"รอยสัก (Tattoo) เป็นศิลปะของการเสริมความงามอย่างหนึ่ง ซึ่งมีมานับพันปี
ตั้งแต่สมัยกรีกโรมันอียิปต์ และจีนโบราณ และปัจจุบันก็ยังเป็นที่นิยมของคนทุกชนชาติ รอยสัก ตามศัพท์ภาษาอังกฤษเรียกว่า แทตทู หมายถึง การตีหรือการเคาะ
ซึ่งเกิดจากการสักด้วยเครื่องสัก หรืออาจใช้เข็มซึ่งมีด้ายร้อยเคลือบสีอยู่
แทงผ่านตามตำแหน่งที่ต้องสักลงไปที่ผิวหนัง เป็นต้น
การสักแบบบอร์เนียว ใช้เข็มจุ่มหมึกตอกไปบนเนื้อ
เป็นวิธีสักที่ให้ความละเอียดและความสวยงามของลายได้แบบวิจิตรบรรจง 
รอยสักแบบบอร์เนียว
การสักในปัจจุบันได้พัฒนาโดยใช้วัสดุปลายติดกับเครื่องไฟฟ้า
และสักสีลงไปในชั้นใต้ผิวหนัง
ผู้สักจะใช้วิธีจุ่มเข็มชุบสี สีที่ใช้เป็นพวกที่เข้ากลุ่มของโลหะซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายได้ จุดประสงค์ ของการสักผิวหนังมีหลายอย่าง
เช่นการบ่งบอก วัฒนะธรรมทางสังคม ความอยากเด่นอยากดัง
เชื่อว่าการสักร่างกายเป็นการป้องกันภัยได้อย่างหนึ่ง
ในปัจจุบันการสักร่างกายเกิดจากความพอใจต้องการให้มีเสน่ห์ดึงดูดเพศตรงข้าม
ตำแหน่งที่นิยมสักคือสะดือ สะโพก และอวัยวะเพศ
ภาพที่ใช้สักมักจะเป็นรูปปลา รูปมังกรดอกไม้และลวดลายศิลปต่าง ๆ
ซึ่งมีความหมาย สวยงาม สำหรับประโยชน์ทางการแพทย์ในการสัก ใช้ในการกลบโรครอยด่างขาว
การสักลงไปในช่องว่างระหว่างผมหลังการปลูกผมเพื่อให้ดูมีผมดกดำขึ้นหลังจากปลูกถ่ายผม
หรือการสักบริเวณขอบตาและหัวคิ้วเพื่อรักษาผู้ป่วยที่มีปัญหาขนร่วงบริเวณดังกล่าว เป็นต้นอันตรายจากการสักมักทำให้เกิดการติดเชื้อโรคชนิดต่างๆเช่น วัณโรค เชื้อไวรัส แบคทีเรีย
และปฏิกิริยาจากสีซึ่งสักลงไปปัจจุบันใช้สารที่นิยมใช้เป็นสีหลายชนิดมักเป็นโลหะหนัก
เช่น สารปรอท แร่เหล็ก แร่โคบอลด์ เป็นต้น สารเหล่านี้ทำให้เกิดปัญหาบางอย่าง
โดยเฉพาะสารสีแดงของโลหะจะพบได้บ่อยที่สุด การลบรอยสัก ทำได้2วิธี คือการผ่าตัดและการใช้กรดไนตริดหรือ กรดซัลฟูริกกำจัดรอยสักเหล่านี้
ออกจากผิวหนังได้หลังจากลบรอยสักแล้วผู้ป่วยต้องดูแลแผลตามคำแนะนำ ของแพทย์
ใช้เวลาประมาณ 7-10วัน ถ้าแผลไม่อักเสบไม่ว่าจะเป็น การสักหรือ ลบรอยสักก็ตาม
ขอให้อยู่ในความดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจริง ๆ
*****************
ปัจจุบันการสักดูจะเป็นที่ยอมรับในบ้านเรามากขึ้น เพราะไม่ได้จำกัดแค่การสักยันต์ตามความเชื่อ
แต่เป็นการสักเป็นลวดลายสวยงาม ใครจะรู้ว่าลวดลายของรอยสักก็สามารถแบ่งแยกแฟชั่นได้เช่นกัน
HIP-HOP ลายสักของชาว hip-hop ส่วนใหญ่จะเป็นลายสักที่มีสีสันเน้นไปในโทน
คล้ายคลึงกับงาน Graffiti ทั้งลวดลายที่เป็นตัวอักษรและรูปภาพ
PUNK ลายสักของกลุ่ม punk จะไม่เน้นสีสัน จะเป็นลวดลายสีดำเสียมากกว่า
ลายที่เป็นที่นิยมกันของชาว punk ก็จะเป็นลายประเภทดาว ลายที่เป็นแฉก
หรือหากจะเป็นตัวอักษรก็จะเป็นแนวอักษรโบราณหรือแบบตัวอักษรในคัมภีร์ประเภทนั้น
แต่การสักจะเป็นที่นิยมในกลุ่ม punk ที่ได้รับอิทธิพลมาจากฝั่งอังกฤษ
ถ้า punk ที่รับอิทธิพลมาจากทางญี่ปุ่นนั้นจะเน้นไปที่การแต่งตัวให้เป็นที่สะดุดตาเสียมากกว่า
HARDCORE แนว hardcore กับ punk จะใกล้เคียงกันโดยจะเน้นโทนสีดำเป็นหลัก
แต่การสักของ hardcore จะเป็นแนว realistic บางทีสักขึ้นมาบนใบหน้า
แต่ที่สำคัญนั้นคือกลุ่ม hardcore จะเน้นไปที่การเจาะ ตัดอวัยวะและการฝังเครื่องประดับ
ลงไปใต้ผิวหนัง ซึ่งแฟชั่นประเภทนี้ในสังคมไทยไม่เป็นที่ยอมรับทำให้แนว hardcore ในเครื่องแบบ
หาได้ยาก ส่วนใหญ่ก็จะเป็นเพียงแค่การฟังเพลงเท่านั้น
INDY สำหรับแนวอินดี้นั้นรอยสักไม่ได้มีรูปแบบที่ชัดเจน เพราะกลุ่มอินดี้นั้นเป็นกลุ่มที่แต่งตัว
ตามความชอบเป็นหลัก ดังนั้นจะขึ้นอยู่ที่ความชอบส่วนบุคคล จุดเด่นของกลุ่มนี้จะออกไปที่
การแต่งกายเสียมากกว่า
ในสมัยโบราณ ไอ้เสือเผ่น จะเป็นรอยสักบนแผ่นอกของชายอกสามศอกที่ใครๆ ก็ต่างบอกว่า
สัญลักษณ์นี้เหมาะนักเลงหัวไม้...ยันต์คาถา สัญลักษณ์บนเรือนร่างของชายไทยในอดีต
ผู้มีความเชื่อว่าจะมีโชค มีชัย คุ้มครองให้คุณแคล้วคลาดปลอดภัย... นี่อาจจะเป็นภาพเมื่อวันวาน
รอยอดีตที่สังคมไทยรู้จัก สัมผัสกับศิลปะบนผิวเนื้อ
...มาถึง พ.ศ. ใหม่ รอยสักไม่ใช่แค่ร่องรอยความเชื่อเพียงอย่างเดียว ศิลปะบนผิวหนังนี้ถูกดีไซน์ขึ้น
อย่างงดงาม เปรียบดั่งเทรนด์แฟชั่นของโลกสมัยใหม่
ยิ่งโลกของแฟชั่นถูกกำหนดขึ้น ถูกจุดกระแสขึ้น มีอิทธิพลจากคนดัง ทั้งดารา นักกีฬาชื่อดัง ศิลปินต่างๆ
และเมื่อเขาเหล่านี้หันมานิยมรอยสักเป็นหนึ่งในการแต่งกาย จึงไม่แปลกนักที่ศิลปะบนเรือนกาย
จะพรั่งพรูได้รับความนิยมอย่างล้นทะลัก
...เดวิด แบคแฮม นักเตะซูเปอร์สตาร์ดัง สัญลักษณ์ของผู้ชายที่หล่อที่สุดในโลก มีรอยสักเต็มตัว
นี่อาจจะเป็นตัวอย่างที่ดีและชัดที่สุดว่า รอยสักเป็นเทรนด์ของโลก
ยิ่งคนดังปรารถนาศิลปะบนเรือนร่างกาย แน่นอนต้องมีคนทั่วโลกหลายล้านคนที่อยากเลียนแบบแบคแฮม
แม้ปัจจุบันยังไม่มีการวิจัยธุรกิจการสัก แต่ประมาณการจาก สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ระบุว่า ประเมินจากจำนวนร้านสักที่มีอยู่ 400-500 แห่งทั่วประเทศ
ซึ่งมักจะตั้งอยู่ในจุดท่องเที่ยวสำคัญ เช่น กรุงเทพฯ ภูเก็ต พัทยา ฯลฯ
คาดว่าในช่วงปีสองปีที่ผ่านมา ธุรกิจการสักของไทยมีมูลค่าเงินสะพัดไม่ต่ำกว่า 400-500 บาทในแต่ละปี

ข้อมูลจาก : เว็บกองสุขศึกษา www.thaihed.com
Positioning Magazine : www.positioningmag.com 







