์โฆษณาเครือข่ายมือถือ
ในลาว ไปไหนมาไหน จะเห็นป้าย/โปสเตอร์ โฆษณาหลัก ๆ อยู่ 3 อย่าง คือ
- โฆษณาโทรศัพท์มือถือ
- โฆษณาเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ/การ์ดเติมเงิน
- โฆษณาเครือข่ายอินเทอร์เน็ต/การ์ด ชม.อินเทอร์เน็ต

ทานข้าวเสร็จสรรพ ก็ได้เวลาจะต้องล่ำลากัน
ผมต้องรีบไปขึ้นรถบัสประจำทาง สาย 032 (ปลายทาง ไปไหนก็ไม่รู้)
เพื่อไปลงที่ ตลาดสีไค เพื่อจะต่อรถสองแถว ไปยัง วังเวียง อีกทอดนึง




รถบัสประจำทาง ที่ผมนั่งไปลงตลาดสีไค นอกเมืองเวียงจันทน์ ราคาค่าโดยสาร 3,000 กีบ (ตีเป็นเงินไทย 12 บาท)
รูปลักษณ์รถประจำทางระหว่างเมืองในลาว จะเหมือนกันหมด
คือ เก่า โกโรโกโส เบาะขาดวิ่น
แต่ขอโทษ เห็นภายนอก อีแก่อย่างนี้
แต่เครื่องแรง ทรหด ทนทาน ชะมัด เพราะส่วนใหญ่จะต้องขับขึ้น ๆ ลง ๆ ภูเขาสูง



รถสองแถวเล็ก (เล็กจริง ๆ) ที่ผมต้องนั่งต่อไปยัง วังเวียง
ราคาค่าโดยสาร 30,000 กีบ (120 บาท)
บอกไม่ถูกเหมือนกันว่า ถูก หรือ แพง เพราะอะไร ๆ ในลาว บางอย่างก็แพงเวอร์อยู่เหมือนกัน
และเท่าที่สอบถามคนขับ จากสีไค ไป วังเวียง
ระยะทางประมาณ 150 กิโลเมตร แต่ต้องใช้เวลาวิ่งเกือบ 4 ชม. เพราะต้องวิ่งโค้งไปโค้งมาบนภูเขาตลอด

สังเกตดูด้านท้ายรถสิครับ ยกกระบะขึ้นมาปิดไว้ (ทำไมก็ไม่รู้)
ขึ้นลงลำบากมาก ต้องลอดเข้าไปเหมือนมุดเข้ารูอะไรสักอย่าง
หลังคาก็ต่ำ ผมลอดตัวเข้าไปนั่ง หัวเกือบชนหลังคารถเลย

รถสองแถวเคลื่อนที่ออกจากท่า เมื่อเวลา บ่ายสี่โมงเศษ
ตามเวลาที่บอกไว้ น่าจะถึง วังเวียง ราว ๆ สองทุ่ม
แต่จะล่าช้า ไปกว่านั้น หรือเปล่า ต้องมาคอยติดตามตอนต่อไป
เพราะตั้งแต่ เหยียบเท้าเข้ามาในลาว
ฝนตกปรอย ๆ ไม่เคยหยุดเลย
น่าสนุกดีไหมละครับ นั่งสองแถวไม่มีอะไรปิด
ลมโกรกแรง เม็ดฝนกระเซ็นเข้ามาในรถ ตลอดเวลา 4 ชม. เต็ม ๆ


ล า แ ล้ ว เ วี ย ง จั น ท น์

วันนี้ เอาแค่นี้ก่อนครับ เหนื่อยแระ
เด๋ว พรุ่งนี้ จะมาเล่าถึงตอน เข้าสู่ วังเวียง กุ้ยหลินแห่งลาว ให้อ่านกันครับ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
หนุ่มน๊อยหมวกแดง
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 586


RedHat.. KitMan


เว็บไซต์
« ตอบ #8 เมื่อ: มิถุนายน 23, 2007, 21:48:37 »


   มาจองที่นั่งแถวหน้าฮะ จะรอตอนต่อไป ขอรูปด๊วยๆๆๆอยากเห้น สาวๆฮะ  smile
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า


>Too bad all the people who know how to run the country are busy driving taxicabs and cutting hair.
คาเมสุมิฉาจารา
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 868



« ตอบ #9 เมื่อ: มิถุนายน 23, 2007, 22:25:37 »


  มาจองที่นั่งแถวหน้าฮะ จะรอตอนต่อไป ขอรูปด๊วยๆๆๆอยากเห้น สาวๆฮะ  smile

ว้า หนุ่มน้อยลูกหินแดง ไม่สั่งจองล่วงหน้า ว่าอยากได้ภาพสาว ๆ

ต้องไปค้นดูในกล้องก่อน ว่าได้ถ่ายไว้หรือเปล่า

เพราะส่วนใหญ่ ผมเป็นคนมือซน ตาซน ชอบถ่ายของแปลก ๆ ที่คนอื่นเขาไม่ถ่ายกัน ซะเป็นส่วนใหญ่

(แต่ยอมรับอย่างหนึ่งเลยว่า สาวลาว สวยเจง ๆ สวยจนมองตาค้าง ลืมถ่ายไปเลย ก็เยอะ อิ อิ)
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
see - u
Full Member
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 129


See - u Never Die .....


« ตอบ #10 เมื่อ: มิถุนายน 23, 2007, 22:27:18 »


*  มาเบิ่ง .....

    โห ...  ตะลอนทัวร์  เลยนะเนี่ยยยย  พี่

    แต่ก็ดีเนาะเดินทางแบบนี้ได้เจอผู้คนมากมาย .. มันส์ดี

    ( มันส์แต่เหนื่อย ... แหง ๆ  )

    ดูรูป + ฟังเรื่องเล่าแล้วนึกถึงสมัยเอ๊าะๆ  ตอนยังเรียนหนังสืออยู่
 
    เคยตะลอนแบบนี้แหละ แต่  เป็นในเมืองไทยไปกะเพื่อน

    พี่คาเมะ .. ไปเที่ยวลาวมาแร่วว... ต้องเอาภาษาลาวมาฝากด้วย

    ไหน ๆ บอกมาเลยว่า ..  " โสด 24  ชม. "  ภาษาลาวเค๊าว่าหยัง   fun

    ว่าแต่ ....  ทำไมรูปที่เพิ่งจะตื่นนอนถึงได้ดู เอ๋อ ๆ แบบนั้นง่ะ

    ส่วนรูปที่เซ็นอะไรก็ไม่รู้ ......  พุง  กล๊ม กลม   fun fun

    จะตามอ่าน .................................. ไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะถึง  " เวียดนาม " เนาะ   ยะฮู้ !!!
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
น้าดี้
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 4,011



« ตอบ #11 เมื่อ: มิถุนายน 23, 2007, 22:29:12 »



มานั่งแถวหน้าต่อจากคุณหนุ่มน้อยหมวกแดง
เพื่อเก็บข้อมูล... ตอนนี้จำได้แม่นว่า
มาเวียงจันทน์  ต้องขึ้นรถเมล์
 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

>>>ทุกยามเช้ามีแสงสว่าง<<<
เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,207



« ตอบ #12 เมื่อ: มิถุนายน 23, 2007, 22:32:59 »



มารายงานตัวขอเก็บข้อมูล
จะได้ชวนเพื่อนไปเที่ยวบ้าง
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
คาเมสุมิฉาจารา
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 868



« ตอบ #13 เมื่อ: มิถุนายน 23, 2007, 22:48:43 »


ตอบหนูเอ้...

โสด 24 ชั่วโมง ภาษาลาว ก็น่าจะพูดว่า โสด 24 ชั่วโมง เหมือนกันละนะ (เดาเอา)

เติม "เจ๊า" ลงไปหน่อยละกัน "โสด 24 ชั่วโมง เจ๊า" ก็จะเป็นภาษาลาวทันที

เจ๊า เป็นคำลงท้าย แบบเดียวกับ ครับ หรือ ค่ะ บ้านเรา (ใช้คำเดียวกับภาษาเหนือเลย)

เมื่อก่อน เคยท่องแถวลาวใต้ เคยได้ยินคนลงท้ายประโยคว่า "โดยข้าน้อย"
ความหมายคล้าย ๆ กับ "ครับผม" หรือ "ขอรับ" อะไรทำนองนี้แหละ
แต่มาทางนี้ ไม่เห็นมีคนใช้ เห็นลงท้ายว่า "เจ๊า" กันทั้งชายหญิง

และ อ้อ...ภาษาลาว ไม่มีคำว่า ยี่สิบ มีแต่ ซาว คงเป็นว่า โสดซาวสี่ชั่วโมง กระมัง (ไม่แน่ใจเหมือนกันนะ)

อีกอย่างหนึ่ง จำนวนนับของลาว ไม่มีหลักหมื่น นะครับ
ถ้า 10,000 จะเรียกเป็น สิบพัน 90,000 ก็ เก้าสิบพัน (คนอีสานสมัยก่อน ก็เรียกอย่างนี้เหมือนกัน ไม่มีหลักหมื่น)
แต่ไม่ถึงกับ แบบฝรั่ง ที่ไม่มีหลักแสน ของลาวมีหลักแสน และล้าน ไม่มีแต่ หมื่น

ภาษาลาวคำอื่น ๆ จำไม่ค่อยได้เหมือนกัน เพราะมันใกล้เคียงกับ ภาษาอีสาน ที่จำได้ เพราะไปพูดแล้ว เขาฟังไม่รู้เรื่อง สองสามคำ เช่น
ข้าวโพด ลาวเรียก สาลี (ชื่อเพราะมาก) เราไปถามซื้อข้าวโพดต้ม เขาไม่รู้จัก คุยกันตั้งนาน กว่าจะรู้ว่า ที่นี่ เรียก สาลี
ขวด เรียก แก้ว
ส่วน แก้ว เรียก จอก

มีอีกหลายคำ เหมือนกัน แต่นึกไม่ออก ตอนนี้
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
น้าดี้
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 4,011



« ตอบ #14 เมื่อ: มิถุนายน 23, 2007, 23:01:40 »



มีเพื่อนรักเป็นคนลาว  เมื่อเขาต้องการบอกว่าแดดร้อนมาก ๆ
เขาจะพูดว่า "แด๊ด.. แดด"

... เป็นคำจำกัดความที่ชัดเจนดีจริง ๆ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

>>>ทุกยามเช้ามีแสงสว่าง<<<
คาเมสุมิฉาจารา
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 868



« ตอบ #15 เมื่อ: มิถุนายน 24, 2007, 11:57:46 »


ก่อนจะโม้อะไรต่อไป เอาแผนที่ "ลาวเทิง" ที่ผมจะตะลอนทัวร์ มาให้ดูก่อน
เผื่อจะนึกภาพตามได้



จุดหมายแรกที่ผมจะไป ก็คือ "วังเวียง" อยู่ห่างจากเวียงจันทน์ 150 กม. นี่แหละครับ


รถสองแถวเล็ก วิ่งไปตามทางหลวงสาย 13
ท่ามกลางเม็ดฝน ที่หนักบ้าง เบาบ้าง ไปตลอดทาง
บนรถมีเพียงผมที่เป็นชาวต่างประเทศ
นอกนั้นเป็น ซาวลาว หมด
รถจอดเป็นระยะ ๆ ตามความต้องการของผู้โดยสาร ซึ่งเดี๋ยวก็อยากซื้อ "ข้าวจี่"
หรือขนมปังบาร์เก็ตดุ้นยาว ๆ นั่นแหละครับ ซื้อน้ำ ซื้อผลไม้ ของกินจุกจิก ไปกินตามทาง
แต่ผมไม่ได้รู้สึกรำคาญอะไร เขาลง เราก็ลงไปเดินเล่นด้วย ซื้อมั่งไม่ซื้อมั่ง
ที่น่ารักคือ ของที่ทุกคนซื้อแล้ว ก็เอามาแบ่งกันกินบนรถนะแหละ

คนลาว ไม่หวงแจก และที่สำคัญคือ ไม่อายรับ (555)
ไม่เหมือนคนไทย ที่เวลาเรายื่นของที่กำลังกินอยู่ไปให้คนแปลกหน้า (ตามมารยาท)
อีกฝ่ายก็มักจะบอก ขอบคุณครับ ไม่เป็นไรครับ เชิญตามสบาย (ตามมารยาทเหมือนกัน)

แต่มารยาทที่ดีของคนลาวคือ ให้ปุ๊บ รับปั๊บ แถมส่งต่อไปให้คนอื่น ๆ ด้วย 555
อย่างผม ยื่นซองปลาหมึกทาโร่ ที่กำลังกินไปให้ ปรากฏว่า เขาหยิบกิน
แล้วส่งต่อไปให้เพื่อนทั้งคันรถเลยครับ ก็แปลก ๆ น่ารักดี
และคนลาว ก็เป็นคนโอภาปราศัยดี ขึ้นรถมาคุยกันสนิทสนมกันทั้งคันรถ
ซึ่งผมมารู้ทีหลังว่า ไม่มีใครรู้จักกันเลย
แต่คุยกันเหมือนเป็นเพือนกันมานาน ทั้งเรืองบ้าน เรื่องครอบครัวตัวเอง

เขาเม้าส์กันเรื่อง น้องอเล็กซานดร้า ซุปเปอร์สตาร์ลาว ที่มาเล่นละครไทยเราด้วย
ผมฟังแล้วตลก ที่เขานินทากันทั้งคันรถว่า ในละครช่อง 7 อเล็กซานดร้า
พูดดัด(จริต)เสียงจนน่ารำคาญ คนลาวไม่เคยพูดอย่างนี้
ผมเลยบอกว่า ที่เมืองไทย วัยรุ่นไทยก็เป็น ชอบทำเสียงแมว ตะแง่ว ๆ
สงสัยน้องอเล็กซานดร้า จะเลียนแบบวัยรุ่นไทยมานี่แหละ
เขาหัวเราะกันทั้งรถ บอก เออ ใช่ ๆ ๆ ๆ เสียงเหมือนแมวปวดท้องขี้

รถวิ่งฝ่าความมืด และความหนาวเย็น ผ่าน โพนโฮง หินโหบ จนมาถึง วังเวียง เมื่อเวลาเกือบสามทุ่ม
เหลือแต่ผมที่ลงจากรถที่ท่ารถวังเวียง เพราะผู้โดยสารก่อนหน้านั้น จะลงไปก่อนตามหมู่บ้านต่าง ๆ ก่อนเข้าวังเวียง

ลงมาก็ยืนเคว้งเลยครับ เพราะท่ารถตอนนั้น มืด เงียบ ไม่มีคนสักคน
ผมยังนึกสงสัยอยู่เลยว่า มาถูกหรือเปล่าเนี่ย คนละวังเวียงหรือเปล่า
วังเวียง เป็นเมืองนักท่องเที่ยว ทำไมมันเงียบ ไม่มีคนสักคนยังงี้

แต่ก็โชคดี ผ่านไปสัก 2-3 นาที ก็มีรถสามล้อเครื่องคันหนึ่งผ่านมา
ถามผมว่า จะไปพักที่ไหน มีที่พักหรือยัง
ผมเช็คข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตมาก่อนแล้ว มีลิสต์รายชื่อที่พักอยู่ 2-3แห่ง
ก็เลยบอกเขาไปว่า ไป วังเวียงออร์คิด
เขาคิดค่าโดยสาร 10,000 กีบ ผมก็ไม่รู้ว่าถูกหรือแพงหรอก
แต่ก็ไม่ได้ต่อรองอิดเอื้อนอะไร เพราะเหนื่อยมาก เดินทางติดต่อกันมาเกิน 24 ชม.แล้ว น้ำท่าไม่ได้อาบ อยากถึงที่พัก อาบน้ำอุ่น ๆ ล้มตัวลงนอน ซะที

พอรถเข้ามาส่งถึงที่พัก
ก็รู้ว่า ความจริงจากทางหลวงแผ่นดินเข้าไปสู่ใจกลางชุมชนวังเวียง
ถือว่าไกลพอสมควร น่าจะไม่ต่ำกว่า 1 - 2 กิโลเมตร เดินไม่ได้แน่

ราคาที่พักที่ วังเวียงออร์คิด ค่อนข้างแพง เมื่อเทียบกับที่อื่น
(แต่ก็ถือว่า "ถูกมาก" ถ้าเทียบกับที่พักในเมืองไทย)
ห้องแอร์ มีน้ำอุ่น คืนละ 120,000 กีบ (12 ดอลลาร์) คิดเป็นเงินไทยก็ตกราว 480 บาท
แต่ตอนที่ผมไป เป็นช่วงโลว์ซีซั่น ผมเลยขอต่อ เหลือ 100,000 กีบ ซึ่งเขาก็โอเค

