ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
พฤษภาคม 25, 2013, 06:41:03
92,774 กระทู้ ใน 7,436 หัวข้อ โดย 8,935 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: somsakjew
::Arunsawat ::อรุณสวัสดิ์ ::  |  สบาย สบายสไตล์อรุณสวัสดิ์ : บุคคลทั่วไปกรุณาสมัครสมาชิกก่อนโพสท์  |  สโมสรอรุณสวัสดิ์  |  เด็กบางกลุ่มในโลกใบนี้..ใช้ความพยายามไปโรงเรียนกันอย่างไร... 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้ « หน้าที่แล้ว ต่อไป »
หน้า: [1]
ผู้เขียน หัวข้อ: เด็กบางกลุ่มในโลกใบนี้..ใช้ความพยายามไปโรงเรียนกันอย่างไร...  (อ่าน 2065 ครั้ง)
เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 19,801



« เมื่อ: กันยายน 25, 2011, 10:39:49 »


เด็กบางกลุ่มพยายามไปโรงเรียน...

การศึกษาเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้เด็กๆได้โตขึ้นอย่างมีวิชาความรู้
สามารถนำไปประกอบอาชีพสร้างตัว สร้างครอบครัว
สร้างประเทศหรือแม้กระทั่งสร้างโลกได้

ในหลายท้องที่บนโลกใบนี้ เด็กๆต้องใช้ความพยายามอย่างยิ่งยวด
เพื่อจะพาตัวเองไปโรงเรียนเพื่อเรียนหนังสือ
ข้อมูลและภาพที่ตั้งใจหามานำเสนอต่อไปนี้ ...
หวังอย่างยิ่งว่าจะเป็นอุทาหรณ์แก่เยาวชนไทย
ที่มีโอกาสได้ไปเรียนหนังสืออย่างสะดวกสบาย
จะไปเรียนหนังสือด้วยความตั้งใจ ไม่แว่บ ไม่โดดเรียน
นัดกันยกพวกไปตีกัน
หรือเอาเวลาเรียนไปทำอย่างอื่นที่ไร้สาระ
เพราะเวลาในช่วงที่เรามีโอกาสศึกษาหาความรู้นั้น มีค่ายิ่งกว่าสิ่งอื่นใด

ลองมาดูกันว่า เด็กๆ บางกลุ่มไปโรงเรียนกันยากลำบากอย่างไรบ้าง




 

ว่ายน้ำไปโรงเรียน ไป-กลับ (วันละ 2 รอบ)

เด็กๆเวียตนาม ที่หมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่งในเขตคอมมูนที่ห่างไกล
ของ อ.มีงหวา (Minh Hóa) จ.กว๋างบี่ง (Quảng Bình)
มีอยู่เพียงประมาณ 20 ครัวเรือนรวมประชากร 106 คน มีเด็กๆ 14 คนที่ไปเรียนชั้นประถม
โรงเรียนตั้งอยู่อีกหมู่บ้านหนึ่ง
      
       ทั้งหมดเริ่มว่ายน้ำไปโรงเรียนตั้งแต่ฤดูหนาวปีที่แล้ว
หลังจากเรือข้ามฟากที่มีอยู่เพียงลำเดียวถูกน้ำพัดพาหายไปในฤดูน้ำหลากก่อนหน้านั้น

    
       เด็กๆ กลุ่มนี้ต้องว่ายน้ำกันทุกเช้าและเย็นทุกวัน ไม่ว่าฝนจะตกแดดจะออก ฟ้าสลัว
เมฆครึ้มหรือหมอกลงจัด ไม่ว่าจะเป็นฤดูไหนๆ ในรอบปีที่ผ่านมา
 ยกเว้นเพียงฤดูน้ำหลากที่โรงเรียนจะหยุดการเรียนการสอน 1 เดือนประจำทุกปี
      
       เด็กจะใช้ถุงพลาสติกห่อชุดนักเรียน โดยสวมอีกชุดหนึ่งลงน้ำ
บ้างก็เพียงแต่ชูเสื้อผ้าชุดเก่งเหนือศีรษะ แล้วเปลี่ยนเครื่องแต่งกายอีกครั้งเมื่อถึงอีกฝั่ง
แต่ก็มีอยู่บ่อยๆ ที่ต้องนั่งเรียนเปียกๆ กันอีกหลายชั่วโมง เพราะเสื้อผ้าเปียกน้ำทั้งหมด
      
       สำหรับเด็กๆ ผู้ชายจะใช้เวลาไม่กี่นาที แต่ลำบากหน่อยสำหรับเด็กหญิง
ด.ช.โห่ซแว็ง (Ho Danh) ซึ่งเรียนชั้น ป.4 บอกกับเวียดนามเอ็กซ์เพรส ว่า ทุกคนกลัวกันทั้งนั้น
แต่ก็ต้องกล้าเพราะอยากไปโรงเรียนกัน “ว่ายน้ำตอนหน้าหนาว มันหนาวจริงๆ ครับ”

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=cE5w3tigRFg" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=cE5w3tigRFg</a>

      
       นายโห่ญุง (Ho Nhung) ผู้ใหญ่บ้านวัย 79 ปี แห่งหมู่บ้านออนตื๋อ (On T&uacute;)
ซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงเรียนกล่าวว่า ทุกคนที่นั่นอยากจะได้สะพานข้ามแม่น้ำมานาน แต่ทั้งหมดก็ยังเป็นความฝัน
      
       อย่างไรก็ตาม วันที่ 17 ก.ย.ที่ผ่านมา หลังข่าวนี้แพร่สะพัดออกไปเพียง 2 วัน
คณะกรรมการประชาชนคอมมูนท้องถิ่นได้จัดเรือข้ามฟากพร้อมชูชีพให้เด็กๆ กลุ่มนี้ไว้ข้ามแม่น้ำไปเรียนเป็นการชั่วคราว
      
       นายดีงกวี๋เญิน (Đinh Qu&yacute; Nh&acirc;n) ประธานกรรมการประชาชนคอมมูนมีงหว่า กล่าวว่า
ทางการได้แต่เรียกร้องให้ผู้ปกครองพาลูกหลานเหล่านี้ไปโรงเรียน โดยจะจัดเรือกับชูชีพให้
แต่การสร้างสะพานเป็นเรื่องที่อยู่ไกลเกินเกินจะไขว่คว้า เนื่องจากงบประมาณในท้องถิ่นมีไม่พอ
      
       ส่วนทางอีกฝั่งหนึ่งของแม่น้ำ นายดีงซวนเตี๋ยน (Đinh Xuan Tiến)
ประธานกรรมการประชาชนคอมมูนจ่องหวา (Trọng H&oacute;a)
กล่าวกับหนังสือพิมพ์เตื่อยแจ๋ว่า ทางการไม่อยากจะอพยพผู้คนออกไปเขตนี้เพื่อสร้างสะพาน
เนื่องจากเป็นเขตป่าชุมชน และ ต้องการให้ราษฎรเหล่านี้ช่วยรักษาป่าไม้



ข้อมูลจาก
ASTVผู้จัดการออนไลน์   23 กันยายน 2554
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 19,801



« ตอบ #1 เมื่อ: กันยายน 25, 2011, 11:02:48 »


เด็กหญิง อายุ 9 ขวบชาวโคลัมเบียคนนี้อาศัยลวดสลิงรูดตัวข้าม แม่น้ำริโอ เนโกร (Rio Negro)
เพื่อไปโรงเรียนเนื่องจากเธออาศัยอยู่ในหมู่บ้านเล็กใกล้กับ Bogota do ในประเทศโคลัมเบีย
ซึ่งคนในหมู่บ้านต้องใช้วิธีเดียวกันนี้ในการเดินทางไปยังหมู่บ้านอื่น








ข้อมูลและภาพจาก http://www.aooch.com/activities/bizarre-how-to-reach-school
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 19,801



« ตอบ #2 เมื่อ: กันยายน 25, 2011, 11:17:04 »


เด็กๆที่อินเดีย




การเดินไปโรงเรียนเป็นเรื่องปกติธรรมดา



แม้โรงเรียนจะไกลแสนไกล บางครั้งก็มีรถให้อาศัยฟรี



เด็กบางคน กับการได้ไปโรงเรียน ก็ยังเป็นแค่ความฝัน (เพราะต้องทำงานก่อน)



หรือเด็กบางคน..การไปโรงเรียน..
คือการถือกระเป๋าหนังสือและถุงอาหารกลางวันตามหลังเด็กอื่น (ลูกของนายจ้าง)

ภาพและข้อมูลจาก http://indianhomemaker.wordpress.com/2009/11/29/so-how-did-you-go-to-school/
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 19,801



« ตอบ #3 เมื่อ: กันยายน 25, 2011, 13:33:52 »


เด็กจีนที่อยู่ในหมู่บ้านบนภูเขาไปโรงเรียน

บ้างก็มีผู้ปกครองมาส่งมีรถเก๋ง..เอ๊ย..ลาหรือฬ่อ ให้ขี่




ส่วนใหญ่ก็เดินตามๆกันมา




ห้ามเดินเหม่อลอยหรือผลักกันเล่นระหว่างเดินทาง..อาจตกเขาถึงแก่ชีวิต







ภาพและข้อมูลจาก
http://blog.asiantown.net/-/1278/how-chinese-students-go-to-school-on-the-moutain.aspx
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

bevayou
Newbie
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1


เว็บไซต์
« ตอบ #4 เมื่อ: กันยายน 25, 2011, 18:47:27 »


ผมเป็นอีก 1 คนที่อยากเรียนแต่ไม่มีโอกาส    แต่ถึงอย่างไรการเรียนก็ไม่ได้อยู่แต่ในห้องเรียนเสมอไปครับ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
bobo
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,322



« ตอบ #5 เมื่อ: กันยายน 25, 2011, 22:25:43 »


เห็นในสารคดี เขามีสะพานที่สร้างจากรากไม้ เป็นสะพานที่มีอายุหลายร้อยปี น่าเอาไปปลูกทำสะพานให้ทั่วโลกเลย

ตอนเด็กๆ เพื่อนๆ ผมที่บ้านเขาทำสวนยาง บ้านอยู่ไกลจากโรงเรียนหลายสิบกิโล

กว่าพ่อแม่จะกลับจากกรีดยางเพื่อนผมต้องลุกขึ้นมาหุงข้าวเีจียวไข่ใส่กล่องด้วยตัวเอง ตั้งแต่ ป.3 ป.4

บางคนก็เก่งมาก อายุแค่ 11 - 12  สามารถขี่รถจักรยานยนต์มาโรงเรียนได้ด้วย ขายังยันไม่ถึงพื้นเลย

ถ้าเป็นเด็กโตหน่อย ป.5 - ป.6 บางคนไม่รู้ว่าแจ้งเกิดช้ารึเรียนช้า แต่เพื่อนตัวโตจัง

นี่ยิ่งแล้วใหญ่ ขี่มอเตอร์ไซค์วิบากมาเลย  ตอนนั้นไม่รู้สึกว่าแปลกอะไร เพราะขี่กันมาหลายคน







http://www.dailymail.co.uk/news/article-2035520/Meghalaya-villagers-create-living-bridges-training-roots-river.html
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 19,801



« ตอบ #6 เมื่อ: กันยายน 26, 2011, 09:20:56 »


ผมเป็นอีก 1 คนที่อยากเรียนแต่ไม่มีโอกาส    แต่ถึงอย่างไรการเรียนก็ไม่ได้อยู่แต่ในห้องเรียนเสมอไปครับ

จริงอย่างที่คุณ bevayou ว่า..การเรียนก็ไม่ได้อยู่แต่ในห้องเรียนเสมอไป..

แต่หากมีโอกาสได้เรียนกับครู กับเพื่อนๆ ก็จะยิ่งดีที่สุด
ซึ่งสำหรับผู้ที่ได้รับโอกาสเช่นที่ว่านี้
ก็สมควรที่จะตั้งใจเรียนให้ดี ไม่ทำลายเวลา
อันมีประโยชน์นี้ให้เสียไป






เด็กไทย จ.นครพนม
ลุยน้ำไปโรงเรียนในช่วงน้ำท่วม
...

เด็กนักเรียนในลาวตอนใต้
ลงเรือเฟอร์รี่ประจำหมู่บ้านไปเรียน
...


...
เด็กในหมู่บ้านเล็กๆประเทศเนปาล
เดินไปโรงเรียนวันละ 8 กิโล(ไป-กลับ)
...

...
เด็กนักเรียนในหมู่บ้านประเทศฟิลิปปินส์

เด็กไทยในจังหวัดภาคเหนือ



ภาพและข้อมูลจาก internet
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

BLUE Z
Global Moderator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 649



« ตอบ #7 เมื่อ: กันยายน 26, 2011, 15:33:30 »


การเรียนแบบปกติในห้องเรียน และ การเรียนข้างนอกส่วนตัว ต่างก็มีจุดเด่นจุดด้อยต่างกัน
แต่ไม่ว่าอย่างไร ขึ้นชื่อว่า "การเรียน"... ย่อมมีประโยชน์และคุณค่าต่อชีวิตของผู้เรียนทั้งสิ้น
ขึ้นอยู่กับกาละ เทศะ และความเหมาะสมในการนำสิ่งที่เราเรียนรู้ไปก่อประโยชน์ให้กับตัวเอง
หรือสังคม ทีเรามีส่วนร่วมอยู่...ไม่ว่าจะโดยทางตรงหรือทางอ้อมก็ตาม

ผมเคยเป็นครูสมัครเล่นสอนเด็กๆ ทั้งโรงเรียนเล็กๆเชิงเขา และบนดอยสูงเสียดหมอก...รับรู้
มานานแล้วว่า...สำหรับนักเรียนบางคนและบางที่แล้ว การมาโรงเรียนเป็นการผจญภัยในชีวิต
อย่างหนึ่ง เมื่อถามว่า แล้วมาโรงเรียนกันทำไม...คำตอบนั้นมีหลากหลาย ตามความไม่ประสา
ของเด็กๆนั่นแหละ  อาทิเช่น...มาหาเพื่อน...ไม่อยากอยู่บ้าน...อยากเรียนหนังสือ...ถูกบังคับ
ให้มา...มีของเล่นมีของกิน...ไม่รู้เหมือนกัน...อยากอ่านหนังสือไทยออก..ฯลฯแต่ไม่ว่าจะด้วย
เหตุผลอะไร การที่พวกเขามาที่โรงเรียน ผมก็เชื่อว่า..ทุกคนจะต้องได้รับสิ่งดีดีติดตัวกลับไป
บ้างไม่มากก็น้อย...การศึกษาไม่ใช่สิ่งที่จำเป็นที่สุดสำหรับชีวิต แต่ถ้ารู้จักบ้างก็น่าจะดี..ครับ.
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 19,801



« ตอบ #8 เมื่อ: เมษายน 17, 2012, 09:06:54 »


เด็กในหมู่บ้าน  Decun ทางตะวันตกเฉียงใต้ของ Guizhou ประเทศจีน
ก็มีความพยายามอย่างสูงในการเดินทางไปโรงเรียน
เนื่องจากคนในหมู่บ้านนี้หากจะเดินทางไปยังหมู่บ้านที่เจริญแล้ว (มีโรงเรียนสำหรับเด็ก)
จะต้องเดินเท้าไปตามระยะทางราว 5 ชั่วโมง
นอกจากจะหาวิธีข้ามหุบเหวที่ลึกมากซึ่งขวางกั้นอยู่

จึงมีผู้คิดวิธีสร้างพาหนะ "เคเบิลคาร์ "ประกอบกับลวดสลิง รอกตัวใหญ่สำหรับชักพารถที่มีผู้โดยสาร
เหินข้ามหุบเขาลึก 140 เมตร กว้าง 80 เมตรนี้
(140 เมตร เท่ากับความสูงของตึก 35 ชั้น โดยประมาณ )



Hui Defang เป็นชาวบ้านในหมู่บ้านนี้ เริ่มลงมือลงแรงสร้างพาหนะที่ว่านี้
ร่วมกับชาวบ้านอีก 20 คน ใช้เวลาทำถึง 1 เดือน จึงแล้วเสร็จในปี 2002

และเคเบิลคาร์ของ Hui ก็ได้ให้บริการกับชาวบ้าน ประมาณ 2000 คน ในหมู่บ้าน Decun
โดยเก็บค่าบริการแต่ละครั้งในอัตรา 1 หยวน สำหรับด็กนักเรียน และ 2 หยวนสำหรับผู้ใหญ่
( 1หยวนเท่ากับประมาณ 5 บาทไทย)







<a href="http://www.youtube.com/watch?v=eFG4hXP0HqU" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=eFG4hXP0HqU</a>



ข้อมูลและภาพจาก http://www.dailymail.co.uk/news/article-2130540/
Chinese-children-crouch-homemade-cable-car-chasm-reach-school-VIDEO.html
16 April 2012
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 19,801



« ตอบ #9 เมื่อ: เมษายน 17, 2012, 11:10:31 »



เด็กๆ กลุ่มหนึ่งในหมู่บ้านที่ชื่อ Buddhaseen Village ในเนปาล
ก็ไม่น้อยหน้าเด็กจีน กับการใช้ความพยายามในการเดินทางไปโรงเรียน
ภาพนี้ถ่ายโดย  Kapil Dev Khanal ซึ่งได้รับรางวัลยอดเยี่ยม
ในประเภทภาพข่าว ชื่อ "How Can We Help"?? ในปี 2011




ภาพและข้อมูลจาก http://www.facebook.com/QuiltsforkidsNepal/posts/185816544804173#!/QuiltsforkidsNepal
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

หน้า: [1]
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
    กระโดดไป: