ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
สิงหาคม 01, 2014, 06:40:02
94,181 กระทู้ ใน 7,700 หัวข้อ โดย 9,138 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: minkII
::Arunsawat ::อรุณสวัสดิ์ ::  |  อรุณสาระ : บุคคลทั่วไปกรุณาสมัครสมาชิกก่อนโพสท์  |  เรื่องราวบทความที่น่าสนใจ  |  การประท้วงขับไล่รัฐบาลและระบอบปกครองในประเทศโลกอาหรับ 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้ « หน้าที่แล้ว ต่อไป »
หน้า: [1] 2
ผู้เขียน หัวข้อ: การประท้วงขับไล่รัฐบาลและระบอบปกครองในประเทศโลกอาหรับ  (อ่าน 22306 ครั้ง)
เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,166



« เมื่อ: มกราคม 31, 2011, 09:35:18 »




เหตุการวุ่นวาย จลาจลในอียิปต์ที่สืบเนื่อง มาตั้งแต่ปลายเดือนมกราคม
เป็นการประท้วงต่อต้านรัฐบาลครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 30 ปีของอียิปต์
บานปลายเป็นเหตุรุนแรงมากขึ้นในวันถัดมา
เมื่อผู้ประท้วงเดินหน้าเรียกร้องให้ประธานาธิบดีฮอสนี มูบารัก ลาออก
ทำให้ดินแดนฟาห์โรตกอยู่ในภาวะมิคสัญญี เมื่อมีผู้สังเวยชีวิตแล้วเกิน 100 ราย
ขณะที่ประชาชนหลายหมื่นคนยังคงเดินหน้าประท้วงขับไล่เขาต่อไปเป็นวันที่ 6 เมื่อวานนี้ (30)

ทำให้อยากทราบความเป็นมาของผู้เป็นเป้าหมายในการขับไล่ของชาวอียิปต์ครั้งนี้


Hosni Mubarak

เส้นทางชีวิตฮอสนี มูบารัค (Hosni Mubarak)  ประธานาธิบดีคงกระพันแห่งอียิปต์

ทั่วโลกจับตาว่าชีวิตบนบัลลังค์อำนาจของผู้นำอียิปต์ยาวนานกว่า 30 ปี กำลังจะกลายเป็นตำนานหรือไม่

นายฮอสนี มูบารัค ประธานาธิบดีแห่งอียิปต์ มีชื่อเต็มว่า มูฮัมหมัด ฮอสนี ซายอิด มูบารัค
(Mohamed Hosni Sayyid Mubarak)
 เกิดเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2471 (อายุ 82 ย่าง 83 ปี) ที่เมืองคาฟร์ เอล เมสเซลาห์ ในแคว้นโมนูเฟียของอียิปต์

 โดยเขาเกิดมาในครอบครัวผู้มีอันจะกิน และได้รับการศึกษาที่ดีตั้งแต่เยาว์วัย
 โดยเข้าศึกษาที่โรงเรียนนายร้อยแห่งอียิปต์
 และสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีด้านวิทยาศาสตร์การทหาร

ในปี 2492  มูบารัคเข้ารับราชการในกองทัพอากาศอียิปต์
และได้ทำหน้าที่นักบินประจำการ ซึ่งหน้าที่การงานในกองทัพของเขาก้าวหน้าเป็นลำดับ
จนในที่สุดเขาก็ได้รับยศจอมพลอากาศ และดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการกองทัพอากาศ
ในช่วงสงครามอาหรับ - อิสราเอล ครั้งที่ 2 ในปี 2516

มูบารัค ลาออกจากตำแหน่งในกองทัพ และก้าวเข้าสู่วงการเมืองในปี 2518
เขาเข้ารับตำแหน่งรองประธานาธิบดี ในรัฐบาลของประธานาธิบดี อัลวา ซาดัด
ซึ่งในฐานะรองประธานาธิบดี เขามีผลงานในการเจรจาทางการทูตกับชาติตะวันตกหลายครั้ง
 จนทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างอียิปต์กับชาติตะวันตก เป็นไปอย่างราบรื่น ต่างจากชาติอาหรับอื่นๆ

ต่อจากนั้นไม่นาน เส้นทางผู้นำประเทศก็เปิดกว้าง
โดยปี 2524 หลังการถึงแก่อสัญกรรมของประธานาธิบดีซาดัด
ที่ถูกลอบสังหารโดยกลุ่มหัวรุนแรง ที่ไม่พอใจการลงนามในสนธิสัญญาสันติภาพ
กับอิสราเอล ศัตรูตลอดกาลของชนชาติอาหรับ
ชื่อเสียงและผลงานที่โดดเด่นของฮอสนีย์ มูบารัค ทำให้เขาได้ก้าวขึ้นมา
แทนที่ตำแหน่งประธานาธิบดีคนที่ 4 ของสาธารณรัฐอาหรับอียิปต์ แบบไร้ปัญหา
 และปกครองประเทศตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา (14 ตุลาคม  2524)

ในช่วงแรกของการเข้าดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี
เขาได้รับความนิยมและการสนับสนุนจากประชาชนอย่างกว้างขวาง
ด้วยภาพลักษณ์การเป็นคนมีวาทะศิลป์ ภาวะความเป็นผู้นำสูง
และความสามารถในการเจรจาแก้ไขปัญหาต่างๆอย่างชาญฉลาด
 ทำให้เขาไม่เพียงแต่เป็นที่นิยมในชาวอียิปต์เท่านั้น
แต่ในเวทีนานาชาติ ประธานาธิบดีผู้นี้ก็ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางเช่นกัน
ทำให้อียิปต์ภายใต้การนำของเขานั้น มีความสัมพันธ์อันดีกับชาติมหาอำนาจหลายๆชาติ
ทั้งอังกฤษ ฝรั่งเศส อิตาลี และสหรัฐอเมริกา


ประธานาธืบดีมูบารัค (แถวหน้าที่ 2 จากซ้าย), กษัตริย์ อับดุลลาห์แห่งซาอุดิอาระเบีย (ที่ 3 จากซ้าย)
และ Emir of Kuwait Sheikh Sabah al-Ahmad al-Jaber al-Sabah
ร่วมประชุม Arab Economic, Social and Development Summit
ที่ คูเวต เมื่อ 19 มกราคม, 2009  (ภาพจาก Xinhua )


ประธานาธืบดีมูบารัค สนทนากับประธานาธิบดี บารัค โอบามา
ที่ทำเนียบไวท์เฮ้าส์ เมื่อ  18 สิงหาคม 2009

ขณะเดียวกันความสัมพันธ์กับชาติเพื่อนบ้านในแอฟริกาเหนือและชาติมุสลิมอื่นๆ
ทั้งที่เป็นมิตรและเป็นศัตรูกับชาติตะวันตกก็เป็นไปอย่างดี

 ซึ่งสิ่งเหล่านี้เอง ที่ทำให้ตัวเขานั้นได้รับความไว้วางใจจากชาวอียิปต์
ที่เลือกให้เขาดำรงตำแหน่งต่อเนื่องยาวนานมากว่า 30 ปี
 ถือเป็นผู้นำที่ครองอำนาจยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองของอียิปต์
แม้ว่าจะมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่บริสุทธิ์ ยุติธรรม
ของระบบการเลือกตั้งของอียิปต์ ที่ดูเหมือนจะเอื้อประโยชน์ให้กับมูบารัคก็ตาม

ตลอดระยะเวลาร่วม 30 ปีที่ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี
เขาถูกลอบสังหารถึง 6 ครั้ง ด้วยวิธีการต่างๆทั้งการลอบยิง ลอบวางระเบิด
บุกจู่โจมด้วยมีด หรือแม้แต่ใช้แก๊สพิษ แต่เขาก็รอดชีวิตมาได้ทุกครั้ง
จนทำให้เขาได้รับฉายาจากสื่อมวลชนว่า ประธานาธิบดีกระดูกเหล็ก
และเป็นที่คาดการณ์กันว่า เขาคงจะดำรงตำแหน่งประธานานธิบดีอียิปต์
ไปจนกว่าจะถึงวาระสุดท้ายของชีวิต





การจลาจลในตูนิเซียขับไล่ประธานาธิบดี ไซน์ เอล-อบิดีน เบน อาลี (Zine El Abidine Ben Ali)]
ภาพจาก AFP และ BBC


แต่แล้วเก้าอี้ประธานาธิบดีที่ดูเหมือนจะยืนยงคงกระพันของเขาก็ต้องสั่นคลอน
เมื่อการปฏิวัติดอกมะลิ ในตูนิเซียปะทุขึ้น และบานปลาย
กลายเป็นการจลาจลวุ่นวายขับไล่ประธานาธิบดีไซน์ เอล-อบิดีน เบน อาลี
ผู้ผูกขาดอำนาจยาวนาน
 ซึ่งเหตุการณ์ในทำนองใกล้เคียงกัน ได้ส่งผลมาถึงอียิปต์ ซึ่งเป็นชาติเพื่อนบ้านอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ทั้งนี้ ประชาชนส่วนใหญ่ที่ ที่ไม่พอใจการผูกขาดอำนาจของเขา
ได้ใช้การประท้วงในตูนิเซียเป็นตัวอย่าง ในปลุกระดมให้ผู้คนลุกฮือขึ้นต่อต้านเขา
และลุกลามกลายเป็นการจลาจลครั้งใหญ่ทั้วประเทศ
ซึ่งนับเป็นการต่อต้านครั้งใหญ่ที่สุดนับจากการขึ้นดำรงตำแหน่งของฮอสนีย์ มูบารัค เลยทีเดียว

การประท้วงในอียิปต์ขณะนี้ กลายเป็นเหตุการณ์ใหญ่ที่ทั่วโลกกำลังจับตามอง
 โดยสื่อมวลชนต่างชาติทุกสำนัก มุ่งเป้าไปที่การจับการความเคลื่อนไหว
 แต่ตั้งประเด็นพาดหัวว่า นี่จะเป็นจุดสิ้นสุดของการผูกขาดอำนาจของฮอสนี มูบารัค
ประธานาธิบดีกระดูกเหล็ก
และการเมืองในอียิปต์ จะเป็นไปตามทฤษฎีโดมิโน่ ที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงดุลอำนาจครั้งใหญ่
ในภูมิภาคแอฟริกาเหนือ เหมือนที่นักวิเคราะห์ทางการเมืองกำลังคาดการณ์หรือไม่



#Invalid YouTube Link#


ข้อมูลจาก http://news.voicetv.co.thl, วิกิพีเดีย
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,166



« ตอบ #1 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 06, 2011, 19:37:13 »




การประท้วงขับไล่ประธานาธิบดี ฮอสนี มูบารัค แห่งอียิปต์ โดยประชาชนชาวอียิปต์
ซึ่งยืดเยื้อมานานเกือบ 2 สัปดาห์ มียอดผู้เสียชีวิตจากการประท้วง เพิ่มขึ้นอย่างน้อยกว่า 100 คน
บาดเจ็บอีกเป็นจำนวนหลักพัน

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=DItdYAN_I-8" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=DItdYAN_I-8</a>


เริ่มจากวันที่ 25 มกราคม จนถึงขณะนี้ สถานการณ์ประท้วงต่อต้านรัฐบาลในกรุงไคโร
ยังดำเนินอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าแกนนำระดับสูงของพรรครัฐบาลหลายคน
รวมถึงลูกชายประธานาธิบดีมูบารัค
ยอมลาออกจากตำแหน่งในพรรค
ล่าสุด มูบารัค แต่งตั้งให้ พล.อ.โอมาร์ สุเลย์มาน หัวหน้าสำนักข่าวกรอง
ขึ้นเป็นรองประธานาธิบดีคนแรกเมื่อวันเสาร์ พร้อมทั้งเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่
กับมูบารัคให้คำยืนยันว่าจะไม่ลงเลือกตั้งอีกครั้งในสมัยหน้า
 
แต่กลุ่มผู้ประท้วงยังไม่ยุติการชุมนุม เพราะเงื่อนไขของกลุ่มผู้ประท้วง
คือต้องการให้ประธานาธิบดีฮอสนี มูบารัค
ก้าวลงจากอำนาจปกครองประเทศเพียงประการเดียว

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=3xWiBCIxjIk" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=3xWiBCIxjIk</a>

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,166



« ตอบ #2 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 06, 2011, 20:11:01 »




สาธารณรัฐอาหรับอียิปต์ (Arab Republic of Egypt)
หรือที่เรียกโดยทั่วไปว่า อียิปต์ (Egypt)
เป็นประเทศในแอฟริกาตะวันออกเฉียงเหนือที่มีประชากรมากที่สุด


ประเทศอียิปต์มีพื้นที่ประมาณ 1,020,000 กม. ซึ่งรวมถึงคาบสมุทรซีนาย
(ถ้าเป็นส่วนหนึ่งของเอเชียตะวันตกเฉียงใต้)
ในขณะที่พื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศตั้งอยู่ในแอฟริกาเหนือ



มีพรมแดนด้านตะวันตกติดกับประเทศลิเบีย
ด้านใต้ติดกับประเทศซูดาน
ด้านตะวันออกเฉียงเหนือติดกับประเทศอิสราเอล
ชายฝั่งทางเหนือติดกับทะเลเมดิเตอร์เรเนียน และทางตะวันออกติดกับทะเลแดง


อียิปต์เป็นประเทศที่มีแผ่นดินเชื่อมต่อระหว่างทวีปแอฟริกากับเอเชีย ผ่านตะวันออกกลาง
ซึ่งจะเป็นจุดเชื่อมต่อที่มีความสำคัญมาแต่โบราณ หลังจากได้มีการขุดและเปิดใช้คลองสุเอซ เมื่อปี พ.ศ. 2412 (ค.ศ. 1869)
เส้นทางผ่านคลองสุเอซของอียิปต์ได้กลายเป็นเส้นทางเดินเรือที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลก




ประชากรอียิปต์ส่วนใหญ่อาศัยบนทั้งสองฝั่งของแม่น้ำไนล์ (ประมาณ 40,000 กม.2) และคลองสุเอซ

พื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศเป็นส่วนของทะเลทรายสะฮารา และมีผู้คนอาศัยอยู่เบาบาง

ประเทศนี้มีชื่อเสียงในด้านอารยธรรมโบราณ รวมถึงอนุสาวรีย์โบราณที่น่าตื่นตาที่สุดในโลก
ได้แก่ พีระมิด อารามคาร์นัค และหุบเขากษัตริย์ (Valley of the Kings)





ในปัจจุบัน อียิปต์ถือว่าเป็นศูนย์กลางทางการเมืองและวัฒนธรรมของโลกอาหรับ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,166



« ตอบ #3 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 06, 2011, 21:52:09 »


รัฐบาลอียิปต์ปัจจุบันต้องเผชิญภาระที่หนักหน่วงในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ
ซึ่งมีหนี้สินอยู่ประมาณ 3 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ
อียิปต์ประสบปัญหาด้านระบบราชการและรัฐวิสาหกิจซึ่งมีขนาดใหญ่
และเป็นอุปสรรคในการพัฒนาเศรษฐกิจ อัตราการเพิ่มของประชากรค่อนข้างสูง

อียิปต์ เป็นชาติอาหรับที่มีประชากรมากที่สุด คือ ประมาณ 80 ล้านคนในปัจจุบัน
ประชาชนชาวอียิบปต์ กว่าครึ่งหนึ่ง มีรายได้ต่ำกว่าวันละ 2 เหรียญ
และมีประชากรส่วนใหญ่อายุต่ำกว่า 30 ปี ไม่มีงานทำ อัตราการว่างงานสูงถึง 10 %
และเงินเฟ้อมากถึง 12 % เมื่อปีที่แล้ว
       
รายได้หลักของอียิปต์จากน้ำมันซึ่งผลิตได้วันละ 950,000 บาร์เรลและส่งออกขายครึ่งหนึ่ง
ในแต่ละปีมีรายได้ประมาณ 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
จากการท่องเที่ยว ประมาณปีละ 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
จากค่าผ่านคลองสุเอซปีละประมาณ 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
จากแรงงานอียิปต์ในต่างประเทศ ประมาณ 5 ล้านคน
ส่วนใหญ่ทำงานในตะวันออกกลางในซาอุดีอาระเบียประมาณ 1 ล้านคน
ในลิเบียประมาณ 1.5 ล้านคน
ส่งเงินเข้าอียิปต์ประมาณปีละ 4 พันล้านเหรียญสหรัฐ
(ภายหลังการก่อวินาศกรรมในสหรัฐ ฯ เมื่อวันที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2544
ทำให้อียิปต์ต้องสูญเสียรายได้ ประมาณ 1.5 – 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
รัฐบาลอียิปต์ คาดว่า รายได้จากการท่องเที่ยวจะลดลงประมาณ ร้อยละ 20 และการส่งออก ร้อยละ 10 )



ภาพการแย่งกันซื้อขนมปังในอียิปต์ เมื่อ มีนาคม 2008.





คนอียิปต์บริโภคขนมปังเป็นอาหารหลัก และเป็นชาติที่บริโภคขนมปังเป็นอาหารมากที่สุดในโลก


เงินเฟ้อ และราคาข้าวสาลีในตลาดโลก ทำให้ราคาขนมปังแพงขึ้นกว่า 5 เท่าตัว
ในร้านขนมปังของเอกชน ส่วนร้านขนมปังของรัฐ ที่ได้รับเงินอุดหนุนค่าแป้งข้าวสาลี ขนมปัง
ก็หายเข้าไปสู่ตลาดมืด การจลาจลย่อยๆ จากการแย่งกันซื้อขนมปัง ปันส่วนเกิดขึ้นบ่อยๆ
       
       เมื่อ 30 กว่าปีที่แล้ว สมัยอันวาร์ ซาดัต อียิปต์
เคยเกิด การจลาจลขนมปัง มาแล้วครั้งหนึ่งในเดือนมกราคม พ.ศ. 2520
เมื่อซาดัตประกาศเลิกการให้เงินอุดหนุน แป้ง ข้าวสาลี และ น้ำมันพืช ตามนโยบายของธนาคารโลก
ที่เป็นเงื่อนไขในการให้เงินกู้กับอียิปต์ ทำให้ประชาชนที่เป็นคนยากจน ชุมนุมประท้วง กลายเป็นการจลาจล
จนรัฐบาลต้องส่งกำลังทหารเข้าปราบปราม มีคนตาย 79 คน บาดเจ็บ 800 กว่าคน
แต่สถานการณ์สงบลงภายใน 2 วัน หลังจาก ประธานาธิบดีซาดัต ยอมยกเลิกนโยบายตัดเงินอุดหนุน


การจลาจลขนมปัง ("Bread Riots" ) ใน อียิปต์ปี 1977
ภาพโดย Reuters
       
       
การชุมนุมประท้วง ขับไล่ประธานาธิบดี มูบารักครั้งนี้ ซึ่งเริ่มมาแต่วันที่ 25 มกราคม
นับเป็นการประท้วงครั้งใหญ่ที่สุด ตั้งแต่ การจลาจลขนมปัง เมื่อ 34 ปีที่แล้ว มีคนตายมากกว่า 100 คน
บาดเจ็บ 2,000 กว่าคน และถูกจับ 1,000 กว่าคน

ในการประท้วงที่ไคโร อเล็กซานเดรีย และสุเอซ ถึงแม้รัฐบาลจะประกาศเคอร์ฟิ วตั้งแต่ 4 โมงเย็นถึง เช้าวันรุ่งขึ้น
และส่งรถถัง กำลังทหารเข้าควบคุมสถานการณ์
 แต่ประชาชนก็ไม่กลัว นัดหมายกันอออกมาชุมนุมทุกวัน โดยใช้สื่ออินเตอร์เน็ต เป็นเครืองมือสื่อสาร
ทลายการปิดล้อมด้านข้อมูล ข่าวสารของรัฐ โดยมีเป้าหมายแน่วแน่คือ มูบารักต้องออกไป
       
       ขนมปังที่ราคาแพง และขาดแคลน เป็นหนึ่งในสาเหตุของการต่อต้าน ที่สมทบกับปัญหาอื่นๆ
คือ การว่างงาน เงินเฟ้อ การคอร์รัปชั่น ความไม่พอใจในระบอบการปกครองที่จำกัดสิทธิเสรีภาพของประชาชน





มูบารัค จะอยู่เคียงข้างอันวาร์ ซาดัตเสมอ
(ภาพนี้เมื่อ 6 ตุลาคม 1981 )

ตอนที่อันวาร์ ซาดัต โดนยิง มูบารัคซึ่งเป็นรองประธานาธิบดี ก็นั่งชมการสวนสนามอยู่ข้างๆด้วย
แต่โชคดี ไม่ตกเป็นเหยื่อกระสุน  มีชีวิตรอด และอยู่ในอำนาจมา
จนกลายเป็นผู้นำที่ครองตำแหน่งนานที่สุดคนหนึ่งในโลกอาหรับ
จะเป็นรองก็แต่ โมฮัมหมัด กัดดาฟี่ ซึ่งปกครองลีเบียนานถึง 41 ปี

       
       ตลอดระยะเวลา 30 ปี ที่มูบารักอยู่ในตำแหน่ง เขาแคล้วคลาดจากการลอบสังหาร 6 ครั้ง
แต่ไม่เคยเจอกับ พลังประชาชนทีออกมาขับไล่ เหมือนครั้งนี้เลย
อียิปต์มีกองทัพที่เข้มแข็ง และมูบารักเชื่อว่า จงรักภักดีกับเขา
 มูบารักยังเชื่อว่า จะใช้กำลังทหารเข้าข่มขู่ ปราบปรามประชาชนให้ยุติการชุมนุมได้
 เขาจึงเผยแพร่ภาพข่าวการไปเยี่ยมค่ายทหาร เพื่อแสดงว่า กองทัพยังอยู่กับเขา
และ ส่งเครื่องบินรบบินเหนือฝุงชนในระดับต่ำ เพื่อขู่ผู้ชุมนุม
       
       แต่ประชาชนชาวอียิปต์ ได้แสดงให้เห็นแล้วว่า พวกเขาไม่กลัวเลย
โมเมนตัมของการชุมนุม มีกำลังแรงขึ้นเรื่อยๆ และไม่มีทางที่จะหยุดยั้งได้
จนกว่า ข้อเรียกร้องของพวกเขาจะบรรลุ คือ มูบารักต้องลาออก


ข้อมูลจาก วิกิพีเดีย ,ASTVผู้จัดการออนไลน์ 1 กุมภาพันธ์ 2554
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,166



« ตอบ #4 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 06, 2011, 22:35:39 »



การเมืองการปกครองของอียิปต์
หลังจากสิ้นการปกครองระบอบฟาโรห์ (Pharoahs) ซึ่งเป็นระบบการปกครองดั้งเดิมของอียิปต์
มหาอำนาจต่างๆก็เข้าปกครองอียิปต์เช่น อัสซีเรีย บาบิโลน เปอร์เซีย เมซิโดเนีย โรมัน และอาหรับ
จนกระทั้งตกอยู่ภายใต้อาณาจักรออตโตมานจนถึงสงครามโลกครั้งที่1

ในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 1
อังกฤษส่งเรือรบไปยังเมืองท่าอเล็กซานเดรีย ในปี 1882 และยึดครองอียิปต์ได้สำเร็จ  
อังกฤษได้ประกาศว่าอียิปต์เป็นรัฐในอารักขาของอังกฤษ
แต่หลังจากสงครามโลกครั้งที่ 1 ชาวอียิปต์ที่รักชาติได้เคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้องเอกราช
ใน ค.ศ. 1922 อังกฤษได้ให้เอกราชแก่อียิปต์

...
 

กษัตริย์ฟารุค และราชวงศ์ กรุงไคโรในปี 1939


โดยเมื่อแรกรับเอกราช
อียิปต์ได้ปกครองโดยราชวงศ์มูฮัมหมัดอาลี
ที่สืบเชื้อสายจากสุลต่านแห่งอียิปต์
โดยสุลต่านฟูอัด ได้สถาปนาพระองค์เป็น พระเจ้าฟูอัดที่ 1 แห่งอียิปต์
และปกครองต่อมาอีกสองพระองค์คือ พระเจ้าฟารุกที่ 1 แห่งอียิปต์
และพระเจ้าฟูอัดที่ 2 แห่งอียิปต์
ก็เป็นอันสิ้นสุดราชวงศ์มูฮัมหมัดอาลี และระบอบกษัตริย์แห่งอียิปต์
โดยได้มีการทำรัฐประหารเป็นระบอบสาธารณรัฐจนถึงปัจจุบัน



- สุลต่านฟูอัด
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,166



« ตอบ #5 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 07, 2011, 22:13:19 »


ปัจจุบันอียิปต์มีเมืองหลวง (และเมืองใหญ่สุด) คือ  ไคโร 
ภาษาทางการ ภาษาอาหรับ
มีการปกครอง ระบอบสาธารณรัฐ
ประธานาธิบดี - ฮอสนี มุบารัก
นายกรัฐมนตรี  - อาห์เมด นาซิฟ




ไคโร ตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำไนล์



กรุงไคโร อันงดงาม




อียิปต์ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยแบบสาธารณรัฐ
โดยมีประธานาธิบดีเป็นประมุข การเลือกตั้งประธานาธิบดีกระทำโดยการลงประชามติ
และจะต้องได้รับเสียงสนับสนุนอย่างน้อย 2 ใน 3 ของจำนวนสมาชิกสภาประชาชน

มีวาระการดำรงตำแหน่ง 6 ปี
ปัจจุบันนาย Mohamed Hosni Mubarak เป็นประธานาธิบดี

เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2542 สมัชชาประชาชน (People’s Assembly) ของอียิปต์
ซึ่งมีสมาชิกทั้งหมด 454 คน ได้ลงคะแนนเสียง (445 เสียง)
สนับสนุนให้ประธานาธิบดี Hosni Mubarak ดำรงตำแหน่งมาตั้งแต่ปี 2524
ให้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีต่อไปอีกเป็นสมัยที่ 4 (ดำรงตำแหน่งคราวละ 6 ปี)
โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 5 ตุลาคม 2542

ภายหลังที่ได้รับเลือกตั้ง ประธานาธิบดีเป็นผู้แต่งตั้งนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี

นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน คือ นาย Ahmad Nazif
ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในปี ค.ศ. 2004

อียิปต์มีพรรคการเมือง 13 พรรคที่สำคัญ ได้แก่ National Democratic Party (NDP)
ซึ่งเป็นพรรครัฐบาล มีประธานาธิบดีมูบารัคเป็นประธานพรรค
พรรค NDP ของรัฐบาล จัดตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 2521 ในสมัยประธานาธิบดีซาดัต
และได้รับเลือกตั้งเข้าบริหารประเทศตลอดมา

รัฐสภาอียิปต์มี 2 สภา คือ
- สภาประชาชน (People’s Assembly) มีสมาชิก 454 คน มาจากการเลือกตั้ง 444 คน
  และประธานาธิบดีแต่งตั้ง 10 คน มีวาระ 5 ปี
  ประธานรัฐสภา คือ Dr. Ahmed Fathi Sorour

- สภาที่ปรึกษา (Shura Council) มีสมาชิก 285 คน
  ประธานาธิบดีจะเป็นผู้แต่งตั้งจากบุคคลสาขาอาชีพต่าง ๆ จำนวน 2 ใน 3 (190 คน)
  อีก 95 คน ประชาชนเป็นผู้เลือก มีวาระ 3 ปี



อียิปต์แบ่งเขตการปกครอง เป็น 27 เขตผู้ว่าราชการ (governorates - muhafazah)

แผนที่เขตการปกครองของประเทศอียิปต์



ข้อมูลจาก วิกิพีเดีย
ภาพจาก internet
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,166



« ตอบ #6 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 10, 2011, 09:10:41 »



ประธานาธิบดีฮอสนี่ มูบารัค ผู้นำอียิปต์ ยังคงดิ้นเฮือกสุดท้ายเพื่ออยู่ในตำแหน่ง
ไม่ทำตามข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุมที่ต้องการให้เขาลาออกโดยทันที แต่ประกาศว่าจะยอมลงจากตำแหน่งเมื่อครบวาระ
และจะไม่ลงสมัครเลือกตั้งในเดือนกันยายนนี้ มูบารัคยังบอกด้วยว่า เขาจะไม่เดินทางออกจากอียิปต์


<a href="http://www.youtube.com/watch?v=9FiNDBfE1ZM" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=9FiNDBfE1ZM</a>


คำแถลงเรื่องนี้ของนายของมูบารัค ผ่านสถานีโทรทัศน์ ที่มีความยาว 10 นาที
ยิ่งทำให้ผู้ชุมุนุมประท้วงไม่พอใจ เพราะต้องการให้มูบารัคออกจากตำแหน่งโดยทันที
และประกาศกร้าวจะเดินหน้าชุมนุมต่อจนกว่าประธานาธิบดีมูบารัคจะลาออก

ขณะที่ประธานาธิบดีบารัค โอบามา ผู้นำสหรัฐฯ พันธมิตรอันยาวนานของมูบารัค
เรียกร้องให้ผู้นำอียิปต์ถ่ายโอนอำนาจอย่างสันติโดยทันที
และต้องให้กลุ่มการเมืองฝ่านค้านเข้ามามีส่วนในการถ่ายโอนอำนาจด้วย

ด้านกลุ่มการเมืองฝ่ายค้าน บอกว่าตอนนี้สายไปแล้วที่จะมีการเจรจากับระบอบมูบารัค
และว่า การเจรจาจะมีขึ้นก็ต่อเมื่อมูบารัคยอมลาออกเท่านั้น
ขณะที่ผู้ประท้วงยังไม่พอใจเดินหน้าชุมนุมต่อ



รองประธานาธิบดี Omar Sulaiman

อย่างไรก็ตาม กับข้อเสนอสำคัญที่ฝ่ายค้านต้องการให้มูบารัคสละเก้าอี้ทันที
และให้สุไลมาน ขึ้นรับตำแหน่งประธานาธิบดีแทนนั้น
ปรากฏว่าทางฝ่ายรัฐบาลปฏิเสธไม่ยอมรับ
ด้วยเหตุนี้จึงทำให้สถานการณ์ตึงเครียดทางการเมืองยังคงไม่ได้รับการคลี่คลายให้เบาบางลง



ข้อมูลจากเว็บไซท์
http://www.krobkruakao.com,
ASTVผู้จัดการออนไลน์ 7 กุมภาพันธ์ 2554


***********************


'อียิปต์' สะท้อนถึง 'ไทย'
บทความจาก เดลินิวส์ วันศุกร์ ที่ 04 กุมภาพันธ์ 2554





ณ  วันนี้สถานการณ์ในประเทศอียิปต์ที่มีกลุ่มประชาชนนับล้านคนออกมาชุมนุมลุกฮือ
ขับไล่ประธานาธิบดีที่ครองอำนาจ อันยาวนานมาถึง 30 ปี ยังไม่มีทีท่าว่าจะยุติลงโดยเร็ว
แม้ว่าประธานาธิบดีประเทศอียิปต์จะออกมาประกาศว่าจะไม่ลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดี
อีกครั้งในเดือนกันยายน  2554 นี้
แต่ม็อบประชาชนที่ออกมาชุมนุมต้องการให้ประธานาธิบดีลาออกทันที
 เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางด้าน การเมืองประชาธิปไตยของประเทศอียิปต์
ซึ่งการชุมนุมที่ยืดเยื้อออกไปเรื่อย ๆ ปัญหาก็จะบานปลายตามมาอีกมาก
จนมีกลุ่มฝูงคนที่สนับสนุนประธานาธิบดีออกมาชุมนุมเช่นกัน  
และม็อบขับไล่กับม็อบสนับสนุนก็ได้ เปิดศึกตะลุมบอนกันอย่างที่ได้เห็นทั้งภาพและข่าวกันไปทั่วโลกแล้ว
    
ถึงแม้ว่าประเทศอียิปต์จะมีการเลือกตั้งจากประชาชน แต่ก็มีการล็อกผู้นำที่จะเป็นประธานาธิบดีหน้าเดิมยาวนานมาถึง 30 ปี  
ถ้าผู้นำของประเทศที่วางแผนล็อกให้ตัวเองเป็นประธานาธิบดีนาน ๆ
บริหารประเทศเพื่อประชาชนด้วยความเป็นธรรมอย่างแท้จริง
ประชาชนก็ ย่อมมีความรักนิยมชมชอบอยากให้อยู่ในตำแหน่งต่อไปเรื่อย ๆ

แต่ถ้าผู้นำที่เสพติดในอำนาจไม่ยอมลุกจากตำแหน่ง หรือวางมือจากอำนาจ
แต่กลับใช้อำนาจเผด็จการกับประชาชนตลอดมา
ประชาชนก็ย่อมเห็นธาตุแท้ว่าผู้นำคนนั้นทำเพื่อประเทศชาติหรือทำเพื่อตนเองและพวกพ้อง

ไม่วันใดวันหนึ่งประชาชนก็จะแสดงพลังออกมาลุกฮือขับไล่ออกจากตำแหน่งผู้นำ  
เพราะเชื่อว่าถ้าอยู่ต่อไปอีกก็จะทำให้ประเทศชาติเสียหายยิ่งขึ้น
    
ประชาชนชาวโลกไม่ว่าจะอยู่ประเทศใดย่อม ต้องการเสรีภาพและความเป็นธรรม
 
ถ้าประเทศใดที่ประชาชนโดนกดด้วยเรื่องเสรีภาพมาตลอด  
ไม่ได้รับความเป็นธรรมด้านต่าง ๆ
ปกครองประชาชนด้วยวิธีเผด็จการซ่อนรูป
สักวันหนึ่งประชาชนก็จะหมดความอดทนลุกฮือขึ้นมาขับไล่ผู้นำที่เป็นเผด็จการที่อยู่ในคราบประชาธิปไตย

และจากข่าวคราวของสถานการณ์โลกที่ผ่านมาไม่ว่าจะในอดีตจนถึงปัจจุบัน  
ผู้นำเผด็จการจะต้องโดนประชาชนขับไล่ไม่ช้าก็เร็ว  

ปัจจุบันนี้โลกเราไร้พรมแดนเมื่อประเทศใดประเทศหนึ่งเกิดเหตุการณ์ที่ประชาชนลุกขึ้นต้านระบอบเผด็จการ
กระแสดังกล่าวก็จะลามสะเทือนอย่างรวดเร็วไปถึงประเทศอื่น ๆ ที่ผู้นำยังเป็นเผด็จการให้รู้สึกสะดุ้ง
    
จากเหตุจลาจลขับไล่ผู้นำอียิปต์ที่ผ่านมานานนับสิบวันแล้ว  
ถ้าเป็นประเทศที่ยังด้อยพัฒนาเรื่องประชาธิปไตย  กองทัพอาจจะเข้ามายึดอำนาจรัฐประหาร
โดยอ้างเหตุการจลาจลที่มีประชาชนคนในชาติแตกความสามัคคีแยกเป็น 2 ฝ่าย
เปิดศึกห้ำหั่นกันจนเลือดทาแผ่นดิน หรืออาจอ้างเหตุผลเพิ่มเติม
การบริหารงานของรัฐบาลล้มเหลวเต็มไปด้วยการคอร์รัปชั่น







แต่กองทัพของอียิปต์ยังนิ่งสงบอย่างน่าเคารพ
เพียงแต่รักษาปกป้องสถานที่สำคัญของชาติและป้องกันไม่ให้ 2 ม็อบมาปะทะกัน
ซึ่งพอจะวิเคราะห์ได้ว่ากองทัพรู้ดีว่าการยึดอำนาจนั้นไม่เป็นที่ยอมรับของนานาชาติ
และอาจทำให้ประเทศชาติดิ่งลงเหวไปอีก


ก็อยากขอให้สถานการณ์ที่อียิปต์สะท้อนถึงประเทศไทยว่า
การทำหรือพูดเรื่องไร้สาระ “ปฏิวัติ” นั้นทำให้ชาติบ้านเมืองดีขึ้นหรือล่มจมลงไป.


*******************
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,166



« ตอบ #7 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 11, 2011, 23:41:23 »



ประธานาธิบดีมูบารัคยอมลาออกจากตำแหน่งแล้ว!



ท้องถนนในกรุงไคโรเมื่อวันศุกร์(11) ดังระงมไปด้วยเสียงไชโยโห่ร้อง
หลังประธานาธิบดีฮอสนี มูบารัค แห่งอียิปต์ ยอมสละเก้าอี้ที่ยึดครองมายาวนานกว่า 3 ทศวรรษ
และส่งมอบอำนาจแก่คณะผู้บัญชาการทหารระดับสูง
        
 ...
โอมาร์ ซุไลมาน รองประธานาธิบดี
แถลงการส่งมอบอำนาจครั้งนี้ผ่านสถานีโทรทัศน์แห่งรัฐ
ด้วยสีหน้าถมึงทึงและซีดเผือดว่า
"เมื่อพิจารณาถึงกรณีแวดล้อมที่ยากลำบาก
ที่ประเทศแห่งนี้ต้องก้าวผ่าน
ท่านประธานาธิบดีฮอสนี มูบารัค จึงตัดสินใจ
ลาออกจากตำแหน่งประธานาธิบดีของประเทศแห่งนี้
และมอบหมายหน้าที่ให้คณะกรรมาธิการทหารสูงของประเทศ
เข้าบริหารกิจการแผ่นดินแทน"  
    
        ก่อนหน้านี้พรรคการเมืองของผู้นำวัย 82 ปีรายนี้เปิดเผยว่า
มูบารัค บินออกจากกรุงไคโร มุ่งหน้าสู่บ้านพักตากอากาศของเขา
ในเมืองชาร์ม เอล-ชีค ริมทะเลแดง





      
        หลังจากข่าวการลาออกของมูบารัคแพร่กระจาย เสียงตะโกน "พระเจ้าทรงยิ่งใหญ่" เต้นร้องรำทำเพลง
และเสียงโห่ร้องประกาศชัยชนะก็ดังกึกก้องทั่วท้องถนนต่างๆในกรุงไคโร และบางส่วนก็จุดพลุไฟเฉลิมฉลอง






      
        ขณะที่จตุรัสตอห์รีร์(Tahrir Square) ศูนย์กลางของการประท้วง
ที่ผู้ชุมนุมบุกยึดไว้ตั้งแต่ช่วงปลายเดือนมกราคม
ผู้ประท้วงหลายแสนคนต่างพากันโบกธงและบีบแตรรถดังกึกก้องประกาศชัยชนะ
ส่วนที่ทำเนียบประธานาธิบดี ผู้ชุมนุมบางส่วนสวมกอดแสดงความยินดีซึ่งกันและกัน
บางรายก็ถึงขั้นทิ้งตัวลงไปแสดงความดีใจอย่างสุดกลั้นบนพื้นเลยทีเดียว


ข้อมูลและภาพจาก yahoo news
และ ASTVผู้จัดการออนไลน์ 11 กุมภาพันธ์ 2554  



คลิปนี้ เป็นการวิเคราะห์ช่วงกลางวันวันนี้ ว่า ประธานาธิบดีมูบารัค อาจจะยอมลาออก
<a href="http://www.youtube.com/watch?v=DsFh9vbPAIw" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=DsFh9vbPAIw</a>





ท้องถนนในกรุงไคโรเมื่อวันศุกร์(11) ดังระงมไปด้วยเสียงไชโยโห่ร้อง
หลังประธานาธิบดีฮอสนี มูบารัค แห่งอียิปต์ ยอมสละเก้าอี้ที่ยึดครองมายาวนานกว่า 3 ทศวรรษ
และส่งมอบอำนาจแก่คณะผู้บัญชาการทหารระดับสูง
<a href="http://www.youtube.com/watch?v=hLCFiFrpArE" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=hLCFiFrpArE</a>
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,166



« ตอบ #8 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 15, 2011, 09:26:08 »



เหตุการณ์ประท้วงเพื่อขับไล่ผู้นำของอยิปต์ เป็นที่น่าจับตามอง
เพื่อจะได้เป็นอุธาหรณ์กับชาติอื่นๆ โดยเฉพาะบ้านเรา




ไม่ถึง 24 ชม.หลังการประกาศลงจากตำแหน่งของ มูบารัค
ชาวอียิปต์นับพันๆ คน รวทั้งทหารก็ช่วยกันทำความสะอาด Tahrir Square








**********************


ล่าสุดนี้ข่าวจาก AFP ซึ่งนำเสนอโดยASTVผู้จัดการออนไลน์ 15 กุมภาพันธ์ 2554
รายงานว่า

การชุมนุมทางการเมืองที่โค่นล้มรัฐบาลของฮอสนี มูบารัค แห่งอียิปต์
แปรเปลี่ยนเป็นการหยุดงานประท้วงทั่วประเทศเรียกร้องขึ้นค่าแรงและสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดีขึ้น
       
       พนักงานธนาคาร ภาคการขนส่ง พลังงาน ท่องเที่ยว อุตสาหกรรมสิ่งทอ สื่อมวลชนของรัฐ
และหน่วยงานต่างๆของรัฐ นัดหยุดงานประท้วงเพื่อเรียกร้องขึ้นเงินเดือนและสภาพการทำงานที่ดีขึ้น

จากการเปิดเผยของ คามาส แอบบาส จากสหภาพแรงงานระบุ "มันเป็นเรื่องยากที่จะคาดคะเน
ของตัวเลขที่แท้จริงของผู้ประท้วงหรือบอกได้ว่ามีการประท้วงที่ใดบ้าง"
       
       สภาพแรงงานส่วนใหญ่อยู่ภายใต้การบัญชาของกลุ่มคนซึ่งมีความใกล้ชิดกับรัฐบาล
ของอดีตประธานาธิบดีมูบารัค ทำให้คนงานเหล่านั้นมีช่องทางในการร้องทุกข์ในข้อเจ็บใจน้อยมาก
"ในหลายพื้นที่ แรงงานเรียกร้องให้ปลดบุคคลระดับอาวุโส ซึ่งพวกเขากล่าวหาว่าคอรัปชัน"
       
       ช่องว่างของเงินเดือนระหว่างฝ่ายบริหารกับเจ้าหน้าที่คือประเด็นหลักของผู้ชุมนุม
ขณะเดียวกันคนงานสัญญาจ้างชั่วคราวจำนวนมากยังเรียกร้องถึงข้อคุ้มครองทางกฎหมาย
และผลประโยชน์ที่เหมาะสมกว่าเดิม
       
<a href="http://www.youtube.com/watch?v=3GFnZpxE5IE" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=3GFnZpxE5IE</a>

       ในกรุงไคโร แรงงานหลายพันคนชุมนุมกันรอบนอกสหพันธ์สหภาพแรงงานอียิปต์ซึ่งควบคุมโดยภาครัฐ
เรียกร้องให้ประธาน ฮุสเซน เมกาวาร์และบอร์ดบริหาร ลาออกในข้อกล่าวหาคอร์รัปชัน
ขณะที่พนักงานดูแลด้านการขนส่งสาธารณะอีกอย่างน้อย 3,000 คน ก็ยังคงหยุดงานประท้วงเป็นวันที่ 5
เรียกร้องขึ้นเงินเดือนและปลดคณะบริหาร
       
       ณ ไคโร โอเปรา เฮาส์ เจ้าหน้าที่ของกระทรวงแรงงาน ชุมนุมประท้วง
เรียกร้องให้รัฐมนตรี ไอชา อับเดล ฮาดี สมาชิกพรรคเนชันแนล เดโมแครต ของมูบารัค ลาออก
โดยกล่าวหาว่ารัฐมนตรีรายนี้คอรัปชันและเพิกเฉยต่อข้อเรียกร้องขอขึ้นเงินเดือน
นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าคณะแพทย์จากโรงพยาบาล Qasr al-Aini ได้ผละงาน
และปิดกั้นถนนสายหลักใจกลางไคโร ประท้วงเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมการทำงานเช่นกัน
       
       ที่อเลกซานเดรีย พนักงานธนาคาร เจ้าหน้าที่โรงพยาบาล ห้างสรรพสินค้าเอกชน
และคนงานตามโรงงานต่างๆ มีการจัดชุมนุมเป็นวันที่ 3 ติดต่อกัน

ส่วนในเคอร์ดาสซา ทางใต้ของเมืองหลวง คนงานของโรงงานสิ่งทอแห่งหนึ่งกว่า 5,000 คน
นั่งหยุดงานประท้วงเรียกร้องปรับปรุงสภาพแวดล้อมการทำงานและแก้ไขสัญญาจ้างชั่วคราวเป็นลูกจ้างประจำ
       


ตำรวจออกมาเรียกร้องขอขึ้นเงินเดือนที่Tahrir Square เมื่อวันจันทร์ ที่ 14


       ปัญหาการประท้วงของขึ้นค่าแรงและผลประโยชน์ทางสุขภาพ
ยังลุกลามไปยังคนงานหน่วยฉุกเฉินราว 500 คนในกิซา
ขณะที่ตำรวจในไนล์ เดลตา ตำรวจจราจรปฏิเสธมาทำงานในวันจันทร์(14) เพื่อเรียกร้องขอขึ้นเงินเดือน
       
       นอกจากนี้ชาวบ้านในบันฮา ยังปิดกั้นถนนประท้วงกรณีมหาวิทยาลัย เข้ายึดที่ดินของพวกเขา
ส่วนที่ เบนี-ซูเอฟ ทางใต้ของไคโร ราษฎรหลายพันคนรวมตัวกันนอกศาลากลางจังหวัดเรียกร้องขอที่อยู่อาศัยจากทางการ


ภาพจาก internet
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,166



« ตอบ #9 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 19, 2011, 15:31:59 »




หลังจากที่ประชาชนชาวอียิปต์ได้ชัยชนะจากการประท้วงขับไล่รัฐบาล
จนประธานาธิบดีคงกระพัน "ฮอสนิ มูบารัก" ต้องยอมลงจากตำแหน่ง

การประท้วงขับไล่รัฐบาลและระบอบปกครอง เริ่มบานปลายขยายวง
และรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ในหลายประเทศของโลกอาหรับ โดยเฉพาะที่ลิเบีย บาห์เรน และเยเมน



 ...
ที่ ลิเบีย ประชาชนฝ่ายสนับสนุนรัฐบาล
ภายใต้การนำของ พ.อ.โมอัมมาร์ กัดดาฟี
ประกาศจะทำลายล้าง ใครก็ตามที่ท้าทายอำนาจของกัดดาฟี
ที่ปกครองประเทศมายาวนานตั้งแต่ปี พ.ศ. 2512

การก่อหวอดประท้วงเพื่อรำลึกถึง “วันแห่งความโกรธแค้น”
ในหลายเมืองของลิเบียเริ่มปะทุขึ้นตั้งแต่วันอังคาร
ทำให้ผู้ประท้วงเสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 41 ราย
และมีตำรวจเสียชีวิตอีก 2 นาย
หลังถูกกลุ่มผู้ประท้วงจับแขวนคอ ที่เมือง อัล-ไบดา
ทางภาคตะวันออกของประเทศเมื่อวานนี้


 
กษัตริย์ฮามัด บิน อิสซา อัล-คาห์ลิฟา ของบาห์เรน

ที่ บาห์เรน ซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศพันธมิตรสำคัญของสหรัฐในภูมิภาค
การประท้วงต่อต้านรัฐบาลและระบอบปกครอง เริ่มดุเดือดรุนแรงมากขึ้นเช่นกัน
โดยล่าสุดมีผู้เสียชีวิตจากการปราบปรามของเจ้าที่แล้วอย่างน้อย 4 ศพ
และได้รับบาดเจ็บอีกประมาณ 200 คน  ประธานาธิบดีบารัค โอบามา ผู้นำสหรัฐ
 ออกแถลงที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ในวันนี้ กล่าวประณามความรุนแรง
ที่เจ้าหน้าที่บาห์เรนกระทำต่อผู้ประท้วง และได้ต่อสายโทรศัพท์ทางไกล
ถึง กษัตริย์ฮามัด บิน อิสซา อัล-คาห์ลิฟา ของบาห์เรน
 เพื่อหารือถึงสถานการณ์ พร้อมกับกล่าวย้ำ
สหรัฐเชื่อว่าความมั่นคงของราชอาณาจักรบาห์เรน ซึ่งเป็นที่ตั้งของกองเรือที่ 5 กองทัพเรือสหรัฐ
ขึ้นอยู่กับกระบวนการปฏิรูปการเมืองอย่างมีความหมาย

ปะธานาธิบดี อาลี อับดุลา ซาเละ (Ali Abdullah Saleh)
ส่วนที่ เยเมน มีรายงานผู้ประท้วงถูกเจ้าหน้าที่ยิง เสียชีวิตเป็นรายที่ 4 เมื่อวานนี้
ระหว่างการสลายการชุมนุมประท้วงขับไล่รัฐบาล ที่เมืองท่าอาเดนทางใต้ของประเทศ และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 4 ราย.

เนื้อหาข่าวจาก เดลินิวส์
วันเสาร์ ที่ 19 กุมภาพันธ์ 2554
ภาพจาก internet


เนื้อหาข่าวจาก เดลินิวส์
วันเสาร์ ที่ 19 กุมภาพันธ์ 2554
ภาพจาก internet
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,166



« ตอบ #10 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 22, 2011, 10:54:52 »


สถานการณ์ล่าสุดในกรุงตริโปลี-ลิเบีย ค่อนข้างน่าวิตก
นานาประเทศเริ่มพิจารณาแผนอพยพพลเมืองออกจากลิเบีย

 
ภาพในกรุงตริโปลี เมืองหลวงของลิเบียเมื่อ 21 กุมภาพันธ์ 2011
การประท้วงขับไล่รัฐบาลและประธานาธิบดีมูอัมมาร์ กัดดาฟี ของลิเบีย
ขยายวงไปในหลายเมืองทั่วประเทศ
รวมทั้งกรุงตริโปลี เมืองหลวงของลิเบีย


กลุ่มผู้ประท้วงในเมือง Benghazi เมื่อ 19 กุมภาพันธ์ 2011


        มีรายงานการปะทะระหว่างกลุ่มผู้ชุมนุมฝ่ายต่อต้านรัฐบาล กับฝ่ายที่สนับสนุน
สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานว่า สถานการณ์ล่าสุดในกรุงตริโปลีค่อนข้างน่าวิตก
 เนื่องจากมีกลุ่มผู้ชุมนุมบางส่วนบุกยึดสถานีโทรทัศน์ของทางการ และจุดไฟเผาตัวอาคารบางส่วน
และมีรายงานการปล้นสะดมเกิดขึ้นหลายจุด รวมทั้งการทำร้ายร่างกายคนงานชาวเกาหลีใต้ และชาวต่างชาติ
ทำให้ทางการเกาหลีใต้พิจารณาแผนอพยพคนเกาหลีใต้ออกนอกประเทศ
        เช่นเดียวกับสหภาพยุโรป และจีน ที่พิจารณาแผนอพยพประชาชนแล้ว
ด้านฝรั่งเศสเตือนว่าขณะนี้สถานการณ์ในลิเบียอาจเข้าสู่ช่วงเริ่มต้นของสงครามกลางเมืองแล้ว

        ข้อมูลจากกรมการจัดหางาน ระบุว่า ปัจจุบันมีแรงงานไทยทำงานในลิเบีย 23,000 คน
โดยเฉพาะที่เมืองเบงกาซี ซึ่งเป็นจุดปะทะดุเดือด และใกล้สนามบิน
มีแรงงานไทยอยู่ 2,000 คน ส่วนเมืองหลวงตริโปลี มีแรงงานไทยประมาณ 10,000 คน
        ทั้งนี้ กรมการจัดหางาน ระบุว่า ได้เตรียมแผนอพยพไว้รองรับ เช่น การอพยพทางบก
ใช้เส้นทางออกทางชายแดนติดกับประเทศตูนิเซีย รวมทั้งติดต่อเรือขนส่งโดยสาร
เพื่อเดินทางไป-มาจากประเทศมอลตา หรือประเทศในทวีปแอฟริกาเหนือ และแผนอพยพทางเครื่องบิน


เหตุการณ์ของการประท้วงในเมืองหลวงทริโปลีซึ่งต่อเนื่องมาตั้งแต่ 20 กุมภาพันธ์ 2011
<a href="http://www.youtube.com/watch?v=9FXFRFQitWI" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=9FXFRFQitWI</a>



ภาพนายกัดดาฟี ออกทีวีเพื่อสื่อสารกับผู้ประท้วง
 
        ข่าวล่าสุด เครื่องบินรบของทหารได้ระดมยิงใส่ฝูงชนผู้ประท้วงที่ต่อต้านรัฐบาล
ของนายโมอัมมาร์ กัดดาฟี ในเมืองหลวงทริโปลี
ขณะที่่ทูตลิเบีย ประจำประเทศจีน อินเดีย อังกฤษ โปแลนด์ อินโดนีเซีย
และทูตประจำองค์การสันนิบาตอาหรับ ลาออกหมดแล้ว
       ทั้งนี้ ยอดผู้เสียชีวิตจากการรวบรวมขององค์กรสิทธิมนุษยชน Human Rights Watch
ในวันอาทิตย์อยู่ที่ 233 ศพ
ผู้ชุมนุมยึดเมืองเบนกาซีได้แล้ว และเดินหน้าประท้วงต่อไปในเมืองหลวงทริโปลี และเมืองอื่นๆ
       กระทรวงแรงงานของไทย ได้เตรียมมาตรการช่วยเหลือแรงงานไทยในประเทศลิเบียกว่า 23,000 คน
ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบ โดยให้มีการเคลื่อนย้ายแรงงานไทยไปอยู่ในจุดที่ปลอดภัย
พร้อมกับต้องพกหนังสือเดินทาง และของมีค่า ติดตัว
โดยเบื้องต้นให้แรงงานไทยไปรวมตัวที่สนามบิน และสถานทูตไทย เพื่อเตรียมการอพยพ



ข้อมูลจาก ASTVผู้จัดการออนไลน์ 21-22 กุมภาพันธ์ 2554  
ภาพจาก reuters
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,166



« ตอบ #11 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 23, 2011, 22:43:47 »



<a href="http://www.youtube.com/watch?v=FRbV8HO4AnQ" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=FRbV8HO4AnQ</a>

"กัดดาฟี หมาบ้าแห่งตะวันออกกลาง"
(Mad dog Colonel Gaddafi)

(23ก.พ.) พันเอกมูอัมมาร์ กัดดาฟี่ ผู้นำลิเบีย ออกมาแถลงเมื่อวาน
ที่กรุงทริโปลี เมืองหลวงของประเทศโดยบอกว่าจะไม่ลงจากอำนาจ
 และจะบดขยี้กลุ่มผู้ออกมาสร้างความวุ่นวายให้ประเทศ
ในการแถลงอย่างเป็นเรื่องเป็นราวครั้งแรก
 นับตั้งแต่ที่ลิเบียตกอยู่ในความวุ่นวายอย่างหนักมานานกว่าสัปดาห์
เมื่อประชาชนในหลายเมืองออกมาขับไล่เขาออกจากอำนาจ
และสามารถยึดเมืองมาควบคุมได้หลายเมือง

 กัดดาฟี่บอกว่าจะไม่ยอมออกจากลิเบีย
และจะขอพลีชีพเพื่อศาสนา เขาจะสู้จนเลือดหยาดสุดท้าย
 รวมทั้งเรียกร้องผู้สนับสนุนออกมาแสดงพลังในวันนี้
โดยบอกให้ผู้สนับสนุนออกไปจัดการกับผู้ประท้วง ที่เขาเปรียบว่าเป็นพวกหนู
 และจัดการกับพวกมัน ไม่ว่าพวกมันจะอยู่ที่ไหนก็ตาม 
อย่าปล่อยให้พวกเหล่านี้มามอมเมาลูกหลานของพวกเขาเพื่อให้มาทำลายลิเบีย
รวมทั้งให้สั่งทหารและตำรวจ บดขยี้กลุ่มผู้ชุมนุมด้วย




กลุ่มผู้ประท้วง


ลิบีย ได้เปิดเผยตัวเลขผู้เสียชีวิตอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรกว่า
มีจำนวน 300 คน เป็นพลเรือน 189 คน และทหาร 111 นาย
โดยตัวเลขผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่อยู่ที่เมืองเบนกาซีร์ ทางตะวันออกของประเทศ
และได้ชื่อว่ามีการปะทะกันดุเดือดที่สุด ทำให้พลเรือนเสียชีวิต 104 คนและทหาร 10 นาย

ทูตลิเบียประจำหลายประเทศทั่วโลก รวมทั้งที่สหประชาชาติ และกลุ่มสันนิบาตรอาหรับ
รวมใจกันลาออก และประกาศไม่เป็นตัวแทนของรัฐบาลที่นำโดยพันเอกมูอัมมาร์ กัดดาฟี่อีกต่อไป
แต่จะทำหน้าที่เป็นตัวแทนของชาวลิเบีย
ซึ่งการลาออกของรัฐมนตรียุติธรรมลิเบีย เพื่อประท้วง และแสดงท่าทีอย่างชัดเจน
ในการสนับสนุนผู้ชุมนุมขับไล่รัฐบาล หลังมีรายงานว่า
ทางการลิเบียส่งเครื่องบินรบ และเฮลิคอปเตอร์ โจมตีผู้ชุมนุมประท้วง
ซึ่งเป็นประชาชนผู้บริสุทธิ์ และไม่มีอาวุธ
โดยทูต หลายคนมองว่า เป็นการกระทำที่ป่าเถื่อน และเป็นการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ประชาชน
นอกจากนี้ นักบินที่แปรพักตร์ 2 คน ได้นำเครื่องบินรบ 2 ลำ
บินลี้ภัยไปยังมอลต้าแล้วหลังถูกสั่งให้บินโจมตีผู้ชมนุม



แรงงานอียิปต์ทยอยลี้ภัยออกจากลิเบีย


ทางการเยอรมนีส่งเครื่องบินลำเลียงของกองทัพไปรับตัวพลเรือนออกจากลิเบีย


คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ เตรียมเปิดประชุมลับในวันนี้
เพื่อหารือถึงสถานการณ์รุนแรงในลิเบียหลังมีรายงานผู้เสียชีวิตในการชุมนุม 7 วันที่ผ่านมา
พุ่งสูงขึ้นราว 200 ถึง 400 คนแล้ว
ขณะที่ผู้นำหลายประเทศ ได้ออกมาประณามการสังหารหมู่ประชาชนครั้งนี้
โดยคนงานบริษัทก่อสร้างของจีนกว่า 1,000 คนต้องอพยหนีออกจากที่พัก
เนื่องจากมีกลุ่มมือปืนบุกเข้าไปยึดสิ่งของต่าง

ขณะนี้แรงงานไทยในลิเบียมีอยู่ประมาณ 23,600  คน
สำหรับการอพยพออกมานั้น กรมการจัดหางาน
ได้เตรียมแผนเคลื่อนย้ายคนงาน หากเกิดความรุนแรงขึ้น
โดยวิธีที่ประหยัดและสามารถขนย้ายแรงงานได้มากที่สุด
คือ เส้นทางเรือไปประเทศมอลตา ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศอิตาลี
เพราะสามารถบรรทุกคนได้ครั้งละ 1,200 คน ขณะนี้มีบริษัทจัดส่งแรงงานบางแห่ง
จัดเตรียมเครื่องบินเช่าเหมาลำไปรับแรงงานไทยที่ลิเบียตั้งแต่เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์แล้ว
 แต่เนื่องจากติดกลุ่มผู้ชุมนุม ทำให้ไม่สามารถ
เอาเครื่องลงจอดรับแรงงานไทยที่มาอยู่รอที่สนามบินจำนวน 50 คนได้


สถานการณ์ความรุนแรงในลิเบีย ยังส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกพุ่งขึ้น
เนื่องจากเกิดความวิตกกังวลว่า การขนส่งน้ำมันจาก ลิเบียไปป้อน ตลาดโลก
จะได้รับผลกระทบไปด้วย


ข้อมูลจาก คมชัดลึก , เว็บไซท์ครอบครัวข่าว, ASTVผู้จัดการออนไลน์ วันพุธที่ 23 กุมภาพันธ์ 2554,
http://www.ch7.com/ 22 กุมภาพันธ์ 2554 ,วิกิพีเดีย
ภาพจาก internet
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,166



« ตอบ #12 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 25, 2011, 21:26:43 »


รู้จักกับ "กัดดาฟี หมาบ้าแห่งตะวันออกกลาง"


...  
พันเอกมูอัมมาร์ กัดดาฟี่ (Colonel Muammar al-Gaddafi)
ผู้นำลิเบียวัย  69 ปี
ที่ครองอำนาจยาวนานที่สุดในโลกอาหรับมา 4 ทศวรรษ
ผูกขาดการปกครองลิเบียมาถึง 42 ปี
เขาถูกจัดอันดับว่าน่าจะเป็นผู้นำอาหรับคนที่ 3
ที่ถูกโค่นตามผู้นำตูนีเซียและอียิปต์

“หมาบ้าแห่งตะวันออกกลาง” หรือ Mad Dog of the Middle East
คือฉายาที่อดีตประธานาธิบดโรนัลด์ เรแกน
ตั้งให้กับพันเอกมูอัมมาร์ กัดดาฟี



เผ่าเบดูอิน ที่เร่ร่อนกลางทะเลทราย

กัดดาฟี่ เกิดเมื่อ 7 มิถุนายน ค.ศ. 1942 ในกระโจมทะเลทรายเมืองเซอร์ตี
พ่อและแม่ของเขาเป็นกลุ่มชนเผ่าเบดูอิน ที่เร่ร่อนในทะเลทราย
กัดดาฟี่เข้าเรียนหนังสือที่เมือง Sebha จากนั้นเรียนต่อด้านภูมิศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยเบงกาซี่
แต่ก็หยุดเรียนไปและไปร่วมกับกองทัพ

กัดดาฟี่มีความชื่นชอบและประทับใจต่อตัวประธานาธิบดีกามัล อับเดล นัสเซอร์ ผู้นำอียิปต์ตั้งแต่ยังเป็นวัยรุ่น
ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจ ทำให้กัดดาฟี่มีความสำนึกทางการเมืองอย่างแรงกล้า และยึดถือเป็นต้นแบบ
สร้างความทะเยอทะยานที่จะก้าวขึ้นเป็นผู้นำของโลกอาหรับ
แต่บรรดาผู้นำของโลกอาหรับกลับเคยให้ราคาเขาแค่เป็นตัวตลกคนหนึ่งเท่านั้น



ร้อยเอกกัดดาฟี่ ผู้นำกองกำลังทหารก่อรัฐประหารยึดอำนาจกษัตริย์ไอดริส
เมื่อ 15 January 1970

กัดดาฟี่เป็นที่รู้จักบนเวทีการเมืองโลกตั้งแต่เดือนกันยายนปี ค.ศ. 1969
หลังจากที่เขามียศแค่ร้อยเอก เป็นผู้นำกองกำลังทหารก่อรัฐประหารยึดอำนาจกษัตริย์ไอดริส
ที่ครองอำนาจยาวนานนับตั้งแต่ลิเบียประกาศเอกราชจากอิตาลี
เมื่อปี 1951 หรือ 18 ปีแล้วได้สำเร็จ
สามารถก่อตั้งสาธารณรัฐอาหรับลิเบียได้ภายในเวลาแค่ 2 ชั่วโมงโดยปราศจากการนองเลือด

แต่พื้นที่ของประเทศซึ่งมีเพียง 6 แสนกว่าตารางไมล์ ประชากรแค่ 6 ล้านกว่าคน
ดูจะไม่เพียงพอสำหรับความกระหายอำนาจของกัดดาฟี ปี 2551
เขาจึงอาสาจัดประชุมกลุ่มผู้นำประเทศแอฟริกันด้วยความมุ่งหวังจะเป็นราชาแห่งราชา
แต่สุดท้ายไม่มีใครเล่นด้วย


หลักจากยึดอำนาจได้แล้วกัดดาฟี่ได้จัดตั้งทฤษฎีสากลที่ 3 ซึ่งเป็นเส้นทางสายกลาง
ผสมผสานกันระหว่างลัทธิคอมมิวนิสต์และทุนนิยม เพื่อพัฒนาประเทศที่ประสบกับปัญหาความยากจน
โดยทุ่มเงินหลายพันล้านดอลลาร์จากรายได้ที่มาจากอุตสาหกรรมน้ำมัน
มาช่วยพัฒนามาตรฐานการครองชีพของประชาชน
อันทำให้เขากลายเป็นที่ชื่นชมของคนจนในลิเบีย





กัดดาฟี่ยังยอมทุ่มเงินให้กัยโครงการยักษ์ใหญ่อย่างเช่น "Great Man-Made River"
โครงการส่งน้ำจากทะเลทรายมายังชุมชน
โครงการนี้เป็นที่เลื่องลือและกลายเป็นสิ่งมหัศจรรย์อันดับ 8 ของโลก
ที่ใช้เงินไปถึง 20,000 ล้านดอลลาร์
แต่ด้วยความเป็นชาตินิยมอาหรับ กัดดาฟี่ไม่สนความสัมพันธ์กับชาติตะวันตก
มุ่งสู่ความเป็นเอกภาพกับประเทศกลุ่มอาหรับมากกว่า
จึงไม่แปลกใจเลยว่า ในสายตาของชาวลิเบียและชาวอาหรับ
กัดดาฟี่ คือวีรบุรุษที่ยิ่งใหญ่ ผู้ที่สืบทอดอุดมการณ์ชาตินิยอมอาหรับจากนัสเซอร์ อดีตผู้นำอียิปต์
แต่ในสายตาของโลกตะวันตก กัดดาฟี่เป็นผู้ที่ให้การสนับสนุนกลุ่มก่อการร้าย

อันเนื่องมาจากความไม่พอใจของกัดดาฟีที่มีต่อผู้นำของชาติอาหรับและแอฟริกัน
รวมถึงชาติตะวันตก  ทำให้เขาหันไปใช้วิธีการก่อการร้ายมาตั้งแต่ทศวรรษ 1970 และ 1980
เพราะเชื่อว่าการก่อการร้ายคือการลงทุนที่ถูกที่สุดเพื่อเรียกความสนใจจากชาติตะวันตก
ปฏิบัติการก่อการร้ายจึงเริ่มชิมลางด้วยการระเบิดไนท์คลับในเวสต์ เบอร์ลิน
ซึ่งเป็นแหล่งเที่ยวของทหารอเมริกัน ทำให้ทหารอเมริกันเสียชีวิต
ซึ่งแม้จะคนเดียวแต่ก็ทำให้ประธานาธิบดีเรแกนตัดสินใจถล่มลิเบียและคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ

แต่แค่ 2 ปีต่อมาคือในปี 2531 ก็เกิดวินาศกรรมเครื่องบินของสายการบินแพนแอม
เหนือเมืองล็อคเคอร์บี้ของสก็อตแลนด์ มีผู้เสียชีวิตถึง 270 คน
ความตึงเครียดในเรื่องนี้ดำเนินถึง 10 ปี
จนกระทั่งกัดดาฟียอมส่งตัวผู้ต้องหาระเบิดเครื่องบินพร้อมกับคำสัญญาที่จะยุติ
โครงการพัฒนาอาวุธทำลายล้างสูง
ทำให้ความสัมพันธ์ทางการทูตกับสหรัฐกลับคืนสู่สภาวะปกติ
แต่กัดดาฟียังคงแค้นสวิตเซอร์แลนด์ที่จับลูกคนหนึ่งของเขาขังคุก
เขาจึงตัดสินใจยกเลิกการส่งน้ำมันให้และถอนเงินจากธนาคารสวิสทั้งหมด
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,166



« ตอบ #13 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 25, 2011, 21:47:27 »



...  

กัดดาฟีชอบทำตัวประหลาดๆเสมอโดยเฉพาะการแต่งกาย
มีตั้งแต่เครื่องแบบทหารแวววาวไปจนถึงเครื่องแบบลายสัตว์
ไปต่างประเทศก็ชอบติดเต้นท์แบบเบดูอิน เอาไปนอน
จนเคยสร้างความปวดหัวให้กับเจ้าหน้าที่เมื่อครั้งไปประชุมสหประชาชาติ
ที่นิวยอร์คเมื่อ 2 ปีที่แล้ว

ความดีที่พอจะมีอยู่บ้างในสายตาของนักวิเคราะห์และประชาชนก็คือ
เขาใช้ความมั่งคั่งจากน้ำมันไปช่วยดูแลสุขภาพ
สร้างบ้านและให้การศึกษาแก่ประชาชน
แต่ก็ยังฝังหัวประชาชนให้ต่อต้านชาติตะวันตกอยู่เสมอ

อย่างไรก็ตามเมื่อปี 2003 ท่าทีการต่อต้านตะวันตกของกัดดาฟี่อ่อนลงมาก
เมื่อเขาออกมาประณามการก่อการร้ายและประกาศ
ยกเลิกการเกี่ยวข้องกับโครงการอาวุธร้ายแรง

กัดดาฟี่มักกล่าวยืนยันว่าประเทศลิเบียได้ดำเนินนโยบาย
ตามความเห็นของคณะกรรมการกลุ่มต่างๆที่มาจากประชาชน
แม้ว่าผู้สังเกตการณ์จากนอกประเทศส่วนใหญ่เชื่อว่า
ลิเบียคือรัฐแห่งตำรวจ โดยมีนายกัดดาฟีคอยสั่งการ
 

กัดดาฟีเคยประกาศแนวคิดประชาธิปไตย
แต่ไม่ยอมให้มีพรรคการเมือง เพราะเห็นว่าประชาชนต้องรู้จักสิทธิ์
และความรับผิดชอบของตนเองต่อสังคมเสียก่อน
นายกัดดาฟีจึงขอปกครองประเทศเพื่อชี้นำแนวทางที่ถูกต้องไปก่อน
และเรียกตนเองว่า ผู้นำแห่งภราดรภาพ- Brotherly Leader and Guide of the Revolution



กัดดาฟี่มีเอกลักษณ์การแต่งกายเสมอ





ข้อมูลจาก http://www.krobkruakao.com/, วิกิพีเดีย
ภาพจาก internet

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,166



« ตอบ #14 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 25, 2011, 21:54:36 »



เอกลักษณ์ของ พันเอกกัดดาฟี่






แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,166



« ตอบ #15 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 25, 2011, 22:11:10 »



รสนิยมของกัดดาฟี่อีกอันหนึ่งคือ ชอบใช้บอดี้การ์ดสาวสวย
ที่เรียกว่า Lady Killers











ภาพจาก internet
1599
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,166



« ตอบ #16 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 26, 2011, 09:45:49 »




กัดดาฟี่ในวัย 33 ปี เทียบกับปัจจุบัน








แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,166



« ตอบ #17 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 26, 2011, 09:57:59 »








 


แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,166



« ตอบ #18 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 26, 2011, 21:34:32 »



จากเหตุการณ์ที่ต่อเนื่องมาถึงพฤติกรรมการปราบปรามประชาชนอย่างโหดเหี้ยมของกัดดาฟี่
โทรทัศน์อัลญะซีเราะห์รายงานเมื่อวันที่ 22 ว่า กัดดาฟีได้ส่งเครื่องบินรบหลายลำ
โฉบทิ้งบอมบ์พื้นที่บางส่วนของกรุงตริโปลี เพื่อปราบปรามกลุ่มผู้ประท้วงอย่างหนักหน่วง
อีกทั้งยังส่งทหารรับจ้างวิ่งไล่ยิงใส่พลเรือน

ขณะที่ชาวบ้านใน 2 ตำบลในกรุงตริโปลี ระบุผ่านทางโทรศัพท์ว่า มีการ “สังหารหมู่”
โดยเจ้าหน้าที่รัฐซึ่งใช้อาวุธปืนยิงอย่างไม่เลือกหน้าในตำบลตอจูรา
ส่วนอีกรายหนึ่งที่ตำบลฟาซะห์ลุม เล่าเหตุการณ์ว่า มีเฮลิคอปเตอร์หลายลำบินลงจอด
จากนั้นพวกทหารรับจ้างชาวแอฟริกันก็เปิดฉากกราดยิงผู้ใดก็ตามบนท้องถนน เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก


สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่าสหรัฐฯเตรียมคว่ำบาตรลิเบีย
เพื่อลงโทษ พ.อ.มูอัมมาร์ กัดดาฟี ที่ใช้ความรุนแรงเข้าปราบปรามผู้ประท้วง  
โดยจะทำร่วมกับชาติพันธมิตรในยุโรป   ซึ่งรัฐบาลของสหภาพยุโรปเห็นชอบในแนวคิด
ที่จะคว่ำบาตรอาวุธ อายัติทรัพย์สิน และห้ามการเดินทางของกัดดาฟี และเจ้าหน้าที่ระดับสูงในรัฐบาลลิเบีย


คณะมนตรีความมั่นคงฯ (UNSC) ร่วมประชุมกับเยอรมันและกลุ่มประเทศตะวันตกเพื่อหาทางกดดัน
คลี่คลายวิกฤติในลิเบียให้เร็วที่สุด (22 กุมภาพันธ์)
ภาพจาก http://www.thenews.com.


นอกจากนี้ คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติมีกำหนดเปิดประชุมวานนี้ (25 ก.พ.) อีก
เพื่อหารือร่างมาตรการคว่ำบาตรต่อรัฐบาลของมุอัมมาร์ กัดดาฟี ของลิเบีย

เลขาธิการสหประชาชาติ นายบันคีมูนกล่าวว่า มีผู้ถูกสังหารกว่า 1,000 คน
จากการที่ประธานาธิบดีมูอัมมาร์ กัดดาฟี สั่งปราบปรามผู้ประท้วง
ทั้งนี้ มีรายงานหลายกระแสระบุว่าทหารลิเบียเข้าไปในโรงพยาบาลและสังหารฝ่ายตรงข้ามที่ได้รับบาดเจ็บ
ส่วนทหารคนใดที่ปฏิเสธสังหารพลเรือนก็จะถูกสังหารแทน

นายบันระบุว่า ถึงเวลาแล้วที่คณะมนตรีความมั่นคงฯ จะต้องพิจารณาดำเนินการต่อลิเบียอย่างเป็นรูปธรรม


<a href="http://www.youtube.com/watch?v=5DeA9HxWvKo" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=5DeA9HxWvKo</a>

ข้อมูลจากมติชนออนไลน์ วันที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554, ASTVผู้จัดการออนไลน์ 22 กุมภาพันธ์ 2554



แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
joe2t
Jr. Member
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 65



« ตอบ #19 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 26, 2011, 21:50:50 »


ท่านกัดดาฟี่ อยู่ในอำนาจมานานมาก...นานจนมีความมั่นใจในตัวเองสูง.ดูจากแนวการแต่งตัวครับ เหนือคำบรรยายจริงๆ ไม่อิงแอบรูบแบบใดๆเลย

ราวกับเดินออกมาจากนิตยสารแฟชั่น..ล้ำยุค แต่บางชุดก็ดูดีครับ..55
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

สัจจะและความจริงใจ

คือเครื่องสร้างบุคลิคภาพ
เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,166



« ตอบ #20 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 27, 2011, 21:30:35 »





แรงงานไทยชุดแรกที่บริษัทจัดหางาน เงินและทองพัฒนาส่งไปทำงานในประเทศลิเบีย จำนวน 45 คน
จะเดินทางกลับถึงประเทศไทย พรุ่งนี้...
(ภาพจาก ไทยรัฐ วันอาทิตย์ที่ 27 กุมภาพันธ์ 2554)



นายกรัฐมนตรี ได้อนุมัติงบประมาณในการเช่าเหมาลำเครื่องบินการบินไทย
เพื่อรับแรงงานไทยในลิเบีย ซึ่งได้เคลื่อนย้ายไปรอที่เมืองตูนิส ประเทศตูนิเซีย แล้ว

ขณะนี้กระทรวงต่างประเทศ และกระทรวงแรงงาน กำลังพิจารณาเช่าเหมาลำเครื่องบินการบินไทย
โดยอยู่ระหว่างการประเมินจำนวนแรงงานทั้งหมดว่าเท่าใดเพื่อพิจารณาว่าจะเช่าเหมากี่ลำ
คาดว่าสัปดาห์หน้าจะนำแรงงานกลุ่มนี้กลับประเทศไทยได้

อย่างไรก็ตาม แรงงานกลุ่มดังกล่าวขณะนี้เดินทางออกจากลิเบียแล้ว และอยู่ที่จุดพักในตูนีเซียและอียิปต์

จุดพักชายแดนที่ตูนีเซีย ของแรงงานชาติต่างๆที่อพยพจากลิเบีย
<a href="http://www.youtube.com/watch?v=y_CVxd7-VnM" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=y_CVxd7-VnM</a>

เจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงไคโร ได้จัดตั้งศูนย์ประสานงานอำนวยความสะดวกด้านการเข้าเมือง
บริเวณชายแดนอียิปต์-ลิเบีย เพื่อรอรับและให้ความช่วยเหลือแรงงานไทยที่เดินทางออกจากลิเบียมาถึงบริเวณชายแดนดังกล่าวแล้วด้วย

ส่วนการอพยพทางเรือ กระทรวงการต่างประเทศได้จัดหาเรือเพื่อไปรับแรงงานไทยที่กรุงทริโปลีแล้ว
โดยจะนำไปส่งที่เมืองตูนิสและกรุงโรม ทั้งนี้ จะเริ่มดำเนินการในต้นสัปดาห์หน้า
อย่างไรก็ดี ล่าสุดได้รับรายงานว่า แรงงานไทยได้เดินทางออกจากลิเบียไปถึงประเทศต่างๆ อย่างปลอดภัยแล้ว ประมาณ 1,876 คน
และอยู่ระหว่างการข้ามแดนตูนิเซีย - ลิเบียประมาณ 520 คน และอียิปต์-ลิเบีย ประมาณ 347 คน

รวมถึงกำลังรอที่จะลงเรือจากเมืองเบนกาซี ประมาณ 1,000 คน ไปประเทศที่สาม
นอกจากนี้ ขณะนี้มีแรงงานไทยเดินทางถึงประเทศไทยแล้ว 65 คน





ข้อมูลจาก คมชัดลึก วันเสาร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ 2554
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,166



« ตอบ #21 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 27, 2011, 21:52:21 »


ท่านกัดดาฟี่ อยู่ในอำนาจมานานมาก...นานจนมีความมั่นใจในตัวเองสูง.ดูจากแนวการแต่งตัวครับ เหนือคำบรรยายจริงๆ ไม่อิงแอบรูบแบบใดๆเลย

ราวกับเดินออกมาจากนิตยสารแฟชั่น..ล้ำยุค แต่บางชุดก็ดูดีครับ..55

ค่ะคุณโจ “กัดดาฟี่ อยู่ในอำนาจมานานมาก...นานจนมีความมั่นใจในตัวเองสูง”
แอบหนักใจอยู่ว่า ประเทศตะวันตก อันได้แก่อเมริกาและยุโรป รวมทั้งสหประชาชาติจะช่วยชาวลิเบียได้แค่ไหน
เพราะเพียงมาตรการกดดันคว่ำบาตร ดูไม่น่าจะระคายผิวท่านกัดดาฟี่ได้เลย
เนื่องจากแต่ไหนแต่ไรมา กัดดาฟี่ ไม่ได้สนใจชาติทางตะวันตก แถมออกแนวต่อต้านอีกต่างหาก

ที่สำคัญคือ กัดดาฟี ซึ่งปกครองลิเบียมานาน 41 ปี คุมกลไกรัฐทั้งกองทัพและตำรวจอย่างเบ็ดเสร็จ
มีความเข้มแข็ง มากกว่าผู้นำโลกอาหรับอื่นๆ



การกล่าวปราศรัยทางทีวีเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ ที่กัดดาฟี่เรียกร้องให้ผู้สนับสนุนตัวเขา
ออกมา "กวาดล้าง" ผู้ชุมนุมประท้วง ซึ่งเขาเรียกว่า เป็น "แมลงสาบ" เป็น "หนู" ให้สิ้นซาก
ก็หมือนกับการประกาศสงครามล้างเผ่าพันธุ์กับคนในชาติเดียวกัน

ที่ผ่านมา ในสายตาของชาวลิเบีย และชาวอาหรับ
กัดดาฟี่ คือวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ของโลกอาหรับ ผู้สืบทอดอุดมการณ์ชาตินิยมอาหรับจากนัสเซอร์
แต่วันนี้ กัดดาฟี่ ได้ฉีกหน้ากากวีรบุรุษทิ้ง เปิดเผยให้โลกอาหรับและคนทั้งโลกเห็นธาตุแท้ของเขาว่า
เขาคือทรราชย์ ที่กล้าสั่งให้สังหารประชาชนด้วยอาวุธสงคราม เครื่องบินรบ
เขาคือ หมาบ้า ที่แว้งกัดประชาชน ที่ไม่ยอมอยู่ใต้อำนาจเผด็จการของเขาต่อไปอีก

การลุแก่อำนาจ การหลงตัวเอง ของกัดดาฟี่ ทำให้สถานการณ์ รุนแรงบานปลาย จนหยุดไม่อยู่แล้ว
ตอนนี้ เหลือเพียงว่าเหตุการณ์จะจบอย่างไร จะมีคนตายเพิ่มอีกกี่ร้อยคน
จะเกิดสงครามกลางเมืองระหว่างกองทัพนักรบรับจ้างของกัดดาฟี กับกองทัพลิเบีย
ซึ่งรับไม่ได้กับการเข่นฆ่าประชาชนหรือไม่
และชะตากรรมของกัดดาฟี จะเป็นอย่างไร……!!!

ข้อมูลจาก
ASTVผู้จัดการออนไลน์   24 กุมภาพันธ์ 2554
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
joe2t
Jr. Member
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 65



« ตอบ #22 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 28, 2011, 04:34:50 »


ขอเอาใจช่วยพี่น้องชาวไทยของเรากลับบ้านเกิดเมืองนอนอย่างปลอดภัยกันทุกๆคนครับ..
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

สัจจะและความจริงใจ

คือเครื่องสร้างบุคลิคภาพ
เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,166



« ตอบ #23 เมื่อ: มีนาคม 01, 2011, 20:05:37 »




การลงมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ หรือ UNSC

หลังจากคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ หรือ UNSC ลงมติเป็นเอกฉันท์
คว่ำบาตรระบอบการปกครองของโมอัมมาร์ กัดดาฟี่ และเตรียมสอบสวนกัดดาฟี่
เกี่ยวกับการก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ
ที่เชื่อว่าการใช้กำลังกวาดล้างประชาชนในลิเบีย ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตไปแล้วกว่า 1,000 คน
มาตรการการคว่ำบาตรระบอบกัดดาฟี่อันได้แก่ห้ามการเดินทาง อายัดทรัพย์สิน
และห้ามการค้าอาวุธต่อลิเบียโดยทันที
ต่อพันเอกกัดดาฟี่ ลูกชายทั้ง 7 คน และลูกสาว
รวมทั้งสมาชิกในครอบครัวกัดดาฟี่คนอื่นๆ และเจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านข่าวกรอง
และกลาโหมของลิเบียที่มีส่วนต่อเหตุนองเลือดในขณะนี้ ซึ่งมีทั้งสิ้นรวม 16 คน

มาตรการคว่ำบาตรนี้เป็นการส่งสัญญานชัดเจนว่า
ประชาคมโลกอย่างยูเอ็นมีจุดยืนที่แน่วแน่ในการสนับสนุนชาวลิเบีย
ในการกำหนดอนาคตตัวเอง
มติในครั้งนี้ยังระบุถึง เหตุนองเลือดในลิเบียจะถูกนำขึ้นสู่ศาลอาชญากรรมสากล
ที่จะต้องมีการสอบสวนกันต่อไปด้วย


ด้านประธานาธิบดีบารัค โอบามา ผู้นำสหรัฐฯกล่าวว่า
ผู้นำลิเบียคือ กัดดาฟี่ต้องลาออกและออกนอกประเทศทันที
ก่อนหน้านี้ประธานาธิบดีโอบามาได้ลงนามในคำสั่งผู้บริหาร
อายัดทรัพย์สินของกัดดาฟี่และลูกชายอีก 4 คนในสหรัฐฯแล้ว



มุสตาฟา อับเดล จาลิล (Mustafa Abdel-Jalil)รัฐมนตรียุติธรรมลิเบีย

ขณะที่ความเคลื่อนไหวอีกด้านหนึ่งในลิเบียในการจัดตั้ง รัฐบาลเฉพาะกาล
เริ่มดำเนินการกันแล้ว โดยนายมุสตาฟา อับเดล จาลิล รัฐมนตรียุติธรรมลิเบีย
ที่ประท้วงการใช้กำลังปราบปราบผู้ประท้วงด้วยการลาออกจากตำแหน่งเปิดเผยว่า
ตอนนี้กำลังมีการจัดตั้งคณะทำงานที่ประกอบด้วยบุคคลสำคัญทางการทหารและพลเรือน
เพื่อเตรียมการสำหรับการเลือกตั้งภายใน 3 เดือน
ซึ่งทูตลิเบียประจำสหประชาชาติก็ให้การสนับสนุนแผนการนี้
กำลังหารือกันในเมืองเบงกาซี ทางตะวันออกของลิเบีย
ที่ตอนนี้อยู่ในความควบคุมของกลุ่มต่อต้านกัดดาฟี่

อย่างไรก็ตามเมื่อวานนี้ นายซาอิฟ อัล อิสลาม หนึ่งในลูกชายของกัดดาฟี่
ออกมาเตือนว่า สถาการณ์ในลิเบียขณะนี้กำลังนำไปสู่สงครามกลางเมือง
และการแทรกแซงของต่างชาติ

นายซาอิฟ ยืนยันว่าพื้นที่ 3 ใน 4 ของประเทศยังอยู่ในภาวะปกติ
โดยเฉพาะที่กรุงทริโปลี ไม่มีการล้มตายและบาดเจ็บ
เมืองหลวงอยู่ในความสงบ และสันติภาพกำลังกลับคืนมาสู่ประเทศของเรา

ซึ่งต่างกับกลุ่มต่อต้านกัดดาฟี่ที่บอกว่า
สามารถควบคุมพื้นที่ต่างๆในลิเบียได้ 80 เปอร์เซ็นต์แล้ว
รายงานระบุว่า กัดดาฟี่ยังเดินหน้าปราบปรามกลุ่มต่อต้านรุนแรงมากขึ้น
ล่าสุดกัดดาฟี่บอกว่า เตรียมเปิดคลังแสงให้ชาวลิเบีย
และชนเผ่าทุกคนที่ยังภักดีกับตน ให้มาช่วยกันป้องกันประเทศ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,166



« ตอบ #24 เมื่อ: มีนาคม 01, 2011, 20:26:39 »



ซิลวิโอ้ แบลุสโคนี่


นายกรัฐมนตรีซิลวิโอ้ แบลุสโคนี่ ผู้นำอิตาลี
ที่เป็นพันธมิตรยุโรปที่ใกล้ชิดกับกัดดาฟี่ กล่าวเมื่อวานนี้ว่า
กัดดาฟี่ไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ในลิเบียได้อีกต่อไปแล้ว
และเห็นว่าการปฏิวัติโดยประชาชนที่เกิดขึ้นในแอฟริกาเหนือ
ที่จะนำมาซึ่งประชาธิปไตยและเสรีภาพ
จะกลายเป็นศูนย์รวมแห่งภยันตรายของมุสลิมเคร่งศาสนา
ทั้งนี้ศูนย์รวมที่ว่านี้อยู่ห่างจากชายฝั่งอิตาลีเพียงไม่กี่กิโลเมตร
จะนำมาซึ่งการไหลทะลักของคลื่นผู้อพยพจำนวนมาก



อย่างไรก็ตามยังมีผู้นำที่ให้การสนับสนุนกัดดาฟี่
โดยคนแรกคือ ประธานาธิบดีฮูโก้ ชาเวซ ผู้นำเวเนซูเอลา
ที่ออกมาให้การสนับสนุนกัดดาฟี่ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา


ประธานาธิบดี ฮูโก ชาเวซ แห่งเวเนซูเอล่า กับกัดดาฟี่

ประธานาธิบดี ฮูโก ชาเวซ (Hugo Ch&aacute;vez) แห่งเวเนซูเอล่า  
เป็นพันธมิตรสำคัญในละตินอเมริกาของ กัดดาฟี แห่งลิเบีย
ผู้นำทั้งสองรายนี้มักประณาม “ลัทธิจักรวรรดินิยม” ของสหรัฐฯ อยู่เรื่อยมา
ความสัมพันธ์ของทั้งคู่แน่นแฟ้นมาก ถึงขนาดมีข่าวลือว่า กัดดาฟี
ได้ลี้ภัยไปยังกรุงคาราซัส เมืองหลวงของเวเนซุเอลา
อย่างไรก็ตาม มีการปฏิเสธข่าวดังกล่าวในเวลาต่อมา

ฮูโก ชาเวซ ประกาศวานนี้ (28 ก.พ.) ว่า เขาจะไม่ประณามเพื่อนคนนี้
ซึ่งเขาไม่รู้ข้อเท็จจริงว่าเป็นฆาตกรหรือไม่
      




       ประธานาธิบดี ชาเวซ ยังตอกย้ำถึงคำเตือนของเขาว่า สหรัฐฯ ต้องการรุกรานลิเบีย เพื่อยึดครองน้ำมัน
      
       “ตั้งแต่ทุกคนพูดกันว่า กัดดาฟี เป็นฆาตกร แล้วผมจะตอบว่าอะไรนะหรือ”
ผู้นำเวเนซุเอลากล่าวปราศรัยให้บรรดานักเรียนในกรุงคาราซัสฟัง “อันที่จริง
ผมไม่รู้ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว และจากที่นี่ (เวเนซุเอลา) ผมจะไม่ประณามเขา
นั่นจะทำให้ผมเป็นคนขี้ขลาดตาขาว กัดดาฟีกับผมเป็นเพื่อนกันมานานเหลือเกิน”
      
       กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ แถลงวานนี้เช่นกัน ว่า
กำลังเคลื่อนพลทั้งทางน้ำและทางอากาศ เข้าประชิดลิเบีย พื้นที่เป้าหมาย
ขณะที่ชาติตะวันตกกำลังประเมินถึงความเป็นไปได้ในการส่งกำลังทหารเข้าไปยังลิเบีย
และเจ้าหน้าที่ได้ถกกันถึงประเด็นการกำหนด “เขตห้ามบิน” เพื่อปกป้องชีวิตประชาชนชาวลิเบีย
      
       “สหรัฐฯ ยอมรับออกมาแล้วว่า พร้อมบุกลิเบีย” ฮูโก ชาเวซ กล่าว
“แทบทุกประเทศในยุโรปก็ร่วมประณามลิเบีย อะไรล่ะที่พวกเขาต้องการ? ก็น้ำมันในลิเบียนั่นเอง”
      
       เมื่อวันพฤหัสบดี (24 ก.พ.) ที่ผ่านมา ประธานาธิบดี ชาเวซ เพิ่งเอ่ยปากชมลิเบียถึง “ความเป็นไท”
พร้อมทั้งระบุว่า มูอัมมาร์ กัดดาฟี กำลังเผชิญกับสงครามกลางเมือง


ข้อมูลจาก ASTVผู้จัดการออนไลน์ 1 มีนาคม 2554, ครอบครัวข่าว 27 กุมภาพันธ์ 2554
ภาพจาก internet
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
    กระโดดไป:  



    SimplePortal 2.3.3 © 2008-2010, SimplePortal