ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
มกราคม 28, 2012, 17:30:02
96,114 กระทู้ ใน 7,159 หัวข้อ โดย 8,403 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: cocore
::Arunsawat ::อรุณสวัสดิ์ ::  |  สบาย สบายสไตล์อรุณสวัสดิ์ : บุคคลทั่วไปกรุณาสมัครสมาชิกก่อนโพสท์  |  บันเทิงเริงรมย์  |  ฟังเพลงคาลิปโซ่ กับ Harry Belafonte ศิลปินผิวดำที่ไม่ธรรมดา 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้ « หน้าที่แล้ว ต่อไป »
หน้า: [1]
ผู้เขียน หัวข้อ: ฟังเพลงคาลิปโซ่ กับ Harry Belafonte ศิลปินผิวดำที่ไม่ธรรมดา  (อ่าน 3422 ครั้ง)
เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 18,910



« เมื่อ: เมษายน 22, 2007, 01:55:17 »




....
แฮร์รี  เบลาฟอนเต 
มีชื่อเต็มว่า Harold George Belafonte
เขาเกิดเมื่อวันที่ 1 มีนาคม  ค.ศ. 1927
ที่ย่านฮาร์เล็ม ใจกลางนครนิวยอร์ก
พ่อและแม่เป็นชาวจาเมการุ่นแรก
ที่อพยพมาตั้งถิ่นฐานในอเมริกา

เมื่อวัยเด็ก แฮร์รีย้ายตามครอบครัวกลับไปอยู่จาเมกาเป็นเวลา 5  ปี 
แล้วย้ายกลับอเมริกามาเรียนชั้นมัธยมปลาย
ที่โรงเรียน  GEORGE WASHINGTON HIGH SCHOOL  แต่เรียนไม่จบ 
เนื่องจากประสบปัญหาระบบประสาทส่วนกลางพิการ  (DYSLEXIA) 
อ่านหนังสือเข้าใจยาก  แฮร์รีออกจากโรงเรียนเมื่ออายุ 17 ปี 
สมัครเข้าประจำการเป็นทหารเรือ  อยู่ในราชการ  2  ปี
แล้วกลับมาอยู่นิวยอร์ก
เนื่องจากความที่ตนไม่จบชั้นมัธยมปลาย แถมไม่ได้เรียนรู้อะไรมาก
ช่วงเป็นทหารเรือ  งานแรกที่ทำคือเป็นผู้ช่วยภารโรง  ทำความสะอาด

จนวันหนึ่งแฮร์รีได้ตั๋วชมละครฟรีจากเพื่อนๆ
ครั้งแรกยังไม่รู้ว่าละครคืออะไร   แต่เมื่อได้สัมผัส
ละครได้เปิดทางชีวิตใหม่สำหรับเขา แฮร์รีเกิดความสนใจ
ตั้งใจแน่วแน่ว่าจะยึดอาชีพนักแสดงในอนาคต
ก้าวแรกคือเรียนรู้จากโรงเรียน

โรงเรียนนักแสดงที่แฮร์รี  เบลาฟอนเต  เรียนอยู่ขณะนั้น
เพื่อนร่วมชั้นหลายคนหารู้ไม่ว่าเขาเหล่านั้นกำลังจะกลายเป็นดารายิ่งใหญ่ในอนาคต 
อย่างเช่น มาร์ลอน แบรนโด, ร็อด สไตเกอร์ และวอลเตอร์ แมธเธา

หลังจบหลักสูตร แฮร์รีเข้าเป็นสมาชิกและฝึกซ้อมละคร
กับคณะละคร   THE  AMERICAN   NEGRO  THEATRE 
คืนหนึ่งเขาได้รับเชิญให้ขึ้นไปร้องเพลงบนเวทีที่ ROYAL  ROOST  ไนต์คลับ 
สไตล์การร้องที่นุ่มนวล ฟังเพราะจับใจ 
ทำให้แขกเหรื่อและผู้จัดการคลับพอใจถึงขนาดจ้างให้มาร้องเพลงที่คลับแห่งนี้
เป็นเวลาถึง 20  สัปดาห์
แฮร์รี เบลาฟอนเต เริ่มเป็นที่รู้จักคุ้นเคยในแวดวงคนเที่ยวกลางคืนชาวนิวยอร์ก
แต่เขาก็ไม่มีความสุขกับเพลงที่เขาร้องสักเท่าไร

แฮร์รี  จึงร่วมกับเพื่อนอีก 2 คนซื้อกิจการภัตตาคารเล็กๆ แห่งหนึ่ง
ในย่านกรีนนิชวิลเลจ แหล่งบันเทิงที่มีทั้งชาวนิวยอร์กและนักท่องเที่ยวมาเยือนเป็นประจำ
โดยที่แฮร์รีทำงานรับค่าตอบแทนสัปดาห์ละ  70  เหรียญฯ 
ถึงแม้จะเป็นเงินที่ไม่มากนัก แต่เขาก็มีความสุขกับงานที่ทำ   
เพราะที่ภัตตาคารแห่งนี้เป็นจุดนัดพบสังสรรค์และเวทีการแสดงออก
ของเพื่อนศิลปินที่มีความคิดหลากหลาย

แฮร์รี   เบลาฟอนเต   เกิดความคิดใหม่
เปลี่ยนแนวและประเภทของเพลงที่เขาร้อง จากเพลงป็อป   สากลนิยม
มาเป็นเพลงพื้นบ้าน  เพลงบัลลาด 
และที่แตกต่างจากนักร้องคนอื่นคือ  การนำเอาเพลงพื้นเมือง
ผสมผสานดนตรีคาลิปโซ ซึ่งเขาชื่นชอบในวัยเด็ก เมื่ออยู่บนเกาะจาเมกา 
มาร้องให้บรรดาแขกที่มาอุดหนุนที่ภัตตาคารฟัง

หลังจากนั้นไม่นาน ชื่อเสียงและเอกลักษณ์ในดนตรีเพลงพื้นบ้าน
จากเสียงร้องของแฮร์รี  เบลาฟอนเต เริ่มแพร่กระจายไปสู่ชาวนิวยอร์ก
และคนต่างแดนที่มาเยือน

ปี ค.ศ. 1953 แฮร์รี เบลาฟอนเต แสดงภาพยนตร์เรื่องแรกชื่อ BRIGHT ROAD
ซึ่งประสบความสำเร็จพอสมควร 
เป็นผลให้เขามีโอกาสแสดงภาพยนตร์เรื่องที่  2
ในปี ค.ศ.  1955 ชื่อเรื่อง CARMEN JONES ส่วนละครเวที
เบลาฟอนเตแสดงอยู่หลายเรื่อง แถมเรื่อง ALMANAC ยังทำให้เขาได้รับรางวัลโทนี่อีกด้วย

ปี  ค.ศ.  1956  แฮร์รี เบลาฟอนเต เซ็นสัญญาบันทึกเสียงกับสังกัด RCA
ปีเดียวกับที่เอลวิส   เพรสลีย์   เซ็น 
อัลบั้มชุดแรกของเบลาฟอนเตชื่อชุด   MARK  TWAIN AND  OTHER FOLK FAVORITES 
ตามด้วยอัลบั้มชุดสองชื่อ BELAFONTE
ทั้งสองชุดประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง
แต่เมื่อมาถึงชุดสาม  ชุด  CALYPSO  ชุดนี้ที่จุดประกายชื่อ  แฮร์รี เบลาฟอนเต ดังไปทั่วโลก
เพราะในอัลบั้มประกอบด้วยเพลงพื้นบ้าน  หมู่เกาะเวสต์อินดีส
ที่มีความไพเราะ อ่อนหวานอยู่หลายเพลง อาทิเช่น

DAY-O  หรือ BANANA BOAT SONG
เพลงพื้นบ้านของชาวตรินิแดด แฮร์รีมักได้ยินพ่อร้องบ่อยครั้ง   
เป็นเพลงที่ร้องในหมู่คนงานขนถ่ายกล้วยลงเรือในท่าเรือเมืองตรินิแดด
พวกเขาจะทำงานในเวลากลางคืน โดยมีแสงดาวช่วยส่องสว่าง
ทุกคนจะรอแสงอาทิตย์ขึ้นในวันใหม่   เป็นอันสิ้นสุดการทำงาน 
"DAY-OH, DAYYY-OH, DAYLIGHT COME AND ME WANNA GO HOME"

DAY-O   กลายเป็นเพลงฮิตไปทั่วโลก
รวมทั้งในเมืองไทย สุรพล โทณวนิก นำไปใส่เนื้อร้องภาษาไทย 
ตั้งชื่อเพลงว่า แดดออก  แล้วมอบให้ มีศักดิ์  นาครัตน์  เป็นผู้ร้อง
ได้รับความนิยมพอสมควร จนนำไปใช้เป็นเพลงโฆษณาสินค้าหลายตัว
DAY-O กลับมาดังอีกครั้งในอเมริกาในปี  ค.ศ. 1988 
เมื่อผู้กำกับ  ทิม  เบอร์ตัน นำไปใช้ประกอบในภาพยนตร์เรื่อง  BEETLEJUICE
เบลาฟอนเตได้กลุ่มคนฟังคนรุ่นใหม่

JAMAICA  FAREWELL  เพลงพื้นบ้านเกี่ยวกับการอำลา 
ลาจากของเกาะจาเมกา เนื้อร้องพูดถึงชายหนุ่มซึ่งมีความผูกพัน
กับหญิงสาวที่อยู่ในเมืองคิงส์ตัน  เกาะจาเมกา
ต้องจากบ้านไปอยู่ต่างแดนชั่วระยะหนึ่ง   
"I'M  SAD TO SAY I'M ON MY WAY/WON'T BE BACK FOF MANY A   DAY"
แฮร์รี เบลาฟอนเต เป็นผู้ที่นำเพลงนี้มาบันทึกเสียงลงแผ่นเป็นคนแรก
ได้รับความนิยมไปทั่วโลก


แฮร์รี เบลาฟอนเต กับคณะดนตรีของเขาที่ร่วมออกทัวร์เปิดการแสดง ในปี 1957

ส่วนอัลบั้ม  CALYPSO  กลายเป็นอัลบั้มแผ่นเสียงแผ่นแรกที่ทำยอดขายกว่า 1 ล้านก๊อปปี้
เมื่อออกจำหน่ายในปี  ค.ศ. 1956 แถมอยู่อันดับหนึ่งนานถึง 31 สัปดาห์
หลังจากความสำเร็จของอัลบั้ม  CALYPSO 
แฮร์รี  เบลาฟอนเต ยังนำเพลงพื้นบ้านหมู่เกาะเวสต์อินดีส อีกหลายเพลง
มาบันทึกเสียง  อาทิ MATILDA เพลงซึ่งบรรยายถึงความหึงหวงของผู้หญิงชาวจาเมกาคนหนึ่ง   
เมื่อทราบว่าแฟนหนุ่มเกิดไปมีความสัมพันธ์กับหญิงอื่น 
ถึงกับเก็บข้าวของเงินทองหนีออกจากบ้าน 
"MATILDA, MATILDA/SHE TAKES MY MONEY AND RUN  VENEZUELA" 
นอกนั้นยังมีเพลง MARY'S BOY CHILD, MAMA LOOK AT BUBU
และ COCOANUT WOMAN

แฮร์รี   เบลาฟอนเต  ได้รับการยกย่องว่าเป็นนักร้องที่มีพรสวรรค์
ในการถ่ายทอดอารมณ์เพลงพื้นบ้านทุกประเภท 
ไม่ว่าจะเป็นเพลงพื้นบ้านคนผิวดำอเมริกัน   อย่างเช่น
 ALL  MY TRIALS,  COTTON FIELDS
เพลงพื้นบ้านไอริช อย่างเช่น DANNY BOY
อัลบั้มการแสดงสดที่หอประชุมคาร์เนกีฮอลล์   
ถือว่าเป็นอัลบั้มบันทึกเสียงที่ดีที่สุดชุดหนึ่งในบรรดาอัลบั้มการแสดงสดด้วยกัน
บรรดานักสะสมแผ่นเสียงต่างใฝ่หาอัลบั้มชุดนี้

ทั้งๆ  ที่ตนเป็นศิลปินที่ประสบความสำเร็จสูงสุดคนหนึ่งในยุคปลายทศวรรษ  1950s 
แต่ลึกๆ  แล้วเรื่องเหยียดผิวยังมีอยู่ทั่วไปในสังคมคนผิวขาว 
โดยเฉพาะคนทางใต้ ปี ค.ศ. 1957 
ฉากจุมพิตระหว่างแฮร์รี  เบลาฟอนเต กับนางเอกคนขาว โจน ฟอนเตน
ในภาพยนตร์เรื่อง  ISLAND  IN  THE SUN
เมื่อนำไปฉายทางใต้ ถูกสั่งให้ตัดออก แถมบางรัฐสั่งแบนห้ามฉายทั้งเรื่อง   
มิฉะนั้นจะถูกภัยคุกคามจากกลุ่ม   KLU  KLUX KLAN

หลังจากนั้นอีก  11  ปีต่อมา  เมื่อแฮร์รี  เบลาฟอนเต
ได้รับเชิญไปร้องเพลงดูเอตกับ เพตูลา  คลาค ออกรายการทางเครือข่าย NBC
แพร่ภาพทั่วประเทศ
ช่วงขณะที่เพตูลา คลาค ไปแตะมือเบลาฟอนเต
ถูกสปอนเซอร์คือรถยนต์  PLYMOUTH  สั่งห้ามแพร่ภาพออกอากาศ 
เพราะเกรงว่าจะกระทบกระเทือนจิตใจคนขาวที่อยู่ทางใต้
แต่เพตูลา คลาค ซึ่งเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์รายการปฏิเสธที่จะทำเช่นนั้น
กลายเป็นภาพประวัติศาสตร์ที่ศิลปินผิวขาวสัมผัสตัวศิลปินผิวดำออกอากาศทางทีวีเป็นครั้งแรก


แฮร์รี  เบลาฟอนเต
พูดรณรงค์เพื่อสิทธิมนุษยชนที่ Mamaroneck เมื่อ มกราคม 2005


นับตั้งแต่ทศวรรษ  1950s  แฮร์รี  เบลาฟอนเต 
ใช้สถานภาพความเป็นศิลปินชื่อดังในการเคลื่อนไหวรณรงค์
เพื่อให้ได้มาซึ่งความเสมอภาคในหมู่คนดำในอเมริกา 
อีกทั้งหาทุนช่วยเหลือขบวนการเคลื่อนไหวล้มระบบชนชั้นปกครองคนขาว
ในสหภาพแอฟริกาใต้ 

จุดหักเหที่ทำให้เบลาฟอนเตเป็นเช่นนั้นเกิดขึ้นเมื่อปี  ค.ศ. 1953
เมื่อเขามีโอกาสพบและพูดคุยกับท่านสาธุคุณ มาร์ติน  ลูเธอร์ คิง
ซึ่งก่อนหน้านั้นเขามีแนวคิดเรื่องดังกล่าวอยู่แล้ว
คิดเสมอว่าทำไมคนดำที่ไปสู้รบเคียงบ่าเคียงไหล่คนขาวในสมรภูมิรบในยุโรปและเอเชีย 
สู้เพื่อความเป็นประชาธิปไตย 
เมื่อกลับบ้านสู่อเมริกาต้องเผชิญกับเรื่องเหยียดผิว 

แฮร์รี เบลาฟอนเต กลายเป็นหนึ่งในขุนพลคู่ใจของสาธุคุณมาร์ติน  ลูเธอร์  คิง 
โน้มน้าวให้ศิลปินคนขาวหลายคน อาทิ พอล นิวแมน, มาร์ลอน แบรนโด
และเจมส์ การ์เนอร์ หันมาร่วมในอุดมการณ์

ปี ค.ศ. 1959 เมื่อวุฒิสมาชิก จอห์น เอฟ. เคนเนดี
ต้องการเสียงสนับสนุนจากคนดำในรัฐนิวยอร์ก   เพื่อชิงตำแหน่งประธานาธิบดี 
เคนเนดีเข้ามาขอความช่วยเหลือจากแฮร์รี เบลาฟอนเต 
หลังดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี  เคนเนดีแต่งตั้งให้แฮร์รี เบลาฟอนเต
เป็นที่ปรึกษาด้านวัฒนธรรม ดูแลด้านอาสาสมัคร  PEACE  CORPS 

ซึ่งในช่วงนั้นจะเห็นอาสาสมัครจำนวนมากเข้าไปทำงานด้านวัฒนธรรมตามประเทศต่างๆ 
ในแอฟริกา เอเชีย และละตินอเมริกา 
ช่วงนี้เองที่เบลาฟอนเตสนิทสนมกับบ็อบบี้ เคนเนดี
ซึ่งกำลังจะมาเป็นรัฐมนตรียุติธรรมของประเทศ
เบลาฟอนเตชี้ให้บ็อบบี้เห็นถึงปัญหาสังคม ความยากจนที่ยังคงมีอยู่ในอเมริกา 
ไม่เพียงแต่จะเกิดขึ้นในหมู่คนดำ  คนขาวก็เกิดขึ้นด้วย 
โดยเฉพาะผู้คนทางใต้และแถบเทือกเขาอัปปาลาเชีย
เบลาฟอนเตเชื้อเชิญให้บ็อบบี้  เคนเนดี มาออกรายการทีวีร่วมกับเขา
โดยเฉพาะรายการ THE TONIGHT  SHOW  ที่เขาเป็นพิธีกรแทนจอห์นนี  คาร์สัน
ในปี ค.ศ. 1968 ช่วยบ็อบบี้ด้านคะแนนเสียงมาก

เป็นที่น่าเศร้าหลังจากนั้นไม่กี่เดือน ทั้งบ็อบบี้ เคนเนดี กับมาร์ติน ลูเธอร์ คิง
ก็ถูกลอบประทุษร้ายเสียชีวิต

ปัจจุบัน  แฮร์รี  เบลาฟอนเต อายุ 80 ปี
เขายังอยู่กับจูลี ภรรยาที่แต่งงานตั้งแต่ปี ค.ศ. 1957
ในปี ค.ศ. 2001 ทั้งสองได้จัดตั้งกองทุนต่อสู้โรคเอดส์ชื่อ
HARRY JULIE  BELAFONTE  FUND  FOR HIV/AIDS
ปัจจุบันทั้งคู่พักอยู่อพาร์ตเมนต์ย่านแมนฮัตตันในนิวยอร์ก
ช่วงวันหยุดจะอยู่กับหลานๆ ที่ฟาร์มทางตอนเหนือ ชีวิตออกจะมีความสุข.


**************


....

ทีนี้ลองมาฟังเพลงของ  Harry Belafonte
เริ่มด้วย


Banana Boat Song  หรือ Day O
คลิคฟัง==>> http://www.esnips.com/doc/21b9c9c8-f2ff-4889-b5e8-bff64c820748/Harry-Belafonte---Day-O-(Banana-Boat-Song)-Calypso


Hava Nagila
 

คลิคฟัง==>> http://www.esnips.com/doc/9182a7d1-28ba-42c9-9953-837dbda7059b/Harry-Belafonte---Hava-Nagila


Coconut Woman
คลิคฟัง==>> http://www.esnips.com/doc/4f1905c2-d0f6-419d-a0e1-78b3ec5c6b37/Harry-Belafonte---Coconut-Woman


Jamaica_Farewell หรือ Kingston Town
คลิคฟัง==>> http://www.esnips.com/doc/93798e08-9984-4e09-93db-dc91540842ab/Harry-Belafonte---Kingston-Town


Mathilda
คลิคฟัง==>> http://www.esnips.com/doc/0f3537d7-f839-4f2a-9621-a69d1b124103/Harry-Belafonte----Mathilda





ข้อมูลเรื่องราวของ Harry Belafonte จาก ไทยโพสท์ 25 มีนาคม 2550
ภาพจาก http://tabacco.blog-city.com และ yahoo.com
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 18,910



« ตอบ #1 เมื่อ: เมษายน 28, 2007, 18:07:31 »


เมื่อป้าเสลานำเพลง Day-O หรือ Banana Boat Song มาลง
ใจก็หวนนึกถึงเพลง "แดดออก" ที่ขับร้องโดยคุณมีศักดิ์  นาครัตน์

ซึ่งได้รับอิทธิพลจากเพลงที่ว่านี้
ในยุคนั้น ไปทางไหน ก็จะได้ยินเสียงเพลง

แด๊ดออก...แด...ดดดด ออก
แดดออกแล้วววว...ฟ้าก็งามดุจเปลวทองงงงงงงงง

เพลงนี้ค้นมามาฝากโดยคุณ เด็กหอ 5
ดูเหมือนจะไปรื้อมาจากกรุเพลงของคุณแม่คุณเด็กหอ 5 เอง


และป้าก็พยายามนำมาแปลงไฟล์ขึ้นเว็บให้เพื่อนๆฟังดังนี้


"แดดออก" http://img172.imageshack.us/my.php?image=hifias8snu2.swf

และเชิญฟัง Banana Boat Song  หรือ Day O ไปด้วย

  http://www.esnips.com/doc/21b9c9c8-f2ff-4889-b5e8-bff64c820748/Harry-Belafonte---Day-O-(Banana-Boat-Song)-Calypso


Day-O

by Harry Belafonte 1957, based on a Jamaican folk song

Day-o, day-ay-ay-o
Daylight come and he wan' go home
Day, he say day, he say day, he say day, he say day, he say day-ay-ay-o
Daylight come and he wan' go home
Work all night on a drink a'rum
(Daylight come and he wan' go home)
Stack banana till thee morning come
(Daylight come and he wan' go home)
Come, Mr. Tally Mon, tally me banana
(Daylight come and he wan' go home)
Come, Mr. Tally Mon, tally me banana
(Daylight come and he wan' go home)
It's six foot, seven foot, eight foot, BUNCH!
(Daylight come and he wan' go home)
Six foot, seven foot, eight foot, BUNCH!
(Daylight come and he wan' go home)
Day, he say day-ay-ay-o
(Daylight come and he wan' go home)
Day, he say day, he say day, he say day,
he say day, he say day
(Daylight come and he wan' go home)
A beautiful bunch a'ripe banana
(Daylight come and he wan' go home)
Hide thee deadly black tarantula
(Daylight come and he wan' go home)
It's six foot, seven foot, eight foot, BUNCH!
(Daylight come and he wan' go home)
Six foot, seven foot, eight foot, BUNCH!
(Daylight come and he wan' go home)
Day, he say day-ay-ay-o
(Daylight come and he wan' go home)
Day, he say day, he say day, he say day,
he say day, he say day
(Daylight come and he wan' go home)
Come, Mr. Tally Mon, tally me banana
(Daylight come and he wan' go home)
Come, Mr. Tally Mon, tally me banana
(Daylight come and he wan' go home)
Day-o, day-ay-ay-o
(Daylight come and he wan' go home)
Day, he say day, he say day, he say day, he say day, he say day-ay-ay-o
(Daylight come and he wan' go home)


Words and Music by Harry Belafonte, Lord Burgess, and Bill Attaway



แดดออก 
ร้องโดย มีศักดิ์ นาครัตน์

"แด้ดดดด...ออก....
แดดออกแล้ว ฟ้าก็งามดุจเปลวทอง
ตื่นไปตลาด มองปราด เจอน้องน่ะ
เอ่ยปากร้องขายส้มโอโอ้โฮใหญ่
ผ่ากินหน่อย ชิมหน่อยได้ไหมล่ะ
อยากจะรู้รสชาติดีสักเพียงใด
เปรี้ยวออก...เปรี้ยวออก
เปรี้ยวอย่างนี้ รสไม่ดี ต้องชิมใหม่
...........................................
............................................
เปรี้ยวอย่างนี้ขอพี่ชิมอีกสักที

..............................................
..............................................
โอ๊ะ !!! เงินไม่มี เงินไม่มี เงินไม่มี
ชิมเสร็จแล้ว เงินไม่มี ขอลาก่อน"
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

สไลเดอร์
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,727



« ตอบ #2 เมื่อ: เมษายน 28, 2007, 20:49:51 »


ตอนสมัยที่เพลง"สุกี้ยากี้"กำลังดังระเบิดเถิดเทิง
สามศักดิ์ก็มีเพลง"น้ำพริกปลาทู"ออกมาทันควันเหมือนกัน
 "โอ้ยอดน้ำพริกปลาทูไทย อร่อยเพียงไหนลองชิมซิ"
วานป้าเสลาช่วยหามาให้ฟังกันหน่อยนะครับ

 umm umm umm umm umm
 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 18,910



« ตอบ #3 เมื่อ: เมษายน 28, 2007, 21:13:57 »


เพลงนี้ท่าทางจะหายากนะลุง
อย่างเพลงแดดออกนั่นโชคดี
ที่คุณเด็กหอ 5 เธอจำได้ว่ามีในกรุเพลงเพลงของคุณแม่
ก็เลยค้นและจัดแจงแปลงไฟล์ส่งมาให้ป้าเสลา

งั้นก็ลองประกาศตรงนี้ว่า
ใครมีเพลง น้ำพริกปลาทูไทย
ที่ร้องโดยคุณมีศักดิ์  นาครัตน์
โดยใช้ทำนองเพลง Sukiyaki
ร้องโดยคุณเคียว  ซากาโมโต้
ที่ฮิทระเบิดเถิดเทิงในยุคก่อน

สำหรับตอนนี้เอาเนื้อเพลง
มาให้ร้องฮัม ไปพลางๆก่อน
แถมด้วยดนตรีให้ร้องคลอ



http://www.mightymidi.com/music/elsong7.mid

น้ำพริกปลาทูไทย
ร้องโดย คุณมีศักดิ์  นาครัตน์

โอยอดน้ำพริกปลาทูไทย
อร่อยเพียงไหนเชิญชิมซิ
ช่างเด็ดดีแท้
ไม่เคยแพ้ ของไทยแท้รสชาดดี
สุกียากี้ มีดีแค่ไหน
ไม่พึ่งคนไทยรสดีเลิศลอย

ไม่เชื่อลองลิ้มเชิญชิมซิ
จะต้องร้องซี้ว่าอร่อย
ช่างเด็ดดีนัก
หากได้ลิ้ม  แล้วต้องยิ้มว่าเลิศลอย
เฝ้าคอยแต่มอง มองแต่น้ำพริก
ล่ออีกหนเดียว เฮ้อ.. เปนติดใจ

จะให้แซ่บอีหลี ผักจิ้มมีสิ ยอดกว่าใคร
ได้ยอดผักจิ้มไซร้ ประเดี๋ยวเดียวข้าวหมดชาม

โอ้ยอดน้ำพริกปลาทูไทย
ทั่วบ้านเรื่อนไหนใครก้ตาม
หากขาดน้ำพริก
ต้องหลีกหนี เฮ้อ.. อย่างนี้ไม่ได้ความ
ต้องตามบ้านฉัน
เจอกันไม่เว้น
เปิดตู้ เห็นมีน้ำพริกถ้วยเดียว ...
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

หน้า: [1]
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
    กระโดดไป: