" THE ILLUMINATI " อีลูมินาติ เป็นมือทำงานที่สำคัญเกือบจะที่สุดของตัวดำขาว กลุ่มนี้มัน Powerful มาก แนบเนียนและชั่วร้ายกว่าที่มนุษย์สามารถจะจินตนาการได้ และเหนือขี้นไป ที่หัวของกลุ่มนี้มีผู้นำสูงสุด ผมจะเรียกง่ายๆ ว่าตัวขาวดำ คือมี 2 แบ่งงานกันทำครับ ให้ตัวสีขาวทำภาพว่าบริสุทธ์ แต่ไอ้ตัวสีดำนี่คือมนุษย์ที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดในโลกใบนี้ ไม่ใช่โอบาม่าครับและโอบาม่าเป็นแค่หุ่นเชิด หรือ Front ให้ทำงานตามที่ได้รับมอบหมาย ถ้าพยายามขัดขืน จะโดนเหมือน JFK (ไปดู 2 ปี ก่อนโดนเป่าสมองกระจายเค้าไปพูดอะไรใน Congress และพยายามจะเปิดเผยอะไร ขอร้องประชาชน และ สื่อให้ช่วยเค้า) และ Lincoln (ไม่ยอมกู้เงินเค้าแล้วยังจะพิมพ์เงินที่เรียกว่า Greenback Money ใช้เองอีก ตายซะเถอะ) โลกถูกสอนมาให้รู้แค่นั้น เพื่ออำพรางครับและทำงานสะดวก ลองมองกลับไปใกล้ๆ แค่ ปธน. ในรอบ 25 ปี บุชพ่อ คลินตัน บุชลูก โอบาม่า ทุกคนเหมือนจะมีนโยบายเป็นของตัวเอง แต่สิ่งที่เค้าทำ มากจากนโยบายเดียวกัน คือ
1.ทำตัวเป็นตำรวจโลก
2.ขยายอิทธิพลทางเศรษฐกิจด้วยยาเสพติด และ flood เงินดอลล่าไปทั่วโลก
3.ขยายแสนยานุภาพทางทหารให้มากที่สุด หรือ Military Complex ด้วยการ
3.สร้างสงครามอย่างต่อเนื่องในทุกภูมิภาคของโลก ด้วยการหาเหตุต่างๆ ไม่มีก็ต้องทำให้มี เช่น Oklahoma City และ 911
4.แทรกแทรงกิจการภายในของชาติอื่นที่ขัดผลประโยชน์ของกลุ่มเค้า ไม่ใช่ประเทศเค้านะครับ
เป็นการส่งไม้ต่อๆ กันมาเรื่อยๆ เพราะ Constitution ให้เวลาคนละ 8 ปีเท่านั้น ภายใต้การนำของไอ้ตัวสีดำ โอบาม่าไม่ได้มาทำความสะอาด mess หรือ crap หรือขยะที่บุชทำไว้ เค้าถูกเลือกมาให้ประชาชนเลือก(ดูเส้นทาง การใช้เงิน และสื่อ) เพื่อสานต่องานของบุชครับ แล้วโอบาม่าน่าจะเป็นคนสุดท้ายแล้ว เพราะเค้ากำลังจะรุกฆาตครับ (ดูสถานการณ์โดยรวมตอนนี้ประกอบ) จะไปจบลงตรงไหนเหรอครับ ติดตามตอนต่อไปเรื่อยๆครับ
ผมถูกส่งมาให้เป็นแสงสว่างเล็กๆ เหมือนหิ่งห้อย ให้พวกเราตื่นและมองเห็นสิ่งเหล่านี้
1. ไม่ว่าคุณจะจบจาก Harvard, Yale, MIT, Princeton, Georgetown, หรือ U of ไหนๆ ก็แล้วแต่ ถ้าคุณวิเคราะห์แค่สิ่งที่คุณถูกโปรแกรมมา (คุณอาจจะเรียกว่าเรียน) หรือกลไกตลาด และหลักเศรษฐศาสตร์ 101 คุณจะเขวและมองเห็นแค่ครึ่งเดียว เอาสิ่งที่ผมบอกข้างบนนี้ใส่เข้าไปใน Theory หรือ ทฤษฏีที่คุณยังแก้ไม่ตกหรือสงสัย แล้วมันจะสมบูรณ์ขึ้น Do more Research. Don't just stop at your Ph.D or Doctor Degree. You already known 50%. The Truth is out there Dude!!!
ใครตั้งและเป็นเจ้าของมหาวิทยาลัยเหล่านี้ กลับไปดูหนังสือประวัติเค้า แล้วค้นประวัติคนพวกนี้ออกมา ว่าทำอะไรไว้บ้าง
2.โอบาม่าไม่ได้เป็นคนที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก หาต่อไป เค้าพรางตัวไว้เพื่อการทำงานใหญ่
3.บิลเกต เป็น icon ของธุระกิจระดับโลก แต่ไม่ได้เป็นคนที่รวยที่สุดในโลกตามที่ Forbes บอก พวกเค้าต้องการให้เรามองไปที่จุดนั้น เพื่อให้คน และกลุ่มคนที่รวยกว่าบิลเกต 50-500 เท่า เคลื่อนย้ายเงินทุนและ Hedge Fund ต่างๆไปโจมตีเศรษฐกิจในประเทศต่างๆ ทั่วโลก ง่ายขึ้น และไม่เป็นที่สังกตุ เหมือนที่ โซรอสเป็นใครมาจากไหนไม่รู้ โผล่มาถล่มเอเซียจนเละ และขนกองลำเลียง คือ Goldman Sachs, GE Capital และ Lehman Brother เข้ามาขนทรัพย์สินกับทาสกลับไป
4.วอเร็น บัฟเฟ็ต เป็น icon ของตลาดหุ้นและการเงินโลก สิ่งที่เค้ามีและใช้คือ "Insider" จากกลุ่มทุนต่างๆ ทำให้โลกจับตาไปที่ตรงนี้ทั้งหมด ทุกคนรอว่าเค้าจะอ้าปากแล้วมีอะไรออกมาบ้าง แต่พวก "Dark Force" ก็เพลินกับการ Clash ตลาดโน้นที ตลาดนี้ทีเพื่อทำกำไรครับ
ในสงครามอีรักภาค 2 บุกเค้าแบบ "Pre-emptive Strike" ซึ่งเป็นการตั้งชื่อสวยหรูเพื่อเลี่ยงและฉีกรัฐธรรมนูญ ไม่มีความเห็นชอบจาก Congress ไม่มีการประกาศสงคราม และ "เชื่อว่า" อีรักมี Weapon of mass destruction หรืออาวุธทำลายล้างสูง ซึ่งจนวันนี้ยังหาไม่เจอ และเอาไปหัวเราะกันในงานเลี้ยงประจำปีของพรรคว่ามันน่าจะอยู่ที่ไหนซักแห่ง น๊าาาา ทำให้มีตัวเลขและเกิดสิ่่งต่อไปนี้
1.ประชาชน และพลเรือนของอีรัก ตายไป 1,300,000 "เพราะเค้าไม่มีทางสู้ครับ" ถ้าคุณเห็นรูป ผมว่าคุณคงรับไม่ได้ อาวุธคนละชั้น แต่พวกนี้ขนเอาอาวุธไมโครเวฟที่เรียกว่า Hi tech ที่สุดเข้าไปใช้ หลังจากทดสอบในเหตุการณ์ 911 มาแล้ว"
2.ทหารอเมริกันตายไป 4-50,000 แต่เค้าบอกกับคนอเมริกันว่า 4-5,000
3.ได้ สัมปทานน้ำมัน การก่อสร้างตึกรามบ้านช่อง ที่สำคัญได้ ฐานที่มั่นทางทหาร หรือ Military Complex ที่ใหญ่ที่สุดในโลกครับ หารูปดู ยิ่งใหญ่มากครับ เพื่อที่จะบุกอีหร่านต่อ และคุกคามตะวันออกกลาง
4.ผู้รับเหมารายใหญ่ที่สุด ชื่อ Harriburton Corp. รับเงินและ และเคยมีประธานบริษัทชื่อ Dick Cheney ซึ่งเป็นรอง ปธน. ในสมัยบุช
5.ไป Congress ขอเงินเพิ่ม และเริ่มบุกอาฟกานิสถาน เพราะ "เชื่อว่า" สนับสนุนผู้ก่อกาาร้ายใน Mumbai Attack
จิ๊กซอตัวนี้บอกเราว่า กำลังเกิดอะไรขึ้น และอะไรกำลังจะมาครับ คนอเมริกันไม่รู้เรื่อง อย่าไปโกรธหรือเกลียดพวกเค้า ผมว่าเค้าน่าสงสาร นอกจากถูกขู่ให้กลัวว่าอาจจะโดนบอมอีกถ้าไม่บุก, จ่ายภาษี, จัดปาร์ตี้, ดูฟุุตบอล, ดูอเมริกันไอดอล, เล่นไอพอด, จ่ายภาษีเพิ่มอีกนิด, ไปโบสถ์ปลอมๆ วันอาทิตย์, ช๊อปต่อ ไปดูหนัง ดูCelebrity, จ่ายค่าประกัน ตอนนี้ก็รอ Swine Flu และการบังคับฉีดยาที่กำลังมาเพราะกระจายไวรัสไปตามจุดหมดแล้ว เค้าเรียกคนอเมริกันแบบนี้ว่า "American Sheeple" ครับ
หลังจากที่ผมได้รับวีซ่าเดินทางเข้าอเมริกา เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2001 ผมต้องกำหนดวันเดินทางเพื่อจะซื้อตั๋วครับ
และ ผมเลือกวันที่ 11 กันยายน 2001 เพราะผมมีกำหนดจะต้องไปส่งเพื่อนอีกคนขึ้นเครื่องเพื่อไปประเทศจีนวันที่ 11 พอดี เพื่อที่จะไม่ต้องไปสนามหลายเที่ยวครับ ก็ไปติดต่อบริษัททัวร์แห่งหนึ่งในห้างเพนนินซูล่าพลาซ่า ย่านราชประสงค์ แต่หาตั๋วไม่ได้ครับ แต่ก็ยังยืนยันวันที่ 11 เพราะไม่อยากไปสนามบินหลายๆ เที่ยวอยู่ดี ก็เลยขอให้เค้าใส่ชื่อไว้ในรายชื่อแสตนบาย (Waiting List) ของวันที่ 11 ครับ จนในที่สุดวันที่ 8 ทางบริษัททัวร์เค้าก็โทรมาแจ้งว่า คงไม่ได้นะ ถ้าจะยืนยันตั๋วเลย Confirm จะได้วันที่ 17 เร็วที่สุด ตอนนั้นต้องตัดสินใจครับ ทุกอย่างถูกวางไว้หมดแล้ว ต้องไปครับ เพราะถ้าไม่ไปเดี๋ยวเค้ามีการประกาศเปลี่ยนแปลงก็ต้องวุ่นวาย ตกลงครับ
ผมได้ตั๋ววันที่ 17 ครับ ด้วยสายการบินนอร์ธเวสครับ เส้นทางการบิน
ของผมคือ Bangkok-Narita(Japan)-Minneapolis(MN)
-Boston(Massachusette) แล้วน้าชายจะมารับที่ Logan Airport, Boston สรุปว่าก็ไปส่งเพื่อนเค้าขึ้นเครื่องช่วงบ่ายครับ เราก็กลับบ้านมารอต่อไป แต่………..ช่วงเย็นวันนั้นกลับมาถึงบ้านก็เปิดโทรทัศน์ ก็เกิดเหตุการณ์เครื่องบินชนตึก World Trade Center ครับและ CNN กำลังรายงานสด …….ผมรอดครับ…….
ตาม ข่าวเครื่องบินถูกจี้จากสนามบินที่ผมจะต้องไปลงครับ 3 ลำ อีกลำจากนิวยอร์ค แต่ถึงผมไปได้ ก็ไม่น่าจะมีปัญหาเพราะเวลาคลาดเคลื่อนกันประมาณ 6 ชั่วโมง ปัญหาคือถ้ามันจี้จากที่อื่นล่ะ เช่น MN ถ้าผิดที่ ผิดเวลา คงไม่ได้มาพิมอยู่ตรงนี้ครับ แต่ถ้ารอดก็ต้องไปลง แคนาดาครับ เพราะเค้าปิดน่านฟ้าแล้วสั่งเครื่องลงหมด ใครไม่ลงยิงครับ เค้ายอมเสีย ก็อาจจะต้องไปลงแคนาดาเป็นอาทิตย์ แต่ถ้าเพี้ยนไปจากนี้ผมอาจจะต้องไปจอดพักหรือเปลี่ยนเครื่องบนตึกสูงบางแห่ง ของนิวยอร์คครับ หรือไม่ก็พาไปเยี่ยมคาราวะประธานาธิบดีบุชที่ White House เลย รู้สึกเป็นเกียรติครับ แต่ไม่เอาครับ ผมขอเค้าว่าไม่ไปดีกว่า……….
เกิด อะไรขึ้นในวันนั้น วันนี้ผมมีคำตอบแล้วครับ คำตอบที่จะต้องช๊อกความรู้สึกทุกคนครับ และนี่ก็เป็นหนึ่งในเหตุผลที่ผมตัดสินใจกลับเมืองไทยเมื่อไม่นานมานี่ครับ แต่ก่อนตัดสินใจกลับ ผมศึกษาข้อมูลและหลักฐานอยู่ 2-3 อาทิตย์ทั้งวันทั้งคืน บางวันนอน 2-3 ชม. คอมพิวเตอร์ 2 เครื่องกับอินเตอร์เนตความเร็วสูง ส่งข้อมูลกันไปมา ต่อภาพกันครับ ยิ่งต่อยิ่งสมบูรณ์ ยิ่งค้นยิ่งแตกประเด็น ไปเจอเรื่องอื่น หนักเข้าไปอีกครับ ไม่เชื่อครับ เพราะถ้าเชื่อเราต้องทิ้งทุกอย่างที่เราสร้างมาทั้งหมด ค้นต่อครับ
มี แต่คำถามที่ไม่มีคำตอบ และไม่น่าเชื่อ และไม่น่าจะเป็นไปได้ และไม่มีใครตอบเราได้ครับ แต่ยิ่งค้น ข้อมูลยิ่งแน่นครับ ไปเจออะไรหลายๆ อย่างที่แม้แต่คนอเมริกันเองก็ไม่รู้ แล้วเค้าก็ให้คำตอบเราไม่ได้ครับ ทั้งเรื่องอาวุธเชื้อโรค ไข้หวัดต่างๆ การล้มเศรษฐกิจสหรัฐ แผนการต่างๆ ที่เค้าวางไว้ ซึ่งเรามีข้อมูลมากับเราแล้วทั้งหมด ทุกมุมมองว่าใครเป็นใคร หน่วยงานไหน ทำเพื่ออะไร ผมจะไม่เชื่อถ้าเรามีข้อมูลจากแหล่งเดียวและพิสูจน์ไม่ได้ครับ แต่ที่เรามีส่วนใหญ่เป็นของรัฐบาลและรัฐสภาของเค้าเอง เนื่องจากรัฐบาลเค้าใหญ่มาก ต่างคนต่างปล่อยข้อมูล ซึ่งเยอะมาก และไม่มีใครสนใจจะไปดูมันครับ แต่ผมดูครับ
ทั้ง เรื่องการเตรียมพร้อมกฎหมายรองรับเศรษฐกิจล้ม กฏอัยการศึก ค่ายกักกัน โลงศพหลายล้านใบที่พร้อมใช้งาน การถล่มของตลาดหุ้น ภาวะการว่างงาน ทุกอย่างไปทิศทางเดียวกันครับ มีกระทั่งสัญญาที่บุชจ้างบริษัทของดิ๊ก เชนีย์รองปธน. ของตัวเองก่อสร้างค่ายกักกันคนที่ติดเชื้อโรคหรือหวัด 2009 ผ่านทางบรษัท Hariburton และเอกสารแสดงสิทธิบัตรการผลิตโลงศพรุ่นพิเศษ แบบซ้อนกันได้ประหยัดพื้นที่ โลงนึงใส่ได้ 2-3 ศพ เป็นของกองควบคุมโรคติดต่อของเค้า น่าจะสั่งทำไว้ ไม่ต่ำกว่า 100 ล้านใบ เค้ารู้อะไร หรือจะทำอะไร ไม่มีข้อมูลที่มาหักล้างครับ มีแต่ข้อมูลสนับสนุน มาดูกันครับว่าเราเจออะไรใน เหตุการณ์ถล่มตึกเวิลด์เทรดเซนเตอร์ หรือ เรียกกันง่ายๆว่า 911 ที่เปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตคนอเมริกันและโลกทั้งโลกอย่างไม่มีวันหวนกลับครับ
ผมสรุปได้ว่า 911 เป็น “Inside Job” หรือทำกันเองครับ โดยกลุ่ม “Illuminati” หรือ อิลูมินาติครับ เพื่อ
1. หาเหตุที่จะบุกอัฟกานิสถาน เพื่อเข้าไปวางท่อส่งน้ำมัน ที่เค้าต้องผ่านทางครับ เพื่อสูบและส่งน้ำมันลงสู่ทะเลแคสเปี้ยน เพื่อขนกลับครับ
2. หาเหตุบุกอิรัค เพื่อน้ำมันครับเพราะซัดดัมประกาศไม่เอาดอลล่าครับ เค้ารู้ทันอเมริกาครับ แต่ซัดดัมมีปริมาณน้ำมันดิบเป็นอันดับ 2 ของโลก คุยกันไม่รู้เรื่องต้องบุกครับ จะเป็นอย่างนี้ครับ ถ้าใครมีของที่เค้าต้องการแล้วไม่เอาดอลล่าจะมีจุดจบอย่างนี้ครับ
3. บุกอิรัคเพื่อสร้างฐานที่มั่นทางทหารในภูมิภาคตะวันออกกลางครับ ตอนนี้เค้ามี Military Complex หรือฐานทัพอเมริกันที่ใหญ่ที่สุดในโลกอยู่ที่นั่น และอิรัค ซึ่งเคยเป็นที่ตั้งของ “อาณาจักรบาบิโลน” ซึ่งครั้งนึงเคยเป็นอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ปกครองโดยกษัตริย์นิมโรด (Nimrod) ซึ่งเป็นนักรบที่เก่งกล้าสามารถที่สุดในยุคนั้นครับ และเป็นคนก่อสงครามครั้งแรกของมนุษยชาติ อารยธรรมที่มีอายุประมาณ 3500 BC. หรือ 3500 ปีก่อนคริสตกาลครับ ตรงนี้มีความเชื่อมโยงกันอยู่ครับ “เค้าไปเอาของที่เคยเป็นของเค้าคืนครับ”
4. ฉีกรัฐธรรมนูญ ยึดครองอำนาจรัฐแบบเบ็ดเสร็จ ด้วยหน่วยงานทางทหารและกองกำลังต่างๆ ที่ตั้งขึ้นใหม่โดยอ้างว่าตั้งหน่วยงานเหล่านี้เพื่อการป้องกันประเทศ จาก Terorists หรือการก่อการร้าย
5. ผ่านร่างกฏหมาย Martial Law หรือ กฏอัยการศึก บ้านเราก็เอาบ้าง ทำเหมือนเค้าเป๊ะ เอาบ้างของเราเลยมี พรบ.ความมั่นคงไงครับ โดยอ้างเรื่อง 3 จว. ชายแดนภาคใต้ แค่ลักไก่เปิดช่องไว้ทั้งประเทศ (กฏหมายติดหนวด แต่หนวดเค้ายาวกว่าเรามาก)
6. เป็นการปูทางเพื่อไปสู่การจัดระเบียบโลกใหม่ หรือ “New World Order” หรือ “New Age” ครับ








