ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
พฤศจิกายน 23, 2014, 22:54:57
94,605 กระทู้ ใน 7,716 หัวข้อ โดย 9,182 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: phraeboy
::Arunsawat ::อรุณสวัสดิ์ ::  |  อรุณสาระ : บุคคลทั่วไปกรุณาสมัครสมาชิกก่อนโพสท์  |  ระเบียงรมณีย์  |  เตือนภัย "โรคลมแดด" - ฮีต สโตรก (Heat stroke) 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้ « หน้าที่แล้ว ต่อไป »
หน้า: [1]
ผู้เขียน หัวข้อ: เตือนภัย "โรคลมแดด" - ฮีต สโตรก (Heat stroke)  (อ่าน 25990 ครั้ง)
เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,216



« เมื่อ: เมษายน 05, 2007, 10:16:46 »



ทุกวันนี้อากาศร้อนจัดมากขึ้นทุกวัน
โดยเฉพาะบ้านเรา ทั้งร้อนและแดดจัด
จนมีคำพูดว่า บ้านเรามีอยุ่แค่ 2 ฤดู คือ ฤดูร้อน กับฤดูร้อนชิ..หาย
มีโรคที่มากับอากาศร้อนที่ควรระมัดระวัง ซึ่งเราอาจจะนึกไม่ถึงและมองข้ามไป




โรคลมแดด หรือที่การแพทย์เรียกว่า ฮีต สโตรก (Heat stroke)
เป็นภาวะวิกฤตของร่างกายที่ไม่สามารถควบคุมความร้อนได้

โรคลมแดดเกิดจากการได้รับความร้อนมากเกิน
ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลัง หรือเล่นกีฬาในภาวะอากาศร้อนจัดเป็นเวลานาน

อาจเกิดขึ้นได้แม้ผู้ที่มีร่างกายแข็งแรง
เป็นความผิดปกติที่รุนแรงมากที่สุด ทำให้สมองไม่ทำงาน
ไม่สามารถควบคุมการทำงานของอวัยวะต่างๆ
เช่น ระบบประสาทส่วนกลาง การทำงานของตับและไต
รวมทั้งสูญเสียความสามารถในการควบคุมอุณหภูมิในร่างกาย
ทำให้อุณหภูมิของร่างกายเพิ่มสูงขึ้นผิดปกติเกิน 40 องศาเซลเซียส
ถือเป็นภาวะฉุกเฉินที่ต้องให้การรักษาอย่างรีบด่วน
เนื่องจากมีโอกาสเสียชีวิต 17-70 เปอร์เซ็นต์

อาการสำคัญ ได้แก่ ตัวร้อนจัด เพ้อ หรือหมดสติ
ชีพจรเต้นเร็ว ความดันเลือดลดลง ช็อก ผิวหนังแห้งและร้อน
ระดับความรู้สึกตัวลดลง การทำงานของอวัยวะต่างๆ ล้มเหลว
กระสับกระส่าย เอะอะ ก้าวร้าว หมดสติ เกร็ง ชัก
โดยกลไกการทำงานของร่างกายหลังจากที่ได้รับความร้อน
จะมีการปรับตัวโดยส่งน้ำหรือเลือดไปเลี้ยงอวัยวะภายใน
เช่น สมอง ตับ และกล้ามเนื้อ เป็นต้น
ทำให้ผิวหนังขาดเลือดและน้ำไปหล่อเลี้ยง
จึงไม่สามารถระบายความร้อนออกจากร่างกายได้
ทำให้อุณหภูมิร่างกายสูงขึ้น ตัวร้อนจัดขึ้นเรื่อยๆ

สัญญาณสำคัญของโรคนี้คือ
ไม่มีเหงื่อออก ตัวร้อนจัดขึ้นเรื่อยๆ
ผู้ที่เป็นจะกระหายน้ำมาก ปวดศีรษะ มึนงง วิงเวียน คลื่นไส้
หายใจเร็ว อาเจียน ต่างจากการเพลียแดด
หรือเป็นลมแดดทั่วไปที่จะพบมีเหงื่อออกด้วย
เมื่อเกิดอาการดังกล่าวจะต้องหยุดพักทันที
ถ้าไม่ได้รับการดูแลรักษาทันท่วงที จะทำให้เสียชีวิตได้




ในการช่วยเหลือผู้ที่มีอาการเป็นลมแดด
ให้นำผู้ที่มีอาการเข้าร่ม นอนราบ ยกเท้าสูง
เพื่อเพิ่มการไหลเวียนของเลือด ถอดเสื้อผ้าออก
ใช้ผ้าชุบน้ำเย็นหรือน้ำแข็งประคบตามซอกตัว คอ รักแร้
เชิงกราน ศีรษะ ร่วมกับการใช้พัดลมช่วยเป่าระบายความร้อน
หรือเทน้ำเย็นราดลงบนตัวเพื่อลดอุณหภูมิของร่างกายให้ต่ำลงโดยเร็วที่สุด
และรีบนำส่งโรงพยาบาลเพื่อรับการรักษาโดยเร็วที่สุด
ในรายที่อาการยังไม่มากควรให้ดื่มน้ำเปล่าธรรมดามากๆ



สิ่งกระตุ้นที่ทำให้เกิดอันตรายจากอากาศร้อนจัด ได้แก่
การขาดการปรับตัวให้เข้ากับสภาพอากาศร้อน
ประชาชนที่เป็นกลุ่มเสี่ยงร่างกายขาดน้ำได้แก่ เด็ก ผู้สูงอายุ
เนื่องจากร่างกายไม่สามารถระบายความร้อนได้ดีเท่าคนหนุ่มสาว
ผู้ที่มีโรคประจำตัวได้แก่ โรคความดันโลหิตสูง
ที่ต้องกินยาควบคุมความดัน เช่น ยาขับปัสสาวะ
ซึ่งมีผลขับสารโซเดียมออกจากร่างกาย
ทำให้มีโอกาสเกิดความผิดปกติของระดับเกลือแร่ได้เร็วกว่าผู้อื่น
รวมทั้งผู้ที่เป็นโรคอ้วน หรือผู้ที่อดนอน
เนื่องจากจะทำให้ร่างกายตอบสนองต่อความร้อนที่ได้รับช้ากว่าปกติ
ส่วนผู้ที่ดื่มสุราหรือเบียร์ ร่างกายจะมีโอกาสสูญเสียน้ำ
และเกลือแร่สูงกว่าผู้ที่ไม่ได้ดื่ม เพื่อขับแอลกอฮอล์ออกจากร่างกาย

นอกจากนี้เกิดอันตรายได้ในคนอ้วน เนื่องจากมีไขมันที่ผิวหนังมาก
ซึ่งทำหน้าที่คล้ายฉนวนกันความร้อน
ทำให้คนอ้วนสามารถเก็บความร้อนได้ดี
ขณะที่การระบายความร้อนออกทำได้น้อยกว่าคนทั่วๆ ไป
นอกจากนี้บริเวณผิวหนังที่มีไขมันมากมักมีต่อมเหงื่อน้อยลงด้วย
ดังนั้น คนอ้วนจึงมีโอกาสเกิดปัญหาได้ง่าย


...
การปรับสภาพร่างกายเพื่อป้องกันอันตรายในช่วงที่มีอากาศร้อน
ที่สำคัญที่สุดคือ ประชาชนจะต้องต้องดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ
โดยปกติควรดื่มน้ำให้ได้ 2 ลิตรต่อวัน
หากทำงานในที่ร่มควรดื่มอย่างน้อยวันละ 6-8 แก้ว
ผู้ที่ดื่มน้ำไม่เพียงพอ จะไม่สามารถปรับตัวให้สู้กับอากาศร้อนได้
เพราะน้ำเป็นตัวควบคุมอุณหภูมิของร่างกาย
โดยปกติร่างกายจะพยายามปรับอุณหภูมิของร่างกายให้อยู่ที่ 37 องศาเซลเซียส
ในการสังเกตว่าร่างกายได้รับน้ำเหมาะสมหรือไม่
ให้สังเกตจากสีของปัสสาวะ ถ้าสีเหลืองจางๆ แสดงว่าได้รับน้ำเพียงพอ
แต่ถ้าปัสสาวะสีเข้มขึ้น และปัสสาวะออกน้อย แสดงว่าได้รับน้ำไม่เพียงพอ
ส่วนการออกกำลังกายสามารถกระทำได้ โดยค่อยๆ ออกกำลังกาย
และเพิ่มระยะเวลาการออกกำลังกายขึ้นเรื่อยๆ

ในต่างประเทศเช่นสหรัฐมีรายงานข่าวการเสียชีวิตเนื่องจากโรคนี้ปีละ
ประมาณ 371 ราย  สำหรับในบ้านเราอาจจะพูดถึงกันน้อยมาก
ทั้งๆที่เชื่อว่ามีผู้เสียชีวิตจากโรคนี้ไม่น้อย
แต่ส่วนใหญ่ มักเป็นผู้สุงอายุ ก็จะมองเห็นเป็นการเสียชีวิตเนื่องจากหัวใจวาย
การทำงานของหัวใจล้มเหลวไป

เพราะเมื่อไม่นานมานี้ ป้าเสลาก็ได้รับทราบข่าว เพื่อนบ้านคนหนึ่งซึ่งสูงอายุ
แต่ค่อนข้างจะขี้เหนียว อากาศร้อนจัดมาก
แต่ไม่ยอมเปิดเครื่องปรับอากาศหรือพัดลม
จนเกิดอาการเป็นลม ในลักษณะดังกล่าว
โชคดีที่แก้ไข ช่วยเหลือได้ทัน


กับอีกเรื่องหนึ่ง คือ การเสียชีวิตของเด็กที่ถูกทิ้งไว้ในรถ
หลายคนมักเข้าใจผิดว่าเด็กที่ถูกลืมทิ้งไว้ในรถเสียชีวิตจากขาดอากาศหายใจ
แท้จริงแล้วเด็กเหล่านี้เสียชีวิตจากความร้อนสูงเกินขนาด
ร่างกายคนเราจะควบคุมอุณหภูมิภายในร่างกายไว้ที่ประมาณที่ 37 องศาเซลเซียส


กลไกการควบคุมมีหลายอย่างเช่นหากอุณหภูมิภายนอกเย็นเกินไป
ร่างกายจะปิดกั้นการถ่ายเทความร้อนออกสู่ภายนอกโดยการหดรัดเส้นเลือด
ทำให้ปลายมือปลายเท้าซีด
มีการสร้างความร้อนภายในทดแทนโดยการสั่นของกล้ามเนื้อ
หากความร้อนภายนอกสูงมาก และแผ่รังสีเข้าสู่ร่างกาย
ร่างกายต้องกำจัดออกให้ทันเวลาโดยการสร้างเหงื่อ
และการขยายของเส้นเลือดส่วนปลายเพื่อระบายความร้อน

กลไกเหล่านี้ของร่างกายจะมีขีดจำกัดในการต่อสู้
เมื่อหนาวมากเกินไป หรือร้อนมากเกินไป
กลไกการควบคุมความร้อนของร่างกายก็เสียหาย
ไม่สามารถทำงานได้ตามปรกติ



พ่อแม่ที่ปล่อยลูกไว้ในรถ ลงไปชอปปิ้ง
อาจเปิดเครื่องยนต์เปิดแอร์ไว้ แต่เครื่องเกิดดับขึ้นมา
ชั่วเวลาเพียงไม่นาน อุณหภูมิภายในรถจะสูงขึ้น
หากอุณหภูมิภายนอกสูงเช่นในเวลากลางวัน
ความร้อนจะยิ่งทวีคูณอย่างรวดเร็ว
อุณหภูมิภายในรถอาจสูงขึ้นถึง 5 องศาเซลเซียสภายในเวลา 10 นาทีแรก
ในวันที่อากาศภายนอกประมาณ 32 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิภายในรถสามารถเพิ่มขึ้นถึง 51 องศาเซลเซียส
ได้ภายในเวลาเพียงยี่สิบนาที 
ในเด็กอุณหภูมิภายในร่างกายจะปรับตัวต่อสู้กับสิ่งแวดล้อมได้ไม่ดีเท่าผู้ใหญ่
ดังนั้นอุณหภูมิในร่างกายจะสูงเร็วกว่าผู้ใหญ่ถึงเกือบห้าเท่าตัว

ในประเทศสหรัฐมีรายงานการตายลักษณะนี้กว่า 25 รายต่อปี
ทั้งๆที่เป็นเมืองที่ไม่ร้อนเท่าบ้านเรา



ข้อมูลจาก ข่าวสด วันที่ 05 เมษายน พ.ศ. 2550
และบทความของ
รศ.นพ.อดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์ ใน /www.csip.org
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,216



« ตอบ #1 เมื่อ: เมษายน 05, 2007, 12:40:54 »



.... สู้กับ "แดด"

แสงแดดมีทั้งคุณอนันต์และโทษมหันต์

คุณอนันต์ : เพราะแสงแดดอ่อนๆ ยามเช้า หรือยามเย็น
จะเป็นตัวช่วยสังเคราะห์วิตามินดีให้กับร่างกาย
ทำให้กระดูกแข็งแรง สามารถป้องกันไม่ให้เกิดโรคกระดูกพรุน

ส่วนโทษมหันต์ : นั้นเกิดจากการที่ได้สัมผัสแสงแดดตรงๆ เป็นเวลานาน
นอกจากจะสร้างความร้อนให้แก่ผิวพรรณ จนอาจถึงขั้นแสบแดงได้
แสงแดดยังอาจเป็นตัวก่อการร้ายได้อีกหลายประการ
ตั้งแต่ทำให้ ผิวคล้ำเสีย ด่างดำ เหี่ยวย่น
ซ้ำร้ายอาจก่อให้เกิดมะเร็งที่ผิวหนังได้อีกด้วย



.... เพราะความร้อนแรงนี้ประกอบด้วยรังสีอัลตราไวโอเลต
ที่มีทั้ง UVA และ UVB
UVA นับเป็นยูวีตัวร้ายที่มีความสามารถทะลุผ่านชั้นผิวหนังลงไปได้
เป็นตัวการที่ทำให้ผิว เกิดการหมองคล้ำ
และเป็นตัวกระตุ้นที่ทำให้เซลล์ผิวหนังเสื่อมสภาพ เกิดริ้วรอย

ส่วน UVB ก็ใช่ย่อย เป็นตัวการที่ทำให้ผิวหมองคล้ำ ผิวไหม้
ทั้งยังไปกดระบบภูมิต้านทาน ของร่างกาย
และยังเป็นตัวการที่อาจทำให้เกิดมะเร็งผิวหนังได้อีกด้วย

....

.... แล้วจะมีวิธีสู้กับเจ้าอัลตราไวโอเลตนี้อย่างไร
เรื่องนี้ต้องมีตัวช่วย...

ตัวช่วยแรกนั้น ง่ายที่สุดนั่นคือ "ร่ม"

จะเป็นร่มกันแดด หรือหมวก
หรือหลบตามมุมตึก ใต้เงาไม้ก็ได้ทั้งสิ้น


และที่สำคัญพยายามหลบเลี่ยงแสงแดดในช่วงเวลา 10 โมงเช้าไปจนถึงบ่าย 3 โมงเย็น
เพราะในช่วงนั้นจะเป็นช่วงที่ความเข้มข้นของอัลตราไวโอเลตทั้ง 2 ชนิดเข้มข้นสุดๆ


หากหลบเลี่ยงไม่ได้ และไม่พร้อมที่จะใช้ตัวช่วยแรก ต้องลอง
ตัวช่วยที่ 2 "ครีมกันแดด"

การเลือกใช้ครีมกันแดดนั้นนอกจากจะต้องเลือกให้เหมาะกับผิวของเราแล้ว
ยังต้องคำนึงถึง SPF อีกด้วย

SPF หรือ Sun Protection Factor โดยปกติ
จะมีตัวเลขกำกับอยู่ข้างท้าย อาจจะเป็น 20-30-40-50 ไปจนถึง 100
ซึ่งในตัวเลขที่จะช่วยปกป้องผิวพรรณ ของคนเราได้นั้น
จะต้องเริ่มต้นค่าตั้งแต่ที่ 20 เป็นต้นไป

เมื่อได้ SPF ที่ต้องการแล้ว นำตัวเลขนั้นไปหาร 3
แล้วนำผลลัพธ์ไปหาร 2 อีกที จะได้ผลลัพธ์ออกมาเป็นจำนวนชั่วโมง
ที่ครีมกันแดดนั้นๆ สามารถปกป้องผิวได้จากการ ไหม้เกรียมได้เท่านั้นชั่วโมง

การทาครีมกันแดดนั้นควรทาก่อนออกแดดไม่ต่ำกว่า 20-30 นาที และต้องทาซ้ำๆ บ่อยๆ

เพียงเท่านี้ ซัมเมอร์นี้จะร้อนแดดแผดเผาแค่ไหนก็สู้ได้สบายแล้ว !!



จากประชาชาติธุรกิจ 05 เมษายน พ.ศ. 2550
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
สไลเดอร์
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,726



« ตอบ #2 เมื่อ: เมษายน 05, 2007, 16:23:32 »


ตอนนี้คนสวีเดนเริ่มวิ่งไปหาแดดกันแล้ว
แดดอุ่นๆ กำลังสบายดีจัง

 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,216



« ตอบ #3 เมื่อ: มีนาคม 31, 2008, 20:04:27 »



......
อาการของโรคที่มีสาเหตุจากความร้อน
ของอากาศในหน้าร้อน
นอกเหนือจาก โรคลมแดด
หรือ Heat Stroke อื่นๆ เช่น
...


... ตะคริว (Heat cramps)

เป็นตะคริวเนื่องจากออกกำลังกายมาก
หรืออยู่ในสภาพอากาศร้อนจัด
และได้รับสารน้ำไม่เพียงพอ
กล้ามเนื้อจะมีการเกร็ง
โดยเฉพาะกล้ามเนื้อขา หน้าท้อง หลัง
...

  ...
การดูแลเบื้องต้น
ให้พัก ดื่มน้ำเกลือแร่
ยืดกล้ามเนื้อส่วนที่เป็นตะคริว
หากไม่หายใน 1 ชม ให้พบแพทย์
 


 ...
... เพลียจากลมแดด
( Heat Exhaustion)


เป็นภาวะที่มีอาการน้อยที่สุด
ที่เกิดจากภาวะอากาศร้อน
ผู้ป่วยมักจะอยู่ในสภาพอากาศที่ร้อน
และได้รับสารน้ำไม่เพียงพอ
มักจะเกิดในคนสูงอายุ
คนที่มีความดันโลหิตสูง
และอยู่ในที่อากาศร้อนเป็นเวลานาน

สาเหตุ
จากสภาวะอากาศที่ร้อน และมีความชื้นสูง
และร่างกายไม่สามารถระบายความร้อนออกจากร่างกาย
ด้วยวิธีการขับเหงื่อ ประกอบกับเรารับประทานน้ำและเกลือแร่ไม่พอ

อาการแสดงที่บอกเราว่าจะเกิดภาวะนี้ได้แก่
เหงื่อออกมาก หน้าซีด
ตะคริว อ่อนเพลีย
มึนงง ปวดศรีษะ
คลื่นไส้อาเจียน เป็นลม

หากเราตรวจดูผู้ป่วยพบว่า
ผิวเย็นชื้น ชีพจรเร็วและเบา หายใจถี่
ให้น้ำดื่ม อาจจะเป็นน้ำเกลือแร่ก้ได้
นอนพัก ใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดตัว หรืออาบน้ำ
นอนในห้องที่ใช้เครื่องปรับอากาศ
สวมเสื้อบางๆ
ห้ามใช้แอลกอฮอลล์เช็ดตัว

จะไปพบแพทย์เมื่อใด
หากผู้ป่วยมีโรคประจำตัว
ซึม ไม่รู้ตัว ดื่มน้ำได้น้อย
ปวดท้องหรือแน่หน้าอก



(ข้อมูลจาก บทความ : www.siamhealth.net)
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Rainy
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 3,157



« ตอบ #4 เมื่อ: มีนาคม 31, 2008, 21:02:01 »


อุณหภูมิในบ้านบางวันแค่  27 องศา เรนนี่ก็เริ่มคลั่งแล้ว ร้อนแล้วหงุดหงิด
ถ้ากลับไปไทยเจอ 30 ขึ้น สงสัยเดี๊ยนไม่วิ่งถือปังตอไล่ฟันตาโย่งหรอกหรือนี่


ชินกับอากาศเย็น ๆ ถ้าไปเจอเมืองร้อน สงสัย ชีวิตตัวเองจะไม่ปลอดภัยซะแล้ว กลัวจัง
กลัวห้ามปากตัวเองไม่อยู่ กลัวไปเห่าใส่คนที่ไม่รู้จัก
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
aqqeerr008
Newbie
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2


เว็บไซต์
« ตอบ #5 เมื่อ: มกราคม 13, 2010, 09:52:57 »


ขอบคุณครับ 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Perfume
Newbie
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2


เว็บไซต์
« ตอบ #6 เมื่อ: มิถุนายน 13, 2010, 02:23:08 »



ขอบคุณครับ     มือตบ-Red มือตบ-Red
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
cameraker
Newbie
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1



เว็บไซต์
« ตอบ #7 เมื่อ: มกราคม 27, 2011, 14:16:05 »


ร้อน! ไอทิพ! น้ำแก้ว~  ขอบคุณนะคาบ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
takalota
Newbie
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1


« ตอบ #8 เมื่อ: มิถุนายน 01, 2011, 17:23:13 »


เมื่อไหร่หิมะจะตกเมืองไทย
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

samatlo
Jr. Member
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 78


« ตอบ #9 เมื่อ: มิถุนายน 22, 2011, 14:59:23 »


ผมก็เป็นหนึ่งในบรรดาผู้ที่เสี่ยงต่อการเป็น Heat stroke ครับ เพราะผมตีกอลฟ์ประจำ ผมจึงขออนุญาติแนะนำวิธีป้องกันนะครับ

ใช้ผ้าขนหนูชบนํ้าให้ทั่ว แล้วละเลงนํ้ามันเย็น (ที่เอาไว้ทาตุ่มยุงกัน หรือแก้เป้นลมวิงเวียน แต่ต้องเป็นยาฤทธิ์เย็นนะครับ ไม่งั้นจะแสบร้อน)
จากนั้นก้มาคลุมที่หัวหรือตัว เราจะรู้สึกเย็นขึ้นมาทันที เหมือนติดแอร์เลยครับ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,216



« ตอบ #10 เมื่อ: มิถุนายน 22, 2011, 17:18:19 »



ขอบคุณค่ะคุณสามารถ เป็นวิธีง่ายๆที่นึกไม่ถึงจริงๆ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
    กระโดดไป:  



    SimplePortal 2.3.3 © 2008-2010, SimplePortal