ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
สิงหาคม 02, 2014, 05:27:34
94,185 กระทู้ ใน 7,702 หัวข้อ โดย 9,138 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: minkII
::Arunsawat ::อรุณสวัสดิ์ ::  |  สบาย สบายสไตล์อรุณสวัสดิ์ : บุคคลทั่วไปกรุณาสมัครสมาชิกก่อนโพสท์  |  สโมสรอรุณสวัสดิ์  |  ของเล่นย้อนอดีต 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้ « หน้าที่แล้ว ต่อไป »
หน้า: [1] 2
ผู้เขียน หัวข้อ: ของเล่นย้อนอดีต  (อ่าน 102076 ครั้ง)
เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,168



« เมื่อ: มีนาคม 26, 2007, 16:29:34 »


ของเล่นพื้นบ้าน เป็นมรดกทางวัฒนธรรม
ที่ควรค่าแก่การศึกษาอีกชิ้นหนึ่ง
เป็นเรื่องที่ท้าทายภูมิปัญญาของผู้คน
ของเล่นพื้นบ้านมีทั้งความสนุก และความรู้

ลองมารื้อฟื้นความหลังกัน
สำหรับหลายๆท่านคงจะเคยเล่นมาแล้ว
และอีกหลายๆท่านไม่เคยสัมผัส อาจจะเคยได้ยินบ้าง

ป้าเสลาขอเชิญชวนเพื่อนๆ
ช่วยกันรวบรวมหาข้อมูลเรื่องราวเก่าๆเหล่านี้
เพื่อความสุขกับกับย้อนรำลึกถึงอดีต
และเป็นความรู้แก่รุ่นใหม่ๆด้วย

ลูกข่างสะบ้า, รองเท้ากะลา, โก๋งเก๋ง,กำหมุน, ใบพัด,
กบกายสิทธิ์, งูย่น, กัมปี้ ฯลฯ



. ... โก๋งเก๋ง หรือ ไม้ต่อขา
ของเล่นพื้นบ้านของเด็กๆ
วัสดุหาไม่ยากใช้ไม้ไผ่ทำเป็นขาเดิน 2 ข้าง
เพื่อใช้ก้าวเดินให้ตัวสูงขึ้น
เรียกชื่อแตกต่างกันไปตามแต่ละพื้นที่
ใครอยากทำ เริ่มต้นต้องหาไม้ไผ่ขนาดพอเหมาะ
ให้ได้สัก 2 ลำ ใช้มีดเหลาลำไผ่ให้เรียบ
เหลือแขนงหรือกิ่งที่แข็งแรง
ไว้สำหรับเหยียบเดิน

. ...


. ...จากนั้นมาทำท่อนไม้สำหรับเหยียบ
โดยหาไม้ไผ่ที่ขนาดใหญ่กว่าไม้ท่อนแรก
ตัดให้ยาว ประมาณ 30 เซนติเมตร
เจาะรูใส่เข้าไปในไม้ท่อนแรก
ประกอบกันโดยใส่ไม้ท่อนสำหรับเหยียบเข้าไปจนสุด
ให้ขัดกับแขนงไผ่ที่เหลือไว้ของไม้ท่อนแรก
เป็นอันว่าสำเร็จ
ได้โก๋งเก๋ง สำหรับเล่นแล้ว

 




รองเท้ากะลา


หากะลามะพร้าวด้านที่มีรู มา 1คู่
ใช้เชือกกล้วยชุบน้ำให้เหนียว
ถ้าไม่ชุบน้ำเชือกกล้วยแห้งจะขาดง่าย
ผูกใต้กะละหาไม้หักเป็นท่อน ๆ ละ 1 นิ้วผูกเป็นแกนไว้
แหย่ปลายเชือกลอดรูกระลาขึ้นมา
อีกข้างก็ทำเหมือนกัน
เวลาจะใช้เดิน ใช้นิ้วโป้งกับนิ้วชี้เท้าหนีบเชือกไว้
ฝ่าเท้าอยู่บนกะลา มือทั้งสองจับเชือกให้ตึง ยกขาเดินทีละข้าง





ปืนและม้าก้านกล้วย

ปืน - ตัดก้านกล้วยยาวประมาณ 1 ฟุต
ใช้มีดบางฝานเป็นแว่น จากข้างล่างขึ้นข้างบน
เหลือส่วนหัวติดไว้ไม่ต้องฝานจนหลุด
ใช้มือหักขึ้นไปแล้วก็ตบกลับลงมาพร้อมกัน
เสียงดัง เปรี๊ยะ เปรี๊ยะ สาม สี่ครั้ง เหมือนเสียงปืน
เด็กๆจะทำเสียงร้องปัง ปัง ปัง ไปด้วยขณะยิเล่นงกัน

สำหรับม้า ใช้ก้านกล้วยทั้งก้าน
ด้านใหญ่ใช้มีดบางฝานหูสองแว่น
ข้างใต้ฝานอีกหนึ่งแว่น เล็ก ๆ
หักด้านบนลงมารอยฝานหูทั้งสองข้างจะตั้งขึ้นเป็นหูม้า
ส่วนที่ถูกหักลงมาจะเป็นหน้าม้า
สอดมีดพกด้านบนของก้านกล้วยกรีดมาจรดปลายเล็ก

พับด้านล่างหักกลางลำตัว
ดึงส่วนบนที่กรีดยาวนั้นเป็นสายเชือกม้า
เวลาเล่น เด็กๆ เอาขาสอดคร่อมก้านกล้วยที่เป็นลำตัว
ดึงส่วนที่เป็นเชือกคล้องบ่า
วิ่งควบปุเลง ๆ ร้องฮี้ ๆ ปัง ๆ พร้อมทั้งยิงปืนก้านกล้วยไปด้วย




รถลากกาบหมาก
ต้นหมากจะผลัดกิ่งก้านอยู่เสมอ
และเมื่อแก่ ก็จะหลุดลงมาทั้งกาบหุ้มด้วย
ซึ่งกาบ จะมีลักษณะ โค้งโอบขึ้นมา
เด็กลงไปนั่งได้ ใช้เป็นรถลากอย่างวิเศษ
คนนั่งจะจับ ขอบ ทั้งสองของกาบหมากให้แน่นๆ
คนลากจะจับทางหมากตรงปลายที่มีใบ
แล้ววิ่งไป พอเหนื่อย ก็ผลัดกันมาเป็นคนนั่งบ้าง



ข้อมูลจาก www.payai.com,
www.cm77.com, และ
เว็บไซท์ของ คุ้มอักษรปิยะวดี,
ww.siamweb.org
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,168



« ตอบ #1 เมื่อ: มีนาคม 26, 2007, 19:08:57 »



ลูกข่าง

เป็นของเล่นเด็กไทย ที่นิยมเล่นมาตั้งแต่สมัยโบราณ
อุปกรณ์ในการเล่น ได้แก่ ลูกข่าง และเชือก

วิธีการเล่น

- นำลูกข่างที่ทำเสร็จแล้วมาพันด้วยเชือก
  เริ่มจากซ่อนปลายเชือกแนบตัวลุกข่างไปจนถึงตัวตะปู
- จากนั้นพันเชือกตั้งแต่ตะปูย้อนกลับขึ้นมาทับปลายเชือก
  ซึ่งแนบกับตัวลูกข่างให้มากที่สุดและแน่น
- โยนลูกข่างที่พันเชือกแล้วไปกลางวงหรือบริเวณพื้นทีเรียบลุกข่างจะหมุน

 
ลูกข่างในรูปแบบสมัยใหม่แต่หลักการเล่นยังเหมือนเดิม

นอกจากนี้การเล่นลูกข่าง เป็นการเล่นเพื่อความสนุกสนาน
ในเทศกาลต่างๆของชาวไทยภูเขาเผ่าม้ง เช่น วันขึ้นปีใหม่
เป็นการเล่นพื้นบ้านที่มีมานาน สืบทอดต่อเนื่องกันมาจากรุ่นต่อรุ่น
เป็นการฝึกทักษะให้เด็กรู้จักคิด.. การใช้อวัยวะมือ
ให้สัมพันธ์กับการสั่งการของสมอง ในขณะขว้างลูกข่างให้หมุน
มีการเล่นแพร่หลายทั่วไปในปัจจุบันทุกภาค จึงมีชื่อเรียกหลายชื่อ
เช่น หมากช่าง หมากหมุน หมากปิน เป็นต้น

วัสดุอุปกรณ์ในการทำลูกข่าง

ไม้
มีด
ตะปู
เชือก

หลักการพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์

ลูกข่างจะหมุนรอบตัวได้ด้วยแรงหนีศูนย์กลาง
ซึ่งเกิดจากการปั่นให้หมุนเหวี่ยงด้วยเชือก
เมื่อแรงหนีศูนย์กลางหมดลูกข่างก็จะหยุดหมุน

วิธีทำ

นำไม้มา 1 ท่อน เลือกขนาดพอเหมาะยาวขนาด 3-5 นิ้ว
ใช้มีดถากให้เป็นรูปสามเหลี่ยม และกลึงให้หมดเกลี้ยง
ใช้ตะปูที่ไม่มีหัวตอกลงที่ลูกข่าง ด้านแหลมมีความยาวพอประมาณ 3 นิ้ว

ข้อควรระวัง

อาจเกิดอันตรายได้ ผู้เล่นต้องระมัดระวังในการขว้างลูกข่างให้มาก

หมายเหตุ

เมื่อเล่นจนชำนาญแล้ว ลูกข่างจะหมุนได้ทุกองศา


ชมคลิปวีดีโอ การเล่นลูกข่างล้านนา ==>>





*******************




ไม้โผละ

เป็นของเล่นเด็กไทย
ที่นำวัสดุอุปกรณ์ใกล้ตัวมาประดิษฐ์เป็นของเล่น
อุปกรณ์ในการเล่น ได้แก่ ไม้ไผ่รวก, กระดาษชุบน้ำ

วิธีเล่น

ตัดไม้ไผ่รวกยาวประมาณ 1 ฟุต เป็นกระบอก
เหลาไม้ไผ่เป็นก้านยาว ประกอบเข้าด้ามเป็นแก่น
นำกระดาษชุบน้ำปั้นเป็นก้อนกลม
มาอัดที่ปากกระบอกใช้แก่นกระทุ้ง
ลูกกระดาษจะกระเด็นออกไปเสียดัง “โพละ”


**********************





ตีลูกล้อ

เป็นของเล่นของเด็กไทย ที่ต้องอาศัยทักษะและความรวดเร็ว
อุปกรณ์ในการเล่น ได้แก่ ไม้ส่งขนาดเหมาะสมกับมือผู้เล่น

วิธีการเล่น

นำลูกล้อมายังจุดเริ่มต้น ใช้ไม้ส่งลูกล้อตีลูกล้อให้กลิ้งไป
คอยเลี้ยงลูกล้อไว้ให้กลิ้งไปข้างหน้าโดยไม่ให้ลูกล้อสะดุดพลิกคว่ำ
หากใครถึงเส้นชัยก่อนเป็นผู้ชนะ


ข้อมูลจากwww.childthai.org,
ภาพจาก internet
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
สไลเดอร์
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,726



« ตอบ #2 เมื่อ: มีนาคม 26, 2007, 22:19:57 »


ลืมอะไรก็ลืมได้แต่อย่าลืม



เป่ากบกับหมากเก็บ ยังกันจำได้ไหมเอ่ย
 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,168



« ตอบ #3 เมื่อ: มีนาคม 26, 2007, 22:37:00 »



ไม่ลืมหรอกลุง

เป็นที่น่าสังเกตุว่าของเล่นพื้นบ้านของไทยในสมัยก่อน
จะมีประโยชน์แฝงอยู่
นอกเหนือจากเล่นให้สนุกเพลิดเพลินแล้ว

เด็กๆยังจะได้ฝึกออกกำลังกาย
ในหลายๆลักษณะ
ทั้งฝึกความละเอียด ความแม่นยำ
อย่างเล่นลูกข่าง จะเล่นให้เก่ง
จะ "ป๊อก" ให้ได้สวยงาม
เอาชนะคู่ต่อสู้
ต้องฝึกความชำนาญไม่น้อย

ฝึกการทรงตัวบนไม้ต่อขา
ออกกำลังกายด้วยการวิ่งตีลูกล้อ
เพราะต้องตามลูกล้อที่หมุนนำหน้าให้ทัน

เด็กๆสมัยก่อนเมื่อหมดเวลาเล่นสนุก
แล้วก็จะกลับมาอาบน้ำกินข้าวกินปลา
ได้เอร็ดอร่อย สุขภาพดี แข็งแรง
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
dekdee
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,255


« ตอบ #4 เมื่อ: มีนาคม 27, 2007, 09:03:18 »


 smile
เข้ามาย้อนอดีต ..
ตอนเด็กๆ เคยเล่นเกือบทุกอย่าง ..

 smile
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,168



« ตอบ #5 เมื่อ: มีนาคม 28, 2007, 21:22:40 »





กำหมุน
ใบพัดธรรมดา ที่มาใส่ใน กระบอกไม้ไผ่เล็กๆ
เจาะรูที่ โคนกระบอก แล้วผูกเชือก เข้ากับไม้ ที่เสียบใบพัด
ดึงเข้าดึงออก ใบพัดก็หมุนติ้ว พร้อมเสียง กร๋อ... กร๋อ....
และถ้าเติมแต่งสีสัน ลงในใบพัด เวลาหมุน
จะดูสวยงาม แปลกตา






ป๋องแป๋ง
ของเล่นโบราณ เพียงหมุนไปมา
เสียงกลองใบน้อยก็ดังขึ้น...
ให้คุณหนูๆ ได้เพลิดเพลิน สนุกสนาน
ที่ได้ สร้างเสียงเป็นจังหวะ ตามการหมุนของมือน้อยๆของเขาเอง

ป๋องแป๋ง.. ด้ามทำจากไม้ทาสีแดง ตัวกลอง ทำด้วยไม้ขึงด้วยหนัง
เป็นสินค้าที่ระลึกจากย่านไชน่าทาวน์ เยาวราช...




หมากเก็บ

จำนวนผู้เล่น  2 – 4 คน

อุปกรณ์
ก้อนหินที่มีลักษณะกลมๆ จำนวน 5 ก้อน
 
วิธีเล่น
ขึ้นร้านเพื่อเสี่ยงทายว่าใครจะเล่นก่อน
โดยกำก้อนหินทั้ง 5 ก้อนไว้โยนขึ้น ใช้หลังมือรับ
แล้วโยนขึ้นอีกครั้งใช้ฝ่ามือรับ ใครได้ก้อนหินมากที่สุดเป็นผู้เล่นก่อน

หมากที่ 1 หว่านก้อนหินลงบนพื้น แล้วหยิบขึ้นมา 1 ก้อน
โยนขึ้นไปแล้วรีบหยิบก้อนหินทั้ง 4 ก้อนทีละเม็ด
พร้อมกับรับก้อนหินที่โยนขึ้นไปให้ได้ ถ้ารับไม่ได้ถือว่าตาย
และถ้าหยิบก้อนหินทีละก้อนนิ้วมือไปโดนก้อนหินอื่น
ก็ถือว่าตายเช่นกัน ต้องให้คนอื่นเล่นต่อ

หมากที่ 2 เก็บทีละ 2 ก้อน

หมากที่ 3 เก็บ 3 ก้อน และ 1 ก้อน

หมากที่ 4 เก็บ 4 ก้อน แล้วขึ้นร้านนับคะแนน
 
ประโยชน์
ฝึกความว่องไวและความแม่นยำของสายตา
สัมพันธ์กับการเคลื่อนไหวของมือ
 


ข้อมูลจาก www.lukrakshop.com,
www.thaitambon.com,www.childthai.org,
http://personal.swu.ac.th
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
กะทะ
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,185



« ตอบ #6 เมื่อ: เมษายน 07, 2007, 13:37:10 »




เด็กสมัยใหม่เล่นไม่ค่อยเป็นแล้วละครับป้า  สมัยเด็ก ๆ ผมเล่นล้อต๊อกผมว่าเด็กสมัยนี้จะรู้จักหรือเปล่าไม่รู้  อีกอย่างที่เด็กผู้ชายชอบเล่นกันคือลูกหินที่เอามายิงกัน  9  หลุม  เล่นกันเฉพาะเด็กชายเท่านั้นครับ  อีกอย่างคือ  ไม้หึ่งแต่เล่นกันเฉพาะผู้หญิงผมก็ไม่เคยเล่นเคยแต่เห็นพวกอาสาว ๆ ทั้งหลายเล่นจำไม่ได้แล้วว่าเล่นอย่างไร

ที่เล่นทั้งหญิงชายก็มีตั้งเต  แต่จะเป็นพวกผู้หญิงเล่นกันมากกว่า  ที่ไม่ต้องใช้อุปกรณ์เลยคือตี่จับ 
เล่นกันทีหนึ่งแทบจะขาดใจตายเพราะต้องร้องตี่ไปยาว ๆ โดยไม่ให้เสียงขาดหาย  ถ้าเป็นสมัยนี้คงเป็นลมตายก่อนจับใครได้


 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,168



« ตอบ #7 เมื่อ: เมษายน 07, 2007, 20:44:07 »





คำว่า “ว่าว” ในภาษาไทย หรือ “Kite” ในภาษาอังกฤษ
มีความหมายว่า เป็นเครื่องเล่นรูปต่างๆ มีไม้เบาๆ เป็นโครง
แล้วปิดด้วยกระดาษหรือผ้าบางๆ ปล่อยให้ลอยขึ้นไปในอากาศ โดยมีเชือกหรือป่านยึดไว้

ว่าว เป็นสิ่งประดิษฐ์ที่มนุษย์ทำขึ้นมา
เป็นการละเล่นเพื่อความบันเทิงและเพื่อประโยชน์อย่างอื่นมาเป็นเวลานับพันปีแล้ว
โดยไม่ทราบกำเนิดที่แน่ชัดว่า ว่าวเกิดขึ้นที่ชาติใดก่อนเป็นครั้งแรก
เพราะว่าวเป็นการเล่นที่ทั้งเด็กและผู้ใหญ่เล่นกันเกือบทุกชาติทุกภาษา
แต่ที่นิยมเล่นกันมากคือ ชนชาติในทวีปเอเซีย
ทั้งนี้เพราะลักษณะอากาศในภูมิภาคนี้อำนวยต่อการเล่นว่าว
ด้วยมีท้องฟ้าแจ่มใส มีสายลมพัด สามารถส่งว่าวให้ขึ้นไปลอยในอากาศได้เสมอ



ว่าวไทย

ประเภทและชนิดของว่าว ในประเทศไทย
มีการแบ่งประเภทว่าว เป็น 2 ประเภท ใหญ่ ๆ คือ

1. ว่าวแผง ได้แก่ ว่าวที่ไม่มีความหนา มีแต่ส่วนกว้างและส่วนยาว
เช่น ว่าวปักเป้า ว่าวจุฬา ว่าวอีลุ้ม ว่าวแซงแซว หรือว่าวรูปสัตว์ต่าง ๆ
เช่น ว่าวงู ว่าวผีเสื้อ เป็นต้น

2. ว่าวภาพ ได้แก่ ว่าวที่ประดิษฐ์ขึ้นในลักษณะพิเศษ
เป็นรูปร่าง มีความกว้าง ความยาว และความหนา
แบ่งออกเป็นประเภทย่อย ๆ ได้ 3 ประเภท คือ

ว่าวประเภทสวยงาม
ว่าวประเภทความคิด
ว่าวประเภทขบขัน
ว่าวที่นิยมเล่นกันในภาคต่างๆของประเทศไทย




....
 
ลักษณะของว่าวไทยภาคเหนือ
แต่เดิมมีรูปแบบที่ทำขึ้นอย่างง่าย ๆ โดยมีโครงทำมาจากไม้ไผ่
นำมาไข้วกันมี แกนกลางอันหนึ่ง และมีอีกอันหนึ่งโค้งทำเป็นปีกว่าว
จะไม่ใช้เชือกช่วยในการทำโครงก่อน
แต่ใช้กระดาษปิดทับโครงไม้เลยทีเดียว
รูปร่างของว่าวคล้าย ๆ กับว่าวปักเป้าของภาคกลาง แต่ไม่มีหาง
และภู่จะมีชนิดเดียวไม่มีหลายประเภทเหมือน ภาคกลาง
ว่าวรูปแบบอื่น ๆ คงได้รับแบบอย่างจากว่าวภาคกลางในภายหลัง
ประชาชนส่วนมากนิยมเล่นว่าวพื้นเมือง
และว่าวที่นิยมมากที่สุด คือ ว่าวสองห้อง
ภาคกลางเรียกว่า ว่าวดุ๊ยดุ่ย รองลงไป ได้แก่ ว่าวอีลุ้ม 

 ....

....ว่าวภาคกลาง

มีการวิจัยสำรวจพบว่าเยาวชนไทยในภาคกลาง
นิยมเล่นว่าวมากถึง ร้อยละ 50.60
ว่าวที่นิยมเล่นมีรูปแบบต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก
ทั้งที่เป็นแบบดั้งเดิม คือ ว่าวปักเป้า ว่าวดุ๊ยดุ่ย
ว่าวอีเพรด ว่าวอีลุ้ม ส่วนรูปแบบใหม่ที่รับมาจากต่างประเทศ
เช่น ว่าวงู ว่าวนกยูง ว่าวปลา ว่าวคน ว่าวผีเสื้อ เป็นต้น 

....   
....ว่าวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ประชาชนส่วนมากนิยมเล่นว่าวพื้นเมือง
และว่าวที่นิยมมากที่สุด คือ ว่าวสองห้อง
ภาคกลางเรียกว่า ว่าวดุ๊ยดุ่ย
รองลงไป ได้แก่ ว่าวอีลุ้ม
....   



ว่าวภาคใต้
      การเล่นว่าวในภาคใต้นิยมเล่นเพื่อความสนุกสนานเป็นส่วนใหญ่
ว่าวที่เล่นกันมากในภาคใต้มีหลายชนิด เช่น ว่าววงเดือน
ว่าวปักเป้า ว่าวนก ว่าวหลา (ว่าวจุฬา) ว่าวอีลุ้ม ว่าวงู
ว่าวคน ว่าวกระบอก และว่าวใบไม้
ว่าวที่นิยมเล่นกันมาก คือว่าววงเดือนแบบมีแอก
ผู้เล่นมักชักขึ้นในเวลาบ่ายแล้วลงในตอนเช้าของอีกวันหนึ่ง
ซึ่งถือว่าว่าวตัวไหนชักไว้ค้างคืนโดยไม่ต้องเอาลงได้
นับว่าตัวนั้นวิเศษมาก
อนึ่งนักเล่นว่าวชาวใต้นิยมประชันเสียงแอก
ด้วยว่าว่าวตัวไหนมีเสียงแอกดังและไพเราะกว่ากัน
คนรุ่นเก่า ๆ มักนิยมเล่นว่าววงเดือนขนาดใหญ่กันเป็นหมู่เป็นพวก
คือทำว่าวที่มีขนาดของปีกยาวประมาณ 3-4 เมตร
ใช้คนส่งว่าวขึ้น 2-3 คน และคนชัก 3-4 คน
ส่วนว่าววงเดือนอีกชนิดหนึ่งซึ่งไม่มีแอกนั้น
นิยมเล่นเพื่อการแข่งขันว่าวว่าวตัวไหนลอยขึ้นสูงที่สุดได้ก่อนตัวอื่นในเวลาเดียวกัน
ฤดูกาลที่นิยมเล่นว่าวมาก คือ ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนเมษายน


(มีต่อ)
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,168



« ตอบ #8 เมื่อ: เมษายน 07, 2007, 21:15:34 »





ว่าวไทย เป็นเครื่องเล่นของไทยที่สามารถทำขึ้นเองได้ง่าย
มีโครงสร้างทำด้วยไม้ไผ่ มัดประกอบเป็นโครงว่าวด้วยด้ายหรือเชือก
แล้วปิดทับด้วยกระดาษ เช่น กระดาษแก้ว กระดาษสา หรือวัสดุอื่น
เช่น ผ้า มีรูปทรงเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ เช่น ว่าวจุฬา ว่าวปักเป้า
บางชนิดมีคุณสมบัติในการทำให้เกิดเสียงเมื่อถูกชักขึ้นสู่ท้องฟ้า เช่น ว่าวดุ๊ยดุ่ย

การเล่นว่าว โดยทั่วๆไป ว่าวงูจะเป็นที่นิยมเป็นพิเศษ
เนื่องจากเล่นง่ายไม่ต้องอาศัยความชำนาญมากนัก
ส่วนการเล่นว่าวเพื่อการแข่งขัน
นิยมใช้ว่าวจุฬาและว่าวปักเป้า ซึ่งถือว่าเป็นคู่ปรับตลอดกาล
ของการต่อสู้กลางเวหาของไทย
เป็นว่าวที่มีชื่อเสียงที่สุดของชาติไทย
อาจเรียกได้ว่าเป็นว่าวประจำชาติ

....
ว่าวจุฬา
....
ว่าวปักเป้า

ว่าวงู


การแข่งขันว่าว จึงเป็นกีฬาที่เป็นเอกลักษณ์ของไทยอย่างหนึ่ง
เป็นศิลปะที่ต้องใช้ความสามารถของผู้ทำว่าวและผู้ชักว่าวเป็นอย่างมาก
ต้องใช้ความประณีต ความแข็งแรง ความมีไหวพริบ และความพร้องเพรียง
จึงกล่าวได้ว่าชาติไทย เป็นชาติเดียว
ที่มีกีฬาเอาชนะกันกลางเวหา

ตามปกติฤดูกาลเล่นว่าวของคนไทยทั่วทุกภาค
มักจะมีขึ้นระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ ถึงเดือนเมษายน

เพราะจะมีลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ หรือลมตะเภา
เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ลมว่าว พัดมาจากอ่าวไทย
เพราะการเล่นว่าวต้องอาศัยกระแสลมเป็นสำคัญ
กระแสลมที่แน่นอนจะช่วยให้เล่นว่าวได้สนุก
ช่วงเวลานี้จึงเหมาะแก่การเล่นว่าว
และจะได้เห็นว่าวแหวกว่ายร่อนไปตามท้องฟ้า
โดยเฉพาะแถวท้องสนามหลวง ซึ่งทุกปีจะมีงานเทศกาลว่าวไทย
ดังนั้น การเล่นว่าว จึงกลายเป็นเอกลักษณ์ของท้องสนามหลวงไปแล้ว



...วิธีการเล่นว่าว จำนวนผู้เล่น ไม่จำกัดจำนวน
วิธีเล่น
เอาเชื่อว่าวสายยาวผู้กับสายซุง
แล้วให้คนส่งว่าวไปยืนโต้ลม
ห่างจากผู้ชักสายว่าว ประมาณ 4 -5 เมตร
ตั้งหัวว่าวขึ้นรอ พอลมมาก็ส่งว่าวขึ้นไป
คนชักว่าวจะกระตุกและผ่อนสายว่าว
จนว่าวสูงขึ้นคิดลมบน จึงถือไว้นิ่งๆ
หรือบังคับให้ว่าวส่ายไปมา


ว่าวธรรมดาไม่ต้องใช้ป่านพิเศษ แต่ถ้าเป็นการแข่งขัน
ตัวว่าวเอาชนะแพ้กัน จะใช้ป่านคมทำสายว่าว

ปัจจุบันว่าว นอกจากเป็นการละเล่นหรือกีฬาท้องถิ่น
ที่ให้ความเพลิดเพลินและพักผ่อนหย่อนใจแล้ว
ยังกลาย เป็นของที่ระลึกหรือของฝากอีกด้วย
นับว่าเป็นวิวัฒนาการร่วมสมัยของว่าว
ซึ่งความจริงว่าวอยู่ในวิถีชีวิตของคนไทยมาช้านานแล้ว

การเล่นว่าว จึงเป็นหนึ่งกิจกรรมการละเล่นในหลายกิจกรรมของกีฬาไทย
ที่บ่งบอกถึงความเป็นเอกลักษณ์ประจำชาติ
ที่ควรอย่างยิ่งที่จะเผยแพร่ให้ทั้งชาวไทยและต่างชาติ
ได้ศึกษาถึงภูมิปัญญาชาวบ้าน ที่ยากจะลอกเลียน
เพื่อเป็นมรดกทางวัฒนธรรม เพื่อพัฒนาและยกระดับกีฬาไทยให้ได้มาตรฐาน
เพื่อเพิ่มแหล่งบันเทิงสำหรับประชาชนได้ใช้พักผ่อนหย่อนใจในราคาถูก

นอกจากนี้ว่าวยังถือเป็นกีฬาของนักรบ
บางครั้งการเล่นว่าวเป็นการต้องการแพ้ชนะ จนเป็นการเล่นกีฬาว่าวพนัน
ชาวไทยเป็นชาตินักรบ การกีฬาของไทยส่วนมากจึงเอนเอียง
ไปในทางต่อสู้แข่งขันให้ปรากฎผลแพ้ชนะ
ดังนั้นการเล่นว่าวจึงใช้กลยุทธ์ในการบังคับว่าวให้แฉลบไปซ้ายขาวได้
คว้าขึ้นลงตรงดิ่งได้ตามใจหมาย กลายเป็นศิลปะที่เป็นเอกลักษณ์ของชาติไทย

ว่าวไทย หลากสีสันแห่งวัฒนธรรมฟากฟ้า ที่ควรส่งเสริม
อนุรักษ์ศิลปหัตถกรรมท้องถิ่นไทย และอีกหนึ่งแห่งความภาคภูมิใจ
แห่งภูมิปัญญาของคนไทย ที่เราคนไทยควรช่วยกันรักษาไว้
และว่าวไทย จะไม่ได้เป็นแค่กระดาษอีกต่อไป…



ข้อมูลจาก Kalamung.com - ตู้ระบบสัมผัสฝ่ายบริการ โรงเรียนศึกษานารี
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
เจ้านาง^-^
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 2,417



เว็บไซต์
« ตอบ #9 เมื่อ: พฤษภาคม 30, 2007, 13:07:19 »


เห็นแล้วอยากกลับไปเกิดเป็นเด็กใหม่เลยคะ     
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

^^ คืนนี้..เหน็บหนาว
      ท้องฟ้าไร้เดือนดาว..พราวแสง
        โดดเดี่ยวอ้างว้าง  หมดแรง
              คล้าย ๆ   สิ้นแสง  แห่งตะวัน  ^^
เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,168



« ตอบ #10 เมื่อ: พฤษภาคม 30, 2007, 14:42:27 »



หนูนางไม้ อย่าลืมดูกระทู้ งานวัด ด้วย

http://www.arunsawat.com/board/index.php?topic=2915.0
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
dekdee
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,255


« ตอบ #11 เมื่อ: กรกฎาคม 13, 2007, 15:21:50 »


umm  ตอนเด็ก ๆ เล่นว่าว จนเพลิน ...
ส่วนมากแล้วชาวบ้านเขาทำเล่นกันเอง
ซึ่งนิยมเล่นว่าว ตามที่ป้าเสลา เอามาบอกไว้ คือ

" ว่าววงเดือน ว่าวปักเป้า ว่าวนก ว่าวหลา (ว่าวจุฬา) ว่าวอีลุ้ม ว่าวงู "

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Atom
Full Member
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 122

Simple is best!!!!!!!!!!


« ตอบ #12 เมื่อ: กรกฎาคม 15, 2007, 01:00:54 »


แหะ แวะเข้ามาดู เราก็ร่วมยุคได้ค่ะ
หมากเก็บ.....เล่นได้ทั้งวันนะ ไม่เป็นรองใครหร๊อกกกกก
ว่าว.......ไม่ค่อยได้เล่นแหะ ดูพี่ชายเขาทำสายป่านไปสู้กัน สายป่านเวลาทำต้องเอาเศษแก้วมาทุบให้ละเอียด แล้วนำเชือกไปชุบกาวและชุบเศษแก้ว  พอเชือกแห้งก็นำมาต่อกับตัวว่าว  พอว่าวขึ้นลอยฟ้าก็จะไปสู้กันโดยให้เชือกมันปาดกันไปปาดกันมา ใครแพ้ว่าวก็จะหลุดลอยหายไป
ล้อต๊อก ดีดลูกหิน เล่นลูกข่าง.......เล่นไม่เป็นค่ะ ก็ได้แต่ดูพี่ชายเขาเล่นกันน่าสนุก เราอยู่แผนกกองเชียร์
เป่ากบ.......อิอิ ขอบชอบเลยค่ะสมัยเด็ก มีตัวเก่งด้วยนะขอบอก เดินไปไหนมาไหนที หนังยางเต็มข้อมมือเลย

อย่างอื่นไม่ค่อยได้สัมผัสค่ะ 
แต่ฟังคุณแม่เล่าให้ฟังก็จะมีที่น่าสนุกคือ การเล่นลูกช่วง แต่เก็บรายละเอียดไม่ได้ค่ะ
ท่านใดพอทราบช่วยขยายให้ด้วยนะคะ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
kala275
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #13 เมื่อ: กรกฎาคม 21, 2009, 21:21:04 »


การเล่นว่าวป็นการฝึกทักษะ และการคาดคะเน เช่นจะบังคับว่าวให้ไปซ้ายไปขวาได้อย่างไร ว่าวหมุนควงเพราะอะไร ต้องปรับแต่งอย่างไรให้เหมาะสม และยังต้องคาดคะเนระยะ ความแรงลมว่าพอหรือยังที่จะขึ้นว่าวได้ ทำให้รู้หลายอย่างแค่จาการเล่นว่าว ตอนเด็กๆนั้นข้าพเจ้าชอบการเล่นว่าวมากขนาดแดดร้อนๆตอนกลางวันยังไม่กลัวตากแดดตัวดำปี๋เลย
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,168



« ตอบ #14 เมื่อ: กรกฎาคม 21, 2009, 21:58:30 »




สมัยก่อน เมื่อถึงฤดูเล่นว่าว จะเห็นว่าวลอยบนท้องฟ้าจนชินตา
เพราะป้าอยู่ต่างจังหวัด

แต่มาเดี๋ยวนี้ จะดูเขาเล่นว่าว ก็ต้องไปที่สนามหลวงกรุงเทพฯ
แม้ต่างจังหวัดก็ไม่ค่อยเห็นแล้ว ..
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Nong_NOK
Newbie
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6


« ตอบ #15 เมื่อ: กรกฎาคม 29, 2009, 22:16:36 »


ตอนเด็กๆ ทันเล่นหมากเก็บ กะ ลูกข่าง
เห็นแล้วคิดถึงจัง...อยากย้อนเวลา 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
jaaegirl
Newbie
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3



« ตอบ #16 เมื่อ: พฤศจิกายน 09, 2009, 21:09:37 »


ตอนเด็กชอบเล่นหมากเก็บที่สุดเลย
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

18+
onnut
Newbie
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 35


« ตอบ #17 เมื่อ: พฤศจิกายน 10, 2009, 16:53:40 »


ชอบเล่นหมากเก็บเหมือนกันค่ะ และอีกอย่างที่ชอบมากกกกก คือ กระโดดยาง กะว่าเผื่อโตมาจะได้เป็นนักกีฬากับเขามั่ง แต่สวรรค์ไม่เป็นใจ เพราะไม่ได้สูงขึ้นเล้ย  fun

ส่วนว่าว ไม่ค่อยชอบสักเท่าไหร่ เพราะวิ่งจนตับแล่บว่าวก็ไม่ขึ้นค่ะ   
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,168



« ตอบ #18 เมื่อ: พฤศจิกายน 10, 2009, 21:36:03 »




ป้าเคยเล่นรถลากกาบหมากด้วย.... 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
panop
ชีวิตคือความสวยงาม
Jr. Member
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 69


กัลยาณการุณย์


เว็บไซต์
« ตอบ #19 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 26, 2010, 16:30:22 »





คำว่า “ว่าว” ในภาษาไทย หรือ “Kite” ในภาษาอังกฤษ
มีความหมายว่า เป็นเครื่องเล่นรูปต่างๆ มีไม้เบาๆ เป็นโครง
แล้วปิดด้วยกระดาษหรือผ้าบางๆ ปล่อยให้ลอยขึ้นไปในอากาศ โดยมีเชือกหรือป่านยึดไว้

ว่าว เป็นสิ่งประดิษฐ์ที่มนุษย์ทำขึ้นมา
เป็นการละเล่นเพื่อความบันเทิงและเพื่อประโยชน์อย่างอื่นมาเป็นเวลานับพันปีแล้ว
โดยไม่ทราบกำเนิดที่แน่ชัดว่า ว่าวเกิดขึ้นที่ชาติใดก่อนเป็นครั้งแรก
เพราะว่าวเป็นการเล่นที่ทั้งเด็กและผู้ใหญ่เล่นกันเกือบทุกชาติทุกภาษา
แต่ที่นิยมเล่นกันมากคือ ชนชาติในทวีปเอเซีย
ทั้งนี้เพราะลักษณะอากาศในภูมิภาคนี้อำนวยต่อการเล่นว่าว
ด้วยมีท้องฟ้าแจ่มใส มีสายลมพัด สามารถส่งว่าวให้ขึ้นไปลอยในอากาศได้เสมอ



ว่าวไทย

ประเภทและชนิดของว่าว ในประเทศไทย
มีการแบ่งประเภทว่าว เป็น 2 ประเภท ใหญ่ ๆ คือ

1. ว่าวแผง ได้แก่ ว่าวที่ไม่มีความหนา มีแต่ส่วนกว้างและส่วนยาว
เช่น ว่าวปักเป้า ว่าวจุฬา ว่าวอีลุ้ม ว่าวแซงแซว หรือว่าวรูปสัตว์ต่าง ๆ
เช่น ว่าวงู ว่าวผีเสื้อ เป็นต้น

2. ว่าวภาพ ได้แก่ ว่าวที่ประดิษฐ์ขึ้นในลักษณะพิเศษ
เป็นรูปร่าง มีความกว้าง ความยาว และความหนา
แบ่งออกเป็นประเภทย่อย ๆ ได้ 3 ประเภท คือ

ว่าวประเภทสวยงาม
ว่าวประเภทความคิด
ว่าวประเภทขบขัน
ว่าวที่นิยมเล่นกันในภาคต่างๆของประเทศไทย




....
 
ลักษณะของว่าวไทยภาคเหนือ
แต่เดิมมีรูปแบบที่ทำขึ้นอย่างง่าย ๆ โดยมีโครงทำมาจากไม้ไผ่
นำมาไข้วกันมี แกนกลางอันหนึ่ง และมีอีกอันหนึ่งโค้งทำเป็นปีกว่าว
จะไม่ใช้เชือกช่วยในการทำโครงก่อน
แต่ใช้กระดาษปิดทับโครงไม้เลยทีเดียว
รูปร่างของว่าวคล้าย ๆ กับว่าวปักเป้าของภาคกลาง แต่ไม่มีหาง
และภู่จะมีชนิดเดียวไม่มีหลายประเภทเหมือน ภาคกลาง
ว่าวรูปแบบอื่น ๆ คงได้รับแบบอย่างจากว่าวภาคกลางในภายหลัง
ประชาชนส่วนมากนิยมเล่นว่าวพื้นเมือง
และว่าวที่นิยมมากที่สุด คือ ว่าวสองห้อง
ภาคกลางเรียกว่า ว่าวดุ๊ยดุ่ย รองลงไป ได้แก่ ว่าวอีลุ้ม 

 ....

....ว่าวภาคกลาง

มีการวิจัยสำรวจพบว่าเยาวชนไทยในภาคกลาง
นิยมเล่นว่าวมากถึง ร้อยละ 50.60
ว่าวที่นิยมเล่นมีรูปแบบต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก
ทั้งที่เป็นแบบดั้งเดิม คือ ว่าวปักเป้า ว่าวดุ๊ยดุ่ย
ว่าวอีเพรด ว่าวอีลุ้ม ส่วนรูปแบบใหม่ที่รับมาจากต่างประเทศ
เช่น ว่าวงู ว่าวนกยูง ว่าวปลา ว่าวคน ว่าวผีเสื้อ เป็นต้น 

....   
....ว่าวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ประชาชนส่วนมากนิยมเล่นว่าวพื้นเมือง
และว่าวที่นิยมมากที่สุด คือ ว่าวสองห้อง
ภาคกลางเรียกว่า ว่าวดุ๊ยดุ่ย
รองลงไป ได้แก่ ว่าวอีลุ้ม
....   



ว่าวภาคใต้
      การเล่นว่าวในภาคใต้นิยมเล่นเพื่อความสนุกสนานเป็นส่วนใหญ่
ว่าวที่เล่นกันมากในภาคใต้มีหลายชนิด เช่น ว่าววงเดือน
ว่าวปักเป้า ว่าวนก ว่าวหลา (ว่าวจุฬา) ว่าวอีลุ้ม ว่าวงู
ว่าวคน ว่าวกระบอก และว่าวใบไม้
ว่าวที่นิยมเล่นกันมาก คือว่าววงเดือนแบบมีแอก
ผู้เล่นมักชักขึ้นในเวลาบ่ายแล้วลงในตอนเช้าของอีกวันหนึ่ง
ซึ่งถือว่าว่าวตัวไหนชักไว้ค้างคืนโดยไม่ต้องเอาลงได้
นับว่าตัวนั้นวิเศษมาก
อนึ่งนักเล่นว่าวชาวใต้นิยมประชันเสียงแอก
ด้วยว่าว่าวตัวไหนมีเสียงแอกดังและไพเราะกว่ากัน
คนรุ่นเก่า ๆ มักนิยมเล่นว่าววงเดือนขนาดใหญ่กันเป็นหมู่เป็นพวก
คือทำว่าวที่มีขนาดของปีกยาวประมาณ 3-4 เมตร
ใช้คนส่งว่าวขึ้น 2-3 คน และคนชัก 3-4 คน
ส่วนว่าววงเดือนอีกชนิดหนึ่งซึ่งไม่มีแอกนั้น
นิยมเล่นเพื่อการแข่งขันว่าวว่าวตัวไหนลอยขึ้นสูงที่สุดได้ก่อนตัวอื่นในเวลาเดียวกัน
ฤดูกาลที่นิยมเล่นว่าวมาก คือ ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนเมษายน


(มีต่อ)

ป้านพขออนุญาตนำภาพสเก็ตแบบว่าวต่างๆที่กระทู้นี้ นำไปโพสท์ไว้ที่บล็อก

http://www.oknation.net/blog/bizthee/2007/06/30/entry-1

นี้ด้วยนะคะ

ที่มาของภาพ http://203.172.208.242/tatalad/subject/SARA/BOOK13/B13P189.HTM

ขอบคุณค่ะ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
panop
ชีวิตคือความสวยงาม
Jr. Member
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 69


กัลยาณการุณย์


เว็บไซต์
« ตอบ #20 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 27, 2010, 12:06:13 »


ป้านพขออนุญาตนำภาพสเก็ตแบบว่าวต่างๆที่กระทู้นี้ นำไปโพสท์ไว้ที่บล็อก

http://www.oknation.net/blog/bizthee/2007/06/30/entry-1

นี้ด้วยนะคะ

ที่มาของภาพ http://203.172.208.242/tatalad/subject/SARA/BOOK13/B13P189.HTM

ขอบคุณค่ะ
[/quote]


และคัดลอกจากบล็อก  http://www.oknation.net/blog/bizthee/2007/06/30/entry-1
ที่ป้านพเล่าปรสบการณ์ในการทำป่านคม...............

...เมื่อตอนเด็กๆ ป้านพก็เคยช่วย(เป็นลูกมือ)ให้พี่ชายวัยรุ่น ทำป่านคม ไว้เฉือนว่าวกับนักเล่น
วัยเดียวกันแถวบ้านย่านห้าแยกพลับพลาไชย วรจักร์

โดยจะตามพี่ชายไปซื้อวัตถุดิบที่ร้านขายเครื่องเขียนแถวเท็กซัส(เยาวราช)น่ะ

บางครั้งก็เดินไปถึงสำเพ็ง หาซื้อกระดาษแก้ว(ฝ้า) สีต่างๆมาทำว่าวด้วยนะคะ

วิธีการทำป่านคมก็มีเศษแก้วตำละเอียด แป้งเปียก กาวก้อน ผงสี ด้ายหลอด

พี่ชายนำครก(หิน)ที่คุณแม่ใช้ทำกับข้าวในครัว แอบแบกขึ้นไปบนดาดฟ้า ค่อยๆตำเศษแก้ว-
ขวดแตกๆ จนละเอียด

ระหว่างนั้นจะต้มกาวให้เหลวเป็นแป้งเปียกผสมสีอ่อนๆ เทเศษแก้วที่ตำแล้วลงไปกวนให้เข้ากันดี
แล้วก็ยกลงจากเตาถ่าน
นำด้ายลงไปแช่ ชุบไปทั้งหลอด ใช้ผ้าหุ้มมือ สาว(ดึง) ลูบป่านทีชุบกาวแก้ว(อุ่นๆอยู่)
ดึงและเดินไปขึงไว้กับราวตากผ้า ทบไป ทบมา จนหมดม้วน

ผึ่งแดด-ตากลมให้แห้งแล้วจึงม้วนกับกระป๋องนมผงตราหมี พอตกเย็นพี่ชายจะปิ่นขึ้นไป
บนหลังคาดาดฟ้าของตึกแถวได้เวลาเล่น(ทำศึก)ว่าว ของวัยรุ่น(สมัย 50 กว่าปีก่อน)

พวกเราน้องๆก็จะอยู่ข้างล่างค่อยเชียร์ และวิ่งตามเก็บว่าวที่ขาดลอย ตกลงมา...
แต่ส่วนมากจะค้าง(ติด)อยู่ตามเสา และสายไฟฟ้า ริมถนน ซะมากกว่าค่ะ

ผู้ใหญ่ที่เดินผ่านไป-มา ก็จะเตือนให้เด็กๆระวัง"ไฟฟ้าจะช๊อทเอาน้า"......
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Amorn
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 508



« ตอบ #21 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 27, 2010, 23:30:47 »


โอ้โห...ได้เล่นเกือบทุกอย่างเลย...แม้กระทั่งลูกข่าง...ทำเอาเข็ดจนทุกวันนี้.....
ทันยุคเหมือนกันแฮะเรา
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
oasis1984
Newbie
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6


« ตอบ #22 เมื่อ: สิงหาคม 19, 2010, 09:27:34 »


เคยเล่นเป็นบางอัน
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
krieng2010
Newbie
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 22



เว็บไซต์
« ตอบ #23 เมื่อ: มิถุนายน 23, 2011, 14:32:24 »


กังหันกระดาษ(Turbine paper) เป็นของเล่นพื้นบ้านของไทยที่ช่วยส่งเสริมพัฒนาการด้านอารมณ์ สังคม และเสริมสร้างความเข้าใจในหลักกลศาสตร์ ซึ่งมักจะนำไปใช้กับเด็กโต เช่น เด็กประถมศึกษา หรือโดยทั่วไปก็นับจากอายุเด็กประมาณ 2-6 ปี

สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ ของเล่นพื้นบ้านของไทย | การละเล่นของเด็กไทย (Thai folk toys.)
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
greenjubjub
Newbie
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1


« ตอบ #24 เมื่อ: กรกฎาคม 25, 2011, 15:36:50 »


เข้ามาย้อนอดีต  smile umm
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
    กระโดดไป:  



    SimplePortal 2.3.3 © 2008-2010, SimplePortal