ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ตุลาคม 24, 2014, 04:57:17
94,535 กระทู้ ใน 7,743 หัวข้อ โดย 9,177 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: nIchanart77
::Arunsawat ::อรุณสวัสดิ์ ::  |  อรุณสาระ : บุคคลทั่วไปกรุณาสมัครสมาชิกก่อนโพสท์  |  เรื่องราวบทความที่น่าสนใจ  |  อาหารหลัก 5 หมู่ 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้ « หน้าที่แล้ว ต่อไป »
หน้า: [1]
ผู้เขียน หัวข้อ: อาหารหลัก 5 หมู่  (อ่าน 296003 ครั้ง)
นู๋ทราย
Sr. Member
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 471


อยากซ่าส์!!! โซดาสิ!! เอิ๊ก..


« เมื่อ: กุมภาพันธ์ 08, 2007, 22:14:42 »


อาหารหลัก 5 หมู่

ทุกคนจำเป็นต้องทานอาหารให้ครบ 5 หมู่สำหรับอาหารหลัก 5 หมู่ มีดังนี้

ประเภทแป้งหรือคาร์โบไฮเดรท
ได้แก่ ธัญพืช เผือกมัน กล้วยน้ำว้า ข้าวโพด น้ำตาล ขนมปัง น้ำอัดลมที่ปรุงเจือน้ำตาล ขนมและอาหารแปรรูปที่ทำจากธัญพืชทุกชนิด มีประโยชน์ทำให้ร่างกายมีกำลังหรือเกิดพลังงานให้ไตทำงานไม่พิการ ให้เลือดไม่เป็นพิษ



ประเภทไขมัน
ได้แก่ไขมันสัตว์ ถั่วหลายชนิด (เว้นถั่วเหลือง) น้ำมันพืช เนย เนื้อ ไข่ มีประโยชน์ให้พลังความร้อน แต่ให้มากกว่าคาร์โบไฮเดรทถึง 2 เท่า



ประเภทโปรตีน
ได้แก่ น้ำนม ปลา หอย ก้ง ปู ไข่ เนื้อสัตว์ต่าง ๆ เมล็ดพิช เช่น เมล็ดถั่วเหลือง ถั่วลิสง มีประโยชน์ช่วยให้ร่างกายเจริญเติบโต ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอและให้พลังงาน และอาหารประเภทโปรตีนทั้งหมด ไข่เป็ด เนื้อสัน เครื่องในสัตว์ ถั่วเหลือง มีโปรตีนมากกว่าสิ่งอื่นที่ใกล้เคียงกัน


ประเภทเกลือแร่
แบ่งออกได้เป็น 5 ชนิด คือ
ก. แคลเซี่ยม
มีในผักต่าง ๆ เช่น กะล่ำปลี ผักคะน้า แตงกวา มะเขือ มะระ ต้นหอม ต้นกระเทียม ฝักทอง พริก ไข่ กุ้งปูปลา นม เมล็ดพืช ช่วยสร้างกระดูกและฟัน ให้แข็งแรง ช่วยให้โลหิตแข็งตัว ควบคุมการเต้นของหัวใจ การหดตัวและคลายตัวของกล้ามเนื้อ



ข. ฟอสพอรัส
มีในไข่ นม ปลา เมล็ดพืช ช่วยในการสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง



ค. เหล็ก
มีในเลือด ไข่ หอยนางรม ตับ เนื้อสันผักใบเขียว ถั่ว ช่วยในการสร้างเม็ดโลหิตแดง



ง. โซเดียมและโปรตัสเซี่ยม
มีในพืช ผัก อาหารทะเลเกลือ ช่วยในการรักษาระดับน้ำในเลือด และควบคุมภาวะการเป็นกรดหรือด่างของสารเคมีในร่างกาย

จ. ไอโอดีน
มีในอาหารทะเล เกลือ ช่วยควบคุมการทำงานของต่อมธัยรอยด์ ในการเผาผลาญให้อาหารเกิดประโยชน์แก่ร่างกาย ถ้าขาดจะเกิดโรคคอพอก



ประเภทวิตามิน
แบ่งออกได้เป็นหลายชนิด ดังนี้

วิตามิน A.
มีในน้ำมันตับปลา, นม, ครีม, เนย, ไข่แดง, ผัก, แตงโม, ผลไม้, ตับ, ช่วยให้ร่างกายเจริญเติบโต ช่วยรักษาเนื้อเยื้อของจมูก หู ตา ปาก และโพรงกระดูกให้แข็งแรง ช่วยระบบทางเดินอาหารและการหายใจ



วิตามิน B1
มีในเนื้อเยื่อหุ้มเมล็ดข้าว, หอยนางรม, ผักสีเขียว, เนื้อสัน, เครื่องในสัตว์, ถั่ว, นม, ไข่, ผลไม้สด, กล้วยหอม, เงาะ, มะละกอสุก, ช่วยป้องกันโรคเหน็บชา ช่วยให้ระบบประสาททำงานตามปกติ ช่วยให้เกิดอยากอาหาร ช่วยการย่อยอาหาร ช่วยให้เกิดแรงไม่เหนื่อยง่าย



วิตามิน B2
มีในเนื้อสัน, ตับ, ไข่, ผักสีเขียว, ผลไม้, เนยแข็ง, ถั่วลิสง, ช่วยให้ผิวพรรณผ่องใส ช่วยให้กล้ามเนื้อต่าง ๆ ทำงานประสานกันดีขึ้น ช่วยป้องกันไม่ให้ตาและผิวหนังอักเสบ



วิตามิน B4
มีมากในยอดกะถิน, ตับ, ไข่, นม, เนย, เมล็ดพืช, ผลไม้, ผักสีเขียว มีประโยชน์เหมือนวิตามิน B6



วิตามิน B6
มีในหัวใจ, เนื้อ, ปลา, กล้วยต่าง ๆ กระหล่ำปลี, ถั่วลิสง, มันเทศ, น้ำมันรำ ช่วยในการเปลี่ยนแปลงอาหารโปรตีนและกรมไขมันบางชนิด ช่วยในการเผาผลาญอาหาร รักษาผิวพรรณ



วิตามิน B12
สกัดได้จากตับ ช่วยรักษาโรคโลหิตจาง ซึ่งสืบเนื่องจากเมล็ดโลหิตแดงถูกทำลาย หรือกระดูกไขสันหลังย่อนสมรรถภาพในการผลิต โลหิตแดง มีในตับ, ผักสีเขียว, เนื้อ, เมล็ดพืช

วิตามิน C
มีในส้ม, มะนาว, มะเขือเทศ, ผักสดต่าง ๆ, พริกไทย, กล้วย, ป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟัน ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง ไม่ค่อยปวดตามข้อ ทำให้อวัยวะในร่างกายต้านทานโรคดีขึ้น แต่วิตามินชนิดนี้ร่างกายเก็บเอาไว้ไม่ได้ ถูกทำลายได้ง่ายที่สุด เมื่อร่างกายถูกแสงแดดหรือความร้อน


วิตามิน D
มีในปลาและตับปลา, เนื้อ, ไข่, เมล็ดธัญพืช, กล้วยตาก ช่วยให้ร่างกายใช้แคลเซี่ยมและฟอสฟอรัสให้มีประโยชน์ขึ้น สร้างกระดูกและฟัน


วิตามิน E
มีในเนื้อสัตว์, ไข่สัตว์, พืชสีเขียว, ถั่วงอก ช่วยป้องกันไม่ให้เป็นหมัน



วิตามิน E
มีในผักสีเขียว, ไข่แดง, มะเขือเทศ, ตับ, ดอกกระหล่ำปลี, ผลไม้ต่างๆ ช่วยในการแข็งตัวของเลือดเวลาเกิดบาดแผล



อาหารประเภทน้ำ
ช่วยในการย่อยอาหาร โดยทำให้อาหารอ่อนตัวลง ช่วยในการดูดซึมของลำไส้ ช่วยในการขับถ่ายของเสียจากร่างกาย ตลอดจนกากอาหารจากลำไส้ใหญ่ ช่วยให้ร่างกายสดชื่นและระบายความร้อน จึงควรดื่มน้ำสะอาด หรือน้ำสุกวันละมาก ๆ



การรับประทานในแต่ละมือไม่จำเป็นต้องได้รับสารอาหารทั้งหมดทุกประเภท แต่ควรหมุนเวียน และรับประทานอาหารหลายๆประเภทเพื่อให้ได้คุณค่าต่างๆอย่างครบถ้วนค่ะ
 

จาก BangkokHealth
  ;) ;) ;)
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

##@@ การที่ยอมรับว่าไม่รู้นั้น ก็คือความที่รู้แล้ว@@##
**คนไหนที่พูดไม่จริง เสียงนั้น...สู้เสียงไก่ขันและหมาเห่าไม่ได้**
เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,207



« ตอบ #1 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 09, 2007, 04:49:40 »



ขอบคุณมากค่ะคุณ nurse_zaa
หรับคำแนะนำเรื่องโภชนาการที่ดีๆ
และภาพประกอบที่ สวยงามด้วย
dance
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
นู๋ทราย
Sr. Member
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 471


อยากซ่าส์!!! โซดาสิ!! เอิ๊ก..


« ตอบ #2 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 09, 2007, 05:31:11 »


 dance danceค่ะ คุณป้าเสลา dance dance
........ในเมื่อโออิชิ อยากให้คนไทยพิถีพิถันเรื่องการกิน
       นู่ทรายก็อยากให้ทุกคนที่อรุณสวัสดิ์พิถีพิถันเรื่องการกินเหมือนกันค่ะ

...แบบคู่แฝดคิมและจิน อายุ100 ปีไงคะ :P :P
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

##@@ การที่ยอมรับว่าไม่รู้นั้น ก็คือความที่รู้แล้ว@@##
**คนไหนที่พูดไม่จริง เสียงนั้น...สู้เสียงไก่ขันและหมาเห่าไม่ได้**
dekdee
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,255


« ตอบ #3 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 09, 2007, 11:57:28 »


dance danceค่ะ คุณป้าเสลา dance dance
........ในเมื่อโออิชิ อยากให้คนไทยพิถีพิถันเรื่องการกิน
       นู่ทรายก็อยากให้ทุกคนที่อรุณสวัสดิ์พิถีพิถันเรื่องการกินเหมือนกันค่ะ

...แบบคู่แฝดคิมและจิน อายุ100 ปีไงคะ :P :P

ขอบคุณ นู๋ทราย ..
เด็กๆ อย่างผมจะพยายามทานให้ครบ 5 หมู่ คร๊าบบบบบ

 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
นู๋ทราย
Sr. Member
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 471


อยากซ่าส์!!! โซดาสิ!! เอิ๊ก..


« ตอบ #4 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 16, 2007, 00:16:54 »


เอ๊ะ.....ทำไมขวดนมของคุณdekdeeมันแปลกๆนะ...นึกว่าคุณdekdeeยังดูดนมอยู่อีกนะเนี่ย...5555555

พูดถึงเรื่องนม ไปเจอบทความอันนึง เค้าพูดถึงเรื่องการกินนมของวัยรุ่นสมัยนี้ ที่กินเพราะอยากเพิ่มความสูงกัน
................................................................................
เคยสงสัยมั้ยว่าทำไมดื่มนมตั้งเยอะ แต่ไม่เห็นจะสูงซักกะทีแฮะ ??

--------------------------------------------------------------------------------
          :o :oลองไปดูกันดีกว่าว่าเค้าเตือนมาว่ายังไงบ้าง :o :o

ล่าสุดมีการวิจัยจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับเครือข่ายเด็กไทยไม่กินหวาน เค้าออกมาเตือนว่า แม้จะดื่มนมเข้าไปมากเท่าไหร่ แต่หากดื่มน้ำอัดลมตามเข้าไปในปริมาณที่เท่ากันก็จะทำให้การดื่มนมเพื่อเพิ่มความสูงนั้นมีค่าเป็นศูนย์ทันที
นอกจากนี้ยังได้ความเสี่ยงเรื่องอ้วนเพิ่มเข้ามาแทนที่ถึง 60 เปอร์เซ็นต์อีกต่างหาก o_O

เค้ายังบอกอีกว่า ในการสำรวจครั้งนี้ สสส. ได้พบข้อมูลที่น่าตกใจว่า เด็กไทยนิยมดื่มน้ำอัดลมรองลงมาจากนม โดยเด็กในวัย 10-12 ปีนั้นดื่มน้ำอัดลมมากถึงหนึ่งล้านสองแสนคนเลยทีเดียว (OH!!) และที่น่าตกใจยิ่งกว่านั้นคือเด็กไทยวัย 9 เดือนก็ดื่มน้ำอัดลมกันถึง 31 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งกาเฟอีนจากน้ำอัดลมนี้จะทำให้ร่างกายขับแคลเซียมในปัสสาวะมากขึ้น นอกจากนี้แล้ว น้ำอัดลมยังมีกรดฟอสฟอริกซึ่งทำให้ความหนาแน่นของมวลกระดูกลดลง
ส่งผลให้กระดูกเปราะ กระดูกหักง่าย กลายเป็นโรคกระดูกผุก่อนวัยอันควร

อ่านจบแล้ว ใครที่เคยสงสัยว่าดื่มนมตั้งเยอะ แต่ไม่สูงซักกะที ลองสำรวจตัวเองดูนะคะ ว่าดื่มน้ำอัดลมเยอะเหมือนกันรึเปล่า : D

ขอขอบคุณ ข้อมูลดีๆจากหนังสือ Gourmet Cousine ฉบับเดือนกุมภาพันธ์ 2550
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

##@@ การที่ยอมรับว่าไม่รู้นั้น ก็คือความที่รู้แล้ว@@##
**คนไหนที่พูดไม่จริง เสียงนั้น...สู้เสียงไก่ขันและหมาเห่าไม่ได้**
nuttawut
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #5 เมื่อ: มีนาคม 01, 2007, 20:15:15 »




            ต้องขอขอบคุณคุณพยาบาลทรายครับ    ที่นำความรู้เรื่องอาหาร

             การกินที่ถูกต้องและทราบประโยชน์  และคุณค่าของอาหารที่เราทานด้วยครับ


 
                cheer    cheer    cheer
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
นู๋ทราย
Sr. Member
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 471


อยากซ่าส์!!! โซดาสิ!! เอิ๊ก..


« ตอบ #6 เมื่อ: มีนาคม 29, 2007, 20:56:52 »


อาหารช่วยทำให้หน้าเด็ก น่ากิ๊นน น่ากิน




1.หยุดผมร่วง รับประทานกล้วย
ซึ่งอุดมไปด้วยวิตามินบี มีสรรพคุณป้องกันผมร่วงได้ดี
การรับประทาน กล้วยเข้าไปในปริมาณที่เพียงพอ จะช่วยรักษาเส้นผมให้อยู่คู่กับหนังศีรษะได้นานวัน


2.ลดผิวมัน
รับประทานธัญญาหารทุกเช้า ซึ่งอุดมด้วยวิตามินบี 2 ที่ช่วยหยุดยั้งการผลิตน้ำมันส่วนเกิน
ของต่อมผลิตภายในร่างกายที่เป็นสาเหตุหนึ่งของเส้นผมบางและมัน


3.หยุดการลอกของผิวหนัง
รับประทานปลาแซลมอนใส่เกลือรมควัน อาหารทะเล หรือสลัดผักสดก็ได้

4.ผิวเนียนใสเหมือนเด็ก
มะม่วงมีเบต้าแคโรทีนที่ช่วยทำให้ผิวมีสุขภาพดี โดยช่วยกระตุ้นการสร้าง ผิวหนัง
รวมทั้งหนังศีรษะเพื่อทดแทนของเดิมที่หยาบแห้งและขรุขระ ให้กลับมีความชุ่มชื่นและนุ่มเนียน


5.ชะลอผมหงอก
รับประทานถั่วลิสงอบเนยรวมกับเกล็ดขนมปังที่อบมาร้อน ๆ ก่อนมื้ออาหาร
ถั่วลิสงมี วิตามินบีที่สามารถหยุดการเปลี่ยนสีผมให้เป็นสีดอกเลาได้ และยังทำให้ผิวหนังดูดีขึ้นอีกด้วย


6.ดูหนุ่มสาวขึ้นอีก 5 ปี รับประทานฝรั่ง
หรือน้ำฝรั่งซึ่งอุดมด้วยวิตามินซี เพราะจะช่วยเก็บรักษา คอลลาเจนที่เป็นบ่อเกิดแห่งโปรตีนภายใต้ผิวหนัง
หรือรับประทานมะละกอ ส้ม ลูกเกดสีดำอบแห้ง ร่วมกับ ผลไม้ประจำวันก็จะช่วยเพิ่มวิตามินซีเช่นกัน


7.ปกป้องใบหน้าจากมลพิษ
วิตามินบีในอะโวคาโดช่วยทำให้ใบหน้าดูอ่อนกว่าวัย และร่างกายเกิดความ ต้านทานจากการทำลายในรูปแบบต่างๆ

ทั้งนี้รวมถึงการถูกทำลายจากบรรยากาศที่มลภาวะเป็นพิษ

 

......รองทำดูนะคะ.....แล้วคนที่คุณรักจะเปลี่ยนไป...

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

##@@ การที่ยอมรับว่าไม่รู้นั้น ก็คือความที่รู้แล้ว@@##
**คนไหนที่พูดไม่จริง เสียงนั้น...สู้เสียงไก่ขันและหมาเห่าไม่ได้**
เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,207



« ตอบ #7 เมื่อ: มีนาคม 29, 2007, 21:10:26 »




อ้างถึง
5.ชะลอผมหงอก
รับประทานถั่วลิสงอบเนยรวมกับเกล็ดขนมปังที่อบมาร้อน ๆ ก่อนมื้ออาหาร
ถั่วลิสงมี วิตามินบีที่สามารถหยุดการเปลี่ยนสีผมให้เป็นสีดอกเลาได้ และยังทำให้ผิวหนังดูดีขึ้นอีกด้วย

ป้าสนใจข้อนี้
อยากทราบว่ามันจะรวมถึงเนยถั่วด้วยไหม
ป้าจะได้หาอาหารประเภทถั่วมากินแยะๆ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
นู๋ทราย
Sr. Member
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 471


อยากซ่าส์!!! โซดาสิ!! เอิ๊ก..


« ตอบ #8 เมื่อ: มีนาคม 29, 2007, 21:23:55 »



เป็นอาหารที่มีทั้งโปรตีนและไขมัน
เนยถั่วสองช้อนโต๊ะให้พลังงาน 190 แคลอรี่ เคยอ่านเจอเค้าบอกว่าเราสามารถทานเนยถั่วได้(ป้ายกับผลไม้) แค่พอหายอยากนะคะ
มีประโยชน์แหละคะ แต่Cal ก็เยอะมากเช่นกัน

เค้าบอกว่าถั่วเป้นโปรตีนทานแล้วอิ่มด้วย

ส่วนผสม
ถั่วลิสงบดละเอียด 95%
น้ำตาล 2%
ไขมันพืช 2%
เกลือ 1%

แต่ก็ต้องระวังอ้วนด้วยนะคะ

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

##@@ การที่ยอมรับว่าไม่รู้นั้น ก็คือความที่รู้แล้ว@@##
**คนไหนที่พูดไม่จริง เสียงนั้น...สู้เสียงไก่ขันและหมาเห่าไม่ได้**
สไลเดอร์
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,726



« ตอบ #9 เมื่อ: มีนาคม 29, 2007, 22:28:19 »


ของผมเกิน5หมู่ มันจะมีอันตรายมากน้อยแค่ไหนครับคุณพยาบาล
หมู่ที่หกคือ
 ใช้แอลกอฮอล์บ้วนปากครับ....กร๊ากกก

 fun fun fun fun fun fun fun fun fun
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
นู๋ทราย
Sr. Member
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 471


อยากซ่าส์!!! โซดาสิ!! เอิ๊ก..


« ตอบ #10 เมื่อ: พฤษภาคม 31, 2007, 03:09:35 »


ดื่มน้ำมากและเร็วเสี่ยงเกิดภาวะ “น้ำเป็นพิษ” ถึงตาย
 
  โฆษก สธ.เตือนยึดสายกลาง ดื่มน้ำวันละ 8-10 แก้ว ไม่มากหรือน้อยเกินไป ด้านนักโภชนาการมหิดลเตือนการดื่มน้ำมากและเร็ว
ทำให้เกิดภาวะ “น้ำเป็นพิษ” แร่ธาตุโปตัสเซียมเสียสมดุล ส่งผลกล้ามเนื้อหดเกร็งตัว หากเกิดในอวัยวะสำคัญ
เช่น สมอง หัวใจ ปอด มีอันตรายถึงเสียชีวิตได้ อาการเตือน คือ เป็นตะคริว กล้ามเนื้อเกร็งตัว
 
    นายสง่า ดามาพงศ์ นักวิชาการสาธารณสุข 9 กรมอนามัย ในฐานะโฆษกกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี
นักเรียนเตรียมทหารชั้นปีที่ 2 ถูกรุ่นพี่ทำโทษโดยให้ดื่มน้ำจนจุกแน่นหมดสติ ต่อมาเสียชีวิตด้วยภาวะหัวใจล้มเหลว ว่า
ร่างกายประกอบด้วยน้ำร้อยละ 70 ถือว่าน้ำเป็นสารอาหารจำเป็นสำหรับร่างกายร่วมกับอาหารทั้ง 5 หมู่
ร่างกายควรได้รับน้ำสะอาดวันละ 1,200 ซีซี หรือ 8-10 แก้ว หากดื่มน้ำน้อยกว่านี้ อาจเกิดภาวะสูญเสียน้ำถึงขั้นเสียชีวิตได้
ดังนั้น ร่างกายต้องได้รับน้ำอย่างเหมาะสม โดยน้ำต้มสุกมีความสะอาดที่สุด ส่วนน้ำดื่มบรรจุขวดควรเลือกที่มีตรา อย.
       
       ด้าน รศ.ดร.ประไพศรี ศิริจักรวาล สถาบันวิจัยโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ร่างกายได้รับน้ำปริมาณมากในเวลารวดเร็ว
ทำให้เกิดภาวะน้ำเกินหรือน้ำเป็นพิษ เนื่องจากทำให้น้ำในเซลล์และนอกเซลล์ขาดความสมดุลกัน ส่งผลให้น้ำในเลือดสูง
ความเข้มข้นของเลือดลดลง ทำให้ร่างกายต้องปรับระบบให้สมดุล โดยขับแร่ธาตุโปแตสเซียมออกจากเซลล์เพื่อปรับความสมดุล
ระหว่างน้ำในเซลล์และนอกเซลล์ อาการเตือนเมื่อเกิดภาวะแร่ธาตุโปแตสเซียมไม่สมดุลคือ เป็นตะคริว กล้ามเนื้อเกร็ง อ่อนหมดแรง
ถ้าเกิดการเกร็งในสมอง ปอด หัวใจ ทำให้ระบบทางเดินหายใจล้มเหลวและเสียชีวิตได้

       
       “ปริมาณน้ำมาก ๆ ที่ร่างกายรับเข้าไปจนเกิดภาวะน้ำเป็นพิษ บอกชัดเจนไม่ได้ ถ้าคนดื่มน้ำเองสมองจะบอกว่า อิ่มแล้ว เริ่มจุก
แต่การบังคับให้ดื่มน้ำ ถ้าเริ่มอ่อนเพลีย เกร็ง ถ้าหยุดรับน้ำเพิ่ม ร่างกายจะขับน้ำออก การดื่มมากๆ แต่ช้าๆ ไม่เป็นอันตราย
ไตขับน้ำออกทางปัสสาวะได้ ถ้าโหมใส่เข้าไปมากๆ เกินร้อยละ 10 ของปริมาณที่ร่างกายได้รับปกติมีโอกาสเกิดได้
แต่ว่าพบได้น้อยมากที่ดื่มน้ำมากๆ เร็วๆ แล้วเกิดภาวะน้ำเป็นพิษ”
  รศ.ดร.ประไพศรี กล่าวและว่า

ภาวะน้ำเป็นพิษ มีอาการเตือนคือ กล้ามเนื้อเกร็ง ตะคริว
ส่วนภาวะแห้งน้ำหรือร่างกายขาดน้ำนั้น เป็นภาวะที่โปตัสเซียมออกจากเซลล์พบได้บ่อยในผู้สูงอายุที่ไม่ค่อยดื่มน้ำ


โดย ผู้จัดการออนไลน์ 21 พฤษภาคม 2550 19:07 น.
 


 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

##@@ การที่ยอมรับว่าไม่รู้นั้น ก็คือความที่รู้แล้ว@@##
**คนไหนที่พูดไม่จริง เสียงนั้น...สู้เสียงไก่ขันและหมาเห่าไม่ได้**
paparapa
Newbie
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1



เว็บไซต์
« ตอบ #11 เมื่อ: ตุลาคม 10, 2010, 09:23:21 »


ทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ช่วยให้สุขภาพดีเยี่ยมเลยครับ แต่ที่เน้นๆจริงๆคงต้องเป็นพวกผักและผลไม้นะครับ 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

หน้า: [1]
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
    กระโดดไป:  



    SimplePortal 2.3.3 © 2008-2010, SimplePortal