ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
มิถุนายน 20, 2013, 12:11:49
92,963 กระทู้ ใน 7,454 หัวข้อ โดย 8,964 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: tummadamon
::Arunsawat ::อรุณสวัสดิ์ ::  |  สบาย สบายสไตล์อรุณสวัสดิ์ : บุคคลทั่วไปกรุณาสมัครสมาชิกก่อนโพสท์  |  สโมสรอรุณสวัสดิ์  |  รวมเรื่องสั้น  |  ช้าเพียงนิดอาจสายไป 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้ « หน้าที่แล้ว ต่อไป »
หน้า: [1]
ผู้เขียน หัวข้อ: ช้าเพียงนิดอาจสายไป  (อ่าน 5142 ครั้ง)
น้าดี้
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 4,001



« เมื่อ: กันยายน 13, 2006, 17:34:04 »


ช้าเพียงนิดอาจสายไป
เด็กอนุบาล 11 คนกำลังจะถูกไฟคลอกตาย
และผู้ช่วยเหลือไม่มีทางเลือกอื่น

           โดย  Kevin Harter
           จาก  สรรสาระ
วย์น  บาร์เรต  หนุ่มใหญ่วัย 49  เปิดประตูเดินออกไปรอรับลูก  เมื่อได้ยินเสียง
รถนักเรียนวิ่งมาตามถนนเซาท์เคอร์ติสตอนประมาณ 11.00 น.  เขาและภรรยา
จัดเวลาทำงานให้เหลื่อมกันเพื่อที่คนหนึ่งจะได้อยู่บ้านคอยรับสเปนเซอร์
ลูกชายวัยห้าขวบ  เช้าวันที่ 6 มีนาคม 2539  รถบัสนักเรียนสีเหลืองมีเด็ก
อนุบาลเกือบเต็มคัน  วิ่งฝ่าลมหนาวจากโรงเรียนประถมซึงอยู่นอกเมือง
เมาต์เพลซันต์  มาจอดตรงทางเข้าบ้าน  สเปนเซอร์โบกมือลาเพื่อนก่อน
กระโดดลงสู่อ้อมแขนของพ่อ

"เดี๋ยวพ่อแวะไปเอาจดหมายก่อน"  บาร์เรตบอกลูกชาย  พร้อมกับรุนหลัง
ลูกเบา ๆ ให้เดินเข้าบ้าน  เขาเดินผ่านรถนักเรียน  แล้วข้ามถนนตรงไปยัง
ตู้จดหมาย

เบื้องหน้าเขาเป็นทุ่งขาวโพลนด้วยหิมะ  ห่างถนนไม่ไกลนักมีเสาไฟฟ้าทำ
ด้วยไม้ต้นเก่าสูง 15 เมตร  ส่วนฐานมีลวดตรึงเสาไว้  ขณะนี้หิมะสูงประมาณ
หัวเข่ากลบโคนเสาอยู่

รถนักเรียนถอยไปทางเสาไฟฟ้าเพื่อกลับรถ  ริชาร์ด ไชลด์  พนักงานขับรถ
สำรองวัย 65 หยุดรถและหยิบบัญชีรายชื่อขึ้นมาดูว่าจะส่งเด็กคนไหนต่อไป
"คอรี เคนนี  อยู่บนรถหรือเปล่า"  เขาถาม
"อยู่ครับ"  บรรดาผู้โดยสารตัวน้อยประสานเสียงตอบให้แทนเด็กชายจมูก
ตกกระซึ่งนั่งอยู่ตรงที่นั่งฝั่งขวาแถวหลังสุด  เมแกน มาร์ติเนซนั่งอยู่ฝั่งซ้าย
ห่างจากไชลด์ไปสองสามแถว  ถัดจากเมแกนไปสองที่นั่งเป็นเดนนิส เจมส์
เซกสตัน  ซึ่งทุกคนเรียกสั้น ๆ ว่า "ดีเจ"  นิกกีน้องสาวฝาแฝดของดีเจนั่ง
อยู่แถวเดียวกันทางฝั่งขวา  ขณะนี้รถนักเรียนมีเด็กทั้งหมด 11 คน

ทันทีที่รถเคลื่อนตัวอีกครั้ง  บาร์เรตได้ยินเสียงเสาไฟฟ้าไม้หักดังสนั่น  เมื่อเงย
หน้าขึ้นดูก็เห็นกันชนรถทิ้งน้ำหนักอยู่บนลวดตรึงเสา  จากนั้นเสาไฟฟ้าก็ล้มฟาด
หลังคารถ  สายไฟเส้นหนึ่งห้อยลงมาข้างรถแต่ไม่สำแดงพิษสงอะไร  ส่วนอีก
เส้นเกี่ยวอยู่กับช่องทางออกฉุกเฉินบนหลังคารถ  และเป็นสายไฟฟ้าแรงสูง
ขนาด 46,00 โวลต์
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

>>>ทุกยามเช้ามีแสงสว่าง<<<
น้าดี้
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 4,001



« ตอบ #1 เมื่อ: กันยายน 13, 2006, 21:02:15 »



แต่ในรถไม่ได้ยินเสียงเสาไฟฟ้าหักแม้แต่น้อย  เนื่องจากเสียงเด็กคุยกัน  เสียงวิทยุ
และเสียงพัดลมเครื่องทำความร้อนดังกลบหมด  ไชลด์ขยับเท้าเหยียบคันเร่ง

“หยุด”  บาร์เรตตะโกนลั่นพรัอมกับโบกมือเพื่อเตือนไชลด์
“มีสายไฟพาดรถอยู่  อย่าลงจากรถนะ  ผมจะรีบโทรฯ แจ้งเหตุฉุกเฉิน”

ไชลด์คว้าวิทยุสื่อสารขึ้นมารายงานให้ผู้บริหารโรงเรียนทราบเรื่อง  จากนั้นหันไป
ปลอบเด็ก ๆ บนรถ  “เราต้องหยุดรถสักประเดี๋ยว  แต่ไม่ต้องห่วง  ลุงไม่ยอมให้
เกิดอะไรขึ้นกับพวกหนูหรอก”

บาร์เรตรีบวิ่งไปที่บ้าน  สมองพยายามรื้อฟื้นความรู้เก่า ๆ สมัยเป็นเจ้าหน้าที่ดับเพลิง
เมื่อหลายปีก่อน  เด็ก ๆ จะไม่เป็นอันตรายเลยหากนั่งอยู่กับที่และไม่ถูกตัวถังรถขณะ
ที่ตัวแตะดินหรือถูกเพื่อนที่แตะดิน  แต่เด็กคนไหนที่ก้าวลงจากรถจะเสี่ยงต่อการถูก
ไฟช็อตตาย

พอถึงบ้าน  บาร์เรตตรงดิ่งไปโทรฯ แจ้งเหตุฉุกเฉิน  พร้อมกับบอกที่อยู่บ้านของเขา
และแจ้งเรื่อง  "รถโรงเรียนถอยไปชนเสาไฟฟ้าหัก  ช่วยโทรฯ แจ้งบริษัทไฟฟ้าและ
ส่งคนมาช่วยด่วนด้วยครับ”  หลังสั่งให้ลูกชายอยู่แต่ในบ้าน  เขาวิ่งกลับไปที่รถบัส
อีกครั้ง  ขณะนี้ยางล้อหลังไหม้ควันคลุ้ง  ประกายไฟแลบแปลบปลาบอยู่ตลอดเวลา
บนหลังคารถ  ทั้งหมดเป็นผลมาจากการนำไฟฟ้าผ่านทางเพลาหลังของรถ

หน้าของเด็กในรถที่แนบติดกระจกหน้าต่างบ่งบอกถึงความกลัว  ออสติน ฟิชเชอร์
เพื่อนสนิทของเมแกนซึ่งนั่งติดกันเริ่มสะอึกสะอื้นและพูดว่า  “ฉันกลัว”  บาร์เรตรีบ
อธิบายสถานการณ์ให้ไชลด์ฟัง  และสรุปว่าทุกคนจะปลอดภัยถ้าไม่แตะต้องตัวถังรถ
และพื้นดินพร้อม ๆ กัน

ระหว่างที่ทั้งสองคนปรึกษากัน  ไชลด์สังเกตเห็นควันกระจายตัวออกทางช่องอากาศ
และแทรกตัวผ่านพื้นรถขึ้นมา  สายไฟและฉนวนต่าง ๆ กำลังระอุไหม้  ขณะเดียวกัน
กระแสไฟฟ้าแรงสูงที่วิ่งผ่านตัวรถเริ่มส่งเสียงดังน่ากลัวทั่วบริเวณ

ไชลด์นึกวิธีหนึ่งขึ้นได้  เขาพยายามขยับรถให้หลุดจากสายไฟ  โดยค่อย ๆ เหยียบ
คันเร่งเลื่อนรถไปข้างหน้า  ทันใดนั้น  เขาได้ยินเสียงแหลมของโลหะเสียดสีกัน
และรู้สึกเหมือนมีพลังมหาศาลมาฉุดรั้งรถเอาไว้  ปรากฏว่าสายไฟเกี่ยวฝาปิดช่อง
ทางออกฉุกเฉินบนหลังคารถไว้แน่นจนขยับไม่ได้

ไชลด์ล้มเลิกความพยายาม  เพราะรู้ว่าเสี่ยงต่อการทำให้สายไฟฟ้าขาดและลากเสา
ต้นอื่น ๆ ลงมาทับรถด้วย  เขาบอกตัวเองว่าอยู่เฉย ๆ ก่อนดีกว่า

บาร์เรตสังเกตเห็นเปลวไฟค่อย ๆ ลามจากยางล้อหลัง  จึงรีบวิ่งกลับบ้านเพื่อโทรฯ
แจ้งเหตุฉุกเฉินอีกครั้ง  และทราบว่าเจ้าหน้าที่ดับเพลิงกำลังเดินทางมา  แต่ในพื้นที่
ชนบทอย่างนี้ เขาไม่แน่ใจว่าจะใช้เวลานานเท่าใดกว่าจะตัดไฟได้

บาร์เรตวิ่งกลับออกมาข้างนอก  และยืนห่างจากรถไม่ถึงสองเมตร  เขารู้ว่าไชลด์มอง
ไม่เห็นลวดตรึงเสาที่ฝังอยู่ใต้กองหิมะ  และนึกในใจว่าอุบัติเหตุเช่นนี้เกิดขึ้นได้ทุก
เวลา  เพียงแต่รอว่าเมื่อไรเท่านั้น

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

>>>ทุกยามเช้ามีแสงสว่าง<<<
น้าดี้
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 4,001



« ตอบ #2 เมื่อ: กันยายน 13, 2006, 21:13:10 »


ด็ก ๆ เห็นควันพุ่งขึ้นมาจากหลังรถแล้ว  บางคนรู้สึกว่าโครงที่นั่งเริ่ม
ร้อนขึ้นเรื่อย ๆ  เมแกนบีบตุ๊กตานกของเธอชื่อเจ้าฟลินต์  แล้วหันไป
มองออสตินซึ่งน้ำตาไหลอาบแก้ม  พลางจับมือปลอบเพื่อนสนิท

"ฉันกลัว"  ออสตินพูดตะกุกตะกัก
"ไม่เป็นไรหรอก"  เมแกนตอบและพูดย้ำสิ่งที่ไชลด์บอกในตอนแรก
"พ่อของสเปนเซอร์ก็มาช่วยเราด้วย"  จากนั้นเด็กหญิงทั้งสองคน
เริ่มไอสำลักควัน

กระแสไฟฟ้าวิ่งผ่านตัวรถนานประมาณสิบนาทีแล้ว  ไฟเริ่มโหมลุกจาก
ยางล้อ  ขณะที่เสียงกระแสไฟวิ่งดังรุนแรงยิ่งขึ้น

ไชลด์นึกถึงตำแหน่งของถังน้ำมันรถ  โชคดีที่อยู่ด้านหน้า  น้ำมันดีเซล
มีอุณหภูมิจุดระเบิดสูง  เขารู้ว่าถังน้ำมันจะไม่ติดไฟในเวลาอันใกล้
ทว่าตอนนี้ภายในรถควันเริ่มหนาขึ้นและเด็ก ๆ ไอสำลักกันมาก  เขาบอก
ตัวเองว่าถึงเวลาที่ต้องลงมือทำอะไรสักอย่าง

ไชลด์เปิดประตูรถ  "เราต้องลำเลียงเด็กออกจากรถ"  เขาตะโกนบอก
บาร์เรต
"ลงมือเลย"  บาร์เรตตะเบ็งตอบ  ทั้งสองสบตาและคิดตรงกันว่า  กลัวเด็ก
จะตายในชั่วไม่กี่อึดใจข้างหน้าเพราะสูดควันเข้าปอด  เหลือทางเลือกเดียว
แต่ก็มีความเสี่ยงสูงมากเช่นกัน  ไชลด์จะอุ้มเด็กทีละคนโยนออกมาทาง
ประตูขึ้นลงแคบ ๆ ของรถและให้บาร์เรตคอยรับข้างล่าง
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

>>>ทุกยามเช้ามีแสงสว่าง<<<
เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 19,825



« ตอบ #3 เมื่อ: กันยายน 13, 2006, 21:25:04 »



ช่วยลุ้น ขอให้เด็กๆ ปลอดภัย  :-[
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

น้าดี้
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 4,001



« ตอบ #4 เมื่อ: กันยายน 13, 2006, 21:32:55 »



"หนู ๆ ลุกขึ้น"  ไชลด์บอกเด็กอนุบาล  "ทิ้งของทุกอย่างไว้ในรถ  แล้วยืน
เข้าแถวเรียงหนึ่งข้างหลังลุงนะ"  เขากำชับทุกคนว่าอย่าแตะโดนตัวถังรถ
เด็ก ๆ จะต้องหันหน้าออก  เก็บมือทั้งสองข้างแนบตัว  และทำตัวลีบขณะ
ลอยออกไปเพื่อไม่ให้โดนขอบประตู  ถ้าเด็กล้มลงบนพื้นแล้วเอื้อมมือไปจับ
ประตูหรือเพื่อน ๆ บนรถ  ก็จะถูกไฟดูดทันที

ไชลด์ตั้งใจจะอุ้มเด็กโยนให้พ้นประตูหน้าออกไปสักเมตรครึ่ง  ซึ่งค่อนข้าง
ลำบากเพราะบริเวณช่องทางขึ้นลงรถมีพื้นที่จำกัด  "ทุกคนจะปลอดภัย"
ไชลด์ให้สัญญา  บาร์เรตจะคอยรับเด็กที่ไชลด์อุ้มโยนลงมาโดยเร็ว

คอรีซึ่งยืนใกล้ไชลด์ที่สุดจะออกไปเป็นคนแรก  พนักงานขับรถเจ้าของความ
สูงกว่า 180 เซนติเมตรและน้ำหนักราว 85 กิโลกรัม สอดสองมือจับใต้รักแร้
ของเด็กน้อยน้ำหนัก 20 กิโลกรัม  ไชลด์พึมพำเหมือนคอยกำกับตัวเองว่า
"จับใต้แขนให้มั่น  แล้วโยนออกไปสุดแรงเกิด"

ไชลด์โยนคอรีออกไปเต็มแรง  หนูน้อยแตะพื้นห่างจากรถประมาณเมตรครึ่ง
ก่อนจะกลิ้งต่อไปอีกเล็กน้อย  บาร์เรตปราดเข้าไปคว้าตัวคอรีดึงขึ้น  จากนั้น
รุนหลังเบา ๆ ไปทางระเบียงบ้าน  แล้วพูดว่า  "วิ่งเข้าบ้านไปเร็ว"

คนต่อมาเป็นออสติน  ตาสีฟ้าของเด็กน้อยฉายแววตื่นตระหนกขวัญหนี
ไชลด์ยกตัวแกขึ้นแล้วเหวี่ยงออกไปนอกประตู

เมแกนเฝ้ามองเพื่อนรักลอยไปตกบนหิมะ  แล้วบาร์เรตก็วิ่งเข้าไปดึงให้ลุกขึ้น
เด็กน้อยพยายามยัดนกฟลินต์ลงเป้หลัง  แต่ปรากฏว่าซิปเป้แตก  เจ้าฟลินต์
คอยจะหล่นลงพื้นอยู่เรื่อย

ไชลด์จับตัวเมแกนแน่น  ร่างของเด็กน้อยปลิวไปตกบนหิมะตามคาด  แต่เจ้า
ฟลินต์ของเธอหล่นอยู่ไม่ไกลจากประตูรถ  บาร์เรตวิ่งเข้าไปคว้าตัวขณะที่
เมแกนก้าวเท้าจะไปเก็บเจ้าฟลินต์

"อย่า"  ไชลด์ตะโกนลั่นขณะที่บาร์เรตคว้าตัวเมแกนไว้ได้พอดี  "ลุงจะเก็บให้
ทีหลัง"  บาร์เรตให้สัญญาเด็กน้อย  "ตอนนี้ไปอยู่ที่ระเบียงหน้าบ้านก่อนนะ"
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

>>>ทุกยามเช้ามีแสงสว่าง<<<
น้าดี้
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 4,001



« ตอบ #5 เมื่อ: กันยายน 13, 2006, 21:47:12 »



ขณะที่ไชลด์หันไปหาเด็กคนต่อไป  นิกกี  เซกสตันพยายามแทรกตัวผ่านเขาไป
ที่ประตูเพื่อเก็บนกฟลินต์ให้เพื่อน  "อย่า"  เด็กที่เหลือในรถร้องห้ามเป็นเสียงเดียว

ไชลด์คว้านิกกีขึ้นมาโดยไม่รอช้า  แล้วเหวี่ยงเธอตามเพื่อนออกไป  เพื่อนของเธอ
อีกสามคนลอยตามไปติด ๆ  ขณะนี้เหลือเด็กสี่คน

เสียงไซเรนดังแหวกอากาศหนาวมาทางทิศเหนือ  รถตำรวจรัฐมิชิแกนควบตะบึง
แข่งกับเวลามาด้วยความเร็วสูง  ขณะที่ขบวนรถดับเพลิงวิ่งเข้ามาจอดตรงสถานที่
เกิดเหตุจากทางทิศใต้  พวกเขาแลเห็นเปลวเพลิงและควันไฟดำโขมง  รวมทั้ง
เสียงไฟฟ้าช็อตหลังคารถเป็นประกายสีฟ้าขาวแปลบปลาบตลอดเวลา

ดีเจเป็นเด็กคนต่อไปที่ไชลด์จะจับโยนออกมา  แต่หนูน้อยตั้งท่าเหมือนจะออกวิ่งแข่ง
จากนั้นพุ่งตัวไปรอที่ประตู  "ผมโดดออกไปเองได้นะครับ"  เขาบอก

ไชลด์นึกชมความเก่งกล้าของดีเจ  "เอาไว้คราวหน้าก็แล้วกัน"  เขาสอดมือเข้าใต้
รักแร้ดีเจแล้วเหวี่ยงออกไปเป็นคนที่แปด

จากนั้นเป็นคนที่เก้าและสิบ  เด็กคนสุดท้ายคือเคย์ลา เคนนี  เด็กผูกเปียลูกพี่ลูกน้อง
ของคอรี  ไชลด์อุ้มเธอโยนไปตกบนหิมะ  และดูท่าทางว่าเด็กทุกคนปลอดภัยแล้ว

ไชลด์เดินตรวจให้แน่ใจว่าไม่มีเด็กหลงเหลืออยู่บนรถอีก  เขาร้องเรียกเด็กท่ามกลาง
ควันยางไหม้หนารอบตัว  และใช้มือควานไปตามพื้นรถที่ร้อนระอุ  พบแต่หนังสือกับ
ของเล่น

เขาเดินกลับไปที่ประตู  ปักหลักมั่นบนบันไดขั้นแรกของทางขึ้นลง  แล้วถีบตัวสุดแรง
จนลอยไปตกบนเนินหิมะใกล้ ๆ บาร์เรต  เจ้าหน้าที่บริษัทไฟฟ้าตัดไฟหลังจากนั้น
อีกหลายนาที  เพลิงที่ลุกโหมดับลงโดยไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

>>>ทุกยามเช้ามีแสงสว่าง<<<
น้าดี้
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 4,001



« ตอบ #6 เมื่อ: กันยายน 13, 2006, 22:07:42 »


               
รอดตายหวุดหวิด – เด็กอนุบาลที่รอดจากการถูกไฟคลอกในรถกับเวย์น บาร์เรตและริชาร์ด ไชลด์
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

>>>ทุกยามเช้ามีแสงสว่าง<<<
น้าดี้
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 4,001



« ตอบ #7 เมื่อ: กันยายน 13, 2006, 22:10:53 »



สามอาทิตย์ต่อมา  บริษัทไฟฟ้ามอบรางวัลให้ริชาร์ด ไชลด์ และเวย์น บาร์เรต ในฐานะ
ผู้ช่วยชีวิตเด็กอนุบาล 11 คน

บาร์เรตยังได้รับรางวัลอีกรูปแบบหลังจากนั้นไม่กี่เดือน  ขณะนั่งรับประทานอาหาร
ที่ภัตตาคารแห่งหนึ่งในเมือง  เขาได้ยินเสียงพูดดังเกือบทั่วร้านว่า  “นั่นไง  คุณลุงคนนั้น
ช่วยชีวิตหนู”  เจ้าของเสียงแหลมใสคือเมแกน มาร์ติเนซ  เธอบอกพ่อกับแม่พร้อมชี้มือ
และส่งยิ้มกว้างให้บาร์เรต



ปฏิบัติการเสี่ยงร่วมกัน -- เวย์น บาร์เรต (ขวา) และริชาร์ด ไชลด์
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

>>>ทุกยามเช้ามีแสงสว่าง<<<
เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 19,825



« ตอบ #8 เมื่อ: กันยายน 13, 2006, 22:27:29 »






ขอปรบมือให้กับ ริชาร์ด ไชลด์ และเวย์น บาร์เรต  ในฐานะผู้ช่วยชีวิตเด็กอนุบาล 11 คน

และ คุณ Thai Lady ที่นำเรื่องราวดีๆมาให้ชาวอรุณสวัสดิ์ได้อ่านลอดมา
dance
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

หน้า: [1]
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
    กระโดดไป: