"ทุ่งแสงตะวัน"

(1/2) > >>

เสลา:
Tweet



"ทุ่งแสงตะวัน"
ออกอากาศทุกวันเสาร์ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 เช้าตรู่ 06.25 น.

รายการทีวีคุณภาพซึ่งยืนหยัดอยู่ในผังทีวี
ต่อเนื่องมาถึงวันนี้ 15 ปีแล้ว
โดยปกติแล้วรายการสารคดี จะอยู่ในความนิยมเฉพาะกลุ่ม
และบางเรื่องราวก็จะอยู่ในกระแสนิยมเป็นครั้งคราว
และต้องเลือกเวลาการนำเสนอรายการให้เพมาะสมด้วย
แต่รายการ "ทุ่งแสงตะวัน"
แม้จะเป็นสารคดีเกี่ยวกับเด็ก
แต่แฟนรายการมีทุกเพศทุกวัย
ป้าเสลาเคยนั่งชมรายการนี้ ตั้งแต่ลูกยังเป็นวัยรุ่น

ทุกวันนี้ก็ยังชมรายการนี้อยู่
และอาจมีโอกาสได้นั่งชมกับหลานในวันต่อๆไป


ลองอ่านบทความจากสื่อต่างๆที่พูดถึงรายการนี้
จาก www.tv4kids.org/
ท่ามกลางการแข่งขันของเรตติ้ง ไม่ว่าจะเป็นรายการวาไรตี้
หรือเกมโชว์ที่ดิ้นรนให้รายการของตนอยู่ในช่วงเวลาที่ดีที่สุด
แต่มีรายการหนึ่งยังคงเดินทางท่ามกลางสนามรบแห่งนี้อย่างนุ่มนวล
และคงจังหวะเช่นเดิม เวลา 15 ปี คือระยะทางที่ก้าวเดินผ่านความทุกข์โศก สนุก สุข

          รายการ “ทุ่งแสงตะวัน” เป็นรายการที่ฉันขอกล่าวถึงในคราวนี้
สื่อมวลชนหลายแขนง ยกย่องให้เป็นที่สุดของรายการสารคดีเด็ก
ที่ยังคงเอกลักษณ์ไว้อย่างต่อเนื่อง นานับรางวัลที่ได้เห็นนั้น
เป็นเครื่องการันตีในความมีคุณภาพของรายการเป็นอย่างดี
นับจากรางวัลโทรทัศน์ทองคำรายการเพื่อเด็ก
และเยาวชนดีเด่นครั้งที่ 7 ปี 2535 , ครั้งที่ 11 ปี 2539
ครั้งที่ 13 ปี 2541, ครั้งที่ 14 ปี2542
ตามมาด้วย รางวัลสื่อมวลชนดีเด่นเพื่อเยาวชนครั้งที่ 20
จาก สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริม
และประสานงานเยาวชนแห่งชาติ เมื่อปี 2544 – 2545

และล่าสุดกับรางวัลรายการสำหรับเด็ก และเยาวชนยอดเยี่ยม
จากงานประกาศ รางวัลผลงานบันเทิงยอดเยี่ยม ประจำปี 2548
หรือ Star Entertainment Award 2005
ซึ่งจัดโดยสมาคมนักข่าวบันเทิง อาจจะมีอีกหลายรางวัล
ที่ไม่ได้กล่าวถึงในบทความชิ้นนี้ และนั่นทำให้ฉันรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้มีโอกาสพบ
และพูดคุยกับคุณนิรมล เมธีสุวกุล ในช่วงเวลาหนึ่ง

     ...คุณนิรมล เมธีสุวกุล หรือพี่นก
ที่เรารู้จักกันในบทบาท พิธีกร
นักเขียนบทโทรทัศน์
หนึ่งในคณะกรรม บริษัท ป่าใหญ่ครีเอชั่น จำกัด
และผู้ผลิตรายการทุ่งแสงตะวัน
ซึ่งออกอากาศทุกวันเสาร์ เวลา 6.20 – 6.55 น.
เวลาแค่ 35 นาที แต่เป็นเวลาที่ทำให้ฉันรู้สึกถึงความสดชื่น
สำหรับการตื่นเช้าในเวลานี้
แต่สำหรับฉันแล้ว รายการทุ่งแสงตะวันดูจะเช้าเกินไป
สำหรับรายการเด็กที่มีคุณค่าขนาดนี้
          “พี่ไม่สนใจเรื่องเวลา” นั่นคือคำตอบที่ฉันได้รับมาจาก พี่นก
หลังจากจบคำถามที่ว่า เรื่องเวลาสำคัญมากไหมกับทุ่งแสงตะวัน

          เรื่องเวลา นับว่าเป็นเรื่องยากที่สุดสำหรับผู้จัดที่จะไม่สนใจเรื่องนี้
คำพูดคำนั่นทำให้ฉันมองพี่นกว่า เป็นบุคคลที่มั่นใจในตัวผู้ชมรายการของเธอ
ว่าพวกเขามองรายการตรงเนื้อหา สาระและความรู้ที่นำเสนอมากกว่า
 

          “ทุ่งแสงตะวันมีแฟนคลับตั้งแต่ 5 ขวบ ถึง 72 ปี” 
พี่นกกล่าวพร้อมรอยยิ้ม สิ่งที่กล่าวนั้นทำให้ฉันมองถึงรายละเอียดที่เธอใส่ในรายการ
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเขียนบทที่ต้องอาศัยความเข้าใจในการสื่อสาร
การใช้คำพูดที่ทำให้เด็กวัย 5 ขวบ เข้าใจ และผู้ใหญ่วัย 72 ปีไม่สับสน
การดำเนินเรื่องต้องกระชับ ง่ายต่อการรับชม
เรื่องราวแต่ละตอนนั้น มีช่วงอายุในการถ่ายทำ
ทีมงานต้องทำความเข้าใจ และการทำงานที่ต้องแข่งกับเวลา
เพื่อให้ภาพที่สวยที่สุด สมบูรณ์ที่สุด

          เมื่อมีทีมงานที่สมบูรณ์แล้วอุดมการณ์ก็สำคัญ
พี่นกได้ทำสิ่งนี้อยู่ตลอดเวลานั้น ไม่ใช่เพื่อเพิ่มรางวัลที่จะนำมาใส่ในตู้
แต่เป็นเพราะต้องการให้มีรายการที่ดีๆ อยู่คู่กับเด็กและเยาวชน
การมีส่วนร่วมของเยาวชนจึงเข้ามามีบทบาทในการทำงาน
ไม่ว่าจะเป็นการดำเนินเรื่อง และการนำเสนอ
ทั้งหมดเป็นความคิดของเด็กและเยาวชน

- น้องอุ้ม สุพัตรา แก้วมาลัย

ที่ทีมงานได้ไปเสาะหามาร่วมรายการ อย่างเช่นตอน “บ้านแห่งความรัก”
ที่น้องอุ้ม สุพัตรา แก้วมาลัย ที่ได้พาทีมงานเดินทาง
ไปดูสวนผลไม้ของครบครัวเธอ และการทำสวนไร้สารพิษ
รวมถึงการดำเนินชีวิตอย่างพอเพียง

น้องอุ้มได้เสนอความคิดในการนำเสนอเรื่องราวทั้งหมด
รวมถึงเป็นผู้ดำเนินรายการ
การที่ให้เด็กมีส่วนร่วมเช่นนี้ แสดงให้เห็นว่ารายการทุ่งแสงตะวัน
เข้าใจถึงความต้องการ และเอาใจใส่ในความคิดของเด็กและเยาวชน
 


          พูดถึงการอยู่รอดของรายการนั้น ก็สำคัญเช่นกัน
ผู้ผลิตรายการคงไม่ปฏิเสธเรื่องแหล่งทุนว่ามีผลต่อการดำรงอยู่ในเส้นทางสายนี้
“การอยู่อย่างพอเพียง” ฉันคิดว่า นี่เป็นสิ่งที่ในหลวงของเรา
ท่านได้กล่าวอยู่ตลอดเวลา ถึงแนวทางในการใช้ชีวิต
รวมถึงการทำงาน และเป็นสิ่งที่ “ป่าใหญ่” ได้ปฏิบัติมาอย่างต่อเนื่อง
 
          “พี่ไม่อยากให้เราเฟ้อ ยิ่งใช้เงินเยอะ เราก็ต้องทำงานเยอะ
เพื่อสนองความต้องการที่มากขึ้น พี่ว่ามันเหนื่อย” พี่นกกล่าว


          ฉันเห็นด้วยกับความคิดนี้ เพราะถ้าหากเราไม่รู้จักการอยู่อย่างพอเพียง
นั่นหมายความว่าทีมงานผู้ผลิตรายการต้องทำงานมากขึ้น
เพื่อหารายได้ที่มาจากผู้สนับสนุนรายการมากขึ้น
นั่นก็หมายความว่าการทำงานย่อมต้องขึ้นตรงต่อสปอนเซอร์
สุดท้ายงานที่ทำก็เป็นแค่ความต้องการของผู้สนับสนุนรายการเท่านั้นเอง

 ทั้งจากการใส่ใจในรายละเอียดทุกขั้นตอนการผลิตเพื่อกลุ่มผู้ชมที่หลากหลายก็ดี
การเปิดโอกาสให้ผู้ชมโดยเฉพาะเด็กเข้าไปมีส่วนร่วมคิด
และรู้ถึงความเป็นส่วนหนึ่งในรายการ หรือทั้งการยึดแนวทางการอยู่อย่างพอเพียง
ตามกระแสพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็ดี
สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นภูมิคุ้มกันที่ทำให้ “ทุ่งแสงตะวัน”
ยังยืนหยัดคู่คุณภาพอยู่ได้มายาวนานถึง 15 ปี
โดยมีรางวัลจากหลายสถาบันเป็นเครื่องการันตีคุณภาพ
ที่ผู้ผลิตรายการทุกท่านควรหันมามอง

 
บางตอนของรายการ "ทุ่งแสงตะวัน" ที่น่าสนใจ
 ตามรอยจักรยาน 20 มกราคม 2550



 

ทุกปีช่วงเดือนธันวาคม
โรงเรียนวัดสระข่อยแห่งนี้จะจัดกิจกรรมตามรอยเมืองโบราณ
เป็นกิจกรรมการปั่นจักรยานเพื่อการเรียนรู้ท้องถิ่นตนเองของเด็กๆ
คุณครูและนักเรียนจะชวนกันจัดขบวนจักรยานเดินทางศึกษา
ไปตามแหล่งโบราณสถานต่างๆที่สำคัญของเมืองเก่าศรีมโหสถ


ข้อมูลจาก www.payai.com
และ www.tv4kids.org

dekdee:
Tweet


 :great:
ชื่นชม  :smile: รายการนี้มาก
เห็นกิจกรรมอย่างนี้แล้วน่าชื่นชมจริงๆ ครับ :smile: :smile:

นู๋ทราย:
Tweet


ตอนเด็กๆชอบดูมากค่ะติดตามตลอดก่อนที่จะมาอยู่ช่อง3
ตื่นมาเช้าๆต้องรีบดู :cheer:

Atom:
Tweet


รายการนี้ชอบมากค่ะ ป้าอรน่ารักที่ซู้ดดดดด
เดี๋ยวเสาร์นี้จะเฝ้าหน้าจอเลยค่ะ ไม่ได้ดูนานแล้ว
คิดถึงพิธีกรซึ่งไม่ค่อยปรุงแต่งมากดูธรรมชาติ น่ารัก

nuttawut:
Tweet




            ฮือๆๆๆๆ รายการไงมีเช้าจังอ่ะ  ผมชอบตื่นสายกว่านั้นก็อดดูอ่ะสิครับ 
                cry    cry    cry    cry    cry    cry

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป