การฝึกพูดและการแก้ไขการพูด โดยใช้เครื่องมืออ่านริมฝีปากBest Practice
เพิ่มประสิทธิภาพการฝึกพูดและการแก้ไขการพูด โดยใช้เครื่องมืออ่านริมฝีปาก
กลุ่มสาระการเรียนรู้วิชาภาษาไทย นักเรียนบกพร่องทางการได้ยิน โรงเรียนภูเก็ตปัญญานุกูล จ. ภูเก็ต สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ
ประวัติเจ้าของผลงาน
นางจุรี โก้สกุล ตำแหน่ง ครูชำนาญการพิเศษ/ปฏิบัติหน้าที่รองอำนวยการ
แรงจูงใจ /มูลเหตุที่เกิดขึ้น
ในชีวิตประจำวันทักษะการพูดและการสื่อสารมีความจำเป็น ซึ่งพื้นฐานสำคัญในการดำรงชีวิต การจัดการศึกษาของโรงเรียนได้จัดกิจกรรมการเรียนการสอน โดยเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ แต่เนื่องจากผู้ที่มีความบกพร่องทางการได้ยินมีปัญหาด้านการพูด และการออกเสียงไม่สามารถใช้การพูด เพื่อติดต่อสื่อสารกับบุคคลทั่วไปได้ จึงต้องพัฒนา
การพูด และเทคนิควิธีการที่หลากหลายตามความเหมาะสมของผู้เรียนจากการวิเคราะห์ถึงปัญหา และได้แก้ปัญหาที่ถูกจุด ควรจะกระตุ้นการฝึกพูดบ่อย ๆ เป็นการพัฒนาทักษะการพูดได้อย่างมีคุณภาพ
ชิ้นงานที่สำเร็จ
ผู้พิการที่บกพร่องทางการได้ยิน ผู้พิการซ้อน สามารถสื่อสารกับคนปกติได้ และอยู่ในสังคมอย่างมีความสุข
งานที่ดำเนินการอย่างต่อเนื่องและจะดำเนินการต่อไปในอนาคต
งานโครงการชุมนุมฝึกพูดเพื่อคนพิการ
1. งานโครงการนวดกล้ามเนื้อปากและลิ้น สำหรับนักเรียนที่บกพร่องทางสุขภาพ
2. งานโครงการฝึกพูดนอกเวลา
3. งานโครงการพัฒนาภาษามือ (พัฒนาเพื่อการติดต่อสื่อสาร )
ผลสำเร็จที่ได้รับรางวัลที่ภาคภูมิใจอย่างต่อเนื่อง ( สาขา ครูผู้สอน )
สามารถพูดติดต่อสื่อสารกับคนปกติได้ และอยู่ในสังคมอย่างมีความสุข
สรุปผลงานเป็นที่ประจักษ์
การฝึกพูดนักเรียนพิการทางหูที่พูดไม่ได้ สามารถสอนให้พูดได้
สาเหตุที่พัฒนาสมรรถภาพการสอนพูด
ครูจุรี พบเห็นอยู่เสมอว่าคนหูหนวก หรือคนหูตึงเป็นบุคคลในกลุ่มเดียวกัน เขามิได้มีความบกพร่องเกี่ยวกับอวัยวะในการพูดเลย ( อาจมีบางรายเป็นส่วนน้อยที่มีอวัยวะในการพูดผิดปกติไปบ้าง) การที่คนที่มีความบกพร่องทางการได้ยินพูดไม่ได้ เพราะเขาไม่สามารถจะได้ยินเสียงของคนที่อยู่รอบตัวเขาไม่ได้ยินเสียงที่เขาพูด หรืออีกนัยหนึ่งก็คือเขาไม่ได้รับผลย้อนกลับ (feed-back) จากความสามารถในการพูดออกมาของเขาเอง เมื่อไม่ได้พูดเลยนาน ๆ บุคคลเหล่านี้จึงกลายเป็นคนพูดไม่ได้ในที่สุดแท้ที่จริงแล้ว ผู้ที่ความบกพร่องทางการได้ยินมีอวัยวะในการพูดสมบูรณ์ เหมือนคนอื่น ๆ ทำให้มีโอกาสพูดได้เท่ากับคนปกติธรรมดาทั่ว ๆ ไป ถ้าบุคคลเหล่านี้ได้รับการฝึกฝนให้พูด อวัยวะที่มนุษย์ใช้ในการพูดได้แก่ ปอด กล่องเสียง และอวัยวะต่าง ๆ ภายในปาก ซึ่งได้แก่ เพดาน ปาก ลิ้น ขากรรไกร และริมฝีปาก ถ้ามีความบกพร่องทางการได้ยินได้รับการฝึกให้อวัยวะเหล่านี้อย่างมีระบบ ประกอบการฝึกลมหายใจเพื่อใช้ในการเปล่งเสียงก็ทำให้เขาพูดได้ และถ้าเขาได้รับรู้ผลของการพูดของตัวเอง ก็ยิ่งทำให้การพูดของเขาพัฒนาเขาไปเร็วยิ่งขึ้น (นักเรียนพูดไม่ได้เนื่องจากไม่ได้รับการฝึก) จากสาเหตุดังกล่าวทำให้เด็กที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน ขาดการรับรู้ในส่วนหนึ่งทำให้เป็นอุปสรรคต่อการเรียนรู้ เนื่องจากในการเรียนการสอนต้องใช้ภาษามือสะกดนิ้วมือ ฝึกพูด ฝึกอ่านริมฝีปาก เทคนิคการเรียนการสอนจะใช้วิธีทฤษฎีไม่ได้ ครูจุรี มีความตั้งใจในการสอนต้องส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้ อบรมศิษย์ ผลิตสื่อการสอนเก็บไว้สอนเป็นชุด ๆใน เพราะสื่อที่เห็นด้วยตาเป็นรูปธรรมจะทำให้นักเรียนที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน เข้าใจมากที่สุด เทคนิควิธีการต่าง ๆในการสอนพูด นักเรียน โดยเน้นผู้ปกครองมีส่วนร่วมในการฝึกทักษะการพูด เพื่อนำไปฝึกให้กับลูกและบุคคลอื่น ๆต่อไปได้ จนเป็นที่ยอมรับนับถือ ได้รับการไว้วางใจจากผู้ปกครองและศิษย์เป็นรูปธรรม
แนวคิดในการพัฒนา การจัดกิจกรรม การเรียนการสอน ได้คิดค้น พัฒนาการแก้ปัญหาการออกเสียงพยัญชนะจนสำเสร็จ ขั้นตอนดำเนินการต่อไป คือ การต่อยอดพัฒนาการอ่านคำเป็นการสอนอย่างต่อเนื่อง อย่างเป็นระบบ และต่อยอดออกแบบผลิตสื่อนวัตกรรมแบบฝึก สื่อนวัตกรรม CAI แบบมัลติมิเดีย โดยจัดผลิตสื่อแบบเรียนและแบบทดสอบโปรแกรมฝึกพูดและคำศัพท์ภาษามือไทย กลุ่มสาระภาษาไทย สำหรับนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน เพื่อเป็นฐานในการออกเสียงสำหรับผู้พิการที่บกพร่องทางการได้ยิน และผู้พิการซ้อน พัฒนาต่อไป ในอนาคตหลังจากเผยแพร่สื่อนวัตกรรม CAI แบบมัลติมิเดีย มีข้อเสนอแนะที่สมบูรณ์ จะนำลงออนไลน์ ทางอินเตอร์เน็ต ให้เป็นองค์ความรู้กับคนหูหนวกได้เรียนรู้ทั่วประเทศ ต่อไปในอนาคต
วิธีการพัฒนา ( แสดงถึงขั้นตอน การจัดกระบวนการเรียนรู้ )
ครูจุรี โก้สกุล ยอมรับตนเองว่ามีความภาคภูมิใจ ศรัทธาในวิชาชีพครู ซึ่งได้สมัครใจเลือกเรียน วิชาเอกการการศึกษาพิเศษ และเป็นครูของแผ่นดิน เป็นข้าราชการในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พยายามค้นคิดเทคนิควิธี นวัตกรรม ที่หลากหลาย เพื่อให้ผู้พิการอยู่ในสังคมอย่างมีคุณภาพ มีความสุข คือ การสอนนักเรียนที่ บกพร่องทางการได้ยินและผู้พิการซ้อนพูดไม่ได้ จนสามารถพูด จึงได้น้อมนำ พระบรมราโชวาท ตามแบบอย่างจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่อยู่หัวฯ น้อมนำมาปฏิบัติ ตามพระราชดำรัสของพระองค์ท่าน ดังนี้คือ ผู้พิการเขาไม่อยากจะพิการ ถ้าเรามีโอกาสช่วยเหลือเขาได้ก็ควรจะกระทำ และผลงานที่ได้รับเป็นเชิงประจักษ์ในการทำงาน ตลอดอายุราชการ 32 ปี ได้อุทิศแรงกายแรงใจ เสียสละทุ่มเท เพื่อผู้พิการ ในจิตสำนึกความเป็นวิชาชีพครู ของครูจุรีว่า ถ้าเราไม่มีความรักความเมตตา เราก็อยู่กับเขาไม่ได้ เพราะความเมตตาทำให้ ประสบความสำเร็จในวิชาชีพ มีความภูมิใจมากที่ได้น้อมนำพระราชดำรัสมาดำเนินชีวิตข้าราชการ ภายใต้ร่มพระบารมี จนประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานและมีผลงานเชิงประจักษ์ซึ่งหน่วยงานต่างๆ ได้มอบโล่รางวัลเพื่อเป็นแบบอย่าง ของกระทรวงศึกษาธิการได้รับรางวัลแห่งเกียรติยศ 9 ปีซ้อน อันเป็นผลงานที่ทำอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับการพัฒนางานสำหรับผู้พิการ และหน่วยงานต่างๆ เพื่อเป็นแบบอย่างของกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวคือยึดแนวทางในการดำรงชีวิต ที่น้อมนำแบบอย่างการเป็นครูของแผ่นดินของพระองค์ท่านมาปฏิบัติ และผลที่ได้รับ ในการปฏิบัติหน้าที่ครูของแผ่นดิน ครูจุรี จะจดบันทึกเรื่องต่างๆไว้เสมอ เช่นได้อ่านเจอ และจดบันทึกพระบรมราโชวาทของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงตรัสไว้ว่า คุณสมบัติของครูที่ดี มี 4 ประการ คือ
1. ครูที่ดี ต้องมีความรักความเมตตา
2. ครูที่ดี ต้องเสียสละและอดทน
3. ครูที่ดี ต้องมีความประพฤติดี ไม่ใช่ทำดีเพื่อสร้างภาพ
4. ครูที่ดี ต้องพร้อมทั้งความดี ความรู้ ความสามารถ
คุณสมบัติของครูที่ดีทั้ง 4 ประการ ขณะนั้นยอมรับว่า ยังไม่มีคุณสมบัติที่ครบถ้วน สุดท้าย เมื่อ พ ศ.2551ได้ส่งผลงานการคัดเลือกครูดีเด่นแห่งชาติ ของสำนักงานเลขาคุรุสภา จึงได้ค้นพบว่ามาตรฐานวิชาชีพครู 12 ข้อนั้น คือ คุณสมบัติของครูที่ดี
ประเด็นในการพัฒนา (สิ่งที่จะพัฒนา)
1. การแก้ปัญหาการออกเสียงพยัญชนะ สำหรับนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน และผู้พิการซ้อน
2. การพัฒนาและต่อยอดความสามารถในการอ่านคำ สำหรับนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน
3. โครงการ การนวดกล้ามเนื้อปากและลิ้น สำหรับผู้พิการซ้อน
4. การพัฒนา ต่อยอด การอ่านคำ ของผู้พิการซ้อน
หลักการ วิธีการพัฒนา การสอนตามแบบอย่างของครูจุรี โก้สกุล ดังนี้
1. สอนโดยยึดหลักตามแนวทฤษฎี ความพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว น้อมนำมาปฏิบัติ ดังนี้ เดินทีละก้าว กินข้าวทีละคำ ทำทีละอย่าง
2. สอนให้เด็กเก่ง คำว่า เก่งนั้นไม่ใช่เรียนเก่ง แต่เก่งในการใช้ชีวิตที่ถูกต้อง เพราะทุกวันนี้ สิ่งแวดล้อมสังคมภายนอกเปราะบาง โลกเปลี่ยนไป และสอนให้เด็กเรียนรู้ชีวิตนำไปใช้ แก้ปัญหา เฉพาะหน้าได้
3. การสอน ต้องจัดกิจกรรมที่หลากหลายสอนแบบจัดกิจกรรมนักเรียน ต้องปฏิบัติ แต่ละบทบาทนักเรียนต้องมีส่วนร่วมสอนให้เด็กรักการเรียนรู้
4. คิดค้นวิธีการหลายรูปแบบที่ทำให้นักเรียนเข้าใจได้ง่ายขึ้น เช่น ครูจุรีปฏิบัติหน้าที่สอนพูดให้กับนักเรียนผู้พิการที่บกพร่องทางการได้ยิน และพิการประเภทอื่นๆ นักเรียนบกพร่องทางการได้ยินและ ผู้พิการซ้อนที่พูดไม่ได้จนสามารถพูดได้ เพื่อใช้ชีวิตอยู่ในสังคมอย่างมีความสุข ครูจุรี ได้ค้นพบและ มองเป้าหมายของเด็กเป็นหลัก ได้ค้นพบ แก้ปัญหาให้ถูกจุด โดยการทำวิจัยในชั้นเรียนง่ายๆ จน ประสบความสำเร็จในการเรียนการสอน และนักเรียนอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข อยู่อย่างพอเพียง
5. การจัดการเรียนรู้ (การให้เด็กรักการเรียนรู้ แต่ครูต้องรักการเรียนรู้ด้วย) โดยเชื่อมโยงวิถีชีวิตของคนหูหนวก เทคนิค วิธีการ คือพูดคุย พูดเล่น เป็นกันเอง ไม่เน้นเนื้อหาวิชา ไม่เน้นตำรา ไม่หยุดนิ่ง ที่ห้องเรียน
6. คิดค้นวิธีที่ยากทำให้เด็กเข้าใจได้ง่ายขึ้น
7. โดยวิธีใดก็ได้ที่ช่วยเหลือเด็กแล้วพัฒนาได้
ทฤษฎีแห่งความรัก L T H บริหารจัดการ ของครูจุรี โก้สกุล
โดย ใช้ P D C A ด้านการเรียนการสอน อย่างเป็นระบบ
----------------------------------------------------------------------
1. L คือ Love ความรัก
2. T คือ Touch
- ความสัมผัส สื่ออุปกรณ์
- ความสัมผัส ด้วยสายตา สัมผัสด้วยมือ อย่างเข้าใจ
3. H คือ
ความรัก ลูก พ่อ แม่ เติมเต็มด้วยความรัก
รักลูกศิษย์ เหมือนลูกของเรา
ความสำเร็จ รางวัลเป็นกล่องเสริมที่ให้กำลังใจ
สิ่งที่สำคัญคือ รอยยิ้มของเด็ก และผู้ปกครอง เพื่อนครู คือแรงบัลดาลใจที่ให้กลังใจครูจุรี ความรักความเมตตานำพาสู่ความสำเร็จในวิชาชีพ
ทำอย่างไรจึงเป็นครุมืออาชีพ
พัฒนาตนเอง ก้าวทันต่อความ ป .ป ของโลกต้องเป็นนักอ่าน นักคิดวิเคราะห์ วิจัย พัฒนาการเรียนการสอนของดิฉันเสมอ
หลักการสอนประสานงานกับผู้ปกครองได้รับรู้สิ่งดี ๆ ที่
ช่วยในการพัฒนาฯ อย่าเชิญแต่เรื่องไม่ดี
เด็กหลาย ๆคนที่ประสบความสำร็จผ่านมือครูจุรีนั่นทำให้
พูดได้อยู่ในครอบครัวที่มีสุข สังคม ประเทศก็ได้คนที่มีคุณภาพ
การสอนไม่ควรเน้นเรื่องตำราอย่าเดียว ควรสอนชีวิต สอนให้
แก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้ได้ เพราะ โลกเปลี่ยนไป
มีจิตวิญาณความเป็นครู
ครูต้องมีจิตใจที่ดีงาม เยือกเย็น สุสุม ครอบครอบ มีเมตากรุณา ไม่เกรี้ยวกราดเด็กไปกับกับกระแสของโลก
ต้องเป็นที่พึ่งของศิษย์ ที่จิตใจปวดกร้าว เป็นหลักและเป็น
กำลังใจ พร้อมที่จะให้คำปรึกษา ให้ความอบอุ่น
- มีความภาคภูมิใจที่เกิดมาเป็นคนไทย และได้สอนผู้พิการ
- รู้จักความพอดี พอเพียง ตามแนวดำเนินชีวิตของพระองค์
ท่าน และยึดหลักคำสอนของศาสนา นำมาปฏิบัติดังนี้
เดินทีก้าว กินข้าวทีละคำ ทีละอย่าง








