ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
เมษายน 23, 2014, 21:21:51
93,851 กระทู้ ใน 7,615 หัวข้อ โดย 9,090 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: xztwz157
::Arunsawat ::อรุณสวัสดิ์ ::  |  กีฬา - ท่องเที่ยว : บุคคลทั่วไปกรุณาสมัครสมาชิกก่อนโพสท์  |  ท่องเที่ยวไปในโลกกว้าง  |  พระตำหนักปากพนัง พระราชวังไทยถิ่นใต้ (Southern Royal Palace) 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้ « หน้าที่แล้ว ต่อไป »
หน้า: [1]
ผู้เขียน หัวข้อ: พระตำหนักปากพนัง พระราชวังไทยถิ่นใต้ (Southern Royal Palace)  (อ่าน 4853 ครั้ง)
เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,116



« เมื่อ: กุมภาพันธ์ 23, 2010, 00:47:12 »




มีเรื่องราวที่น่ายินดีมาบอกกล่าว เล่าสู่กันฟัง
จากอีเมล์ของเพื่อนชาวปากพนัง
และจาก
http://www.holidaythai.com/board/topic/611

พระตำหนักปากพนัง พระราชวังไทยถิ่นใต้ (Southern Royal Palace)
เนื่องด้วยเหล่าพสกนิกรชาวปากพนังรู้สึกซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงพัฒนาลุ่มน้ำปากพนัง ประชาชนชาวปากพนังจึงพร้อมใจกันจัดสร้างพระตำหนักปากพนังเพื่อเป็นพระตำหนักแปรพระราชฐานเสด็จทรงงาน ณ ลุ่มน้ำปากพนัง

พระตำหนักประกอบด้วยห้องบรรทมของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระบรมราชินีนาถ
พระตำหนัก พระบรมวงศานุวงศ์ ท้องพระโรง ห้องจัดพระราชทานเลี้ยง
และบ้านพักรับรองสำหรับเหล่ามหาดเล็ก และข้าราชบริพาร ผู้ตามเสด็จ

พระตำหนักปากพนังตั้งอยู่บริเวณลุ่มน้ำปากพนังล้อมรอบด้วยแม่น้ำ
ลักษณะสถาปัตยกรรมของภาคใต้อย่างโดดเด่นชัดเจน โดยใช้หลังคาทรง “ บรานอร์ ” ***
และใช้หลังคาสีน้ำเงินซึ่งเป็นสีอันเป็นสัญลักษณ์ของพระมหากษัตริย
โดยในอนาคตทางจังหวัดจะพัฒนาพระตำหนักให้มีความสวยงาม โดยการจัด " สวนดอกไม้เมืองร้อน"
( เหมือนสวนดอกไม้เมืองร้อนที่สิงค์โปร์ มาเลเซีย ) ให้พระตำหนักมีความงดงามเช่นเดียวกับภูพิงค์ราชนิเวศ ซึ่งเป็นสวนดอกไม้เมืองหนาว

*** “ บรานอร์ ” คือลักษณะหลังคาบ้านไทยถิ่นใต้ มาเลย์ อินโด บรูไน และฟิลิปปินส์








แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,116



« ตอบ #1 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 23, 2010, 01:05:21 »









แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,116



« ตอบ #2 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 23, 2010, 01:07:52 »









แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Amorn
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 508



« ตอบ #3 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 23, 2010, 08:32:43 »


สวยค่ะ....พยายามนึกภาพ..หากดอกไม้มากมายเหมือนภูพิงค์ จะสวยมากมายแน่นอน....
สรุปแล้ว...เค้าจะเปิดให้เข้าชมหรือเปล่าคะ.......
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,116



« ตอบ #4 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 24, 2010, 07:28:12 »



ป้าหาข้อมูลมาเพิ่มเติมได้อีกดังนี้

ในอดีต อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช นับเป็นเมืองอู่ข้าวอู่น้ำที่อุดมสมบูรณ์มากที่สุดแห่งหนึ่ง
แต่หลังจากประสบวาตภัยครั้งรุนแรง ประกอบกับผลกระทบจากอุตสาหกรรม "นากุ้ง" จึงทำให้สภาพแวดล้อมเสื่อมโทรมอย่างหนัก


 แต่ความทุกข์ยากของพสกนิกรหาได้รอดพ้นจากสายพระเนตรพระกรรณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ซึ่งพระราชทานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เพื่อแก้ไขปัญหาความเสื่อมโทรมของสิ่งแวดล้อมในลุ่มน้ำปากพนัง

 โครงการพระราชดำริเริ่มมาตั้งแต่ปี 2537 เน้นการบริหารจัดการทรัพยากรทั้งระบบลุ่มน้ำ ครอบคลุมพื้นที่กว่า 1.9 ล้านไร่

 จากพระมหากรุณาธิคุณในครั้งนั้นทำให้วันนี้ลุ่มน้ำปากพนังกลับฟื้นคืนสภาพการเป็นอู่ข้าวอู่น้ำสำคัญ
ทั้งยังกลายเป็นแหล่งเรียนรู้ และแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญไปแล้ว

 โดยเฉพาะพื้นที่ในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลหูล่อง (อบต.หูหล่อง)
อันเป็นที่ตั้งของสำนักงานโครงการ และยังมี “บ้านพ่อ” คือ พระตำหนักปากพนัง
และ พิพิธภัณฑ์เฉลิมพระเกียรติเพื่อพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง




พระตำหนักประทับแรม อำเภอปากพนัง เป็นพระตำหนักแห่งแรกของประเทศที่ประชาชนร่วมใจกัน
สร้างถวาย แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ซึ่งโครงการนี้เป็นที่รู้จักในนาม "สร้างบ้านให้พ่อ"
ริเริ่มโครงการโดย มูลนิธิรักษ์แผ่นดินเกิดลุ่มน้ำปากพนัง ซึ่งนำโดย นายสอน นนทภักดิ์
และได้มีการสานต่องานเรื่อยมาจากหน่วยงานหลายฝ่ายจนปัจจุบันได้เสร็จสมบูรณ์แล้ว

ในปี 2547 ได้ส่งมอบให้สำนักพระราชวังดูแล
.

 

พระตำหนักปากพนัง เป็นหมู่อาคารศิลปะไทยประยุกต์ ออกแบบโดย ดร.ภิญโญ สุวรรณคีรี ศิลปินแห่งชาติสาขาทัศนศิลป์
โดยมีบันทึกของ ดร.ภิญโญ ที่กล่าวถึงโครงการสร้างบ้านให้พ่อด้วยความปลื้มปีติไว้ตอนหนึ่งว่า

“ หลังจากได้ศึกษาเรื่องทั้งหมดจากผู้หลักผู้ใหญ่แล้ว ก็มานั่งเขียนแบบพระตำหนัก
ช่วงนั้นในราวปลายปี 2538
ขณะนั่งอยู่ก็เห็นภาพพระองค์ท่านในทีวีมีพระราชดำรัสในวันที่ 5
ความว่าเป็นที่ที่ประชาชนจะสร้างบ้านถวาย
ได้ฟังขณะนั้นขนลุกไปทั้งตัว เพราะเรื่องที่ทำอยู่นี้เป็นที่สุดของชีวิตแล้ว ”   

พระตำหนักแห่งนี้สามารถมองเห็นได้ชัดเจนเมื่อขับรถขึ้นไปบนสะพานข้ามแม่น้ำปากพนัง
โดยเมื่อแลไปทางขวาจะเห็นหมู่อาคาร 15 หลังโดดเด่นเป็นสง่าแต่ไกล   
รูปแบบสถาปัตยกรรมเป็นลักษณะศิลปะไทยที่ผสมผสานงานศิลปะกลิ่นอาย "ปักษ์ใต้" อย่างลึกซึ้ง
ประกอบด้วยหมู่อาคารที่สำคัญ คือ ตำหนักพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นหลังคาบรานอร์ ทรงเครื่องลำยอง

ตำหนักสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เป็นหลังคาบรานอร์ ไม่มีเครื่องลำยอง
ตำหนักพระบรมวงศานุวงศ์ เป็นหลังคาปั้นหยาทรงสูง
เรือนพักคุณข้าหลวง เรือนพักแพทย์หลวง เป็นต้น   


น้ำพุ นารายณ์ทรงสุบรรณ ที่พระตำหนักปากพนัง

สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำพระตำหนักปากพนัง คือ "บ่อน้ำพุพระนารายณ์ทรงสุบรรณ"
ตามคติความเชื่อที่ว่า พระมหากษัตริย์เป็นปางอวตารหนึ่งของพระนารายณ์   
มีตำนานเล่าขานว่าในวันบวงสรวงสร้างน้ำพุได้เกิดปรากฏการณ์ "พระอาทิตย์ทรงกลด"
นานถึง 15 นาทีเหนือมณฑลพิธี   
การอนุรักษ์บ้านพ่อ เป็นการดำเนินการตามโครงการ "มูลนิธิร่วมพัฒนาแผ่นดินเกิดลุ่มน้ำปากพนัง สนองพระราชดำริ ”
เมื่อปลายปี 2538 และแล้วเสร็จสมบูรณ์เมื่อปี 2549

สำหรับความเป็นมาของการ "สร้างบ้านให้พ่อ" มีบันทึกว่า
เดิมพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะเสด็จพระราชดำเนินมาทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ
ที่ประตูน้ำอุทกวิภาชประสิทธิ์ แต่ไม่มีที่ประทับ

ชาวปากพนังจึงมีความคิดที่จะสร้างศาลาเล็กๆ ตรงประตูระบายน้ำ เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2538
ต่อมา จึงมีพระราชดำรัสทางโทรทัศน์ตอนหนึ่งว่า “ มีชาวบ้านเขาบอกว่า เขาจะทำบ้านให้ สร้างขึ้นที่หัวงานประตูระบายน้ำ ”

บ้านพ่อ หรือพระตำหนักปากพนังจึงถูกจัดสร้างขึ้นโดยใช้พื้นที่ประมาณ 120 ไร่
จากกรมชลประทานก่อสร้างพระตำหนักประทับแรมเฉลิมพระเกียรติ และสวนพฤกษศาสตร์พื้นเมือง
จนกลายเป็นบ้านพ่อของชาวไทยทั่วประเทศมาจนถึงทุกวันนี้





 " บ้านพ่อ" อยู่ห่างจากตัวเมืองนครศรีธรรมราช ไปตามเส้นทางนครศรีธรรมราช-ปากพนัง ประมาณ 26 กิโลเมตร
ถึงสามแยกใกล้ทางไปสะพานปลาให้เลี้ยวขวาไปทางสะพานปากพนัง ก่อนขึ้นสะพานประมาณ 2.5 กิโลเมตร

ถึงสี่แยก เลี้ยวขวาไปตาม ถ.ปากพนัง-เชียรใหญ่
จากนั้นอีก 2 กิโลเมตรก็จะถึงบ้านพ่อของคนไทยทั้งประเทศ...
พ่อที่ทรงดูแลพวกเรามานานกว่า 60 ปีโดยไม่มีวันหยุดพัก!   
 


ขอจงทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน



ข้อมูลจาก  คมชัดลึก : 9 กรกฎาคม 2552 และเว็บไซท์ http://royal-pakpanang901.tripod.com/
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,116



« ตอบ #5 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 24, 2010, 08:01:28 »



สมัยอดีตที่แหลมตะลุมพุก และปากพนังนี้
มีเพลงร้องของชาวเรือที่กล่าวว่า “นครฯจะไร้ยาก บางจากจะไร้ทุกข์ ปากพนังจะสนุก
แหลมตะลุมพุกจะเป็นวัง”
ก็ไม่คิดว่าจะเป็นจริง แต่ ณ ปัจจุบัน เป็นจริงขึ้นมาแล้ว


ประตูระบายน้ำอุทกวิภาชประสิทธิ์

พระตำหนักฯ ตั้งอยู่ในพื้นที่โครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มแม่น้ำปากพนัง
อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งประกอบไปด้วย กลุ่มอาคารพระตำหนัก
พิพิธภัณฑ์เฉลิมพระเกียรติ และประตูระบายน้ำอุทกวิภาชประสิทธิ์



ภายในพิพิธภัณฑ์เฉลิมพระเกียรติ

กลุ่มอาคารในพระตำหนักฯ ประกอบไปด้วย

ที่จอดรถพระประเทียบ
ศาลารอรับเสด็จ1
สาลารับเสด็จ2
อาคารพระราชทานเลี้ยง
พระตำหนักพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ
อาคารเรือนราชองครักษ์ และแพทย์หลวง
อาคารท้องพระโรง
พระตำหนักสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ
อาคารเรือนพักคุณข้าหลวง
พระตำหนักฯ
ศาลากลางน้ำ
อาคารจอดรถพระที่นั่ง1
อาคารจอดรถพระที่นั่ง2
นารายณ์ทรงสุบรรณ
ลิฟต์โดยสารส่วนพระองค์



[IMG]http://img268.imageshack.us/img268/3384/29938010.jpg[/IMG

พระตำหนักประทับแรมอำเภอปาพนัง
เปิดให้ชมเฉพาะ เสาร์-อาทิตย์ 9.00-15.00น.
ส่วนในวัน จ.-ศ. หากต้องการชมให้ติดต่อล่วงหน้าทำจดหมายเข้ามา


การเดินทาง
จากอำเภอเมืองไปยังอำเภอปากพนังระยะทางประมาณ 35 กม.
ใช้เส้นทาง 4013 เลี้ยวขวาบริเวณสามแยก ไปยังอำเภอปากพนังฝั่งตะวันออก
ถึงสี่แยกเลี้ยวขวาอีกครั้ง เดินทางต่ออีกประมาณ 2กม. ถึงหัวงาน โครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มแม่น้ำปากพนัง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ

และหากจะเดินทางไปยังอำเภอปากพนังฝั่งตะวันออก ใช้เส้นทาง 4013 จากอำเภอเมือง
เลี้ยวขวาบริเวณสามแยก ผ่านสี่แยก และข้ามสะพานข้ามแม่น้ำปากพนัง ไปยังอำเภอปากพนังฝั่งตะวันออก





ขอบคุณรูปภาพจาก  นายแพทย์รังสิต ทองสมัคร.
ข้อมูลและภาพจาก
http://www.sadoodta.com
/
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

หน้า: [1]
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
    กระโดดไป:  



    SimplePortal 2.3.3 © 2008-2010, SimplePortal