พูดถึงที่พักในเมืองลาว มีข้อแย่เหมือน ๆ กันอยู่อย่างหนึ่ง คือ เรื่องความสะอาด
ผ้าปูเตียง ปลอกหมอน ผ้าห่ม จะเก่ามาก จนสาก ขึ้นขุย ก็ยังใช้กันอยู่
และอีกอย่าง แม้เมืองลาวการท่องเที่ยวเริ่มบูม
แต่ความคิดเรื่อง "การให้บริการ" ยังไม่มีแบบของไทยเลยครับ
ไม่มีจริง ๆ คือ พนักงานซึ่งก็คือญาติพี่น้องที่มาช่วยกัน ก็ยัง พูดน้อย กลัวนักท่องเที่ยว ถามคำตอบคำ เหมือนชาวบ้านทั่วไป
อย่าว่าแต่พนักงานเลย ตัวเจ้าของเอง ก็ยังบ้าน ๆ ไม่ค่อยรู้วิธีพูดเอาใจ-ดูแลลูกค้า
ไม่เฉพาะแต่เกสต์เฮ้าส์เล็ก ๆ นะครับ โรงแรมระดับ 4 ดาว 5 ดาว ก็เหมือนกันหมด

เกสต์เฮาส์ วังเวียง ออร์คิด ที่เข้าพักคืนแรก
ผมเสิร์ชในอินเทอร์เน็ต ฝรั่ง(และคนไทย)ให้ความเห็นตรงกันว่า น่าพัก
ผมเห็นตอนแรกก็ไม่รู้สึกว่าจะดีเด่อะไร แถมยังเป็นตึกทึบ แบ่งเป็นห้องๆ เหมือนโรงแรมทั่วไป จะมีดีตรงไหน
แต่พอเข้าไปพักแล้ว ถึงได้รู้ว่า ที่นี่ "มีดี" ตรงที่ค่อนข้างสะอาดครับ ฝรั่งน่าจะชอบตรงนี้
และที่สำคัญ เขาว่า ตรงนี้แหละ ที่วิวด้านหลังติดกับ "น้ำซอง" ที่วิวสวยที่สุด เป็นที่สายน้ำสองเส้นมาบรรจบกันพอดีด้วย



ด้านหลังเกสต์เฮาส์ เห็นภูเขาหินปูนและน้ำซอง ดูรูปต่อไปสิครับ ว่าสวยขนาดไหน ตื่นมาตอนเช้า สวยมาก



สะพานไม้ ข้ามไปยังเกาะกลางแม่น้ำ ที่ตรงนั้น มีบังกะโลสไตล์ กระท่อม มุงจาก ให้พักด้วย ฝรั่งชอบกันมาก แต่ผมไม่มีความอยากผจญภัยในตอนนอนขนาดนั้น ยังไงก็ยังอยากนอนเตียงนุ่ม ๆ หนา ๆ อยู่


วิวด้านหลังที่พัก น้ำสองสายมาบรรจบกันพอดี
ร่องน้ำด้านใกล้ ไม่ลึกนะครับ เขาว่าลึกแค่เอว เป็นที่จัดทัวร์ นั่งห่วงยางล่องน้ำซอง
ถ้าใครไปเที่ยว อย่าลืมโปรแกรมนี้นะครับ สนุกดี เหมือนได้กลับไปเป็นเด็ก นั่งห่วงยาง ลอยไปตามน้ำ
ส่วนหนูเอ้ อาจไม่ต้องใช้ห่วงยางก็ได้ เพราะมีอยู่แล้ว 555


ดาวน์ทาวน์วังเวียง ยังเช้าอยู่ดูเงียบ ๆ แต่พอสายหน่อยฝรั่งเพียบ เหมือนเกาะพีพี หรือเสม็ดเลย




อาทิตย์ลับเหลี่ยมเขา มุมเดียวกับตอนเช้า


ถ่ายภาพไว้เป็นที่ระลึก ว่ากำลังจะออกไป ตะลุยวังเวียง แล้วววววววว
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
คาเมสุมิฉาจารา
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 868



« ตอบ #16 เมื่อ: มิถุนายน 24, 2007, 22:05:11 »


ตอนเช้า ที่วังเวียง
หลังจากทานอาหารเช้า เสร็จสรรพ
ผมก็ไปเช่ามอเตอร์ไซค์ ขับเที่ยว
ค่าเช่าทั้งวัน 30,000 กีบ (120 บาท) น้ำมันเติมเอง
ผมกะไม่ถูกเหมือนกันว่า ต้องเติมเท่าไหร่ดี ไปถามที่ปั๊ม
เด็กปั๊มบอก เติม สัก 20,000 กีบ ก็เที่ยวได้ทั่วแล้ว
ผมเลยตัดสินใจ เติม 10,000 กีบ พอ ฮ่า ฮ่า ฮ่า

ที่เที่ยว รอบ ๆ วังเวียง
ส่วนใหญ่ ก็เป็น ถ้ำ อยู่ไกลบ้าง ใกล้บ้าง แล้วแต่เราจะไป
ร้านเช่ามอเตอร์ไซค์ จะแจกแผนที่ซีร็อก มาให้ดู ซึ่งดูเท่าไหร่ก็ไม่รู้เรื่องหรอก อิ อิ
ขับไป แล้วไปถาม ชาวบ้านเอง เข้าท่ากว่า ว่าควรไปเที่ยวทางไหนดี



ถ่ายแถวท่ารถ ที่เห็นเป็นลานกว้าง ๆ มีรถจอดอยู่นั้น
เมื่อก่อน เขาว่า เป็นลานบิน ให้เครื่องบินลง แต่เลิกใช้ไปนานแล้ว


ยืนเต๊ะท่า ถ่ายรูป ตรงสะพานข้ามแม่น้ำซอง ทางไปเที่ยวถ้ำ (ถ้ำอะไรก็จำชื่อไม่ได้แล้ว)
ที่ถ่ายตรงนี้ เพราะเห็นเอาลูกระเบิดมาทำหัวสะพาน
ประเทศลาวเป็นประเทศแห่งสงครามจริง ๆ เห็นเอาระเบิด กระสุน อะไรมาประดับอยู่เกือบทุกที่



เส้นทาง เต็มไปด้วยความยากลำบาก ต้องขึ้นเขา ลงห้วย ขับรถฝ่าสายน้ำอันเชี่ยวกราก


 
กำลัง ขับฝ่าสายน้ำอยู่ ไอ้เด็กลาว ที่นั่งเล่นอยู่บนกระท่อม ริมห้วย
ดันตะโกนถาม "ลุง ๆ ลุงขับรถลงน้ำเฮ็ดหยัง เป็นบ้าบ่ สะพานเขาก็มีให้ข้าม"

แหม ไอ้เด็กเวรนี่ กรูอุตส่าห์ แกล้งทำมองไม่เห็น จะเอารูปมาอวดคนสักหน่อย
ว่าไปผจญภัย ลุยน้ำ ลุยโคลนมา ดันมาทัก เสียเรื่องหมด เอิ๊ก ๆ



รูปนี้เอามาฝากหนุ่มน้อยลูกหินโดยเฉพาะครับ
เห็นเรียกร้องอยากดูรูปสาว ๆ เลยถ่ายสาวในชุดบิกินี่วาบหวิว มาให้ดูซะเรยยยย
เจ๋งมะ เจ๋งมะ...
ฮี่ ๆ ๆ เป็นบริเวณหน้าถ้ำครับ มีธารน้ำเล็ก ๆ น้ำเป็นสีเขียวมรกต สวยมาก
และมีนางกลางไพร กะลัง ลงเล่นสรงสนาน กลางป่าลึก
พอผมกดชัตเตอร์รูปแรกปั๊บ
ก็ได้ยินเสียง คนอยากกินฟักแฟงแตงโม จากบุคคลในรูปที่สอง ทันที
ครือว่า...เจน สองนางนี้ มี ทาร์ซาน มาคุมด้วยอะคับ
เกือบเอาศพมาทิ้งไว้กลางป่า แล้วไหมละ ตรู

สรุปแล้ว ถ้ำเถิ้ม ผมไม่ได้ขึ้นหรอกครับ
อุตส่าห์ขับมอเตอร์ไซค์มาตั้งไกล แล้วก็ต้องขับกลับเฉย ๆ
ไม่ได้กลัว ฝรั่งจะกระทืบ อะไรหรอก
ครือ...พอไปถามคนเฝ้าถ้ำ ว่าถ้ำต้องเข้าไปไกลเท่าไหร่
เขาบอก 100 เมตร ผมถาม 100 เมตร แนวนอน หรือ แนวตั้ง
เขาบอก "แนวตั้ง" อ๋อย...ถ้าให้ปีนขึ้นความสูงตั้ง 100 เมตร
ยอมไปเป็นพวกเหลี่ยมจะง่ายกว่า


กลับมา "นั่งกิน นอนกิน" ในวังเวียง ดีกว่า
ร้านนี้ กวนดี มีหมอน ไว้ให้หนุนนอน ดูทีวี ด้วย
เห็นฝรั่ง เอนหลัง "นอนกิน" อยู่เต็มไปหมด
เลยลองเข้าไป นั่ง เอ๊ย นอน กับเขาดู
อยู่ได้สักพัก ก็เช็คบิล ออกมา รู้สึกแปลก ๆ ตลกดี
ที่ต้องมานอนดูซีรี่ส์ friends ในดินแดนที่น่าจะไปดูอะไรที่มัน local มากกว่า





เดี๋ยวตอนหน้า จะพาไปชม "ตลาด" แท้ ๆ ของวังเวียง
ดูวิถีชีวิตชาววังเวียง ในส่วนที่ไม่มี "ฝรั่ง" และ "การท่องเที่ยว" มาเกี่ยวข้องครับ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,207



« ตอบ #17 เมื่อ: มิถุนายน 24, 2007, 22:20:52 »



ตามเกาะข้อมูลการเดินทาง
วิวสวยมากๆ
บ้านเมืองก็น่าสนใจ
แต่ป้ามาชะงักตรงเช่ามอ'ไซด์ ขี่
เพราะป้าขี่ไม่เป็น
ทางโน้นพอจะมีสกายแล็บให้เหมาพาเที่ยวชมเมืองบ้างไหม
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
คาเมสุมิฉาจารา
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 868



« ตอบ #18 เมื่อ: มิถุนายน 24, 2007, 23:00:14 »


สกายแล็ป-สามล้อเครื่อง หรือ ที่บ้านเขาเรียกว่า "จัมโบ้"
มีเยอะแยะ ยั้วเยี้ย เลยครับ

แต่ถ้าให้พาไปเที่ยวถ้ำ ไม่รู้จะไปได้หรือเปล่า
เพราะทางค่อนข้างไกล 5 - 10 กิโล เป็นอย่างน้อย
และทาง ขรุขระ ทุรกันดาร พอสมควร
(ไปคงไปได้หรอก แต่ป้าเสลา จะหัวสั่นหัวคลอน ไปก่อน)

ผมเห็น ฝรั่ง ตลกมาก
แบบ คิดว่า ข้าละ พวกชอบเดิน
เห็นเดินกลับมา จากทางไปเที่ยวถ้ำ ยังกะหมาหอบแดดเลย เพราะมันไกลมาก อากาศร้อนด้วย

**จักรยาน ก็มีให้เช่านะครับ ถ้าขี่มอไซค์ไม่เป็น (หนักกว่าเดิมอีก) อิ อิ

และอีกอย่าง ในวังเวียง บรรยากาศ ริมน้ำ ในตัวเมือง
ก็น่าชม ดื่มด่ำ นั่งชม แม่น้ำ ภูเขา แถวนั้น ก็โอเค นะครับ
ผมออกไป ผจญภัย นอกตัวเมืองเฉย ๆ หรอก ไม่ได้สวยเท่า ในวังเวียงเลย ไกล และ เหนื่อย
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
คาเมสุมิฉาจารา
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 868



« ตอบ #19 เมื่อ: มิถุนายน 25, 2007, 14:36:18 »


กลับจากเที่ยวถ้ำ อันแสนไกล เหนื่อย และ ร้อน
(ขณะพิมพ์กระทู้อยู่นี่ แขนผมที่โดนแดดจนแสบร้อนในตอนนั้น ได้เกิดอาการ "ลอก" เป็นขุย ๆ น่าเกลียดมาก)
ผมกลับมา อาบน้ำ นอนพัก สักครู่ พอแดดร่มลมตก ก็อยากออกไปเที่ยวอีก

ที่เยื้อง ๆ กับที่พักผม เป็นที่ตั้งตลาดเก่า ตอนนี้ร้าง เหลือแต่สภาพโรงเรือน มุงหลังคา ขนาดใหญ่ ให้เห็น
เป็นที่รถสามล้อเครื่อง เข้าไปจอดพัก

ผมถามคนแถวนั้น ว่าตลาดวังเวียง ตอนนี้ ไปอยู่ที่ไหน
เขาคงนึกว่า ผมหมายถึง ตลาดขายของที่ระลึก เสื้อผ้า ให้นักท่องเที่ยว
ก็เลยบอกทาง ไปถึง จึงรู้ว่า คนบอกเขาเข้าใจความหมายผมผิด
ผมไม่ได้อยากมาดู ตลาด(หลอก)ขายของนักท่องเที่ยว ซึ่งไปเมืองไหนก็ต้องมี
ผมอยากดูวิถีชีวิต ของชุมชน "คน" จริง ๆ
ด้วยความที่คิดขึ้นมาในใจว่า ชุมชนที่ถูกการท่องเที่ยว "ครอบครอง"
คนที่เป็น คนพื้นถิ่น จริง ๆ - คนที่ไม่ได้มีชีวิต "ประกอบอาชีพเกี่ยวข้องกับนักท่องเที่ยว"
เขามีชีวิตอยู่กันยังไง ยังมีที่อยู่ที่ยืนให้เขาหรือเปล่า หรือต้องถูกระบบทุนนิยม ผลักให้ออกไปอยู่ "ชายขอบ" กันหมด


ซึ่งก็มีส่วนจริง ตามที่ผมคิด
เพราะเมื่อผมสอบถามอีกครั้งว่า "ตลาด" จริง ๆ ของคนวังเวียง ที่เขาไปจับจ่ายซื้อสินค้าประจำวัน มันอยู่ตรงไหน
ก็ได้รับคำตอบว่า ไปสร้างใหม่อยู่นอกเมือง ไกลออกไปประมาณ 3 กิโล

ผมคิดเอาเองว่า คงเพราะไม่อยากให้อยู่ "รกหูรกตา" การท่องเที่ยว กระมัง
ถึงไล่ออกไปไกล ขนาดนั้น

เดี๋ยวจะพาไปดู ภาพชีวิตจริง ๆ ของชาววังเวียง กันครับ




ระหว่างทางไปตลาด ภาพเด็กน้อยชาวม้ง คอนกระบุง เดินไปตามทาง เป็นภาพที่เห็นชินตา
คนม้ง ไม่ค่อยขับรถ(มอไซค์) ไปไหนมาไหน เห็นแต่เดิน ไม่รู้ว่าเพราะยากจน หรือ เพราะ ชอบเดิน กันแน่



ภาพตลาดด้านหน้า แผงขายเครื่องใช้ไฟฟ้า และโทรศัพท์มือถือ เกลื่อนกลาด ดูไม่ค่อยน่า "เร้าใจ" เลย


แต่พอเดินทะลุไปด้านหลัง โอ้..อเมซิ่ง นี่แหละ สิ่งที่อยากเห็น






ไอ้ที่สีเหลือง ๆ ในถาดนั่น ถ้าถ่ายเป็นวิดีโอมา
จะเห็นคลานกระดุ๊บกระดิ๊บ ยั้วเยี้ย เลื้อยไปเลื้อยมา น่าหยดหยอง
เป็นหนอง หรือ ด้วง อะไรสักอย่างนี่แหละครับ
ตัวเกือบเท่านิ้วโป้ง อึ๋ยยยยยยยย


และนี่ ด้านซ้ายนั่น คงเป็นค้างคาว
ส่วนเจ้าสองตัว ที่นอนยิงฟันแหงแก๋ รูปร่างคล้ายหนู แต่ไม่ใช่
ดูขนาดตัว เทียบกับ ขาคน สิครับ ว่ามันตัวใหญ่ ขนาดไหน


แม่ค้าสองคนนี้เขาตั้งโต๊ะขายอะไรกัน



พอเข้าไปดูใกล้ ๆ อ๋อ...โต๊ะ ขายหวย(บนดิน)นี่เอง
ที่ไทยไม่มีแล้ว แต่เมืองลาว ยังขายกันเป็นปกติ เห็นทุกที่ ทุกเมือง
จะบอกว่าคนลาวชอบเล่นการพนัน หรือการพนันเป็นสิ่งถูกกฎหมาย หรือเปล่า ก็ไม่รู้
เพราะ นอกจากหวยแล้ว ตามที่สาธารณะต่าง ๆ ไม่ว่าจะตลาด คิวสามล้อ หน้าบ้านคน
จะเป็นคนลาว ตั้งวง จั่วไพ่ กัน เหมือนเป็นการพักผ่อนฆ่าเวลา
ไม่รู้ว่าเล่นเอาตังค์กันหรือเปล่า แต่เห็นชินตามาก


อาหารเย็นวันนี้ของผม จึงค่อนข้าง หะรูหะรา น่ากิน
มีผักต้ม ผักพื้นเมือง แจ่วบอง รสชาติ แซ่บถึงใจ จากตลาดวังเวียง ร่วมโต๊ะ
และ แฮ่ม...จะต้องมี "เขยลาว" หรือ เบียร์ลาว ร่วมโต๊ะด้วยทุกครั้ง ถึงจะแซ่บยิ่งขึ้น
ไปทริปนี้ ไม่รู้ผม เสวยเบียร์ลาว ไปกี่ขวด กี่ลัง ไม่ได้นับ แต่จำได้ว่า เยอะมาก
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
หนุ่มน๊อยหมวกแดง
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 586


RedHat.. KitMan


เว็บไซต์
« ตอบ #20 เมื่อ: มิถุนายน 25, 2007, 19:17:45 »


สุดยอด เลยฮะ พี่คาเมะฯ
ลูกหิน ว่า เที่ยวแบบพี่คาเมะ..นี่ แหละ ที่คุ้มที่สุด
ไม่จำเป็นต้องคุ้มเงิน... แต่คุ้ม ทั้งอรรถรส ของการเดินทาง จริงๆ
ได้สัมผัส คนพื้นถิ่น อาหาร และ วัฒนธรรม ..อยากไปแบบนี้บ้างจัง


(นี่ยังม่ายได้พูดว่า..ถึงที่.นะฮะ..อิอิ)
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า


>Too bad all the people who know how to run the country are busy driving taxicabs and cutting hair.
Rainy
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 3,157



« ตอบ #21 เมื่อ: มิถุนายน 25, 2007, 20:03:48 »


ตามมาเที่ยวลาวอีกรอบ  อาหารลาวน่ากินจัง น้ำลายไหล 
คุณคาเมฯ เล่าเรื่องได้สนุกมาก ขำอ่ะ
umm
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
คาเมสุมิฉาจารา
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 868



« ตอบ #22 เมื่อ: มิถุนายน 25, 2007, 20:35:36 »


ผมพูดถึง "ความไม่มีมาตรฐานทางค่าเงิน" ของประเทศลาว ไปแล้ว
ว่า ข้าวของ เกือบทุกอย่าง ช่างดูแพงเวอร์ และ บางที ก็เหมือนราคาจะมั่ว ๆ
ข้าวของที่ราคาน่าจะแตกต่างกัน ก็เท่ากัน แบบ เอะอะอะไร ก็ ตั้งต้นที่ 10,000 กีบ (40 บาท) ไปเสียหมด
ซึ่งผมว่า การไม่มีมาตรการควบคุมราคาสินค้าที่ชัดเจน นี่แหละ
น่าจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ เกิดภาวะเงินเฟ้อ
ในขณะที่รายได้ประชากรค่อนข้างต่ำ แต่กลับต้องใช้จ่ายเงินในราคาสูง

บางทีก็นึกแปลกใจอยู่เหมือนกัน ว่าเขาอยู่กันได้ยังไง
ก๋วยเตี๋ยว ชามละ 30-40 บาท ขณะที่รายได้ เฉลี่ยต่อหัวแล้ว ไม่ถึง 2,000 บาท/เดือน ด้วยซ้ำ

แต่ยังมี ของอยู่ 2-3 อย่าง ที่ถูกกว่าประเทศไทย มากกกกกก
และผมก็บริโภคมันบ่อยเสียด้วย สบายไป
ไอ้ "ของถูก" 2-3 อย่าง ที่ว่า กลับเป็นของที่ไม่มีประโยชน์ต่อร่างกาย
เป็นของไม่ดี อบายมุข ของทำลายสุขภาพ ซะงั้น

อย่างแรก ก็คือ เบียร์ลาว (ที่เห็น คนไทยอ่านเป็น "เขยลาว" นะแหละ)
ราคาขายตามร้านขายของชำ 7,000 กีบ คิดเป็นเงินไทยก็แค่ ขวดละ 28 บาท
ตามร้านอาหาร อาจเพิ่มขึ้นมาเป็น 8,000 กีบ
ร้านที่แพงเวอร์หน่อย อาจจะคิดราคา 10,000 กีบ ซึ่งก็ยังถูกโคตร ๆ
ผมกินแต่ละที 3 ขวด เป็นอย่างน้อย เอิ๊ก ๆ ๆ กำลังนอนหลับสบาย มากกว่านี้ จะตาค้าง...

อย่างที่สอง บุหรี่ ครับ
บุหรี่ลาว มีหลากหลายยี่ห้อ ราคาซองละ 4,000 กีบ เท่านั้นเอง คิดเป็นเงินไทยก็แค่ 16 บาท
สูบให้ปอดฉีกไปเลย
ยิ่งผมไปอยู่ ซื้อเป็นคอตตอน ยิ่งถูกเข้าไปอีก
1คอตตอน/10 ซอง = 30,000 กีบ เท่ากับเหลือแค่ซองละ 12 บาท
อะไรมันจะถูกขนาดนี้

อย่างที่สาม คือ กาแฟ
อย่างที่บอก กาแฟลาว คุณภาพดีกว่าไทย ราคาก็ถูก
กาแฟร้อน แก้วละ 3,000-4,000 กีบ เท่านั้นเอง
แต่น่าเสียดาย ที่คนลาว ชงกาแฟ "เสียของ" ถ้าไม่สั่งระบุลงไป จะชงใส่นมข้น แบบหวานจ๋อย เหมือนพวกกาแฟโบราณรถเข็น
แต่ถ้าสั่ง เป็นสูตรฝรั่ง พวกคาปู เอสเพรสโซ รสชาติ เข้มข้น หอมกรุ่น ดีมาก
หรือไม่ก็ สั่งเป็นกาแฟดำ แล้วเรามาเติมน้ำตาล เติมครีมเอาเอง จะดีกว่า



"เขยลาว" ของโปรดผมที่เมืองลาว ถ่ายขวดนี้มาให้ดู เพราะเสิร์ฟมาพร้อม "สแน็ก" ที่ตลกมาก ๆ
คือ ถั่วลิสง กับ กล้วยน้ำว้า ก๊ากกกกก จะให้กินกล้วยน้ำว้า แกล้มเบียร์

ความไม่มีมาตรฐานทางราคา ของเมืองลาว ก็คือ เบียร์ขวด กับ เบียร์กระป๋อง
ดันขายราคาเท่ากัน ทั้งที่ ปริมาณ มันไม่เท่ากัน เฮ้อออออ..



และ ยังมีอีกอย่างหนึ่ง ที่ถือว่า "ราคาถูกมาก" ที่เป็นประโยชน์ต่อนักท่องเทียวโดยตรง
นั่นคือ ราคาค่าที่พักครับ
ค่าที่พักในลาว ถ้าระดับ ชั้นดี ห้องแอร์ จะตกราว ๆ 10-15 ดอลลาร์ (100,000-150,000 กีบ) เท่านั้นเอง
และ ระดับ รอง ๆ ลงมา ก็มีตั้งแต่ 50,000 กีบ ลงมาถึง 20,000 กีบ เลยด้วยซ้ำไป
ลองคำนวณออกมาเป็นเงินไทยดูซิครับ 20,000 กีบ มันก็แค่ 80 บาท เท่านั้นเอง
ห้องพักคืนละ 80 บาท!!!!! หาได้ที่ไหนในโลก

และ อ้อ...ถึงจะเป็นห้องเกรดต่ำ ผ้าปูเตียงเก่า พัดลม เสียงดัง ปานใด หรือต้องใช้ห้องน้ำรวม
แต่ส่วนใหญ่ ก็ต้องมีน้ำอุ่น ให้อาบ
เพราะขายฝรั่ง เป็นพื้น
ฝรั่งมันอาบน้ำเย็น ไม่เป็นมังฮะ อิ อิ

มาดู เกสต์เฮาส์ ที่ผมย้ายมาพักในคืนที่ 2 กันดีกว่า
ชื่อ "พูบาน" อยู่ติด ๆ กับ วังเวียง ออร์คิด ที่พักแรก นะแหละ
สภาพค่อนข้างเก่า เหมือนที่พักชายทะเล บางปู หรือ หัวหิน เมื่อ 40 ปี ก่อน อะไรประมาณนั้น
แต่ก็ โอเค ไม่ถึงกับ เก่าโทรม จนอยู่ไม่ได้
ที่สำคัญ ราคา แค่ 30,000 กีบ เอง คืนละ 120 บาท



ห้องผม อยู่ริมสุด ซ้ายมือ นั่นแหละครับ เป็นห้องพัดลม
แต่อากาศภายนอกเย็นสบาย มีฝนตกปรอย ๆ ไม่ต้องเปิดพัดลม ก็นอนหลับ สบายดี
 

พักอยู่ที่ "พูบาน" คืนเดียว
รุ่งเช้าก็เก็บของ เตรียมออกเดินทางต่อไปยัง "โพนสะหวัน" สวิตเซอร์แลนด์ลาว แล้วครับ

บ้ า ย บ า ย . . . วั ง เ วี ย ง
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,207



« ตอบ #23 เมื่อ: มิถุนายน 25, 2007, 20:49:49 »



ป้าก็ถือห่อผ้า หิ้วเชี่ยนหมาก
กระย่องกระแย่งแอบตามหลังคุณคาเมฯ
เดินทางต่อ
umm
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
คาเมสุมิฉาจารา
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 868



« ตอบ #24 เมื่อ: มิถุนายน 25, 2007, 20:54:25 »


ฮี่ ๆ ๆ

อย่าชมมากเลยครับ แควน ๆ
เดี๋ยวตัวลอย เขียนไม่หยุด ต่อกันไป 50-60 ตอน
(มีสิทธินะเนี่ย เขียนมาตั้งนาน ยังไม่ไปถึงไหนเลย)

จริง ๆ เนื้อหาการเที่ยว มันก็ไม่มีอะไรหรอก
ก็มีภูเขา แม่น้ำ ขึ้นรถ ลงเรือ ไปพื้น ๆ เหมือนการท่องเที่ยวทั่วไป
เพียงแต่ผม พยายาม "โม้" นู่นนี่ เข้าไป
ให้มันดูยิ่งใหญ่อลังการ์ เท่านั้นเอง

คนที่เคยไปเที่ยวแถวนี้มาแล้ว อาจกำลังนึกหมั่นไส้
แอบนินทา อีโธ๋...ตรูไปขี้ใส่ มาแล้วไม่รู้กี่ครั้ง ก็ได้
อิ อิ


อ้าว...มีป้าเสลา ตามติดไม่ยอมกลับ มาอีกคน เหรอเนี่ย
เส้นทางต่อไป คดเคี้ยว ทุรกันดาร สมบุกสมบัน มากเรยนะฮับ
ป้าจะไปไหวเร้ออออ
คิดดูดี ๆ นา
ถ้าไปไม่ไหว อนุญาต ให้นั่งรถสามล้อเครื่อง กลับเวียงจันทน์ ได้ตามสะดวก
 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2 3 4
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
    กระโดดไป:  



    SimplePortal 2.3.3 © 2008-2010, SimplePortal