ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
มิถุนายน 19, 2013, 20:53:30
92,962 กระทู้ ใน 7,454 หัวข้อ โดย 8,964 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: tummadamon
::Arunsawat ::อรุณสวัสดิ์ ::  |  สบาย สบายสไตล์อรุณสวัสดิ์ : บุคคลทั่วไปกรุณาสมัครสมาชิกก่อนโพสท์  |  กวีวรรณศิลป์  |  กรงเทพ 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้ « หน้าที่แล้ว ต่อไป »
หน้า: [1]
ผู้เขียน หัวข้อ: กรงเทพ  (อ่าน 1451 ครั้ง)
deja
บุคคลทั่วไป
« เมื่อ: กุมภาพันธ์ 12, 2010, 08:44:51 »


กวีนิพนธ์ประกอบภาพถ่าย
ร้อยเรียงและถ่ายภาพ
โดย  เดชา  เวชชพิพัฒน์


บทที่ 1 กรงเทพ

มีเมืองหลวงเมืองหลงเมืองกรงเทพ
เมืองติดเสพย์สิ่งสบายมากมายแสน
ล้วนแจงจัดคัดพิเศษเพื่อเขตแดน
เป็นเมืองแกนแก่นประเทศพัฒนา

มีทางรถหลายหลากมากระดับ
บ้างจองจับพื้นล่างบ้างเวหา
รถไฟฟ้าไฟลนก้นคิดค้นมา
เพื่อบูชาคนเมืองวุ่นหมกมุ่นเงิน

มีห้างใหญ่สนองคันคนขวัญกล้า
ใช้เงินตราน่าบรรลัยไร้ขัดเขิน
สู้ราคาแบรนด์เนมเกษมเพลิน
แย่ยับเยินเศรษฐกิจติดขาดดุล

มีคอนโดโตสูงพุ่งเหยียดฟ้า
บ้านนกกาที่เท่าแมวม้วนตัวหมุน
ล้านกว่าบาทฟาดคนปอนผ่อนหัวซุน
เหล่านายทุนลุ้นกำไรในเมืองปูน

มีร้านเหล้าหรูเลิศเชิดหน้าดื่ม
ชวนหลงลืมศีลสุราพาเสื่อมสูญ
น้ำนรกน้ำสับปลับกลับเทิดทูน
น่าอาดูรอารยะมลายลง

มีเมืองไหนในโลกนี้เช่นนี้บ้าง
เป็นเบี้ยล่างทางนิยมวัตถุหลง
ช่องว่างห่างถ่างล้นคนรวยจน
เมืองพิกลชื่อพิมานแห่งเทวัญ

ร้อยเรียงและถ่ายภาพโดย
เดชา เวชชพิพัฒน์
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
deja
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #1 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 13, 2010, 08:44:58 »


บทที่ 2 เมืองยานยนต์

จราจรเมืองวุ่นจุ้นจ้านจัด
อ่วมอึดอัดยัดแน่นท้องถนน
หนอนดีเซลยั้วเยี้ยเว็จยานยนต์
อีกหลามล้นหนอนเบนซินดืบดิ้นคลาน

ทั้งรถเล็กรถใหญ่รถใจแคบ
รถสีแสบรถผู้ดีรถสีหวาน
รถสถุลรถไพร่รถคนงาน
รถคนพาลพร้อมเพรียงเรียงแถวเดิน

แบ่งเป็นรถใช้งานกับใช้อวด
รถประกวดขับประชันพันธุ์ผิวเผิน
คนละคันตะบันถอยกองพะเนิน
ไร้ขัดเขินเกินกินที่รถมวลชน

ค่าน้ำมันเท่าไรไม่ยี่หระ
หายนะชะถึงชาติไม่ห่วงสน
ขอชูคอนั่งเก๋งเบ่งด้วยคน
บนถนนแห่งหน้าตาบ้ารถแพง

รถจับราวจับจนทุรนราย
ยืนแทบตายกายเป็นเหน็บสุดหน่ายแหนง
รถคนท้องร้องไม่หยุดสุดตะแบง
เด็กแดงๆจราจรช้อนออกมา

รถคนป่วยม้วยมรณ์ก่อนถึงหมอ
รถสองล้อปั่นมั่นหมายตายเหมือนหมา
รถเมืองหลงดงป้ายแดงแหล่งติดตรา
จึงหนักหนากว่ามนุษย์สุดทานทน

ร้อยเรียงและถ่ายภาพโดย
เดชา เวชชพิพัฒน์
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
deja
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #2 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 25, 2010, 09:06:18 »


บทที่ 3 เมืองก๊าซพิษ

เงยหน้ามองท้องฟ้าเมืองควันพิษ
นภาผิดสำแดงแห่งหวั่นหวาด
เขม่าควันดันปะทุขึ้นอุจาด
ทำอุบาทว์มาตรฐานสารหายใจ
               
ควันจากรถลดชีวิตคนเมืองเทพ
ราวติดเสพย์สารพิษผิดวิสัย
สูดเข้าปอดคาร์บอนมอนอกไซด์
สูดเข้าไปก๊าซฮิตเลอร์เสนอตาย
               
ทั้งควันขาวควันดำควันกล้ำกลืน
ไม่อาจฝืนสูดดมลมฉิบหาย
ท่อไอเสียไอโกงไอโหงพราย
ไอผีร้ายจากคนเล็งเก็งกำไร
            
บริษัทขายน้ำมันยันขายเก๋ง
ร่วมบรรเลงเพลงพิฆาตอากาศใส
ออกซิเจนออกอาการแพ้พาลภัย
ผลกำไรผลประโยชน์รุ่งโรจน์งาม
               
ทั้งผู้ใหญ่ทั้งเด็กน้อยพลอยขื่นขม
ต่างสูดดมก๊าซระยำด้วยคำถาม
ฆาตกรรมกลางเมืองเข้าคุกคาม
ไร้ปราบปรามป้องกันอาสัญญี
               
หรือเพราะต่างคนต่างเอาตัวรอด
คนละปอดคนละชั้นต่างศักดิ์ศรี
เดินถนนคนปอดแกร่งแข็งแรงดี
แต่เศรษฐีปอดอ่อนไหวใช้รถกรอง

ร้อยเรียงและถ่ายภาพโดย
เดชา เวชชพิพัฒน์
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 19,825



« ตอบ #3 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 26, 2010, 00:05:14 »



มีภาพประกอบด้วยไหมคะ
ร้อยกรองได้เยี่ยมมาก
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

deja
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #4 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 26, 2010, 20:18:19 »


ขอบคุณสำหรับคำชมครับ  ภาพประกอบดูได้ที่นี่ครับ

http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=dejawetchapipat&month=02-2010&date=12&group=5&gblog=1
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
deja
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #5 เมื่อ: มิถุนายน 07, 2010, 14:14:16 »


บทที่ 5 เมืองคอนกรีต

มีเมืองเพริดเพลิดเพลินเกินคั่นขีด   
คลั่งคอนกรีตสร้างกรุงมุ่งสุขา
รวมทุกอย่างต่างปัจจัยในพารา
รวมไพร่ฟ้านานาฝันหลากชั้นชน
               
ตึกอัดฉีดจึงกรีดกรายขยายเพิ่ม
ทุกต่อเติมทุกวี่วันทุกแห่งหน
ทั้งแท่งเล็กแท่งใหญ่แท่งทานทน
ทั่วท่วมท้นล้นเอ่อเห่อแผ่นดิน
               
นครกรีตนครเกินเมินจำเป็น
สร้างเพื่อเซ่นแนวคิดติดทรัพย์สิน
เพื่อกำไรนายทุนลุ้นโกยกิน
เพื่อชีวินคนเมืองปูนเมืองศูนย์กลาง
               
อาคารสูงสำนักงานมีบานเบอะ
คอนโดเยอะสนองอยากยากขัดขวาง
ร้านเหมาโหลโมเดิร์นเทรดเปรตอำพราง
อีกเหล่าห้างของฟุ้งเฟ้อเกร่อธานี
               
ขยะตึกเกลื่อนกลาดด้วยขาดแผน
ไร้แบบแปลนรสนิยมสมศักดิ์ศรี
ปล่อยประดานักประดิษฐ์ประลองดี
อ้างเสรีย่ำยีกรุงรกรุงรัง
               
นครกรีตกรีดชีวิตผู้อาศัย
อยู่จำใจจำทนจำคุกขัง
ต้องอยู่กินต้องศึกษาหาประทัง
ในเมืองถังขยะตึกอึกอักใจ

ร้อยเรียงและถ่ายภาพโดย
เดชา เวชชพิพัฒน์
(ตีพิมพ์ในนิตยสาร Vote ปักษ์แรกมิ.ย. 2553)
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
deja
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #6 เมื่อ: กรกฎาคม 06, 2010, 20:10:44 »


บทที่ 6 เมืองล่อลวง

ฉันเป็นสาวชาวนามาเมืองหลวง
โดนล่อลวงแต่ก้าวแรกยากหลบหนี
ฉันหลงเชื่อเพราะที่บ้านไม่เคยมี
คนใจผีหน้ามนุษย์สุดตามทัน
               
ผมเป็นหนุ่มบ้านนอกโดนหลอกง่าย
ขายแรงกายแรงเพศพวกกระสัน
คนเมืองนี้กระหายบ้านานาพันธุ์
ควรติดยันต์กันผีอยากก่อนจากมา
               
ยายเป็นหญิงชรามาหาญาติ
ไม่แคล้วคลาดโดนจนได้ไอ้ชาติหมา
แกล้งเก๋ไก๋ไอ้ระยำจำนรรจา
กูแทบบ้าเป็นขอทานร่วมงานมึง
               
ตาเป็นชายใจซื่อถือคำสัตย์
เจอะเจอสัตว์ตัวประหลาดคาดไม่ถึง
แค่พระเครื่องทองสร้อยน้อยตำลึง
ทำเท่งทึงมันหลอกฆ่าชิงเอาไป
            
อะไรหนอทำเมืองเทพเป็นเมืองโทษ
แดนคนโฉดเมืองคนฉ้อรอรีดไถ
อะไรหนอทำเมืองนี้เป็นเมืองภัย
เคยวางใจเคยเชื่อกันมาผันแปร
               
ก่อนก้าวเหยียบ “หมอชิต” จิตพรั่นพรึง
ก่อนมาถึง “สายใต้” ใกล้ร่างแห
ก่อนลงรถ “หัวลำโพง” โรงรังแก
ระวังแพ้ภัยพาลพวกมารเมือง

ร้อยเรียงและถ่ายภาพโดย เดชา เวชชพิพัฒน์
(ตีพิมพ์ในนิตยสาร VOTE ปักษ์แรก ก.ค. 53)
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
deja
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #7 เมื่อ: สิงหาคม 22, 2010, 08:13:27 »


บทที่ 7 เมืองน้ำเมา

ธานีนี้ขายเหล้าเท่าอาหาร
หลายรวงร้านหลากประเภทน้ำเปรตผี
ซื้อแสนง่ายจำหน่ายคล่องราวของดี
ทุกพื้นที่มีให้ดื่มปลื้มอารมณ์
               
ร้านของชำเปิดตลอดยี่สิบสี่
ร้านตาสีตาสามากเถถม
ร้านหรูเลิศข้างถนนคนนิยม
ล้วนปูพรมระเบิดก๊งดงเมรัย
               
ร้านกินดื่มมีมากกว่าวัดวา
หาง่ายกว่าห้องสมุดหยุดสงสัย
เนืองแน่นกว่าสวนหย่อมกล่อมหทัย
เป็นปัจจัยสำคัญกว่าครอบครัวคน
               
ทั้งวัยรุ่นวัยเลอะไม่เคอะเขิน
พร้อมเพลิดเพลินแอลกอฮอล์น้ำฉ้อฉล
ขาดสติขาดสมองขาดตรองตน
เกิดบุคคลบุรุษโทษโจทก์สังคม
               
ทั้งขับรถชนคนตายหลายพันศพ
ทั้งพานพบโรคร้ายมากมายถม
ทั้งทุบตีลูกเมียให้ตรอมตรม
ทั้งสะดมปล้นฆ่าอนาจาร
               
เมืองน้ำเมาเมืองเหล้าเมืองเน่าเหม็น
สุดเสือกเข็นผิดทางตามเรียกขาน
ความฉิบหายประเมินเยอะมากเบอะบาน
เกินประมาณประนอมความตามเคยชิน

ร้อยเรียงและถ่ายภาพโดย เดชา เวชชพิพัฒน์
(ตีพิพม์ในนิตยสาร Vote ปักษ์หลัง ส.ค. 53)
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
deja
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #8 เมื่อ: กันยายน 10, 2010, 08:27:35 »


กวีนิพนธ์ประกอบภาพถ่าย “กรงเทพ”
บทที่ ๘ “เมืองม็อบ”

ม็อบๆมาแล้วจ้าม็อบๆ
ผู้เห็นชอบเห็นชังมารวมฝูง
เรื่องปากท้องการเมืองเรื่องจรูง
ชวนชักจูงมุ่งก่อม็อบสอบสวนกัน
               
ทั้งชาวไร่ชาวสวนล้วนทุกข์เข็ญ
ด้วยประเด็นนายทุนร้ายทำโศกศัลย์
โกงกิโล-กดราคา-ลดแบ่งปัน
จึงด้นดั้นรั้นเรียกร้องฟ้องกระทรวง
               
เอ็นจีโอโมโหเคืองเรื่องสร้างเขื่อน
งบงำเงื่อนเปื้อนเงินฉ้อราษฎร์บังหลวง
สิ่งแวดล้อมย่อมทำลายฉิบหายปวง
ขอเหนี่ยวหน่วงด้วยม็อบเขียวผู้เชี่ยวชาญ
               
ม็อบเหลืองแดงแจ้งจุดยืนฝืนสุดขั้ว
ม็อบหวาดกลัวสีขาวหวั่นร้าวฉาน
ม็อบสีโน้นสีนี้เริ่มออกงาน
ม็อบทนทานม็อบชั่วคราวเกิดกราวเกรียว
               
ม็อบการบ้านการเมืองเรื่องปวดหัว
เรื่องส่วนตัวหรือเรื่องใหญ่ใคร่เฉลียว
เทียบกับม็อบปากท้องยากยาเยียว
ของแท้เทียวไร้เหลียวแลม็อบแน่นอน
               
ขอขอบคุณชาวม็อบมาปลอบปลุก
คนเมืองทุกข์เห็นทุกข์กว่าเกินยากถอน
เห็นเรื่องจริงยิ่งกว่าฉากละคร
จึงสังวรคนเมืองม็อบมากสบาย

ร้อยเรียงและถ่ายภาพโดย เดชา เวชชพิพัฒน์
ตีพิมพ์ในนิตยสาร VOTE ปักษ์แรก ก.ย. ๕๓
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
deja
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #9 เมื่อ: ตุลาคม 09, 2010, 10:54:36 »


กรงเทพ บทที่ ๙ เมืองห้าง

เมืองนี้มีห้างใหญ่สารพัด
ห้างประหยัดผู้ประหารร้านขายของ
เพิ่มสาขาทั่วประเทศหวังครอบครอง
คึกคะนองยึดค้าขายในมณฑล
ห้างวิมานผู้วิกลล้นวิสัย
เกินปัจจัยหลายสินค้าน่าฉงน
หมื่น-แสน-ล้านขายสบายดุจร่ายมนต์
หรือหลงกลการตลาดหลงวิธี
ห้างเหลืออดบทบาทสุดคาดคิด
เป็นแหล่งพิษฤทธิ์เดชดุจเปรตผี
ล้มละลายขายตัวเพื่อขอมี
ของชั้นดียี่ห้อดันปั่นเลิศลอย
อีกค้าปลีกค้าย่อยทยอยดับ
ผู้มากทรัพย์ต่างชาติต่างลากสอย
เปิดสาขาสาระแนแปรร่องรอย
ทำรากฝอยร้านลุงป้าอาสัญลง
สมองเมืองโดนล้างห้างหัวหมอ
ความเพียงพอเพี้ยนเปลี่ยนเป็นลุ่มหลง
ความฟุ่มเฟือยฟุ้งเฟ้อทุกแวดวง
เข้ารกพงดงวัตถุแห่งอุบาย
มีสติมีสังวรก่อนเข้าห้าง
มีสตางค์แต่ประมาทอาจฉิบหาย
มีสำนึกถึงผู้ค้าผู้ใกล้ตาย
อย่ามักง่ายจ่ายเพลินเลินเล่อใจ

ร้อยเรียงและถ่ายภาพโดย เดชา เวชชพิพัฒน์
ตีพิมพ์ในนิตยสาร VOTE ปักษ์แรก ต.ค. ๕๓
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
deja
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #10 เมื่อ: พฤศจิกายน 09, 2010, 14:13:48 »


“กรงเทพ” บทที่ ๑๐ เมืองดาวดิน

หลังอาทิตย์จากฟ้าธานีเปลี่ยน
เทียบเทียมเทียนแสนล้านหว่านเมืองหลวง
ระยิบยับประดับดาประปรายปวง
ดาษดาดวงดาวดินดื่มด่ำใจ
               
หลังตะวันผันไปตามโลกหมุน
พวกว้าวุ่นว้าเหว่วิเวกไหว
ชาววิกาลพล่านแสงสีผีเมรัย
ร่วมเปิดไฟเนืองแน่นแดนลีลา            
               
คนไร้วันไร้คืนร่วมขืนข่ม
ช่วยขย่มขยายกาลราญนิศา               
ชนะมืดหมองหม่นมารเฮฮา
ใช้ไฟฟ้าคามคุกปลุกเสกกรุง
               
ราตรีเปลี่ยนแปลงร่างสว่างใส
ส่งผลใหญ่กระทบเมืองเปลืองถลุง
ซื้อน้ำมันปั่นแจ้งแสงแต่งปรุง
อีกคนพุ่งเข้ารกพงหลงทางควร
               
ควรหลับใหลใจระงับกลับแรดร่าน
ควรอยู่บ้านครอบครันกลับผันผวน
ควรหมั่นเรียนเพียรต่อกลับก่อกวน
อีกหลายควรล้วนผิดแผกแปลกเปลี่ยนไป
               
ใคร่ครึกครื้นคลั่งไคล้ในคืนค่ำ
ควรจดจำบอกตนพ้นหลงใหล
เมืองดาวดินกินคนทุกขวบวัย
ด่าวดิ้นไปในพาราดาราลวง

ร้อยเรียงและถ่ายภาพโดย เดชา เวชชพิพัฒน์
ตีพิมพ์ในนิตยสาร Vote ปักษ์แรก พ.ย. ๒๕๕๓
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
    กระโดดไป: