ย่าง ที่ผมเคยบอกไว้นานแล้วครับว่า เหตุการณ์ที่อาจจะเป็นจุดแตกหักจะเริ่มที่แคลิฟอเนียตอนใต้ หรือ Southern California โดยแก๊งแม๊กซิกัน หรือคนอเมริกันเชื้อสายแม๊กซิกัน ทั้งที่อยู่อย่างถูกและผิดกฏหมายครับ แล้วความรุนแรงจะเพิ่มขึ้นแล้วค่อยๆ ลามไปที่รัฐที่ติดกันคือเนวาด้า แล้วลามไปทางด้านตะวันออกของประเทศ ดูเหมือนสิ่งนี้จะเริ่มก่อตัวขึ้นแล้ว เพราะสารพัดปัญหาที่อัดเข้าไปครับ ฟางเส้นสุดท้ายคือเค้ากำลังจะไม่มีกินครับ ความหิว ความอดอยากปัญหานี้คงลากยาวต่อไปไม่ได้ครับ หรือว่าจุดแตกหักได้เริ่มขึ้นแล้ว!!!
ถ้า สงครามกลางเมืองระหว่างแก๊งแม๊กซิกัน แก๊งผิวดำ และพวก Red Neck หรือพวกคนขาวที่เหยียดคนต่างชาติเริ่มขึ้นเมื่อไหร่ อาจจะมีการประกาศใช้ Martial Law หรือกฏอัยการศึกเพื่ออ้างความชอบธรรมในการเข้าไปควบคุมสถานการณ์ครับ ระบบทุกอย่างจะถูกล๊อคตายทันที คนไทยในแคลิฟอเนีย โดยเฉพาะทางตอนใต้ San Dieago, Palm Spring, Los Angeles, Santa Barbara, Bakerfield และ Fresno ต้องดูเรื่องนี้หน่อยครับ
ภาวะ "โรค" ร้อน (Global Warming Hoax)"The Greatest Scam in the History" เรื่องหลอกลวงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสต์.......ดร.จอห์น โคลแมน ผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิอากาศ และเป็นประธานของ Weather Channel ช่องเคเบิลการพยากรณ์อากาศที่เก่าแก่และใหญ่ที่สุดในอเมริกา เป็นผู้ที่ออกมาเปิดเผยเรื่องนี้เป็นคนแรกๆ ครับทั้งออกมาอัด Al Gore ฟ้องร้องต่อศาล และเขียนเวบบล๊อกเพื่อเปิดเผยเรื่องโลกร้อนว่าเป็นเรื่องหลอกลวงต้มตุ๋นทั้ง หมดครับ
http://globalwarminghoax.wordpress.com/2008/06/15/john-coleman-vs-al-gore/http://www.huliq.com/41129/john-coleman-says-global-warming-is-a-scamA U.K. high court judge says Al Gore's film about global warming could be distributed to schools only if teachers issue a warning before showing it to students, reports the BBC and the Daily Mail.
ศาลสูงของอังกฤษ ตัดสินให้มีข้อระวังในการเผยแพร่สื่อการเรียนการสอนในชั้นเรียนมัธยมเรื่อง โลกร้อนโดยอัล กอร์ ซึ่งพิสูจน์แล้วว่ามีข้อเท็จจริงอันเป็นเท็จถึง 9 จุด
http://www.schoollibraryjournal.com/article/CA6489187.htmlสรุปแล้วเรื่องภาวะโลกร้อน หรือ Global Warming เป็นจริงหรือไม่ แล้วใครทำ ใครได้อะไร แล้วจะเป็นอย่างไรต่อไป ผมมีทั้งวีโอสรุป การสัมนา ข่าว ทั้งผู้เชี่ยวชาญด้านสภาวะอากาศที่ออกมาต่อสู้ เรียกร้องในเรื่องนี้ครับ เท่าที่ผมติดตามข่าวสารเรื่องนี้มาทั้งหมด โดยส่วนตัวผมเอง ผมสรุปได้อย่างนี้ครับ
1.โลกร้อนขึ้นจริงครับ อุณภูมิฉลี่ยโดยรวมของโลกร้อนเย็นขึ้น (+,-) 1 องศาในรอบ 35 ปีที่ผ่านมาขึ้นอยู่กับบริเวณใดๆของโลกครับ
#Invalid YouTube Link#
2.น้ำแข็งที่ขั้วโลกหรือ Ice Cap มีการละลายจริงทำให้ประมาณน้ำทั่วโลกสูงขี้นตั้งแต่ 10 เซนถึง 1 เมตร สูงกว่าระดับน้ำทะเลครับ
3.แต่ ทั้งหมดไม่ได้เกิดจากก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ หรือ Co2 ทั้งหมดครับ และการเผาผลาญพลังงานและการ Co2 ที่ผ่านๆ มามีปริมาณไม่มากพอ และไม่สามารถทำให้โลกร้อนขึ้นได้ในข้อ 1 และ ข้อ 2 ครับ
4.โลก ใบนี้มีระบบการทำงานที่เหนือความเข้าใจของทั้งมนุษย์และวิทยาศาตร์ ซึ่งออกแบบมาให้ปรับสภาพและปรับสมดุลย์ในตัวมันเองครับ ทุกระบบถูกวางไว้อย่างดีมากเกินความเข้าใจของมนุษย์แต่นักวิทยาศาสตร์ได้ พยายามทำความเข้าใจและเอามาใช้ประโยชน์ในหลายๆ ด้านรวมทั้งการเมืองและหากินทางเศรษฐกิจครับ ซึ่งเรียกว่า "Pseudo Science"
5.มี การใช้เครื่อง HAARP เพื่อบิดเบือนสภาวะในประเทศเมืองหนาวให้อุ่นลงเพื่อทำการเพราะปลูกครับ อีกทั้งยังเผาทำลายชั้นบรรยากาศมากขึ้นๆ ทุกวันทำให้ความร้อนผ่านลงมายังโลกได้มากขึ้นครับ ตรงนี้ครับคือน้ำมือมนุษย์ที่ทำให้โลกร้อน แต่ทำได้ในระดับหนึ่งเท่านั้นครับ
6.อุ ณภูมิโลกจะปรับตัวขึ้นลงขึ้นลง ตลอดเวลาทุกวินาทีเป็นไปตามวัฐจักรของธรรมชาติครับ แล้วจะเป็นช่วงคลื่นขึ้นลงซึ่งใช้เวลาเป็นปีๆ หรือหลายปีในช่วงคลื่นหนึ่งๆครับ เช่น 1 ช่วงคลื่นของอากาศหนาวเย็นอาจจะกินเวลา 10-50 ปีซึ่งเป็นไปตามธรรมชาติครับ เพื่อปรับระดับสมดุลย์ของโลกครับ (ดูได้จากกราฟสภาพภูมิอากาศในช่วง 2,000 ปี จะเห็นอย่างชัดเจนครับ ร้อนกว่านี้โลกเราก็เคยเกิดขึ้นมาแล้วครับ)

7.ณ วันนี้เราอยู่ในช่วงสุดท้ายของช่วงร้อนของโลกซึ่งกินเวลามาหลายสิบปีที่ผ่านมาครับ
8.เรากำลังจะเข้าสู่ยุคน้ำแข็งอีกคร้ังในอีก 20 ปีข้างหน้าเพราะปริมาณน้ำที่สูงและลดอุณภูมิหรือความร้อนลงทั่วโลกตอนนี้
9.ถ้าเราสังเกตุช่วงหลายปีที่ผ่านมาแม้แต้ ในประเทศไทยที่เป็นประเทศร้อน เราก็มีวันที่หนาวที่สุดในฤดูหนาว ที่หนาวเย็นลงอย่างผิดปกติ นั่นเป็นสัญญาณครับ และวันที่อากาศเย็นดังกล่าวจะมากขึ้นและยาวนานขึ้นในฤดูหนาวในปีต่อๆ ไปครับ
ถ้า ถามว่าต้องประกาศไม๊เรื่อง "ภาวะฉุกเฉินแห่งชาติ" ผมขอถามกลับว่าจะประกาศทำไม ในเมื่อทุกปีคนที่ติดและตายจากไข้หวัดตามฤดูกาลยังมากกว่านี้ซะอีก ตัวเลขที่ผ่านๆ มา ย้อนหลังไป 5 ปี ไม่เกี่ยวกับไข้หวัด 2009 เพราะยังไม่มีเลยครับ ปีนึงก็ตาย 3-40,000 คนอยู่แล้ว ทำไมไม่ประกาศล่ะครับ แล้วข้อมูลนี้สารพัดดอกเตอร์ออกมาเปิดเผยเองอีกต่างหาก เป็นไข้หวัดตามฤดูกาลปีนึงเกือบ 250 ล้านคน ตาย 3-40,000 คน แต่นี่ผลการศึกษาไข้หวัด 2009 ยังรุนแรงน้อยกว่าไข้หวัด่ตามฤดูกาลซะอีก ติดไปแค่ไม่กี่ล้านคน ตายไปประมาณ 1,000 กลับประกาศแล้ว ถ้างั้นประกาศทำไมล่ะ
เค้า ต้องการให้กลัวครับ สร้างและขายความกลัว "แล้วให้รีบไปเข้าแถวฉีดไงครับ" เพราะวัคซีนสั่งจากกลุ่มธุรกิจของพวกเค้าเองครับ ( Rockefeller & Co.) ผลิตแล้ว เซ็นสัญญาไปกับบริษัทยาเหล่านี้แล้ว "หลายพันล้านเหรียญครับ" เป็นวัคซีนและยาพ่นจมูกมากกว่า 700 ล้านโดส แล้วทำไมล่ะ.......จากการรณรงค์เรื่องผลข้างเคียงของวัคซีนที่ทำให้เสีย ชีวิตและพิการได้นั้น ทำให้คนอเมริกันตื่นและรู้ทันครับ จากผลสำรวจมีคนอเมริกันถึง 62% ที่ไม่ยอมไปรับวัคซีนครับ!!! เพราะฉะนั้นต้องประกาศ "เพื่อบีบครับ"
ยิ่ง กว่านั้นในวันที่ 31 ตุลาคมนี้ซึ่งเป็นวันฮาโลวีนพอดี พยาบาลจาก 34 โรงพยาบาลและเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ในรัฐแคลิฟอเนีย จะนัดกันหยุดงาน 1 วันครับเพื่อประท้วงเรื่องการฉีดวัคซีน แล้วทำไมต้องประท้วง??? คิดดูครับว่าถ้าเกิดขึ้นแล้วจะเป็นเรื่องใหญ่ขนาดไหน แล้วใครจะยอมไปฉีดครับ เพราะฉะนั้นเค้าน่าจะเร่งเกมส์ครับ
แล้ว แผนการเค้าที่วางไว้เรื่องเข้าควบคุมแล้วบังคับฉีดวัคซีนทั่วประเทศอาจจะ สะดุด หรืออาจจะล้มเหลวทันทีครับ ต่อไปนี้จ้องไว้เลยครับเค้าบีบหนักขึ้นแน่ และคงจะเล่นเกมส์เร็ว แล้วลองตอบคำถามนึงครับว่าประกาศขนาดนี้แล้วทำไมไม่ปิดชายแดนแม๊กซิโก ถ้าอ้างว่าเค้าเป็นต้นเหตุการแพร่กระจายของ Swine Flu ครับ
ลิ๊งค์และวีดีโอการประท้วงของพยาบาลในรัฐแคลิฟอเนียครับ
http://www.mercurynews.com/bay-area-news/ci_13601077?nclick_check=1http://www.reuters.com/article/pressRelease/idUS156506+19-Oct-2009+PRN20091019ฝากไว้ให้คิดครับว่า " Land of Opportunity "
เรื่องนี้เป็น Opportunity ของใครเหรอครับ???
"ใคร" คุมสื่อในอเมริกา??? วี ดีโอนี้เปิดเผยชัดเจนครับถึง เจ้าของอาณาจักรสื่อใหญ่ๆ ไม่กี่คน ทั้งหมดที่ "ควบคุม" และ "ชี้นำ" การรับรู้ข่าวสารทั้งหมดของคนอเมริกันทุกๆ ด้าน ทั้ง GE, Times Warner, CBS, Disney, CNN, News Corp & Viacom บริษัทแม่แทบจะมีอยู่แค่นี้เองครับ สื่อเกือบทั้งหมดของอเมริกาเป็นของคนกลุ่มเล็กๆ ไม่กี่คนเท่านั้น ยิ่งกว่านั้นถ้าใครอยู่อังกฤษลองเชื่อมโยงไปสิครับใครเป็นเจ้าของ Telegraph และ The Sun ก็กลุ่มนี้อีก ไปไกลกว่านั้นก็ยุโรป ตัวใหญ่ๆ ก็อยู่ในนี้ครับ
หาดูครับว่าใครเป็นเจ้าของ Reuters ( หรือเป็นเจ้าเดียวกับ Telegraph น๊าาา ) ข้อมูลที่นักลงทุนใช้กันมากๆ และใครเป็นคนผลักดันหรือมีใบสั่งมาจากใครหรือเปล่าให้โอบาม่าได้ในครั้งนี้ CNN ก็เป็นหนึ่งในทีมเชียร์ครั้งนี้ครับ
หยุด ดูตารางช่วงนาทีที่ 3:40 เป็นรายชื่อสื่อทุกบริษัทที่จ่ายให้นักการเมืองในวอชิงตัน และ Goldman Suck มาเป็นอันดับ 1 ของภาคการลงทุนและการเงิน การธนาคาร เค้าจ่ายเงินอุดหนุนให้ทั้ง 2 พรรคคือ Democrat และ Republican ครับ เป็นจำนวนเงินมหาศาลและในสัดส่วนที่แตกต่างกันไป ซึ่งผิดกฏหมายชัดเจนครับเพราะเกินที่กฏหมายกำหนดไปมากๆๆๆๆ แบบไม่ต้องเปิดกฏหมายเลยครับ
นี่ล่ะครับคือเหตุผล "จริงๆ" ของการเข้าไป "อุ้ม" กลุ่มทุนวอลสตรีท เพราะเค้าต่างตอบแทนกันตรงนี้ แต่ตอนล้มแล้วเข้าไปอุ้มน่ะมันคือ "เงินภาษีของประชาชน" ครับ แล้วอย่าหวังว่าจะได้คืนเลยครับ เพราะเค้าตั้งเป็นกองทุน TARP FUND ก็คือถ้าคืนก็คืนเข้ากองทุนนี้เท่านั้นครับ .......แล้ว ถ้าใครตาม "Money Trail" หรือเส้นทางของเงินดีๆ บริษัทที่ล้ม ( Wall Street ) คนที่เข้าไปอุ้ม ( บูช & โอบาม่า ) และหน่วยงานที่เข้าไปอุ้ม ( US Treasury & Fed ) เป็นกลุ่มเดียวกันหมดเลยครับ หาดูครับว่าใครเป็นเจ้าของ Fed ครับ??? บอกใบ้ให้ว่า Goldman Suck ก็เป็นหนึ่งในนั้นครับ แล้วสุดท้ายใครเป็นคนปั๊มเงิน ปั๊มเครดิต ทุบดอกเบี้ยจนทำให้เป็นฟองสบู่แล้วล้มทั้งหมด ก็ FED นี่ไงคร๊าบบบ ทั้งหมดนี้เรียกว่า "Global Ponzi Scheme" ครับพี่น้อง
" Welcome to America "
คลิปนี้รายละเอียดเยอะและเค้าเลื่อนภาพเร็วครับ ใช้วิธีหยุดอ่านเป็นช่วงๆ เพื่อเก็บรายละเอียดจะดีกว่า ที่สำคัญคือบ้าน เราก็ไปเอาอะไรที่เค้าเรียกว่าเป็น "ข่าว" จากเค้าแล้วเรามาแปลอีกทีครับ เพราะฉะนั้นต้องระวังในเรื่องการข่าวกับการลงทุนของเราครับ








