ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
พฤษภาคม 20, 2013, 21:02:06
92,751 กระทู้ ใน 7,432 หัวข้อ โดย 8,929 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: nuntanee
::Arunsawat ::อรุณสวัสดิ์ ::  |  สบาย สบายสไตล์อรุณสวัสดิ์ : บุคคลทั่วไปกรุณาสมัครสมาชิกก่อนโพสท์  |  สโมสรอรุณสวัสดิ์  |  แด่...หัวใจอันทระนงของ 'ชาวอาทิตย์อุทัย' 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้ « หน้าที่แล้ว ต่อไป »
หน้า: [1]
ผู้เขียน หัวข้อ: แด่...หัวใจอันทระนงของ 'ชาวอาทิตย์อุทัย'  (อ่าน 3639 ครั้ง)
เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 19,793



« เมื่อ: มีนาคม 17, 2011, 10:32:45 »


ภาพและข่าวที่ผ่านหูและผ่านตาเรานับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหว
ตามด้วยสึนามิครั้งร้ายแรงที่สุดที่ญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2011 เป็นต้นมา

ความเสียหาย สูญเสีย ทั้งชีวิต ทรัพย์สิน ที่เป็นสมบัติของมนุษย์
และทรัพยากรทางธรรมชาติ ที่ประเมินค่ามิได้
ทำให้เราหดหู่ เห็นใจญี่ปุ่น เพื่อนร่วมโลกของเราอย่างมากมาย

แต่จุดหนึ่งที่เราสะดุดตา สะดุดใจก็คือ
ภาพของชาวญี่ปุ่นที่เผชิญกับมหันตภัยที่น่าสะพรึงกลัว
ทั้งในส่วนที่เกิดขึ้นแล้ว และที่ยังคุกรุ่นต่อเนื่องอยู่
ด้วยสีหน้าและกิริยาที่สงบนิ่งและรักษาระเบียบวินัยดังปกติ

การขาดแคลนอาหาร น้ำ เชื้อเพลิง การไร้ที่อยู่อาศัย การสูญเสียนานัปการ
นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ จนถึงวันนี้ ยังไม่มีข่าวการแย่งชิง จี้ปล้น
เพื่อความอยู่รอดของตนเองและคนในครอบครัว ดังเช่นที่เคยมีในประเทศอื่น

แม้การขอความช่วยเหลือ ก็ออกปากตามความจำเป็น ด้วยเหตุผลที่น่าเห็นใจอย่างยิ่ง

มาซาโอะ ฮารา นายกเทศมนตรีเมืองโคริยามา ซึ่งอยู่ห่างจากโรงไฟฟ้าฟูกูชิมะไปทางตะวันตก 50 กิโลเมตร
กล่าวว่า ในขณะนี้มีผู้อพยพจากพื้นที่ใกล้โรงไฟฟ้าดังกล่าวมาอาศัยสถานพักพิงในเมืองราว 9,000 คน
และในสนามเบสบอลอีก 200 คน
      
       “สิ่งที่เราต้องการอย่างเร่งด่วนในตอนนี้ คือ เชื้อเพลิง น้ำมันหนัก น้ำมันเบา น้ำ และอาหาร มากไปกว่าสิ่งอื่นใด
เราต้องการเชื้อเพลิง เพราะเราไม่สามารถทำอะไรได้เลยโดยปราศจากสิ่งนี้
เราไม่สามารถอยู่อย่างอบอุ่น หรือเดินเครื่องปั๊มน้ำได้” ฮารา กล่าว
      
       “เรายังจำเป็นที่ต้องใช้พาหนะเคลื่อนย้ายเพื่อเก็บขยะ
ผมจึงอยากจะอ้อนวอนต่อประชาคมโลก เราต้องการความช่วยเหลือ”


“ผู้คนกลัดกลุ้ม แต่ก็ทำใจเย็น พวกเขาไม่ได้ตื่นตระหนกเลย
พวกเขาเริ่มกังวลมากขึ้นหลังจากดูโทรทัศน์ และเห็นว่า ส่วนอื่นในประเทศวิตกกันขนาดไหน”
เขาเสริม

      


http://img190.imageshack.us/img190/8993/bp37.jpg


ผู้อพยพสูงอายุ แบ่งปันกันอ่านข่าวสาร

              





