ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
พฤษภาคม 25, 2013, 19:05:04
92,775 กระทู้ ใน 7,436 หัวข้อ โดย 8,937 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: thana711
::Arunsawat ::อรุณสวัสดิ์ ::  |  สบาย สบายสไตล์อรุณสวัสดิ์ : บุคคลทั่วไปกรุณาสมัครสมาชิกก่อนโพสท์  |  สโมสรอรุณสวัสดิ์  |  รวมเรื่องสั้น  |  คนเก่า เล่าเรื่องที่ไม่มีวันแก่ 0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้ « หน้าที่แล้ว ต่อไป »
หน้า: [1] 2 3 ... 8
ผู้เขียน หัวข้อ: คนเก่า เล่าเรื่องที่ไม่มีวันแก่  (อ่าน 89969 ครั้ง)
ท้าวบุนหลาย
ช่างงามเพี้ยง เพียงพวงพะยอม
Jr. Member
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 63



« เมื่อ: กุมภาพันธ์ 14, 2010, 18:00:22 »



                            จันทร์ ชีหรั่ง คือชื่อเขาเพื่อนผมคนนั้น แกคงรู้ว่าผมชอบเพลงเก่าว่างๆแกก็ชวนผมคุยเรื่องเพลง บางทีก็เอาเนื้อเพลงมาให้ ที่จำได้ก็..ไรล่ะ....หวังเก็บเงินเก็บทอง เอามาหมั้นแม่ขวัญตา ของเมืองมนต์ สมบัติเจริญ ..จันทร์เขาชอบ และเสียงเขาให้ ผมก็ชอบให้เขาร้องให้ฟัง

                            จันทร์เป็นคนหนองบัวแดง ชัยภูมิ  วันหนึ่ง จันทร์มาชวนผมไปเที่ยวบ้านเขาบอกว่ามีงานบุญ ผมก็ว่า เออดี ปิดเทอมก็ไม่ได้ไปใหน กลับบ้านก็บ่อยแล้วเอาว่ะ ไปก็ไป...ผมบอกจันทร์

                            แต่พอใกล้ถึงวันเดินทาง ปรากฎว่าผมมีชื่อเข้าเวรผลัดแรกไม่สามารถไปพร้อมจันทร์ได้ เขาต้องไปก่อน แล้วจันทร์ก็วาดแผนการเดินทางพร้อมอธิบายอย่างเสร็จสรรพ ผมเอากระดาษนั้นมาจำลองการเดินทางไว้ในหัวว่าต้องขึ้นรถไร ไปลงใหน ต่อรถไร คำนวณวัน เวลา ไว้พร้อมเพราะเราไม่เคยไป..

                          ออกเวร ผมออกจากปราณบุรีแต่เช้า ถึงกรุงเทพเกือบเที่ยง นั่งรถเมล์สาย ๒๘ ( สายใต้-หมอชิต...ไม่รู้ยังมีอยู่ไหมรถเมล์สายนี้..) ไปหมอชิต แล้วก็ได้เรื่อง

                          รถสายชัยภูมิ หมดแล้ว ต้องรอค่ำ ซึ่งเป็นไปไม่ได้ที่ผมจะไปถึงชัยภูมิกลางดึก เพราะนั่นจะทำให้ผมไปใหนต่อไม่ได้เลยการจำลองแผนการเดินทางไว้ในหัวเริ่มมีประโยชน์ ถูกคิดขึ้นมาใหม่เดินไปดูแผนที่ และถาม...เอาก็เอาเว้ย ไปโคราชก่อนแล้วหารถต่อจากโคราชไปชัยภูมิ หารถไปต่อหนองบัวแดง หารถเข้าหมู่บ้านอีกทีผมวาดแผนการเดินทางใหม่ใส่สมองไว้อีกที เอากระดาษที่จันทร์เขียนไว้ให้มาเทียบเคียง แล้วก็ไปตามนั้น...

                             พอถึงโคราช...อิ๊บอ๋ายอีกแอ้ว...รถไปชัยภูมิหมดอีก..เอาไงดีวะ เอาเว้ยนั่งรอ รถไรมา กูขึ้นหมด ขอให้ไปทางนี้แล้วกัน ค่ำๆ รถสายยาวก็เข้ามาพอมีที่ให้แทรกขึ้นไปได้ เขาเห็นว่าเป็นทหาร ก็ยินดี แถมไม่เก็บค่ารถอีกคราวนี้คนรถก็มาชวนผมคุยคงชอบทหาร(สมัยโน้นทหารมีงานรบกับโจรคอมมะนิดเป็นงานใหญ่ชาวบ้านก็ชอบทหารมาก)

                          พอรูว่าผมจะไปในที่ๆยังไม่เคยไป และกำลังมีปัญหาเรื่องการเดินทางคนที่บ้านอยู่ใกล้ๆแถวนั้นก็บอกทางไป ซึ่งเป็นอีกทางที่จันทร์บอกไว้และอาสาจะหารถให้ เราคุยกันอย่างถูกคอกัน ยังกะว่าคบกันมานานทั้งๆที่ผมอายุน้อยกว่ามาก ( ยังไม่ยี่สิบด้วยซ้ำไป)เอาอีกแล้ว..สมองผมวาดแผนการเดินทางใหม่อีกแล้ว..วู้ย ใหม่ตลอดทางเลยนะแล้วผมก็มีข้อมูลที่จันทร์ไม่ได้บอกไว้....

                          แถบนั้น เป็นเขตงานของพรรคคอมมิวนิสต์....ชาวบ้านบอก-ผมถึงได้เข้าใจว่า พอบอกว่าจะไปหนองบัวแดง ( จริงๆผมบอกชื่อหมู่บ้านด้วยแต่ตอนนี้ลืมแล่ว..อิอิ ) คนบนรถเขาก็มองหน้ากันไปมาและทำท่าอิหลักอิเหลื่อ แต่เมื่อผมยืนยันจะต้องไป เขาก็ไม่ห้าม อยากไปก็ไป

                            ถึงอำเภอหนองบัวแดงก็ค่ำแล้วและตามที่เขาอาสาจะช่วย เขาก็หารถให้ผมจนได้ แต่ไปอีกทาง ดังที่ว่าไว้ซึ่งผมต้องลงกลางทาง และเดินตัดป่าไปอีก

                       บนรถมีไม่ถึงสิบคน ท่ามกลางความมืด คงมีแต่เสียงเครื่องยนต์ครางกระหึ่ม ผมไม่รู้ว่าแต่ละคนคิดอะไรอยู่  แต่ผมกำลังคิดอยู่หลายเรื่องหนึ่ง แถวนี้เป็นอิทธิพลของคอมมะนิด สอง ที่ที่ผมต้องลงและเดินมันผ่านผีป่าช้า และสาม ผมเริ่มหิว 

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Amorn
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 508



« ตอบ #1 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 15, 2010, 11:14:38 »


เข้ามาอ่าน.....
..เอ่อ....
จะมีภาคต่อ..มั้ย..
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
ท้าวบุนหลาย
ช่างงามเพี้ยง เพียงพวงพะยอม
Jr. Member
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 63



« ตอบ #2 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 15, 2010, 13:15:19 »


          ค่อยๆลำดับครับ เรื่องมันนานมากแล้ว ยังมีต่อครับ  อิอิ ขอบคุณที่มาเยี่ยมครับ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
หูกาง
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 583



« ตอบ #3 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 15, 2010, 19:45:44 »


มาติดตามค่ะ
ว่าตอนที่เดินผ่านป่าช้า และหิว
แอบๆลุ้นว่าคุณท้าวฯจะเจออะไรบ้างหนอ
ที่ป่าช้ามีดงกล้วยตานีหรือเปล่า...แอบลุ้นค่ะ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
ท้าวบุนหลาย
ช่างงามเพี้ยง เพียงพวงพะยอม
Jr. Member
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 63



« ตอบ #4 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 15, 2010, 21:26:19 »


                                   เมื่อซักครู่ เพื่อนโทร.มาจากกรุงเทพ บอกว่า เจ้าของเสียงเพลงฝนหยาดสุดท้าย....คุณบุษยา รังสี ได้สิ้นแล้ว....ช่วงบ่าย ขอคารวะแด่ดวงวิญญาณของท่านครับ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
deejai
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 736


Man makes himself


« ตอบ #5 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 18, 2010, 20:56:20 »


สวัสดีค่ะ

มาทักทาย..เรื่องเก่า เล่าเรื่อง..ของท้าวบุนหลายค่ะ

ยินดีต้อนรับสู่บ้านอรุณสวัสดิ์ค่ะ..เรื่องเล่าที่ไม่มีวันแก่

แต่ความหมายบอกว่าคนน๊ะ..ฯแล้ว..เลยมีเรื่องเล่า

ว่างๆ จะมาเล่าให้ฟังบ้างเหมือนกัน..อิ..อิ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

SUCC
ท้าวบุนหลาย
ช่างงามเพี้ยง เพียงพวงพะยอม
Jr. Member
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 63



« ตอบ #6 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 19, 2010, 11:05:02 »


                    ขอบคุณครับ เหมือนกะว่าเราต่างให้กำลังใจกัน เช่นเดียวกะที่นกบินเดินทางไกล ข้ามทะเลสุดขอบฟ้า นกมันจะบินเรียงแถวกันเป็นรูปตัว V หรือวางตัวกันเฉียงๆ เหตุผลคือ ตัวที่บินนำฝูงจะต้องบินแหวกอากาศ สร้างคลื่นที่เกิดจากการกระพือปีก นกตัวที่ตามมาจะอาศัยแรงยกจากคลื่นนั้นในการร่อนตาม
                        นกตัวจ่าฝูง จึงต้องเป็นผู้เสียสละ ในขณะที่นกตัวที่เหลือจะส่งเสียงให้กำลังใจ

                   บ้านเราดูเหมือนนกสองตัว มัวแต่จิกตีกัน นกจ่าฝูงก็ไม่แน่ใจว่าสะกดถูกไหม ว่าคำว่า" เสียสละ" มันคืออะไร
                                พวกเราจะไปทางใหนกันดีหนอ
                           เล่าความในใจนิดหน่อยแค่นั้นแหละ อิอิ

       เอ้า กลับมาเล่าต่อครับ ถึงใหนแล้ว....อ้อ ออกจากหนองบัวแดงมาแล้ว มืดแล้วด้วย...บรื๋อ..ได้ความคิดมาสองอย่าง
หนึ่ง....ได้ความรู้ว่าหนองบัวแดงอยู่ส่วนใหนของประเทศไทยและไปยังไง
สอง.....ได้ความคิดว่า กูไม่น่ามาเล้ย...อิอิ

                    ......มันจะนานแค่ใหนก็ไม่รู้ เพราะระหว่างที่รถวิ่งไปในความมืดนั้น นอกจากเสียงรถยนต์แล้ว ก็ไม่มีใครปริปากไร  ใจผมก็กังวลอยู่ตลอด -เรื่องผู้ก่อการร้ายชักเพลาๆไป เรื่องหิว ไม่หิวแล้ว เมื่อนึกขึ้นได้ว่าต้องลงกลางทาง....คนเดียว
   แล้วความกังวลของผมก็ขาดผึง เมื่อรถเบาเครื่อง แล้วก็หยุด ให้ผมลง  ผมมองตามแสงไฟท้ายรถจนลับตา แสงสว่างเดียวจากมนุษย์ด้วยกัน หายไปแล้ว เหลือแต่ความเงียบ มองรอบๆตัว สำรวจ เท่าที่แสงจันทร์รุบหรู่ ลอดไม้ใหญ่ลงมาจะอำนวยให้

             ทางที่ผมจะต้องเดินไป เห็นขาวๆ มีสองร่อง คงจะเป็นทางเกวียน ข้างทางเป็นป่า ต้นไม้ใหญ่ครึ้มปิดท้องฟ้าเกือบมิด แสงจันทร์ลอดลงมาบ้างเล็กน้อย ในใจผมหนาวยะเยือก
             มือผมล้วงกระเป๋าเสื้อ ลูบที่คอโดยสัญชาติญาณ ทั้งๆที่ไม่มีพระไม่มีสร้อย นึกเจ็บใจที่ไม่แขวนพระมาด้วย แต่ตอนนี้ไม่มีอะไรให้เลือกแล้ว กลั้นใจ ท่องนะโมสามจบ แล้วก็ออกเดิน.....ในใจพยายามไม่คิด แต่มันอดเหลียวหน้า เหลียวหลังล่อกแล่กไม่ได้

             เสียงนกกลางคืนทำลายกำลังใจผม ผมก้าวเดินเร็วขึ้น ทั้งที่ปกติ ผมเป็นคนเดินเร็วอยู่แล้ว ( เคยโดนสาวประท้วง ไปลิบเลยนะมึง ) อากาศหนาวเย็น  ใจคิดอยู่ว่า.......ถ้า "มัน" โผล่มา กูจะวิ่งไหม ถ้าวิ่ง วิ่งไปใหน...หูคอยฟังทุกสรรพสิ่ง ที่มันพยายามหลอกหลอนสติผม และถ้า "มัน" มา มันจะสำแดงให้ผมเห็นเป็นยังไง
                     เดินมาไกลโข ผมก็พ้นป่าทึบ แต่ทางเดินนำผมเลาะชายป่าไป....แล้วผมก็หยุดกึก ขนลุกเกรียว ความกลัวที่มันอยู่ติดท้ายทอยผม คราวนี้มันขึ้นสมองผมทันที.......

                           ที่ชายป่า มีแนวรั้วเก่าๆ สันชาตญาณเตือนผมทันที่ว่า...วัด...แต่มันรก และมืดสนิท วัดร้าง...ผมครางในใจ....ผมไม่รู้จะอธิบายยังไงว่าความกลัวเวลานั้นมันหนักหนาแค่ไหน.....แล้วเสียงหนึ่งก็แว่วมาตามลม เสียงผู้คนคุยกัน แต่ดูเหมือนจะอยู่ไกลๆ...เอาล่ะวะ ใจผมมาหน่อยนึง “ไม่หลงแล้วล่ะ "  ผมคิด...
                         ผมเดินไปตามรั้วผุพังนั่นเป็นวัดร้างจริงด้วย...โอย..กู...ผมไม่อยากคิดถึงเรื่องผีสางอะไรเลยแต่ทว่าคราวนี้ผมรู้สึกได้
                   สัมผัสเหมือนว่าคล้ายมีคนเดินตามหลัง...ผมเริ่มไม่กล้าเหลียวไปมองแล้ว...รีบเดิน สายตาคอยชำเลือง ซ้ายที ขวาทีฝ่ามือผมเย็นเฉียบ...เจ้าเสียงคนเดินนั่นชักใกล้ผมมาผมลองเดินช้าลง....เสียงมันก็คล้ายว่าช้า ผมลองหยุดเดินเพื่อฟังเสียง "มัน" เสียงนั่นก็หยุดด้วย ....
                    พอเดินเร็ว มันก็เร็วตาม...ผมหายใจถี่ขึ้น อากาศยิ่งเย็นแต่ในอกผมเย็นยะเยือกกว่า....ด้วยความทั้งกลัวทั้งอยากรู้ ผมเอียงหน้าไปทางขวาเสียงมันก็ไปเดินทางซ้าย หันไปอีกข้างมันเยื้องไปอีกทาง....,มันเล่นเอาเถิดเจ้าล่อกับผมเข้าแล้ว...ท้ายทอยผมขนลุกเกรียว

                                       เสียงจากบ้านงานแว่วมาถี่ขึ้น..
                แต่แสงจันทร์ที่คอยชี้ทางให้ผม เริ่มเหลือน้อย มันจะลับชายป่าลงไป ถ้ามัวช้าผมจะมองไม่เห็นทาง ลำพังแสงดาว คงพอไปได้ถ้าเป็นทุ่งนา แต่นี่ข้างหน้า-ผมเดาอะไรไม่ได้เลยว่าจะมีป่ามาขวางทางให้ผมเดินฝ่าอีกไหมหรือเป็นทุ่งนา...
                          เสียงที่อยู่ข้างหลังผม ดึงสมาธิผมไปที่มันอีกแล้ว ใจผมไม่อยู่กับตัว...ผมก้าวยาวขึ้น อยากไปให้มันพ้นๆ พอถึงทางแยก ผมลังเลอยู่ครู่หนึ่งไอ้เจ้าที่อยู่ข้างหลังผมมันทำเสียงแปลกๆ คล้ายๆคนร้องคราง ฮือ...
                         ตัดสินใจเลี้ยวไปตามเสียงที่เริ่มแว่วมา ทางเดินหายไปแล้ว ผมพยายามไม่เข้าป่าอีก เดินอ้อมก็อ้อม คราวนี้พอมีความหวังบ้าง เพราะเสียงจากข้างหน้านำทางแต่ผมก็รู้อยู่ว่า เวลากลางคืนเสียงเดินทางไปไกล ไกลกว่ากลางวัน   

 
                  เดี๋ยวค่อยมาเล่าต่อ หิวแล้ว ไปล่ะนะ
   
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Amorn
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 508



« ตอบ #7 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 20, 2010, 21:58:41 »


 เฮ้ย.....

ทำไมต้องเป็นตอนนี้น๊า.....

กำลังลุ้น... เล่นกระตุกจิตกันงี้เลยเชียว
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
deejai
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 736


Man makes himself


« ตอบ #8 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 21, 2010, 10:10:13 »


สวัสดีค่ะ..

เฮ้อ++++ ทำไมต้องจบลงตรงนี้ด้วยน๊าๆๆๆๆๆๆ

รออ่านต่อค่ะ..อิ..อิ..มีลุ้น

คนเก่านี่เล่าเรื่องเก่งจริงๆ ค่ะ

 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

SUCC
เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 19,801



« ตอบ #9 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 21, 2010, 10:51:30 »



ป้าเสลามาทีหลัง
มาปูเสื่อนั่งรอลุ้นเรื่องเล่าจากท้าวบุนหลาย
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Amorn
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 508



« ตอบ #10 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 21, 2010, 21:17:18 »


ท่านท้าวฯ
แฟนขับ เอ้ย แฟนคลับรออยู่

 devil
พรุ่งนี้จะได้ลุ้นต่อมั้ยเนี่ย
ปลุกพระรอนานแล้วน๊า...
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
deejai
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 736


Man makes himself


« ตอบ #11 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 22, 2010, 04:56:42 »


ว้า....เช้านี้ท้าวบุนหลายก้อยังไม่มาวักที
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

SUCC
Amorn
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 508



« ตอบ #12 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 22, 2010, 09:49:57 »


โอ๊ะ...โอ๋......
แอบแว่บเข้ามาลุ้น.......
เห็นท้าวบุนหลายเข้ามาแล้วพี่น้อง.........น่าจะลุ้นขึ้นนะคะ
 
นึกว่าจะต้องได้ชวนคุณดีใจไปเล่าเรื่องให้กันฟังเองนอกรอบซะแล้ว
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
prig sir
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 811


« ตอบ #13 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 22, 2010, 10:05:31 »


ว้า....เช้านี้ท้าวบุนหลายก้อยังไม่มาวักที
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------
สวัสดีครับ
                 แอบเข้ามานั่งยองๆข้างคุณแมวน้อย...ลุ้นให้เจ้าบุญหลายเจอผีสาวสวยซักครึ่งโหล เนื่องจากท้าวฯหลงทาง เดินวนเวียนในป่าหลายรอบ ผีสาวจึงเข้ามาเชิญชวนท้าวฯแวะบ้าน..ซึ่งอยู่ข้างวัดร้าง // ท้าวฯรู้สึกตัวอีกครั้ง เมื่อฟ้าเริ่มสาง.. นั่งมึนงงริมทาง..เอ๊ะเรามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง ?
                 ท้าวบุญหลาย อย่าลืมตอนนี้เด้อ
   fun 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Amorn
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 508



« ตอบ #14 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 22, 2010, 12:27:33 »


ว้า....เช้านี้ท้าวบุนหลายก้อยังไม่มาวักที
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------
สวัสดีครับ
                 แอบเข้ามานั่งยองๆข้างคุณแมวน้อย...ลุ้นให้เจ้าบุญหลายเจอผีสาวสวยซักครึ่งโหล เนื่องจากท้าวฯหลงทาง เดินวนเวียนในป่าหลายรอบ ผีสาวจึงเข้ามาเชิญชวนท้าวฯแวะบ้าน..ซึ่งอยู่ข้างวัดร้าง // ท้าวฯรู้สึกตัวอีกครั้ง เมื่อฟ้าเริ่มสาง.. นั่งมึนงงริมทาง..เอ๊ะเรามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง ?
                 ท้าวบุญหลาย อย่าลืมตอนนี้เด้อ
   fun 


 

สรุปแล้วหลงทางเหรอ..........
มิน่า...ครึ่งวันแล้วก็ยังไม่มา......
เห็นทีต้อง...จุดธูป....
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
deejai
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 736


Man makes himself


« ตอบ #15 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 22, 2010, 20:37:02 »


สวัสดีค่ะ..คุณลุงพริก..คุณ Amorn..

ไม่ได้เจอคุณลุงพริกซะตั้งนาน..คอมพ์ดีใจกู่ไม่กลับแล้วค่ะ

เพิ่งได้เครื่องใหม่มา แต่ยังไม่ค่อยมีเวลา..อิ..อิ..

ตอนนี้ขอนั่งรอลุ้นเจ้าบุนหลายออกมาเล่าเรื่องเก่าอยู่ค่ะ

อย่าช้านะ..ฮ่า..ฮ่า.. fun fun ไม่งั้นจะเล่าเอง..เอิ๊กกกก
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

SUCC
เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 19,801



« ตอบ #16 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 22, 2010, 23:06:35 »



 ป้าลองจินตนาการหาภาพวัดร้างมาประกอบเรื่องเล่าของท้าวบุนหลาย ไป พลางๆ 


แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

ท้าวบุนหลาย
ช่างงามเพี้ยง เพียงพวงพะยอม
Jr. Member
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 63



« ตอบ #17 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 24, 2010, 09:48:41 »


                    คุณป้าเสลา ช่างสรรหามาให้ดีจริง ใครเคยเจออย่างที่ผมเจอ คงนึกภาพที่คุณป้านำมาให้ดูได้นะครับ เอาเป็นว่าอย่างนี้เลยแหละ..อิอิ
                  ท้าวบุนหลายก็ใช่ว่าเป็นนักเขียน แต่เมื่อลองได้นั่งลง และอยากเล่า มันก็เลยตามเลย แต่เป็นอย่างกะปริด กะปรอย  อิ อิ
                               เอา...วันนี้ไม่ได้บ่น แต่เล่าให้ฟัง
   วันก่อนนั่งแท้กซี่ในกรุงเทพ คุณโชเฟอร์สนใจการเมืองดี เปิดวิทยุฟังตลอด ผมก็เฉยๆ สิทธิ์ของแกนี่ พระเจ้าของแกจะหน้ากลมหน้าเหลี่ยม ก็เรื่องของคุณโชเฟอร์
                    แกถามผมว่า  " คิดยังไงกับรัฐบาลนี้ "
                       ผมตอบ     " ยังไม่ได้คิดเลยครับ "

                                  .................................
                                 ..................................

                     คุณโชเฟอร์ว่า เรื่องยึดทรัพย์นี่ ต้องขึ้นศาลโลก เพราไม่เป็นธรรม
          ผมก็สนับสนุนแก ว่าจริงด้วย คุณทักษิณ ขึ้นศาลโลกได้ครับ   แต่คงจะต้องเป็นศาลอาญาระหว่างประเทศ (International Criminal Court)  และถูกจับไปขึ้นศาลในฐานะเป็นจำเลยนะครับ   เพราะประเทศไทยเข้าเป็นภาคีก่อนเหตุการณ์สงครามยาเสพติด
                                  .................................
                                  .................................


            แล้วคุณโชเฟอร์ ก็คล้อยตามคนพูดในวิทยุ เรื่องที่ดินบนเขายายเที่ยง ลงท้ายคุณโชเฟอร์ สรุปว่า ทีชาวบ้านธรรมดาต้องถูกจับติดคุก
                                  แต่พวกอำหมาด ช่วยกัน ไม่ต้องเข้าคุก
                         ผมเลยถามว่า ชาวบ้านที่ว่าติดคุก ชื่ออะไร ติดคุกที่ใหนครับ
                           แก อึ้ง ผมเลยพูดต่อไปว่า พูดถึงการบุกรุกที่หลวงเป็นความผิด การจะว่าผู้ใด กระทำความผิด เราต้องดูก่อนว่า กฎหมายระบุว่าเป็นความผิดหรือไม่ และต้องลงโทษตามที่กฎหมายว่าไว้ จะเอาอดีตนายกท่านนี้เข้าคุก ถามว่ามาตราใด
                          ถ้าตำรวจมาหยุดรถ และจับเราสองคนเข้าคุก โดยบอกว่าเราสองคนรูปไม่หล่อ คุณโชเฟอร์คงรับไม่ได้ เพรากฎหมายไม่บอกว่ารูปไม่หล่อ เป็นความผิด ใช่ไหมครับ
                      เราพูดกันเลอะเทอะ โดยไม่มีความจริง ทำให้บ้านเมืองเราไม่นิ่งซักที
                     ก่อนจ่ายตัง ลงจากรถ ผมบอกแกไปว่า ผมไม่สนหรอกว่า ใครจะมาเป็นนายก รึว่าใครจะถูกยึดทรัพย์ ผมสนแต่ว่า ทุกวันนี้พระเจ้าอยู่หัวทรงประชวรเนี่ย เราคนไทยทำอะไรกันบ้าง และผมคนนึงล่ะ...ที่ไม่ยอม

                        อิอิ ผมเว้นให้คุณโชเฟอร์คิดเอาเอง ตามแต่แกจะถูกล้างสมองมากน้อยแค่ใหน...ว่าไม่ยอม นี่ ไม่ยอมเรื่องอะไร..อิ อิ

                            กลับมาเล่าเรื่องของเราต่อครับ....ถึงต้นไม้ใหญ่แล้ว ผมว่าน่าจะต้นโพธิ์นะ จำไม่ได้แน่ว่ามีรากยาวๆ ย้อยลงมาไหม..เอ รึว่าต้นไทร ฮึ...


                       ช่างมัน กูไปทางนี้แล้วกัน พอถึงต้นโพธิ์ใหญ่ ผมกลัวสุดขีดแต่หยุดไม่ได้แล้ว บอกไม่ถูกว่าใอ้ที่อยู่ข้างหลังผม มันเป็นอะไร คน หรือผี.... ผมไม่กล้าแม้แต่จะร้องถามหรือหันไปมอง  เดินจ้ำอ้าวไปตามทางที่พอคลำทางได้จากแสงดาว เพราะพระจันทร์ลับขอบฟ้าไปแล้ว....
             พอผ่านโคนต้นโพธิ์ ก็มีเสียงเขย่าไม้กราวใหญ่ ...ผมสะอึก เกือบวิ่ง...รู้สึกว่า มันอยู่ใกล้ๆผมนี่เอง...ยังกลั้นใจเดิน ทันใดนั้น ผมก็เห็นแสงไฟ...โอย คุณพระช่วย แสงไฟตะเกียงเจ้าพายุ....เสียงผู้คนคุยกัน...เสียงตำข้าว...เสียงแม่ครัว   
                   ไอ้ข้างบนหัว มันเขย่าอีก ใบไม้ร่วงกราวไล่ตามหลังผม หางตาผมเห็นแวบๆทางขวามือ รู้สึกเหมือนมันเป่าลมใส่ท้ายทอยผม ผมกลัวสุดขีด แหกปาก...

                     ......โอ๊ย........ผมร้องลั่นด้วยตกใจและกลัว เหวี่ยงกระเป๋าหนัง(ถือด้วยมือซ้าย) วาดผ่านหน้า อ้อมไปทางขวาและหมุนตัวตาม

                       ผมตาเบิกโพลงกับภาพที่เห็น.......มันโผล่มาจากดินแค่หัว หรือแค่ไหล่นี่แหละหัวมันใหญ่ขนาดราวๆ กระสอบข้าว มันยกมือไหว้ปะหลก....เปรตมาขอส่วนบุญหรือนี่...
                       เสียงดัง ตั้บ...แขนผมสะท้าน ผมคิดว่ากระเป๋าผมฟาดโดนเต็มที่..

                 ผมทิ้งกระเป๋า แหกปากตะโกนสุดเสียง...เว้ยยยยยยย....ผี.....ผี...วิ่งไปทางบ้านงาน ตามแสงไฟไป..ผมวิ่งสุดชีวิตวิ่ง และวิ่ง ตัดทุ่งนา ข้ามคันนา ลุยป่าหญ้า ตรงไป เสียงคนจากบ้านงานเงียบกริบ คงลุกมาดู ว่าเสียงอะไร และใคร
                   ผมวิ่งชนอะไรซักอย่างสะดุดจนเซ และตรงไปที่ชาวบ้านยืนออกันอยู่ เสียงก้องไล่หลังผมมาจากป่า...เหอ...เหอ....แล้วผมก็หวิวๆ ตาพร่าพราย มือเย็น เท้าเย็น มีคนมาประคองผมไว้ เสียงที่ผมคุ้น เรียกชื่อผม แว่ว ๆ ผมหูอื้อไปแล้ว
                            มีคนมาประคองผม พาไปที่แคร่ ผมได้กลิ่น ยาหม่อง มีเสียงว่าไปตามหมออนามัย น้ำอุ่นๆมาจ่อปาก แต่ผมกลืนไรไม่ได้  ความกลัวยังทำให้ผมสั่นอยู่  รู้สึกเหมือนเสียงหรือคนที่มามุงดูผมอยู่ไกลๆพูดถึงผีวัดร้าง  มีใครเอาบางอย่างมาใส่มือผมจับมือพับขึ้นหน้าอก  แล้วคนนั้นก็พึมพำ และมีน้ำกระเซ็นมาโดนตัว

                                            ผมเย็นๆที่ต้นแขน และเจ็บจิ๊ด
                                         .....แล้วผมก็หมดสติ หลับไป...

                     สายๆวันรุ่งขึ้น ผมก็รู้สึกตัว (เนื่องจากเราฝึกหนักตลอดเวลาที่เป็นนักเรียน ผมจึงฟื้นตัวไว ) บ้านงานเลยมีงานเพิ่ม คือดูแลผม คนถูกผีหลอก.........

                      จันทร์มานั่งข้างๆผม  บอกว่า มึงแน่จริง วิ่งชนรั้วเขาหักเป็นช่องเลย เอ้านี่หมวก โน่นกระเป๋ามึง มีคนเก็บมาให้ มึงฟาดกระเป๋าใส่จอมปลวกจนดินกระจาย แล้วก็วิ่งแหกปากว่าผีหลอก เวรแท้ๆ เล่นเอาชาวบ้านกลัวไปด้วย ไม่กลับบ้านกันหลายคนเลยนะมึง.....ทหารกลัวผี กูล่ะอายแทน.....ห่านี่.....จันทร์สรุป


จบแล้วจ้ะ มีเรื่องใหม่มาอีก นั่งทบทวนก่อนนะ..อิอิ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Amorn
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 508



« ตอบ #18 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 24, 2010, 11:40:25 »


เข้ามาย่อย...หลังอาหาร...
เจอท่านท้าว...หักมุขซะหงายเก๋งเลย....
  พระที่อุตส่าห์ปลุกมาจะบ่นมั้ยเนี่ยะ!...ว่า.ปลุกข้าทำไมฟะ...เสียเวลานอน....
5  5  5  5 จะติดตามต่อไปนะคะ...อย่าให้เสียแรงแฟนขับ...เอ๊ย...แฟนคลับล่ะ
.....ชอบใจคำตอบท่านท้าวฯ ที่ถูกโชเฟอร์ TAXI ถามจังเลย..จะจำมุขนี้ไปใช้บ้าง..หวังว่าไม่สงวนลิขสิทธิ์..
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
deejai
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 736


Man makes himself


« ตอบ #19 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 24, 2010, 20:49:54 »


มาติดตามเรื่องเก่าเร็วทันใจดีจังคุณ Amorn

รอให้ท้าว..เล่าต่อค่ะ.. fun fun fun
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

SUCC
Amorn
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 508



« ตอบ #20 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 24, 2010, 23:39:01 »


คุณดีใจก็เกรงว่าท่านท้าวจะทบทวนนาน  เหมือนกันใช่ไหมคะ
แฟน ๆ เป็นกำลังใจให้นะคะ
สู้-สู้  fight
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
ท้าวบุนหลาย
ช่างงามเพี้ยง เพียงพวงพะยอม
Jr. Member
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 63



« ตอบ #21 เมื่อ: มีนาคม 02, 2010, 21:31:10 »





                                                                                         ก่อนจากกันคืนนั้นสองเรา
                                                                                         แนบซบเนาเคล้าคลอพ้อพลอดภิรมย์
                                                                                         หวานล้ำบำเรอเธอให้ชิดชม
                                                                                         ฉันกอดเล้าโลมชื่นใจ

                            กำนันคล้าย แกเป็นคนตรงไปตรงมา  แถวๆหมู่บ้านแก เป็นที่ที่มีค่าอะไรซักอย่าง ดูเหมือนจะเป็นแหลงแร่มีค่าและคงหายาก ใครๆก็หมายปอง แต่แกไม่ยอม ด้วยว่าคนภายนอกจะเข้ามาทำความเสื่อมเสีย ทั้งทางสังคม ทางผืนดิน ทางน้ำ ทางป่าไม้และทางอากาศที่แกและลูกบ้านใช้หายใจ
                    ถึงจะเสนอเงินให้มากมายเพียงไหน แกก็ไม่รับ สร้างความไม่พอใจแก่นายทุนเป็นอย่างมาก ..ก็อย่างที่มันเคยเป็น บรรดานายทุนก็หาวิธีกำจัดแก ทั้งนี้ คนบางคนที่มีความโลภและมักได้ ก็เข้าร่วมเป็นตัวการด้วย ซึ่งก็ลูกบ้านแกบางคนนั่นล่ะ

                                                                                          จูบแก้มนวลช่างยวนเย้าตรึง
                                                                                     จิตคะนึงถึงวันรักซ่านฤทัย
                                                                                     หอมหอมนวลปรางมิสร่างหายไป
                                                                                     ถึงห่างแสนไกลยังติดหัวใจมิเลือน

   ช่วงนั้นมีงานบุญที่วัด มีการหล่อระฆัง โดยช่างฝีมือจากอยุธยา ช่างก็แต่งชุดขาวๆ (ผมมารู้เอาตอนโตแล้ว ว่าเขาเรียกชุดพราหมณ์) มีสวด มีสายสิน มีก่อไฟต้มทองเหลือง และมีบั้งไว้สูบลมเข้าไฟ
              พอบ่ายคล้อย ก็จะเททองกัน เขาทำเป็นยกพื้นสูงพ้นหัวเด็กๆอย่างผม ( ได้ยินว่าเพียงตา...ว่างั้นนะ)ให้กำนันเดินขึ้นไป เอาใบทอง ( เป็นรูปใบไม้จริงๆ) ไปใส่ในเบ้าหลอม
            ด้วยที่ไม่เคยเห็น  ผู้คนก็มามุงดูใกล้ๆ ร้อนก็ทน อยากเห็น การหล่อระฆัง เราไม่เคยมีในแถบนี้
                         พอถึงเวลา หลวงพ่อนั่งสวดในศาลา กำนันก็จุดธูป ถือใบไม้ทอง เดินขึ้นไป พวกเราก็เบียดเสียด แหงนดู


                                                                                     ยามรักร้างแรมกัน
                                                                                     เพ้อทุกคืนวันติดตรึงใจฝันเตือน
                                                                                     มาเจอกันแล้วอย่าเฉยเชือน
                                                                                     ฉันมาเยี่ยมเยือนอย่างเคย

                       ..........แล้วทันไดนั้น ไม้ที่เป็นทางเดินก็กระดก เทเอาร่างกำนัน หลุดลงมาใส่หม้อต้มทองเหลืองที่กำลังเดือด เสียงร้องวี้ด เด็กๆแตกฮือ.......ท้องฟ้าที่ครึ้มมาแต่บ่าย เริ่มลงเม็ด
                               ผมเผ่นแน่บ กลับบ้าน กลัวทุกอย่างไปหมด กลัวระฆัง กลัวผี....ผีกำนันคล้าย
ผมไม่กล้าหลับตา เวลาล้างหน้า หรืออาบน้ำ กลัวผีมันมายืนตรงหน้า ชั่วขณะที่ผมหลับตา กลัวลืมตาแล้วมาเจอมัน ต้องล้างหน้าทีละข้าง เวลานอนต้องเอาตะเกียงมาวางหัวนอน และผมต้องนอนกลาง        ภาพคนตกลงไปในน้ำร้อนๆ (และตาย) มันติดตาผม

                                                                                     สุดที่รักลืมแล้วหรือไร
                                                                                     โปรดเห็นใจขอให้สมจิตชิดเชย
                                                                                     หวานซึ้งอันใดจงอย่าร้างเลย
                                                                                     ขออย่าเฉยเมยรักเอยขอให้เหมือนเดิม

                                         ผมทนกลัวผีกำนันคล้ายไม่ไหว ขอให้น้าพากลับอุบลเถอะ เพราะผมยอมรับว่ากลัวจริงๆ คือถ้าไม่เห็นตอนแกตาย และน้ำทองเหลืองร้อนๆลวกแก ผมก็คงไม่ขนาดนี้
                                     ปิดเทอมครั้งนี้ ผมได้มาสองอย่าง คือเพลงขอให้เหมือนเดิมและโรคกลัวผี ทุกวันนี้ เพลงนี้ดังขึ้นทีไร ถ้าอยู่คนเดียว ผมขนลุกเกรียวเลย เมื่อก่อนต้องปิดวิทยุเลยแหละ อีตอนไปหนองบัวแดงครานั้น เจือกได้ยินเพลงขอให้เหมือนเดิมนี้เข้าให้ เห็นจอมปลวก เป็นเปรตมายกมือไหว้ คิดเอา ท่านผู้อ่านผู้เจริญ
                           
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Amorn
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 508



« ตอบ #22 เมื่อ: มีนาคม 03, 2010, 13:24:41 »


เมื่อคืนนี้..พยายามเข้ามาอ่านจากโทรศัพท์มือถือ...ด้วยความที่หน้าจอมันเล็ก..ตัวหนังสือก็เล็ก....
ใช้ทั้งแว่นสายตา เสริมด้วยแว่นขยายอีกอัน......กะว่าอ่านจบแล้วก็จะปิดเครื่องแล้วหลับเลย
จะด้วยความพยายามมากไปหน่อยหรือเปล่าไม่ทราบ....แสบตา  ยิบหยี..ยิบหยี...จนหลับคาที่....
ตื่นมาอีกทีก็หกโมงแล้ว นึกว่าปิดโทรศัพท์..พอกดปุ่มดูแทบสลบ...หลับคากระทู้ท่านท้าวฯ จนได้...
..เดือนนี้..ค่า GPRS บานแน่ ๆ ....

เฮ้อ...มีความหลังกับเพลงจนได้เนอะ..ท้าวบุนหลาย....
  ก่อนจากกัน...คืนนั้นสองเรา...
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
deejai
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 736


Man makes himself


« ตอบ #23 เมื่อ: มีนาคม 06, 2010, 08:07:21 »


สวัสดีค่ะ..ท้าวบุนหลาย..คุณAmorn

มันคือ..เรื่องจริงหรือนี่..น่ากลัวจริงๆ..รอค่ะ..รออ่านตอนต่อไป..
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

SUCC
ท้าวบุนหลาย
ช่างงามเพี้ยง เพียงพวงพะยอม
Jr. Member
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 63



« ตอบ #24 เมื่อ: มีนาคม 08, 2010, 20:48:38 »




                                  เวลาเราได้ยินเพลงอะไรซักเพลง บางทีก็ทำให้เรามีอารมณ์ตามไปได้ บางเพลงไม่เกี่ยวกับอารมณ์ความรู้สึกอันใดเลย แต่ก็ทำให้เรารำลึกเรื่องราวต่างๆ ในอดีตได้.....เรายังไม่แก่ใช่ไหมครับ ท่านผู้อ่านผู้เจริญ แค่เรามีความทรงจำดีๆมากมาย มาแบ่งปันกัน เท่านั้น........บัดนั้น  เชิด

                           เนื่องจากได้ฟังเพลงทาษอารมณ์ ของสุรพล สมบัติเจริญ
         เพลงนี้ว่ายังงี้..........ตื่นเช้าเมามายปล่อยใจให้เศร้า เป็นทาษอารมณ์ของเหล้า คลุกเคล้าแต่ความหมองมัว.......

                               มันพลอยทำให้ผมรำลึกถึงเหตุการณ์เมื่อในอดีต ความทรงจำนั้นยังแจ่มชัด ยังกะว่ามันเกิดขึ้น เมื่ออาทิตย์ที่แล้วนี่เอง
             ครั้งกระโน้น บ้านของเราเป็นห้องแถว บ้านเช่า  เวลามีเหตุการณ์อะไร หรือบ้านไหนมีไร เราจะรู้กันหมด ก็คงเพราะ เรามีกันอยู่แค่ไม่กี่ห้อง

   ลุงมาดี แกทำงานรถไฟ หรือกรมทาง ผมก็ไม่แน่ใจ ( หน่วยนี้มันอยู่ติดกัน และเด็กๆอย่างผมก็ไม่ค่อยรู้เรื่องงานการของผู้ใหญ่เขามากนัก เห็นว่าไปทำงานทางนั้น ก็จำมาอย่างนั้น) เมียแก ป้าสอน...ขายขนมถ้วย ทำเอง แล้วก็หาบไปขาย

                         ลูกสาวลุงมาดีคนโตเรียนพานิช ชื่อแก้ว พี่แก้วอายุมากกว่าผมราวๆสามหรือสี่ปีนี่แหละ น้องพี่แก้วเป็นชายทั้งคู่ คนเล็กนี่ รุ่นผม แต่มันเรียนโรงเรียนเทศบาล
                        ลุงมาดีแกติดเหล้าหนัก ตกเย็นแกเมามาจากที่ทำงานเลย บางวันมีเพื่อนแกตามมากินต่อที่บ้านอีก  ( ผมคุ้นเพลง โปรดเถิดดวงใจ แม่นางนกขมิ้น และเพลงอมตะอีกหลายเพลงก็ช่วงนี้แหละ อิอิ )   เช้า ก่อนไปโรงเรียน ผมมักเห็นลุงมาดี ยกเหล้าเทผ่านคอลงไป-แล้วแกจึงไปทำงาน

                      พี่แก้วเป็นคนเรียนดี ขยัน ป้าสอนก็ขายของไปงั้นๆ ไม่ได้มีเงินเหลือมากมายเท่าใดนัก เสาร์ อาทิตย์ พี่แก้วก็ไปทำงานพิเศษ คือไปเป็นลูกจ้างขายของในตลาด ( แหม....พูดทำงานพิเศษล่ะสงสัยกันเชียว...) พอได้ตังค์ไปโรงเรียน (ช่วงนั้นผมยังไม่ออกไปขายไอติม )
                       เย็นวันหนึ่ง ลุงมาดีนั่งดื่มล้อมวง ร้องเพลงกันอยู่ ผมเห็นพี่แก้วยืน รีๆรอๆ จะเข้าไปหาพ่อ แต่ยังหาโอกาสอยู่ ผมเฝ้ามองเงียบๆ....ซักพัก พี่แก้วก็ตัดสินใจ เข้าไป...

   " มีไร มึงจะเอาไร "    ลุงมาดีถาม
   " หนูมาขอเงิน  "            พี่แก้วตอบ
   " หนี.....ไปไกล ๆ กูไม่มี อย่ามากวน ไป๊ "    ลุงมาดีแกไล่ลูก โดยไม่ถามซักคำว่าขอเงินไปทำไร

                       พี่แก้วก้มหน้างุด แล้วเดินจากมา ผมเห็นพี่แก้วเดินอ้อมไปหลังบ้าน ไปนั่งข้างโอ่งน้ำใหญ่....แล้วร้องไห้
                           ไม่นาน พี่แก้วก็มาก่อไฟ คีบถ่านใส่เตารีด ไปรีดผ้าให้พ่อและน้องทั้งน้ำตา
                    ผมไปโรงเรียน และไม่ใส่ใจเรื่องนั้นเท่าใดนัก เพราะมีเรื่องมีราวผ่านมา ผ่านไปอยู่ตลอด

                        อีกเดือนหนึ่งต่อมา เช้า ก่อนผมไปโรงเรียน ก็มีไปรษณีย์มาที่บ้านลุงมาดี เอาจดหมายลงทะเบียนมาส่ง แกเปิดอ่าน ( เช้านี้ แกยังไม่ดื่ม พอพูดจารู้เรื่อง ) ทำหน้านิ่ว แล้วก็เรียกหาลูกสาว ผมจับความได้ว่าโรงเรียนแจ้งงดสิทธิ์สอบพี่แก้ว เนื่องจากไม่จ่ายค่าเทอม
   ลุงมาดีแกรู้อยู่ว่าลูกแกเรียนดี และใกล้จบ ซึ่งมีงานทำรออยู่แล้ว ขอแค่สอบครั้งนี้ผ่าน แต่คราวนี้ไม่ได้เข้าสอบ โรงเรียนตัดสิทธิ์ แกเข้าใจทันทีว่าทุกอย่างกำลังจะพัง

                          " มึงทำไมไม่ไปจ่ายค่าเทอม อีแก้ว " แกด่าก่อน ตามเคย
                     "  หนูไม่มีเงินพอจ่าย "
                     " แล้วมึงทำไมไม่บอกกู "
                     " หนูบอกแล้ว ก็วันนั้นไง หนูมาขอเงินพ่อ"
                     "..............................."  ลุงมาดี อึ้ง

                      แกคงนึกได้ ว่าลูกเคยมาขอเงิน แกเบือนหน้าหนีไปจากลูก ตาแกพร่าพรายด้วยความเสียใจ พี่แก้วเห็นพ่อน้ำตาไหลก็ถอยออกมาเงียบๆ ต่างฝ่ายต่างไม่มีคำพูด
                    ตกเย็น วันนี้ไม่มีวงเหล้าอย่างที่เคย นักดื่ม นักร้องที่เคยร่วมก๊ง แวะเวียนมา แต่แกไม่ออกมา บอกไม่ดื่ม....ซึ่งก็สร้างความงุนงงแก่เพื่อนร่วมวงเหล้า

                     ด้วยความเสียใจที่ทำลายอนาคตลูก เพราะเหล้าตัวเดียว แกตัดใจเลิกเหล้ากะทันหัน
   สองวันต่อมา แกก็ล้มป่วย คงร่างกายปรับตัวไม่ทันและเข้าโรงพยาบาลในเวลาต่อมา
                                  ไม่นาน ผมก็ย้ายบ้าน เรื่องต่อมาจะเป็นยังไง ผมไม่ได้ข่าวแล้ว

                             ท่านผู้อ่านผู้เจริญ ท่านได้อะไร จากชีวิตกับเพลงเรื่องนี้บ้างครับ...ใครก็ได้หาเนื้อเพลงทาษอารมณ์ให้ผมหน่อยครับ

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2 3 ... 8
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
    กระโดดไป: