ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
สิงหาคม 22, 2014, 14:50:43
94,343 กระทู้ ใน 7,720 หัวข้อ โดย 9,147 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: grod
::Arunsawat ::อรุณสวัสดิ์ ::  |  สบาย สบายสไตล์อรุณสวัสดิ์ : บุคคลทั่วไปกรุณาสมัครสมาชิกก่อนโพสท์  |  สโมสรอรุณสวัสดิ์  |  เด็กติดเกมส์....มีสาเหตุจากอะไรบ้าง..ควรแก้อย่างไรดี.. 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้ « หน้าที่แล้ว ต่อไป »
หน้า: [1]
ผู้เขียน หัวข้อ: เด็กติดเกมส์....มีสาเหตุจากอะไรบ้าง..ควรแก้อย่างไรดี..  (อ่าน 18987 ครั้ง)
นายท้ายเรือ
Sr. Member
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 263


« เมื่อ: มิถุนายน 01, 2006, 09:31:38 »


 :o
ตอนสงกรานต์ได้มีโอกาสกลับบ้านเกิด สังคมชนบทเปลี่ยนไปหลายอย่าง
ที่แปลกมากๆ เมื่อคุยกับชาวบ้าน เขาบอกว่าลูกเขาไปติดเกมส์ที่ร้านเกมส์
ซึ่งเปิดใหม่..
ผมถามเขา(ชาวบ้าน) ว่า ตอนลูกอยู่บ้าน (วันหยุด) แล้วรู้สึกว่ารำคาญใช่ไหม
หากว่าลูกไม่อยู่ พ่อแม่ทำงานบ้านสบายใจใช่ไหม..เขาบอกว่าก็มีส่วนเป็นอย่างนั้น
..
 :) ผมก็เลยว่า เด็กติเกมส์ก็เพราะส่วนหนึ่งพ่อแม่ขาดความเอาใจใส่ต่อลูก ซึ่งก็
มีตัวอย่างมากมายในสังคม ปล่อยลูกไป พอมีปัญหาแล้วก็โทษสังคม..

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
นายท้ายเรือ
Sr. Member
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 263


« ตอบ #1 เมื่อ: มิถุนายน 01, 2006, 09:47:55 »


ย้อนอดีต......
ผมก็บ้าเกมส์ ติดเกมส์  ...เหมือนกัน
เป็นเรื่องปกติ ที่ใครๆ หากได้เล่นเกมส์แล้วจะติดเกมส์
เพราะเกมส์ส่วนมากสนุกสนานท้าทาย แล้วยิ่งถ้าเป็นเด็กที่ฉลาด เก่ง
ชอบท้าทาย ชอบประลอง ชอบความเปลกใหม่และชอบระทึกขวัญ..
ประมาณนั้น..เด็กคนนั้นจะชอบเล่นเกมส์และหากผู้ปกครองปล่อยไป
ก็จะติดเกมส์.....
 
ซึ่งเป็นลักษณะของการที่เด็กเอาความสามารถของเขาไปใช้ในทางที่
ไม่ถูกไม่ควร แต่ไม่ใช่ว่าการเล่นเกมส์ไม่ดี หากแต่ปล่อยให้เสียการเรียน
ปล่อยให้ติด ปล่อยให้หมกมุ่นก็ย่อมเกิดผลเสีย..
..
ในความคิดของผม การแก้เบื้องต้น ต้องเริ่มที่ครอบครัว ครับ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
(ลุง)ถึก สไลเดอร์
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #2 เมื่อ: มิถุนายน 01, 2006, 16:39:16 »


มันเป็นค่านิยม แบบลัทธิเอาอย่าง เด็กเล่นเกมส์ ติดเกมส์เพื่อที่จะสามารถแอบอ้าง
กับเพื่อนๆได้ว่า เป็นคนทันสมัย
  เด็กๆจะเบื่อเกมส์ซ้ำซาก ที่เล่นเมื่อไหร่ก็จะเป็นผู้ชนะโดยตลอด เด็กๆจึงต้องสรรหาเกมส์ใหม่ๆ
มาเล่นกันตลอด ทำให้เกิดความหมกมุ่น หรือที่เรียกว่า"ติดเกมส์"
  ผู้ปกครองต้องดูแลเรื่องการเล่นเกมส์ของเด็กๆ โดยให้เด็กเล่นเกมส์เป็นเวลา ธรรมชาติของเด็ก
เมื่อติดเกมส์แล้ว ส่วนมากจะไม่ค่อยคำนึงถึงเวลา เล่นกันไปเรื่อยๆจนลืมเรื่องกิน ลืมทำการบ้าน
  เกมส์บางเกมส์ดูแล้วมันโหดมากๆ ไม่สมควรที่จะให้เด็กเล่น อย่างเกมส์การต่อสู้ ไล่ยิง ไล่ฟันกันจนเลือดกระฉูด
ผู้ปกครองก็น่าที่จะเตือนเด็กๆไม่ให้เล่นเกมส์ประเภทนี้
  เด็กๆในยุโรปและสแกนฯก็มีอาการ"ติดเกมส์"เหมือนๆกันไปหมด ผู้ปกครองก็ปล่อยให้เด็กๆเล่นกันจนเลยเถิด
คิดกันอยู่เพียงว่า ให้เด็กๆเล่นกันอยู่ที่บ้านดีกว่าที่จะปล่อยให้ไปเกเรนอกบ้าน
  เด็กๆที่ชอบเล่นเกมส์คนเดียวนานๆ จะทำให้เกิดชอบความสันโดษ ไม่ค่อยอยากจะสุงสิงกับใคร ผู้ปกครอง
ควรหากิจกรรมอย่างอื่นให้เด็กทำเสียบ้าง เช่นให้ไปเล่นดนตรี กีฬา หรือ กิจกรรมอื่นๆที่มีส่วนร่วมกันแบบครอบ
ครัวเสียบ้าง

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Prometheus, The Titan
Full Member
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 141



« ตอบ #3 เมื่อ: มิถุนายน 02, 2006, 08:37:53 »


ยอมรับว่าติดครับ

แต่ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน ระหว่างเกมออนไลน์กับออฟไลน์ อย่างไหน ก่อให้เกิดปัญหามากกว่ากัน

โดยปกติแล้วผมชอบเล่นออฟไลน์มากกว่า วิธีการเล่นเกมที่ถูกคือ จะเลิกเมื่อไหร่ก็ต้องเลิกได้ ครับ

อีกอย่างคือ หาอะไรบางอย่างที่มีสาระกว่ามาถ่วงดุล พูดตรงๆก็คือ ตอนนี้ผมติดอะไรบางอย่างมากกว่าติดเกมอีกครับ อะไรบางอย่างที่ผมเชื่อว่ามันมีสาระดีกว่าการเล่นเกม
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
เบ๊สะพานขาว
Newbie
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3



« ตอบ #4 เมื่อ: มิถุนายน 05, 2006, 14:40:30 »


โดยส่วนตัว  ยอมรับว่า เป็นคนหนึ่งที่ติดเกมเหมือนกันล่ะครับ  เล่นมาประมาณ 20 กว่าปีแล้ว ตั้งแต่ เกมกด ยันไปถึง พวกหยอดเหรียญ  เครื่องเล่นเกมประเภทต่างๆ เช่น console และก็ เกมพกพาไปไหนๆก็ได้ครับ


ส่วนหนึ่ง อาจจะได้มาจากเพื่อนๆ ที่อยุ่ในวัยเดียวกัน  ชอบเล่นเกมกด เราก็ได้เข้ากลุ่มด้วย  แต่ว่า ไม่ได้ติดแบบจริงๆจัง ก็จะเล่นตามประสาเด็กๆทั่วๆไป



พอโตหน่อย เริ่มมีสังคมของตัวเอง ก็เริ่มจะติดหนัก สมัยมัธยม ก็เล่นกันแทบทุกวัน (สมัยนั้น มีแต่ตุ้เกมฯตามห้างฯ และก็ พวกตุ้เถื่อนที่อยุ่ตามแหล่งชุมชนต่างๆ)  เลิกเรียนก็ไปเลย แต่ไม่มีการโดดเรียน หรือไปเรียนสายให้เห็น


ช่วงนั้น ไม่ได้ติดเกมฯตู้อย่างเดียว  ดันไปติด การพนันบางประเภทไปด้วย เช่น slot machine ตู้ผลไม้  ฯลฯ ซึ่งสมัยเด็กๆ เห็นว่า เล่นแล้วสนุกดี ได้ตังค์ แต่พอเล่นไปเรื่อยๆ ชักไม่สนุกแล้ว เสียสตางค์ แถมยังทำให้เกิดปัญหาอันไม่รู้จบอีก


แต่ว่า ก็เป็นช่วงเวลาหนึ่งล่ะครับ  ก็กลับมาปกติ เรียนจบมัธยมได้  แต่ว่า หลังจากที่เรียนมหาวิทยาลัยได้ ตอนนั้น เรียนที่ รามคำแหง2 ซึ่งไม่ต้องบอกก็รู้นะครับว่า สมัยนั้น อุดมไปด้วย อบายมุขทั้งหลาย เยอะแยะไปหมด คาวนี้ก็สนุกเลย  เล่นเกมมันทุกวัน  แถมยังเจอกับพวกตู้slot อะไรๆอีกด้วย  บางวันก็ไม่ต้องกินอะไรกันล่ะครับ นั่งเล่นกันที่ร้านฯนี่ล่ะ  อิอิ


ช่วงนั้นได้รู้จักเพื่อนๆ ในกลุ่มแบบนี้ อยุ่หลายคน   แต่ว่า ก็ไม่ได้สนิทกัน ส่วนมากก็จะ มาๆ ไปๆ มากกว่า แบบว่า อยุ่วงการแบบนี้ หาเพื่อนดีๆ ไม่ค่อยได้  ที่ดีๆ ก็กลับตัวออกจากวงการกันหมดแล้ว  ยอมรับว่า ปีแรกๆ โดดเรียนอยุ่บ่อยมาก แต่ว่า ก็สอบผ่านเกือบทุกวชา ยกเว้น วิชาที่โดดเรียน เช่น คณิตศาสตร์ สถิติ  ก็เลยเป็นปัญหาใน สองสามปีหลังจากนั้น เนื่องจาก พื้นฐานไม่แน่น ก็เลย เรียนจบช้าล่ะครับ


ช่วงถัดมา ก็เลิกจากการเล่นเกมฯแถวๆรามฯ2 มาเล่นเกมฯในห้างฯ แถวๆ ราม 1 แทน ก็ได้รู้จัก คนที่ชอบเกมฯ มากมาย  และก็ เป็นกลุ่มที่ค่อนข้างจะดีหน่อย ก็เลยได้รับอะไรๆหลายๆอย่างมาด้วย  และก็บางคนนั้น ก็เป็นที่รู้จัก และก็ ผูกพันมาจนถึงปัจจุบัน


ปัจจุบันนี้ ก็ยังเล่นเกมฯอยู่ แต่ว่า เวลาที่เล่น ค่อนข้างจะน้อยลงเรื่อยๆ  ดังนั้น เกมฯออนไลน์ หรือ ออฟไลน์ แทบจะไม่ได้เล่นเลยล่ะครับ ในช่วงนี้


ขออนุญาตบ่นๆ พอสังเขปนะครับ  ลองมาดู แนวทางการแก้ใขกันดีกว่าครับ


- ปัญหาคือ  บ้านเรา ยังมองว่า เกมฯ คือ การพนันประเภทหนึ่ง  หรือว่า เป็น อบายมุขที่เป็นสิ่งต้องห้าม  ดังนั้น ยิ่งห้ามมาก ก็ยิ่งอยากลองมาก   วิธีแก้ก็คือ  ต้องให้ความรู้กันมากๆว่า เกมฯนั้น ไม่ใช่สิ่งไม่ดี และไม่มีประโยชน์ เสมอไป ถ้าเรานำบางเรื่องมาใช้ประโยชน์ได้แล้วล่ะก็ จะมีประโยชน์มากๆเลยครับ เช่น เกมฯด้านการศึกษา ด้านความบันเทิง และเสริมสร้างกระบวนการเรียนรู้ต่าง ฯลฯ


- เด็กๆ เมื่อเล่นเกมฯเก่งแล้ว  จะทำอย่างไรให้เขา มีโอกาสแสดงออกในทางที่ถูกต้อง ไม่ใช่ไปทำแบบเด็ก " หัวเกรียน "  ไปวันๆ   ก็คือต้องมีกิจกรรมที่ต่อเนื่อง เพื่อสร้างความภูมิใจว่า  เล่นเกมฯแล้ว อย่างน้อย ก็ทำตัวให้มีคุณค่าแก่ตัวเอง ผู้อื่นๆ และสังคมรอบข้างด้วย   เช่น  มีการจัดการแข่งขัน ยกระดับความสามารถ อยุ่เป็นระยะ อย่างต่อเนื่อง  และก็ มีการประกาศรางวัล ให้เป้นที่ยอมรับแก่สาธารณะชน  เป้นต้น


- และก็ ควรจะมีเป้าหมาย สำหรับเด็กๆบางคน ที่เล่นเกมเก่งแล้ว และสนใจทางด้านเกมฯอย่างจริงจัง ให้มีโอกาสพัฒนาในด้านนี้ อย่างต่อเนื่อง  อาจจะเป็นในด้านของ ผุ้พัฒนาเกม ออกแบบ และสร้างเกมฯ  รวมไปถึง อาชีพอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น  เกมเมอร์ หรือ อาชีพทางด้านคอมพิวเตอร์กราฟฟิค  การใช้โปรแกรมภาพสามมิติต่างๆ เป็นต้น  ซึ่งจะเป็นการยกระดับจาก ผุ้เล่นเกมฯ ไปสู่ ผู้ออกแบบ พัฒนา และผลิตเกมฯ ให้คนอื่นได้เล่น ซึ่งจะทำให้อุตสาหกรรมด้านนี้ของไทย พัฒนาขึ้นได้  ในอนาคต เรราก็จะมีเกมออนไลน์ของเราเอง ไม่ต้องไปซื้อเกมของต่างชาติมาเล่น และอาจจะได้เห็นเกมฯของไทย ส่งออกไปขาย ตปท. ในอนาคต ก็เป็นได้ล่ะครับ



แต่อันนี้ ก้ต้องขึ้นอยู่กับ ทางผุ้ใหญ่ในบ้านฯเราว่า จะมองในเรื่องนี้ อย่างไรนะครับ  ถ้าท่านยังอยากเห็น เกมฯของชาติอื่นๆ มาทำตลาด มอมเมาเยาวชนในวิธทางที่ผิดๆ ก็ตามใจท่านล่ะครับ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Rainy
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 3,157



« ตอบ #5 เมื่อ: กรกฎาคม 01, 2008, 18:23:27 »


เมืองไทย มีปัญหาเด็กติดเกมส์
สวีเดน  หรือยุโรปแถบนี้กลายเป็นผู้ใหญ่ติดเกมส์ออนไลน์ไปเสียชิบ มีการส่งเสริมการเล่น
เกมส์กันอย่างเป็นล่ำเป็นสัน ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย ใครเล่นเกมส์ดูเหมือนจะเท่ห์ประมาณนั้น

ส่วนเด็กที่ติดเกมส์ก็มีกะเขาเหมือนกัน เด็กพวกนี้จะนอนดึก ไม่ค่อยมีสังคม ยังมีให้เห็นบ้าง
ประปรายในประเทศนี้   

เดี๊ยนกล้าท้าเลยว่า ถ้าสะมีใครในแถบสวีเดนนี้ไม่เล่นเกมส์ ให้มาเยียบหน้าอกตาโย่งได้เลย fun

เพื่อนตาโย่งในที่ทำงานนั้น บ้าเกมส์ชนิดเลิกไม่ได้ ใช้โรงรถเป็นอณาเขตเล่นเกมส์ของตัวเอง
กลับไปบ้าน ไม่ช่วยภรรยาทำงานบ้านหรือเลี้ยงลูกเลย ว่างจากงานเมื่อไหร่ พ่อจะสิงในโรงรถ
เล่นเกสม์เป็นบ้าเป็นหลัง  คนที่เดี๊ยนรู้จัก เพื่อน ๆ ชาวสวีดิช เพื่อนบ้าน เกมส์ขึ้นสมองซะส่วนใหญ่
เล่นจนไม่มีเวลาหาเมียเลยก็ว่าได้ ถ้ามีเมีย เล่นจนเมียท้าเลิกเลยก็มี

ส่วนตาโย่ง มีแอบเล่นให้เห็นบ้าง แต่ไม่ติด เพราะเดี๊ยนนั่งคำรามอยู่แถว ๆ ต้นคอ (ปล. ไม่ได้คำราม
โอ๊ว เยสน่ะ อย่าเข้าใจผิด)  fun
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,183



« ตอบ #6 เมื่อ: กรกฎาคม 01, 2008, 18:54:35 »


วันก่อนป้าได้ยินข่าวทางทีวี
ประเทศอะไรจำไม่ได้ ครูนำเกมส์มาให้เด็กเล่นในห้องเรียน
แต่เป็นเกมส์ที่เลือกมาแล้วเฉพาะ
เข้าใจว่าน่าจะเป็นการเสริมทักษะนักเรียน
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
แสนยานุภาพ
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,278


ข้าคือแสนยานุภาพผู้ยิ่งใหญ่เสมอฟ้าดิน


« ตอบ #7 เมื่อ: กรกฎาคม 02, 2008, 16:50:06 »


ช่วงหนึ่งผมก็เคยติดเกมส์มากเลยอ่ะครับ แบบว่าเล่นกันโต้รุ่ง เช้ายันเช้า เลย ถ้าไม่ได้เล่นมันจะร้อนใจเพราะ คนอื่นเขาจะเลเวลแซงเราไป แต่พอช่วงสอบผมก็ไม่เล่นเลย หยุดไปหมดเลย เหอๆ ไม่รู้ทำไม
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

กะทะ
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,185



« ตอบ #8 เมื่อ: กรกฎาคม 03, 2008, 00:13:41 »






พ่อ-แม่  สำคัญมากครับต้องมีเวลาให้ลูกเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจลูกไม่ให้จดจ่ออยู่กับเกมส์มากไป 
แต่พ่อแม่ทีี่ไม่มีเวลาจะทำอย่างไร?????   แล้วพ่อแม่ที่ติดเกมส์จะสอนลูกอย่างไร



 



แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
dekdee
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,255


« ตอบ #9 เมื่อ: สิงหาคม 05, 2008, 06:56:51 »


 
จาก กรณีที่เด็กวัยรุ่น อายุ 19 ปี ย่านจรัญสนิทวงศ์ หมกมุ่นเล่นเกมออนไลน์ ที่มีชื่อว่า จีทีเอ ซึ่งเป็นเกมที่มีรูปแบบใช้อาวุธเข่นฆ่ากัน จนทำให้เกิดการเลียนแบบก่อคดีอาชญากรรมสะเทือนขวัญ ฆ่าชิงทรัพย์แท็กซี่ เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 3 สิงหาคมที่ผ่านมา ในเวลา 02.30 น.

ล่าสุด นายวิชาญ มีนชัยนันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้ออกโรงเตือนทุกฝ่าย ว่า ขณะนี้เยาวชนหมกมุ่นกับเกมมากกว่าการเรียนรู้ ก่อให้เกิดพฤติกรรมเลียนแบบที่ไม่ดี โดยเฉพาะการเล่นเกมจีทีเอ เป็นเรื่องที่มีอันตรายมาก เพราะเกมเหล่านี้ เมื่อเด็กเข้าไปเล่นมาก ๆ จะเกิดพฤติกรรมเลียนแบบ ซึมซับความรุนแรง ความโหดร้ายโดยไม่รู้ตัว ทำให้สุขภาพจิตเสีย จึงอยากให้พ่อแม่หันมาใส่ใจเรื่องนี้ให้มากขึ้น โดยเฉพาะใน 10 เกมดังต่อไปนี้
ทั้ง นี้ เกมทั้ง 10 ประเภทนี้ ทางสหรัฐ ได้มีการประกาศเตือนผู้ปกครองให้หลีกเลี่ยงการซื้อหาให้กับลูกเล่น ตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา และถึงวันนี้ กระทรวงสาธารณสุข พร้อมสั่งการให้กรมสุขภาพจิตตั้งคณะทำงานศึกษาดูแลปัญหาเกมอันตราย และให้ประสานกับกระทรวงไอซีที พัฒนาเกมคุณธรรม เกมแข่งกันทำดีให้เด็กเยาวชนไทยเล่นแทนเกมที่โหดร้าย ซึ่งจะส่งผลต่อสภาพจิตใจของเด็กให้เป็นคนดี ไม่มีจิตใจที่ดุดัน

และ ไม่ใช่แค่เกมเท่านั้น แม่แต่การดูทีวีเอง ก็มีอันตรายเช่นกัน และล่าสุด คุณหมอปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า จากผลการศึกษาของมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย สหรัฐ พบว่าเด็กที่ดูทีวีวันละ 1 ชั่วโมง จะมีผลต่อการแสดงออกความก้าวร้าวเมื่อโตขึ้นได้ 6% หากดูวันละ 2 ชั่วโมง จะมีความก้าวร้าวเพิ่ม เป็น 11% หากดูวันละ 3 ชั่วโมงจะเพิ่มเป็น 21% ซึ่งความก้าวร้าวที่ติดอยู่ในใจและแสดงออกมาภายหลังคือภาวะของอีคิวที่ไม่ดี ของเด็ก

 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
dekdee
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,255


« ตอบ #10 เมื่อ: สิงหาคม 05, 2008, 07:01:53 »


 
1.แกรนด์ เทฟต์ ออโต้ (GTA-Grand Theft Auto)



2.แมนฮันต์ (Manhunt)



3.สการ์เฟซ (Scarface)

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
dekdee
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,255


« ตอบ #11 เมื่อ: สิงหาคม 05, 2008, 07:04:42 »


 

4.ห้าสิบเซ็นต์ : บุลเลตพรูฟ (50 Cent : Bulletproof



5.สามร้อย : เดอะวิดีโอ เกม (300 : The Video Game)



  6. เดอะ ก็อดฟาเธอร์ (The Godfather) 





แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
dekdee
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,255


« ตอบ #12 เมื่อ: สิงหาคม 05, 2008, 07:11:00 »


 
7.คิลเลอร์ 7 (Killer 7)



8.เรสซิเดนต์ อีวิล 4 (Resident Evil 4)



9.ก็อด ออฟ วอร์ (God of War)



10.ฮิตแมน : บลัด มันนี่ (Hitman : Blood Money)




  นำมาลงไว้ไม่ใช่สนับสนุนให้หามาเล่น   
แต่ผู้ปกครองควรสอดส่องดูแลบุตรหลานของท่านด้วยครับ ..


 smile
ขอบคุณ : บอร์ดของโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย
http://www.suanboard.net/view.php?p=view&kid=51065
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
แสนยานุภาพ
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,278


ข้าคือแสนยานุภาพผู้ยิ่งใหญ่เสมอฟ้าดิน


« ตอบ #13 เมื่อ: สิงหาคม 06, 2008, 20:32:57 »


ผมว่า Resident Evil  น่าเล่น    
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

หน้า: [1]
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
    กระโดดไป:  



    SimplePortal 2.3.3 © 2008-2010, SimplePortal