ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
พฤษภาคม 22, 2013, 16:07:42
92,763 กระทู้ ใน 7,434 หัวข้อ โดย 8,932 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: Pornpirun
::Arunsawat ::อรุณสวัสดิ์ ::  |  สบาย สบายสไตล์อรุณสวัสดิ์ : บุคคลทั่วไปกรุณาสมัครสมาชิกก่อนโพสท์  |  สโมสรอรุณสวัสดิ์  |  งานวัด 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้ « หน้าที่แล้ว ต่อไป »
หน้า: 1 2 [3]
ผู้เขียน หัวข้อ: งานวัด  (อ่าน 45359 ครั้ง)
เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 19,797



« ตอบ #50 เมื่อ: มกราคม 14, 2009, 11:17:40 »



เรื่อง ฝากรูปในเว็บ ตามที่ลุงสวัสดีเอ่ยถึง
ขอเวลาปรึกษาน้องลูกหินที่ปรึกษาใหญ่ด้านเท็คนิค
ว่าจะทำดีหรือไม่

อดใจรอสักนิดนะคะ รู้สึกช่วงนี้น้องลูกหินไม่ค่อยว่าง
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

น้าดี้
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 3,998



« ตอบ #51 เมื่อ: มกราคม 14, 2009, 12:49:31 »



เที่ยวงานวัดกับอรุณสวัสดิ์ทัวร์สนุกจัง   


จำได้ว่าตอนเป็นเด็กเล็ก ๆ  คุณพ่อคุณแม่พาไปเที่ยวงานภูเขาทอง
(เอ๊า... เดี๋ยวก็โดนชันสูตรอายุหรอก)

จำรายละเอียดต่าง ๆ ไม่ได้  จำได้แค่ว่าได้นั่งชิงช้าสวรรค์
และได้ของถูกใจกลับบ้าน  นั่นคือ  ระนาดเล็ก ๆ แต่ตีได้
ชฎา  งูไม้  และเตียงจำลองทำด้วยไม้  มีที่นอนหมอนมุ้งพร้อม
 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

>>>ทุกยามเช้ามีแสงสว่าง<<<
ขาจริง
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,045



« ตอบ #52 เมื่อ: มกราคม 14, 2009, 21:49:12 »


แค่บอกว่า จำรายละเอียดต่างๆไม่ได้
ก็นับว่ารอดตัวจากการ ชันสูตรอายุ ไปเสียนี่
เก่งขรับ  คุณ ไทยเลดี้

ส่วนคุณ loong-sawasdee กำลังคุยไหลลื่นตีคู่กัน ไฉน ใย บอกว่า ตอดเล็กตอดน้อย
เลยไม่แน่ใจจะคุยกันแบบไหนดี
เอาภาพ รถจักรไอน้ำ ไปดูพอให้ความหลัง ปี ๒๕๐๕ มันเด่นชัดก็แล้วกัน

[imeem=300,200]http://media.imeem.com/v/4wGKq9YhNl/aus=false[/imeem]
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
ขาจริง
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,045



« ตอบ #53 เมื่อ: มกราคม 14, 2009, 22:04:17 »


คุณเสลาขอรับ และสมาชิกท่านอื่นๆด้วย
ยังมี งานวัด ในวาระอื่นๆอีกนะครับ
หล่อเทียนพรรษา
ก่อพระเจดีย์ทราย
เวียนเทียน
ฯลฯ

มาช่วยกันนึกถึงและเล่าถึงตามพื้นที่บ้านตัวเองกันดีไหมขรับ

เล่าเผื่อให้พวกเราที่ไปอยู่ไกลบ้าน ข้ามทะเลโพ้นด้วยก็ยิ่งดี
ใครมีรูปภาพก็ขอให้ระดมกันมาวางประกอบด้วยครับ

เพื่อนเราทางโน้นว่างจากงานได้แค่ประเดี๋ยวประด๋าว ไม่ว่างพอจะค้นหา ก็จะได้สะดวก
อ่านแล้วนึกสมทบ เล่าให่้ลูกหลานไทยนอกแดนได้ฟัง  พร้อมดูรูป
เผื่อลูกหลานพวกเราเกิดและโตที่โน่นไม่เคยรู้จะได้รับรู้ถึงเทิือกเถาเหล่ากอ ผ่านหูผ่านตาไว้
เผื่อเขาโต เกิดคิดได้ อาจสนใจเสาะหามาตุภูมิ

ยิ่งถ้าได้หลากหลายประเพณียิ่งดีใหญ่เลยครับ

ขอบคุณทุกท่านที่จะช่วยกันแบ่งปันให้ส่งผลถึงลูกหลานด้วยครับ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 19,797



« ตอบ #54 เมื่อ: มกราคม 14, 2009, 22:13:34 »



ค่ะ คุณขาจร เล่าไปเรื่อยๆเลย
จะหาภาพมาแจมไปด้วยค่ะ

ชมภาพรถจักรไอน้ำแล้วนึกถึงสมัยนั่งรถไฟมาเรียนกรุงเทพ
ทั้งไป-กลับได้นั่งแค่ชั้น 3
แถมเวลากลับช่วงปิดเทอมใหญ่ คนแน่นมากที่นั่งไม่พอ
ต้องเอากระดาษหนังสือพิมพ์ปูนั่งบริเวณทางเดิน
หรือระหว่างม้านั่ง

แต่ก็สนุกดี เพราะไป-กลับพร้อมกับเพื่อนหลายคน
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

ขาจริง
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,045



« ตอบ #55 เมื่อ: มกราคม 15, 2009, 10:43:26 »


เรื่องก่อเจดีย์ทรายนี่ก็นับว่าประเสริฐสุดเลยครับ
เป็นการสอนปลูกฝังให้เด็กอย่างแนบเนียนที่สุด
ไม่ใช่ว่าเด็ก นั้นไม่ดีนะครับ
แต่เพราะเด็ก ยังดี อยู่   ยังผ่องแผ้ว     
ส่วนผู้ใหญ่นั้น แก่เกินการณ์แล้ว  ปลูกอะไรก็งอกไม่ไหวหรือไม่ทันแล้ว

เด็กจะจดจำโดยไม่รู้ตัวว่า
ปราสาท วิมาน เจดีย์ ที่ทุ่มเทตั้งใจสร้างนั้น มัน ไม่จีรัง( อนิจจัง )
มัน ยากเย็น ( ทุกขัง )
มันไม่เป็นแก่นสาร ( อนัตตา )
จะหา ปราสาท วิมาน เจดีย์ อะไรไม่ได้เลย ล้วนแต่แค่เม็ดทรายเท่านั้น

เมื่อชีวิตผ่านพบ พลัดพราก สมหวัง ผิดหวัง สิ้นหวัง ประดังเข้าใส่
หลายครั้งจะนึกภาพตอนก่อทราย ตอนสำเร็จ และตอนพังทลาย
โดยไม่รู้ตัว

บ้างคร่ำครวญรำพันพิรี้พิไรโอดโอย
บ้างตัดใจ นึกปลุกว่า นับว่าแสนดีนักที่ชีวิตช่วงหนึ่งเคยมีวาสนาได้คนเหล่านั้นบรรดามาอยู่ใกล้
หรือได้พบบ้าง หรือเคยพูดคุยกันบ้างก็ยังดี
บางคนก็เพียงแต่ได้เห็นในหนังละครไม่เคยพบตัวจริง ก็ยังดีใจที่ได้นิยมชมชื่น

ผมไม่ได้ชอบหรอกครับ ที่จะพูดกันถึงเบื้องสูงคำพระคำเจ้าโดยไม่มีเหตุอันควร
หรือพรรคพวกกินเหล้าไปคุยธรรมะไป เหมือนกินพระแกล้มเหล้า ผมต้องเลี่ยงทุกที
แต่ครั้งนี้เป็นหัวข้อที่เกี่ยวข้องโดยตรง
และไม่ใช่ว่าผมรู้เองนะขอรับ ผมก็บัวใต้น้ำอีกรายหนึ่ง
แต่เพราะ ประเพณีกำหนดมาอย่างนี้หลายร้อยปีก่อนจะมีหลักสูตรการศีกษาแบบมาตรฐานสากลในบ้านเรา
ก็เลยสะดวกปากที่จะพูดถึงเพื่อเทอดทูนอย่างสยบยอมต่อปัญญาสูงส่งของบรรพชนเรา

แต่ใครจะเห็นด้วยบ้างไหมขรับว่า หลักสูตร วิมานทรายชี้ให้เห็นไร้แก่นสาร นี้ ศักดิ์สิทธิ์กว่าหลักสูตรฝรั่ง
ดูง่ายๆว่า สมัยก่อน เปิดวิทยุโทรทัศน์ก็ต้องรอให้ไส้หลอดอุ่นก่อน จึงจะได้ยินได้เห็นสมใจ
กลายเป็นประชากรที่ รู้จักรอคอย ไปยกรุ่น
พอถึงสมัย เปิดปุ๊บติดปั๊บ ได้ยินได้เห็นฉับพลันทันที
การ รู้จักอดทนรอคอย เลยไม่ได้ถูกติดตั้งลงในประชากรอีกต่อไป

เห็นพ้อง หรือ เห็นต่าง ได้ทั้งนั้นนะขอรับ
เพียงอยู่ในประเด็น งานวัด และ ส่งต่อแก่รุ่นถัดๆไป

คุณเสลาเจอภาพ ก่อเจดีย์ทราย ช่วยเทลงมาเลยนะครับ
ความสุขของวัยเด็กเมื่อก่อทราย ยังไม่เคยเลือนหายพ่ายแพ้ต่อของเล่นเท็คโนโลยีสมัยใหม่เลยครับ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 19,797



« ตอบ #56 เมื่อ: มกราคม 15, 2009, 11:33:30 »



ประโยชน์หรือเหตุผลในการก่อเจดีย์ทรายในวัด
อย่างที่คุณขาจรพูดไว้
ดูจะเป็นข้อคิดที่เป็นประโยชน์มากในยุคปัจจุบัน

สำหรับในยุคโบราณ
การก่อเจดีย์มรายอาจจะเป็นวิธีหนึ่งที่จะทำให้วัดมีอุปกรณ์ในการก่อสร้าง
โดยประชาชน ชาวบ้านมีส่วน คือการช่วยกันขนทรายมากองไว้ให้พระ

แต่ถ้าเป็นโบราณกาลตามที่พระท่านเทศนาไว้
มูลเหตุของการก่อเจดีย์ทราย มีเรื่องเล่าว่า
พระเจ้าปเสนทิโกศลได้เสด็จไปยังเมืองสาวัตถีพร้อมบริวาร
ได้เห็นหาดทรายขาวบริสุทธิ์ก็เกิดจิตศรัทธาก่อทรายเป็นเจดีย์ ๘ หมื่น ๔ พันองค์
แล้วอุทิศเป็นพุทธบูชา ธรรมบูชา และสังฆบูชา
เมื่อพระองค์ไปเฝ้าพระพุทธเจ้าก็ได้ทูลถามถึงอานิสงส์การก่อเจดีย์ทรายดังกล่าว
พระพุทธเจ้าตรัสว่า การที่มีจิตเลื่อมใสศรัทธาก่อเจดีย์ทราย
ถึง ๘ หมื่น ๔ พันองค์หรือเพียงองค์เดียวก็ได้อานิสงส์มาก
คือ จะไม่ตกนรกหลายร้อยชาติ
ถ้าเกิดเป็นมนุษย์ก็จะเพียบพร้อมไปด้วยยศถาบรรดาศักดิ์
มีบริวารและเกียรติยศชื่อเสียง หากตายก็จะได้ขึ้นสวรรค์
พรั่งพร้อมด้วยสมบัติและมีนางฟ้าเป็นบริวาร
ด้วยอานิสงส์ดังกล่าวจึงทำให้คนโบราณนิยมก่อเจดีย์ทรายเป็นประเพณีมาจนทุกวันนี้








และยังมีความเชื่อหรือเหตุผลอื่นอีกคือ
จากคำบอกเล่าของผู้เฒ่าผู้แก่ ทำให้เราทราบว่าการก่อเจดีย์ทราย นี้
เกิดจากความเชื่อว่าเป็นการสร้างปราสาทหรือที่อยู่ไว้บนสวรรค์
เวลาที่ตายไปจะได้มีที่อยู่อาศัยซึ่งได้สร้างไว้ก่อนแล้ว
เพราะในสมัยก่อนคนจะเชื่อในระบบโลกภูมิเรื่องสวรรค์
ทั้งนี้เพราะความเป็นอยู่ค่อนข้างลำบากยากเข็ญ
และมีการแข่งขันกันสูงในสังคม พวกเขาต้องหาที่พึ่งทางใจ

การเชื่อเรื่องสวรรค์เป็นหลักประกันกับชีวิตว่าจะมีความสุขเมื่อละสังขารไป
อย่างน้อยก็เป็นความสุขทางใจยามมีชีวิตอยู่นั่นเอง



สำหรับการปฏิบัติในอดีตนั้น ชาวบ้านจะพากันไปตักทรายตามแม่น้ำในหมู่บ้าน
ถือเป็นการสร้างความสัมพันธ์ของคนในสังคมได้ทางหนึ่ง
การขนทรายเข้าวัดเพื่อก่อเจดีย์ทรายนี้ มีภูมิปัญญาของคนในท้องถิ่นแฝงอยู่ด้วย
คือทรายที่ได้จะนำไปใช้ประโยชน์
ในการก่อสร้างศาสนสถานต่างๆที่ยังสร้างไม่เสร็จภายในวัดนั่นเอง
ผู้เฒ่าผู้แก่จะก่อเจดีย์ทรายของหมู่บ้าน 1 กอง
หลังจากนั้นแต่ละครอบครัวแต่ละเครือญาติ
ก็จะมาร่วมกันก่อเจดีย์ทรายเป็นของเครือญาติอีก 1 กอง
เป็นภาพที่น่าประทับใจมาก สำหรับการก่อเจดีย์ทรายร่วมกันนั้น เ
พราะจะได้ทำให้คนในเครือญาติได้ใกล้ชิดกัน
มีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน ก่อให้เกิดการยอมรับและความสงบสุขตามมา



ปัจจุบันนี้วิธีปฏิบัติดังกล่าวได้เปลี่ยนไป ไม่มีการขนทรายเข้าวัดอีกต่อไป
เพราะมีผู้นำมาบริจาคให้เป็นลำรถ
เพียงเพราะคิดว่าพวกเขาได้ทำบุญที่ยิ่งใหญ่
โดยขาดความเข้าใจว่าการกระทำเช่นนั้นเป็นการทำลายภูมิปัญญา
ความสัมพันธ์ของคนในสังคม
และทำให้ประเพณีก่อเจดีย์ทรายเลือนหายไป
จากกิจกรรมที่ในเทศกาลปีใหม่ไทยของเรา



(ภาพประกอบจาก internet)
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

ขาจริง
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,045



« ตอบ #57 เมื่อ: มกราคม 15, 2009, 11:53:53 »


การ เหมาบุญ   ไว้แต่ผู้เดียว เป็นข้อห้ามครับ
ต่อให้มีเงินซื้อกระเบื้องมุงหลังคาโบสถ์วิหารได้ร้อยหลัง
ก็ต้องเหลือต้องเว้นให้ขาดพร่องไว้ ให้โอกาสส่วนรวม ร่วมใจสมทบด้วยขอรับ
มิเช่นนั้น เมื่อเลยช่วงก่อตั้ง อุบัติ กำเนิด ไปแล้ว
เข้าสู่ช่วง ดูแล รักษา ซ่อมแซม จะไม่มีใครร่วมใจด้วย


รูปที่นำมาลงประกอบ พาให้วัยเด็กกลับมาเจี๊ยวจ๊าวแจ่มใสทันทีเลยครับ
ขอบคุณทั้งผู้บันทึกภาพ และ ผู้นำมา

นึกถึงบางปี ทรายที่ทางวัด ลาดไว้ให้ เป็นทรายแห้ง
บางปีก็เปียก

มันต้องมีสาเหตุสิน่า

เด็กบางคนไม่ปั้นนะขอรับ เห็นเขาผสมน้ำไว้ให้เปียกฉ่ำ แล้วจ้วงขึ้นมา
ปล่อยให้หยดลงพูนพอก ยังกะโตรกซอกภูเขาจริง  ประทับใจมากเลยครับ
จนบางทีลืมไปว่า ถึงยังไงมันก็ต้องพังทลายและถูกเกลี่ยทิ้งอยู่ดี
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
kala275
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #58 เมื่อ: กรกฎาคม 21, 2009, 21:45:05 »


ข้าพเจ้าจำได้อยู่เรื่องหนึ่งขึ้นใจ กระสือ กับ นางตานี สมัยเด็กเคยเข้าไปดูกลัวมาก คิดว่าเป็นของจริง ผู้ใหญมักจะชอบเด็กให้เข้าไปดู :cry:
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 19,797



« ตอบ #59 เมื่อ: กรกฎาคม 21, 2009, 22:04:24 »



คุณ kala ลองหยิบเรื่องเก่าๆ มาเล่าสู่กันฟังบ้างสิคะ
เริ่มเรื่องเล็กๆ น้อยๆก่อนก็ได้ เช่นเรื่องเล่นว่าว น่าสนใจทีเดียว
คนรุ่นใหม่ เล่นไม่เป็นกันแล้ว
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

mayuree
Sr. Member
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 308



« ตอบ #60 เมื่อ: กรกฎาคม 21, 2009, 22:54:17 »


   จำได้ว่าเคยตามแม่ไปวัดไปดูหนังกลางแปลงและหนังขายยา ในตอนกลางคืน

      และมีหนังฉายเกี่ยวกับสัทธิคอมมิวนิสต์ อะไรทำนองนั้นแหละค่ะ   
                                                        
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
kala275
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #61 เมื่อ: กรกฎาคม 22, 2009, 21:13:08 »


ผมเล่าเรื่องได้ไม่เก่ง ถนัดแต่เรื่องวิเคราะห์วิจารณ์คนอื่น แต่จะพยายามนะครับขอเวลาสักพักไปรวบรวมรายละเอียดก่อน แล้วจะเขียนมาบอก ขอบคุณครับ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 19,797



« ตอบ #62 เมื่อ: กรกฎาคม 22, 2009, 22:51:52 »



จะรออ่านค่ะ  ..

และยินดีอ่านการวิเคราะห์วิจารณ์ของคุณไปด้วยเช่นกัน 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

oasis1984
Newbie
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6


« ตอบ #63 เมื่อ: สิงหาคม 19, 2010, 09:26:50 »


น่าไปเที่ยวจัง..
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
sfrien16
Newbie
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 17


« ตอบ #64 เมื่อ: ตุลาคม 30, 2010, 15:11:04 »


อืมชอบมากๆครับ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
RoM Kwan
Newbie
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 17


>> โ ช ว์ . . . เ ก รี ย น :)


« ตอบ #65 เมื่อ: ธันวาคม 20, 2010, 08:07:18 »


  วันวาน ช่างสุขใจ จัง
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

. . . ลั้ ล .. ลา . . .
SEAL1952
Sr. Member
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 355

...สายน้ำไม่เคยรอท่า วันเวลาไม่เคยรอใคร.


« ตอบ #66 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 24, 2011, 18:52:55 »


 smile... ...


                ... สวัสดีครับ คุณป้าเสลา และทุกท่านครับ

                                      เมื่อเช้าผมดูข่าว ทีวีเห็นไวไว (ไม่ใช่บะหมี่ )ว่าจะมีงานย้อนยุคจัดขึ้น

                                      ชื่องาน " รื่นรมย์รัตนโกสินทร์ "มีการออกร้านต่างงๆย้อนยุคมากมาย ไม่ทันได้ดูรายละเอียด
  
                                      เพราะมัวแต่ทำอย่างอื่นอยู่ครับ ไม่ทราบว่าคุณป้าเสลาทราบรายละเอียดหรือไม่ครับ

                                      เพราะเห็นคุณป้าเก่งทางหาข้อมูล...งานเริ่มวันนี้-7 มี.คนี้ครับผม... smile  
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

* * *...สิ่งใดสื่งหนึ่งมีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดา___สิ่งนั้นล้วนมีความดับไปเป็นธรรมดา...* * *
 
                          ธรรมะคือธรรมชาติ ๐๐๐ ธรรมชาติคือธรรมะ
เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 19,797



« ตอบ #67 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 24, 2011, 22:46:32 »


smile... ...


                ... สวัสดีครับ คุณป้าเสลา และทุกท่านครับ

                                      เมื่อเช้าผมดูข่าว ทีวีห็นไวไว (ไม่ใช่บะหมี่ )ว่าจะมีงานย้อนยุคจัดขึ้น

                                      ชื่องาน " รื่นรมย์รัตนโกสินทร์ "มีการออกร้านต่างงๆย้อนยุคมากมาย ไม่ทันได้ดูรายละเอียด
  
                                      เพราะมัวแต่ทำอย่างอื่นอยู่ครับ ไม่ทราบว่าคุณป้าเสลาทราบรายละเอียดหรือไม่ครับ

                                      เพราะเห็นคุณป้าเก่งทางหาข้อมูล...งานเริ่มวันนี้-7 มี.คนี้ครับผม... smile  




มาแล้วจ้า.....ข้อมูลตามหัวข้อที่คุณ SEAL แจ้ง



สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ จัดกิจกรรมพิเศษให้เพลิดเพลินกับบรรยากาศย้อนยุค
หวนคืนสู่กลิ่นอายของอดีตเมืองบางกอก เพื่อบอกเล่าเรื่องราววิถีชีวิต การกิน การเที่ยว
และกิจกรรมเพื่อความบันเทิงในสมัยก่อน ความสนุกสนานของชาวบางกอกเมื่อวันวาน

นำเสนอบรรยากาศร้านค้าในย่านชุมชนเก่าที่ยังคงความมีเสน่ห์แบบชุมชนรื่นรมย์
สัมผัสความบันเทิงไทยในอดีต ด้วยละครวิทยุ หนังกลางแปลง
และโรงภาพยนตร์ ใน รื่นเริงบางกอก ด้วยเทคนิคการนำเสนอที่ทันสมัย
ให้ได้ร่วมระลึกความหลัง ย้อนเติมความสุขได้อย่างเต็มอิ่ม
ใน ร้อยนิทรรศน์ยลรัตนโกสินทร์  ชุด “รื่นรมย์รัตนโกสินทร์”
โดยวันที่ 15 กุมภาพันธ์ - 6 มีนาคม 2554 จะจัดนิทรรศการที่ห้องนิทรรศการหมุนเวียน
อาคารนิทรรศน์รัตนโกสินทร์ ถนนราชดำเนินกลาง
และวันที่ 23-27 กุมภาพันธ์ 2554 จะจัดกิจกรรมกลางแจ้งต่างๆ
ทั้ง ละครร้องเรื่อง “วิวาหพระสมุท” ฉายหนังกลางแปลง และตลาดย้อนยุค
บริเวณลานพลับพลามหาเจษฎาบดินทร์
ร้อยนิทรรศน์ยลรัตนโกสินทร์ ชุด “รื่นรมย์รัตนโกสินทร์”  ในครั้งนี้  
เป็นการนำเสนอเรื่องราวที่สะท้อนให้เห็นวิถีชีวิตของผู้คน ร้านค้า ชุมชน
ที่แฝงไปด้วยความมีเสน่ห์ ความสวยงาม และความสนุกสนาน
อันเป็นเอกลักษณ์ในอดีตของชาวบางกอกในสมัยก่อน โดยจัดแสดงเป็น 3 โซน ได้แก่

•   “บางกอก...เมื่อวันวาน” เป็นการนำวิถีชีวิตในเรื่องของการกิน การเที่ยว และการเล่นในสมัยก่อน

•   “ชุมชนรื่นรมย์” นำเสนอบรรยากาศร้านค้า ย่านเก่าแก่ที่เป็นวิถีชีวิต และความสนุกของวันวาน
 อาทิ ร้านตัดเสื้อ “เฉิดฉายเทย์เลอร์” ที่เปิดให้ผู้เข้าชมสามารถเลือกเปลี่ยนชุด
 ผ่านเทคนิค Virtual Try On เป็นการลองชุดได้โดย ไม่ต้องถอดชุดเดิมออก
 ขณะที่ร้านตัดผม “โฉมแฉล้มเกศา” เปิดให้ผู้เข้าชมงานสามารถเลือกทรงผม
 สไตล์ Vintage หรือแว่นตาย้อนยุคและที่คาดผม มาติดให้กับภาพของตัวเอง
 ผ่านจอ Touch Screen และส่งรูปไปยัง Email ได้






 นอกจากนี้ยังมี “ห้องถ่ายภาพรัตนศิลป์” ร้านของเล่นโบราณ “สุข สนาน
 ของเล่น” ร้านแผ่นเสียง “บูรพา เรคคอร์ด” และร้านกาแฟโบราณ “โกปี๊หลังวัง”






•   “รื่นเริงบางกอก” นำเสนอเรื่องราวของความสนุก ความบันเทิงไทยในอดีต
 ยุคละครวิทยุ ยุคหนังกลางแปลง และโรงภาพยนตร์
 นำเสนอผ่านเทคนิค Hologram ให้พบกับนักพากย์ละครวิทยุ ขนาดเท่าตัวจริง
 อยู่ในวิทยุทรงโบราณมาสาธิตการพากย์ละครวิทยุให้ชม  
 นอกจากนี้ยังจัดแสดงฟิล์มภาพยนตร์และกระเป๋าเก็บฟิล์ม
 จัดแสดงเครื่องฉายภาพยนตร์ พร้อมทั้งนำเสนอประวัติภาพยนตร์ของไทย
 หนังเงียบ หนังขายยา หนังล้อมผ้า และหนังกลางแปลง
 โดยใช้เทคนิค Touch Screen เพื่อความเพลิดเพลินด้วย
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 19,797



« ตอบ #68 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 24, 2011, 23:07:06 »






สำหรับกิจกรรมที่เป็นสีสันพิเศษประกอบนิทรรศการครั้งนี้ คือการเนรมิตบรรยากาศ
โดยรอบลานพลับพลา มหาเจษฎาบดินทร์ให้ทุกคนได้หวนรำลึกถึงความทรงจำเก่าๆ
ด้วยการจัดแสดงละครร้องเรื่อง “วิวาหพระสมุท”  พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
 เป็นละครที่มีทั้งบทร้องที่เป็นร้อยกรองและบทเจรจา
ซึ่งนักแสดงจะร้องเพลงไทยเดิมในแนวประยุกต์แบบสดๆ ผสมผสานด้วยเทคนิคที่ทันสมัย 
มีฉากหลังเป็นจอ LED ที่สร้างรูปแบบใหม่ให้กับการแสดงละครร้อง
พร้อมกับเพิ่มสีสันและอรรถรสในการชม 

พร้อมทั้งจัดฉายหนังกลางแปลง
ในยุค พ.ศ. 2500 - 2525 ให้ชมกันวันละเรื่อง ได้แก่  มนต์รักลูกทุ่ง, อัศวินดาบกายสิทธิ์,
แผลเก่า, อำแดงเหมือน นายริด และ วัยอลวน 4 ,
ท่ามกลางบรรยากาศแวดล้อมแบบตลาดย้อนยุค ที่ทุกคนจะได้ร่วมกันย้อนรำลึก
ถึงความทรงจำเก่าๆ กับกิจกรรมการดูหนังกลางแปลง
และเดินเที่ยวตลาดซื้ออาหารและขนมไทยที่หาทานได้ยากในปัจจุบัน
ผู้สนใจสามารถเข้าชมทั้ง 2 งานได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย 
สำหรับนิทรรศการที่อาคารนิทรรศน์รัตนโกสินทร์ ระหว่างวันที่ 15  กุมภาพันธ์ - 6 มีนาคม 2554   
วันอังคาร-ศุกร์ เปิดให้ชมเวลา 11.00 - 20.00 น. และวันเสาร์-อาทิตย์ เปิด 10.00 น. (หยุดวันจันทร์)




ส่วนการแสดงละครร้อง การฉายหนังกลางแปลง และตลาดย้อนยุค
ที่ลานพลับพลามหาเจษฎาบดินทร์
ระหว่างวันที่ 23 -27ก.พ. นี้ เริ่มเวลา 18.00 - 21.00 น.
สอบถามรายละเอียดที่ โทร. 08 0913 3600 หรือ www.rattanakosin-heritage.com
“ร้อยนิทรรศน์ยลรัตนโกสินทร์” จัดนิทรรศการหมุนเวียน และกิจกรรมต่างๆ
ที่น่าสนใจเป็นประจำทุกเดือน ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2553 จนถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2554
ที่ห้องนิทรรศการหมุนเวียน อาคารนิทรรศน์รัตนโกสินทร์
และลานพลับพลามหาเจษฎาบดินทร์

ติดตามรายละเอียดได้
จาก www.rattanakosin-heritage.com, www.nitasrattanakosin.com,  facebook/ ร้อยนิทรรศน์ยลรัตนโกสินทร์
รายละเอียดเพิ่มเติมกรุณาติดต่อฝ่ายประชาสัมพันธ์ “ร้อยนิทรรศน์ยลรัตนโกสินทร์”

ข้อมูลจาก http://www.meedee.net/news/ievents/special-events/7657


************************



สำหรับตึกนิทรรศน์รัตนโกสินทร์  ตั้งอยู่ที่ถนนราชดำเนินกลาง
ติดกับลานพลับพลามหาเจษฎาบดินทร์ ด้านหน้าโลหะปราสาท



ลานพลับพลามหาเจษฎาบดินทร์ สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2532 บนสถานที่เดิมของศาลาเฉลิมไทย
ตั้งอยู่บริเวณมุมถนนราชดำเนินกลางตัดกับถนนมหาไชย
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

SEAL1952
Sr. Member
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 355

...สายน้ำไม่เคยรอท่า วันเวลาไม่เคยรอใคร.


« ตอบ #69 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 25, 2011, 15:24:14 »


 smile... ...


                 ขอบพระคุณ คุณป้าเสลามากครับผม

                                               ที่กรุณา...เยี่ยมมากเลยครับ......  smile
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

* * *...สิ่งใดสื่งหนึ่งมีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดา___สิ่งนั้นล้วนมีความดับไปเป็นธรรมดา...* * *
 
                          ธรรมะคือธรรมชาติ ๐๐๐ ธรรมชาติคือธรรมะ
prig sir
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 811


« ตอบ #70 เมื่อ: พฤษภาคม 02, 2011, 17:22:21 »


อ้างจาก: (ลุง)ถึก สไลเดอร์ ที่ มกราคม 18, 2007, 02:48:05
รำวง มวย จ้ำบ๊ะ เป็นของที่คู่กับงานวัดมาตลอด
"โรงจ้ำบ๊ะ กรุณาหยุดแสดงหน่อยครับ นักมวยของเราใส่กระจับไม่ได้"
เคยได้ยินเสียงโฆษกมวย ประกาศแบบนี้กันบ้างหรือเปล่า
  สมัยก่อน
โรงจ้ำบ๊ะ ทำไมต้องไปตั้งใกล้ๆเวทีมวยทุกคราวไปก็ไม่รู้....กร๊ากกกก
---------------------------------------------------------------------------------------------

ขำจนพุงสะเทือน..ลุงถึกทำให้น้าดี้ต๊กกะใจ 555 666  fun
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 19,797



« ตอบ #71 เมื่อ: พฤษภาคม 02, 2011, 17:47:23 »



คุณพริกคงจะเครียดกับเรื่องการบ้านการเมืองมาแน่ๆ
เลยแอบมาปล่อยมุขคลายเครียดตรงนี้เอง...
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

หน้า: 1 2 [3]
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
    กระโดดไป: