ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
กรกฎาคม 31, 2014, 06:16:47
94,165 กระทู้ ใน 7,700 หัวข้อ โดย 9,138 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: minkII
::Arunsawat ::อรุณสวัสดิ์ ::  |  สบาย สบายสไตล์อรุณสวัสดิ์ : บุคคลทั่วไปกรุณาสมัครสมาชิกก่อนโพสท์  |  สโมสรอรุณสวัสดิ์  |  "ทุ่งแสงตะวัน" 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้ « หน้าที่แล้ว ต่อไป »
หน้า: [1]
ผู้เขียน หัวข้อ: "ทุ่งแสงตะวัน"  (อ่าน 11268 ครั้ง)
เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,166



« เมื่อ: มีนาคม 06, 2007, 12:33:08 »



"ทุ่งแสงตะวัน"
ออกอากาศทุกวันเสาร์ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 เช้าตรู่ 06.25 น.


รายการทีวีคุณภาพซึ่งยืนหยัดอยู่ในผังทีวี
ต่อเนื่องมาถึงวันนี้ 15 ปีแล้ว
โดยปกติแล้วรายการสารคดี จะอยู่ในความนิยมเฉพาะกลุ่ม
และบางเรื่องราวก็จะอยู่ในกระแสนิยมเป็นครั้งคราว
และต้องเลือกเวลาการนำเสนอรายการให้เพมาะสมด้วย
แต่รายการ "ทุ่งแสงตะวัน"
แม้จะเป็นสารคดีเกี่ยวกับเด็ก
แต่แฟนรายการมีทุกเพศทุกวัย
ป้าเสลาเคยนั่งชมรายการนี้ ตั้งแต่ลูกยังเป็นวัยรุ่น

ทุกวันนี้ก็ยังชมรายการนี้อยู่
และอาจมีโอกาสได้นั่งชมกับหลานในวันต่อๆไป



ลองอ่านบทความจากสื่อต่างๆที่พูดถึงรายการนี้
จาก www.tv4kids.org/
ท่ามกลางการแข่งขันของเรตติ้ง ไม่ว่าจะเป็นรายการวาไรตี้
หรือเกมโชว์ที่ดิ้นรนให้รายการของตนอยู่ในช่วงเวลาที่ดีที่สุด
แต่มีรายการหนึ่งยังคงเดินทางท่ามกลางสนามรบแห่งนี้อย่างนุ่มนวล
และคงจังหวะเช่นเดิม เวลา 15 ปี คือระยะทางที่ก้าวเดินผ่านความทุกข์โศก สนุก สุข

          รายการ “ทุ่งแสงตะวัน” เป็นรายการที่ฉันขอกล่าวถึงในคราวนี้
สื่อมวลชนหลายแขนง ยกย่องให้เป็นที่สุดของรายการสารคดีเด็ก
ที่ยังคงเอกลักษณ์ไว้อย่างต่อเนื่อง นานับรางวัลที่ได้เห็นนั้น
เป็นเครื่องการันตีในความมีคุณภาพของรายการเป็นอย่างดี
นับจากรางวัลโทรทัศน์ทองคำรายการเพื่อเด็ก
และเยาวชนดีเด่นครั้งที่ 7 ปี 2535 , ครั้งที่ 11 ปี 2539
ครั้งที่ 13 ปี 2541, ครั้งที่ 14 ปี2542
ตามมาด้วย รางวัลสื่อมวลชนดีเด่นเพื่อเยาวชนครั้งที่ 20
จาก สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริม
และประสานงานเยาวชนแห่งชาติ เมื่อปี 2544 – 2545

และล่าสุดกับรางวัลรายการสำหรับเด็ก และเยาวชนยอดเยี่ยม
จากงานประกาศ รางวัลผลงานบันเทิงยอดเยี่ยม ประจำปี 2548
หรือ Star Entertainment Award 2005
ซึ่งจัดโดยสมาคมนักข่าวบันเทิง อาจจะมีอีกหลายรางวัล
ที่ไม่ได้กล่าวถึงในบทความชิ้นนี้ และนั่นทำให้ฉันรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้มีโอกาสพบ
และพูดคุยกับคุณนิรมล เมธีสุวกุล ในช่วงเวลาหนึ่ง


     
...คุณนิรมล เมธีสุวกุล หรือพี่นก
ที่เรารู้จักกันในบทบาท พิธีกร
นักเขียนบทโทรทัศน์
หนึ่งในคณะกรรม บริษัท ป่าใหญ่ครีเอชั่น จำกัด
และผู้ผลิตรายการทุ่งแสงตะวัน
ซึ่งออกอากาศทุกวันเสาร์ เวลา 6.20 – 6.55 น.
เวลาแค่ 35 นาที แต่เป็นเวลาที่ทำให้ฉันรู้สึกถึงความสดชื่น
สำหรับการตื่นเช้าในเวลานี้
แต่สำหรับฉันแล้ว รายการทุ่งแสงตะวันดูจะเช้าเกินไป
สำหรับรายการเด็กที่มีคุณค่าขนาดนี้

          “พี่ไม่สนใจเรื่องเวลา” นั่นคือคำตอบที่ฉันได้รับมาจาก พี่นก
หลังจากจบคำถามที่ว่า เรื่องเวลาสำคัญมากไหมกับทุ่งแสงตะวัน

          เรื่องเวลา นับว่าเป็นเรื่องยากที่สุดสำหรับผู้จัดที่จะไม่สนใจเรื่องนี้
คำพูดคำนั่นทำให้ฉันมองพี่นกว่า เป็นบุคคลที่มั่นใจในตัวผู้ชมรายการของเธอ
ว่าพวกเขามองรายการตรงเนื้อหา สาระและความรู้ที่นำเสนอมากกว่า
 

          “ทุ่งแสงตะวันมีแฟนคลับตั้งแต่ 5 ขวบ ถึง 72 ปี” 
พี่นกกล่าวพร้อมรอยยิ้ม สิ่งที่กล่าวนั้นทำให้ฉันมองถึงรายละเอียดที่เธอใส่ในรายการ
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเขียนบทที่ต้องอาศัยความเข้าใจในการสื่อสาร
การใช้คำพูดที่ทำให้เด็กวัย 5 ขวบ เข้าใจ และผู้ใหญ่วัย 72 ปีไม่สับสน
การดำเนินเรื่องต้องกระชับ ง่ายต่อการรับชม
เรื่องราวแต่ละตอนนั้น มีช่วงอายุในการถ่ายทำ
ทีมงานต้องทำความเข้าใจ และการทำงานที่ต้องแข่งกับเวลา
เพื่อให้ภาพที่สวยที่สุด สมบูรณ์ที่สุด

          เมื่อมีทีมงานที่สมบูรณ์แล้วอุดมการณ์ก็สำคัญ
พี่นกได้ทำสิ่งนี้อยู่ตลอดเวลานั้น ไม่ใช่เพื่อเพิ่มรางวัลที่จะนำมาใส่ในตู้
แต่เป็นเพราะต้องการให้มีรายการที่ดีๆ อยู่คู่กับเด็กและเยาวชน
การมีส่วนร่วมของเยาวชนจึงเข้ามามีบทบาทในการทำงาน
ไม่ว่าจะเป็นการดำเนินเรื่อง และการนำเสนอ
ทั้งหมดเป็นความคิดของเด็กและเยาวชน

- น้องอุ้ม สุพัตรา แก้วมาลัย

ที่ทีมงานได้ไปเสาะหามาร่วมรายการ อย่างเช่นตอน “บ้านแห่งความรัก”
ที่น้องอุ้ม สุพัตรา แก้วมาลัย ที่ได้พาทีมงานเดินทาง
ไปดูสวนผลไม้ของครบครัวเธอ และการทำสวนไร้สารพิษ
รวมถึงการดำเนินชีวิตอย่างพอเพียง

น้องอุ้มได้เสนอความคิดในการนำเสนอเรื่องราวทั้งหมด
รวมถึงเป็นผู้ดำเนินรายการ
การที่ให้เด็กมีส่วนร่วมเช่นนี้ แสดงให้เห็นว่ารายการทุ่งแสงตะวัน
เข้าใจถึงความต้องการ และเอาใจใส่ในความคิดของเด็กและเยาวชน
 


          พูดถึงการอยู่รอดของรายการนั้น ก็สำคัญเช่นกัน
ผู้ผลิตรายการคงไม่ปฏิเสธเรื่องแหล่งทุนว่ามีผลต่อการดำรงอยู่ในเส้นทางสายนี้
“การอยู่อย่างพอเพียง” ฉันคิดว่า นี่เป็นสิ่งที่ในหลวงของเรา
ท่านได้กล่าวอยู่ตลอดเวลา ถึงแนวทางในการใช้ชีวิต
รวมถึงการทำงาน และเป็นสิ่งที่ “ป่าใหญ่” ได้ปฏิบัติมาอย่างต่อเนื่อง
 
          “พี่ไม่อยากให้เราเฟ้อ ยิ่งใช้เงินเยอะ เราก็ต้องทำงานเยอะ
เพื่อสนองความต้องการที่มากขึ้น พี่ว่ามันเหนื่อย” พี่นกกล่าว


          ฉันเห็นด้วยกับความคิดนี้ เพราะถ้าหากเราไม่รู้จักการอยู่อย่างพอเพียง
นั่นหมายความว่าทีมงานผู้ผลิตรายการต้องทำงานมากขึ้น
เพื่อหารายได้ที่มาจากผู้สนับสนุนรายการมากขึ้น
นั่นก็หมายความว่าการทำงานย่อมต้องขึ้นตรงต่อสปอนเซอร์
สุดท้ายงานที่ทำก็เป็นแค่ความต้องการของผู้สนับสนุนรายการเท่านั้นเอง

 ทั้งจากการใส่ใจในรายละเอียดทุกขั้นตอนการผลิตเพื่อกลุ่มผู้ชมที่หลากหลายก็ดี
การเปิดโอกาสให้ผู้ชมโดยเฉพาะเด็กเข้าไปมีส่วนร่วมคิด
และรู้ถึงความเป็นส่วนหนึ่งในรายการ หรือทั้งการยึดแนวทางการอยู่อย่างพอเพียง
ตามกระแสพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็ดี
สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นภูมิคุ้มกันที่ทำให้ “ทุ่งแสงตะวัน”
ยังยืนหยัดคู่คุณภาพอยู่ได้มายาวนานถึง 15 ปี
โดยมีรางวัลจากหลายสถาบันเป็นเครื่องการันตีคุณภาพ
ที่ผู้ผลิตรายการทุกท่านควรหันมามอง


 
บางตอนของรายการ "ทุ่งแสงตะวัน" ที่น่าสนใจ
 ตามรอยจักรยาน 20 มกราคม 2550



 

ทุกปีช่วงเดือนธันวาคม
โรงเรียนวัดสระข่อยแห่งนี้จะจัดกิจกรรมตามรอยเมืองโบราณ
เป็นกิจกรรมการปั่นจักรยานเพื่อการเรียนรู้ท้องถิ่นตนเองของเด็กๆ
คุณครูและนักเรียนจะชวนกันจัดขบวนจักรยานเดินทางศึกษา
ไปตามแหล่งโบราณสถานต่างๆที่สำคัญของเมืองเก่าศรีมโหสถ



ข้อมูลจาก www.payai.com
และ www.tv4kids.org
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
dekdee
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,255


« ตอบ #1 เมื่อ: มีนาคม 06, 2007, 13:55:48 »


 
ชื่นชม  smile รายการนี้มาก
เห็นกิจกรรมอย่างนี้แล้วน่าชื่นชมจริงๆ ครับ
smile smile
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
นู๋ทราย
Sr. Member
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 471


อยากซ่าส์!!! โซดาสิ!! เอิ๊ก..


« ตอบ #2 เมื่อ: มีนาคม 06, 2007, 14:15:56 »


ตอนเด็กๆชอบดูมากค่ะติดตามตลอดก่อนที่จะมาอยู่ช่อง3
ตื่นมาเช้าๆต้องรีบดู
cheer
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

##@@ การที่ยอมรับว่าไม่รู้นั้น ก็คือความที่รู้แล้ว@@##
**คนไหนที่พูดไม่จริง เสียงนั้น...สู้เสียงไก่ขันและหมาเห่าไม่ได้**
Atom
Full Member
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 122

Simple is best!!!!!!!!!!


« ตอบ #3 เมื่อ: มีนาคม 06, 2007, 14:23:59 »


รายการนี้ชอบมากค่ะ ป้าอรน่ารักที่ซู้ดดดดด
เดี๋ยวเสาร์นี้จะเฝ้าหน้าจอเลยค่ะ ไม่ได้ดูนานแล้ว
คิดถึงพิธีกรซึ่งไม่ค่อยปรุงแต่งมากดูธรรมชาติ น่ารัก
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
nuttawut
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #4 เมื่อ: มีนาคม 06, 2007, 22:28:22 »




            ฮือๆๆๆๆ รายการไงมีเช้าจังอ่ะ  ผมชอบตื่นสายกว่านั้นก็อดดูอ่ะสิครับ 
                cry    cry    cry    cry    cry    cry
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,166



« ตอบ #5 เมื่อ: มีนาคม 07, 2007, 01:45:11 »



บันทึก "ทุ่งแสงตะวัน
ขอเชิญชมนิทรรศการภาพถ่ายฝีมือทีมงานในชุด
"จากโพ้นแผ่นฟ้าถึงบาดาล"
ระหว่างวันที่ 3 มีนาคม - 17 เมษายน 2550
ณ หอศิลป์ริมน่าน จ.น่าน


...



ปีนี้ทีมงานทุ่งแสงตะวันจัดนิทรรศการภาพ
จากทีมงานเบื้องหลังรายการทุ่งแสงตะวัน
ชื่อนิทรรศการ "จากโพ้นแผ่นฟ้าถึงบาดาล" 
จากฝีมือช่างภาพ ๑๑ คน
เช่น พี่นก พี่ยนต์ พี่ยุ พี่หยิม พี่กอล์ฟ ฯลฯ
เรียกว่าตั้งแต่โปรดิวเซอร์ ช่างภาพ สคริปท์
ฝ่ายสำรวจข้อมูล ฯลฯ

ค้นภาพกันหูตาลาย คัดเลือกมาประมาณ ๕๐-๖๐ ภาพ
มีตั้งแต่เรื่องราวความประทับใจของทีมงาน
บนภูดอยสูงอย่างเชียงดาว/เชียงราย/เชียงใหม่
ไปจนถึงแม่น้ำ ปากน้ำ ป่าชายเลน ทะเล
และ แน่นอน...ใต้ทะเลด้วยค่ะ!!?

ซึ่งทีมงานได้ประสบพบเห็น
ตลอดระยะเวลาประมาณ ๑๐-๑๕ ปีที่ผ่านมา
ทั้งภาพสี ขาวดำ จากระบบฟิล์มและดิจิตอล
รวมทั้งจัดพิมพ์โปสการ์ดสวยงาม
จำหน่ายเป็นพิเศษในงานด้วย


...
...


นิทรรศการเริ่มวันที่ ๓ มีนาคม - ๑๗ เมษายน ๒๕๕๐
ณ หอศิลป์เมืองน่าน
(หยุดวันจันทร์-อังคาร และวันหยุดนักขัตฤกษ์)

ระยะนั้นหากใครได้ไปเยือนเมืองน่าน
โปรดแวะทอดทัศนาภาพงามๆของพวกเราด้วยเจ๊า 

หอศิลป์เมืองน่าน อยู่บนเส้นทาง
ระหว่าง อ.เมืองน่าน-อ.ท่าวังผา บริเวณ กม. ๒๐ ค่ะ
งานพิธีเปิดนิทรรศการ วันที่ ๓ มีนาคม ๒๕๕๐
เวลา ๑๗.๓๐ น.

ป้าเสลาเคยไปเยี่ยมชมมาแล้ว
เป็นหอศิลป์รวมภาพเขียนสีน้ำสวยๆงามๆ
ของศิลปินชาวเมืองน่าน "วินัย  ปราบริปู"

มีเวลาเตรียมตัวล่วงหน้าอีกหลายวัน
เพราะมีตั้งแต่ 3 มีนา ไปจนถึง 17 เมษายน 2550
ท่านที่สนใจช่วงพักร้อน
ขึ้นไปแอ่วเหนือ แวะเมืองน่าน
อย่าลืมชมนิทรรศการนี้



ข้อมูลจาก www.sarakadee.com
และ www.payai.com

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,166



« ตอบ #6 เมื่อ: มีนาคม 07, 2007, 02:40:09 »



เพลงทุ่งแสงตะวัน ไพเราะ ฟังแล้วได้ความรู้สึกดีๆ
เหมือนได้สัมผัสกับความสุขของเด็กๆกับธรรมชาติ


เชิญคลิคฟัง ==>> http://school.obec.go.th/ppatanawit/tungsangtawan.rm

... ทุ่งแสงตะวัน
เนื้อร้อง : จุ้ย ทำนอง : กบ ขับร้อง : จุ้ย,ต้อง,จ๋า 

เรานัดกัน เจอะเจอกัน ไปด้วยกัน
ตามหาความฝันอันรื่นรมย์
แอบบินตามนกบิน แอบปลอมเป็นก้อนหิน
แปลงร่างเป็นแมลงจั๊กกะจั่น
ถ้าอยากจะปีนก็ปีน แต่เราต้องมีพลัง
ต้องเสริมกำลังด้วยการร้องเพลง
เด็กซนจนเทวดา บนฟ้ายังกลุ้มใจ
ส่องดาวประกายสดใสไว้ในใจเด็ก
หากหัวใจยังงาม ตราบฟ้าครามยังดี
เรามี...ทุ่งแสงตะวัน

ค่ำคืนผลิดาว เช้ามีตะวัน
ตราบใดโลกมีคนหว่านฝัน
ดาวสดใสเด็กสวยงาม 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,166



« ตอบ #7 เมื่อ: กันยายน 25, 2009, 09:55:31 »




เลาะรั้วโรงเรียน วิชามะขามป้อม




01-ทุ่งแสงตะวัน.mp...




ที่โรงเรียนบ้านหนองไผ่ มีต้นมะขามป้อม รอบรั้วโรงเรียน
ให้เด็กๆได้เห็น ได้รู้จัก ได้กินกันจนคุ้นเคย

... 
ยิ่งในช่วงนี้ผลมะขามป้อมกำลังสุกเต็มที่
เด็กๆ จึงคอยเทียวไปเทียวมาที่ต้นมะขามป้อมบ่อยเป็นพิเศษ
ให้เพื่อนคนตัวสูงถือไม้เขย่าให้ผลมะขามป้อมหล่นลงมา
ส่วนเพื่อนๆ คนอื่นๆ คอยจับตาดูผลมะขามป้อม
หล่นลงพื้นเมื่อไหร่ ก็เก็บมาไว้รวมกัน

พอว่างๆ อย่างเช่นเวลาพักเที่ยง จะเป็นเวลาที่เด็กๆ ทั้งรุ่นเล็กและรุ่นใหญ่
มานั่งล้อมวงกันใต้เงาไม้ใหญ่ พูดคุยกัน เล่นสนุกสนานไปด้วย
แถมมีอาหารว่างคือมะขามป้อม ช่างเป็นเวลาพักผ่อนที่ไม่ธรรมดา


เด็กๆทราบดีว่า "กินตอนแรกมันไม่ค่อยอร่อยเท่าไหร่ครับ มันขมๆ ฝาดๆ เปรี้ยวๆ
แต่พอกินไปๆ ก็จะหวาน ยิ่งเรากินน้ำตามก็จะยิ่งหวานมากขึ้นครับ"
 


เหนือสิ่งอื่นใดเด็กๆ รู้ดีว่าในลูกกลมๆ เขียวๆ นี้มีคุณค่าที่อัดแน่นอยู่เต็มเม็ด
ถือเป็นสุดยอดสมุนไพรที่ไม่ต้องหาจากที่ไหนไกล


"มะขามป้อมเป็นยาแก้หวัด แก้ไอ กินแล้วชุ่มคอช่วยเวลาที่หิวน้ำได้ค่ะ"

"มีวิตามินซีสูงมากเลยครับ ถ้าเทียบน้ำส้มคั้นสดกับน้ำมะขามป้อมคั้นสดในปริมาณเท่ากัน
น้ำมะขามป้อมจะมีวิตามินซีสูงกว่าถึง 20 เท่าครับ"

"อย่างถ้าเวลาเราเป็นแผล เป็นผื่นคัน ก็เอาเม็ดมะขามป้อมไปเผาไฟผสมกับน้ำมัน
แล้วก็ถูๆ แผลเราก็จะค่อยๆ หายดีค่ะ"

เด็กๆ ผลัดกันบอกเล่าถึงประโยชน์ของมะขามป้อมที่ได้เรียนรู้มา

จึงไม่แปลกใจที่เราจะเห็นว่ามีการสกัดผลมะขามป้อมเป็นยาหลายชนิด
เพราะในผลมะขามป้อมนั้นอัดแน่นไปด้วยวิตามินซีและแทนนิน
วิตามินซีมีคุณสมบัติในการต่อต้านอนุมูลอิสระของร่างกาย

ในผลมะขามป้อมมีวิตามินซีที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าวิตามินซีสังเคราะห์ถึง 12 เท่าเลยทีเดียว

ส่วนแทนนินมีคุณสมบัติในการรักษาโรคต่างๆ เช่น โรคระบบหายใจ
ระบบทางเดินอาหาร แผลในลำไส้ ลดไขมันและน้ำตาลในเลือด กระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต
 


สรรพคุณของทั้งวิตามินซีและแทนนินในผลมะขามป้อม
ยังนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพมากมาย ทั้งเครื่องสำอางบำรุงผิว
ยาย้อมผม มะขามป้อมดอง มะขามป้อมผง สารพัดหลากหลายมีให้เลือกสรรกันไม่ยากนัก

เมื่อมีของดีอยู่ใกล้ตัว คือต้นมะขามป้อมที่ขึ้นเรียงรายให้ร่มเงาในรั้วโรงเรียนถึงกว่า 50 ต้น
เมื่อถึงฤดูออกผลเช่นนี้ เด็กๆ กลุ่มเล็กๆ ของโรงเรียนบ้านหนองไผ่เกิดความคิดดีๆ
เริ่มต้นทำโครงงานจากมะขามป้อม "น้ำมะขามป้อมพร้อมดื่ม"







...

"ขั้นตอนแรกเราต้องผ่าเอาเม็ดมะขามป้อมออกก่อนครับ"
"ลูกมะขามป้อมมันจะมีรอยแบ่งแยกเป็น 6 ส่วน
เราก็เอามีดผ่าตามรอยนั้นครับ
ก็จะเหลือแต่เม็ดสีเขียวๆ ขั้นตอนนี้ต้องระวังหน่อย
เดี๋ยวมีดจะบาดมือครับ"

ช่วยกันคนละไม้คนละมือ
เดี๋ยวเดียวก็ได้เนื้อมะขามป้อมกองโต

เตรียมอุปกรณ์ทั้งเครื่องคั้นน้ำผลไม้
แยกกากและเครื่องปั่นน้ำผลไม้
เด็กๆ บอกว่าน้ำมะขามป้อมจากเครื่องคนละแบบ
รสชาติที่ได้ก็ไม่เหมือนกัน

"คือถ้าเราใช้เครื่องคั้นแยกกาก
จะได้น้ำมะขามป้อมในปริมาณที่มากกว่า
และจะได้รสชาติที่เข้มข้นกว่า เปรี้ยวกว่าครับ

แต่ถ้าเราใช้เครื่องปั่นน้ำผลไม้
ต้องผสมน้ำ ปั่น และกรองกากออก
จะได้ปริมาณน้ำน้อยกว่า
รสชาติก็ไม่ค่อยเปรี้ยวเท่าไหร่ครับ"

เด็กๆ ลองผิดลองถูก วัด ชั่ง ตวง หลายต่อหลายครั้ง
จนได้ปริมาณส่วนผสมที่เหมาะสม
โดยมีคุณครูอำพร ทุมดี เป็นที่ปรึกษา ช่วยคิด
ช่วยแก้ปัญหา ต่อยอดให้เด็กๆ
ฝึกเรียนรู้ สังเกต ทดลอง จนเป็นผลสำเร็จ

จากผลมะขามป้อมสดกลายเป็นน้ำมะขามป้อมสดใหม่สีขาวขุ่น
อุดมไปด้วยวิตามินซีเข้มข้น

เด็กๆผลัดกันชิมและบอกว่า "มันเฝื่อนๆ ฝืดคอ
เปรี้ยวมากเลยค่ะ มีรสฝาด ขมๆ อยู่นิดหน่อย"

แต่เหนือสิ่งอื่นใดการได้ดื่มน้ำมะขามป้อมเย็นๆ
คงไม่ชื่นใจเท่ากับ
การที่เด็กๆ โรงเรียนบ้านหนองไผ่
ได้รู้จักการใช้ประโยชน์และเห็นคุณค่า
จากทรัพยากรใกล้ตัวที่พวกเขาสร้างสรรค์ขึ้นมาอย่างน่าภูมิใจ

ติดตามชมทุ่งแสงตะวัน ตอน "โรงเรียนมะขามป้อม"
วันเสาร์ที่ 26 ก.ย. เวลา 06.25 น. ช่อง 3 www.payai.com



(ข้อมูลจากข่าวสด 25 กันยายน พ.ศ. 2552, ภาพจาก http://www.payai.com/ )
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
    กระโดดไป:  



    SimplePortal 2.3.3 © 2008-2010, SimplePortal