       นอกจากนี้ ยังมีชาวบ้านอีกกว่า 2,600 คน เข้าคิวกันที่สนามกีฬา
เพื่อให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญตรวจหาสารกัมมันตรังสี ขณะที่ทางการเตรียมแจกจ่ายยาเม็ดไอโอดีน
ซึ่งเป็นการป้องกันรักษาอาการป่วยจากกัมมันตภาพรังสี


ข้อมูลจาก ASTVผู้จัดการออนไลน์ 16 มีนาคม 2554



แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 19,793



« ตอบ #1 เมื่อ: มีนาคม 17, 2011, 10:48:36 »


อาจจะเป็นด้วยคนญี่ปุ่นผ่านเหตุการณ์ร้ายมาตั้งแต่สมัยสงครามโลก
โดยเฉพาะการถูกทำลายด้วยระเบิดปรมาณู

หรือด้วยการปลูกฝังในสายเลือดให้เป็นผู้อดทน มีระเบียบขยัน เข้มแข็ง
กับความรักศักดิ์ศรี
ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทำให้ญี่ปุ่นฟื้นประเทศได้เร็ว
และเราก็หวังและเอาใจช่วยว่า
จากเหตุการณ์ครั้งนี้แล้ว ญี่ปุ่นก็จะสามารถแก้ไข ฟื้นฟูประเทศได้ในอีกไม่นาน


ขอนำภาพที่หาได้จากทาง internet มาไว้ตรงนี้
เผื่อจะมีประโยชน์ เตือนตัวเองและ เพื่อน พี่น้อง ชาวไทย
หากจะเกิดเหตุการณ์ มหันตภัยใดๆ จะได้คุมสติ สงบ เพื่อจะได้ผ่อนหนักให้เป็นเบา

เพราะหากปราศจาก ความอดทน และรักษาวินัย เช่นนี้
สถานการณ์ที่เลวร้ายซึ่งเผชิญอยู่อย่างเลี่ยงไม่ได้ จะยิ่งเพิ่มความร้ายแรงมากขึ้น


เข้าคิวซื้ออาหารและน้ำที่ร่อยหรอ อย่างสงบ







ชาวโตเกียวเข้าคิวซื้ออาหารท่ามกลางอากาศที่หนาวเย็น


การรอคอยที่สถานีรถไฟซึ่งหยุดเดินชั่วคราว




นั่งรอที่บันได ไม่ลืมเว้นช่องสำหรับผู้เดินผ่านขึ้น-ลง



เมื่อรถไฟทะยอยเปิดวิ่งตามปกติ ก็เข้าคิวรอเช่นเคย


กลุ่มผู้คนชาวโตเกียว ที่ติดตามเหตุการณ์ที่น่าวิตกยิ่ง คล้ายในยามปกติ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 19,793



« ตอบ #2 เมื่อ: มีนาคม 21, 2011, 10:10:37 »



       
แด่...หัวใจอันทระนงของ 'ชาวอาทิตย์อุทัย'

พบบทความนี้ใน ASTVผู้จัดการรายวัน 20 มีนาคม 2554
 แล้วก็อดไม่ได้นี่จะไม่นำมาเผยแพร่
หลายๆท่านอาจทราบหรือได้อ่านแล้ว
แต่ กับหลายๆข้อความที่บอกเล่าเรื่องราว
ทำให้อยากเก็บไว้เป็นสิ่งเตือนใจตัวเองและเพื่อนคนไทยด้วยกัน

เพราะเราไม่มีโอกาสทราบว่า... วันหน้า... เราจะพบวิกฤต อย่างไรบ้าง
โลกเปลี่ยนไปทุกวัน... ปัญหา... ข้อขัดข้องใหม่ๆ มีมาให้เราต้องเผชิญกับมันเรื่อยๆ
สิ่งที่ประเทศญี่ปุ่น คนญี่ปุ่นได้รับขณะนี้ หนักหนาสาหัส



ล่าสุดมีตัวเลขผู้เสียชีวิตและสูญหายกว่า 21,000 คน
กับการเผชิญหน้ากับวิกฤตที่ยังไม่จบ จาก โรงไฟฟ้านิวเคลียร์
ที่แผ่รังสีกัมมันตภาพออกมาหลายวันแล้ว



ไทยเรายังโชคดี ที่มีโอกาสยืนมองดูในระยะที่ห่างออกมาพอสมควร
หากเราจะเก็บภาพและเรื่องราวเหล่านี้ไว้เป็นบทเรียน
ย่อมจะมีประโยชน์ยิ่งกว่าการได้เห็นเพียงภาพหายนะของเขา

*******************


กระแสธารความห่วงใยจากมหาชนทั่วโลก
ยังคงหลั่งไหลมาสู่ดินแดนอาทิตย์อุทัยอย่างไม่ขาดสาย
หลังเกิดมหันตภัยอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่เหตุแผ่นดินไหว
คลื่นยักษ์สึนามิซัดถล่ม และล่าสุดการระเบิดของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์
ส่งผลให้มีชาวญี่ปุ่นจำนวนมหาศาลต้องจบชีวิตลง
       
       ภาพของอุปกรณ์เครื่องใช้ ข้าวปลาอาหาร ทุนทรัพย์เล็กๆ น้อยๆ
และแรงกำลังของเจ้าหน้าที่จากประเทศต่างๆ
ซึ่งได้รับอนุญาตจากเจ้าภาพ ถูกส่งมายังผู้ประสบภัย
กลายเป็นสิ่งเรียกน้ำตาได้อย่างดีให้แก่ผู้พบเห็น
เพราะมันคือเครื่องบ่งชี้ได้อย่างดีว่า
แม้แต่เส้นอาณาเขตที่กั้นอยู่ก็ไม่สำคัญเท่ากับ จิตสำนึกของความเป็นคนได้




       
…

       แต่นั่นไม่สำคัญเท่ากับพลังใจจากภายในตัวของชาวญี่ปุ่นเอง
ใบหน้าที่ยังคงนิ่งเฉย
และยอมรับต่อสถานการณ์ความเป็นจริงอย่างเข้มแข็ง
บ่งบอกว่าพวกเขาไม่ยอมจำนนต่อโชคชะตา
และพร้อมที่จะยิ้มเดินหน้าต่อไป
เพื่อให้ญี่ปุ่นกลับมาเป็นเหมือนเดิม
โดยไม่ต้องร้องขอความเห็นใจจากใคร
กลายเป็นสัญลักษณ์สำคัญ
ที่ทำให้คนทั่วโลกต่างยกย่อง
หัวใจดวงน้อยๆ ของคนที่นี่นั้น ไม่ธรรมดาจริงๆ





       แน่นอนปฏิเสธไม่ได้ว่า นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ทำให้หัวใจของคนญี่ปุ่นเข้มแข็งเช่นนี้
แต่เป็นเพราะประสบการณ์ที่ต้องเผชิญมาอย่างหนักหน่วง เช่น สงครามโลกครั้งที่ 2
ซึ่งญี่ปุ่นพ่ายแพ้อย่างยับเยิน หลายเมืองถูกเครื่องบินถล่มด้วยระเบิดมากมาย
รวมถึงระเบิดปรมาณูที่เมืองฮิโรชิมาและนางาซากิ
แถมประเทศยังต้องอยู่ภายใต้การปกครองของชาติตะวันตกอีก
กลายเป็นบทเรียนสำคัญที่ทำให้พวกเขารู้ว่าล้มไม่ได้
และถึงจะล้มก็ต้องพยายามลุกขึ้นให้เร็วที่สุด




       
       
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 19,793



« ตอบ #3 เมื่อ: มีนาคม 21, 2011, 10:14:25 »



ดังคำอธิบายของนักวิชาการด้านญี่ปุ่นศึกษา ปิยะ เดชะศิริ
ผู้ช่วยผู้จัดการแผนก บริหารงานบุคคลและธุรการ บริษัท แคมพลาส (ประเทศไทย) จำกัด
ซึ่งเล่าว่า ญี่ปุ่นถือเป็นประเทศที่มีความเป็นชาตินิยมสูงมากๆ
เพราะทุกคนต่างก็มีความเชื่อว่า ตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของประเทศชาติ
เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะเกิดวิกฤตครั้งไหนๆ ญี่ปุ่นก็สามารถผ่านพ้นมาได้





       
       “ช่วงที่แพ้สงครามโลกครั้งที่ 2 ญี่ปุ่นเป็นหนี้
อยู่ในสภาวะหมดทางหนีทีไล่แล้ว ก็เลยมานั่งรวมพลังในการกอบกู้ประเทศขึ้นมา
โดยที่ทุกคนมีหน้าที่ของตัวเองและปฏิบัติหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด
ค่าของเงิน เมื่อก่อน 1 ดอลลาร์จะแลกได้ประมาณ 240 เยน
เมื่อญี่ปุ่นมีการพัฒนาเรื่องเทคโนโลยีขึ้นมา

ผลก็คือ ค่าเงินของญี่ปุ่นมันเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์
จาก 240 เหลือไม่ถึง 100 เยนในปัจจุบัน
ผลก็คือประเทศชาติอื่นที่จะเอาเงินไปแลก ได้เงินเยนน้อยลง
เงินญี่ปุ่นก็แข็งขึ้นมามาก
โดยผลกระทบเรื่องการส่งออกญี่ปุ่นเขาก็มีการพัฒนาตัวเองขึ้นมา
ให้มีค่าในการส่งออกไปขาย
ทุกคนไม่ได้เห็นแก่ตัวเมื่อได้รับผลกระทบเพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันขึ้นมา”

       
       ซึ่งกว่าจะผ่านจุดนั้นมาได้ ก็ต้องใช้ทั้งจิตวิญญาณ และระเบียบวินัย
อย่างมหาศาลจึงบรรลุไปสู่เป้าหมายได้






       
       “หากแปลความหมายจากภาษาญี่ปุ่น
คนที่ไม่อยู่ในกฎระเบียบ เปรียบเหมือนตะปูที่ยื่นออกมา
เมื่อใดก็ตามที่คุณเป็นเหมือนตะปูที่ยื่นออกมาจากไม้แล้ว
คุณจะต้องถูกตอกกลับเข้าไป
ในขณะที่ประเทศอื่นๆ ไม่ได้รู้สึกสักเท่าไหร่
มันทำให้เมื่อเกิดตะปูยื่นออกมาคือ สิ่งไม่ถูกต้อง สังคมก็เพิกเฉย
แต่สังคมญี่ปุ่นบอกว่าไม่ใช่นะ ต้องถูกทุบกลับเข้าไป
เมื่อทั้งหมดทั้งมวลรวมกันทุกคนรู้ว่าคือหน้าที่
ในการฟันฝ่าอุปสรรคของประเทศชาติไปด้วยกัน
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 19,793



« ตอบ #4 เมื่อ: มีนาคม 21, 2011, 10:31:51 »



       “อย่างเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมา เมื่อมองย้อนกลับไป
ทุกคนรับรู้ว่าคือวิกฤตคือโศกนาฏกรรม
แต่ว่าขณะเดียวกันมันคือโอกาสที่ญี่ปุ่นจะทำให้คนทั้งโลกเห็นว่า
เขาอยู่กันได้นะ เขามีการแก้ปัญหา วางแผนการป้องกันไว้แล้ว
เมื่อเกิดปัญหาเขาไม่มีความตระหนกตกใจ”
 




 
       เช่นเดียวกับมุมมองของ ติ๊ก-กัญญารัตน์ จิรรัชชกิจ ดาราสาวและพิธีกรรายเซย์ไฮ
ในฐานะทูตสันถวไมตรีของประเทศญี่ปุ่น
ซึ่งย้ำให้เห็นถึงจิตวิญญาณอันบริสุทธิ์นี้ ได้ซึมลึกเขาไปอยู่ในตัวตนของคนญี่ปุ่น
ไม่ว่าจะเป็นความรักศักดิ์ศรี ความมีระเบียบต่อตัวเองต่อสังคม
สังเกตได้จากการเข้าคิวของคนที่นั้น ซึ่งสะท้อนความเชื่อได้อย่างดีว่า
คนญี่ปุ่นมองว่า การรอจะทำให้ได้ในสิ่งที่ปรารถนา
หรือการไม่ยอมรับทิป เพราะถูกสอนให้รักศักดิ์ศรีและหน้าที่การงานของตนเอง
       
              “ “เราไม่ได้เห็นว่าเขาสอนเด็กๆ ยังไง
แต่ผู้ใหญ่เขาทำตัวเป็นแบบอย่างที่ดี
อย่างติ๊กไปเจอเจ้าของบริษัทอะไรก็ตาม
ถ้าเขาเห็นขยะ เขาจะก้มเก็บเองโดยไม่สั่งให้ใครเก็บ
และไม่ได้สั่งให้ลูกน้องเอาไปทิ้งนะ เขาจะเก็บไว้กับตัวเอง
ถ้าไม่มีถังขยะตามทางเดิน เขาก็จะเอาไปทิ้งที่บ้านหรือที่ทำงาน” 

       
       แต่เหนือสิ่งอื่นใด การจะผ่านพ้นอุปสรรคไปให้ได้
จะขาดสิ่งหนึ่งไปไม่ได้เป็นอันขาดนั่นก็คือ        “'ศรัทธา'
       
       ….เป็นศรัทธาที่มีต่อตนเอง ต่อความเชื่อ และต่อสิ่งที่ตัวเองรัก
เพราะนี่คือยาอย่างดีที่จะหล่อเลี้ยงขวัญและกำลังใจ
ให้พวกเขาสามารถกลับมามีพลังได้เช่นเดิม
       
      “คนที่นั่นเขามีศรัทธาและความเชื่อมั่นสูงมาก
แม้แต่รัฐบาลเองซึ่งถูกโจมตีหลายเรื่อง
แต่คนญี่ปุ่นเองก็เชื่อว่าทุกอย่างต้องฟันฝ่าไปได้
เพราะฉะนั้นเขาเองจะมีความเชื่อว่า ผู้นำของเขาจะเป็นกลไกสำคัญ
ที่จะจัดการการแก้ไขปัญหา นอกเหนือจากบริบททางสังคม
เขามีพลังที่เชื่อมโยงกันที่สำคัญที่จะไปสู่การแก้ปัญหาวิกฤตพร้อมกัน
ที่ผ่านมาเขาผ่านจุดร่วมด้วย
เหมือนประวัติศาสตร์ที่เขาภูมิใจว่าเคยผ่านมาได้
ครั้งนี้ก็จะผ่านไปได้
เด็กหรือคนรุ่นใหม่ได้ถูกสั่งสอนว่า เราเคยผ่านมาแล้วนะ
ไม่ว่าต่อไปเราจะเกิดอะไรขึ้น เราก็พร้อม”
ปิยะกล่าวสรุป
       ..........
       


       แม้ตอนนี้ชาวญี่ปุ่นจะบาดเจ็บทั้งร่างกายและจิตใจเป็นอย่างมาก
แต่การที่พยายามลุกขึ้นโดยไม่ยอมแพ้ต่อความโชคร้ายแม้แต่น้อย
ก็คือคำตอบอย่างดีที่แสดงให้เห็นว่า ใจของคนที่นั่นช่างยิ่งใหญ่ขนาดไหน
       
       และสิ่งเหล่านี้ได้กลายเป็นเครื่องเตือนใจชาวโลกว่า
แม้ข้างหน้าจะมีขวากหนามขนาดไหน
แต่ถ้าใจสู้สักอย่างก็ไม่ใช่เรื่องยากที่ฝ่าไปได้ ดั่งเช่นชาวอาทิตย์อุทัย
       ..........
       
       'หัวใจนักสู้' ที่เรียกว่า 'คนญี่ปุ่น'
       
       การต่อสู้กับความโหดร้ายของชีวิตนั้นไม่ใช่ที่ใครจะผ่านไปได้
ภาพบางอย่างอาจจะเป็นฝันร้ายที่ตามหลอกหลอนจิตใจ จนกระทั่งวันสุดท้ายของญี่ปุ่น
และชาวญี่ปุ่นก็เช่นเดียวกัน
เหตุการณ์ภัยพิบัติครั้งนี้คือฝันร้ายที่ทุกคนไม่อยากจะให้เกิดขึ้น
แต่เมื่อต้องเผชิญแล้ว คำว่า 'สู้' คงเป็นคำตอบเดียวที่จะกล่าวขึ้นมาได้
และเรื่องราวต่อไปนี้ก็คือ การส่งเสียง 'สู้' เสียงเล็กๆ ของคนญี่ปุ่น
ที่จะทำให้กันได้ในยามที่ทุกคนต้องการกำลังใจอย่างสูงเช่นนี้
       


เมืองฮิโรชิมาถูกบอมบ์ด้วยระเบิดปรมาณูในสงครามโลกครั้งที่ 2 ปี 1945








 
   
    
             “  1. รอยยิ้ม
       
       ภาพชุด 'รอยยิ้ม' เกือบร้อยภาพจากฝีมือการวาดของทาเคฮิโกะ อิโนะอุเอะ
เจ้าของผลงาน ‘Slam Dunk’ อาจจะดูสิ่งธรรมดาๆ หากปรากฏขึ้นในยามปกติ
แต่สำหรับยามวิกฤตที่ทุกคนกำลังอ่อนล้าเช่นนี้
รอยยิ้มเล็กๆ อาจจะมีค่ามหาศาลก็เป็นได้
แม้สิ่งนั้นจะเป็นเพียงแค่การ์ตูนลายเส้นเท่านั้นเอง

แต่ทว่าทุกภาพกลับอัดแน่นไปด้วยพลังของความห่วงใยที่มีให้กัน
ราวกับมีนัยที่จะบอกให้ทุกคนได้รู้ว่า 'ไม่เป็นไร จงยิ้มและก้าวต่อไปข้างหน้า'
แค่นี้ก็คงเพียงพอแล้วที่ชาวญี่ปุ่นต้องการ
(ติดตามผลงานของอิโนะอุเอะได้ที่ http://twitpic.com/48u69p)
       
    

    
       2. กัมบาเระ
       
       คำพูดหนึ่งที่ยังคงติดปากของคนญี่ปุ่นไม่ว่ายุคไหนสมัยไหน ก็คือ 'กัมบาเระ'
ซึ่งแปลเป็นไทยง่ายๆ ว่า 'พยายามต่อไป' หรือ 'สู้ๆ'
ซึ่งเหตุผลอาจจะเป็นเพราะคนที่นั่นต้องเผชิญโศกนาฏกรรมมาไม่รู้กี่หนแล้ว
แน่นอนแม้นี่จะเพียงคำพูดสั้นๆ
แต่เชื่อหรือไม่ว่า มันกลับมีคุณค่ามหาศาลอย่างยิ่งในช่วงวิกฤตนี้
เพราะบางทีคำพูดแค่นี้
อาจจะสร้างเรียกพลังใจที่เคยแตกสลายให้คืนกลับมาอีกครั้งได้
และที่สำคัญ นี่คือเครื่องสะท้อนจิตใจและตัวตนของคนญี่ปุ่นอย่างดี
ว่าพวกเขาห่วงเป็นใยเพื่อนร่วมชาติมากขนาดไหนอีกด้วย
       
 
   
    
        3. น้ำกิน-น้ำใจ
       
       หากเป็นประเทศอื่นอาจเกิดการตะลุมบอนกันแล้ว แต่สำหรับญี่ปุ่นแล้ว
เรื่องน้ำใจถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุด อย่างเรื่องราวจากอินเทอร์เน็ตของผู้ชายไทยคนหนึ่ง
ซึ่งเล่าประสบการณ์ช่วงที่อยู่ที่นั่นว่า
แทบจะไม่มีน้ำกินเลย เพราะไปร้านไหนๆ ต่างก็ถูกกวาดซื้อไปหมด
แต่อย่างน้อยเขาก็หวังพระเจ้าคงจะใจดีประทานน้ำให้แก่เขาสักนิด
จึงได้เดินทางออกไปหาซื้อน้ำอีกรอบ
ระหว่างนั้นก็เจอคนญี่ปุ่นที่ข้างทาง ซึ่งก็ถามเขาว่าจะไปไหน
จึงตอบไปว่า ไปซื้อน้ำแล้วก็จากไป
แน่นอนว่าผลที่เป็นไปอย่างที่คาด
เขากลับบ้านมาอย่างเหนื่อยล้าและผิดหวัง

แต่เมื่อตื่นเช้าขึ้นมากลับพบว่ามีน้ำอยู่ 4-5 ขวดบรรจุอยู่ในถุงอย่างดี
พร้อมกับข้อความเล็กๆ แขวนไว้หน้าประตู
ซึ่งก็เป็นน้ำจากคนญี่ปุ่นนั่นเอง
       
    

    
       4. ห้องน้ำยามยาก
       
       ไม่บ่อยนักที่ใครจะยอมให้คนอื่นเข้าไปใช้ห้องน้ำในบ้านตัวเอง
แต่ไม่ใช่สำหรับผู้หญิงคนนี้แน่ๆ
เพราะในยามที่รถไฟฟ้าต้องปิดให้บริการ
ส่งผลให้ชาวญี่ปุ่นจำนวนมากต้องเดินเท้ากลับบ้าน
หลายคนจึงปวดหนักปวดเบาเป็นเรื่องธรรมดา
ซึ่งก็มีหลายๆ บ้านใจดี ติดป้ายว่า 'เชิญใช้ห้องน้ำได้ค่ะ'
แค่ป้ายเล็กๆ ก็ทำเอาคนน้ำตาไหลเป็นกองแล้ว
       
 
   
    
       5. วีรบุรุษโรงไฟฟ้า
       ในช่วงที่เกิดเหตุโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ระเบิดดูเหมือนทุกคนจะพยายามถอยหนีกันหมด
แต่สำหรับผู้ชายวัย 59 ปีคนหนึ่งกลับยืนหยัดจะกู้วิกฤตชาติครั้งนี้
เพื่อยับยั้งการรั่วไหลของกัมมันตรังสีจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟูกุชิมะ
โดยบุตรสาวของเขาได้ทวิตข้อความกินใจเอาไว้ว่า “พ่อพูดว่า
อนาคตของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขึ้นอยู่กับวิธีจัดการกับวิกฤตครั้งนี้ของเรา
พ่อต้องไปเพราะมันเป็นหน้าที่...ฉันไม่เคยภูมิใจในตัวพ่อเท่านี้มาก่อน”
       
       ฯลฯ



บ้านเมืองที่เคยเป็นที่อยู่อาศัยอันสวยงามและสงบสุขของผู้คน ในยามค่ำคืน
หลังถูกภัยธรรมชาติกระหน่ำยับเยิน



  

ขอบคุณบทความจาก
ASTVผู้จัดการรายวัน   20 มีนาคม 2554
ภาพจาก internet, จากเว็บไซท์และบล็อกหลายๆประเทศ ที่เก็บภาพ พร้อมข้อความที่ชื่นชมในหัวใจนักสู้ของชาวญี่ปุ่น
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

bobo
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,322



« ตอบ #5 เมื่อ: มีนาคม 21, 2011, 15:54:29 »


.
<a href="http://www.youtube.com/watch?v=OiNk1f5rHa8" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=OiNk1f5rHa8</a>
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 19,793



« ตอบ #6 เมื่อ: มีนาคม 21, 2011, 20:07:20 »



ขอบคุณคุณ bobo ที่นำคลิปนี้มาให้ชม
คนญี่ปุ่นที่ออกมากล่าว คงจะเป็นอุปทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทยกระมัง

รู้สึกป้าจะเคยอ่านเจอมีคนพูดถึงว่า เป็นตัวแทนชาวญี่ปุ่น
มาแสดงความขอบคุณและซาบซึ้งน้ำใจคนไทย
จนร้องไห้
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

bobo
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,322



« ตอบ #7 เมื่อ: มีนาคม 22, 2011, 00:17:58 »


มีหลายบทเพลงที่ศิลปินแต่งให้กำลังใจคนญี่ปุ่น อย่างเพลงนี้

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=O74p7sbWrlY" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=O74p7sbWrlY</a>


Be Strong Japan

      
       When I see those dire pictures
       I can cry just in dismay
       for courage and the strenght you need
       for help and hope I pray
       Many faces marked by sorrow
       but many people are aware
       they all band together
       yes we are here to share
       There's always someone left for us
       something worth to fight it out
       bear up and you'll live to see
       magic moments without doubt
       Life and earth are nature
       so rich and so pure
       how often it looks cruel
       but we are happy to endure
       When some major things are lost
       we are nerveless and alone
       but you are not the only one
       When it's time to say goodbye
       we stand together and back you up
       you are not alone
       When I see those dire pictures
       I can cry just in dismay
       for courage and the strenght you need
       for help and hope I pray
       Now it's tough times you're going through
       but you keep your spirits up
       we all count our blessings
       we don't give you up
       When some major things are lost
       we are nerveless and alone
       but you are not the only one
       When it's time to say goodbye
       we stand together and back you up
       you are not alone
       Million thoughts are with you
       while someone's singing this song
       you are not alone




 
  
โดมินิค เพ็ตโซลด์ ภาพจากเฟซบุ๊คของเขา.  
 
http://www.manager.co.th/IndoChina/ViewNews.aspx?NewsID=9540000034945
 






<a href="http://www.youtube.com/watch?v=Lt1LX4a6xKE" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=Lt1LX4a6xKE</a>
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
bobo
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,322



« ตอบ #8 เมื่อ: มีนาคม 22, 2011, 00:50:23 »


ห่วงใยแจแปน -  มนตรี คนทำ

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=lZVIRsZzSBA" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=lZVIRsZzSBA</a>
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
    กระโดดไป: