ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ธันวาคม 21, 2014, 18:03:51
94,684 กระทู้ ใน 7,725 หัวข้อ โดย 9,190 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: pwan
::Arunsawat ::อรุณสวัสดิ์ ::  |  สบาย สบายสไตล์อรุณสวัสดิ์ : บุคคลทั่วไปกรุณาสมัครสมาชิกก่อนโพสท์  |  บันเทิงเริงรมย์  |  Impressive Songs : เพลงประทับใจ 12 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้ « หน้าที่แล้ว ต่อไป »
หน้า: [1] 2 3 ... 7
ผู้เขียน หัวข้อ: Impressive Songs : เพลงประทับใจ 12  (อ่าน 35372 ครั้ง)
tanatip
Sr. Member
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 365



« เมื่อ: พฤษภาคม 22, 2010, 09:00:08 »


สวัสดี ท่านสมาชิกห้องเพลงประทับใจ ทุก ๆ ท่าน
           ก่อนที่ผมจะเริ่มพิมพ์ข้อความในวันนี้ ผมได้ยกมือคารวะ ต่อดวงวิญญาณของคุณโชติ แพร่พันธ์
หรือยาขอบ เจ้าของบทประพันธ์เรื่อง “ผู้ชนะสิบทิศ” รวมทั้งเจ้าของข้อเขียนตามเวบต่าง ๆ ที่ผมไปแอบอ่านมา
 เพื่อขออนุญาตนำมาถ่ายทอด ในห้องเพลงประทับใจนี้ ผมจึงอยู่ในฐานะผู้รวบรวมและนำเสนอเท่านั้น อาจขาดตกบกพร่อง
หรือเกินเลยไปบ้าง ก็ต้องกราบขออภัยทุก ๆ ท่านไว้ล่วงหน้า ผมยังไม่ทราบว่าแนวทางนำเสนอของผมจะออกมาในรูปแบบใด
เพราะผมจะใช้เวลาในการ ศึกษาไปพร้อม ๆ กับการนำเสนอนะครับ
            อาจจะมีคำถามว่า ทำไมไม่ศึกษาสรุปย่อให้จบก่อนแล้วนำเสนอเป็นตอน ๆ  คำตอบคือ ร่างกายสู้ไม่ไหวครับ.....
..มองจอคอมฯ นาน ๆ ก็มีอันเป็นตาลาย น่ะครับ ทางที่ดีเราควรที่จะได้มาศึกษาไปพร้อม ๆ กันนะครับ..


       เกริ่น..........

                          ผู้ชนะสิบทิศ นิยายที่มีเนื้อหาประโลมโลกขนาดยาว เริ่มด้วยเค้าความจริงจาก
                ประวัติศาสตร์พม่า  มหาราชพม่าพระองค์หนึ่งมีพื้นตระกูลกำเนิดสามัญชน จากนั้นสร้าง
                เรื่องให้แม่ของตัวเอกคือ จะเด็ด เป็นพระนมลูกหลวง จึงพลอยได้สมาคมกับพระราชวงศ์
                นับแต่ร่วมน้ำนมกับมังตราราชบุตรและตะละแม่จันทรา พระราชธิดา  ต่อมาเป็นดั่งดวงใจ
               ของจะเด็ด
                          ฉากของเรื่องมีสามเมืองใหญ่ที่ถูกผูกเหตุการณ์เกี่ยวเนื่องกัน ด้วยการเมือง  
               การทหาร ความรักและความแค้น  คือ
                           ตองอู  เมืองพม่าอันมีจะเด็ดเป็นหนึ่งในตองอูกับเมืองแปรและเมืองหงสาวดีอันเป็นเมืองมอญ
                           ตองอูนั้นสร้างด้วยสามเกลอร่วมใจกัน
                                     คือมังสินธุ ขุนพลผู้ออกบวช ภายหลังเป็นมหาเถรกุโสดอ  อาจารย์ของจะเด็ด,  
                                     ตะคะญี ครูดาบชาวกะเหรี่ยง(บางท่านก็ว่า ทะกะยอดินขุนพลผู้พอใจเป็นขุนวังแห่งตองอู)และ
                                     เมงกะยินโย ขุนพลผู้ยกเศวตฉัตรขึ้นเหนือตองอู  มีพระราชธิดาเกิดแต่พระอัครมเหสีนามว่า
                 ตะละแม่จันทรา  มีพระราชโอรสเกิดด้วยพระมหาเทวีเป็นรัชทายาทนามว่า มังตรา
                                      ส่วนจะเด็ดเป็นลูกคนปาดตาลที่แม่ชื่อ นางเลาชี  ซึ่งมหาเถรกุโสดอ
                 ถวายคำแนะนำกษัตริย์ตองอู รับเป็นพระนมของมังตราและจันทรา

                                    ฝ่ายเมืองแปร หญิงผู้เป็นแสนรักของจะเด็ดอีกคนเกิดที่นี่ นามตะละแม่กุสุมา
                  พระธิดาพระเจ้าเมืองแปรหรือพระเจ้านรบดี  ซึ่งเป็นพระอนุชาของผู้ครองหงสาวดี
                                    หงสาวดี ผู้ครองนครคือพระยาราม  มีราชบุตรชื่อสอพินยา  ซึ่งมีบริวารนามว่าไขลู
                  ตัวละครนี้ ยาขอบรักที่สุด เพราะจะสร้างพระเอกอย่างจะเด็ดเท่าไร  สร้างได้ไม่ยากนัก
                  แต่จะสร้างคนชั่วช้าอย่างไขลูสร้างได้ยาก
                                   ตัวละครในผู้ชนะสิบทิศ มีเป็นอันมากและเวลาในการเดินเรื่องกินเวลายาวนาน
                  กระนั้น การที่คนอ่านตราตรึงไม่เพียงบทของตัวละครเอก ยังแผ่ใจจดจำตัวประกอบรองๆ
                  ไม่สับสนหลงลืม  เพราะผู้ประพันธ์กำหนดบทบาทและบุคลิกภาพของตัวละครชัดเจน กิน
                 ใจในเนื้อเรื่องส่วนย่อยแต่สำคัญต่อเนื้อเรื่องส่วนใหญ่ ที่ผูกมัดเข้าด้วยกันเป็นหนึ่งเดียว
                                                                                                                 ( ....ถ้าสนใจร่วมกิจกรรมโปรดติดตามนะครับ)

                              บุเรงนองรำลึก(ต้นฉบับ) - ชรินทร์ งามเมือง.mp3


แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
anukul2495
ไม่มีความบอดใดจะบอดมืดสนิทเท่าการไม่ยอมรับรู้
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,463



« ตอบ #1 เมื่อ: พฤษภาคม 22, 2010, 11:02:29 »


             ขอแสดงความยินดีที่บุตรสาวของคุณ anukul กลับบ้านโดยปลอดภัยด้วยครับ.....นอนหลับฝันดีแล้ว ถ้าเผอิญ

มีตัวเลขลอยผ่านเข้ามา ก็เผื่อแผ่เหล่าสมาชิกด้วย.....ผมไม่ชอบเล่นหวย.....แค่ซื้อลอตเตอรี่เท่านั้นเองครับ.....แฮ่  แฮ่


ส่วนหูกาง ไม่เล่นหวยและไม่มีเงินซื้อล้อตเตอรรี่
ก็เลยรอรับเลี้ยงจากคนถูกหวยและถูกล้อตเตอรรี่นะคะ อิอิอิ


ผมน่ะเจ็บใจจริง ๆ เลยว่าจะซื้อล็อตเตอรี่หลายครั้งหลายครา มารู้ต้วทีไรก็ตอนที่คนขายเรียงเบอร์มาขายอยู่
ตามสี่แยกแล้วทุกทีซื้อไม่ทันซะที 

จริง ๆ ผมมีอีกวิธีหนึ่งคือว่าจะใช้วิธีซื้อหวยกับตัวเอง คือเอาตัวเองเป็นเจ้ามือ แล้วก็ซื้อตัวเอง สมมุติ
ว่าคิดว่างวดนี้จะออกเลขอะไรก็ซื้อโดยเขียนเลขใส่ แล้วก็เย็บติดกับเงินตามจำนวนที่คิดว่าจะซื้อ แล้ว
เอาเงินใส่กระปุกไว้  ถ้าไม่ถูกก็เสียคิดว่าถูกเจ้ามือกินไปก็แล้วกัน  แทงไปเรื่อยถ้าวันได้ถูกก็เอาเงิน
ออกไปเลี้ยงฉลอง  คุณหูกางรอหน่อยนะครับ  คิดว่าในชั่วชีวิตนี้ผมน่ะจะมีโอกาสถูกบ้างนะครับ แล้วก็
จะพาคุณหูกางไป "ลอยลำพร่ำรัก" ด้วย
http://www.4shared.com/audio/X5m0b0G8/__-_11_-_.html

เพื่อไปดู "ธรรมชาติบ้านนา" กัน
http://www.4shared.com/audio/oPlcy2DI/__online.html



แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
tanatip
Sr. Member
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 365



« ตอบ #2 เมื่อ: พฤษภาคม 23, 2010, 07:22:36 »


                                                          


            ๒.   เรื่องมันเกิดขึ้นที่ลุ่มน้ำอิระวดี เมืองตองอู พุกามประเทศ ตรงกับปีพ.ศ. ๒๐๗๓(โดยประมาณ) และเป็นสมัยราชธานีกรุงศรีอยุธยาก่อนเสียกรุงครั้งที่ ๑
                         เมืองตองอูซึ่งในขณะนั้นยังเป็นอิสระปกครองตัวเองอยู่   ซึ่งองค์เมงกะยินโยมหาสิริชัยยะสุระก่อตั้งขึ้น
พร้อมๆกับเพื่อนตายของพระองค์คือมังสินธูและตะคะญีชาวกะเหรี่ยงซึ่งเป็นเพื่อนของมังสินธู
                        ทีแรกเมงกะยินโยต้องการมอบราชสมบัติให้มังสินธู แต่มังสินธูบวชเสียแล้ว! เพราะเขาไม่อยากให้มือเปื้อนเลือดอีก
และได้เป็นเจ้าอาวาสวัดกุโสดอ...............................
                        ณ บ้านงะสะยอกบ้านนอกแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นบ้านเกิดของ "บุเรงนองกยอดินนธรา" หรือเรียกอย่างพม่าว่า
"บาดินหย่อง จอเด็งนธรา"...หรือเจ้าจะเด็ดตามพงศาวดารมีพ่อชื่อสิงคะสุร์ แม่ชื่อเลาชี อาชีพปาดตาลขาย
แต่ก็น่าแปลกใจที่เด็กบ้านนอก เป็นเพียงไพร่สามัญชน กลับกลายเป็นนักรบผู้ยิ่งใหญ่ได้ ด้วยลางบอกเหตุดังนี้...
                      เด็กชายผู้นี้เมื่อแรกเกิดใหม่ๆนั้นได้มีปลวกขาวมาไต่อยู่โดยรอบเป็นที่น่า อัศจรรย์ มารดาและบิดาจึงตั้งชื่อว่า
"หม่องจาเด็ต"อันหมายถึงปลวกขาวนั่นเอง
                     .วันหนึ่งทั้งสองคนผัวเมียปีนขึ้นปาดน้ำตาลสดเช่นเคย และทิ้งจะเด็จไว้กลางดินแต่ผู้เดียว พอหันกลับมาดูลูก
 ก็พบว่ามีงูตัวใหญและยาวพอๆกับต้นหมากเลื้อยมาขดรอบจะเด็ดไว้  พอสองผัวเมียรีบวิ่งไปดูใกล้ ๆ  งูก็เลื้อยหายไป
 ดังนั้นจึง รีบอุ้มลูกไปหาพระราชาคณะประจำแขวงของตนซึ่งเป็นหมอดูให้ดูดวงชะตาของเจ้าหนูจะเด็จ
                       พระราชาคณะเมื่อดูโหงวเฮ้งของจะเด็ดแล้วก็ดีใจสุดๆ รีบเอามาอุ้มแล้วร้องว่า......
"อายุของเราจะมิได้ชมบุญพระเจ้ามหาราชของพุกามประเทศเมื่อใหญ่ ก็ขออุ้มให้เต็มมือเสียแต่น้อยเถิด "
แล้วก็แนะนำให้สองสามีภรรยาเดินทางเข้าไปสู่ตองอู และฝากให้อยู่กับมหาเถรกุโสดอเพื่อนเก่า
                        ... และด้วยการแนะนำของมหาเถรกุโสดอทั้งครอบครัวจึงได้พึ่งใบบุญองค์เมงกะยินโย
โดย แม่เลาชีได้เป็นพระนมหลวงเลี้ยงพระราชบุตรมังตรา(หรือตะเบงชะเวตี้ในอนาคต)อันเกิดจากพระราชเทวี
และตะละแม่จันทราเกิดจากพระมเหสีทั้งสองเจ้าหนึ่งไพร่ก็ดื่มนมร่วมเต้ากันมาแต่น้อย ....
                            จนกระทั่งทั้งสามโตเป็นหนุ่มเป็นสาว เจ้าจะเด็ดก็ผูกสนิทพิศวาสกับตะละแม่จันทรา
โดยมีมังตรากีดกันและมังตรานี่แหละตัวการที่ทำให้ทั้งคู่ต้องจากกัน โดยนำความที่สนิทกัน ไปทูลพระราชเทวีทราบ
จนพระราชเทวีจับแยกคือให้ตะละแม่คืนสู่พระตำหนัก ๑๐วันจึงจะมาเยี่ยมแม่เลาชีได้ครั้งหนึ่ง
                             ต่อมา ตะละแม่เข้าไปคุยกับจะเด็ดในห้องเพียงสองต่อสอง  มังตราแอบดูอีกเช่นเคย ก็คิดจะแกล้ง
จึงนำความไปทูลพระราชเทวีผลคือ จะเด็ดถูกโบยต่อหน้าองค์พระที่นั่งพระเจ้าอยู่หัวนั่นเอง ซึ่งดูท่าพระองค์จะพิโรธสุดๆ
 มังตราเห็นท่าไม่ดีก็ไปพาท่านมหาเถรกุโสดอมา ให้มาไกล่เกลี่ยจนรอดตาย แต่เจ้าจะเด็ดต้องไปอยู่ที่วัด
ทำงานราชการชดใช้ความผิด แต่ด้วยความมานะก็ทำงานได้ดีตั้งแต่อายุยังน้อยๆโดยเฉพาะท่านขุนวังทะกยอดิน..
(พ่อตาของมังตราในอนาคต.)โปรดปราน


                                    จอมใจจะเด็ด - ชรินทร์ฯ.mp3


หมายเหตุ ท่านใดมีข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องผู้ชนะสิบทิศ และต้องการจะร่วมกิจกรรมครั้งนี้ กรุณาส่งข้อมูลทั้งสรุปเรื่องและเกร็ดย่อยต่าง ๆ
ได้ที่ข้อมูลส่วนตัวของผม หรือจะโพสท์ต่อจากกระทู้ของผมก็ไม่ว่ากันนะครับ ถือเสียว่า เรามาทำกรณีศึกษา ร่วมกันนะครับ.
                                                
                                                        

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
BLUE Z
Global Moderator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 732



« ตอบ #3 เมื่อ: พฤษภาคม 23, 2010, 22:27:21 »


              คำขอของคุณ tanatip ผมพิจารณาดูแล้วลงความเห็นว่า ยากส์ ด้วยสาเหตุที่ว่า

1     วรรณกรรมเรื่องนี้ทั้งยาวทั้งเยอะ จะหาคนอ่านแล้วเก็บความมาเล่าสู่กันฟังแบบสั้นๆหยั่งที่คุณทำคงไม่มี(ง่ายซะเมื่อไหร่)

2     คนไทยมักเก็บงำความเห็น ไม่ค่อยกล้าแสดงออก เราถูกสอนมาดี(เกินไป)

3     ข้อนี้สำคัญที่สุด คือ เป็นคนอ่านสบายกว่าเป็นคนเขียนเยอะเลย(รึม่ายจริง)

              ดังนั้น ขอสรุปว่า.....ให้คุณ tanatip ก้มหน้าก้มตาอ่านและเขียนต่อไปโดยดี.....ห้ามมีข้อแม้.....ซ.ต.พ......แฮ่ แฮ่ !


BEFORE   THE   NEXT   TEARDROP   FALLS     =     FREDDY   FENDER
http://www.zshare.net/audio/7642615432108dde/

THE   HAPPIEST   GIRL   IN   THE   WHOLE   U S A     =     DONNA   FARGO
http://www.zshare.net/audio/764261416f4b2aad/
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
tanatip
Sr. Member
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 365



« ตอบ #4 เมื่อ: พฤษภาคม 24, 2010, 05:22:32 »


             คำขอของคุณ tanatip ผมพิจารณาดูแล้วลงความเห็นว่า ยากส์ ด้วยสาเหตุที่ว่า

                                         ฯลฯ

              ดังนั้น ขอสรุปว่า.....ให้คุณ tanatip ก้มหน้าก้มตาอ่านและเขียนต่อไปโดยดี.....ห้ามมีข้อแม้.....ซ.ต.พ......แฮ่ แฮ่ !


             ครับ  ตราบใดที่"แอดมิน" ยังไม่ตาเขียวใส่ ผมก็จะเขียนต่อไป โฮก ๆ  

     ๓...

            เมงกะยินโยเจ้าเมืองตองอู ล้มป่วยลง  ทั้งสามหัวเมืองใหญ่ ในลุ่มอิระวดี คือ  แปร  อังวะ และ หงสาวดี
ต้องการจะเป็นใหญ่ในพุกามก็แกล้งส่งฑูตมาถามไถ่อาการ
                             ทางหงสา  ส่งสอพินยา น้องพระเจ้าสการะวุตพี มาเยือน
                             ทางแปร  ส่งรานองมหาอุปราชมาเยือน
                             ส่วน อังวะยังสงบอยู่
การเอาทูตมาบังหน้าแท้จริงคือดูสภาพเมืองและการตั้งมั่นเพื่อที่จะรบ เอาเป็นเมืองขึ้นนั่นเอง
            ฝ่ายเจ้าจะเด็ดนั้น ได้ถูกส่งมารับใช้ท่านทูตที่บ้านขุนวัง(ทกะยอดิน)ซึ่งมีลูกสาวนามนันทะวดี ที่สอพินยา หมายปอง
และได้ขอร้องให้จะเด็ดเป็นพ่อสื่อ แต่ นันทะวดี ไม่ยอมรับ
            ฝ่ายมังตรา เมื่อมาเยี่ยมบ้านขุนวัง ก็ขัดใจกับสอพินยา เพราะมังตรา ก็ชอบนันทะวดี และขอให้จะเด็ดเป็นพ่อสื่ออีกเช่นกัน
 แต่นันทะวดีก็ไม่ยอมรับอีกเพราะ แท้จริงนางแอบชอบจะเด็ด ด้วยจะเด็จเรียบร้อยพูดเก่ง
                 ครั้นเมื่อสอพินยาไปเข้าเฝ้าในวังได้พบตะละแม่จันทรา ก็ถึงกับลืม นันทะวดี...
                 เนื่องจากตะละแม่จันทราทราบว่าจะเด็ดไปคอยรับใช้สอพินยา นางจึงแกล้งถามถึงและทำทีชวนไปงานลอยกระทง
พร้อมกับจะเด็ด สอพินยาคิดว่านางจะมีไมตรีต่อตน ก็รับคำชวนด้วยสีหน้าระรื่น แถมไปคุยอวดกับจะเด็ด ๆ ก็โกรธ และแกล้งป่วย
ไม่ไปตามนัด สอพินยาก็ต้องไปคนเดียว พอวันงานตะละแม่ไม่เห็นจะเด็ดมาด้วย ก็เลย ทิ้งให้สอพินยายืนเดียวดาย
เมื่อสอพินยาสอบถามนางตองสาข้าหลวงจึงรู้เบื้องหลังของจะเด็ด เลยพาลอาฆาต
                พอดีมีไขลูครูดาบซึ่งเป็นพี่เลี้ยงของสอพินยาแนะอุบายให้เอาแหวนไปซ่อนในหมอนของจะเด็จ แล้วกล่าวหาว่ามันเอาไป
                ส่วนจะเด็ดในขณะนั้นคุยอยู่กับนันทะวดี ในสวน...ซึ่งคืนนั้นนางได้สารภาพรักกับจะเด็ด แต่จะเด็ดเห็นว่านางเป็นนาย
ก็ขอให้รักกันแบบนายกับบ่าวเถอะนางเสียใจ จึงรีบวิ่งขึ้นเรือนหนีไป..
               เมื่อจะเด็ดเข้านอน ยังไม่ทันเอนตัวก็เกิดเหตุขึ้น ไขลูทำทีเข้ามาขอค้นพอเจอแหวนก็ มาตู่ว่าจับขโมยได้
จะเด็ดโมโหรีบชกคว่ำแล้วเตลิดไปที่วัดกุโสดอ หลบซ่อนตัวกับมหาเถร บวชเป็นเณร แถมย้อมสีผิวอีกต่างหาก และเปลี่ยนนามเป็น "มังฉงาย"
                การหลบซ่อนดังกล่าว หาพ้นสายตาของมังตราไม่  ได้สืบหาจนพบก็รุกเร้าให้ช่วยเจรจาให้นันทะวดียอมรับไมตรี
เป็นมเหสีแห่งตน จะเด็จก็ใจอ่อนในคำวิงวอนทั้งของมังตราและนันทะวดีที่ต้องการพบด้วยความเป็นห่วงหาอาลัย  
จะเด็ดได้แอบไปพบนันทะวดีอีกครั้ง เพื่อเจรจาความให้มังตรา

                 ฉากการพบกันครั้งนี้สร้างความประทับใจให้ผู้อ่านมากฉากหนึ่ง ด้วยชายหนุ่มต้องการพบหญิงสาวเพื่อผลักไสให้ชายอื่น
 แต่สาวเจ้าต้องการอยู่ใกล้ชายอันเป็นที่รักแห่งตน แม้จะเป็นครั้งสุดท้ายเธอก็ยอม โดยเธอรับคำตามความต้องการของจะเด็ด ทุกประการ  
 โอ้..นันทะวดี
 
 หมายเหตุ  
        ๑  นันทะวดี  นักแต่งเพลงบางท่าน เรียกว่า นันทาวดี ผมก็ยังงง ๆ อยู่ว่าเป็นคน ๆ เดียวกันหรือไม่ และด้วยเหตุใดจึงเรียกเช่นนั้น
ที่แน่ ๆ คือมีเพลงนันทาวดี อยู่ในชุดผู้ชนะสิบทิศ ด้วย เช่นในบอร์ดนี้ http://www.oknation.net/blog/chai/2008/05/10/entry-1
        ๒ ขอให้ท่านทั้งหลายจำชื่อ นันทะวดี ให้ดี ตัวละครตัวนี้น่าสนใจ (ตั้งแต่ต้นจนจบ)และน่าเห็นใจมาก ๆ

                                   นันทาวดี - ชรินทร์ นันทนาคร.mp3

                                  นันทะวดีพลาดรัก - วงจันทร์ ไพโรจน์.mp3




                

                

              

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Amorn
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 508



« ตอบ #5 เมื่อ: พฤษภาคม 24, 2010, 14:22:19 »


...ผู้ชนะสิบทิศ...
นอกจากจะต้องจำชื่อที่เวลาอ่านมันหงิก หงิก งอ งอ..ให้ได้แล้ว
เวลานี้...ทำให้ย้อนเวลากลับไปหา "ละครโทรทัศน์ สมัย..นู้น..น...น....
ต้องหาทางวิ่งแข่งกับอาการอัลไซเมอร์....
พยา..ย้าม..พยา..ยาม..จะนึกให้ได้ว่า...
อ้อ..มะเร็ง..เอ้ย..เม็งราย..โอ๊ะ..โอ๊ะ..มังราย...ไม่ใช่...มังตรา..อะไรทำนองนี้
ตัวละครตัวนี้...ใครแสดงหวา....
เท่าที่จะนึก ๆ ได้ มันสลับ สับสน ปนเปกันไปหมด ทั้งเวอร์ชั่น คุณนิรุตติ์ และเวอร์ชั่นคุณสันติสุข
ใครแฟนคลับใคร..ก็ช่วย ๆ กันหน่อยเน้อ....
ที่แน่ ๆ ตอนนี้..กำลังงง งวย สับสน ระหว่างไขลู กับสอพินยา...
สมัยนั้น..ที่เกลียดมาก ๆ จนออกอาการ..ไซด์นอก..มันเป็นใครกันแน่
ในมโนภาพนึกออกแต่หน้าตา ท่าทาง กวนโมโห ของคุณลุงนักแสดงอาวุโสท่านนี้
แม้แต่ชื่อก็นึกไม่ออก แถมยังไม่แน่ใจด้วยว่า แสดงเป็นไขลู หรือสอพินยา...
คงต้องให้เวลาช่วยแก้ปัญหาให้อีกแล้วล่ะค่ะ...จนกว่าจะนึกออกเอง...
เหนื่อยหน่อยนะคะ...
คุณธนาธิป...สู้ตายค่ะ..... fight

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
tanatip
Sr. Member
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 365



« ตอบ #6 เมื่อ: พฤษภาคม 25, 2010, 05:41:13 »


...ผู้ชนะสิบทิศ...
ตัวละครตัวนี้...ใครแสดงหวา....
เท่าที่จะนึก ๆ ได้ มันสลับ สับสน ปนเปกันไปหมด ทั้งเวอร์ชั่น คุณนิรุตติ์ และเวอร์ชั่นคุณสันติสุข
คุณธนาธิป...สู้ตายค่ะ..... fight

ครับ ๆๆ ผมมีแต่เวอร์ชั่น คุณไชยา สุริยัน กับ คุณ พิศมัย วิไลศักดิ์...ซะงั้น....

          ๔.

              สรุปความต่อจากตอนที่แล้ว.. จะเด็ดสามารถพูดจาหว่านล้อมให้ นันทะวดี ตกปากรับคำยอมรับ
ตำแหน่งมเหสี ของมังตรา ซึ่งต่อไปคือ ตะเบงชะเวตี้ นั่นเอง ผมขอละเว้นในรายละเอียดการสนทนาของ
ตัวละครทั้งสอง เพราะอ่านแล้วมันคันหัวใจยิบ ๆ
         
             กาลต่อมาองค์เจ้าอยู่หัวแห่งตองอู ตระหนักว่า พระองค์ชราภาพมากแล้ว มังตราราชบุตรคงจะรั้งตองอูไม่อยู่แน่
จึงคิดจะฝึกทหารไว้ใช้ในราชการ โดยประกาศให้มีการประลองขึ้น พอมังฉงายทราบข่าวก็นำความไปบอกพระมหาเถรกุโสดอ
 พระอาจารย์ก็ให้ไปฝึกที่บ้านของครูดาบตะคะญีเพื่อนเก่า
             พอไปถึงเจ้าศิษย์เอกของท่านตะคะญีซึ่งมีมาดนักเลงเต็มตัวชื่อ เนงบาและสีอ่อง บังคับให้จะเด็ดดื่มเหล้า
 แต่จะเด็ดไม่ยอมก็เลยท้ากันไปว่าจะสู้อย่างลูกผู้ชายที่โรงซ้อมอาวุธของครูดาบตะคะญี
             ก่อนจะมีการประชันระหว่างหนุ่มร่างเล็ก กับไอ้หนุ่มร่างใหญ่ ( เนงบา ) ผมแดงตาแดง ก็มีชายนาม "จาเลงกะโบ"
เข้ามาขวางซะก่อน เขาเป็นลูกชายของท่านครูดาบตะคะญี นี่เอง  จาเลงกะโบ มีสักยันต์เป็นรูปอุณาโลมที่หน้าผาก
              พอท่านครูรู้ว่าจะเด็ดเป็นศิษย์เอกของมังสินธูก็เต็มใจฝึกให้โดยให้ประลองกับแม่กันทิมาน้องสาวจาเลงกะโบ เป็นคนแรก
ปรากฎว่ามังฉงายแพ้   สาวเจ้้ากันทิมาก็แสนดีเอายามาทาให้ เพราะ ณ บัดนั้นนางได้แอบชอบเจ้าหนุ่มจะเด็ดเข้าด้วยแล้ว


                                            บุเรงนองเฉลยรัก - ชุติมา+แน่งน้อย.mp3
                                               
                                               ภาพ คุณหนูทราย เจริญปุระ จากเรื่อง นเรศวร
                                    นำมาเปรียบเทียบกับ กันทิมา ในเรื่องผู้ชนะสิบทิศ น่าจะใกล้เคียงกัน



แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Amorn
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 508



« ตอบ #7 เมื่อ: พฤษภาคม 25, 2010, 10:01:03 »




    ข้อนี้สำคัญที่สุด คือ เป็นคนอ่านสบายกว่าเป็นคนเขียนเยอะเลย(รึม่ายจริง)



...เหอ...เหอ...เหอ...สบายกว่ากันเยอะเลย...จริง...จริง...
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
ท้าวบุนหลาย
ใครจะพูดอย่างไรเกี่ยวกับตัวเรา นั่น ไม่ใช่เรื่องของเรา
Jr. Member
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 64



« ตอบ #8 เมื่อ: พฤษภาคม 25, 2010, 12:07:57 »


    ผมแอบจำๆเอาบางท่อนของพี่ๆที่นี่ไปหากินกลางวง...เอ่อ...วง ปรับทุกข์ ผูกมิตร...ช่วงนี้ก็ได้เรื่องของพี่tanatip ไป ผมจาไปรู้อาร๊าย...จำๆเขามาทั้งนั้นแหละ..อิ อิ   ขอบคุณล่วงหน้าครับ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
หิรัญญิการ์
Global Moderator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,882



« ตอบ #9 เมื่อ: พฤษภาคม 25, 2010, 19:06:54 »


                                                       
    ... และด้วยการแนะนำของมหาเถรกุโสดอทั้งครอบครัวจึงได้พึ่งใบบุญองค์เมงกะยินโย
โดย แม่เลาชีได้เป็นพระนมหลวงเลี้ยงพระราชบุตรมังตรา(หรือตะเบงชะเวตี้ในอนาคต)อันเกิดจากพระราชเทวี
และตะละแม่จันทราเกิดจากพระมเหสีทั้งสองเจ้าหนึ่งไพร่ก็ดื่มนมร่วมเต้ากันมาแต่น้อย ....
                        

 

มังตรา...ในจินตนาการ  กรมศิลปากรค่ะ
นำมาร่วมวงสนทนากับลุงธนาธิปด้วย  smile



#Invalid YouTube Link#


และก็เพลงผู้ชนะสิบทิศ
ที่ฟังแล้วรู้สึกยิ่งใหญ่..




#Invalid YouTube Link#



แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
BLUE Z
Global Moderator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 732



« ตอบ #10 เมื่อ: พฤษภาคม 25, 2010, 22:11:11 »


              หลังจากประชาชนผู้รักสันติทั้งหลาย เผาบ้านเผาเมืองสะใจสมใจแล้ว ก็ถึงคราประชาชนที่ไม่เคยอ้าปากว่าสันติ

ออกมาชำระล้างขัดถูคราบไคลของสันติกันโดยพร้อมเพียง ทุกเพศ ทุกวัย หลากหลายวิชาชีพ..เป็นภาพที่ก่อให้เกิดความ

ปลื้มปิติยิ่งนัก.....มันบรรยายถึงความรักเมืองไทยของคนไทย(จริงๆ).....บริสุทธ์ และ งดงาม.....ขอคารวะทุกท่านด้วยครับ

เมื่อหัวใจชื่นบานอิ่มเอมเยี่ยงนี้....จึงนำเพลงรักมากำนัลให้หวานไม่รู้ลืม.....จากนักร้องรุ่นใหญ่ที่มีน้ำเสียง ห้าว หนา กว้าง

ทรงพลัง แต่ละมุนละไม ให้ความสุนทรีในการฟังเหลือล้น......และนี่คือ.........Ken  Dodd กับ3เพลงสุดเพราะของเค้าครับ


REMEMBER   I   LOVE   YOU
http://www.zshare.net/audio/76494412a305a918/

LOVE   IS   LIKE   A   VIOLIN
http://www.zshare.net/audio/764944540e8b19e1/

BEAUTIFUL   DREAM
http://www.zshare.net/audio/76494425d69b4886/
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
tanatip
Sr. Member
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 365



« ตอบ #11 เมื่อ: พฤษภาคม 26, 2010, 06:03:43 »


สวัสดีครับ
               ขอขอบคุณสมาชิกหลาย ๆ ท่านที่เข้ามาคุยและให้กำลังใจ ขอยืนยันว่า
จะพูดคุยนำเสนอเรื่อง "ผู้ชนะสิบทิศ"ต่อไป จนกว่าจะจบ .........


               ๕.
                                   ไขลูออกแขก - สุรพล สมบัติเจริญ.mp3

                          กล่าวถึงตัวละครที่ท่านยาขอบรักที่สุด คือไขลูครูดาบมือขวาของสอพินยาแห่งหงสาวดี
ได้เดินทางมาดงกะเหรี่ยง เกิดประดาบกับเจ้าเนงบาศิษย์คนหนึ่งของตะคะญี อาศัยที่ไขลูก็เป็นครูดาบคนหนึ่ง
เรื่องกลยุทธ์เชิงดาบจึงพอตัว  เนงบาเลยเสียท่า พอจะเด็ดรู้เข้าก็หาจังหวะแก้แค้น ...

                                     ไขลูสู้ตาย - ดิษยมานพ.mp3


                            ด้วย เจ้าไขลูนั้นถนัดดาบไม่ได้ถนัดทวน จะเด็ดจึงขอประลองด้วยทวนปรากฎว่าจะเด็ดมีชัย...
ฝากแผลไว้ตามที่ต่างๆของร่างกาย ๓ แผล  ไขลูจึง กลับตองอูไปด้วยความแค้น
                          วันประลองอาวุธของตองอูใกล้เข้ามาทุกขณะ จะเด็ดก็ชวนเพื่อนร่วมตายทั้งสามอำลาท่านครูตะคะญีไปเข้าเมือง
พอไปถึงร้านอาหาร ก็เกิดทะเลาะกับ จิสะเบง ลูกตองหวุ่นญี นายทัพเรือแห่งตองอู ด้วยว่ามันเบ่งวางโต แต่จาเลงกะโบ สายเลือดตะคะญี
เกลียดการวางโตเป็นที่สุดก็เลยประดาบกันอย่างสนุกสนาน จนจิสะเบงพ่ายกลับไปเล่าให้ไขลู คู่หูฟัง ..
                         ไขลูฟังเล่าความก็รู้ว่าน่าจะเป็นพวกของจะเด็ดแน่ๆ ก็นำความไปบอกสอพินยา จึงก็คิดอุบายลอบฆ่าจะเด็ดให้ได้
โดยใช้นางนางกำนัลตองสา เป็นตัวหมากล่อ..
                        อันนางตองสานี้ได้คบหาสอพินยาเนืองๆ จนลอบได้เสียกัน และไปมาหาสู่อยู่บ่อยๆ ให้ตองสานำพาจะเด็ดเข้าวัง
ด้วยบอกว่าตะละแม่จันทราอยากพบ  พอยามสามให้บอกว่าตะละแม่ไม่ว่างแล้วพาออกประตูวังที่สอพินยาจะดักซุ่มฆ่า ...
                         ...และแล้วก็เป็นไปตามแผน แต่ว่าจะเด็ดย่อมมีทีเด็ดทำให้ตองสา สงสารบอกความจริงให้จะเด็ดทราบ
จะเด็ด ก็เลยใช้แผนซ้อนแผนจนสามารถสังหารฝ่ายตรงข้ามได้ถึง ๔ คน
                        วันรุ่งขึ้นอันเป็นวันประลอง  ขุนเมืองราย กรมเมืองผู้ใหญ่บังเอิญไปพบศพเจ้าสี่คนนั้น และทราบจากสอพินยาว่า
คนร้ายคือจะเด็ด จึงมีสารไปแจ้งให้ท่านมหาเถรกุโสดอ ทราบว่าสงสัยศิษย์ๆของท่านเป็นคนร้าย ให้มอบตัวขึ้นศาล
จะเด็ดทราบความก็เสียใจ คิดว่าไม่มีหวังจะได้อยู่ใกล้และครองรักกับตะละแม่จันทราเสียแล้ว  
                         บังเอิญมังตรา เข้ามาได้จังหวะพอดี ก็แนะให้ไปทำความดีที่แปรแทนโดยการไปเป็นสายไปสืบภูมิประเทศแปร
และให้เพื่อนตายทั้งสามของจะเด็ดเข้าประลองจนได้ราชการก่อนแล้วให้ตามไป เมื่ิอมังตราได้ครองราชสมบัติ ก็จะยกทัพบุกแปรทันที
จะเด็ด จึงจำต้องจากลาตะละแม่จันทรา มุ่งหน้าสู่เมืองแปร ณ บัดนั้น

                          
                                บุเรงนองพ่ายรัก - ชรินทร์ นันทนาคร.mp3

                  
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Amorn
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 508



« ตอบ #12 เมื่อ: พฤษภาคม 26, 2010, 13:48:53 »



....ก่อนจะไปต่อ..ขอถามนิดนึงค่ะ.....
...นันทะวดี จาเลงกะโบ กันทิมา เป็นพี่น้องกันใช่ไหมคะ..
..แล้ว..เพื่อนตายทั้งสามของจะเด็ด..คือ จาเลงกะโบ + เนงบา + สีอ่อง...หรือเปล่า....

....อย่าว่ากันนะคะ..พยายามทำชาร์ตแสดงความสัมพันธ์อยู่...
...แต่มันวิ่งขึ้น วิ่งลง จนทำให้ไม่ค่อยมั่นใจ...
                                             หนูจำไม
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
tanatip
Sr. Member
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 365



« ตอบ #13 เมื่อ: พฤษภาคม 27, 2010, 06:25:06 »



....ก่อนจะไปต่อ..ขอถามนิดนึงค่ะ.....
...นันทะวดี จาเลงกะโบ กันทิมา เป็นพี่น้องกันใช่ไหมคะ..
..แล้ว..เพื่อนตายทั้งสามของจะเด็ด..คือ จาเลงกะโบ + เนงบา + สีอ่อง...หรือเปล่า....

....อย่าว่ากันนะคะ..พยายามทำชาร์ตแสดงความสัมพันธ์อยู่...
...แต่มันวิ่งขึ้น วิ่งลง จนทำให้ไม่ค่อยมั่นใจ...
                                             หนูจำไม

สวัสดีครับ
                ก่อนอื่นขอตอบคุณคุณอมร ดังนี้.-
               ๑. นันทะวดี เป็นบุตรสาวคนเดียวของ  ทะกะยอดิน ขุนวังแห่งตองอู เป็นตัวละครที่น่าเห็นใจ เพราะหลงรักจะเด็ดข้างเดียว
กล้าสารภาพรักกับจะเด็ดก่อน แต่จะเด็ดกลับพูดจาหว่านล้อมใ้ห้ยอมเป็นมเหสีของมังตรา หรือตะเบงชะเวตี้(พระเจ้าลิ้นดำ) ตอนท้ายเรื่อง
เธอได้ทำบางอย่าง เพื่อหลีกเลื่ยงคำว่า"หญิงสามผัว" เธอทำอย่างไร ขออุบไว้ก่อน
               ๒.จาเลงกะโบ เป็นพี่ชายกันทิมา เป็นลูกของครูดาบตะคะญี เชื่้อสายกะเหรี่ยง สองคนนี้จึงเป็นพี่น้องกันจริง ๆ
ขอเน้นชีวิตของกันทิมา เป็นหญิงสาวที่น่าสงสารที่สุดในเรื่องผู้ชนะสิบทิศ หลงรักจะเด็ดมาก ยอมทำทุกอย่างเพื่อจะเด็ด และ
เพื่อตองอู เธอนอกจากจะไม่สมหวังในเรื่องความรักแล้ว ตอนท้ายเรื่อง ใคร ๆ ก็คิดไม่ถึงว่าเธอจะทำแบบนั้น อะ ๆ จะยังไม่บอก..
               ๓. ดีแล้วครับ..ถ้าสนใจจริง ๆ ต้องทำชาร์ทเพื่อแสดงความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครไปเรื่อย ๆ ก็จะเข้าใจเรื่องดีขึ้น
หมายเหตุ ผมกำลังมีปัญหากับบริษัทผู้ให้บริการเนตความเร็วสูง เพราะมันไม่สูงจริง กว่าผมจะเข้าหน้าแรกของอรุณสวัสดิ์ ได้
             ต้องรอหลายนาที ผมอาจห่างหายไปหลายเพลา ก็อย่าว่ากันนะครับ..

ทีนี้ก็มาฟังผมโม้ต่อ........
            ๖.
                       นับตั้งแต่จะเด็ด เดินทางลี้ภัยจากตองอูประเทศด้วยการใส่ความของสอพินยาและไขลูแห่งหงสาวดี กล่าวหาว่า
จะเด็ดขโมยธำมรงค์เรือนครุฑของสอพินยาและฆ่าทหารวังตาย ราชบุตรมังตราจึงให้จะเด็ดปลอมตัวเป็นจารบุรุษ เข้าไปสืบความลับ
ในแผ่นดินแปร โดยก่อนที่จะเด็ดจะไป ได้สัญญารักกับตะละแม่จันทรา ซึ่งได้มอบให้กลักงาซึ่งมีมุ่นมวยผม ของตะละแม่จันทราบรรจุไว้
จะเด็ดขึ้นหลังอาชามุ่งหน้าเข้าสู่ดินแดนของแปร โดยสมัครเป็นตะพุ่นหญ้าช้างของโรงช้างศึกของเมืองแปร
                        พระเจ้าแปรพร้อมพระอัครเทวี ได้พบจะเด็ดซึ่งเปลี่ยนชื่อเป็นมังฉงาย เกิดความเมตตา นำเข้าวัง
ด้วยจะเด็ดเป็นคนถนัดในด้านคีตะศิลป์และบรรเลงพิณ ๑๓ สาย ได้เสนาะยิ่งนัก
                       ตะละแม่กุสุมาราชธิดาเมืองแปรและอเทตยาราชนัดดา(คู่หมั้นของสอพินยา)ต่างก็มีจิตสนิทเสน่ห์หาต่อจะเด็ด
และวิงวอนให้พระเจ้าแปรแต่งตั้งจะเด็ดเป็นครูสอนพิณ ด้วยคุณงามความดีของจะเด็ดพระเจ้าแปรจึงแต่งตั้งให้เป็นขุนวังมังฉงาย

                                        

                                    กุสุมายอดรัก  สมบัติ เมทะนี.mp3
                                    กุสุมาวอนสวาท  สมบัติ เมทะนี และ ดาวใจ ไพจิตร.mp3
                                     อเทตยาเพ้อรัก  สมบัติ เมทะนี และ ดาวใจ ไพจิตร.mp3

                                        ต่อมาสอพินยาและไขลูครูดาบคู่ใจได้เดินทางไปเยือนแปร ในฐานะแขกเมืองและว่าที่หลานเขย
(คู่หมั้นของอเทตยา)ของแปรที่ขุนวังมังฉงายต้องคอยดูแลรับใช้ แม้จะเด็ดจะจำได้แต่ก็แกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ทำหน้าที่ต้อนรับไปตามเรื่อง
ซ้ำยังสร้างความขุ่นเคืองให้สอพินยาในหลาย ๆ กรณี
                          ย้อนกลับไปทางแผ่นดินตองอูราชบุตร มังตราได้ขึ้นว่าราชการเป็นพระเจ้าตะเบ็งชเวตี้ และตะละแม่จันทรา
ได้ทราบข่าวว่า จะเด็ดเป็นถึงขุนวังมังฉงาย และเป็นคนโปรดพระเจ้าแปร  นอกจากนั้นจะเด็ดยังมีใจเสน่ห์หาต่อตะละแม่กุสุมาและ
อเทตยา  ตะเบ็งชะเวตี้จึงยกทัพหมายเข้าตีเมืองแปร
                          พร้อมกันนั้นตะละแม่จันทรา  ก็ใช้ให้กันทิมาสาวใช้คนสนิทปลอมตัวเป็นชายชื่อ นาคะตะเชโบ
เดินทางสู่แปรเพื่อสืบหาข่าวของจะเด็ด อีกทาง                      
                           ทัพตองอูเมื่อเข้าเขตเมืองแปรแล้ว ได้แต่งสารโดยให้ สีอ่องและ เนงบา  ท้าให้พระเจ้าแปรทำสงคราม
และให้ทั้งสอง หาโอกาสคุยกับจะเด็ดให้กลับตองอู เมื่อได้ถวายสารและสบโอกาสสนทนากับขุนวังมังฉงายหรือจะเด็ด
ก็ได้มีการเจรจาให้จะเด็ดกลับตองอู แต่จะเด็ดกลับตอบว่ายังกลับตองอูมิได้ จะขอใช้หนี้พระคุณพระเจ้าแปรให้หมดสิ้นก่อนจึงจะกลับ
 กษัตริย์หนุ่มทราบความทรงกริ้วโดยตระหนักว่าจะเด็ดทรยศต่อแผ่นดินจึงเคลื่อนพลปิดล้อมเมืองแปรทันที โดยไม่คำนึงถึงคำเตือน
ของจะเด็ด ว่าให้ระวังกองทัพจะถูกไฟเผา

                                                                 --------------

                                                                                                                            (โปรดติดตามตอนต่อไป...)


แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,236



« ตอบ #14 เมื่อ: พฤษภาคม 27, 2010, 08:13:47 »



ข้อความโดย: tanatip
              คำขอของคุณ tanatip ผมพิจารณาดูแล้วลงความเห็นว่า ยากส์ ด้วยสาเหตุที่ว่า

                                         ฯลฯ

              ดังนั้น ขอสรุปว่า.....ให้คุณ tanatip ก้มหน้าก้มตาอ่านและเขียนต่อไปโดยดี.....ห้ามมีข้อแม้.....ซ.ต.พ......แฮ่ แฮ่ !


             ครับ  ตราบใดที่"แอดมิน" ยังไม่ตาเขียวใส่ ผมก็จะเขียนต่อไป โฮก ๆ 





แอดมิน นอกจากไม่มีทางตาเขียวแล้ว
ยังตาโต ด้วยความตื่นตา ตื่นใจกับข้อเขียนประกอบเพลงจากคุณธนาธิป

และถือเอาว่าคำพูดต่อไปนี้

อ้างถึง
สวัสดีครับ
               ขอขอบคุณสมาชิกหลาย ๆ ท่านที่เข้ามาคุยและให้กำลังใจ ขอยืนยันว่า
จะพูดคุยนำเสนอเรื่อง "ผู้ชนะสิบทิศ"ต่อไป จนกว่าจะจบ .........

คือคำสัญญา.....

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
loong-sawasdee
Sr. Member
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 317



« ตอบ #15 เมื่อ: พฤษภาคม 27, 2010, 09:56:52 »


ขออนุญาตเข้ามาอ่านและชื่นชมคุณธนาธิปกับคุณอนุกูล แต่คงอ่านได้น้อย ๆ เพราะสูงอายุและสายตามไม่ค่อยปกติ ในฐานะคนชอบนวนิยายอมตะเรื่องนี้ และชื่นชอบยาขอบนักประพันธ์ผู้ยิ่งใหญ่

ว่ากันว่า

- เป็นการปลอมมาจากพงศาวดารจากความยาว 8 บรรทัด มาเป็นนวนิยายขนาดยาว ลงพิมพ์ในหนังสือพิมพ์รายวันประชาชาติเป็นเวลา 8 ปี
- ต่อมาพิมพ์เป็นเล่ม เป็นหนังสือเล่มหนา ได้ 8 เล่ม
- ผู้ชายคนใดอ่านผู้ชนะสิบทิศจบ 5 เที่ยว ห้ามผู้หญิงใดเข้าใกล้ เพราะจะหลงไหลในครมหวาน ๆ แบบจะเด็ด
- ตอนหลัง ๆ ผู้ชนะสิบทิศได้ถูกแต่งต่อโดยคนที่ชื่อสุมทุม บุญเกื้อ เพราะยาขอบเสียชีวิตไปก่อน

แต่ถ้าไม่ใช่อย่างว่า ก็อย่าว่ากันนะครับ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

The old man who loves all art
tanatip
Sr. Member
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 365



« ตอบ #16 เมื่อ: พฤษภาคม 27, 2010, 12:37:08 »




ว่ากันว่า

- เป็นการปลอมมาจากพงศาวดารจากความยาว 8 บรรทัด มาเป็นนวนิยายขนาดยาว ลงพิมพ์ในหนังสือพิมพ์รายวันประชาชาติเป็นเวลา 8 ปี
- ต่อมาพิมพ์เป็นเล่ม เป็นหนังสือเล่มหนา ได้ 8 เล่ม
- ผู้ชายคนใดอ่านผู้ชนะสิบทิศจบ 5 เที่ยว ห้ามผู้หญิงใดเข้าใกล้ เพราะจะหลงไหลในครมหวาน ๆ แบบจะเด็ด
- ตอนหลัง ๆ ผู้ชนะสิบทิศได้ถูกแต่งต่อโดยคนที่ชื่อสุมทุม บุญเกื้อ เพราะยาขอบเสียชีวิตไปก่อน

แต่ถ้าไม่ใช่อย่างว่า ก็อย่าว่ากันนะครับ
[/quote



แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
tanatip
Sr. Member
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 365



« ตอบ #17 เมื่อ: พฤษภาคม 27, 2010, 12:49:09 »


ขอบคุณ คุณลุงสวัสดี ที่ใ้ห้กำลังใจ และมีข้อมูลดี ๆ มาเสริม
           เรื่องที่มาของนวนิยายเรื่องผู้ชนะสิบทิศ ของท่านยาขอบ ก็คงจะเป็นการแต่งขึ้นโดยการนำพงศาวดารของพม่า ๗ - ๘ บรรทัด
มาเป็นเค้าโครงเรื่องจริง ๆ ดังที่กล่าวมา ส่วนหลายท่านเถียงว่า ๗ บรรทัดเท่านั้น ผมว่าก็เขียนตัวเล็กเลยได้ ๗ บรรทัด โตหน่อย ก็คง ๘
บรรทัด นะครับ
           เรื่องการพิมพ์ออกสู่สายตานักอ่าน ผมมีข้อมูลเพิ่มเติมนิดหน่อยคือ.-
                    ผู้ ชนะสิบทิศ ตราตรึงคนอ่านได้อย่างเป็นอมตะมาจวบจนทุกวันนี้ เริ่มประพันธ์ขึ้นเมื่อปีพ.ศ. ๒๔๗๔
เมื่อ ยาขอบมีอายุเพียง ๒๔ ปี เรียกว่าเป็น "นิยายปลอมพงศาวดาร" ตีพิมพ์ครั้งแรกในหนังสือพิมพ์ "สุริยา และในคราวแรกที่ประพันธ์
ใช้ชื่อเรื่องว่า "ยอดขุนพล"
                    ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๔๗๕ หนังสือพิมพ์ สุริยา ได้ปิดตัวลง จึงย้ายไปตีพิมพ์ที่ หนังสือพิมพ์ "ประชาชาติ" ที่นี่เองที่
คุณ มาลัย ชูพินิจ หรือ "เรียมเอง" ได้เปลี่ยนชื่อนิยายเรื่องนี้ เป็น "ผู้ชนะสิบทิศ" และอีก ๕ ปีต่อมาได้ย้ายไปลงพิมพ์ หนังสือพิมพ์
"สยามนิกร" แต่ลงต่อไม่จบ จวบจนกระทั่ง ยาขอบได้เสียชีวิตลงในปี พ.ศ. ๒๔๙๙.....
            หลายท่านคงเคยได้ยินเล่ากันต่อ ๆ มาว่า ท่านยาขอบชอบดื่มสุราแล้วจึงเขียนนิยายผู้ชนะสิบทิศ ถ้าไม่ดิ่มแต่งไม่ออก..
ผมมีข้อมูลจากบล็อกพันทิพ...
          ..ผู้ให้ข้อมูลคือ คุณประสาน มีเฟื่องศาสตร์ นักหนังสือพิมพ์อาวุโส ผู้คุ้นเคยและอยู่ร่วมชายคาเดียวกับท่านยาขอบ..กล่าวว่า
ท่านยาขอบ ชอบดื่มสุราจริง แต่พอได้ที่ก็จะเข้านอน ตื่นขึ้นมาตอนประมาณ ตี ๓ ก็จะเขียนหนังสือถึงเช้า..ดังนั้นระหว่างเขียนหนังสือ
ท่านยาขอบมิได้มีอาการเมาสุราแต่อย่างใด
          ส่วนนามผู้ที่เขียนต่อ..หลังจากที่ท่านยาขอบเสียชีวิต ...ผมมีข้อมูลว่า ..คุณประกายศรี ศรุตานนท์ เป็นผู้ทราบพล็อตเรื่องของ
ท่านยาขอบ นำไปเล่าให้คุณ สันต์ เทวรักษ์ นักเขียนอาวุโส เรียบเรียงจนสำนวนเป็นไปในแนวทางเดียวกับท่านยาขอบเขียนจบพล็อตเรื่องครับ.
ส่วน คุณ สุมทุม บุญเกื้อ ผมทราบแต่เพียงว่า ท่านเป็นน้องชายของ ไม้ เมืองเดิม ผู้แต่งเรื่อง"ขุนศึก" และเป็นผู้แต่งต่อหลังจากท่าน
ไม้เมืองเดิมเสียชีวิตครับ
           ผมเห็นใจผู้สูงอายุ (เพราะผมก็สูงไม่น้อยหน้าใคร)อยากจะนำเสนอโดยใช้ตัวหนังสือใหญ่ ๆ แต่เนื่องจากข้อมูลยาวมาก ๆ เลยต้องทนพิมพ์
ทนอ่านตัวเล็ก ๆ ต่อไปก่อนนะครับ.

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Amorn
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 508



« ตอบ #18 เมื่อ: พฤษภาคม 27, 2010, 12:52:37 »


อะแฮ่ม...

ว่ากันว่า
- เป็นการปลอมมาจากพงศาวดารจากความยาว 8 บรรทัด มาเป็นนวนิยายขนาดยาว ลงพิมพ์ในหนังสือพิมพ์รายวันประชาชาติเป็นเวลา 8 ปี
- ต่อมาพิมพ์เป็นเล่ม เป็นหนังสือเล่มหนา ได้ 8 เล่ม
- ผู้ชายคนใดอ่านผู้ชนะสิบทิศจบ 5 เที่ยว ห้ามผู้หญิงใดเข้าใกล้ เพราะจะหลงไหลในครมหวาน ๆ แบบจะเด็ด
- ตอนหลัง ๆ ผู้ชนะสิบทิศได้ถูกแต่งต่อโดยคนที่ชื่อสุมทุม บุญเกื้อ เพราะยาขอบเสียชีวิตไปก่อน
แต่ถ้าไม่ใช่อย่างว่า ก็อย่าว่ากันนะครับ


ผู้ที่เข้าข่ายอ่านจบ 5 เที่ยว.......
1. คุณธนาธิป...ค่อนข้างแน่นอน...
2. คุณลุงสวัสดิ์..น่าจะเนอะ....
....แล้วถ้ากลับกัน เคสนี้ถ้าเป็นผู้หญิงล่ะคะ...เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า...ส่วนตัวน่ะอ่านหลายเที่ยวแล้ว แต่ไม่เคยจบ
..เพราะจำชื่อ..จำคน..สลับกันไปหมด...5..5..5...
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
loong-sawasdee
Sr. Member
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 317



« ตอบ #19 เมื่อ: พฤษภาคม 27, 2010, 13:23:29 »


สาธุ คือ ดีแล้วที่ยังพอมีส่วนดังว่าอยู่บ้าง ที่นี้ก็มีว่ากันว่าอีก
 ว่ากันว่ายาขอบนั้นนอกจากจะเป็นนักดื่มที่ชอบละเลียดเหล้าแล้ว ท่ายังชอบเล่นสนุ๊กเกอร์อีกด้วย ท่านชอบสอยทั้งคิวยาวและคิวสั้น
 ว่ากันว่านายมานะ แพร่พันธ์ อดีต บรรณาธิการผู้บุกเบิกหนังสือพิมพ์บ้านเมืองคือทายาทของยาขอบครับ


เชิญคุณธนาธิปเข้าเรื่องต่อไปเลยครับ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

The old man who loves all art
anukul2495
ไม่มีความบอดใดจะบอดมืดสนิทเท่าการไม่ยอมรับรู้
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,463



« ตอบ #20 เมื่อ: พฤษภาคม 27, 2010, 20:27:20 »


สวัสดีครับทุก ๆ ท่าน ไม่ได้เข้ากระทู้ซะนานเลย เพราะตอนนี้ยังยุ่ง ๆ เรื่องหลาย ๆ เรื่อง
วันนี้ก็ให้ช่างมาทำหลังคาบ้านเนื่องจากมันเกิดรั่ว  ไม่ใช่รั่วธรรมดา แต่หลังคามันแตกน้ำ
ฝนไหลลงมาเป็นน้ำตก น้ำตกที่ไม่ใช่กินกับลาบส้มตำเสร็จไปแล้ว โชคดีที่หาช่างได้แถว
บ้านเลยทำได้เร็วไม่เช่นนั้นคงลำบากแน่

กระทู้ห้องนี้ บัดนี้มีพัฒนาการไปดีจริง นอกจากจะมีเพลงให้ฟัง แล้วยังมีนวนิยายแนวพงศวดาร
ให้ติดตามอ่านอีกด้วย  แล้วถ้าเกิดคนติดกันงอมแงมล่ะก้อ  คุณพี่ธนาธิปต้องรับผิดชอบด้วยนะ
ครับจาบอกให่
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
BLUE Z
Global Moderator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 732



« ตอบ #21 เมื่อ: พฤษภาคม 27, 2010, 23:43:03 »


         สาบานได้ว่าผมไม่เคยติดข้อเขียนของคุณ tanatip.....แค่เขียนมาก็อ่านมันทุกทีนั่นแหละ.....แคว้ก  แคว้ก !

นอกจากจะมีเพลงให้ฟัง....นิยายให้อ่าน.....ไม่แน่ อีกไม่นานอาจมีโคโยตี้มาเซิ้งให้ดู.....โปรดติดตาม.....ไม่ได้โม้

โดยปกติเพลงที่นำมาฝากก็คัดมาจากยุค '50  '60  '70...คืนนี้เปลี่ยนบรรยากาศซักหน่อย...เป็นเพลงยุค '40ครับ

เป็นยุคที่เพลงสไตล์ร๊อคแอนด์โรลล์ยังไม่ก่อกำเนิด( ครองโลกปี '50 )...ธุรกิจบันเทิงมะริกันกำลังประแป้งแต่งตัว

ก่อนเข้าสู่เส้นทางแห่งความรุ่งโรจน์ในทศวรรษถัดไป..นี่คือ3เพลงจากนักร้องระดับไทคูนยุคนั้น ฟังง่ายฟังสบาย

คุณภาพเกรดพรีเมี่ยม...เป็นวันชื่นคืนสุขอันละมุน..กระทั่ง...ร๊อคแอนด์โรลล์เข้ามาโขยกจนน่วม ไม่นานนักต่อมา.


A   TREE   IN   THE   MEADOW     =     MARGARET   WHITING
http://www.zshare.net/audio/765833443d82aa82/

NOW   IS   THE   HOUR     =     BING   CROSBY
http://www.zshare.net/audio/765820360f6bd41f/

TOOLIE   OOLIE   DOOLIE  (  THE  YODEL  POLKA  )     =     THE   ANDREWS   SISTERS
http://www.zshare.net/audio/765833862b6edae2/
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
tanatip
Sr. Member
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 365



« ตอบ #22 เมื่อ: พฤษภาคม 28, 2010, 05:40:54 »


อรุณสวัสดิ์ครับทุก ๆ ท่าน โดยเฉพาะลุงสวัสดี ตื่นเช้าเหมือนกันนะครับ
                           มาคุยกันเรื่อง ผู้ชนะสิบทิศ(ต่อ) เลยครับ


          ๗
                        เมื่อข้าศึกตองอูเข้าประชิดเมืองแปร พระเจ้าแปรร่วมกับอำมาตย์รานอง ได้จับมังฉงายกักขังไว้
ด้วยเกรงว่าจะเป็นภัยต่อแปร เพราะทราบดีว่า ขุนวังมังฉงายเป็นคนของตองอู
                       การรบระหว่างแปรกับตองอู ในยกแรกปรากฏตองอูซึ่งมีกำลังพลถึงสี่หมื่นพ่ายแพ้เพราะถูกไฟเผา
ต้องล่าถอยทัพกลับตองอู
                       ขอตัดฉากถึงหัวเมืองเล็ก ๆ ทางเหนือต้นน้ำอิระวดีชื่อโมนยิน เจ้าเมืองชื่อโสหันพวา แว่วข่าวว่าหัวเมืองใหญ่ท้ายน้ำ
กำลังทำสงครามกันก็ยกทัพจับจ้องเพื่อซ้ำเติม โดยหวังจะเป็นใหญ่ในลุ่มอิระวดีบ้าง พอทัพตองอูถอยกลับไปก็ได้ทีประกาศต่อแปร
ขอตะละแม่กุสุมาไปเป็นชายาและขอที่ดินบางส่วนให้ชาวโมนยินทำกิน ฝ่ายแปรไม่ยอมจึงจัดทัพเข้าสู้กัน
                       ผลคือฝ่ายแปรเสียทีหนีเข้าเมือง ขุนพลปะขันหวุ่นญี บาดเจ็บสาหัส จากนั้นอ้อนวอนให้สอพินยาและไขลู ช่วยเป็นขุนศึก
 นำทหารสู้รบต่อโดยมีเงื่อนไขว่าถ้ารบชนะจะยกตะละแม่กุสุมาให้ (ตอนนี้สอพินยาไม่สนใจอเทตยา ซึ่งเป็นคู่หมั้นแล้ว )
                       การรบครั้งนี้ แปรก็พ่ายแพ้อีกเช่นเคย  ไขลูได้รับบาดเจ็บ แต่ก็สามารถพาสอพินยาหนีเข้าเมืองได้
ไขลูจึงแนะแก่สอพินยาว่า การศึกครั้งนี้คงจะไม่สามารถเอาชนะได้ นั่นก็หมายความว่าสัญญาที่จะได้ตะละแม่กุสุมาเป็นชายา
คงไม่สมหวัง นอกจากออกอุบายพาหนีไปทั้งแม่และลูกโดยให้เหตุผลว่าเมืองแปรจะแตกแน่แล้ว สอพินยา ก็เห็นดีด้วย
จึงเข้าไปเจรจากับพระอัครเทวี อาสาพาหนีหลบภัย ก็ทรงเชื่อพาออกจากวังไปโดยง่าย
                       ฝ่ายกันทิมาซึ่งปลอมตัวเข้าแปรมาในรูปของชายชื่อ นาคะตะเชโบ ถือโอกาสที่เมืองแปรกำลังสับสนอลหม่าน
ได้เข้าไปช่วยจะเด็ดและจาเลงกะโบ พี่ชาย ออกมาได้ พร้อมด้วยนักโทษอีกหลายร้อยคนนำอาวุธจากคลังแสงออกไปสู้กับทัพโมนยิน
สามารถตัดหัวเมกวงแง นายทัพโมนยินได้ จึงมอบให้รานองมหาอุปราชเมืองแปรที่นำทัพหนุนไปถวายแก่เจ้าเมืองแปรเพื่อทดแทนบุญคุณ
ที่ชุบเลี้ยง จากนั้นก็มุ่งหน้ากลับสู่ตองอูโดยประกาศว่าจะกลับมาตีเมืองแปรเอาเป็นเมืองขึ้นให้ได้
                        ฝ่ายตะละแม่กุสุมา ที่ถูกลักพาตัวออกจากวังพร้อมด้วยพระมารดา ก็ถูกสอพินยาวางยาในน้ำดื่มจนไม่รู้สึกตัว ตื่นขึ้นมา
จึงทราบว่า ตกเป็นชายาของสอพินยา เสียแล้ว...   โอ้อก กุสุมา...


                                         กุสุมาอธิษฐาน  - เพ็ญศรีฯ.mp3
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
tanatip
Sr. Member
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 365



« ตอบ #23 เมื่อ: พฤษภาคม 29, 2010, 07:03:52 »


สวัสดีครับ
             อรุณสวัสดิ์ กระทู้ต่าง ๆ เดินทางเร็วมาก พาห้องไอเอส.หายไปกับสายลมเลย......
มาคุยกันเรื่องผู้ชนะสิบทิศต่อนะครับ...

              ๘.
        กล่าวถึงจะเด็ด ที่มุ่งหน้ากลับตองอู เมื่อไปถึงก็รีบเข้าเฝ้าองค์ตะเบ็งชะเวตี้ ซึ่งกำลังโกรธแค้นจะเด็ด
ถึงขนาดสร้างหุ่นจะเด็ดแล้วยิงด้วยธนู ฟันด้วยพระแสงดาบเพื่อระบายอารมณ์ บรรดาอำมาตย์ต่างพยายาม
ห้ามปรามมิให้จะเด็ดเข้าเฝ้า แต่จะเด็ดก็ยังยืนกรานจะเข้าเฝ้าให้ได้
         เมื่อถึงหน้าพระที่นั่ง จะเด็ดก็ได้ก้มลงกราบถวายบังคมด้วยความจงรักภักดี แต่ตะเบ็งชะเวตี้กลับสั่ง
ให้ทหารเข้าจับกุมจะเด็ดเพื่อรอลงอาญาฐานก่อการร้าย เอ๊ยฐานกบฏทรยศต่อตองอู ช่วงเวลาหน้าสิ่วหน้าขวาน
นั่นเอง ท่านมังสินธูมหาเถรแห่งกุโสดอ ก็เข้ามาได้จังหวะพอดี ช่วยทูลขอให้ตะเบ็งชะเวตี้ ระงับการลงโทษ
จะเด็ดไว้ก่อน โดยเสนอให้จะเด็ดยกทัพไปตีเมืองแปรเอามาเป็นเมืองขึ้นให้ได้ เป็นการแก้ตัว องค์ตะเบ็งชะเวตี้
ก็ยินยอม ด้วยเคารพนับถือท่านมหาเถรที่เคยเป็นพระอาจารย์มาก่อน จะเด็ดจึงยกทัพด้วยกำลังพลเพียงสองหมื่น
มุ่งหน้าสู่แปร
           เมื่อทัพของจะเด็ดเข้าล้อมแปรไว้ จะท้าทายอย่างไรกำลังของฝ่ายแปรก็ไม่สนใจปิดประตูเมืองนิ่งเฉย
รอให้กำลังพลตองอูเหนื่อยล้า เมื่อเข้าหน้าฝนก็ต้องถอยทัพกลับไปเอง แต่จะเด็ดไหนเลยจะรอให้เหตุการณ์
เป็นเช่นนั้น ดำเนินกลยุทธจนสามารถเข้าตีแปรจนประสบผลสำเร็จด้วยการกักสายน้ำที่ไหลเข้าเมืองแปร
เมื่อได้มากพอก็ปล่อยเข้าไปพังกำแพงเมืองจนเข้าไปยึดแปรได้
             ทัพตองอูเมื่อเข้าแปรได้ ก็มิไ ด้เผาทำลายบ้านเมืองเหมือนมหาโจรบางกลุ่ม กลับยินยอมให้ชาวแปร
ดำเนินชีวิตได้โดยปกติสุข ไม่มีการประกาศเคอร์ฟิวส์ ไม่มีการสร้างภาพมายาต่าง ๆ แต่อย่างใด
            แต่ เมื่อจะเด็ดไถ่ถามถึงตะละแม่กุสุมา ผู้เป็นที่รัก พลันหัวใจแทบแตกสลายเมื่อทราบจากอเทตยาที่ใส่ความว่า
 ตะละแม่กุสุมาได้ลี้ภัยตามสอพินยาไปเป็นชายาแห่งหงสาวดีแล้ว
            หลายท่านอาจคิดว่า จะเด็ดมีหญิงหลายคนเช่นตะละแม่จันทรา ดอกฟ้าแห่งตองอู รออยู่ จะไปเสียใจอะไร
กับการสูญเสียกุสุมา  หากท่านเห็นข้อความในใจของจะเด็ดดังนี้   "ข้าพเจ้ารักจันทราด้วยใจภักดิ์ แต่รักกุสุมาด้วยใจปอง" 
ท่านคงจะเข้าใจหัวอกจะเด็ด ได้ดี..........


                                       ไหนว่ารักพี่ - ชรินทร์ นันทนาคร.mp3
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
tanatip
Sr. Member
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 365



« ตอบ #24 เมื่อ: พฤษภาคม 29, 2010, 18:15:05 »


เข้ามาดันกระทู้เฉย ๆ (แม้จะไม่มีใครคุยด้วยก็ตาม...)
 
                                        
                     ภาพข้างบนนี้ เป็นโปสเตอร์ภาพยนต์เรื่องผู้ชนะสิบทิศภาคแรก คือ ตอนยอดขุนพล

                                        
                     และนี่ก็เป็นโปสเตอร์ภาพยนต์เรื่องผู้ชนะสิบทิศ เช่นกัน ตอน บุเรงนองลั่นกลองรบ
                                          คือตอนที่ผมกำลังคุยโม้นั่นแหละ


   หมายเหตุ  มีเกร็ดเล็ก ๆ มาเล่าอีกนิด คือการพิมพ์ครั้งแรก ถึงตอนที่ ตะละแม่กุสุมา ถูกสอพินยาข่มขืน(ลักหลับ) ปรากฎว่า แฟน ๆ
                          ที่ติดตามอ่านนับร้อยราย จดหมายถึงท่านยาขอบ ต่อว่าต่อขาน ว่าใจร้ายเกินไป ทำไมต้องให้ตะละแม่กุสุมา
                          ต้องประสบชะตากรรมเช่นนั้น...เกร็ดทำนองนี้ยังพอมีอีก ผมจะนำมาเผยแพร่ทีละเล็กละน้อยนะครับ...  
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2 3 ... 7
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
    กระโดดไป:  



    SimplePortal 2.3.3 © 2008-2010, SimplePortal