ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
มิถุนายน 19, 2013, 12:55:32
92,948 กระทู้ ใน 7,453 หัวข้อ โดย 8,964 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: tummadamon
::Arunsawat ::อรุณสวัสดิ์ ::  |  สบาย สบายสไตล์อรุณสวัสดิ์ : บุคคลทั่วไปกรุณาสมัครสมาชิกก่อนโพสท์  |  สโมสรอรุณสวัสดิ์  |  Lifestyle แบบพอเพียงเพื่อต่อสู้กับเศรษฐกิจยุคปัจจุบัน 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้ « หน้าที่แล้ว ต่อไป »
หน้า: [1] 2 3
ผู้เขียน หัวข้อ: Lifestyle แบบพอเพียงเพื่อต่อสู้กับเศรษฐกิจยุคปัจจุบัน  (อ่าน 34172 ครั้ง)
เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 19,825



« เมื่อ: มิถุนายน 02, 2006, 08:13:49 »


ช่วงเวลานี้เรากำลังเครียดกับความรุ่มร้อนของปัญหาบ้านเมือง และเศรษฐกิจ
เราลองมาช่วยกันคิดหาทางแก้ปัญหา 
มาว่าด้วยเรื่องเศรษฐกิจก่อน




น้ำมันแพง

1.ใช้ระบบ carpool - คือ นั่งรถไปด้วยกันหลายๆคน โดยผลัดกันใช้รถของแต่ละคน
หรือตกลงแชร์ค่าน้ำมันกับเพื่อน








2.หันมาใช้รถประจำทางสาธารณะ เช่นรถเมล์ รถไฟฟ้า ควรแต่งกายให้รัดกุม คล่องตัวพอสมควร
สุภาพสตรีไม่ควรใส่กระโปรงแคบ สั้นเกินไปหรือยาวเกินไป จนทำให้การก้าวขึ้นลงรถไม่สะดวก










3.รณรงค์การใช้จักรยานอย่างปลอดภัย









4.ฝึกใช้ skate board หรือรองเท้า skate เพื่อใช้เดินทางในบางสถานะ
(ป้าเสลาเคยเห็นที่ต่างประเทศ ช่วงที่สหภาพแรงงานรถประจำทางสไตร์ทยาวนานเป็นแรมเดือน
ชาวเมืองบางกลุ่มใช้วิธีนี้แหละ เดินทาง   ถ้าป้าเสลาอยู่นานอีกหน่อย ก็คงต้องฝึกใช้กับเขาเหมือนกัน )










5.โบกรถ ขออาศัยรถฟรี  แต่ควรจะเลือกทำเมื่อมีเพื่อนจำนวนพอสมควร
เพราะเสี่ยงกับภัยในการอาศัยรถคนแปลกหน้า หรือใช้วิชาดูโหงวเฮ้งประกอบด้วยถ้าจำเป็นหรือคับขันจริงๆ







(อาจจะมีต่อ....)
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 19,825



« ตอบ #1 เมื่อ: มิถุนายน 02, 2006, 08:40:45 »



10บัญญัติประหยัดน้ำมัน


1. ขับรถไม่เกิน 90 ก.ม./ชม.

ความเร็วสูงสุดที่กฎหมายกำหนดไว้
ทางธรรมดา 90 กม./ชม.
ทางด่วน 110 กม./ชม.
มอเตอร์เวย์ 120 กม./ชม.









2. จอดรถไว้บ้าน โดยสารสาธารณะ
ถ้าผู้ใช้รถยนต์ร้อยละ 1 จากจำนวน 5 ล้านคัน หันมาใช้บริการรถสาธารณะ ด้วยระยะทาง 48 กม./วัน
ใน 1 ปี (260 วันทำงาน) จะประหยัดน้ำมัน 52 ล้านลิตร คิดเป็นค่าน้ำมัน 780 ล้านบาท



3. ไม่ขับก็ดับเครื่อง

การติดเครื่องยนต์จอดอยู่เฉยๆ เป็นเวลา 5 นาที
สิ้นเปลืองน้ำมันโดยเปล่าประโยชน์ 500 ซีซี






4. ทางเดียวกันไปด้วยกัน

ถ้าขับรถยนต์ 5 คัน ไปทางเดียวกัน ที่หมายใกล้กัน ระยะทาง 48 กม./คัน (ไป-กลับ)
ใน 1 ปี (260 วันทำงาน) จะสิ้นเปลืองน้ำมัน 5,200 ลิตร คิดเป็นค่าน้ำมัน 78,000 บาท
ถ้าร้อยละ 1 ของรถยนต์ 5 ล้านคัน ใช้ Car Pool สลับขับ 5 คน ต่อรถ 1 คัน
ใน 1 ปี จะประหยัดน้ำมันได้ 41.6 ล้านลิตร คิดเป็นเงิน 624 ล้านบาท





5. หลีกเลี่ยงชั่วโมงเร่งด่วน

ถ้ารถติดเพียงร้อยละ 1 ของ จำนวนรถยนต์ 5 ล้านคัน ในวันทำงานทุกวัน
และในบางเสาร์-อาทิตย์ ใน 1 ปี (330 วัน/ปี)
จะสิ้นเปลืองน้ำมัน 12.4 ล้านลิตร คิดเป็นค่าน้ำมัน 186 ล้านบาท






6. ใช้โทรศัพท์-โทรสารเลี่ยงรถติด

ใช้อุปกรณ์สื่อสารแทนการเดินทาง เช่น ส่งหนังสือระหว่างหน่วยงาน
หากเร่งด่วนก็ใช้วิธีส่งทางโทรสาร
หากเป็นเอกสารสำคัญก็ใช้วิธีรวบรวมเอกสารแล้วส่งพร้อมกัน
หนังสือเวียนที่ไม่สำคัญก็ใช้วิธีส่ง E-Mail หรือส่งไปรษณีย์







7. วางแผนก่อนเดินทาง

ถ้าไม่ศึกษาเส้นทางก่อนเดินทาง และขับรถหลงทาง 10 นาที
จะสิ้นเปลืองน้ำมัน 500 ซีซี คิดเป็นค่าน้ำมัน 7.50 บาท
ถ้ารถยนต์ 5 ล้านคัน ขับหลงทาง เฉลี่ยเดือนละ 1 ครั้ง ใน 1 ปี
จะสิ้นเปลืองน้ำมัน 30 ล้านลิตร คิดเป็นค่าน้ำมัน 450 ล้านบาท






8. ลมยางต้องพอดี ไส้กรองต้องสะอาด
ความดันลมยางอ่อนกว่ามาตรฐาน 1 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว ถ้าขับทุกวันเฉลี่ยวันละ 48 กม. ใน 1 เดือน
รถยนต์ - สิ้นเปลืองน้ำมันเพิ่มขึ้น 2.4 ลิตร
รถจักรยานยนต์ - สิ้นเปลืองน้ำมันเพิ่มขึ้น 1.2 ลิตร
รถบรรทุก - สิ้นเปลืองน้ำมันเพิ่มขึ้น 4.2 ลิตร
ถ้าร้อยละ 30 ของรถแต่ละประเภท ละเลยเช่นนี้บ่อยๆ รวมเป็น 30 วัน/ปี
จะสิ้นเปลืองน้ำมันเพิ่มขึ้น 5.8 ล้านลิตร
คิดเป็นเงิน 87 ล้านบาท
ถ้าไส้กรองสะอาด จะช่วยลดการสิ้นเปลืองน้ำมันวันละ 65 ซีซี
ควรทำความสะอาดทุก 2,500 กม.
ควรเปลี่ยนทุก 20,000 กม.







9. ไม่บรรทุกของเกินจำเป็น

หากขับรถโดยบรรทุกของที่ไม่จำเป็น ประมาณ 10 ก.ก. เป็นระยะทาง 25 ก.ม.
สิ้นเปลืองน้ำมัน 40 ซีซี
ถ้าร้อยละ 10 ของรถยนต์ทั่วประเทศ 5 ล้านคัน ขับรถโดยบรรทุกสิ่งของที่ไม่จำเป็น






10. ตรวจเช็คเครื่องยนต์เป็นประจำ
เปลี่ยนไส้กรองตามกำหนด
เปลี่ยนน้ำมันหล่อลื่นทุก 5,000 กม.
ตรวจสอบระดับน้ำมันเครื่อง และน้ำในแบตเตอรี่
ตรวจสอบระดับน้ำป้อนหม้อน้ำ
ปรับปรุงสมรรถนะรถยนต์ให้ดีตลอดเวลา ช่วยประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงได้ ร้อยละ 3- 9
ใน 1 ปี จะสิ้นเปลืองน้ำมัน 7.3 ล้านลิตร คิดเป็นเงิน 10.95 ล้านบาท






ที่มา : คู่มือรวมพลังหยุดรถซดน้ำมัน - PDF
สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน กระทรวงพลังงาน
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 19,825



« ตอบ #2 เมื่อ: มิถุนายน 02, 2006, 08:50:20 »



มาถึงเรื่องอาหาร

ทุกวันนี้สภาพความเร่งรีบของการใช้ชีวิต
ทำให้เราต้องเลือกบริโภคอาหารประเภท fast food อาหารจานด่วน

อาหารประเภทที่สามารถพกพาไปกินได้สะดวกในที่ต่างๆ
โดยเฉพาะในรถช่วงเวลารีบด่วนยามเช้า

ป้าเสลาขอแนะนำ ไข่ปิ้ง
อาหารประจำถิ่นของพี่น้องชาวอีสาน










ชื่อพื้นบ้านอีสาน  ไข่ปิ้ง
สรรพคุณ บำรุงกำลัง ให้พลังงานแก่ร่างกาย กระจายลม เป็นอาหารบำรุงธาตุดิน
ฤดูากาลที่รับประทาน ทุกฤดู
มื้อที่รับประทาน  ได้ทุกมื้อ หรือเป็นอาหารว่างระหว่างมื้อ
ข้อควรระวัง อาจแสลง กับคนที่มีแผลกำลังรักษา อาจทำให้แผลหายช้า และมีรอยแผลเป็นได้

ส่วนผสมและวิธีปรุง ป้าเสลาได้ขอสัมภาษณ์ลุงแคนผู้อาวุโสแห่งwww.weopenmind.com/board/

ถึงวิธีการทำไข่ปิ้งดังนี้


นำไข่มาล้างให้สะอาด แล้วเจาะเอาเนื้อไข่ขาวและไข่แดงออกจากฟองไข่
อาจทำได้โดยใช้หลอดไซลิงก์เบอร์ใหญ่ๆดูดเนื้อไข่ออกมา
แล้วมารวมกันในชามใบใหญ่ เพื่อผสมเครื่องปรุง
ได้แก่พริกไทย น้ำปลาดี หรือซีอิ๊วแล้วแต่จะชอบ อย่าให้เค็ม
ตีส่วนผสมกับเนื้อไข่ให้เข้ากัน
แล้วใช้ไซลิงก์ดูดเนื้อไข่ใส่กลับคืนเข้าไปในฟองไข่
เอาไปนึ่งหรือต้มให้สุก

จากนั้นเสียบไม้ปิ้งเพื่ออุ่นให้หอม
แกะรับประทานกับซอส หรือซีอิ๊ว อร่อยมากๆๆเลยจ้า

บางท่านอาจไม่เคยทดลองรับประทาน หรือมองว่าเป็นของพื้นบ้านไม่ทันสมัย
ไม่กิ๊บเก๋เหมือนรับประทานแซนด์วิชหรือแฮมเบอร์เกอร์

ป้าเสลามีไอเดียแนะนำกับการพัฒนาไข่ปิ้งให้เป็นสินค้าที่เตะตาวัยรุ่นได้
โพยการเพิ่มสีสรรลวดลายบนเปลือกไข่

เช่นเทศกาล Valentine ก็อาจทำลวดลายเป็นรูปหัวใจ
เคลือบสีสีชมพู มีประโยคหวานๆเช่น I love u ,  you are the sunshine of my life.. etc.

ในช่วงปีใหม่ก็จะเป็น Happy new year

เช่นตัวอย่าง  ดังนี้





สามารถพลิกแพลงการเสียบไข่ปิ้งให้ดูดีแบบนี้
 
 
หรือแบบนี้


สมาชิกท่านใดจะกรุณาเสนอแนะอาหารชนิดอื่นๆเพิ่มเติมก็จะเป็นประโยชน์แก่ส่วนรวมอย่างยิ่ง...



แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

ROS
Full Member
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 104



« ตอบ #3 เมื่อ: มิถุนายน 02, 2006, 22:49:31 »


สำหรับดิฉันตอนนี้คืออยู่ต่างจังหวัด
ในด้านการเดินทางก็ซื้อจักรยานใหม่ ปั่นคะไปในที่ใกล้ๆถือว่าได้ออกกำลังกาย ไม่จริงๆไม่ใช้รถที่ต้องเติมน้ำมัน แต่ใกลขึ้นไปอีกก็ใช้รถจักรยานยนต์ รถยนต์คงต้องขอติดรถเพื่อนฝูงไปด้วย หรือของเราเองก็จะให้เพื่อนร่วมทางไปด้วย  แต่ ถ้าไปกรุงเทพหลังจากที่เครื่องบินขึ้นราคา เป็น 2พันกว่าบาทต่อเที่ยว อุดร- กรุงเทพ เพราะดิฉันนั่งตั้งแต่ ตั๋วเครื่องบิน 1,300 บาท/เที่ยว และต่อมาเป็น 1,800 บาท/เที่ยว จนปัจจุบัน เป็น 2พันกว่าบาทแล้วคะ แม้ว่าจะมีแอร์เอเชียของเหลี่ยมว่าถูก แต่ดิฉันหยิ่งคะไม่ใช่เกลียดตัวกินไข่ เกลียดปลาใหลกินน้ำแกง เมื่อเกลียดแม้วต้องเกลียดให้กมด ดังนั้นดิฉันจึงหันมานั่งรถทัวคะแม้จะใช้เวลาต่างกันตั้งเป็น 10ชม เพราะเครื่องบิน 45 นาท รถทัวร์ 10 ชม แต่ทนคะเพราะประหยัดดี ถ้าไม่รีบด่วนที่ต้องไปทำธุระที่กรุงเทพดิฉันก็จะนั่งรถทัวร์ไปคะ
ส่วนเรื่องความเป็นอยู่ดิฉันตอนนี้เพราะเบี้ยเมล็ดมะละกอ พริก กระเพราะ โหระพา และใบแมงลัก แจกเบี้ยเล็กๆแก่เพื่อนบ้าน และใครที่รู้จักเพื่อให้เค้าเอาไปปลูกคะ  ส่วนกระชายตะไคร้ ข่าขิงขมิ้น มะกูดมะนาวจะปลูกไว้กินเองคะ แต่มีเพื่อบ้านมาขอเวลาขาดเครื่องแกง ดิฉันกลับไปอยู่บ้านต่างจังหวัด 2 ปี ตอนนี้เพื่อนบ้านมีต้นไม้สวนครัวปลูกกันทุกบ้านคะ และซื้อกิ่งกุหลาบ มะลิ ปลูกให้แม่ดิฉันเอาไว้ไหว้พระทุกวันพระคะ โดยไม่ต้องหาซื้อพวงมาลัย หรือดอกบัวอีก
ดิฉันมีความสุขคะตอนนี้ ไม่ต้องตื่นเช้ารีบไปทำงาน หรือต้องนอนดึกเพื่อทำรายงาย  เพื่อพรุ้งนี้จะต้องเข้าประชุม ไม่ต้องซีเรียสกับงานที่นายบีบให้ทำยอด และไม่ต้องปวดหัวกับลูกน้องผู้ชายที่ชอบลองภูมิดิฉัน และที่ดีที่สุดไม่ต้องไปง้อลูกค้างี้เหง้าบางคนที่มีนิสัยแย่ๆๆ
ดิฉันเพิ่งรู้ว่าความสุขไม่ใช่ต้องมีเงินเยอะๆหรอกคะ เพราะการจะมีเงินเยอะๆนั้นคือความทุกข์ต่างหากจะให้ได้เงินมาเยอะๆต้องครุ่นคิดต้องทำงานหนัก ต้องกร่งแย้งชิงดีชิงเด่น
ความสุขที่แท้จริงคือสุขที่ใจคะ เมื่อใดสบายใจเราก็สุขแล้วคะ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
ใบไม้ทะเล
Jr. Member
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 50


« ตอบ #4 เมื่อ: มิถุนายน 03, 2006, 10:50:26 »


อนาชอบไข่ปิ้งมากๆๆ อร่อย อิอิ

กลับบ้านคราวก่อน ได้ทานสารพัดไข่เลย อิอิ 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
(ลุง)ถึก สไลเดอร์
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #5 เมื่อ: มิถุนายน 04, 2006, 17:57:06 »


เคยคิดอยากจะกลับมาอยู่เมืองไทยตลอดเวลา
อยากมาอยู่และใช้ชีวิตแบบเรียบง่าย
  ขอบอกว่าเบื่อความเป็นอยู่ใน กทมฯ เป็นอันมาก ทั้งๆที่มีที่อยูเป็นของตัวเองอยู่แล้ว
จากบ้านสงบๆที่เคยเป็นทุ่งนา มีนกเขามาขันให้ฟังในตอนเช้า มีบึงให้ตกปลาตอนหน้าฝน
มีขามเทศให้ไปสอยมากินเล่นตอนเย็นๆ
  ปัจจุบันกลายเป็นชุมชนใหม่ มีตึก อาคาร เต็มไปหมด ตั้งแต่ต้นซอยยันท้ายซอย
ซอยที่มีความยาวประมาณแค่ 1 กิโลเมตร ปัจจุบันกลายเป็นถนนคอนกรีตไปแล้ว
  ผมก็อยู่อย่างพอเพียงมานานแล้ว มีความเป็นอยู่อย่างเรียบง่าย กินอยู่ก็ง่ายๆ แต่ไม่ชอบ
พวกอาหารสำเร็จรูป หรือ อาหารขยะประเภทแดกด่วนทั้งหลาย
  ใหม่ๆชอบชิมอาหารของพวกรถเข็นที่ขายไปตามซอย ตั้งแต่เจอปลาหมึกย่างทำพิษ ทำให้ท้องร่วง
ไปหลายวันแล้ว ทำให้ผมเข็ดที่จะอุดหนุนพ่อค้าแม้ค้าที่เข็นรถขายไปตามซอยอีกต่อไป

เดี๋ยวนี้จะเลือกอุดหนุนเฉพาะร้านที่ดูแล้วมันสะอาดเป็นอันดับแรก

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 19,825



« ตอบ #6 เมื่อ: มิถุนายน 04, 2006, 18:06:23 »





เอาเพลง "คิดถึงบ้าน" ของพงษ์เทพ  กระโดนชำนาญมาฝากลุงถึก

เพลงคิดถึงบ้าน
พงษ์เทพ  กระโดนชำนาญ

คลิคฟัง =>>http://www.geocities.com/vecchio717/Songs2/home.wma

จากมานานคิดถึงจังเลย
หอมเจ้าเอยละออท้องถิ่น
อยากกลับไปแนบซบไอดิน
บ้านรำพึงคิดถึงเสมอ

อัสดงอาทิตย์กล่าวลา
คืบคลานมา คือ คิดถึงเธอ
คืนเหน็บหนาวอีกแล้วซิเออ
บ้านรำพึงคิดถึงไม่สร่าง

กี่ร้อนกี่หนาวกี่หมื่นร้าวราน
ไม่เคยสะท้านทุกเส้นทาง
สู้ทนสร้างฝันถึงวันรุ่งราง
จะแบกไปถมความทุกข์ระทม

ไม่จำเป็นดอกคำสัญญา
รั้วชายคาที่แสนรื่นรมย์
ผ่านผุพังเซซังทรุดโทรม
จะกลับไปเอาใจซ่อมแซม...



มีเพลงแนวนี้ในกระทู้ เพลงเพื่อชีวิต
เชิญช่วยกันหามาเก็บเพื่อแบ่งปันกันฟังจ้า
:)
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

tangmoo
Sr. Member
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 269


« ตอบ #7 เมื่อ: มิถุนายน 04, 2006, 18:10:14 »


ไม่รู้ "อนา" เคยกินโปงมอนโกน (ภาษาเขมรน่ะ)  หรือเปล่า...ฮาฮา....
ไข่ปิ้งแบบมีตัวลูกไก่อ่อนๆ อยู่ข้างในด้วย  ผมเห็นแล้วรีบเดินหนีทุกที
สยอง...กินไม่ลงอะครับ....
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

มิได้รักเนตรงามยามชม้าย  มิได้รักเรือนกายประพายศรี
แต่รักในบางสิ่ง ซึ่งเธอมี รักลึกซึ้งความดีที่เธอทำ ...ชญาวัน
เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 19,825



« ตอบ #8 เมื่อ: มิถุนายน 04, 2006, 18:17:10 »



ป้าทราบมาว่า ที่ฟิลิปปินส์ก็นิยมกินไข่แบบที่คุณแตงโมว่า
กินกันเป็นของว่างประจำชาติเลยก็ว่าได้
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

500
Newbie
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 17



« ตอบ #9 เมื่อ: มิถุนายน 05, 2006, 08:52:12 »


เคยตอกไข่แล้วมีลูกไก่ข้างใน... :o :o :o

กินไม่ลงเหมือนกัน

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

...ไม่ฆ่าแบม ไม่ฟ้องณหทัย ไม่ขายโอ๋...
เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 19,825



« ตอบ #10 เมื่อ: มิถุนายน 08, 2006, 17:32:39 »


รสอาหาร...แค่ไหนถึงจะพอดี

แท้จริงแล้ว อาหารที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ คืออาหารที่ผ่านการปรุงแต่งรสชาติน้อยที่สุด



ความจริงอาหารตามธรรมชาติ มีรสของมันอยู่ในตัวแล้ว
เช่น ผักสดๆที่เก็บมาใหม่ๆ จะมีรสหวาน
ผลไม้ดิบส่วนใหญ่จะมีรสเปรี้ยว
หรือ อย่างปลา ถ้าเป็นปลาสด จะมีรสออกหวาน และอร่อย

สิ่งเหล่านี้มีประโยชน์ต่อร่างกายอยู่แล้ว
เราแทบไม่ต้องปรุงรสอะไรเลย

ถ้าเราสังเกตุให้ดี เราจะเห็นว่าคนแก่หรือคนที่กินอาหารจากธรรมชาติจะแก่ช้า
ผิวพรรณสดใส และแข็งแรงกว่าคนที่ใช้ชีวิตการกินแบบปัจจุบันนี้มาก

ทั้งนี้เพราะเขากินอาหารดี ไม่ติดในรสเหมือนคนปัจจุบัน
ที่มักจะเคยชินกับการปรุงแต่งรสอาหาร
จึงทำให้เกิดโรคภัยต่างๆตามมา

ถ้าไม่อยากเสี่ยงกับโรคร้ายต่างๆ
ควรเลือกกินอาหารที่มีรสชาติตามธรรมชาติ
หรือปรุงแต่งรสให้น้อยที่สุด



นับแต่นี้ เห็นทีจะต้องเก็บขวดน้ำปลา กระปุกน้ำตาล
วางไว้ให้ไกลมือหน่อย น่าจะดี

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

In The Name Of Justice.
Full Member
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 171


« ตอบ #11 เมื่อ: มิถุนายน 08, 2006, 17:40:20 »


กินแกลบโลดครับ  :P
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
ราชาวดี
Newbie
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 11



« ตอบ #12 เมื่อ: มิถุนายน 08, 2006, 19:30:23 »


กินแกลบโลดครับ  :P
มีวิธีทำยังไงค่ะ..แกลบโลด...อิอิ 
ตอนนี้วิธีประหยัดก็คือ พยายามไม่ออกจากบ้านค่ะ...
ถ้าออกไปเมื่อไหร่ เป็นต้องจ่ายเงิน..คือค่อนข้างฟุ่มเฟือยไปนิ้ด...
ก็เลยต้องเก็บตัวอยู่กับบ้านดีที่สุด ถ้าจะซื้ออะไรก็ต้องคิดก่อนว่า
จำเป็นหรือเปล่า แต่เรื่องกินนี่ไม่ควรประหยัดมากน่ะค่ะ..เดี๋ยวผอมโซแล้วไม่สวย... ;)
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 19,825



« ตอบ #13 เมื่อ: มิถุนายน 17, 2006, 00:08:09 »


ป้าเสลาอ่านเจอความคิดเห็นในการใช้ชีวิตที่พอเพียง
ในเรื่องใหญ่ 2 เรื่อง คือ เรื่องบ้าน และรถ น่าสนใจมาก


"บ้าน นกน้อยทำรังแต่พอตัว

คนส่วนใหญ่เสียโอกาสมีความสุขในชีวิต เพราะเข้าใจผิดว่า
บ้านอย่างที่เห็นในฝันจะทำให้เรามีความสุข
ถ้าเราต้องขับรถแสนไกลจากบ้านในฝัน ลูกต้องกินข้าวในรถ
ต้องทำงานจนค่ำเพื่อหาเงินผ่อนบ้าน จนไม่มีโอกาสได้อยู่บ้านจริงๆ
หรือเวลาอยู่บ้าน ชีวิตเราก็ต้องวุ่นวายกับการดูแลทำความสะอาด
หาแม่บ้าน ทำสวน กลัวขโมย



บ้านใหญ่เกินกำลัง ยังถูกเพิ่มปัญหาด้วยของแต่งบ้าน
อุปกรณ์เครื่องใช้ราคาแพงตามความแพงของบ้าน
ยิ่งบ้านยิ่งขยายใหญ่ ค่าใช้จ่ายในชีวิตเราก็ยิ่งโตทวีคูณตามไปด้วย



อะไรจะสำคัญกว่ากัน......การมีอิสระทางใจ มีจิตใจที่ปลอดโปร่ง ในบ้านหลังเล็กพอตัว
ควบคุมชีวิต ควบคุมการเงินของตนเองได้ มีเงินเหลือ
มีทางเลือกเปิดกว้างมีสมองเปิดกว้าง เพื่อตนเอง เพื่อคนอื่น ด้วยใจที่ไม่เครียด 
ด้วยเงินที่ไม่ต้องจับจ่ายไปกับข้าวของเสริมฐานะ
ชีวิตเรายังต้องเดินทางอีกไกล วางภาระ ไม่แบกขอบหนัก ชีวิตเบาสบาย"



รถยนต์….ลดเงิน

มีคนมากมายที่ยอมอยู่บ้านรกสกปรก  มีรถขับโก้หรู แต่ต้องผ่อนตัวเป็นเกลียว
ถ้าเราเห็นประโยชน์ของรถจริงๆ ว่าเป็นเพียงพาหนะที่พาเราไปยังจุดหมายต่างๆ เท่านั้น
เราจะไม่ตกหลุมพรางเลย
         
ดิฉันเคยชื้อรถยุโรปยี่ห้อดัง ตอนเริ่มทำงานมีเงินใหม่ๆ
แต่เมื่อรู้จักตัวเองมากขึ้นเข้าใจตัวเองมากขึ้น
จำได้ว่าไปยืนเลือกรถโดยดูจากความคุ้มค่า และค่าใช้งาน (คือเงินที่หายไปเวลาขายต่อ) มากกว่า



มีเพื่อนดิฉันคนหนึ่งซื้อรถยุโรปหรูมาคันหนึ่งแล้วพบว่า หลังจากที่ทนกับปัญหาบางอย่างไม่ไหว
จึงขายไปในเวลา 2 ปี ราคาที่เธอขายรถไปเป็นราคาที่ลดลงจากราคาที่เธอซื้อมาทีแรก
ท่ากับเธอจ่ายค่าใช้งานรถคันนั้น ในเวลา 2 ปี เป็นเงิน 2 ล้านกว่าบาท
หรือเฉลี่ยเดือนละ 1 แสนบาท

เพราะฉะนั้นเราอาจจะลองคำนวณดูว่า รถคันที่เราจะซื้อ
เราพร้อมที่จะจ่ายค่าใช้งานในราคาเท่านั้นหรือเปล่า.....
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

เด็กหอ5ห้อง4
Hero Member
*****
ออนไลน์ ออนไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,631


อรุณสวัสดิ์ยามเช้า


« ตอบ #14 เมื่อ: มิถุนายน 17, 2006, 09:07:16 »


เห็นกระทู้แล้วก็น่าสนใจครับ

อ่านแล้วก็คิดถึงนิสัยการขับรถตัวเองครับ
ช่วงที่น้ำมันยังไม่ได้ราคากระฉูดขนาดนี้ ผมขับรถเร็วครับ ขอให้ถนนมีที่ว่าง ผมเหยียบทันที 120, 140, 160 ผมรู้ว่าคร่าวๆ ว่า น้ำมันผม 1 ถังเต็ม จะขับได้ประมาณกี่กิโลเมตร แต่ไม่เคยใส่ใจว่าผมเผาน้ำมันเกินความจำเป็นไปแค่ไหน ได้แต่คิดว่ารถเราเครื่องใหญ่ แค่นี้กิโล/ลิตร โอเคแล้ว แต่ผมจะโดนแฟนผมบ่นทุกครั้งเวลาไปไหนมาไหนด้วยกัน ผมก็ขับช้าลงบ้าง
จนกระทั่งราคาน้ำมัน มันชักจะไปกันใหญ่ เลยเปลี่ยนความคิดตัวเอง ลองขับ 90 ลองขับนิ่งๆ ไม่เร่งเครื่องโดยไม่จำเป็น เอ๊ะ มันได้ผลแฮะ หนึ่งถังผมขับได้มากขึ้นราวๆ 10% จริงๆ

คนไหนที่ใช้รถ ที่มีระบบ information แสดงปริมาณการเผาผลาญน้ำมันได้ ลองสังเกตตัวเองดูนะครับ ว่าเเหยียบคันเร่งแบบนี้ เร่งเครื่องไปถึง สองพันรอบ แล้วดูว่า จะใช้น้ำมัน กี่กิโลลิตร แล้วถ้าสามพันรอบล่ะ

เครื่องยนต์มีขนาดใหญ่ (CC สูง) เปลืองน้ำมันกว่า รถที่มีเครื่องยนต์เล็กกว่าอยู่แล้ว แต่จุดที่คนทั่วไปมักจะลืมนึกคือ เวลาคุณเหยียบคันเร่งลงไปเท่าๆ กัน เครื่องยนต์ขนาดใหญ่จะใช้น้ำมันมากเป็นพิเศษ ในการที่จะพารถขยับจากการหยุดนิ่ง ให้เคลื่อนตัวไปด้วยความเร็วเท่าๆ กัน เพราะฉะนั้น เวลาออกตัว ถ้าไม่จำเป็น ก็อย่าออกตัวแบบมีเท่าไรใส่หมด ค่อยๆ ออกครับ นิ่มๆ จะประหยัดน้ำมันได้

ก็เลยอยากจะเล่าให้ฟัง สำหรับคนที่ใช้รถเครื่องใหญ่นะครับ ลองดูนะครับ จะช่วยได้
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า


                                                             Stickwind Studio is coming back
evergreen
Newbie
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 19



« ตอบ #15 เมื่อ: มิถุนายน 17, 2006, 11:27:35 »






เศรษฐกิจพอเพียงนี้ให้ปฏิบัติเพียงครึ่งเดียว
คือไม่ต้องทั้งหมดหรือแม้จะเศษหนึ่งส่วนสี่ก็พอ ...
ความหมายของเศรษฐกิจพอเพียงและทำได้เพียงเศษหนึ่งส่วนสี่ก็พอนั้น
ไม่ได้แปลว่าเศษหนึ่งส่วนสี่ของพื้นที่ แต่เศษหนึ่งส่วนสี่ของการกระทำ


(พระราชดำรัส เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2541)
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 19,825



« ตอบ #16 เมื่อ: มิถุนายน 26, 2006, 19:41:45 »


ป้าอ่านข่าวเจอ ที่เกาหลีใต้มีนโยบายประหยัดน้ำมัน
ด้วยการประกาศวันไม่ขับ  1 วัน ในทุกสัปดาห์
สำหรับข้าราชการและพนักงานรัฐวิสาหกิจของเขา

โดยไม่ได้ถือเป็นการบังคับ เพียงแค่ว่าในวันที่กำหนดเป็นวันไม่ขับนั้น
จะไม่ให้นำรถเข้ามาในสถานที่ราชการ

บ้านเราน่าจะมีมาตรการอะไรที่เป็นแนวทางปฏิบัติให้เป็นจริงเป็นจังกันบ้าง
ไม่ใช่ประโคมข่าวทำกันประเดี๋ยวประด๋าว เหมือนไฟไหม้ฟาง

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้บริหารประเทศ ข้าราชการพนักงานประจำของรัฐ
ควรจะเป็นแกนนำ ในการมีวิถีชีวิตที่ประหยัด พอเพียงอย่างเป็นเรื่องเป็นราว

อ่านเรื่องราวของในหลวงที่ท่านทรงประหยัด แม้เรื่องการใช้รองพระบาท
จาก กระทู้ "ก.เปรมศิลป์ ร้านซ่อมรองพระบาทในหลวง"
http://www.arunsawat.com/board/index.php?topic=387.msg2118;topicseen#msg2118
แล้วให้ข้อคิดดีๆกับเรามากมาย


แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

โกวเฮง
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,331



เว็บไซต์
« ตอบ #17 เมื่อ: มิถุนายน 26, 2006, 19:48:31 »



ป้าเสลาขอแนะนำ ไข่ปิ้ง
อาหารประจำถิ่นของพี่น้องชาวอีสาน
ชื่อพื้นบ้านอีสาน  ไข่ปิ้ง
สรรพคุณ บำรุงกำลัง ให้พลังงานแก่ร่างกาย กระจายลม เป็นอาหารบำรุงธาตุดิน
ฤดูากาลที่รับประทาน ทุกฤดู
มื้อที่รับประทาน  ได้ทุกมื้อ หรือเป็นอาหารว่างระหว่างมื้อ
ข้อควรระวัง อาจแสลง กับคนที่มีแผลกำลังรักษา อาจทำให้แผลหายช้า และมีรอยแผลเป็นได้

ส่วนผสมและวิธีปรุง ป้าเสลาได้ขอสัมภาษณ์ลุงแคนผู้อาวุโสแห่งเว็บเสรีไทย
ถึงวิธีการทำไข่ปิ้งดังนี้



ป้าๆ แล้วไข่ลุงแคน น่ะอร่อยไหมอ๊ะ มีวิตามินไหมอ๊ะ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 19,825



« ตอบ #18 เมื่อ: มิถุนายน 26, 2006, 19:59:54 »



ป้าเสลาขอแนะนำ ไข่ปิ้ง
อาหารประจำถิ่นของพี่น้องชาวอีสาน
ชื่อพื้นบ้านอีสาน  ไข่ปิ้ง
สรรพคุณ บำรุงกำลัง ให้พลังงานแก่ร่างกาย กระจายลม เป็นอาหารบำรุงธาตุดิน
ฤดูากาลที่รับประทาน ทุกฤดู
มื้อที่รับประทาน  ได้ทุกมื้อ หรือเป็นอาหารว่างระหว่างมื้อ
ข้อควรระวัง อาจแสลง กับคนที่มีแผลกำลังรักษา อาจทำให้แผลหายช้า และมีรอยแผลเป็นได้

ส่วนผสมและวิธีปรุง ป้าเสลาได้ขอสัมภาษณ์ลุงแคนผู้อาวุโสแห่งเว็บเสรีไทย
ถึงวิธีการทำไข่ปิ้งดังนี้



ป้าๆ แล้วไข่ลุงแคน น่ะอร่อยไหมอ๊ะ มีวิตามินไหมอ๊ะ


ป้าขอเวลาไปเชิญลุงแคนมาตอบคำถามนี้ด้วยตัวเองดีกว่านะคุณ โกวเฮง
ป้าไม่กล้าเดากลัวตอบผิด
  :-*
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

โกวเฮง
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,331



เว็บไซต์
« ตอบ #19 เมื่อ: มิถุนายน 29, 2006, 23:04:42 »



ป้าเสลาขอแนะนำ ไข่ปิ้ง
อาหารประจำถิ่นของพี่น้องชาวอีสาน
ชื่อพื้นบ้านอีสาน  ไข่ปิ้ง
สรรพคุณ บำรุงกำลัง ให้พลังงานแก่ร่างกาย กระจายลม เป็นอาหารบำรุงธาตุดิน
ฤดูากาลที่รับประทาน ทุกฤดู
มื้อที่รับประทาน  ได้ทุกมื้อ หรือเป็นอาหารว่างระหว่างมื้อ
ข้อควรระวัง อาจแสลง กับคนที่มีแผลกำลังรักษา อาจทำให้แผลหายช้า และมีรอยแผลเป็นได้

ส่วนผสมและวิธีปรุง ป้าเสลาได้ขอสัมภาษณ์ลุงแคนผู้อาวุโสแห่งเว็บเสรีไทย
ถึงวิธีการทำไข่ปิ้งดังนี้



ป้าๆ แล้วไข่ลุงแคน น่ะอร่อยไหมอ๊ะ มีวิตามินไหมอ๊ะ


ป้าขอเวลาไปเชิญลุงแคนมาตอบคำถามนี้ด้วยตัวเองดีกว่านะคุณ โกวเฮง
ป้าไม่กล้าเดากลัวตอบผิด
  :-*


แล้วลุงแคนว่างมาตอบให้หรือยังอ๊ะป้า อยากรู้จัง
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 19,825



« ตอบ #20 เมื่อ: มิถุนายน 29, 2006, 23:16:02 »



ป้าไปตามตัวลุงแคนตั้งแต่วันก่อนแล้ว
ลุงแคนบอกว่าช่วงนี้ไม่ค่อยว่าง  ลุงกำลังมีเรื่องร้อนๆ
เกี่ยวกับการเมืองให้ติดตาม จนไม่มีเวลาสนใจเรื่องไข่...

อ้าว..ป้าอธิบายไม่ค่อยถูก
เอาเป็นว่าลุงแคนบอกว่าถ้าว่างจากเรื่องการเมืองร้อนๆ
แล้วจะมาตอบเรื่องไข่ของลุง..ไม่ใช่ๆอีก....
...ลุงบอกว่าจะมาตอบเรื่องไข่ปิ้งที่ลุงเคยอธิบายวิธีทำไว้จ้า....
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

โกวเฮง
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,331



เว็บไซต์
« ตอบ #21 เมื่อ: มิถุนายน 29, 2006, 23:18:50 »


จะรอ จะรอ จะรอ ครอก........ครอก..............
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

น้าดี้
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 4,001



« ตอบ #22 เมื่อ: มิถุนายน 29, 2006, 23:20:33 »


เดี๋ยวจะไปประกาศเรียกลุงแคนมาพูดเรื่องไข่ของลุงให้ค่ะ
เอาให้ไข่ลุงดังไปเลย
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

>>>ทุกยามเช้ามีแสงสว่าง<<<
เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 19,825



« ตอบ #23 เมื่อ: กรกฎาคม 02, 2006, 14:55:27 »


ป้าเอาวิธีทำน้ำสมุนไพรมาให้ลองทำกินเอง
ประหยัดและมีประโยชน์ แถมอร่อยด้วย



น้ำฝรั่ง
ส่วนผสม

- ฝรั่งแก่จัด(หั่นชิ้นเล็กๆ) 30 กรัม ( 2 ช้อนคาว )
- น้ำต้มสุก 200 กรัม ( 14 ช้อนคาว )
- น้ำเชื่อม 15 กรัม ( 1 ช้อนคาว )
- เกลือป่นเล็กน้อย 2 กรัม ( 2/5 ช้อนชา )

วิธีทำ

เลือกฝรั่งที่แก่จัด ล้างน้ำสะอาด ฝานเนื้อชิ้นเล็กๆนำใส่เครื่องปั่น เติมน้ำสุก ปั่นจน ละเอียด
แล้วกรองด้วยผ้าขาวบางเติมน้ำเชื่อมและเกลือป่นเล็กน้อย ชิมรสตามใจชอบ

ประโยชน์ที่ร่างกายได้รับ

คุณค่าทางอาหาร : มีวิตามินซีสูง ช่วยป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟันและมีสาร เบต้า-แคโรทีน
ช่วยลดสารพิษในร่างกาย ทั้งยังป้องกันไม่ให้ไขมันจ้บที่ผนังหลอดเลือด ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคเลือดแข็งตัว
คุณค่าทางยา : ช่วยลดระดับไขมันในหลอดเลือด ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ป่วยเส้นเลือดอุดตัน


***********************



น้ำดอกคำฝอย
ส่วนผสม

- ดอกคำฝอยแห้ง 2-5 กรัม ( 1หยิบมือ )
- น้ำเดือด 150 กรัม ( 1ถ้วยกาแฟ )

วิธีทำ

1.เอาดอกคำฝอยใส่ในถ้วยกาแฟ เทน้ำร้อนลงไป
2.เอาช้อนกาแฟชงให้เข้ากับน้ำร้อน จนกระทั่งน้ำเป็นสีแดงปนน้ำตาล สีจะเข้มแล้วจิบดื่มช้าๆ

ประโยชน์ที่ร่างกายจะได้รับ

คุณค่าทางยา:: ลดไขมันในเส้นเลือด ลดความดันโลหิตสูง ช่วยขับเหงื่อ
ช่วยระบายอ่อนๆคนจีนใช้รักษาโรคหัวใจและหลอดเลือด

***********************


น้ำใบเตย
ส่วนผสม

- ใบเตย 5 กรัม (1 ใบ )
- น้ำเชื่อม 15 กรัม ( 1 ช้อนคาว )
- น้ำเปล่าต้มสุก 240 กรัม ( 16 ช้อนคาว )

วิธีทำ

1.นำใบเตยสดล้างให้สะอาด หั่นเป็นท่อนๆใส่หม้อต้มด้วยน้ำสะอาด
2.พอเดือดก็ลดไฟลง เคี่ยวไปเรื่อยๆจนมองเห็นสีของใบเตยสีเขียวอ่อนเจือจาง
3.ตักใบเตยออกด้วยการกรองให้เหลือแต่น้ำใบเตย
4.เอาเกลือป่นใส่ครึ่งช้อนชา ตามด้วยน้ำเชื่อม
5.ปล่อยให้เดือดต่อไปอีก 5 นาที

     อีกวิธีหนึ่ง เอาใบเตยมาล้างให้สะอาด ตากแดดให้แห้งเอาไปคั่ว
แล้วเก็บใส่ขวดหรือกระป๋องแบบใบชา ก็จะได้"ชาเตยหอม" เมื่อต้องการดื่มก็เอามาชงแบบชงน้ำชา
กลิ่นหอมชวนดื่ม ราคาถูก

ประโยชน์ที่ร่างกายจะได้รับ

คุณค่าทางอาหาร : ใช้แต่งสีอาหาร เพิ่มกลิ่นหอมให้อาหาร
คุณค่าทางยา : ช่วยบำรุงหัวใจ ช่วยลดอาการกระหายน้ำ ทำให้ชุ่มชื่น



***********************



น้ำขิง
ส่วนผสม

- ขิงสด 15 กรัม (ขนาด 1"x1.5" 5 ชิ้น )
- น้ำเชื่อม 15 กรัม ( 1 ช้อนคาว )
- น้ำเปล่า 240 กรัม ( 16 ช้อนคาว )

วิธีทำ

นำขิงมาปอกเปลือกล้างให้สะอาด หั่นเป็นแว่นใส่หม้อใส่น้ำ ตั้งไฟต้ม จนเดือดสักครู่ยกลง กรองเอาขิงออก
ใส่น้ำเชื่อม ชิมรสตามชอบ หรืออีกวิธีหนึ่ง ใช้เหง้าขิงแก่ฝนกับน้ำมะนาว ใช้กวาดคอ
หรือใช้เหง้าขิงสด ตำผสมน้ำเล็กน้อย คั้นเอาน้ำและใส่เกลือนิดหน่อยใช้จิบบ่อยๆ

ประโยชน์ที่ร่างกายได้รับ

คุณค่าทางอาหาร : พรั่งพร้อมด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น แคลเซียมบำรุงกระดูกและฟัน
และยังมีสารเบต้า-แคโรทีน ซึ่งช่วยต้านโรคมะเร็งอีกด้วย
คุณค่าทางยา : แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ ขับลม และขับเสมหะแก้อาการคลื่นใส้ อาเจียน
เมารถเมาเรือ ช่วยเจริญอาหาร กินข้าวได้
นอกจากนั้นยังลดการจับตัวของลิ่มเลือด ช่วยย่อยอาหารโดยเพิ่มการหลั่งน้ำดี
และน้ำย่อยต่างๆต้านการเกิดแผลในกระเพาะอาหาร


***********************



น้ำกระเจี๊ยบ
ส่วนผสม

- ดอกกระเจี๊ยบสด/แห้ง 20 กรัม ( 5 ดอก )
- น้ำเชื่อม 30 กรัม ( 2 ช้อนคาว )
- น้ำเปล่า 200 กรัม ( 14 ช้อนคาว )
- เกลือป่นเสริมไอโอดีน 2 กรัม ( 2/5 ช้อนคาว )

วิธีทำ

1.เอาดอกกระเจี๊ยบสดหรือแห้งก็ได้ ล้างน้ำทำความสะอาด นำใส่หม้อต้ม จนเดือด
   แล้วลดไฟลงอ่อนๆเคี่ยวเรื่อยๆจนน้ำเป็นสีแดงจนเข้มข้น
2.เอาดอกกระเจี๊ยบขึ้นจากหม้อต้ม แล้วเอาน้ำเชื่อมและเกลือใส่ลงไป
   ปล่อยให้น้ำกระเจี๊ยบเดือด 1 นาที ยกลงชิมรสตามชอบ
3.เอาขวดเปล่ามาล้างทำความสะอาด ต้มในน้ำเดือด 20 นาที นำน้ำกระเจี๊ยบแดงมากรอกแล้วปิดจุกให้แน่น
   แช่ตู้เย็นเก็บไว้ได้นาน ...หรืออีกวิธีหนึ่ง...นำดอกกระเจี๊ยบมาตากแห้ง แล้วนำมาบดเป็นผง
   นำผงกระเจี๊ยบครั้งละ 1 ช้อนชา ชงในน้ำเดือด 1 ถ้วย(250 มิลลิกรัม)

ประโยชน์ที่ร่างกายได้รับ

คุณค่าทางอาหาร : ให้วิตามินเอสูงมาก ช่วยบำรุงสายตา รองลงมามี แคลเซียม ช่วยบำรุงกระดูกและฟัน
คุณค่าทางยา : ช่วยขับปัสสาวะ ลดความดันโลหิต เป็นยาระบายอ่อนๆ และช่วยแก้อาการกระหายน้ำ

*********************
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

tangmoo
Sr. Member
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 269


« ตอบ #24 เมื่อ: กรกฎาคม 02, 2006, 15:23:16 »


เห็นภาพน่าดื่มจัง...ที่ชอบคือน้ำฝรั่งครับ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

มิได้รักเนตรงามยามชม้าย  มิได้รักเรือนกายประพายศรี
แต่รักในบางสิ่ง ซึ่งเธอมี รักลึกซึ้งความดีที่เธอทำ ...ชญาวัน
หน้า: [1] 2 3
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
    กระโดดไป: