ไม้ประดับ ดูดสารพิษ

(1/3) > >>

เสลา:
Tweet




โรคแพ้ตึก หรือโรคที่องค์การอนามัยโลกให้การยอมรับอย่างเป็นทางการว่า
เกิดจากสารพิษหลัก ชื่อว่า"สารฟอร์มัลดีไฮด์"
ซึ่งจะมีอยู่ในตัวตึกหรืออาคารที่สร้างใหม่
หรือบ้านที่ใช้เฟอร์นิเจอร์ ไม้อัด บอร์ด สี พลาสติค
รวมไปถึงสารพิษในเนื้อปูน
ซึ่งจะทำให้เกิดอาการอ่อนเพลีย ปวดศีรษะ เซื่องซึม ภูมิแพ้ หืด
ผื่นคันตามผิวหนังระคายเคืองตา คอ จมูก ไซนัส จนถึงอาการทางประสาทที่ผิดปกติ

ดร.บี ซี วูฟเวอร์ตัน (Dr. B.C. Wolverton) นักวิจัย
แห่งสถาบันวิจัยอวกาศนาซ่า สหรัฐอเมริกา ได้ทำการวิจัยมาเป็นเวลากว่า 25 ปี
จนค้นพบความสามารถ และประสิทธิภาพของไม้ประดับในการกำจัดสารพิษ
หรือมลภาวะในอากาศได้อย่างดีเยี่ยม และผลการวิจัยนี้ก็ได้เผยแพร่ออกไปทั่วโลก

ได้มีการวิจัยต่อเนื่องเพื่อหาวิธีช่วยลดและกำจัดสารพิษจากวัสดุในอาคารที่อยู่ดังกล่าว
อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด และประหยัด
ก็คือ การใช้ไม้ประดับที่มีคุณสมบัติในการดูดสารพิษ
ซึ่งขณะนี้มีจำนวนถึง 40 ชนิดด้วยกันคือ


1. ไอวี่
2. สิบสองปันนา
3. ไทรใบเล็ก
4. เข็มริมแดง
5. ปาล์มไผ่
6. ปาล์มใบไผ่
7. ไทรย้อยใบแหลม
8. ฟิโลเซลลอม
9. ฟิโลใบหัวใจ
10.ซุ้มกระต่าย
11.กล้วยไม้พันธุ์หวาย

12. ฟิโลหูช้าง


13. สโนว์ดรอป


14. กุหลาบหิน


15. คริสต์มาส


16. หางจระเข้


17. เสน่ห์จันทร์แดง


18. ดอกหน้าวัว


19. หมากเหลือง


20. จั๋ง


21. ออมทอง


22. ยางอินเดีย


23. โกสน


24. บอสตันเฟิร์น


25. เดหลี


26. วาสนาอธิษฐาน


27. พลูด่าง


28. สับปะรดสี


29. เบญจมาศ


30. เยอบีร่า


31. ประกายเงิน


32. มรกตแดง


33. สาวน้อยปะแป้ง


34. หนวดปลาหมึก


35. ลิ้นมังกร


36. สนฉัตร


37. แววมยุรา


38. เศรษฐีเรือนใน


39. เขียวหมื่นปี


40. กล้วยแคระ




 ข้อมูลและภาพจาก   
www.panmai.com, www.maipradabonline.com/

เสลา:
Tweet



ดร.บี ซี วูฟเวอร์ตัน ได้เขียนหนังสือ Eco-Friendly House Plant
หรือ ไม้ประดับที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยแนะนำไม้ดอกไม้ประดับ 50 ชนิด
ที่มีความสามารถในการดูดไอพิษจากอากาศ ไม่ว่าจะเป็นฟอร์มาดิไฮด์ แอมโมเนีย ไซลีน ทูลีน
รวมทั้งไอเสียที่เกิดจากมนุษย์ ซึ่งไม้ประดับส่วนใหญ่ที่ ดร.วูฟเวอร์ตันแนะนำนั้น
เป็นไม้ประดับที่เราคุ้นหน้าคุ้นตาเป็นอย่างดี เป็นไม้ประดับที่สวยงาม ดูแลรักษาง่าย
เป็นไม้ประดับที่นิยมปลูกกันโดยทั่วไป เพียงแต่เราไม่เคยได้ล่วงรู้ถึงคุณสมบัติ
ในการดูดสารพิษของไม้ประดับเหล่านี้มาก่อน
ที่ป้านำมาเสนอให้ชมนี้เป็นไม้ประดับที่เราคุ้นหน้าตากันเป็นส่วนใหญ่  40 ชนิด

nuttawut:
Tweet


   ขอขอบคุณคุณป้า  เสลา ครับ  ที่นำเรื่องนี้มาให้อ่านประดับความรู้   และน่าจะลงมือปลูกกันได้แล้วครับ

โกวเฮง:
Tweet


อ้างจาก: เสลา ที่ พฤศจิกายน 25, 2006, 12:03:24


ดร.บี ซี วูฟเวอร์ตัน ได้เขียนหนังสือ Eco-Friendly House Plant
หรือ ไม้ประดับที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยแนะนำไม้ดอกไม้ประดับ 50 ชนิด
ที่มีความสามารถในการดูดไอพิษจากอากาศ ไม่ว่าจะเป็นฟอร์มาดิไฮด์ แอมโมเนีย ไซลีน ทูลีน
รวมทั้งไอเสียที่เกิดจากมนุษย์ ซึ่งไม้ประดับส่วนใหญ่ที่ ดร.วูฟเวอร์ตันแนะนำนั้น
เป็นไม้ประดับที่เราคุ้นหน้าคุ้นตาเป็นอย่างดี เป็นไม้ประดับที่สวยงาม ดูแลรักษาง่าย
เป็นไม้ประดับที่นิยมปลูกกันโดยทั่วไป เพียงแต่เราไม่เคยได้ล่วงรู้ถึงคุณสมบัติ
ในการดูดสารพิษของไม้ประดับเหล่านี้มาก่อน
ที่ป้านำมาเสนอให้ชมนี้เป็นไม้ประดับที่เราคุ้นหน้าตากันเป็นส่วนใหญ่  40 ชนิด



ไอเสียที่เกิดจากมนุษย์ ใช่ตดอ๊ะเปล่าป้า
สงสัยเหลือหลาย  :D  :D  ;D  ;D  :D  :D

เสลา:
Tweet



ข้อความโดย: โกวเฮง
อ้างถึง

ไอเสียที่เกิดจากมนุษย์ ใช่ตดอ๊ะเปล่าป้า
สงสัยเหลือหลาย

มันน่าจะหมายถึงไอเสียที่เกิดขึ้นเนื่องจากมนุษย์ เช่น
ไปนำเฟอร์นิเจอร์ ไม้อัด บอร์ด สี พลาสติค เข้ามาใช้ในบ้าน

แต่ที่คุณโกวเฮงสงสัยนั่นมันก็อาจมีส่วนในแง่ทำลายชั้นโอโซน

ป้าอ่านจากที่ไหนจำไม่ได้แล้วว่า ตดหรือลมเสียที่ปล่อยออกมาจากวัว
สร้างมลภาวะในอากาศมาก
ในประเทศที่เลี้ยงวัวมากๆ อย่างออสเตรเลียนิวซีแลนด์นี่น่าจะมีปัญหาเรื่องนี้นะ  ;D


นี่ไงๆๆป้าเจอแล้ว!!!!!

จากคอลัมน์ โลกร้อน-ตดวัว ใกล้ตัวกว่าที่คิด
 
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 16 กุมภาพันธ์ 2548


"และกลุ่มคนที่กำลังจะถูกบังคับให้หันมาใส่ใจกับเรื่องมลภาวะเป็นรายต่อ
จากกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรมก็คือกลุ่มเกษตรกร
สำหรับชาวไร่ชาวนาในบางประเทศ พวกเขาเริ่มเรียนรู้คำใหม่ๆ เช่น "การจัดการปุ๋ยคอก"
 (manure management) หรือ "การหมักในลำไส้" (enteric fermentation)
ซึ่งหมายถึงกระบวนการที่ก๊าซมีเธนถูกผลิตในท้องของปศุสัตว์อย่างวัวและแพะ
และถูกปล่อยบุ๋งออกมายามที่พวกมันผายลม
       





บรรดาสัตว์ที่หน้าตาไม่รู้อิโหน่อิเหน่
ก็มีส่วนทำลายสิ่งแวดล้อมด้วยเช่นกัน
       ก๊าซเน่าจากสัตว์ในฟาร์มกลายเป็นก๊าซเรือนกระจกที่ส่งผลร้ายกว่าที่คิด
และเรื่องนี้ก็ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เพราะเมื่อหลายปีก่อนที่ออสเตรเลียก็มีการเสนอฉีดวัคซีนแกะ
และวัวหลายล้านตัว เพื่อลดปริมาณก๊าซมีเทนอันตรายที่พวกมันปล่อยออกมา
       
       ส่วนที่นิวซีแลนด์ ซึ่งก๊าซมีเทนเป็นปัญหาใหญ่ที่สุดในจำนวนก๊าซเรือนกระจกทั้งหมด
และเกือบครึ่งถูกปล่อยออกมาจากภาคเกษตรกรรมก็ได้พยายามหามาตรการต่างๆ
มาช่วยควบคุมการปล่อยก๊าซนี้ นำไปสู่การเสนอเก็บภาษีจากเกษตรกรเพื่อนำเงินมาค้นคว้า
วิจัยเกี่ยวกับการปล่อยก๊าซพิษจากภาคเกษตร จนทำให้เกิดการประท้วง “ภาษีตดวัว” เป็นการใหญ่
       
       ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงอาหารการกิน หรือการใช้ปุ๋ยอาจช่วยลดปริมาณก๊าซเน่าจากฟาร์มได้
นอกจากจะมากับการผายลมของสัตว์แล้ว มีเทนยังออกมาจากแหล่งอื่นด้วย เช่นในนาข้าว
ผักที่เน่าเสีย และเหมืองถ่านหิน ..."[/b]

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป

ฐานข้อมูลผิดพลาด

ลองอีกครั้ง ถ้าเกิดการผิดพลาดอีกครั้ง ให้แจ้งผู้ดูแลระบบด้วย

[0] ดัชนีบอร์ด