มองเขาแล้วกลับมาดูบ้านเรา
เศร้าใจ หดหูอย่างบอกไม่ถูก
บ้านเมืองของเราจะมีโอกาสหลุดพ้น
จากอำนาจและความเห็นแก่ตัวของผู้มีอำนาจบ้างไหมหนอ
เมื่อไหร่ เราจะรู้ตื่น รู้เบิกบาน ไม่หลงชื่นชมกับวัตถุ กับเศษเงินที่เขาหว่านโปรย
นั่นสินะหูกาง
บ่อยครั้งที่ไม่อยากอ่านข่าวไม่อยากอ่านกระทู้ในบอร์ดการเมือง
เพราะรู้สึกหดหู่ อัดอั้นกับหลายเรื่องราวที่ดูเหมือนจะมืดมนไปหมด
*********************
การเลือกตั้งในวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 1986 แม้ผลออกมาว่ามาร์คอสชนะ
แต่ก็มัวหมองขาดความน่าเชื่อถือ
ด้วยข่าวคราวกลโกงต่างๆ ทำให้เกิดการประท้วงฮือขึ้นมา
คู่ท้าชิงของมาร์กอสในขณะนั้นคือ คอราซอน อาคีโน ภรรยาหม้ายของเบนินโญ
โจมตีว่ามีการโกงการเลือกตั้งกันอย่างกว้างขวาง และเรียกร้องให้ประชาชน
ลุกขึ้นมากระทำการอารยะขัดขืน
ทหารบางส่วนในกองทัพที่เคยเป็นเครื่องมือในการกดขี่ข่มเหงประชาชนของมาร์กอส
เป็นอีกหนึ่งฟันเฟืองสำคัญที่โค่นล้มบัลลังก์ของผู้นำเผด็จการ
วันที่ 22 กุมภาพันธ์ หลังการเลือกตั้ง เพียง2สัปดาห์
ฮวน ปอนเซ เอนริเล และฟิเดล รามอส รัฐมนตรีกลาโหม และรองผู้บัญชาการทหารสูงสุดในขณะนั้น
แถลงเรียกร้องให้มาร์กอสลาออก
ตอนแรกพวกผู้นำฝ่ายค้านยังระแวงระไวว่าเกิดความแตกแยกระหว่างมาร์กอส
กับกลุ่มทหารซึ่งเคยสนับสนุนเขา จริงหรือไม่
มีคนหนึ่งแนะนำ อกาปิโต อาคีโนฅ(น้องชายของนายเบนิโญ อกิโน)
ซึ่งขณะนั้นเป็นสมาชิกวุฒิสภาว่า "ปล่อยพวกเขายิงกันเองเถอะ"
"แต่ผมบอกว่า 'ศัตรูของศัตรูของเราก็คือพันธมิตรของเรา'
ดังนั้น เราจึงต้องช่วยกลุ่มนี้ให้แยกตัวออกมาอย่างเด็ดขาด" อาคีโนเล่า
แผนการคือ เรียกร้องประชาชนไปชุมนุมกันหน้าห้างอิเซตัน
และเดินขบวนไปยังค่ายทหารสองแห่งที่เป็นศูนย์บัญชาการของนายทหารแตกแถว
เพื่อกดดันไม่ให้มาร์กอสและลิ่วล้อในกองทัพอีกส่วนปราบปรามทหารกบฎ
เพราะจะเป็นการโจมตีประชาชนไปด้วย
อาคีโนเล่าว่า เขาตรงไปหน้าห้างอิเซตันประมาณ 5 ทุ่ม และเห็นมีผู้มาชุมนุมแค่ 5 คน
"ตอนนั้นผมไม่รู้ว่า คนพวกนั้นเป็นม็อบจริงๆ หรือมาสอดแนม"
แต่ไม่นาน คนก็เริ่มทยอยกันมาจาก 5 เป็น 10 คน และถึงหลักร้อย
ราวเที่ยงคืน การเดินขบวนเริ่มต้นด้วยคนหลายพัน
"เรารู้สึกเข้มแข็งขึ้นมาอย่างง่ายดาย เพราะขณะที่ก้าวไปข้างหน้า
คุณรู้ว่ามีคนเป็นร้อยๆ สนับสนุนอยู่ข้างหลัง"
และแล้วคาร์ดินัล ไฮเม ซิน อาร์คบิช็อปแห่งมะนิลา ก็ออกแถลงการณ์ทางวิทยุ
เรียกร้องชาวฟิลิปปินส์ปกป้องกลุ่มทหารที่แยกตัวออกมาจากรัฐบาล
แม่ชีนิกายคาทอลิกตรงดิ่งไปที่ถนนใกล้ค่ายทหารทันที เพื่อตั้งเต็นท์ให้บริการอาหารแก่ผู้ชุมนุม

บาทหลวงและแม่ชีจำนวนหนึ่ง ยอมเสี่ยงชีวิตเป็นโล่มโนธรรมให้มวลชน
โดยจับมือกันเป็นแถวยาวนำหน้าขบวน ในมือถือลูกประคำ
ส่งเสียงร้องเพลงสวดอ้อนวอนพระเจ้าลั่นถนน
เคลื่อนฝูงชนเข้าปกป้องประชาชนและทหารฝ่ายปฏิวัติ
ซึ่งอยู่ในสภาพไร้ทางสู้อย่างเห็นได้ชัด
ประชาชนชายหญิงบางคนชูลูกประคำมือไม้สั่นด้วยความกลัว น้ำตาไหลพราก
เดินตามขบวนของแม่ชี รวมกันเป็นคลื่นมนุษย์
โถมเข้าขวางขบวนรถถังของทหารมาร์กอสที่เคลื่อนกำลังเข้าหาค่ายอกินานโดอย่างไม่คิดชีวิต
รุ่งเช้า คนนับหมื่นรวมตัวกันหน้าค่ายทหารทั้งสองแห่ง ฝูงชนขยายกลายเป็นแสน
หรือกระทั่งอาจถึงล้าน ระหว่างช่วงเวลา 4 วันของการชุมนุม


เย็นวันอาทิตย์ มาร์กอสส่งรถถังของหน่วยนาวิกโยธินเข้าไปข่มขู่ผู้ชุมนุม
ท่ามกลางข่าวลือว่า กองกำลังที่ยังภักดีต่อเขาอาจกวาดล้างผู้ประท้วง
แต่ประชาชนไม่ยอมถอยแม้สักก้าว ขณะที่ทหารก็ไม่ได้ลั่นกระสุนออกมา

นัสเซอร์ มาโรฮอมเซอิก ทนายความและสมาชิกกลุ่มมุสลิมใต้ดินที่ต่อต้านมาร์กอส
ชวนภรรยา ลูกชาย และเพื่อนบ้าน ไปร่วมชุมนุม เขาเล่าว่า
ผู้ชุมนุมส่วนใหญ่ไม่ใช่นักเคลื่อนไหว แต่เป็นราษฎรธรรมดา

"ชาวบ้านโกรธเกรี้ยวมาร์กอส ไม่ต้องเชิญชวนพวกเขาก็มา
เพราะรู้ว่าโอกาสแบบนี้ผ่านแล้วจะผ่านเลย"
วันที่ 25 กุมภาพันธ์ มาร์กอสสาบานตนเข้ารับตำแหน่งอีกสมัย
แต่ไม่กี่ชั่วโมงหลังจากนั้นก็เป็นที่รู้กันว่า อเมริกามหามิตรจะไม่แทรกแซงเพื่อค้ำจุนเขา
ผู้นำเผด็จการจึงตัดสินใจลงจากหลังเสือ โดยอาศัยเฮลิคอปเตอร์ทหารของสหรัฐฯ
พาครอบครัวไปลี้ภัยในฮาวาย
ขณะที่ฝูงชนถาโถมเข้าสู่ทำเนียบมาลากันยัง เพียงเพื่อจะตะลึงงันกับความหรูหราอลังการ
ที่ปรนเปรอชีวิตของผู้นำเผด็จการและลูกเมียที่ร่วมกันโกงกินบ้านเมือง
สองทศวรรษต่อมาหลังการสิ้นอำนาจของมาร์กอส
ฟิลิปปินส์ยังไม่อาจแก้ปัญหาทางเศรษฐกิจและสังคมได้เหมือนเดิมอีกเลย
จากประเทศที่เคยเจริญแบบตะวันตกอันดับหนึ่งของเอเชีย เคยนำหน้าไทยหลายสิบปี
ปัญหาการคอร์รัปชั่น การแตกร้าวลึกทางการเมือง
กลุ่มกบฏติดอาวุธ และช่องว่างกว้างใหญ่ไพศาลระหว่างคนรวยกับคนจน
ยังคงรุมเร้าฟิลิปปินส์ไม่เสื่อมคลาย...ข้อมูลจากบทวามบางส่วนเรื่อง พลังศาสนากับเผด็จการทางการเมือง
โดย เสรีภาพ ณ ชะเยือง
และ ASTVผู้จัดการออนไลน์ 25 กุมภาพันธ์ 2549
ภาพจาก
http://inwesnarat.com และ internet
***********************
ฟังเพลง
Dahil Sayo เพลงประจำชาติ ฟิลิปปินส์








