นักบินอวกาศมาเลย์คนแรกจะโชว์ทำ'ชาชัก'บนสถานีอวกาศ

(1/1)

เสลา:
Tweet




ข่าวจากผู้จัดการรายวัน 5 กันยายน 2549 
 
              เอเอฟพี - รัฐบาลมาเลเซียเปิดตัวนักบินอวกาศคนแรกของประเทศเมื่อวานนี้(4) เป็นแพทย์วัย 34 ปี
ซึ่งจะเดินทางไปกับยานอวกาศโซยุซของรัสเซีย ไปยังสถานีอวกาศนานาชาติ ในเดือนกันยายน ปี2007
เพื่อนำธงชาติและวัฒนธรรมมลายูไปเผยแพร่แก่ชาวโลก
       
        นักบินอวกาศคนแรกในประวัติศาสตร์ของมาเลเซียผู้นี้ มีชื่อว่า เชค มุสซาฟาร์ ชูโกร์
ผู้ชนะเลิศจากการคัดเลือกผู้สมัครราว 12,000 คน ทั่วประเทศ โดยมีฟาอิซ คาเลด
ทันตแพทย์ของกองทัพบกมาเลเซีย วัย 26 ปี ผู้ครองตำแหน่งรองชนะเลิศอันดับหนึ่ง
เป็นนักบินอวกาศสำรอง
       
        ทั้งคู่ได้รับการคัดเลือกมาจากผู้เข้ารอบสุดท้าย 4 คน เป็นชาย 3 คน หญิง 1 คน
ซึ่งเข้าร่วมการทดสอบที่รัสเซีย เป็นเวลา 1 เดือน เพื่อเฟ้นหาผู้ที่เหมาะสมที่สุดที่จะเป็นตัวแทนของประเทศ
นำธงชาติของมาเลเซีย ขึ้นไปยังสถานีอวกาศนานาชาติ
       
        เชค มุสซาฟาร์ ศัลยแพทย์กระดูกและอาจารย์สอนแพทย์ฝึกหัด ที่มหาวิทยาลัยแห่งชาติมาเลเซีย
ผู้เป็นว่าที่นักบินอวกาศสัญชาติมาเลย์คนแรก ให้สัมภาษณ์กับนักข่าวว่า รู้สึกยินดีและเป็นเกียรติ
ที่ได้รับเลือกในครั้งนี้ เพราะฝันอยากเดินทางท่องอวกาศตั้งแต่อายุ 10 ขวบ
อีกทั้งยังชื่นชอบภาพยนตร์ซีรีย์เรื่องสตาร์เทรค และภาพยนตร์เรื่องสตาร์วอร์
       
        หลังจากนี้ ทั้งเชค มุสซาฟาร์ และฟาอิซ จะเดินทางไปยัง'สตาร์ ซิตี้'เขตพื้นที่ทหาร
ทางตะวันออกเฉียงเหนือของกรุงมอสโก เพื่อเข้ารับการฝึกอย่างหนัก เป็นเวลา 1 ปี
โดยทั้งคู่จะต้องฝึกเอาชีวิตรอดในสถานการณ์ที่ยากลำบาก ดังเช่น การประสบกับสภาพอากาศที่หนาวจัด
ฝึกเอาตัวรอดในทะเล หรือในป่าลึก
       
        นอกจากนี้ ชาวมาเลย์ทั้งสอง จะได้ฝึกทำวิจัยและทดลองในอวกาศ ยกตัวอย่างเช่น
การทดลองทำ'เตะห์ ตาริก'เครื่องดื่มยอดนิยมในมาเลเซีย เป็นครั้งแรกในอวกาศ
(คนไทยเรียกเครื่องดื่มนี้ว่าชาชัก ผู้ชงจะถือกระบอกใส่ชานมร้อนจัด ยกมือขึ้นสูง และเทใส่อีกกระบอก
สลับไปมา เพื่อทำให้เกิดฟองฟู่)
       
        ฟาอิซ นักบินอวกาศสำรอง กล่าวว่า ถือเป็นสิ่งดีที่มีจะมีการแสดงวิธีทำ'เตะห์ ตาริก'หรือชาชัก
ซึ่งถือเป็นวัฒนธรรมมลายู ไปอวดแก่สายตาชาวโลก เพราะชาวอิตาเลียนก็เคยไปโชว์การทำพิซซา
ในอวกาศมาแล้ว
       
        รัสเซียจะปล่อยยานอวกาศโซยุส พร้อมนักบินอวกาศชาวมาเลเซีย ขึ้นไปยังสถานีอวกาศนานาชาติ
ในวันที่ 2 กันยายน ปีหน้า ซึ่งจะใกล้กับการเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปี ที่มาเลเซียได้รับเอกราชจากอังกฤษ
และครบรอบ 40 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับรัสเซีย
       
        ทั้งนี้ เมื่อปี2003 รัสเซียได้ยื่นข้อเสนอให้มาเลเซียส่งตัวแทนโดยสารไปกับยานอวกาศรัสเซีย
เพื่อไปยังสถานีอวกาศนานาชาติ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เพื่อแลกกับการที่มาเลเซียยอมซื้อเครื่องบินขับไล่
ที่ผลิตโดยบริษัทซูฮอยของรัสเซีย จำนวน 18 ลำ มูลค่านับพันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
       
        มาเลเซีย ซึ่งเป็นประเทศที่มีประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิม หวังว่า โครงการอวกาศนี้
จะสร้างแรงบันดาลใจให้กับชาวมุสลิมทั่วโลก และทำให้วันเวลาอันรุ่งโรจน์แห่งวิทยาศาสตร์
และการค้นพบสิ่งใหม่ๆ ของโลกอิสลาม กลับคืนมาอีกครั้ง
 

nuttawut:
Tweet



คุณป้า เสลา ครับ  แล้วถ้าไทยส่งนักบินอวกาศ  ขึ้นไปบ้าง  จะทำอะไรโชว์ดีครับ  :D  ;D

เสลา:
Tweet



ขึ้นไปโชว์ มวยไทย สิคุณณัฐวุฒิ
มีเชือกมงคลสรวมศีรษะพร้อมนวม ก็โชว์ได้แล้ว  ;D

เสลา:
Tweet



...


เอ่ยถึง “ชาชัก”
ถ้าเป็นคนภาคใต้ทั่วไปจะรู้จักกันเป็นอย่างดี
ว่าคือเครื่องดื่มชนิดหนึ่งที่มีชื่อเสียง
เป็นเอกลักษณ์ในการชงชาทางภาคใต้
ซึ่งชาชักที่รสชาติเข้มข้น หอมหวาน กลมกล่อม
และมีลีลาท่าทางการชงที่โดดเด่นแปลกตา

 เจ้าของร้าน “สมิหลา ชาชัก” ย่านรังสิต
ได้อธิบายถึงชาชักไว้ใน คอลัมน์
กลยุทธ์‘ชาชัก’‘โชว์ลีลาชง’ดึงเงิน !!
ในเดลินิวส์ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2551 ดังนี้
 
“วัฒนธรรมหนึ่งของคนใต้คือการนั่งดื่มน้ำชา-กาแฟ
และพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น
ชาชักเป็นเครื่องดื่มยอดนิยมที่อยู่คู่คนใต้มานาน   
เครื่องดื่มของที่ร้านจะเน้นคุณภาพวัตถุดิบและรสชาติเป็นสำคัญ
รวมถึงกรรมวิธีในการทำจะพิถีพิถันเป็นพิเศษ 
โดยสั่งซื้อผงชาสำเร็จรูปหลายตัวมาจากมาเลเซีย 

ชาแต่ละตัวจะมีจุดเด่นเฉพาะที่ไม่เหมือนกัน
บางตัวให้รสชาติที่เข้มข้น บางตัวให้ความหอม บางตัวให้สีสัน
เราจึงต้องเฟ้นหาสุดยอดชามาเป็นส่วนผสม 
เพื่อให้ได้หัวชาที่เป็นเอกลักษณ์  เมื่อได้หัวชาที่เข้มข้นแล้ว
ก็นำมาชงตามสูตรเฉพาะ ”
 
สำหรับการเปิดร้านชาชัก
วัสดุอุปกรณ์ ที่ใช้หลัก ๆ ก็มี...
เตาแก๊ส, กระบวยสำหรับตักน้ำร้อน, หม้อต้มน้ำ, ถุงชงชา,
กระบอกชงชา 2 ใบ และอุปกรณ์เครื่องดื่มต่าง ๆ
เช่น  แก้วพลาสติก หลอดดูด
 
ส่วนวัตถุดิบ ส่วนผสมในการชงชาชัก
ก็มี... ผงชาสำเร็จรูป, นมข้นหวาน, นมสด และน้ำสะอาด
 
วิธีการชง “ชาชัก”
เริ่มจากนำน้ำสะอาดใส่หม้อต้มให้เดือดจัด
แล้วตวงผงชาแต่ละตัวตามสัดส่วน-ตามสูตรของแต่ละร้าน
ใส่ลงไปต้ม แล้วลดไฟ ทำการเคี่ยวผงชาเพื่อให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกัน
ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง
จากนั้นก็ทำการกรองเอากากชาออกให้หมด
แล้วนำน้ำชาที่ได้ใส่ภาชนะที่เตรียมไว้
 
กรรมวิธีในการชงชาชักให้หอมกรุ่นเย้ายวนชวนชิม   
ยึดหลักธรรมชาติตามกฎแรงโน้มถ่วง
ของเหลวย่อมไหลจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำเสมอ 
ผู้ชงชาเองก็ต้องฝึกทักษะและเทคนิคพิเศษอย่างมาก
เพื่อที่จะทำให้ชานั้นมีรสชาติหอมหวานกลมกล่อมหลังการชง       
 



เมื่อใส่ส่วนผสมน้ำชาเคี่ยว นมสด นมข้นหวาน
ตามสัดส่วนลงในกระบอกชา ซึ่งมี 2 กระบอก
ผู้ชงชาหรือชักชาจะถือกระบอกชาไว้ในมือทั้ง 2 ข้าง ๆ ละใบ
จากนั้นจะเทชาจากมือบนสู่มือล่าง
เป็นการเทชากลับไป- กลับมาระหว่างมือทั้งสองข้าง
โดยให้มือที่ถือกระบอกชาด้านหนึ่งอยู่ระดับสูงเหนือศีรษะสุดปลายแขน

...
ค่อย ๆ เทชาลงมาเป็นสาย
น้ำชาจะพลิ้วสวยงาม
ทิ้งตัวดิ่งสู่กระบอกชาใบล่างที่คอยรองรับอยู่
ทำแบบนี้สลับไปมา 2-3 ครั้ง
จนส่วนผสมทั้งหมดกลมกลืนเป็นเนื้อเดียวกัน
ก็จะได้ชาที่มีฟองอากาศ หอมกรุ่น
รสชาตินุ่มกลมกล่อมยิ่งขึ้น
และอุ่นพอดีที่จะจิบพร้อมกับรับประทานโรตี
ซึ่งเข้ากันลงตัวพอดี

(ภาพจาก www.andamanguide.com , http://th.88db.com/th/)

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