ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
กันยายน 01, 2014, 20:36:08
94,395 กระทู้ ใน 7,722 หัวข้อ โดย 9,156 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: Natsaree
::Arunsawat ::อรุณสวัสดิ์ ::  |  สบาย สบายสไตล์อรุณสวัสดิ์ : บุคคลทั่วไปกรุณาสมัครสมาชิกก่อนโพสท์  |  ทัศนสุนทรีย์  |  รถตำรวจซุปเปอร์คาร์......ว้าว แต่ละคันวิ่งได้เร็วกว่า 250 กม./ชม. 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้ « หน้าที่แล้ว ต่อไป »
หน้า: [1]
ผู้เขียน หัวข้อ: รถตำรวจซุปเปอร์คาร์......ว้าว แต่ละคันวิ่งได้เร็วกว่า 250 กม./ชม.  (อ่าน 33930 ครั้ง)
กะทะ
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,185



« เมื่อ: พฤษภาคม 11, 2007, 01:08:50 »





















แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
กะทะ
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,185



« ตอบ #1 เมื่อ: พฤษภาคม 11, 2007, 01:09:05 »















แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
dekdee
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,255


« ตอบ #2 เมื่อ: พฤษภาคม 11, 2007, 08:18:10 »


 
เห็นแล้ว อยากเป็นตำรวจ ....
( ข้อแม้ว่า จะได้ขับรถแบบนี้ )
 fun  เพราะชีวิตจริงผมคงไม่มีโอกาส
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
sasithon
Full Member
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 221


คนไทยไม่เคยทิ้งกัน


« ตอบ #3 เมื่อ: พฤษภาคม 11, 2007, 08:30:21 »


  สวยดี แต่ทำไมจะมีวาสนา ได้แต่มอง มองแบบอิจฉา
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

ฝนกับบ้านเล็กๆ ในป่าใหญ๊ใหญ่
เด็กหอ5ห้อง4
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,644


อรุณสวัสดิ์ยามเช้า


« ตอบ #4 เมื่อ: พฤษภาคม 11, 2007, 09:29:42 »


เพิ่งรู้ว่า อเมริกา ใช้คอร์เวตต์เป็นรถตำรวจด้วย เคยเห็นแต่ คามาโร่

ถึงแม้ว่า ปกติ บนถนนอินเตอร์สเตท หรือ ทางหลวงระหว่างเมือง หรือที่เรียกกันง่ายๆ ว่า ไฮเวย์ จะมีกฎหมายกำหนดไว้ว่า ห้ามขับรถเกินที่กำหนด ซึ่งโดยมาก ก็มักจะอยู่ที่ระหว่าง 60 - 75 ไมล์/ชั่วโมง แต่ก็มักจะมีพวกที่ชอบความเร็ว ใช้เป็นที่ปลดปล่อยอารมณ์ เหยียบกันมิดเลย แล้วพวกนี้ใช้รถกันแรงๆ ทั้งนั้น ตำรวจคงจะไม่สามารถตามผู้ร้ายทัน เลยเป็นที่มาของการจัดหารถที่มีสมรรถนะสูงมาใช้งาน

ปกติก่อนจะมีการจัดซื้อรถมาประจำ จะต้องมีการเปรียบเทียบรถในแต่ละรุ่นที่เข้าข่าย ผมจะลองยกตัวอย่างให้ดูนะครับ

รูปของคุณกะทะ รถจากค่าย Audi รุ่น TT คร่าวๆ ว่า เป็นเครื่อง 4 สูบ แต่มีม้าอยู่ประมาณ 200 ตัว ทำความเร็วสูงสุดได้ ไม่ต่ำกว่า 200 กม./ชม.


Ford Crown Victoria รุ่นนี้ เห็นกันเยอะมาก เหมือนเป็นรถมาตรฐานสำหรับรถตำรวจ เครื่องยนต์ 4.6 ลิตรครับ หรือ 4,600 ซีซี ทำความเร็วสูงสุดได้ 216 กม./ชม.



Chevrolet Camaro เครื่อง 5.7 ลิตร ทำความเร็วสูงสุดได้ 254 กม./ชม.


ส่วน Chevrolet Corvette ที่เห็นในรูปล่างสุดของคุณกะทะ ก็แค่น้ำจิ้มเท่านั้นเองครับ เครื่อง V8 8 สูบ ขนาด 7.0 ลิตร มีม้าอยู่ 505 ตัว ทำความเร็วสูงสุดได้ไม่ต่ำกว่า 300 กม./ชม. สบายๆ


แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า


                                                             Stickwind Studio is coming back
กะทะ
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,185



« ตอบ #5 เมื่อ: พฤษภาคม 11, 2007, 11:25:47 »











อีโวลูชั่นรุ่นนี้เขาคุยว่าทำความเร็วได้ถึง  280  กม/ชม.เลยนะครับคุณเด็กหอฯ




แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
เด็กหอ5ห้อง4
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,644


อรุณสวัสดิ์ยามเช้า


« ตอบ #6 เมื่อ: พฤษภาคม 11, 2007, 11:52:40 »


ครับคุณกะทะ

อีโว ตามที่นักนิยมความเร็วในเมืองไทย เรียกกัน คนไทยชอบเล่นกันไม่น้อย

เครื่อง เทอร์โบ สี่สูบ 2000 ซีซี แต่ม้าเหลือเฟือครับ ประมาณ 280 ตัว ไม่น่าแปลกที่ทำความเร็วได้ขนาดนั้นครับ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า


                                                             Stickwind Studio is coming back
Rainy
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 3,157



« ตอบ #7 เมื่อ: พฤษภาคม 11, 2007, 13:43:11 »


นักแข่งรถตกงาน คงจะวิ่งไปสมัครเป็นตำรวจแน่ ๆ เพราะนอกจากจะได้ทำงานที่ชอบแล้ว ยังมีเกียรติอีกตังหาก
 
ตำรวจคนไหนจะขับรถในระดับความเร็วนี้ได้  คงจะต้องวิ่งไปซ้อมขับแรลลี่ในสนามแข่งเป็นแน่แท้  ไม่งั้นเกิดอันตราย ขืนขับวิ่งกวดผู้ร้าย แต่บังเอิญขับไม่เก่ง มีหวังตายก่อนผู้ร้ายแน่นอนชัวร์ป๊าบ :pray:
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,185



« ตอบ #8 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 03, 2008, 09:01:54 »


ป้าเสลาพยายามรวบรวมรถที่ตำรวจแต่ละชาติใช้
มาดูเล่นกันเพลินๆ

เริ่มที่รถตำรวจ อิตาเลี่ยน
พอเห็นต้องร้องว้าว!!!!!
เพราะมันคือยี่ห้อ Lamborghini Galrado



Italian State Police (Polizia di Stato)


รถ Lamborghini Galrado (ลัมโบร์กินี่ กัลญาโด )


ข้อมูลจาก www.thaicar.com
รถเก๋ง  LAMBORGHINI  GALLARDO  5.0 V.IO เป็นรถปี 2006
ราคา 19,500,000  บาท 
ขนาดเครื่องยนต์  5,000 cc
.
 
(ภาพจาก www.neowin.net)

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,185



« ตอบ #9 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 03, 2008, 09:29:41 »


ตำรวจออสเตรียนใช้รถ พอรช์ 911
สำหรับไล่ตรวจจับพวกฝ่าฝืนกฏจราจร



Austrian Police Get A Porsche 911



น้อยคนนักที่จะไม่รู้จักรถยนต์ยี่ห้อ PORSCHE
เพราะเป็นรถระดับซูเปอร์คาร์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
ทั้งด้านรูปลักษณ์ การดีไซน์และขุมพลัง
และรุ่นที่ได้รับความนิยมสูงสุดของ PORSCHE คงจะไม่พ้นรุ่น 911
ที่ได้สร้างชื่อเสียงในวงการรถยนต์มานานกว่า 41 ปี


PORSCHE 911  
  เครื่องยนต์ Boxer 6 สูบนอน
  ปริมาตรกระบอกสูบ 3.8 ลิตร
  กำลังสูงสุด 355 แรงม้า
  แรงบิดสูงสุด 40.8 กก.-ม. 
  ระบบขับเคลื่อน ล้อหลัง
  เกียร์ 6 สปีด
  ระบบเบรก (หน้า/หลัง) ดิสก์ 4 ล้อ
  ยาง หน้า  235/35 ZR19
         หลัง 295/30 ZR19

อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใช้เวลาเพียง 4 วินาทีเท่านั้นเอง
ระยะ 1/4 ไมล์ ใช้เวลา 12.4 วินาที ที่ความเร็ว 115.6 ไมล์/ชม. (185 กม./ชม.)
สำหรับความเร็วสูงสุดนั้นอยู่ที่ประมาณ 212 km/h

(ข้อมูลจาก www.grandprixgroup.com และ www.carvariety.com )
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,185



« ตอบ #10 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 03, 2008, 09:41:43 »


ตำรวจดูไบใช้รถ Volkswagen Golf GTI

Dubai Police Get The GTI




ข้อมูลจาก www.grandprixgroup.com ระบุว่า
Volkswagen Golf GTI เป็นรถรุ่นพิเศษของตระกูล Golf
ซึ่งถูกโมดิฟายให้มีสมรรถนะที่ไม่ธรรมดา
มีความแรงระดับ 200 แรงม้า
จากเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 16 วาล์ว
ขนาด 2.0 ลิตร T-FSI อัดอากาศด้วยเทอร์โบ
พร้อมอินเตอร์คูลเลอร์ สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 235 กม./ชม.
 
และใช้เวลาจาก 0-100 กม./ชม. เพียง 7.2 วินาที
ถ้าเป็นเกียร์ธรรมดา 6 สปีด
แต่ถ้าเป็นระบบเกียร์ DSG เวลาจะลดลงอีกเป็น 6.9 วินาที

ซึ่งสมรรถนะความแรงระดับนี้สามารถเทียบเท่ารถสปอร์ตได้อย่างไม่น้อยหน้า


Volkswagen Golf GTI
  เครื่องยนต์ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว
  ปริมาตรกระบอกสูบ 1,984 ซี.ซี.
  กำลังสูงสุด 200 แรงม้า/5,100 รอบ/นาที
  แรงบิดสูงสุด 28.5 กก.-ม./1,800-5,000 รอบ/นาที
  ระบบขับเคลื่อน ล้อหน้า
  เกียร์ ธรรมดา 6 สปีด
  ระบบกันสะเทือน (หน้า/หลัง) สตรัท/มัลติลิงค์
  ระบบพวงมาลัย แร็ค แอนด์ พิเนี่ยน
  ระบบเบรก ดิสก์เบรก 4 ล้อ
  ยาง 225/45 R17

 

(ภาพและข้อมูลจาก http://germancarscene.com)
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,185



« ตอบ #11 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 03, 2008, 12:04:52 »



รถตำรวจเยอรมันใช้ BMW 530d




BMW 530d ซึ่งน่าจะเป็น BMW series 5

Model BMW 530d SE
Engine type Six-cylinder, 2993cc diesel
Power 218bhp @ 4000rpm
Torque 368 lb ft @ 2000rpm
Transmission Six-speed manual, rear-wheel drive
Suspension (front) spring strut axle with double-joint thrust rod (rear) aluminium multilink
Fuel 40.9mpg (combined)
Acceleration 0 to 62mph: 7.1sec
Top speed 152mph
Price £30,950
Verdict Gargoyle-like in appearance, but still ahead of the competition

(จาก http://driving.timesonline.co.uk)
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
สไลเดอร์
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,726



« ตอบ #12 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 03, 2008, 13:19:24 »



รถตำรวจสวีเดนใช้วอลโว่ครับ รุ่นนี้ V70
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
สไลเดอร์
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,726



« ตอบ #13 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 03, 2008, 13:32:56 »



ตำรวจมอเตอร์ไซค์เลือกใช้ BMW
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
สไลเดอร์
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,726



« ตอบ #14 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 03, 2008, 13:47:30 »



  ประวัติรถวิทยุสายตรวจ

        อดีตเมื่อ พ.ศ. 2492-3 รถสายตรวจวิทยุ ในคราบของฉลามร้ายที่วิ่งอยู่ตามท้องถนน
ทุกซอกทุกมุมของพระนคร-ธนบุรี แม้แต่ต่างจังหวัดก็พบเห็นบ่อยครั้งในยามที่ประชาชนเดือนร้อน ชาวบ้านจะเห็นเสาวิทยุโผล่มาแต่ไกลพร้อมกับเสียงที่เสียดหัวใจเหล่าบรรดานักเลงหัวไม้แก๊งอั่งยี่
อันธพาลแก๊งเก้ายอด และพวกมิจฉาชีพ นั่นคือ “ยมบาลฉลามร้ายบนเส้นทางหลวง”
ทุกคนต้องวิ่งหนีเอาตัวรอด แม้แต่เด็กที่ร้องไห้เมื่อได้ยินเสียงไซเรนส์ยังหยุดร้อง นั่นคือผลงานของรถวิทยุสายตรวจกองปราบปรามที่ได้ปฏิบัติกับพวกที่เป็นศัตรูของประชาชน
ทำลายความสงบสุขของชาวบ้านตาดำๆ ที่ไม่มีทางสู้ จนได้ขนานนามว่า “ฉลามบก”
สิงห์ร้ายผู้พิฆาตศัตรูของประชาชน พิทักษ์ความยุติธรรมในสังคมชาติ
   

ก่อนที่จะมาเป็น ฉลามร้ายบนเส้นทาง พล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์ รองอธิบดีกรมตำรวจในสมัยนั้น ได้ตระหนักถึงสวัสดิภาพของประชาชนในระยะเวลานั้นที่โดยเหล่านักเลงหัวไม้ แก๊งอั่งยี่ อันธพาล
แก๊งเก้ายอด และพวกมิจฉาชีพ เรียกร้องค่าคุ้มครองออกตระเวนรีดไถชาวบ้าน ร้านค้าต่างๆ ทั่วไป
ทวีความรุนแรงเหิมเกริมหนักข้อยิ่งขึ้นทุกวัน บางครั้งถึงกับทำร้ายประชาชนผู้บริสุทธิ์ตามท้องถนน เมื่อร้านใดมิยอมจ่ายให้ตามข้อตกลงก็เข้าทำการบุกทำบายทรัพย์สินและทำร้ายร่างกายเจ้าของร้าน ในสมัยนั้นส่วนใหญ่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะอยู่แต่ในโรงพักเพื่อรับแจ้งความร้องทุกข์ต่างๆ 
เมื่อมีเหตุก็จะออกไปดูสถานที่ แต่ไม่ทันกาล เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุเหล่าร้ายแก๊งต่างๆ ก็หนีเตลิดเข้ากลีบเมฆไม่สามารถจะบรรเทาความเดือนร้อนของประชาชนได้อย่างจริงจัง
                ในช่วงนั้นจึงได้ดำริจัดตั้งหน่วยงานขึ้นหน่วยงานหนึ่งเพื่อเป็นการคุ้มครอง
สวัสดิภาพของประชาชนอย่างแท้จริง จัดเป็นรูปรถสายตรวจออกตระเวนไปตามที่ต่างๆ
ย่านการค้า ทั่วพระนคร-ธนบุรี และต่างจังหวัดที่มีความรุนแรงในเรื่องดังกล่าว
เป็นการให้ความคุ้มครองความปลอดภัยเคลื่อนที่เป็นครั้งแรกในตอนนั้น โดยตระเวนรับแจ้งความ
แจ้งเหตุต่างๆ ที่เกิดขึ้นแก่ประชาชน รถดังกล่าวสามารถเข้าระงับเหตุการณ์ได้อย่างทันท่วงทีต่อเหตุการณ์
ระยะแรกได้ผลเป็นอย่างมาก สารถเป็นที่พึ่งอย่างดีสำหรับประชาชนที่ใช้ถนนในยามค่ำคืนในสมัยนั้น


                                       

รถวิทยุสายตรวจมีขึ้นในสมัย หลวงชาติตระการโกศล
เป็นอธิบดีกรมตำรวจ ซึ่งมี พล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์ เป็นรอง อตร. ถือว่าเป็นหน่วยแรกของประเทศไทย โดยกำลังที่ออกตรวจทั้งหมดเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามสามยอด
อุปกรณ์สมัยแรกจะเป็นรถจิ๊บวิลลี่ ขนาดกลาง และเล็ก รถดังกล่าวเป็นรถของตำรวจรถถัง (วังปารุสก์)
พร้อมด้วยพลขับ

                ส่วนศูนย์วิทยุตั้งอยู่ชั้นบน โรงพักกลาง (สน.พลับพลาไชย ในปัจจุบันนี้)
กำลังทั้งหมดนำมาจากกองกำกับการ 2 กองปราบปราม ที่ตั้งอยู่ที่โรงพักสามยอด
ปัจจุบันเป็นกองบังคับการกองปราบปราม (กองบังคับการกองปราบปราม ตั้งอยู่ที่ปทุมวัน)
การออกตรวจแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ เหนือ ใต้ ธน ข้างรถเขียนหนังสือกำกับว่า “ต” (รถตรวจ)
รถดังกล่าวก็จะออกตรวจต่างจังหวัดใกล้เคียง ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของตำรวจทางหลวงเช่นเดียวกัน

                ต่อมาสภาพบนถนนหลวงเริ่มแออัดด้วยรถยนต์ เนื่องจากความเจริญเติบโตของประเทศไทย ได้ขยายกว้างมากขึ้นทำให้ความรวดเร็วในการเข้าระงับเหตุล่าช้า จึงเริ่มหันมาใช้รถมอเตอร์ไซด์ สมัยแรกที่เริ่มเอามาใช้เพื่อให้ความคุ้มครองแก่ประชาชนเป็นรถมอเตอร์ไซด์ขนาด 4 สูบ รุ่น “แฮร์เอี้ยน 4”
ต่อมารถจิ๊บหน้ากบได้เข้ามาเสิรมอีกจำนวนหนึ่ง ให้สามารถคุ้มครองความปลอดภัยให้กับประชาชนอย่างแท้จริงโดยทั่วถึง การระงับเหตุในช่วงเวลานั้นได้ผลมากเกินเป้าหมายที่กำหนดเอาไว้

                ต่อมาทางหน่วยได้เงินงบประมาณพิเศษจำนวยหนึ่งจัดซื้อรถฟอร์ด อย่างละ 10 คัน มีสีแดง ดำ น้ำเงิน โดยรถจำนวนดังกล่าวอยู่ในความควบคุมของ พ.ต.อ.พันศักดิ์ วิเศษภักดี รองผู้บังคับการกองปราบปราม รถทั้งหมดติดเสาวิทยุด้านหลังสูงเป็นสัญลักษณ์เหมือนกระโดงหลังปลาฉลาม เมื่อ พ.ศ.2495
ภายหลังจากย้ายกองบังคับการกองปราบปรามมารวมกันหมด รถรุ่นนี้ที่มีลัษณะคล้ายปลาฉลาม
จึงได้ขนานนนามว่า “ฉลามบก” นักล่าศัตรูประชาชน มีภารกิจทั่วประเทศ มีขอบเขตการทำงาน
ด้านใต้ถึงหัวหิน ตะวันออกเฉียงเหนือถึงโคราช ตะวันออกถึงระยอง และทางเหนือก็มีอีกเช่นกัน
ผลัดกันออกอาทิตย์ละวัน ตลอด 24 ชม. ทั่วประเทศ เป็นการคุ้มครองบนถนนทางหลวงสายต่างๆ
ทั่วประเทศ ต่อมาได้ขึ้นกับกรมทางหลวง กลายเป็น ตำรวจทางหลวง ขึ้นตรงต่อกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง

                ส่วนรถจิ๊บส่วนหนึ่งได้ประจำที่ด่านรังสิต บางแค กรมอุตินิยม(สุขุมวิท) ฉายา “ฉลามบก”
นามนี้จะติดปากชาวบ้านทั่วประเทศเป็นขวัญใจประชาชน สามารถเข้าไปคลี่คลายปัญหาต่างๆ
ที่กำลังจะลุกเป็นไฟยามหน้าสิ่วหน้าขวาน “ฉลามบก” ก็สามารถเข้าไปแก้ปัญหาต่างๆ
ให้ความอบอุ่นกับประชาชนได้อย่างดีทันท่วงที จึงเป็นขวัญกำลังใจประชาชนในช่วงนั้น

                หน่วยงานนี้แม้นขบวนการอั่งยี่  เก้ายอด นักเลงหัวไม้ อันธพาล ที่ใช้อิทธิพลมืด
คิดจะครอบครองเมืองเสียเอง โดยใช้กฎหมายโจรเข้ามาปกครองตั้งตัวเป็น “มาเฟีย” 
เดินกร่างคับตรอกคับซอย ไม่กลัวฟ้าดิน แต่ถ้าเหลียวหลังเห็นเสากระโดงแวบๆ ต้องกับแสงอาทิตย์
พวกนี้จะกลายสภาพทีใหญ่คับฟ้า เป็นคนไม่มีกระดูกสันหลังลีบ
แทบจะติดพื้นดินเหมือนเห็นยมบาลมาคร่าชีวิตก็ปานนั้น
หรือแม้เพียงได้ยินแต่เสียงห่างเป็นกิโลก็ใส่หลวงพ่อโกยอย่างไม่คิดชีวิตเลย

                มายุคหลังในช่วงทหาร จี.ไอ. พักรบซึ่งประเทศไทยเป็นประเทศหนึ่ง
ที่ทหารอเมริกันเลือกมาพักผ่อนกัน ฉลามบกจะมีการตรวจร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหารไทยและทหารสหรัฐ ตำรวจกองปราบปรามเดินเข้าไปตรวจในบาร์เสียงที่เอะอะไม่รู้ใครเป็นใคร เมาแสนเมาแค่ไหน
เสียงจะเงียบเหมือนไม่มีใครอยู่ในที่นั้น เหตุที่เป็นเช่นนี้ก็เนื่องมาจาก การปราบปรามในช่วงนั้น
จะต้องอาศัยความเฉียบขาด และรุนรงกับผู้กระทำผิดกฎหมายบ้านเมืองตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา
ถ้าไม่ทำเช่นนั้นก็ไม่สามารถปราบปรามแก๊งต่างๆ ที่ออกอาละวาดประชาชนผู้สุจริตให้มีความเป็นอยู่
ที่ปกติได้อย่างมีความสุขอย่างทั่วหน้า

                เครื่องแบบของหน่วยนี้ในช่วงแรกๆ จะไม่เหมือนใคร จะแต่งชุดสีเทา เข็มขัดคาดเอวเส้นใหญ่
กระดุม 7 เม็ด คอปิด กระเป๋าสี่ใบอยู่ข้างหน้า ต่อมาในสมัย พล.ต.ต.สำราญ กลัดศิริ
ได้มีการปรับปรุงครั้งใหญ่เปลี่ยนแปลงเครื่องแบบเหมือนกันอย่างทุกวันนี้ ในราวปี 2502-3
ก็ได้เปลี่ยนสีรถเป็นสีฟ้า-ขาว ต่อมาเมื่อปี 2511 ยูซ่อมให้ความช่วยเหลือจัดหาซื้อรถเชฟโรเรตต์
และรถบี เอ็ม ดับลิว 1800 ภายหลังก็มีการเปลี่ยนแปลงหมุนเวียนเนื่องจากหมดสภาพมาเป็น
โตโยต้า มาสด้า นิสสัน ขึ้นตรงอยู่กับแผนก 3 กองกำกับการ 2 กองปราบปราม

                นั่นคือ ที่มาของแผนก 3 กองกำกับการ 2 ที่จะต้องปฏิบัติหน้าที่ในการอารักขา
ประมุขของต่างประเทศที่กระทรวงการต่างประเทศเป็นผู้ขอมา สนับสนุนสายตรวจนครบาล
รักษาการตามสถานีขนส่งทั้งสามสาย เป้าหมายในการออกตรวจเป็นการหาข่าว
ประสานงานกับศูนย์รวมข่าวต่างๆ (195, 191 รามา เหนือ ใต้ ธน)
และยังมีหน้าที่หาข่าวให้กับกองกำลังฯ เมื่อมีเหตุการณ์ไม่สงบและ เหตุการณ์ที่อาจลุกลามใหญ่โต อีกประการหนึ่งเพื่อเป็นหน่วยเสริมช่องว่างระหว่างสถานีตำรวจกับสถานีตำรวจที่ยังขาดกำลัง
และเป็นการเสริมรถสายตรวจของกองกับการ 8 ป ตำรวจท่องเที่ยวที่ให้ความคุ้มครองแก่นักท่องเที่ยว
ตลอด 24 ชม.

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,185



« ตอบ #15 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 03, 2008, 14:38:59 »



ขอบคุณลุงถึกที่นำประวัติรถวิทยุสายตรวจ
มาเล่าให้พวกเราได้ทราบเป็นความรู้



สำหรับรถตำรวจที่น่าสนใจของอีกชาติหนึ่ง
ก็คือ รถตำรวจออสเตรเลียน ซึ่งใช้ Lotus Exige NSW





(ภาพจาก www.caradvice.com.au/)
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,185



« ตอบ #16 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 06, 2008, 00:40:42 »


ตำรวจฝรั่งเศส ใช้หลายยี่ห้อ
ที่สำคัญ ได้แก่ Benz , Vollvo , BMW


...




Mercedes-Benz ML320
...

...




Volvo 850
...

... BMW X5เอ็กซ์ 5
เป็นรถยนต์นั่งตรวจการณ์ระดับหรู
เครื่องยนต์ขนาดใหญ่ที่สุดของตระกูลแบบเบนซิน วี8
4,800 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 355 แรงม้า
แรงบิดสูงสุด 48.4 กก.-ม.
ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะรุ่นใหม่
ที่ได้รับการพัฒนาให้มีความฉับไวในการทำงาน
อัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง อยู่ที่ 6.5 วินาที
ความเร็วสูงสุดถูกล็อกเอาไว้ที่ 130 ไมล์/ชั่วโมง
หรือ 210 กิโลเมตร/ชั่วโมงจากโรงงาน
ราคาบ้านเราประมาณ  8.6 ล้านบาท
 


ข้อมูลจาก www.diecast.ru/police_france43.htm
และ www.kachon.com
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,185



« ตอบ #17 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 06, 2008, 01:19:05 »



ตำรวจเกาหลีใต้ก็ใช้ Lamborghini



ตำรวจทางหลวงฝรั่งเศสใช้ Pegaut Sports GT



ตำรวจสเปนใช้ Audi TT max ความเร็ว 280 km/ชม.



รถตำรวจรัฐ New Jersey

ภาพจาก www.funonthenet.in/
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,185



« ตอบ #18 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 06, 2008, 14:35:53 »




รถตำรวจอังกฤษ ใช้  Ferrari 612 Scaglietti V12
เครื่องยนต์ขนาด 5,748 cc  V12  48 วาล์ว  540 แรงม้า ที่ 7,250 รอบ
ทำความเร็วจาก 0-100 กม.ภายใน 4.2 วินาที และความเร็วสูงสุดคือ 315 กม./ชม.





รถตำรวจชาติไหนไม่แจ้ง วิ่งทะลวงรั้วถลาลงมาจูบพื้นดิน
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
หนุ่มน๊อยหมวกแดง
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 586


RedHat.. KitMan


เว็บไซต์
« ตอบ #19 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 06, 2008, 17:00:14 »




สีแบบนี้.. มั่นใจ ว่า เป็น รถ ตำรวจทางหลวง.. อเมริกัน ฮะ  . เคยเห็นบ่อย
- จากข้อสังกตุ อีกอันว่า เป็น อเมริกาคือ Step ของที่จอดรถ..และ Style นี้หมด..



  อิอิ..รถเพื่อนลูกหิน ก็เคย ลงไปแบบนี้ เหมือนกันฮะ
เพราะมันมองม่ายเห็นว่า..ข้างหลังเป็น ระดับ นี่แหละ 

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า


>Too bad all the people who know how to run the country are busy driving taxicabs and cutting hair.
เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,185



« ตอบ #20 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 08, 2008, 19:10:26 »



ป้าพึ่งเห็นว่า ภาพรถตำรวจหลายภาพ
คุณกะทะเคยนำมาลงไว้แล้ว
จึงขออนุญาตนำมารวมไว้ในกระทู้เดียวกัน
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
กะทะ
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,185



« ตอบ #21 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 08, 2008, 23:59:37 »






ยินดีเลยครับป้าเสลา

 



แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Tourist
Sr. Member
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 471



« ตอบ #22 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 09, 2008, 01:49:39 »


โอ้...นี่หรือตำรวจ  โห ได้ขับแต่ละคันนี่แบบว่าไม่ธรรมดาเเลย  ถ้าบ้านเราเป็นแล้วมีแบบนี้น๊ะผมคนหนึ่งที่อยากเป็นตำรวจ 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Falco
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #23 เมื่อ: เมษายน 07, 2008, 16:21:03 »








ไปเจอมา จอดอยู่ที่สถานีรถไฟ เซอร์มัทท์
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,185



« ตอบ #24 เมื่อ: กันยายน 26, 2008, 09:58:27 »



ชมภาพรถตำรวจไปแล้ว
หันมาดูรถพยาบาล หรือ"รถหวอ"ที่เรียกว่า Ambulance กันบ้าง



รถ"หวอ"..พยาบาลที่เยอรมันใช้พอร์ช คาเยนน์ราคาคันละ 3.5 ล้าน

ผู้ป่วยฉุกเฉินในสตุตการ์ตจะถูกนำส่งโรงพยาบาลด้วยความเร็วและความหรูอย่างพิเศษ
ภายหลังหน่วยดับเพลิงเพิ่มรถเอสยูวีในเครือพอร์ชเข้ามาใหม่อีก 2 คัน
       

 
        คาเยนน์ (Porsche Cayenne S)
ที่สนนราคาตกคันละ 70,000 ยูโร หรือราว 3.5 ล้านบาท
ติดตั้งไซเรนที่พอร์ชอวดอ้างว่าผู้ขับขี่
และคนเดินถนนจะได้ยินถนัดชัดเจนยิ่งขึ้น
ช่วยเคลียร์ช่องทางจราจรได้เร็วขึ้น
       








        โฆษกของพอร์ช บอกว่า งานนี้ค่อนข้างซับซ้อนอยู่สักหน่อย
เพราะต้องเปลี่ยนแปลงอุปกรณ์ตกแต่งภายในทั้งหมด
เพื่อติดตั้งอุปกรณ์ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ เครื่องกระตุ้นหัวใจ
ออกซิเจน และอุปกรณ์การแพทย์อื่นๆ
     

         เมืองอื่นๆ ในเยอรมนีนั้น ใช้รถเมอร์ซีเดส, BMW
และโฟล์กสวาเกนให้บริการคนไข้ฉุกเฉิน




BMW
       
        พอร์ช สำทับว่า ชื่อเสียงด้านคุณภาพและความเร็ว
ทำให้บริษัทคว้าสัญญาในสตุตการ์ตมาได้ อย่างไรก็ดี
บริษัทไม่มีแผนขยายตลาดในเซ็กชันบริการการแพทย์ฉุกเฉินแต่อย่างใด
และว่าปัจจุบันมีเพียงมอสโกอีกเมืองเดียวเท่านั้นที่ใช้รถหรูเป็นรถพยาบาล


ข้อมูลข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์ 23 กันยายน 2551 
ภาพจาก http://indimoto.com,www.flickr.com
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
    กระโดดไป:  



    SimplePortal 2.3.3 © 2008-2010, SimplePortal