ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
กันยายน 17, 2014, 12:30:15
94,451 กระทู้ ใน 7,731 หัวข้อ โดย 9,167 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: nicole
::Arunsawat ::อรุณสวัสดิ์ ::  |  อรุณสาระ : บุคคลทั่วไปกรุณาสมัครสมาชิกก่อนโพสท์  |  เรื่องราวบทความที่น่าสนใจ  |  .......ทุ่งสังหาร(the killing fields).... 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้ « หน้าที่แล้ว ต่อไป »
หน้า: [1] 2
ผู้เขียน หัวข้อ: .......ทุ่งสังหาร(the killing fields)....  (อ่าน 73180 ครั้ง)
เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,198



« เมื่อ: พฤศจิกายน 28, 2006, 22:01:50 »


ทุ่งสังหาร (the killing fields)



ตำนานสังหารที่โลกไม่เคยลืม
บทบันทึกความเลวร้ายที่ปรากฎในประวัติศาสตร์
ที่มนุษย์กระทำต่อมนุษย์ด้วยกันอย่างป่าเถื่อนทารุณ

โศกนาฏกรรม "กัมพูชา" ช่วงเขมรแดงเรืองอำนาจหลังจากยึดกรุงพนมเปญได้ในปี 2518
ทั่วทั้งแผ่นดินแดงฉานด้วยเลือดประชาชนผู้บริสุทธิ์ที่ตกเป็นเหยื่อความโหดเหี้ยม

ย้อนอดีต (หลายศตวรรษให้หลังมหาอาณาจักรอันเกรียงไกร)
ประวัติศาสตร์กัมพูชายุคใหม่เริ่มต้นเมื่อได้รับเอกราชอย่างสมบูรณ์
ตามข้อตกลงเจนีวาระหว่างเวียดนามกับฝรั่งเศสเมื่อพ.ศ.2497
สมเด็จเจ้านโรดมสีหนุปกครองประเทศมาอย่างต่อเนื่อง
กระทั่งผลกระทบของสงครามเย็นทำให้กัมพูชาในช่วงปี 2508
สภาพเศรษฐกิจและสังคมตกต่ำเสื่อมโทรมถึงขีดสุด
เกิดความวุ่นวายทางการเมืองและการเดินขบวนประท้วงรัฐของนักศึกษาประชาชน

เดือนเมษายน 2510 ชาวบ้านและชาวนาในอำเภอซัมลูด จังหวัดพระตะบอง
ก่อการจลาจล รัฐบาลส่งทหารเข้าปราบปรามอย่างรุนแรง
ทำให้ประชาชนซึ่งถูกรวมเรียกเป็นฝ่ายซ้ายหลบหนีเข้าร่วมกับฝ่ายคอมมิวนิสต์กัมพูชา
ที่ตั้งฐานที่มั่นอยู่ในพื้นที่ป่าเขา

ต่อมาเดือนมีนาคม 2513 นายพลลอน นอล ทำการรัฐประหาร
ก่อนกองกำลังฝ่ายคอมมิวนิสต์กัมพูชา หรือเขมรแดง (Khmer Rouge) มีเวียดกงเป็นพันธมิตร
เข้ายึดอำนาจปกครองกัมพูชาได้เบ็ดเสร็จเมื่อวันที่ 17 เมษายน 2518

...จากนั้นมากัมพูชาอยู่ภายใต้อำนาจของนายพล พต ผู้นำกลุ่มเขมรแดง
ผู้โค่นล้มรัฐบาลลอน นอล ที่ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐอเมริกา
กัมพูชาในกำมือพล พต ระหว่างปี 2518-2522 ตกอยู่ในความรุนแรงสุดขั้ว
เพื่อปรับปรุงระบบเศรษฐกิจแบบสังคมนิยมพึ่งตนเอง
ไม่ยอมรับความช่วยเหลือจากภายนอกประเทศ
และไม่ยอมเป็นพันธมิตรกับชาติใดๆ
โดดเดี่ยวประเทศออกจากอิทธิพลของต่างชาติ
ปิดโรงเรียน โรงพยาบาล โรงงาน ยกเลิกระบบธนาคาร ระบบเงินตรา
ยึดทรัพย์สินจากเอกชนทั้งหมด

๕๕๕๕

...
พอลพตในปี 1979 ผู้นำเขมรแดง



  ทหารเขมรแดง

พล พต คลั่งลัทธิซ้ายสุดๆ เขาเชื่อว่าระบบสังคมนิยมจะนำกัมพูชา
สู่ความเจริญรุ่งเรืองเหมือนในอดีตได้ โดยประเทศควรจะอยู่อย่างสันโดษ
ไม่ต้องเพิ่งวิทยาการเทคโนโลยีใดๆ ขอให้มีข้าวกินก็อยู่ได้
เขาจึงกวาดล้างผู้ที่เป็นปฏิปักษ์ทางความคิด นักศึกษาปัญญาชน
แพทย์ วิศวกร นักปราชญ์ ศิลปิน


เล่ากันว่าคนใส่แว่นสายตาที่ดูเหมือนมีความรู้ เป็นภัยต่อความมั่นคง ปกครองยาก
จะถูกฆ่าอย่างไร้เหตุผล
เขาต้องการให้กัมพูชามีแต่ชนชั้นกรรมาชีพ


นี่ไม่ใช่บทหนังหรือละคร แต่เป็นความจริงที่มนุษย์กระทำต่อมนุษย์ด้วยกันอย่างป่าเถื่อนทารุณ



ภาพจากทุ่งสังหาร

เมื่อเขมรแดงยึดกรุงพนมเปญ
ประชาชนพลเมืองถูกหลอกออกจากเมืองไปยังชนบทกันดาร
พล พตต้องการเปลี่ยนให้ชาวกัมพูชากลับไปเป็นชนดั้งเดิม ใช้แรงงานเพื่อการเกษตร
ทุกคนต้องเป็นชาวนาชาวไร่ อาศัยอยู่ในค่ายแรงงาน
ทำงานวันละ 12 ชั่วโมงโดยไม่หยุดพัก และไม่มีอาหารเพียงพอ

4 ปีที่พล พตอยู่ในอำนาจผู้คนล้มตายนับล้านชีวิต ทั้งอดอยาก ทั้งถูกทารุณกรรม
ถูกฆ่ายิ่งมหาศาล "ทุ่งสังหาร" อุบัติขึ้นเวลานั้น

 
ภาพทุ่งสังหารที่เป็นตำนานแห่งการฆ่า
ล้างเผ่าพันธ์มนุษย์ บ้างก็ถูกกลบฝังทั้งเป็น
ณ ทุ่งแห่งนี้นับจำนวนมหาศาล




กระดูก - กระโหลกศีรษะทับถมเป็นกองภูเขาเลากา

นโยบายหนึ่งที่ทำให้ผู้บริสุทธิ์ถูกฆ่าป็นผักปลา
คือเขมรแดงต้องการให้กัมพูชาเป็นประเทศที่มีคนแค่เชื้อสายเดียว
คือเชื้อสายกัมพูชา ชนกลุ่มน้อยอย่างชาวเวียดนาม และชาวจีน
จึงถูกฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ รวมถึงคนเขมรด้วยกันเอง
ประเมินว่ามีผู้เสียชีวิตประมาณ 1.5-2 ล้านคน
เป็นการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ที่เลวร้ายที่สุดของศตวรรษที่ 20




(มีต่อ)
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,198



« ตอบ #1 เมื่อ: พฤศจิกายน 28, 2006, 22:24:05 »


ตำนานแห่งทุ่งสังหาร(ต่อ)


เดือนมกราคม พ.ศ.2522 เขมรฝ่ายที่เวียดนามหนุนหลัง
บุกเข้ายึดกรุงพนมเปญ  เขมรแดงแตกพ่ายมาหลบอยู่ตามตะเข็บชายแดนกัมพูชา-ไทย
ขณะที่ระเบิดนับสิบล้านลูกฝังอยู่ทั่วประเทศ


- เจ้านโรดม สีหนุ
ต่อมา พ.ศ.2525 พล พตร่วมกับเจ้าสีหนุจัดตั้งรัฐบาลผสมกัมพูชาธิปไตย
นายเขียว สัมพัน ขึ้นเป็นผู้นำในปี 2528 แต่เชื่อกันว่าพล พตกุมอำนาจที่แท้จริง

ถึง พ.ศ.2534 กลุ่มต่างๆ ในเขมรลงนามสันติภาพให้มีการเลือกตั้งที่กำกับโดยสหประชาชาติ
แต่แล้วเขมรแดงกลับปฏิเสธผลการเลือกตั้งที่จะได้รัฐบาลผสมในปี 2535
แม้ว่าจะเสียกำลังพลไปจำนวนมากแล้วก็ตาม
การต่อสู้แย่งชิงอำนาจเกิดขึ้นภายในกลุ่มเอง

ปี 2536 สหประชาชาติสนับสนุนให้มีการจัดเลือกตั้งใหญ่
เพื่อนำประเทศกลับสู่สภาพปกติ ตอนนั้นเองที่เขมรแดงหมดอำนาจลงอย่างรวดเร็ว


รัฐบาลที่ได้ครองอำนาจในระยะนั้นเป็นรัฐบาลผสม
และหลังจากการเลือกตั้งใหญ่ทั่วประเทศในปี 2541
ทำให้การเมืองมีเสถียรภาพมากขึ้น นำไปสู่การยอมจำนนของกองกำลังเขมรแดง
พล พตถูกขับก่อนเสียชีวิตวันที่ 15 เมษายน 2541
สมาชิกของเขมรแดงแตกกระจาย บางส่วนยอมจำนนและถูกจับ
บางส่วนโดยเฉพาะระดับแกนนำหนีหัวซุกหัวซุน


"เขมรแดง" หรือ Khmer Rouge เป็นคำประฌามที่เจ้านโรดมสีหนุ ผู้เป็นประมุขรัฐ
ใช้เรียกขบวนการคอมมิวนิสต์ของประเทศช่วง พ.ศ.2503
เพื่อให้แตกต่างจากฝ่ายขวา เขมรสีน้ำเงิน คือเขมรที่นิยมกษัตริย์


ทุกวันนี้หลักฐานความเหี้ยมโหดของเขมรแดงอยู่ในพิพิธภัณฑ์กลางกรุงพนมเปญ
คือ "พิพิธภัณฑ์ตวล ชเลง" หรือ Genocide Museum
แต่เดิมเป็นโรงเรียนมัธยมซึ่งตั้งชื่อตามบรรพบุรุษของพระมหากษัตริย์กัมพูชา
มีตึกเรียน 4 ชั้น 4 อาคาร
พ.ศ.2519 เขมรแดงเปลี่ยนโรงเรียนแห่งนี้เป็น S-21 ย่อจาก Security Office 21
สถานจองจำและทรมานผู้คนที่เห็นว่าเป็นศัตรูก่อนเอาตัวไปฆ่า


.......ทุ่งสังหาร(the killing fields)....ถูกจารึกในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ
ประชาชนกว่าหนึ่งล้านเจ็ดแสนคนต้องสังเวยชีวิต ณ.ที่แห่งนี้
พร้อมๆกับบันทึกชื่อของ
“พอลพต ฮิตเลอร์แห่งกัมพูชา”............



บั้นปลายของพอลพตถูกจับกุม
และสิ้นใจตายเยี่ยงคนสิ้นไร้ไม้ตอกในกระท่อมเล็กๆที่เป็นที่คุมขัง






********************

ในบางความเห็นของผู้ที่ไปเยือนพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ที่เขมร
โดยคุณ เพิ่งไปยือนมา เล่าว่า :
 
 
"ถ้าคุณมีโอกาสได้ไปเยือนคุกแห่งนี้ ขอบอกว่า
คุณจะซึมซับได้ถึงความตายว่ามันน่ากลัวขนาดไหน
ทุกอณู ของพื้นที่มีแต่คนตาย
มีภาพคนก่อนตาย และตายไปแล้วมากมาย ดูกันไม่หวาดไม่ไหว
มันน่ากลัวและหดหู่เหลือประมาณว่าทำไมมนุษย์ถึงทำกับมนุษย์กันเองได้ขนาดนี้

ไม่แนะนำให้พาเด็ก และสตร ีมีครรภ์เข้าไปดูครับ สยองเกินไป "





จาก มติชน วันที่ 28 พฤศจิกายน 2549
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
กะทะ
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,185



« ตอบ #2 เมื่อ: ธันวาคม 02, 2006, 21:51:43 »




เห็นภาพแล้วก็สลดหดหู่ใจว่าทำไมมนุษย์ด้วยกันเพียงแต่ต่างความคิดถึงทำกันได้เพียงนี้ :( :( :( :(






แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
dekdee
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,255


« ตอบ #3 เมื่อ: มีนาคม 09, 2007, 14:27:52 »


 umm
หดหู่ใจกับเรื่องนี้มากๆ  ตอนแรกๆ ก็ไม่เชื่อว่า มนุษย์ ทำ กับมนุษย์ด้วยกันได้ถึงเพียงนี้
 cry
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,198



« ตอบ #4 เมื่อ: มีนาคม 12, 2007, 00:54:06 »



เมษายน พ.ศ.2550 วาระครบรอบ 40 ปี
การลุกฮือของชาวนาประชาชนที่ซัมโลต์ จังหวัดพระตะบอง

นำสู่การเปลี่ยนแปลงชนิดพลิกฟ้าพลิกแผ่นดินเขมรไปอย่างสิ้นเชิง
กับการปรากฏตัวของ "พล พต"

โลกบันทึกความเหี้ยมโหดอย่างที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ

สรุปความหลังพอสังเขป
ผ่านยุคมหาอาณาจักรมาหลายศตวรรษ
กัมพูชายุคใหม่เริ่มต้นเมื่อได้รับเอกราชตามข้อตกลงเจนีวาพ.ศ.2497
สมเด็จเจ้านโรดมสีหนุขึ้นปกครองประเทศ
กระทั่งผลกระทบของสงครามเย็นทำให้กัมพูชาในช่วงปี 2508
วิกฤตทั้งเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง

ที่สุด เดือนเมษายน พ.ศ.2510
ชาวบ้านและชาวนาในอำเภอซัมโลต์ ก่อการจลาจล
และการปราบปรามอย่างรุนแรงที่ตามมา
ทำให้ประชาชนซึ่งถูกรวมเรียกเป็นฝ่ายซ้าย
หลบหนีเข้าร่วมกับฝ่ายคอมมิวนิสต์ที่มีผู้นำเป็นกลุ่มปัญญาชน
ที่ได้รับการศึกษาจากฝรั่งเศส หนึ่งในนั้นคือ พล พต

... กองกำลังคอมมิวนิสต์ หรือเขมรแดง
ยึดอำนาจปกครองกัมพูชาเบ็ดเสร็จ
เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2518
กัมพูชาระหว่างปี 2518-2522
ตกอยู่ในความรุนแรงสุดขั้ว
โดดเดี่ยวประเทศ ปิดโรงเรียน โรงพยาบาล โรงงาน
ยกเลิกระบบธนาคาร ระบบเงินตรา
ศาสนาพุทธที่ยั่งยืนมาช้านาน สูญสิ้นสถานะ
วัดวาอารามปิดทิ้งร้าง


พล พต เชื่อว่าระบบสังคมนิยมแบบพึ่งตนเอง
จะนำกัมพูชาสู่ความเจริญรุ่งเรืองเหมือนในอดีตได้
โดยประเทศควรจะอยู่อย่างสันโดษ
ไม่ต้องเพิ่งวิทยาการเทคโนโลยีใดๆ
นักศึกษา ปัญญาชน ศิลปิน ล้วนเป็นภัยต่อความมั่นคง
ต้องฆ่าเสียให้สิ้น กัมพูชาต้องมีแต่ชนชั้นแรงงานเท่านั้น
ประชาชนพลเมืองถูกหลอกออกจากเมือง
ไปทำไร่ทำนายังชนบทกันดาร

อีกคำอธิบายหนึ่ง ระบุว่า พรรคคอมมิวนิสต์กัมพูชาที่นำโดยพลพต
หวาดระแวงต่างชาติ ทั้งเกรงการหวนกลับของฝ่ายที่มีตะวันตกสนับสนุน
ทั้งหวาดเกรงเวียดนามที่มีท่าทีต้องการครอบงำกัมพูชามาตลอด
กลายเป็นความพยายามพึ่งตนเองอย่างสุดขั้ว
เมื่อเกิดสภาพขาดแคลนอาหารโดยเฉพาะข้าว
ทำให้เกิดการกะเกณฑ์ประชาชนลงใช้แรงงานทำนาข้าว
โดยไม่ใช้เทคโนโลยี ซึ่งอาจนำไปสู่การพึ่งพาต่างชาติ

4 ปี ผู้คนล้มตายนับล้าน ทั้งอดอยาก
ทั้งถูกทารุณกรรม ถูกฆ่ายิ่งมหาศาล "ทุ่งสังหาร" อุบัติขึ้นเวลานั้น



ข้อมูลจาก 12 มีนาคม พ.ศ. 2550
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,198



« ตอบ #5 เมื่อ: พฤษภาคม 20, 2007, 09:07:04 »


...
วันที่ 19 พ.ค. เมื่อ 82 ปีก่อน
ด.ช.ซาโล้ธ ซาร์ (Saloth Sar)
ได้ลืมตาขึ้นมาดูโลก
แต่ก็ไม่มีผู้ใดรู้จักและสนใจ
กระทั่งอีก 50 ปีต่อมา
เมื่อเขากลายเป็นฆาตรกรโหด
ที่ชื่อ พล พต (Pol Pot)
หรือ "โปล โป้ท" ผู้นำของฝ่ายเขมรแดง
ที่ใช้อำนาจเผด็จการปกครองกัมพูชา
ระหว่างต้นปี 2518 ถึงต้นปี 2522
       
      วันนี้ของทุกปีผู้ที่ยังจงรักภักดีต่ออดีตผู้นำก็จะไปจุดธูปเทียน ทำบุญกรวดน้ำ
และ บางคนก็ไปขอหวย ณ ศาลเพียงตามุงหลังคามุงสังกะสี ทำขึ้นครอบกองฟอน
       
       ที่นั่นอยู่ในเขต อ.อันลองแวง (Anlong Veng) จ. อุดรมีชัย (Oddor Meanchey)
อยู่ห่างจากชายแดนไทยด้านช่องสะงำ จ.ศรีสะเกษ ไม่ไกลนัก


       
...
ประธานาธิบดีโฮจิมินห์
บนปกนิตยสารไทมส์ ฉบับวันที่ 22 พ.ย.2497
 


และก็ช่างบังเอิญเหลือเกิน
ในวันเดียวกันนี้ของทุกปี
ชาวเวียดนามก็จัดพิธีรำลึกวันคล้ายวันเกิด
ครบรอบปีที่ 117 ของอดีตผู้นำ
ที่เป็น "บิดาแห่งเอกราช"

โฮจิมินห์ หรือ ลุงโฮ
ประธานโฮจิมินห์เกิดวันที่ 19 พ.ค.1890
ในชื่อ "เหวียนอายก๊วก" (Nguyen Ai Quoc)
ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็น
"โห่ จี๊ มิง" (Ho Chi Minh) ในเวลาต่อมา
 

       
      ภูมิหลังของบุคคลทั้งสองช่างคล้ายกันอย่างบังเอิญ ..
       
       หนุ่มเหวียนอายก๊วก และ ซาโล้ธ ซาร์ ล้วนเคยไปใช้ชีวิตในฝรั่งเศส
และได้รับอิทธิพลจากการคอมมิวนิสต์ที่นั่น
ก่อนจะเดินทางกลับไปเคลื่อนไหวในบ้านเกิด
ชี้นำประเทศชาติด้วยลัทธิมาร์กซ์-เลนิน เหมือนกัน..


ข้อมูลจาก ผู้จัดการออนไลน์ 20 พฤษภาคม 2550
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,198



« ตอบ #6 เมื่อ: สิงหาคม 28, 2007, 11:15:42 »


จาก ช่อง 9 อสมท  รายการ "ชีพจรโลกกับสุทธิชัย หยุ่น"  
คืนวันที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2550
นำเสนอเรื่องราว ตอนจับอดีตผู้นำเขมรแดงที่เคยสังหารคนเขมรเป็นล้านๆขึ้นศาลอาชญากรโลก...
คุณเทพชัย หย่อง ไปเจาะลึกเบื้องหน้าเบื้องหลังถึงถิ่นด้วยตัวเอง...

จึงขอหยิบกระทู้นี้ขึ้นมาให้รำลึกประกอบอีกครั้ง
สำหรับผู้ที่สนใจ

ด้วยคลิปวีดีโอ นำเที่ยว ทุ่งสังหาร - "The killing fields"
ของคุณ MrHotsia เมื่อ 30 พ.ย. 2011
และ  "พิพิธภัณฑ์ตวล ชเลง" อันลือลั่นนี้


<a href="http://www.youtube.com/watch?v=L-no7993RAA" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=L-no7993RAA</a>

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=drUhERXCOh4" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=drUhERXCOh4</a>


แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,198



« ตอบ #7 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 27, 2008, 22:02:46 »


เริ่มกระบวนการดำเนินการพิจารณาคดี "การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวเขมร" แล้ว
โดยได้รับการสนับสนุน(กดดัน)จากสหประชาชาติ

...
'ดุ๊ก'หรือนายคังเก็ก เอียบ  วัย 65 ปี
อดีตผู้บัญชาการเรือนจำตวล สเลง
ถูกศาลซักถามเกี่ยวกับ'ภารกิจประจำวัน'ของเขา
ในเรือนจำโตล สเลง


ห้องในเรือนจำตวล สเลง(Tuol Sleng)

โดยก่อนหน้านี้มีการจับพอลพตผู้นำเขมรแดง
แต่พอลพต เสียชีวิตไปก่อนเมื่อ เมษายน ปี พศ.2541


ท้ายที่สุดบรรดาแกนนำเขมรแดงที่ยังคงมีชีวิตอยู่ก็ถูกตามรวบตัว
มาขึ้นศาลในฐานะอาชญากรสงครามกันโดยถ้วนหน้า
ถือเป็นการโหมโรงก่อนที่ศาลพิเศษ
เพื่อพิจารณาคดีฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวกัมพูชา
ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากองค์การสหประชาชาติ
เริ่มจาก สหาย ดุ๊กหรือ ดุจ หรือนายคังเก็ก เอียบ  วัย 65 ปี
อดีตผู้บัญชาการเรือนจำตวล สเลง
อันขึ้นชื่อลือชา
เรื่องการทรมานนักโทษจนตายคาห้องขังไปนับพันคน
ที่ถูกส่งตัวขึ้นศาลเป็นคนแรกเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม
เพราะสหายดุจนั้นถูกทางการกัมพูชาจับกุมตัวมาตั้งแต่ปี 2542
และถูกควบคุมตัวไว้ที่เรือนจำทหารมาโดยตลอด

...


นวนเจีย อดีตผู้นำหมายเลข2
Nuon Chea  "Brother Number Two"

คนถัดมาคือ นวนเจีย อดีตผู้นำหมายเลข2 ของเขมรแดง
ซึ่งปัจจุบันได้กลายเป็นผู้นำสูงสุดที่ยังคงมีชีวิตอยู่ไปแล้ว
เพราะ พลพต อดีตผู้นำเขมรแดงเสียชีวิตไปก่อนหน้านี้หลายปี
นวน เจีย ผู้มีอายุได้ 82 ปี ฉายา “พี่ใหญ่หมายเลข 2” 
ถูกตำรวจและเจ้าหน้าที่ศาล
บุกไปรวบตัวถึงที่บ้านพักในเมืองไพลิน ติดชายแดนไทย
เมื่อวันที่ 19 กันยายน
แล้วนำตัวขึ้นเฮลิคอปเตอร์มายังกรุงพนมเปญ

...





นายเอียง สารี (Ieng Sary)
และภรรยานางเอียงธิริธ (Ieng Thirith)
ถูกจับเมื่อ 12 พย.2007
ที่ผ่านมา

นายเอียงสารี อดีตรองนายกรัฐมนตรีและอดีตรัฐมนตรีต่างประเทศ วัย 78 ปี
ฉายา “พี่ใหญ่ หมายเลข 3”
และ นางเอียงธิริธ ภรรยาคู่ยาก
ที่เคยรั้งตำแหน่งรัฐมนตรีกิจการสังคม
ถูกจับกุมตัวเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน
(นางเอียง ธิริธ ภริยานายเอียง สารี
เป็นน้องสาวนางเขียว พอนนารี ภริยานายพอล พต ผู้นำเขมรแดง
นางเอียง ธิริธ กับพี่สาวเป็นลูกสาวผู้พิพากษา
จบการศึกษาด้านวรรณกรรมจาก มหาวิทยาลัยในฝรั่งเศส
สมรสกับนายเอียง สารี หลังพบกันในห้องเต้นรำเมื่อปี 2494
โดยนางเอียง ธิริธ ได้รับการยกย่องฐานะ “สตรีหมายเลข 1” ของเขมรแดง)

 
...

นายเขียวสัมพันธ์ (Khieu Samphan)อดีตนายกรัฐมนตรี
 
"I was not involved in any killings,"

(จาก http://news.bbc.co.uk ธันวาคม 2003)
 


คนสุดท้าย คือ นายเขียวสัมพันธ์ อดีตนายกรัฐมนตรีที่ถูกจับกุมตัว
คาโรงพยาบาลที่ไปนอนพักรักษาตัวความดันโลหิตสูง
หลังจากที่เห็นเพื่อนร่วมชะตากรรมถูกจับกันทีละคนๆ เลยทีเดียว

การตามรวบตัวอดีตผู้นำเขมรแดงมีขึ้นท่ามกลางเสียงแรงกดดัน
ว่าให้รีบๆ ทำได้แล้วก่อนที่พวกผู้นำเหล่านี้จะเสียชีวิตกันไปหมดเสียก่อน
เพราะส่วนใหญ่ก็อยู่ในวัยไม้ใกล้ฝั่งกันแล้วทั้งนั้น
แถมยังมีบางคนชิงตายไปก่อนที่จะถูกนำตัวขึ้นศาลแล้ว
โดยเฉพาะ พล พต ผู้นำสูงสุด
ที่กินยาพิษปลิดชีพตัวเองเมื่อปี 2541
และนายพลตา ม็อค อดีตผู้บัญชาการทหาร ที่เสียชีวิตคาเรือนจำเมื่อปี 2549

ทั้งนี้ ศาลพิเศษกัมพูชากำหนดสั่งจับกุมผู้ต้องหา
คดีฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ทั้งหมด 5 ราย

กระบวนการพิจารณาคดีผู้ต้องหาทั้งหมด
ได้เริ่มขึ้นในปีนี้ (2551)
ท่ามกลางความกังวลว่าผู้ถูกกล่าวโทษทั้งหมดกำลังแก่ตาย
ก่อนถูกนำตัวขึ้นพิจารณาความผิดในอดีต
โดยนายคัง เคค เอียบ เพียงคนเดียวที่ยังสุขภาพแข็งแรงดี

ส่วนนายกรัฐมนตรีฮุน เซน หวังว่าการจับกุมอดีตผู้นำเขมรแดงครั้งนี้
จะช่วยให้กัมพูชามีโอกาสได้รับการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรจากนานาชาติ
ซึ่งถูกบังคับใช้มาตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1980.


บีบีซีรายงานเมื่อวันที่ 27 ก.พ.2551ว่า
ศาลกัมพูชาซึ่งดำเนินการไต่สวนคดีอาชญากรต่อมนุษยชาติ 
ได้ทำการสอบปากคำนายเกียง กุ๊ก เอี๋ยว หรือ'ดุ๊ก'
(หรือบางทีก็เรียก สหาย ดุจ หรือนายคังเก็ก เอียบ)
หัวหน้าเรือนจำโตล สเลง


โดยผู้พิพากษาจำนวนหลายสิบคนร่วมพาเขานำตัวไปยังเรือนจำดังกล่าว
ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นพิพิธภัณฑ์และสถานที่ท่องเที่ยวของกัมพูชา
พร้อมทั้งสอบถามเขาถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่เรือนจำแห่งนี้


สุสานโชเอง เอ๊ก (Choeung Ek)

นอกจากนี้ เขายังถูกนำตัวไปยังสุสานโชเอง เอ๊ก
ซึ่งเป็นแหล่งสุสานฝังร่างเหยื่อกว่า 16,000 คน
ที่ถูกทรมานจากเรือนจำโตล สเลง


โดยรายงานระบุว่า นายดุ๊กถึงกับร่ำไห้อยู่หลายครั้ง

ทั้งนี้ กล่มเขมรแดงถูกกล่าวหาว่าได้สังหารชาวกัมพูชากว่า 1 ล้านคน
ในช่วงปี 1970 และเรือนจำ  โตล สเลง
ถือเป็นสถานที่อัปยศในการสังหารหมู่ล้างเผ่าพันธุ์ชาวเขมร
ขณะที่นายดุ๊ก เป็นหนึ่งใน 5 บุคคลของเจ้าหน้าที่รัฐบาลกัมพูชา
ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นอาชญากรฆ่าล้างมนุษยชาติ
แต่เขายังไม่มีกำหนดถูกไต่สวน


ข้อมูลข่าวจาก ไทยรัฐ, คม ชัด ลึก
ข่าวจากมติชน 27 เดือนกุมภาพันธ์ พศ. 2551,
http://news.bbc.co.uk 19 September 2007
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,198



« ตอบ #8 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 29, 2008, 09:03:53 »


... นาย'ดุ๊ก'
หรือนายคังเก็ก เอียบ (Kaing Guek Eav)
อดีตผู้บัญชาการเรือนจำตวล สเลง
กำลังให้การในศาล
(ภาพจาก http://news.bbc.co.uk)

กระบวนการดำเนินการพิจารณาคดี "การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวเขมร"
ซึ่งพึ่งจะได้เริ่มจริงจังในปีนี้
โดยเหตุการการฆ่าล้างเผ่าพันธ์มนุษย์จำนวนประมาณ 1.7 ล้านคน
ผ่านไปร่วม 30 ปีแล้ว


... ในภาพ นาย Hans Corell 
ตัวแทนจาก องค์การสหประชาชาติ
บินมาเจรจากับฝ่ายเขมรที่พนมเปญ
เพื่อทำข้อตกลงในการนำตัวผู้นำเขมรแดง
ที่มีส่วนร่วมกับเหตุการณ์
ขึ้นศาลเมื่อปี 2003 

ทั้งนี้จากความพยายามผสมการกดดันจาก UN (องค์การสหประชาชาติ)
และหลังจากนั้นก็มีการทะยอยจับตัวผู้นำเขมรแดง
เมื่อปี 2007 ที่ผ่านมานี้เอง
นายดุ๊ก เป็นคนแรกที่เริ่มถูกสอบสวน
ขณะที่ผู้นำเขมรแดงคนอื่นๆ อายุกว่า 70 ปี
บ้างก็ชิงตายไปก่อนหน้านั้นแล้ว
เช่น พอลพต ผู้นำสูงสุด
ที่กินยาพิษปลิดชีพตัวเองเมื่อปี 2541
และนายพลตา ม็อค อดีตผู้บัญชาการทหาร
ที่เสียชีวิตคาเรือนจำเมื่อปี 2549


ไม่รู้ว่าในอนาคตอาจมีการกดดันให้ประเทศยักษ์ใหญ่ของโลก
นำตัวอดีตผู้นำขึ้นศาลเพื่อพิจารณาคดีในฐานะมีส่วนร่วม
การฆ่าล้างเผ่าพันธ์แถบตะวันออกกลางบ้างไหมหนอ???


...
จำนวนผู้เสียชีวิตอันเนื่องมาจาก
สงครามสงครามอิรัก หรือ สงครามอ่าวครั้งที่ 2
ซึ่ง เริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 20 มีนาคม  2546
จนถึงปัจจุบัน
มีผู้เสียชีวิตทั้งทหารและพลเรือนไป
ร่วม 6 แสนคนแล้ว ***

สงครามเริ่มขึ้นตั้งแต่เดือนมีนาคม 2546
โดยกำลังหลักมาจากทางฝ่ายสหรัฐและอังกฤษ
โดยมีกองกำลังเสริมจาก ออสเตรเลีย เดนมาร์ก และ โปแลนด์
ซึ่งการโจมตีนี่ส่งผลให้ ซัดดัม ฮุสเซน โดนจับตัว และเสียชีวิตในเวลาต่อมา
(จาก วิกิพีเดีย)
 
ใน http://www.cbc.ca/story/world/national/2005/07/19/iraqbodycount050719.html?ref=rss
ระบุว่า "กองกำลังสหรัฐมีส่วนในการฆ่าถึง 37 %
ในช่วงระหว่างการบุกเข้าโจมตีในช่วงแรกของสงคราม"

It shows U.S.-led forces were responsible
for more than 37 per cent of those deaths
and that 30 per cent of those killed died
during the invasion phase of the war.



*******************

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,198



« ตอบ #9 เมื่อ: ธันวาคม 06, 2008, 07:14:36 »



ศาลพิเศษกัมพูชาเตรียมเริ่มต้นพิจารณาคดีสหายดุช

กัมพูชา 6 ธ.ค.-ศาลพิเศษกัมพูชาเตรียมเริ่มต้นพิจารณาคดีผู้ต้องหาคนแรก
ในคดีอดีตผู้นำเขมรแดง หลังสามารถตกลงกันได้ในเรื่องข้อกฎหมาย

ผู้พิพากษาศาลพิเศษของกัมพูชาเพื่อพิจารณาคดีอดีตผู้นำเขมรแดง
ที่ได้รับการสนับสนุนจากสหประชาชาติ
ลงมติเห็นชอบให้สหายดุช อดีตผู้บัญชาการเรือนจำตูล สแลง
ไม่ต้องถูกแจ้งข้อหาเพิ่มเติม โดยเฉพาะข้อหาสมคบคิด
วางแผนสังหารหมู่ชาวกัมพูชาจำนวนมาก
จากที่ถูกดำเนินคดีในข้อหาก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติอยู่ก่อนแล้ว

ผลให้อุปสรรคต่าง ๆ ในการพิจารณาคดีของสหายดุช หมดลงไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
คาดว่าสหายดุช จะถูกนำตัวขึ้นพิจารณาคดีต่อศาลอีกครั้งในเดือนมีนาคมปีหน้า

สหายดุช เป็นผู้บัญชาการเรือนจำตุล สแลง
ในช่วงที่รัฐบาลเขมรแดงเรืองอำนาจในกัมพูชา ช่วงปี 2518-2522
คาดว่าช่วงดังกล่าวมีชาวกัมพูชาเสียชีวิต
จากการบังคับใช้แรงงาน อดอยาก หรือถูกประหารชีวิตเกือบ 2 ล้านคน


(ข้อมูลข่าวจาก MCOT 2008-12-06)
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Black Sheep
Newbie
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2



« ตอบ #10 เมื่อ: ธันวาคม 06, 2008, 15:04:34 »


ผมลองอ่านตั้งแต่ดูแล้ว.....อ่านแล้วขนลุกเลยครับ...

โหดมากเลย....แล้วทำไมกว่าเค้าจะพิจารณาคดีกัน..นานเหลือเกิน..

(พึ่งสมัครบอร์ดนี้ครับ...เนื้อหาสาระเยอะเลย)
   
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,198



« ตอบ #11 เมื่อ: ธันวาคม 06, 2008, 15:38:33 »


สวัสดีค่ะคุณ Black Sheep

เหตุที่..กว่าจะมีการพิจารณาคดีกัน..นานเหลือเกิน
ก็เพราะว่าผู้ที่มีส่วนร่วมในเหตุการณ์
มีอำนาจปกครองเขมร สืบต่อกันมา


ผู้นำเขมรแดงก่อนหน้านี้
พล พต ผู้นำสูงสุด เสียชีวิตด้วยโรคหัวใจ
บางกระแสข่าวว่ากินยาพิษปลิดชีพตัวเองเมื่อปี 2541

เขียว สัมพันธ์ อดีตนายกรัฐมนตรี
นวน เจีย อดีตรองนายกรัฐมนตรี,
ตา ม็อก อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุดเสียชีวิตคาเรือนจำเมื่อปี 2549

และ เอียง สารี อดีตรมว.ต่างประเทศ

- นายเอียงสารี อดีตรองนายกรัฐมนตรีและอดีตรัฐมนตรีต่างประเทศ วัย 78 ปี
ฉายา “พี่ใหญ่ หมายเลข 3”
และ นางเอียงธิริธ ภรรยาคู่ยาก
ที่เคยรั้งตำแหน่งรัฐมนตรีกิจการสังคม
ถูกจับกุมตัวเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน
(นางเอียง ธิริธ ภริยานายเอียง สารี
เป็นน้องสาวนางเขียว พอนนารี ภริยานายพอล พต ผู้นำเขมรแดง
)
 

- นายเขียวสัมพันธ์ อดีตนายกรัฐมนตรี เขมรแดง ที่ถูกจับกุมตัว
คาโรงพยาบาลที่ไปนอนพักรักษาตัวความดันโลหิตสูง
หลังจากที่เห็นเพื่อนร่วมชะตากรรมถูกจับกันทีละคนๆ เลยทีเดียว

การตามรวบตัวอดีตผู้นำเขมรแดงมีขึ้นท่ามกลางเสียงแรงกดดัน
ว่าให้รีบๆ ทำได้แล้วก่อนที่พวกผู้นำเหล่านี้จะเสียชีวิตกันไปหมดเสียก่อน
เพราะส่วนใหญ่ก็อยู่ในวัยไม้ใกล้ฝั่งกันแล้วทั้งนั้น
แถมยังมีบางคนชิงตายไปก่อนที่จะถูกนำตัวขึ้นศาลแล้ว
โดยเฉพาะ พล พต ผู้นำสูงสุด
ที่กินยาพิษปลิดชีพตัวเองเมื่อปี 2541
และนายพลตา ม็อค อดีตผู้บัญชาการทหาร ที่เสียชีวิตคาเรือนจำเมื่อปี 2549

ฮุนเซ็นผู้นำเขมรปัจจุบัน
รับอำนาจถ่ายทอดจากเฮง  สัมริน
แต่ กว่าจะตามจับคนเหล่านี้ได้
เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 1999 นายพลตา ม็อก ถูกทหารเฮง สัมริน
จับตัวได้ที่ชายแดนติดประเทศไทยและนำตัวกลับพนมเปญ
ถูกส่งเข้าคุมขังตั้งแต่บัดนั้นมา
ส่วนพลพรรคอื่นๆไม่ว่าจะเป็น เขียว สัมพันธ์,เอียง ซารี และนวน เจีย
ยอมที่จะมอบตัวกับรัฐบาลเฮง สัมริน
คนอื่นๆก็ล้มหายตายสาบสูญไป

และกว่าจะเริ่มกระบวนการดำเนินการพิจารณาคดี
"การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวเขมร" ได้
ก็ต้องได้รับการสนับสนุน(กดดัน)จากสหประชาชาติ
อย่างค่อนข้างหนักหน่วง



ซึ่งขบวนการเหล่านี้ อาจเป็นอุธาหรณ์
ให้ประเทศใกล้เคียงเขมร
ที่ผู้นำคอรัปชั่นและทำความผิดอย่างมหันต์ แต่มีผู้สืบทอดอำนาจ
หรือเป็นรัฐบาล"หุ่นเชิด" จึงทำให้ผู้นำที่กระทำความผิด
ลอยนวลอยู่ได้นานและอาจจะกลับมาเป็นใหญ่ยึดอำนาจต่อได้อีก

หากไม่มีการกดดันจากประชาชนส่วนใหญ่และประเทศมหาอำนาจ




***************

เรื่อง เซียราลีโอน แดนหฤโหด  และ เนลสัน แมนเดลลา ก็น่าสนใจนะ
คุณ black sheep

เรื่องปราสาทพระวิหาร ก็รวบรวมเหตุการณ์ไว้ค่อนข้างละเอียด
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,198



« ตอบ #12 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 16, 2009, 09:11:20 »


ศาลเขมรแดงเปิดบัลลังก์-สหายดุชขึ้นเขียงคนแรก


เสนอข่าวการเริ่มพิจารณาคดีผู้เกี่ยวข้องในเหตุการณ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในยุค “ทุ่งสังหาร”
ของเขมร เมื่อ 30 ปีที่แล้ว
โดยเริ่มต้นกับนาย'ดุ๊ก'หรือนายคังเก็ก เอียบ (Kaing Guek Eav)
อดีตผู้บัญชาการเรือนจำตวล สเลง(Tuol Sleng)
เมื่อ กุมภาพันธ์ ปีที่แล้ว(2551)


....
นายเคียง เกก เอียฟ หรือ “สหายดุช”
(Kaing Guek Eav -"Duch")
ในศาลเมื่อ 17 กพ. 2552 ที่ผ่านมา

ภาพจาก AFP


17 ก.พ. 2552 ที่ผ่านมา
ศาลพิเศษเพื่อพิจารณาคดีอดีตผู้นำคอมมิวนิสต์ เขมรแดง
ในข้อหาฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในยุค “ทุ่งสังหาร”
ช่วงปี 2518-2522
ซึ่งมีผู้เสียชีวิตจากการสังหาร
ทรมานและอดอยาก กว่า 2 ล้านคน
ก็ได้เปิดการพิจารณาคดี
อย่างเป็นทางการในกรุงพนมเปญ
โดยจำเลยคนแรกคือนายเคียง เกก เอียฟ
หรือ “สหายดุช” วัย 66 ปี
อดีตผู้บัญชาการเรือนจำ “ตวล สเลง”
หรือ “เอส-21” อันอื้อฉาว
ขณะที่ชาวกัมพูชาทั่วประเทศ
มีโอกาสชมการถ่ายทอดสด
การพิจารณาคดีทางโทรทัศน์ด้วย




สหายดุช อดีตครูสอนวิชาคณิตศาสตร์
เป็น 1 ใน 5 อดีตผู้นำเขมรแดงที่ถูกจับดำเนินคดี
เขาถูกตั้งข้อหาก่ออาชญากรรมต่อมวลมนุษยชาติ อาชญากร สงคราม
ทรมานและฆาตกรรมโดยไตร่ตรองล่วงหน้า
ในฐานะเป็นผู้ควบคุมการทรมานและสังหารชาวเขมรทั้งชายหญิงและเด็กกว่า 12,000 คน
ขณะเป็นผู้บัญชาการคุกตวล สเลง เขาอาจต้องโทษสูงสุดแค่จำคุกตลอดชีวิต
เพราะศาลไม่มีอำนาจตัดสินประหารชีวิต

ภาพบางส่วนภายในคุก ตวล สเลง ที่นายดุช
เป็นผู้บังคับบัญชา


นางเฮเลน จาร์วิส โฆษกของศาลเขมรแดง กล่าวว่า
การเปิดพิจารณาคดีอย่างเป็นทางการครั้งนี้เป็นวันสำคัญของชาวกัมพูชา
เป็นหลักเขตบนถนนสู่ ความยุติธรรม คาดว่าการไต่สวนคดีสหายดุชขั้นต้น
จะกินเวลา 1-2 วัน ส่วนการพิจารณาคดีเต็มรูปแบบจะมีขึ้นราวเดือน มี.ค.

ขณะที่ชาวกัมพูชาจำนวนมากเผยว่ารอเวลานี้มาถึง 30 ปี
เพื่อจะได้เห็นความยุติธรรมและเยียวยาบาดแผลในจิตใจของชาวเขมรทั้งชาติ


จำเลยอีก 4 คนคือ นายนวน เจีย “พี่ใหญ่ หมายเลข 2”
นายเขียว สัมพันธ์ อดีตผู้นำรัฐบาลเขมรแดง นายเอียง ซารี อดีต รมว.ต่างประเทศ
และนางเอียง ธิริธ อดีต รมว.กิจการสังคม ภรรยาของนายซารี

ส่วนนายพอล พต อดีตผู้นำสูงสุดของเขมรแดง “พี่ใหญ่หมายเลข 1”
เสียชีวิตในป่าเมื่อปี 2541




ศาลเขมรแดงก่อตั้งขึ้นโดยความร่วมมือของสหประชาชาติ
และรัฐบาลกัมพูชาเมื่อปี 2549 หลังการต่อรองกันเกือบ 10 ปี


การเปิดการพิจารณาคดีครั้งนี้มีขึ้นท่ามกลางข้อกล่าวหาว่า
รัฐบาลกัมพูชาเข้ามาแทรกแซงศาลเขมรแดง
ส่วนทีมงานของศาลก็ติดสินบนเพื่อให้ได้รับตำแหน่ง
ขณะที่คณะอัยการนานาชาติก็ขัดแย้งกับอัยการและรัฐบาลกัมพูชา
เพราะฝ่ายแรกต้องการนำตัวอดีตผู้นำเขมรแดงคนอื่นๆมาขึ้นศาลด้วย
 แต่ถูกขัดขวางทุกวิถีทาง



เพราะฝ่ายหลังกลัวว่าเหล่าอดีตผู้นำเขมรแดงที่มีตำแหน่งในรัฐบาลปัจจุบัน
ภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีฮุน เซน จะติดร่างแหด้วย

ศาลเขมรแดงยังมีปัญหาเรื่องงบประมาณบานปลายจากเดิมที่ตั้งไว้ 56.3 ล้านดอลลาร์
แม้ญี่ปุ่นชาติผู้บริจาครายใหญ่ที่สุดสัญญาว่าจะให้งบฯ เพิ่มอีก 21 ล้านดอลลาร์. 

 

(ข่าวจากไทยรัฐ 16 ก.พ. 52, www.earthtimes.org/ )
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,198



« ตอบ #13 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 17, 2009, 07:04:42 »



สหายดุชยอมรับความผิด วอนชาวเขมรให้อภัย
 
กัมพูชา 17 ก.พ. - สหายดุช อดีตผู้บัญชาการเรือนจำในยุคเขมรแดงเรืองอำนาจ
ร้องขอชาวกัมพูชาให้อภัยเขา
ก่อนหน้าการพิจารณาคดีอดีตผู้นำเขมรแดงอย่างเป็นทางการครั้งแรกวันนี้

สหายดุช วัย 66 ปี อดีตผู้บัญชาการเรือนจำตวลเสลง
จะเป็นอดีตผู้นำเขมรแดงคนแรกที่ถูกนำตัวขึ้นพิจารณาคดี
ที่ศาลพิจารณาคดีฆ่าล้างเผ่าพันธุ์
ซึ่งได้รับการสนับสนุนโดยสหประชาชาติ
ในข้อหาก่ออาชญากรรมต่อมวลมนุษยชาติ และละเมิดอนุสัญญาเจนีวา
ด้วยการควบคุมการทรมานและฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวเขมร
ทั้งชาย หญิง และเด็กกว่า 12,000 คน
ในขณะที่เป็นผู้บัญชาการเรือนจำตวลสเลง
ช่วงเขมรแดงเรืองอำนาจระหว่างปี 2518-2522

สหายดุชบอกว่า เขาขอยอมรับความผิดที่ก่อขึ้น
และขอให้ชาวกัมพูชารวมถึงญาติพี่น้องของเหยื่อผู้เสียชีวิตให้อภัย
โดยยืนยันว่าเขาปฏิบัติตามคำสั่งที่ได้รับมอบหมายมาเท่านั้น
สำหรับสหายดุชถูกควบคุมตัวในเรือนจำตั้งแต่ปี 2542

(ข่าวจาก MCot.net 2009-02-17)


เรือนจำตวลสเลง1975-1979
เขมรแดง ดัดแปลงจากโรงเรียนมัธยมในกรุงพนมเปญมาทำเป็นคุก
มีผู้ถูกจองจำในคุกแห่งนี้จำนวน17,000 คน -20,000 คน
หรืออาจมากกว่านั้น
และมีผู้ที่รอดชีวิตออกมา..เท่าที่ตรวจสอบได้ เพียง 12 คน...


แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
mayuree
Sr. Member
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 308



« ตอบ #14 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 17, 2009, 11:25:48 »


 :cry: :cry: :cry:

  โหดเหี้ยมจริงๆๆ  ประเทศเราเป็นอย่างนี้หรือเปล่า   ก็ไม่รู้....   
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,198



« ตอบ #15 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 18, 2009, 09:39:53 »



เก็บบันทึกบทความจาก ASTVผู้จัดการออนไลน์ 16 กุมภาพันธ์ 2552



 เวลาผ่านไป 30 ปี นับตั้งแต่เริ่มยุคการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในกัมพูชาจนก้าวเข้าสู่ยุคใหม่
ที่มีรัฐบาลจากการเลือกตั้ง เหยื่อระบอบเขมรแดงที่ยังมีชีวิตอยู่
กำลังจะได้เห็นการไต่สวนหาผู้กระทำความผิด
หรือผู้ที่ต้องรับผิดชอบต่อการมีผู้เสียชีวิตกว่า 1 ล้านคน
ในช่วงเวลาเพียงสามปีเศษจากต้นปี 2518 ถึงต้นปี 2522
       
       ชาวกัมพูชาเกือบทุกครอบครัวได้สูญเสียสมาชิกในช่วงปีดังกล่าว
รวมทั้งสมเด็จพระนโรดมสีหนุ อดีตกษัตริย์กัมพูชา
ที่ทรงสูญเสียพระราชโอรสพระราชธิดาตลอดจนพระญาติไปจำนวน 7 พระองค์
แต่นั้นเป็นต้นมาก็ยังไม่เคยมีผู้นำเขมรแดงคนใดถูกนำตัวขึ้นไต่สวนในศาล
จนกระทั่งในวันอังคาร (17 ก.พ.) นี้
       
       คณะตุลาการระหว่างประเทศที่ได้รับการสนับสนุนจากองค์การสหประชาชาติ
กำลังจะเปิดไต่สวนนายกางกึ๊กเอียว (Kaing Keuk Eav) หรือ "สหายดุจ" (Duch)
อดีตผู้บัญชาการเรือนจำเอส-21 (S-21) ที่ดัดแปลงโรงเรียนมัธยมทั้งหลังในพนมเปญ
ให้กลายเป็นที่คุมขัง ซึ่งรู้จักกันดีกว่าในชื่อ "เรือนจำตวลสะแลง"
       
       ปัจจุบันอายุ 66 ปี เมื่อครั้งเป็นผู้บัญชาการเรือนจำหนุ่ม
เขาต้องรับผิดชอบต่อการทรมานจับกุมคุมขังบุคคลที่รัฐบาลเขมรแดง
เรียกว่าฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองนับพันๆ
รวมทั้งผู้รอดชีวิตมาจนถึงปัจจุบันจำนวนหนึ่ง
ซึ่งถูกปลดปล่อยจากพันธนาการเมื่อทหารเวียดนามยาตราทัพเข้าถึงพนมเปญในวันที่ 7 ม.ค.2522
       
       นายจุมเมย (Chum Mey) ผู้รอดชีวิตคนหนึ่งซึ่งปัจจุบันอายุ 60 ปี
กล่าวกับสำนักข่าวรอยเตอร์ที่เรือนจำตวลสะแลงว่า
เขาเองอยากจะถามสหายดุจว่าเข่นฆ่าชาวเขมรด้วยกันได้อย่างไร และทำไมพวกนั้นจึงทรมานเขา
       
       นายเมยเป็นหนึ่งในบรรดาผู้รอดชีวิตจากตวลสะแลงจำนวน 14 คน
ที่ไปร่วมเป็นพยานการไต่สวนครั้งนี้กล่าวว่า ที่นั่นเป็นสถานที่กักกันและทรมานนักโทษ
ก่อนจะถูกนำตัวไปทุบด้วยท่อนไม้จนเสียชีวิต ณ สถานที่อีกแห่งหนึ่ง
ซึ่งในปัจจุบันกลายเป็นอนุสรณ์สถานฆ่าล้างเผ่าพันธุ์เจืองแอ็ก (Choeung Ek)
ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงพนมเปญออกไปราว 40 กิโลเมตร
       
       สถานที่แห่งนั้นเป็นที่มาของคำว่า "ทุ่งสังหาร" (Killing Field)


 
 
ภาพแฟ้ม AFP จากปีที่แล้ว "สหายดุจ" กำลังปรึกษาฟรองซัว รูซ ์(Francois Roux)
ทนายความในวันถูกนำขึ้นฟ้องต่อคณะตุลาการระหว่างประเทศ
อดีตผู้บัญชาการเรือนจำตวลสะแลงหรือศูนย์ S21 เป็นจำเลยคนแรก
หลังจากเตรียมการเรื่องนี้มานานถึง 6 ปี 

 
 
     
 
ภาพ AFP วันที่ 12 ก.พ.2551 ฮิมฮุย (Him Huy)
อดีตรองหัวหน้าหน่วยรักษาความปลอดภัยตวลสะแลง (Tuol Sleng)
กำลังมองดูรูปของกางกึ๊กเอียว (Kaing Geuk Eav) "สหายดุจ" (Duch)
ฮุยกับเพื่อนอีกจำนวนหนึ่งถูกกันเป็นพยานในการไต่สวนเอาผิด
อดีตเจ้านายของเขาเอง หลังเหตุการณ์ผ่านไป 30 ปี 

 


ภาพ AFP วันที่ 4 ก.พ.2551 นายจุมเมย (Chum Mey)
ผู้รอดชีวิตอีกคนหนึ่งชี้ให้ผู้สื่อข่าวดูรูปของเขาเองครั้งที่เป็นนักโทษในศูนย์ S21
เขาบอกว่า พวกเขมรแดงไม่เคยเปลี่ยน
ปากก็พูดไปแต่จิตใจเหี้ยมโหดตลอดกาล
นายเมยเป็นอีกคนหนึ่งที่กำลังจะขึ้นให้การในฐานะพยานโจทย์
 
 
 
       "อะไรเป็นแรงจูงใจให้พวกเขาก่ออาชญากรรมที่โหดร้ายป่าเถื่อนเช่นนี้"
นายเมยกล่าวขึ้นมาระหว่างเดินทางไปยังตวลสะแลง
ซึ่งในปัจจุบันได้กลายเป็นพิพิธภัณฑ์ที่เป็นประจักษ์พยาน
ความโหดร้ายของระบอบคอมมิวนิสต์เขมรแดง ที่นิยมลัทธิเหมาเจ๋อตง
       
       เมื่อ "ทหารชุดดำ" จากเขตชนบทยาตราเข้าสู่พนมเปญในวันที่ 17 เม.ย.2518
ชาวเมืองหลวงได้ให้การต้อนรับ "ทหารป่า" พวกนั้นด้วยการสวมกอด
หวังว่านั่นจะเป็นการยุติสงครามกลางเมืองที่ยืดเยื้อยาวนามาข้ามทศวรรษ
โดยไม่ทราบว่านั่นเป็นจุดเริ่มต้นของฝันร้ายที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่า
       
       นักประวัติศาสตร์หลายคนกล่าวว่า สงครามในกัมพูชา
เป็นผลพวงจากสงครามที่คอมมิวนิสต์เวียดนามเหนือต่อสู่กับกองทัพสหรัฐฯ ในเวียดนาม
แต่สำหรับพรรคคอมมิวนิสต์กัมพูชาหรือเขมรแดงในอดีต
มันเป็นสงครามปลดปล่อยประเทศชาติเพื่อก่อตั้งระบอบใหม่
สถาปนาสังคมใหม่ที่ปราศจากการกดขี่ขูดรีด
       
       แต่เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากยึดครองกรุงพนมเปญได้เบ็ดเสร็จ
สหายโปลโป้ท (Pol Pot) หรือ "พลพต" ซึ่งมีชื่อจริงว่า "สโลตสาร" (Slot Sar)
 ก็ได้เริ่มนำประเทศเข้าสู่ยุคที่เรียกว่า "ปีแห่งความมืดมิด" (Year of Zero)
ที่ภายนอกรับรู้ความเป็นไปในประเทศนี้น้อยมาก
       
       เขมรแดงได้เริ่มขับไล่ผู้คนออกจากพนมเปญและเมืองใหญ่ทั่วไปลงสู่การผลิต
โดยเห็นว่าในเมืองไม่มีอาหารเหลืออยู่และไม่สามารถพึ่งพาการช่วยเหลือจากภายนอกได้
ทุกคนจะต้องออกไปผลิตอาหาร

 
 
ภาพ AFP วันที่ 5 ก.พ.2551 นายบูเม็ง (Bou Meng)
ผู้รอดชีวิตอีกคนหนึ่งไปที่ตวลสะแลง สาธิตตอนที่ถูกจองจำให้นักข่าวได้ดูเป็นตัวอย่าง
เขาถูกขังและถูกทรมานที่นั่นเป็นเวลากว่า 1 ปี
ภรรยาก็เสียชีวิตที่นั่น เม็งกำลังจะขึ้นเป็นพยาน อีกคนหนึ่ง
 
 
 

ภาพ AFP วันที่ 2 ก.พ.2551 นักท่องเที่ยวมองดู "หญิงชุดดำ" อุ้มลูกน้อย
เขมรแดงไม่เพียงแต่สังหารประชาชนทั่วไปเท่านั้น
แต่ยังเข่นฆ่า "สหายชุดดำ" ที่อยู่ฝ่ายตรงข้ามอีกด้วย
หลังการยึดอำนาจวันที่ 17 เม.ย.2518 กลุ่มของโปลโป้ท (Pol Pot)
มีศัตรูทางการเมืองมากมาย มีความพยายามรัฐประหารยึดอำนาจโดยกลุ่มอื่นหลายครั้ง
 
 
 
       

ภาพ AFP วันที่ 2 ก.พ.2551 เหยื่อที่ศูนย์ S21 จำนวนมากเป็นเด็กๆ และเยาวชน
ที่เป็นลูกหลานของสหายชุดดำด้วยกัน
คนเหล่านี้ถูกนำไปสอบสวนเค้นเอาความจริง ก่อนจะถูกสังหารแบบ "ฆ่าทั้งโคตร"
เป็นการกำจัดศัตรูทางการเมืองอย่างเหี้ยมโหดโดยคนของโปลโป้ท
 
 
 
       ตัวเลขบางสำนักกล่าวว่าประชากราวเมืองหลวงที่มีอยู่ราว 2 ล้านคนในปีนั้น
ในเวลาเพียง 3 วันเหลืออยู่เพียงประมาณ 25,000 คน
       
       รัฐบาลใหม่ได้ประกาศห้ามใช้เงินอันเป็นสัญลักษณ์ระบอบทุนนิยม
พลพรรคเขมรแดงระเบิดที่ทำการธนาคารแห่งชาติทิ้ง
มีการนำรถยนต์ไปกองพะเนินไว้ที่ท่าอากาศยาน
เนื่องจากนั่นเป็นสัญลักษณ์ของความเจริญก้าวหน้า
       
       จากคำบอกเล่าของผู้รอดชีวิต เขมรแดงจะสังหารทุกคนที่สวมแว่นสายตา
หรือพูดภาษาต่างประเทศได้ รวมทั้งพวกที่มืออันนิ่มบาง
ก็ได้ถูกกล่าวหาว่าเป็นพวก "ปัญญาชน" และ "พวกชนชั้นกลาง"
ซึ่งเป็นศัตรูกับการปฏิวัติของชาวนา (Peasant Revolution) ของโปลโป้ท

       
       สำหรับนายเมยซึ่งในขณะนั้นเป็นช่างซ่อมรถยนต์
ถูกกล่าวว่าเป็นสายลับให้แก่ซีไอเอ หรือ องค์การประมวลข่าวกลางสหรัฐฯ
(Central Intelligence Agency) เขาถูกจับยัดคุกแคบๆ ที่ตวลสะแลง
ถูกพันธนาการตีตรวน และถูกทรมานแทบจะรายวัน เพื่อให้รับสารภาพ
       
       "ครั้งหนึ่งพวกเขาเคยเฆี่ยนผมถึง 200 ครั้งด้วยสายไฟ
เพราะได้ยินเสียงเคลื่อนไหวของโซ่ (ที่มัดเขา)" เมยหวนรำลึกความหลังด้วยน้ำตานองใบหน้า
       
       "พวกเขาฆ่าภรรยากับลูกชายของผม พวกนั้นฆ่ากระทั่งทารกอายุเพียงไม่เดือน"
เหยื่อรอดชีวิตรายเดียวกันกล่าว

       
       เป็นเวลาร่วม 6 ปีนับตั้งแต่สหประชาชาติได้ตกลงจัดตั้งคณะตุลาการระหว่างประเทศ
ขึ้นไต่สวนอดีตผู้นำเขมรแดง กลุ่มผู้ทำหน้าที่อัยการกล่าวว่า
สามารถจัดเตรียมพยานเอกสาร พยานบุคคล ตลอดจนพยานแวดล้อมต่างๆ
 รวมทั้งภาพถ่ายได้จำนวนมาก
       
       นายวิลเลียม สมิธ (William Smith) อัยการคนหนึ่งกล่าวว่า
กรณี S-21 นี้ชัดเจน และตัดสินความผิดได้ไม่ยาก

 
 
ภาพ AFP ถ่ายวันที่ 9 ก.พ.2552 อนุสรณ์สถาน "ทุ่งสังหาร" ที่เจืองแอ็ก (Choueng Ek)
ใน จ.กันดาล (Kandal) ห่างจากกรุงพนมเปญ 40 กม.เศษ
หลุมศพหมู่ยังปรากฏเรียงรายให้เห็นอยู่
นักโทษจำนวนมากถูกส่งไปจากตวลสะเลงและถูกสังหารที่นี่ด้วยวิธีการต่างๆ นานา 

 
 
       โปลโป้ทผู้ที่ควรจะถูกลงโทษหนักที่สุดได้เสียชีวิตไปตั้งแต่ปี 2541
ในเขตป่า ใกล้ชายแดนไทย หลังจากผู้นำแตกกันเป็นหลายฝ่าย
และถูกยึดอำนาจโดยชิตเจือน (Chhit Choeun) หรือ “ตาม๊อก” (Ta Mok)
ผู้บัญชาการทหารที่ไม่ยอมจำนน
       
       ตาม๊อกซึ่งถูกตั้งฉายาให้เป็น “คนฆ่าสัตว์” (Butcher)
ถูกทางการจับกุมในปี 2543 และถูกคุมขังมาตลอด
จนกระทั่งเสียชีวิตลงในปี 2549 ในโรงพยาบาลแห่งหนึ่งของกรุงพนมเปญ
       
       นอกจากสหายดุจแล้ว อดีตผู้นำเขมรแดงที่ยังมีชีวิตอยู่
และจะถูกไต่สวนต่อไป ได้แก่ นายเคียวสมพร (Khieu Samphan)
นายเอียงซารี (Ieng Sary) นายนวลเจีย (Nuol Chea) กับ นางเอียงธิริต (Ieng Thirith).
 

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Luru
Newbie
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 14



เว็บไซต์
« ตอบ #16 เมื่อ: มีนาคม 05, 2009, 16:50:13 »


ไว้อาลัยแด่ผู้ที่จากไปด้วยครับ 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

เวลาว่างๆก็มานั่งดู สาวญี่ปุ่น | สาวสวย รึไม่ก็ สาวน่ารัก กันดีกว่า
เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,198



« ตอบ #17 เมื่อ: กรกฎาคม 19, 2009, 13:22:21 »


กระบวนการดำเนินการพิจารณาคดี "การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวเขมร"
โดยได้รับการสนับสนุน(กดดัน)จากสหประชาชาติ
หลังจากเวลาผ่านไป 30 ปี
นับตั้งแต่เริ่มยุคการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในกัมพูชาจนก้าวเข้าสู่ยุคใหม่
ที่มีรัฐบาลจากการเลือกตั้ง เหยื่อระบอบเขมรแดงที่ยังมีชีวิตอยู่
การไต่สวนหาผู้กระทำความผิด
หรือผู้ที่ต้องรับผิดชอบต่อการมีผู้เสียชีวิตกว่า 1 ล้านคน
จากช่วงเวลาเพียงสามปีเศษจากต้นปี 2518 ถึงต้นปี 2522


ซึ่งข่าวการพิจารณาคดี ได้ทะยอยนำเสนอมาเรื่อยๆแล้ว
เริ่มจากใต่สวน นายกางกึ๊กเอียว (Kaing Keuk Eav) หรือ "สหายดุจ" (Duch)
อดีตผู้บัญชาการเรือนจำเอส-21 (S-21)



ประชาชนชาวเขมรนั่งชมการถ่ายทอดการให้ปากคำ
ของนายกางกึ๊กเอียว (Kaing Keuk Eav) หรือ "สหายดุจ" (Duch)
เมื่อ 29 มิถุนายน 2009 ที่กรุงพนมเปญ




และมาถึงคิวอดีตหน.รปภ."ตวลเสล็ง" นายฮิม ฮุย (Him Huy)
ได้ให้การเผยฉากสลดฆ่านักโทษวันละ100




สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายฮิม ฮุย
อดีตหัวหน้าเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเรือนจำตุลเสล็ง
ให้การต่อศาลว่า นักโทษที่ถูกคุมขังที่เรือนจำตุลเสล็ง
เชื่อว่าพวกเขาจะได้รับอิสรภาพ เมื่อถูกนำตัวไปยังทุ่งสังหาร

แต่กลับกลายเป็นว่านักโทษถูกทุบตีด้วยเทียมเกวียนลากวัวทีละคนอย่างเหี้ยมโหด
ก่อนถูกเชือดคอจนเสียชีวิต
เขาและเจ้าหน้าที่ดูแลเรือนจำอีกหลายคนทำหน้าที่ดูแลรักษาความปลอดภัยให้มือสังหาร
ที่มีภารกิจต้องฆ่านักโทษถึงวันละมากกว่า 100 คน
โดยการประหารนักโทษจะมีในตอนกลางคืน
และนักโทษจะถูกมัดมือไพล่หลังและปิดตามิดชิด


อดีตนักโทษที่รอดชีวิตจากเรือนจำตวลเสล็ง
ขึ้นให้การในฐานะพยาน


มีผู้คนกว่า 16,000 คน ถูกทรมานและสังหารที่เรือนจำตุลสเล็ง
ซึ่งมีสหายดุช หรือนายคัง เค็ก เอียว เป็นหัวหน้า 

(ข้อมูลข่าวจาก 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2552, ภาพและข้อมูลจาก yahoo news)



กองกระดูกและกระโหลกมนุษย์บางส่วน
ในพิพิธภัณฑ์กลางกรุงพนมเปญ
คือ "พิพิธภัณฑ์ตวล ชเลง" หรือ Genocide Museum






อรุณสวัสดิ์นำเสนอภาพและเรื่องราวเหล่านี้
ด้วยเป็นประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้นใกล้บ้านเรานี้เอง
หวังจะให้เป็นอุธาหรณ์เตือนใจพวกเรา
ให้ช่วยกัน ระมัดระวัง แก้ปัญหาใดๆของส่วนรวม โดยสงบ
และปราศจากการเสียเลือดเนื้อ

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
kala275
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #18 เมื่อ: กรกฎาคม 22, 2009, 16:22:44 »


ไม่เข้าความใจคิดของผู้นำเหล่านี้เลย บางทีก็อยากรู้เหมือนกันว่าเขาคิดอะไร อะไรที่เป็นสาเหตุที่ต้องทำกันถึงขนาดนี้ ใครมีคำตอบช่วยอธิบายให้เข้าใจได้บ้าง
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,198



« ตอบ #19 เมื่อ: กรกฎาคม 22, 2009, 17:03:32 »


ไม่เข้าความใจคิดของผู้นำเหล่านี้เลย บางทีก็อยากรู้เหมือนกันว่าเขาคิดอะไร อะไรที่เป็นสาเหตุที่ต้องทำกันถึงขนาดนี้ ใครมีคำตอบช่วยอธิบายให้เข้าใจได้บ้าง


อาจจะเป็นด้วยเหตุผลนี้.....

"พล พต คลั่งลัทธิซ้ายสุดๆ เขาเชื่อว่าระบบสังคมนิยมจะนำกัมพูชา
สู่ความเจริญรุ่งเรืองเหมือนในอดีตได้ โดยประเทศควรจะอยู่อย่างสันโดษ
ไม่ต้องเพิ่งวิทยาการเทคโนโลยีใดๆ ขอให้มีข้าวกินก็อยู่ได้
เขาจึงกวาดล้างผู้ที่เป็นปฏิปักษ์ทางความคิด นักศึกษาปัญญาชน
แพทย์ วิศวกร นักปราชญ์ ศิลปิน

เล่ากันว่าคนใส่แว่นสายตาที่ดูเหมือนมีความรู้ เป็นภัยต่อความมั่นคง ปกครองยาก
จะถูกฆ่าอย่างไร้เหตุผล
เขาต้องการให้กัมพูชามีแต่ชนชั้นกรรมาชีพ"
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
kala275
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #20 เมื่อ: กรกฎาคม 22, 2009, 21:49:31 »


คนเราไม่ใช่ผักหรือผลไม้ที่เวลาเสียหรือไม่ได้ขนาดเราจะต้องคัดทิ้ง   คนเราเวลาทำผิดหรือทำไม่ถูก ก็สามารถแก้ไขเหรือปรับปรุงตัวได้ ทำคิดว่าการทำลายเป็นวิธีที่ดีกว่า
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,198



« ตอบ #21 เมื่อ: กรกฎาคม 22, 2009, 22:42:05 »



ใช่ค่ะคุณ kala275
.."คนเราไม่ใช่ผักหรือผลไม้ที่เวลาเสียหรือไม่ได้ขนาดเราจะต้องคัดทิ้ง "

โลกสร้างมนุษย์ สัตว์ พืช ให้มีหลากหลายเผ่าพันธ์
คละเคล้ากันไป เป็นการสร้างสมดุลย์ตามธรรมชาติ

การที่มีผู้นำซึ่งมีความคิดรุนแรงเหี้ยมโหดเช่นนี้
เชื่อว่า.. ส่วนหนึ่งน่าจะเป็นความผิดปกติทางจิตใจด้วย
อย่างเช่น การล้างชาติโดยนาซี  
อันเป็นเป็นชื่อเรียกโดยทั่วไปที่ใช้อธิบายถึง
การพันธุฆาตประชากรชาวยิวที่อาศัยอยู่ในยุโรปอย่างน้อยจำนวน 6 ล้านคน
ระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง ซึ่งเป็นแผนการทำลายล้างโดยเจตนาของนาซีเยอรมนี
ภายใต้การนำของอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ โดยใช้ชื่อรหัสว่า "การแก้ปัญหาชาวยิวครั้งสุดท้าย"


...





ภาพการคัดสรรชาวยิวในค่ายกักกันเอาชวิตช์
ระหว่างเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน 1944
กลุ่มหนึ่งจะถูกนำไปใช้เป็นแรงงาน
อีกกลุ่มหนึ่งจะส่งไปฆ่าโดยเข้าห้องรมด้วยแก๊ส


นอกจากนี้ก็ยังมีคนกลุ่มอื่นที่ไม่ใช่ยิว ถูกล้างเผ่าพันธุ์เช่นเดียวกัน
อันประกอบด้วย ชาวยิปซี ชาวโรมัน ชาวโซเวียต เชลยศึกชาวโซเวียต ชาวโปล ผู้พิการ
พวกรักร่วมเพศและคู่แข่งทางการเมืองและศาสนา

แต่ผู้รู้ส่วนใหญ่กล่าวถึงการล้างชาติโดยนาซีว่า
เป็นการพันธุฆาตชนชาติยิวเพียงอย่างเดียว
บางคนถูกนำตัวไปวิจัยหรือทำการทดลองทางการแพทย์
หรือการทดลองทางวิทยาศาสตร์ต่าง ๆ ตามแผนปฏิบัติการที่ 4
โดยจำนวนผู้เสียชีวิตทั้งหมดจากการล้างชาติโดยนาซีคาดว่าอยู่ระหว่าง 9-11 ล้านคน

(ข้อมูลจากวิกิพีเดีย)
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,198



« ตอบ #22 เมื่อ: กันยายน 15, 2009, 10:09:22 »




พิพิธภัณฑ์ “โตล สะเลง” ซึ่งเดิมเป็นโรงเรียนมัธยมในกรุงพนมเปญ
ได้ถูกแปรเปลี่ยนเป็นเรือนจำเอส-21 เมื่อปี พ.ศ. 2518
ว่ากันว่า มีผู้คนทั้งชาย หญิง เด็ก ราว 16,000 คน ผ่านเข้าสู่เรือนจำแห่งนี้

(ภาพจาก http://www.yale.edu/)


พิพิธภัณฑ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์มนุษย์ “โตล สะเลง” ของกัมพูชา
ซึ่งในอดีตเคยเป็นเรือนจำและศูนย์ทรมานนักโทษของกลุ่มเขมรแดงในทศวรรษที่ 1970
ได้รับการประกาศจากสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ให้เป็นหอจดหมายเหตุ
เก็บรักษาเอกสารสำคัญทางประวัติศาสตร์ของโลก
   
โดยรัฐบาลกัมพูชา และองค์การศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ
หรือยูเนสโก ได้เปิดประชุมกันเมื่อวันจันทร์ที่กรุงพนมเปญ
เพื่อตั้งคณะกรรมการแห่งชาติ ดูแลงานของพิพิธภัณฑ์โตลสะเลง
ในฐานะที่ได้รับมอบหมายหน้าที่ใหม่ให้เป็นสถานที่บันทึกความทรงจำของโลก

ทั้งนี้ เอกสารหรือบันทึกสำคัญของพิพิธภัณฑ์โตลสะเลง รวมถึงคำสารภาพ 4,186 หน้า
และประวัตินักโทษ 6,226 คน ตลอดจนภาพถ่าย 6,147 รูป และรายการอื่น ๆ


(ข่าวจาก เดลินิวส์ ที่ 15 กันยายน 2552)
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
kala275
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #23 เมื่อ: กันยายน 15, 2009, 19:54:41 »


นึกถึงขึ้นมาคราใดมันเศร้าใจมากทุกครั้ง อยากให้เก็บที่แห่งนี้ไว้เป็นอนุสรณ์เพื่อเตือนใจให้คนเราเลิกใช้ความรุนแรงต่อกัน เพราะดูแล้วมันน่าเศร้ามากกว่าและก็ไม่มีอะไรดีขึ้น
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,198



« ตอบ #24 เมื่อ: กรกฎาคม 26, 2010, 21:41:34 »


กระบวนการดำเนินการพิจารณาคดี "การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวเขมร"
โดยได้รับการสนับสนุน(กดดัน)จากสหประชาชาติ
หลังจากเวลาผ่านไปกว่า 30 ปี
นับตั้งแต่เริ่มยุคการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในกัมพูชาจนก้าวเข้าสู่ยุคใหม่
ที่มีรัฐบาลจากการเลือกตั้ง เหยื่อระบอบเขมรแดงที่ยังมีชีวิตอยู่
การไต่สวนหาผู้กระทำความผิด
หรือผู้ที่ต้องรับผิดชอบต่อการมีผู้เสียชีวิตกว่า 1 ล้านคน
จากช่วงเวลาเพียงสามปีเศษจากต้นปี 2518 ถึงต้นปี 2522



การเริ่มพิจารณาคดีเมื่อปี 2009
สหายดุช อ่านคำให้การสารภาพและขอลดหย่อนโทษ

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=YSk6U3Rn-uA" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=YSk6U3Rn-uA</a>



-  “เคียง เกก เอียฟ” หรือสหายดุช อดีตผู้คุมเรือนจำตวลสเลง

...

ในที่สุด เมื่อวันนี้ (26 กรกฏาคม 2553)
ศาลพิเศษคดีอาชญากรสงครามประเทศกัมพูชา
ซึ่งได้รับการสนับสนุนโดยสหประชาชาติ
ก็ได้ตัดสินคดี “เคียง เกก เอียฟ”
หรือสหายดุช อายุ 67 ปี อดีตผู้คุมเรือนจำตวลสเลง
ให้จำคุก 35 ปี แต่ลดหย่อนขังจริงแค่ 30 ปี
หลังผู้ต้องหาถูกจองจำมาแล้วก่อนหน้านี้
ความผิดฐานเกี่ยวข้องกับการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ยุคเขมรแดงเรืองอำนาจ
เป็นอาชญากรสงคราม ก่ออาชญากรรมต่อมวลมนุษยชาติ
รวมถึงทรมานและฆาตกรรมผู้คนโดยไตร่ตรองล่วงหน้า
เนื่องจากมีส่วนรู้เห็นและบงการสังหารเพื่อนร่วมชาติกว่า 15,000 คน
ซึ่งมีทั้งผู้ชาย ผู้หญิง และเด็กที่เรือนจำตวลสเลง
ในช่วงปลายคริสต์ทศวรรษหลังปี 1970.


ศาลพิเศษคดีอาชญากรสงครามประเทศกัมพูชา
อ่านคำพิพากษาตัดสินสหายดุช วันที่ 26 กค.2010

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=13TlRMUNGbg" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=13TlRMUNGbg</a>
 

...



ทั้งนี้ ดุช เป็น 1 ในอดีตผู้นำเขมรแดงคนแรก
จากทั้งหมด 5 คนที่เข้ารับการพิจารณา  

ส่วนอดีตผู้นำเขมรแดงอีก 4 รายคาดว่า
จะเข้ารับฟังการตัดสินไม่เกินช่วงต้นปี 2555


แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
    กระโดดไป:  



    SimplePortal 2.3.3 © 2008-2010, SimplePortal