ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
มิถุนายน 20, 2013, 08:38:42
92,963 กระทู้ ใน 7,454 หัวข้อ โดย 8,964 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: tummadamon
::Arunsawat ::อรุณสวัสดิ์ ::  |  สบาย สบายสไตล์อรุณสวัสดิ์ : บุคคลทั่วไปกรุณาสมัครสมาชิกก่อนโพสท์  |  สโมสรอรุณสวัสดิ์  |  รวมเรื่องสั้น  |  คนเก่า เล่าเรื่องที่ไม่มีวันแก่ 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้ « หน้าที่แล้ว ต่อไป »
หน้า: 1 ... 6 7 [8]
ผู้เขียน หัวข้อ: คนเก่า เล่าเรื่องที่ไม่มีวันแก่  (อ่าน 91792 ครั้ง)
Raideeva
Newbie
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 49



« ตอบ #175 เมื่อ: ตุลาคม 10, 2011, 19:55:17 »


ท่านท้าว งานขายน้ำปลายุ่งมากหรือจ๊ะหายไปอีกแล้ว
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
รอเวลาที่จะเป็นอิสระ
Newbie
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 49


รอเวลาที่จะเป็นอิสระ


เว็บไซต์
« ตอบ #176 เมื่อ: ตุลาคม 24, 2011, 07:15:08 »


  รายงานคราบบบบบบ 
ตามที่ได้รับรายงานข่าวมา ซ่วงนี้ ท่านท้าว กำลังสู้รบ ตบปลิง ซิ่งเรื่อยนต์ แข่ง ตระเค้  อยู่แถวๆน้ำท่วม งานนี้ ไม่รู้ ท่านท้าวจะรอดใหม ยังไง ก็เอาใจช่วยเด้อ พี่น้อง หว่งใยพี่น้องชาวไทยทุกๆท่านค่ะ

  จบข่าว
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

......................รอเวลาที่จะเป็นอิสระ..........................
Raideeva
Newbie
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 49



« ตอบ #177 เมื่อ: ตุลาคม 26, 2011, 20:27:35 »


เฮ้อคิดถึงท่านท้าวฯขอให้รอดจากปลิงมาเล่าเรื่องให้อ่านเร็วๆน๊า
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
รอเวลาที่จะเป็นอิสระ
Newbie
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 49


รอเวลาที่จะเป็นอิสระ


เว็บไซต์
« ตอบ #178 เมื่อ: มกราคม 18, 2012, 12:10:02 »


เงียบดีจังเลย
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

......................รอเวลาที่จะเป็นอิสระ..........................
Raideeva
Newbie
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 49



« ตอบ #179 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 15, 2012, 12:54:30 »


ได้ยินเสียงท่านท้าวฯประกาศขายน้ำปลาแถวๆวังน้ำเขียว ขายให้พวกอเมริกันเสียด้วย รีบขายให้หมดแล้วกลับมาเล่าเรื่องนะ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Raideeva
Newbie
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 49



« ตอบ #180 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 29, 2012, 13:22:16 »


 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Raideeva
Newbie
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 49



« ตอบ #181 เมื่อ: มีนาคม 01, 2012, 11:33:21 »


 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 19,825



« ตอบ #182 เมื่อ: มีนาคม 01, 2012, 12:08:24 »



ท่านท้าวบุนหลาย อยู่ที่ไหน...กลับบ้านด่วน
แฟนๆขาประจำรออยู่
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Raideeva
Newbie
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 49



« ตอบ #183 เมื่อ: มีนาคม 05, 2012, 09:30:24 »


ล่องเรือไปตามลำน้ำ เจ้าพระยา กลับมาเมื่อไหร่เล่าเรื่องขายน้ำปลาตามเส้นทางที่ไปมาเลยนะ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Raideeva
Newbie
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 49



« ตอบ #184 เมื่อ: มีนาคม 05, 2012, 19:32:39 »


 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Raideeva
Newbie
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 49



« ตอบ #185 เมื่อ: มีนาคม 11, 2012, 12:29:48 »


วันนี้มีการแข่งขันกีฬาธนาคารโรงเรียนจัดโดยธนาคารออมสินที่สนามกีฬา80ปีจังหวัดนครราชสีมาและสนามของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 19,825



« ตอบ #186 เมื่อ: มีนาคม 12, 2012, 08:57:10 »



คุณนาคะสุทธิ์ น่าจะเก็บภาพมาฝากชาวอรุณสวัสดิ์บ้างนะคะ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Raideeva
Newbie
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 49



« ตอบ #187 เมื่อ: มีนาคม 12, 2012, 09:52:31 »


นำภาพมาลงไม่ได้เพราะทำไม่เป็นขอเวลาศึกษาก่อนค่ะ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
ท้าวบุนหลาย
ช่างงามเพี้ยง เพียงพวงพะยอม
Jr. Member
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 64



« ตอบ #188 เมื่อ: พฤษภาคม 24, 2012, 14:12:01 »


ดำน้ำ เกาะช้าง สวรรค์ของผม

                                                “หยุดสามวัน ไปใหนดี “ ผมถามลูกน้อง

                          เสียงตอบเซ็งแซ่ ไปโน่นไปนี่ แต่รวมๆแล้ว ไปทะเล เอ้าทะเลก็ทะเล ตรงใจผมด้วย ลึกๆผมอยากไปดำน้ำดูปะการังที่เกาะช้าง....เกาะช้าง สวรรค์บนดินที่ผมไฝ่ฝัน

                     โรงงานผมไม่มีปัญหาจากน้ำท่วมใหญ่ แถมผลการขายอยู่ในเกณฑ์ดี นายใหญ่โยนเงินมาให้แสนนึง ผมเรียกประชุม ผลการประชุม ดังที่บอก...มีแต่เสียงเซ็งแซ่ ผมสรุปตามที่ผมอยากไป ทุกคนพยักหน้า ดีค่ะ ชอบ
                          
ผมอนุญาตให้มีผู้ติดตามด้วยหนึ่งคน  ใครจะเอาลูก เอาแฟน เอ้า ให้หนึ่งที่ ทุกคนดีใจแต่ผมว่าผมน่ะแหละดีใจกว่าใครๆ หนึ่ง ลูกน้องเชื่อว่าผมใจดี สองเขาอยากไปดำน้ำ สามเขาอยากไปเกาะช้าง...แฮ่ สองข้อหลังเนี่ย ท่านผู้อ่านผู้เจริญ อย่าไปแอบถามพวกนั้นนะ ว่าใครอยากกันแน่ อิอิ

                          อา เกาะช้าง ดำน้ำดูปะการัง ดูปลาหลากสี เวียนว่ายรอบๆตัวผม ดูพวกมันว่ายวนตามตัวผม กินอาหารจากมือผม....โฮ้ย....สวรรค์ สวรรค์เว้ย...เกาะช้างเว้ย...

                         นังอ้อ ลูกสาวตัวแสบ กุลีกุจอค้นหาที่กินที่เที่ยวจากกุ๊กเกิ้ล มันเอามาแจกแจง ไปเกาะนู่น แวะเกาะนี่ ตรงนี้หาดขาวทรายสวย ตรงโน้นทะเลใส เราจะไปกินอาหารทะเลที่ร้านเจ๊อิ๋วค่ะ ร้านดัง อาหารสดและทำไวมากค่ะ แต่หนูไมได้ไปนะคะ ติดสอบค่ะ

                              สอบไรวะ

                              สอบออกค่ะ

                              สอบออกน่ะ ออกใหน

                             หนูจะจบโทค่ะ

                              อ้าว....

                           พี่หญิงก็ไม่ได้ไปค่ะ....นังอ้อสาธยายต่อ

                          “ไมล่ะ”...ผมซัก....”สอบออกเหมือนกันเหรอ”

                          “ไม่ค่ะ พี่หญิงสอบเข้าค่ะ...”

                                              “อือ......”

                        พนักงานคนสวย แต่ผมเรียกว่านังลูกสาวตัวแสบ-อีกตัวของผม กะลังเข้าเรียนปริญญาโท...เห็นไหมล่ะครับ ท่านผู้อ่านผู้เจริญ บริษัทขายน้ำปลาของท้าวบุนหลาย ส่งเสริมให้ลูกน้องก้าวหน้าแค่ใหน

                            เช้าวันเสาร์ เจ็ดโมงตามนัด พวกเราหอบฟาง เอ๊ย หอบสัมภาระมากองรวมกันหน้าบริษัทขายน้ำปลาที่พวกเราช่วยกันสร้าง ช่วยกันก่อ พี่แอนพาหลานมาด้วย เจ้าดาวเอาลูกสาวและขอเพิ่มเดือนน้องสาวฝาแฝดมาด้วย ใครอีกล่ะ เจ้าเบ๊นซ์พาแฟนมา แต่พี่ต่ายขับรถไปเอง เจอกันที่เกาะช้าง...วู้ว..เกาะช้าง...สวรรค์บนดินของผม

                           แปดโมง...รถตู้ยังไม่มา...หิวแล้ว จริงๆหิวตั้งแต่เจ็ดโมงแหละ กะว่ามารวมกันแล้ว ไปกินต้มเลือดหมูเจ้าอร่อยระหว่างทาง แผนการเดินทางหรือทริปทัวร์ถูกส่งให้เจ้าภัทร์ ลูกน้องเก่าจากสาขาเราแต่ย้ายไปอยู่อีกสาขา

                           นังภัทร์แจ้งว่าเราจะกินข้าวเช้ากันเจ็ดสามสิบนี่มันแปดสามสิบแล้ว....(เว้ย)....หิว(เว้ย)....เอาวะ ทนเอาหน่อย เพื่อสวรรค์ของเรา....เกาะช้าง

                        รถตู้คันแรกมาเก้าโมง...กระหืดกระหอบมา ยังไปไม่ได้...บอกว่า...ขอแวะเติมแกสหน่อยครับ....

                   โว้ย....เกาะช้าง...สวรรค์ของผม...ทนเอา ทนเอา...เพื่อเกาะช้าง

                                       กินข้าวเช้าเสร็จ ผมกะว่าผมคงไม่บ้าก่อนถึงเกาะช้างหรอก ผมพยายามท่องไว้ เพื่อเกาะช้าง....เพื่อเกาะช้าง...ท้องอิ่มแล้ว ค่อยคลายปัญหาไปได้ เสียงจ้อ เสียงคุยโทรศัพท์เสียง ฯลฯระงมแข่งกัน

                                     รถตู้อีกคันก็ออกตามหลังมาคงห่างกันราวๆครึ่งชั่วโมง เอาน่า...ใหนๆก็ออนทัวร์แล้ว ปัญหามีไว้แก้ หยุดตั้งสามวัน มาพักผ่อนน่า เจ้าคันหลังคงมีเรื่องให้แก้มากกว่าที่ผมควรจะไปแส่...วันนี้วันแรก...พักผ่อน...เนอะ

                                          เกือบเที่ยง เราผ่านจันทบุรี มีงานของดีจันทบุรีด้วย สมุนผมลงไปหาผลไม้มาใส่รถ เงาะ มังคุดถุงใหญ่  พอมีของกินมาใส่ปาก เสียงจ้อกแจ้ก ที่ดังขรมตอนรถออกวิ่ง แล้วเงียบลงหลังจากท้องอิ่ม ก็เริ่มมีชีวิตชีวา นี่แหละน๊า...นิ่งเป็นหลับ ขยับเป็นแหลก แยกเป็นหลง ลงเป็นซื้อ

                              แวะกินข้าวเที่ยงที่อำเภอขลุง เห็นป้าย ก๊วยเตี๋ยวเป็ดเจ้าอร่อย เอาวะ แวะเว้ยเฮ้ย หิวอีกแล้ว ไอ้จบ มึงโทร.ซิ รถตู้อีกคัน พวกมันถึงใหน กินข้าวกันยัง ถ้ามาทัน ก็มากินด้วยกันร้านนี้แหละ

                              หันไปบอกพนักขายคนเก่ง ( ไอ้จบขายน้ำปลาเก่งเกือบเท่าผม...ขอบอก) พูดจบฝนก็เทโครม ฟ้าปิด กิ่งไม้ต้นไม้ไหวยวบยาบ ยังกะมันจะขาดจากต้นปลิวมาขวางไม่ให้ผมไปเกาะช้าง...

                           รถจอดหน้าร้านอาหาร แต่ลงไม่ได้ ฝนตกหนัก

                       “นี่ จ้ำบ๊ะ ใหนแกบอกว่าไม่มีพายุไง” ผมหันไปถามผู้จัดการตัวอวบ ( และมักจะเป็นคนว่างอน สอนเถียง)
                      “ ก็แกถามเมื่อวาน ฉันก็ตอบตามที่เมื่อวานมันเป็น ผู้การเกาะช้างเขาก็บอกยังงั้นนี่”...นึกแล้วเชียว ว่ามันจะเถียง....ผู้การเกาะช้างของนังจ้ำบ๊ะ หมายถึงผู้จัดการธนาคารออมสินสาขาเกาะช้าง...เพื่อนซี้นังจ้ำบ๊ะ

                           ชักจะไม่เข้าทีแฮะ เจ้าพายุฝนลูกนี้ไม่มีทีท่าจะซาเอาง่ายๆ ตัดสินใจฝ่าเข้าร้านเลยดีมั้ง...เอ้า...วิ่ง...แล้วเราก็ทยอยโดดลงรถทีละคน วิ่งเข้าร้าน ร้านอร่อยที่เราเข้าใจคือทั้งร้านมีป้าบริหารคนเดียว...อือ กินๆไปเหอะ...ของอร่อยรอเราอยู่ที่เกาะช้าง....เกาะช้าง ได้ยินไหม...เราจะไปเกาะช้าง...เราจะไปดำน้ำ ไปดูปะการัง ไปหาความสุข สวรรค์บนดินที่เกาะช้าง

                      เราออกจากร้านป้าด้วยอาการเหมือนๆกัน คำที่พอจะล้อกันเล่นๆคือ...แหลกม่ายลง เส้นก๊วยเตี๋ยวออกแข็งไปหน่อย สงสัยแกลืมใส่ฟืน น้ำร้อนลวกเส้นมันร้อนไม่พอ...แล้วเราก็มีเรื่องเม๊าท์ว่าด้วยร้านป้าคนนี้ไปอีกหลายกิโล....ไปดีกว่า รีบออกเดินทางต่อ ฝนซาพอมองทางได้

                       เรามาถึงอ่าวธรรมชาติบ่ายสอง...อา เกาะช้างอยู่เบื้องหน้านี้นี่เอง แต่ตอนนี้เราต้องลงเรือขนานยนต์ ....

                         ทำไมรถมันติดจังวะ....ผมชะเง้อมองไปข้างหน้า อ่าวธรรมชาติเขาติดป้ายตัวโตๆว่ายี่สิบนาทีถึงเกาะช้าง....แล้วนี่ผมจะได้ยี่สิบนาทีกะเขาตอนใหนเนี่ย เพราะรถบัส รถตู้ รถสาระพัดรถ ต่อแถวกันยาว...ยาวเท่าไรหว่า...อือ ราวๆสองโลได้มั๊งเนี่ย....ยังไงกันวุ้ย คนทั้งโลกแห่มาเที่ยวเกาะช้าง(ของผม)มากไปรึเปล่าหว่า....ยังไงกันหว่า

                       สิบห้านาฬิกา....เราขยับมาจากจุดเดิมมาได้ห้าร้อยเมตร ( ผมลูกเสือเก่า ผมเก่งเรื่องตัวเลข ระยะทางรวมทั้งเลขผานาที) วิมลและหลานสองคน โอม กะอิ๋ว ลงไปสำรวจข้างหน้า

                       ทุกคนบนรถหน้ามุ่ย บ้างก็แกล้งหลับ....รึหลับจริงก็ไม่รู้...ผมพยายามคิดถึงเกาะช้าง...จะได้ไม่บ้า คนรถเปิดเพลงไรก็ไม่รู้ ผมเลยวัยเพลงพวกนี้ตั้งแต่จำความได้ ร่ำๆจะงัดชวลีย์ ช่วงวิทย์ รึไม่ก็เลิศ ประสมทรัพย์ ยัดใส่มือแล้วบอกเปิดซิ...อย่าดีกว่า....อ๊ะ...รถขยับไปอีกหน่อยนึง

                     กี่โมงแล้วนี่ เงาะลูกสุดท้ายหมดเมื่อไหร่ก็ลืมดู น้ำดื่ม...ไม่มี หมดแล่ว...ฝนยังลงปรอยๆ เริ่มหิวกันอีกแล้ว ไม่หิวได้ไง ข้าวเที่ยงกินสอง สามคำก็เลิก ป้าหนอป้า....อา....รถขยับอีกแล้ว....ทุกครั้งที่รถเราขยับ เราจะใจชื้น อย่างน้อยก็ยังไปได้

                     น้องโอมกลับมารายงาน....มีเรือสามลำ จุลำละสามสิบคันรถเก๋ง ร้านอาหารปิดหมดแล้ว ของหมด ขายดี รถทัวร์เกือบสิบคันลงพรึ่บเดียว เกลี้ยง

                       วู้ว...หิวแล้ว...สวรรค์ของผมเป็นยังไม่รู้ ขลุกขลักมาแต่เช้า แน่ล่ะ พระผู้เป็นเจ้าคงต้องการทดลอง ทดสอบจิตใจผม ว่าผมควรจะได้สัมผัสสวรรค์บนดิน...เกาะช้าง หรือไม่ ซึ่งท่านผู้อ่านผู้เจริญก็คงเชื่อแน่ว่าผมจะผ่านอุปสรรคด้วยใจที่มุ่งมั่นเป็นแน่แท้ และผมจะมีความสุขบนสวรรค์ของผม...เกาะช้าง

                    ....รถขยับเขาไปทีละนิด อา...เราเห็นเรือขนานยนต์ ค่อยๆตีวง แล้วก็ทอดสะพานลง รถยนต์ค่อยๆเดินขึ้นไปทีละคัน ลูกเรือเป่านกหวีดปรี๊ดๆ โบกซ้ายโบกขวา ให้รถขึ้นไป...เที่ยวต่อไปคงเป็นรถผม จวนหกโมงเย็นแล้ว...ว้าว...เราจอดรอข้ามฟากนานป่านนี้เจียวรึ

                           รถตู้ที่พี่แอนคุมมา มาจอดตีขนานกะเราโดยบังเอิญ รถเยอะมาก คนเรือบนฝั่งจัดให้รถเข้าแถว รอขึ้นทีละแถว นานๆก็มีพวกเห็นแก่ตัวจะมาแทรก คนเรือก็จัดให้วิ่งวนอีกรอบ...ไปต่อท้ายใหม่

                            เรือมาแล้ว รถเก๋งหน้าเราวิ่งขึ้นไปก่อน รถตู้เราค่อยๆขยับตาม ผมและสมุน....(แหะๆ ขอเรียกยังงี้แล้วกัน) ลงจากรถขึ้นไปชั้นบนของเรือ ฝนยังไม่หยุด ผมมองไปที่เกาะ เห็นตะคุ่มๆกลางสายฝน เห็นแสงไฟลิบๆ...วู้ว...เกาะช้าง

                             เสียงเรือครางเบาๆ ฝรั่งฝูงใหญ่นั่งดื่มเบียร์ ผมเดินไปมองผ่านกระจก อยากเห็นเกาะช้างน่ะ ฝนสาดเลยต้องถอย กล้องดิจิตอลแว๊บ วาบ ตรงโน้น ตรงนู้น และตรงนู๊น มองกลับหลัง เห็นเรืออีกลำตีวงเข้าไปส่ง และรับรถยนต์และคน ข้ามตามผมมา


                                                                                                                  เดี๋ยวมาเล่าต่อนะ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
หิรัญญิการ์
Global Moderator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,849



« ตอบ #189 เมื่อ: พฤษภาคม 24, 2012, 15:13:44 »


ยินดีนัก ที่คุณท้าวฯ ยังสุขสบายดี
อย่า ""เดี๋ยว....." นานนักซิคะ ท่าน!!!!!
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
youcannot01
Newbie
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1


« ตอบ #190 เมื่อ: พฤษภาคม 24, 2012, 16:35:12 »


youcan(not)1 ปีผ่านไปยัง ดูอยู่
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Tatt
เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 19,825



« ตอบ #191 เมื่อ: พฤษภาคม 24, 2012, 17:08:54 »




แอบหยิบภาพจากบล็อก ภูผาวารี มาแบ่งกันชม
ประกอบเรื่องเล่าของท่านท้าวฯ ไปพลางๆ

รถตู้ของคณะท่านท้าวน่าจะประมาณนี้แหละ


แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Raideeva
Newbie
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 49



« ตอบ #192 เมื่อ: พฤษภาคม 27, 2012, 06:28:37 »


ท่านท้าวพาสมุนไปเกาะช้างแล้วไปพักที่ไหน
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
ท้าวบุนหลาย
ช่างงามเพี้ยง เพียงพวงพะยอม
Jr. Member
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 64



« ตอบ #193 เมื่อ: พฤษภาคม 28, 2012, 13:00:58 »


วันเสาร์ที่ผ่านมา เห็นน้อง และพี่ๆ ที่เข้าไปถวายงานพร้อมหน้าพร้อมตา ปลาบปลื้มในคนไทยทั้งชาติเหลือจะกล่าวคำพูดใดๆ ออกมาได้ มันตื้นตัน จุก ขอบตารื้นขึ้นมา ทรงพระเจริญพระพุทธเจ้าข้า ขอรับ



                   เกาะช้างภาคต่อ...พี่ญิการ์ บอก อย่าเดี๋ยวนาน อิอิ




   ผมนั่งมองเหม่อไปข้างหน้า แว๊บนึงของความคิด ผมนึกถึงความรู้สึกบนรถทหารที่นำพาผมและลูกน้องวิ่งเอื่อยๆ ขึ้นเขา มุ่งหน้าสู่อำเภอนาแห้ว เมื่อครั้งสงครามบ้านร่มเกล้า ตอนนั้นมีเสียงปืนใหญ้ตึ้ง ๆ มาเป็นระยะ ใจเต้นตุ้บตั้บ....แต่ตอนนี้มันมีแต่เสียงเครื่องเรือ และเสียงฝนสาด ใจผมเริ่มสงบ นิ่ง...คงเป็นแบบที่พระท่านว่า วิญญาณมีเกิด – ดับ ตลอดเวลา...เดี๋ยวคิดเรื่องนี้ พอมันดับ เรื่องใหม่ก็เกิดขึ้น คิดไปได้หน่อยนึง ก็ดับ....วนว่ายไป...สัญญา อะนิจจา-สัญญาไม่เที่ยง ( พระคึกฤทธิ์ท่านว่ามานะ ผมไม่ค่อยสันทัดนักดอก...อย่าเชื่อผมมาก อิอิ )

   เกาะช้างเริมชัดขึ้นท่ามกลางสายฝน พวกเราลงมาข้างล่าง เข้ามานั่งในรถ นับคนครบแล้วก็รอ...

      เรือเทียบท่า สะพานลง รถค่อยๆเดินตามกันไป...เรียกเดินถูกแล้วเนาะ...รึใครจะเรียกวิ่ง ก็ประท้วงมา...อิอิ นักเดินทาง,นักเที่ยวที่มาเอง เดินขึ้นฝั่งจากสะพานเรืออีกด้านไม่ปนกัน

      รถที่ขึ้นฝั่งได้ก็ทะยอย คราวนี้วิ่ง วิ่งตามกันไป-เข้าเมือง ดูจากแผนที่ เกาะช้างผู้คนจะอยู่อาศัยตามชายฝั่งทั้งนั้น ใจกลางเกาะเป็นเทือกเขาและป่า...คงเหมือนออสเตรเลียยุคคนคุกไปสร้างเมือง

              “ ภัทร์” ผมทำลายความเงียบ “ เราพักที่ใหน”

         “ช้างบุรีรีสอร์ทค่ะ”

         “มันอยู่ตรงใหน ไกลไหม”

         “ไม่ทราบค่ะ”

         อ้าว เวรล่ะสิ นังนี่ แล้วจะรู้กันไหมนี่ว่าจะพากันไปใหน

                      “จอดถามสิเฮ้ย..” พูดจบผมรื้อตามเบาะ ได้แผนที่ทางหลวงมาเล่มหนึ่งยื่นส่ง...”เอ้า จ้ำบ๊ะ แกดู ไปทางใหน”
                      “ฉันดูไม่เป็น แกดูเองสิ”

                      “ฉันมองไม่เห็น ไม่มีแว่น...ไอ้จบ แกดู” ผมส่งต่อ

                      “ผมก็ดูไม่เป็นครับ”

                      “วะ...เอาคืนมา แว่นมา....”นางผู้จัดการชื่อเหมือนขนม รื้อกระเป๋า แล้วก็ยื่นแว่นสายตาให้ผม

                      ความรู้จากลูกเสือไม่ช่วยอะไรผมเลย เพราะเจ้าแผนที่ในมือผม มันเก่าเกิน เจ้ารีสอร์ตที่ว่านี่ไม่มีในแผนที่ มันเกิดทีหลัง ทุ่มจะครึ่งแล้วนี่ ฝนหยุดแล้ว คงไว้แต่ไอเย็น และถนนที่แฉะชื้น

      “เจอแล้วครับ” คนขับรถ ซึ่งก็มาเกาะช้างครั้งแรกเหมือนกัน ร้องบอก

                            อา.....ถึงเสียที เกาะช้าง สวรรค์ของผม...แล้วไงต่อล่ะ ทีนี้ เอ้า...ไปเช็คอิน ไผนอนกะไผ ห้องอยู่ใหน ไปรีบขนกระเป๋าไปไว้ ให้เวลายี่สิบนาที รถออก เฮ้ย กินข้าวที่ใหน โทร.บอกพี่แอนรึยัง แล้วนั่นกระเป๋าใคร ล้างหน้าล้างตาอย่างเดียวนะ แค่ยี่สิบนาที ลงมาที่ล๊อบบี้เลย อย่าโอ้เอ้

      ผมสาระแน และจาระใน สั่งการเป็นสามารถ

ผ่านไปสามสิบนาที...เฮ้อ...บอกว่ายี่สิบ ยี่สิบ กว่าจะต้อนปูและลูกปูมารวมกันและขึ้นรถได้ รู้ก็รู้ว่าตัวเองหิว  เจ้าประคุณเอ๋ย

                            เอ้า ไป ร้านเจ๊อิ๋วที่ว่านั่น ถามทางเขาแล้วใช่ไหม อยู่ใหน

            “ไปอีกสิบกิโลค่ะ”
 
                         รถตู้ของเราค่อยๆฝ่าการจราจรที่ไม่คิดว่าวันนี้จะเกิดขึ้นบนเกาะช้าง ผู้คนไม่รู้แห่กันมาจากใหน แย่งกันไป แย่งกันกิน เหลือแค่จะแย่งอากาศหายใจ...เอ...รึว่าแย่งแล้ว เอ้า ช่วยกันมองหาร้าน ไอ้จบช่วยเขาดูด้วย

   ถึงร้าน โอ๊ะ โอ๋ รถจอดเต็ม ฝนเพิ่งซา คนที่มาก่อนเรายืนจับกลุ่มรอ และหาที่นั่งกัน ผมรีบลงจากรถ แจกงานทันที ไปสั่งอาหาร ไปหาโต๊ะ....โต๊ะที่มีพอได้คือกลางแจ้ง...แล้วถ้าฝนมาล่ะ...เอาไงดี...เอ้า ทางเลือกไม่เหลือแล้ว ทุกร้านบนเกาะช้างเต็มหมด พอๆกัน

   ผมตัดสินใจ เอามันกลางแจ้งนี่แหละ เสี่ยงเอา รีบกินรีบหนี ก่อนฝนจะเทโครม สามทุ่มยี่สิบแล้วนี่....วู้ว สวรรค์ของผม เกาะช้าง...เฮ้ย ไอ้จบ ไอ้เบ๊นซ์ ช่วยเขาตั้งโต๊ะ สั่งอาหารเลย อย่าช้า

   พอกลุ่มอื่นเห็นเรากล้าที่จะนั่งกลางแจ้ง เขาก็กล้าๆกลัวๆ แต่มีรถตู้ที่เพิ่งมาถึง ทะยอยเข้ามา เลยต้องรีบตัดสินใจ ช้าแค่นาที อาจหมายถึงต้องต่อคิวสั่งอาหาร และแปลว่ารออีกนาน เพราะอาหารมีไม่กี่เตา เราจีงได้อาหารก่อน ก่อนพวกที่มาก่อนเรา แต่มัวยืนรอ หาโต๊ะและยังไม่สั่งอาหาร

   เฮ้อ...ขนาดว่าได้อาหารไวนะเนี่ย สามทุ่มกว่า จะกว่าเท่าไหร่ก็ช่างเหอะน่า....เราอยู่สวรรค์แล้วนี่...เอ้า กุ้งพร้อม ปูพร้อม แนวกินระวัง.....เริ่มกิน

   แล้วเสียงงอแงของเด็กๆก็เงียบ เวลาหิวเรามักจะสั่งเกินกว่าที่เราจะกินได้...ท่านผู้อ่านผู้เจริญเป็นไหมครับ อิอิ


                                                                                                 วันนี้ได้แค่นี้ ต้องทำงาน อิอิ ขายดีเหมือนเดิม ตามประสา
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
หิรัญญิการ์
Global Moderator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,849



« ตอบ #194 เมื่อ: พฤษภาคม 29, 2012, 10:30:07 »



 เกาะช้างภาคต่อ...พี่ญิการ์ บอก อย่าเดี๋ยวนาน อิอิ


โอยยยยยยยย..ตายแล้ว
คุณท้าวฯมาเรียกพี่
สงสัยว่าครีมกระชับรอยย่นที่ใช้คงไม่ได้ผลอ่าาาาาา..
เออแน่ะ..
"เดี๋ยว"...ของท่านใช้เวลา 4 วัน
แล้วเปลี่ยนเป็น "แป๊บนึง" ได้ป่ะคะ??
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Raideeva
Newbie
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 49



« ตอบ #195 เมื่อ: มิถุนายน 19, 2012, 00:31:56 »


 ท่านท้าวฯนานไปหรือเปล่าคะรีบกลับมาเล่าเรื่องต่อ
รอนานแล้วนะแล้วไงอีก
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Raideeva
Newbie
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 49



« ตอบ #196 เมื่อ: กรกฎาคม 25, 2012, 16:58:59 »


ช่วงนี้เป็นหน้าฝนกิจการขายน้ำปลาของท่านท้าวคงติดขัดบ้าง แต่พนักงานขายท่าทางแข็งขันดีเพราะพาไปเที่ยวแล้ว
กลับมาต้องมาช่วยกันทำงานปีหน้าจะได้ไปที่ชอบที่ชอบอีก
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Raideeva
Newbie
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 49



« ตอบ #197 เมื่อ: กันยายน 28, 2012, 21:29:42 »


 dance dance
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
ท้าวบุนหลาย
ช่างงามเพี้ยง เพียงพวงพะยอม
Jr. Member
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 64



« ตอบ #198 เมื่อ: มกราคม 03, 2013, 07:55:15 »



                                       วันนี้มีเรื่องเล่าให้หายเครียดกับบรรยากาศบ้านเมือง แต่คนทำให้หายเครียดกลับไม่ใช่คนไทย กลายเป็นคนต่างชาติไปซะนี่...แปลก ซึ้ง แต่เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับตัวเอง...ถ้ามีฝีมือในการถ่ายทอดพอคงได้เห็นน้ำตาซึมออกมา เพราะความปีติอีกครั้ง...ตามมาครับ

                               เมื่อวันก่อน พอดีมีโอกาสต้อนรับนักธุรกิจชาวอังกฤษหนึ่งท่าน ที่มาตามงานที่เขาสั่งผลิตเอาไว้.. ตามภาษาคนทำธุรกิจเลยต้องรับขับสู้ให้ดี ที่สุดเพื่อโชว์ความเป็นคนไทยที่มีน้ำใจ.... เรื่องมันเกิดขึ้นบนโต๊ะอาหาร มื้อค่ำครับ....เราก็ทานกันไปตามปรกติมาอีตอนท้ายๆ การสนทนาครับ...จำได้ว่า เราคุยกันเรื่องการลงทุนนี่แหละครับ...อยู่ดีๆ ฝรั่งตาน้ำข้าวก็พูดขึ้นมาว่า...
             
                                                                "คุณรู้ไหมทำไมคนต่างชาติหลายๆ ประเทศทำไมตัดสินใจมาลงทุนที่เมืองไทย "..

                                                       เราก็ตอบไปตามสไตล์คนอยากรู้ว่า ...ไม่รู้ เข้าทางฝรั่งเลยครับ เขาพูดขึ้นมาว่า
"ส่วนมากแล้วจะประเมินกันว่าแรงงานประเภทงานฝีมือคนไทยมีศักยภาพสูงสุดในแถบเอเซีย สูงกว่าญี่ปุ่นเสียอีก ตอนนี้จะพอมีใช้ได้ก็เวียดนาม แต่ไม่กระตือรือล้นเท่าที่ควรจึงยังห่าง".... แต่นั้นไม่ใช่เหตุผลหลักนะครับ เพราะสิ่งที่นักธุรกิจคนนี้พูดต่อออกมาคือ.....

                              "แต่ปัจจัยหลักที่พวกเขา ตัดสินใจมาลงทุนที่เมืองไทยเป็นเพราะ "ในหลวงฯ" เริ่มอึ้งไปชั่วขณะเพราะงง..จึงถามกลับไปว่าทำไมจึงเป็นเพราะในหลวงฯ... มาฟังคำตอบชัดๆ เลยครับ..

                                              "ก็เพราะประเทศคุณมี king of king...(แปลไม่ถูกเพราะหัวใจมันพองโตขึ้น มาในทันใด)...

                                      พวกเราเป็นที่รู้กัน มาตลอดว่าประเทศไทย ไม่ว่าจะมีเรื่องเลวร้ายแค่ไหน มันจะผ่านไปได้ทุกครั้ง แม้นกระทั่งความรุนแรงหรือความแตกแยกทางความคิดใดๆ หากเกิดขึ้น... เพียงในหลวงฯ ของคุณบอกให้จบทุกอย่างจะจบ ด้วยความสงบสันติ"... แล้วผมก็ถามกลับไปว่าตอนนี้เรายังมีปัญหาอยู่เลย..เขา ตอบกลับทันทีว่า

                                 "เรื่องการจราจลเผาเมืองที่ผ่านมาเขาตามข่าวมาตลอดด้วยความเป็นห่วง แต่ที่แปลกใจก็คือครั้งนี้ในหลวงไม่ออกมา แต่นั้นทำให้เขารู้ว่าความรุนแรงที่เกิดขึ้นครั้งนี้ ไม่ใช่เรื่องความ "แตกแยก" แต่เป็นเรื่อง "การเมือง" ในหลวงฯ จึงไม่เข้ามายุ่งเกี่ยว".........

                              จบตอนนี้ผมอึ้ง ทึ่ง สมองสั่งการให้เห็นแสงสว่างขึ้นมาทันทีว่า..จริงด้วยเราหลงทางหรือเปล่าที่คิดว่าเราแตกความสามัคคี จริงๆ แล้วเป็นเรื่องการเมือง ของคนเลวๆ กลุ่มหนึ่งเท่านั้น....
                             คิดได้เท่านั้นทุกอย่างก็หยุดลง เพราะคำว่า "ในหลวง" ที่มีคุณูปการมากมายที่มีต่อคนไทยจนคนไทยอย่างเราเองคาดไม่ถึง นึกไม่ถึงว่าคนต่างชาติมาลงทุนบ้านเราเพราะพระบารมีของพระองค์...ผมกับคุณ พ่อเริ่มออกอาการซึมเพราะ มันรู้สึกตื้นตันอย่างบอกไม่ถูกเวลานั้น..... ทุกอย่างแห่งความซาบซึ้งน่าจะจบลงตรงนั้น แต่แล้ว..น้ำตามันซึมออกมาเองอีก ครั้ง...เมื่อตอนคนมาเก็บเงินค่าอาหาร...ในตอนที่เอาเงินส่งให้พนักงาน...ฝรั่งคนเดิมพูดขึ้นมาอีกว่า....

                                                   "คน ไทยนี่โชคดีจริงๆ นะ จะอยู่ที่ไหน จะทำอะไร มีในหลวงฯ คอยติดตามเฝ้าดูอยู่อย่างใกล้ชิดตลอดเวลา"

                  .ผมกับพ่อหันไปมอง คราวนี้พ่อผมถามเองเลยว่า..คุณรู้ได้อย่างไร เขาตอบกลับทันทีเลยว่า...."ก็ผมเห็นธนบัตรไทยมีรูปในหลวงฯ ของพวกคุณอยู่ ทุกๆ ใบแม้นกระทั่งในเหรียญที่มีค่าน้อยที่สุดถึงมีค่ามากที่สุดในธนบัตร เห็นเป็นอย่างนี้มาหลายสิบปีแล้ว ดังนั้นเวลาคนไทยไปไหน ในหลวงฯ จะอยู่กับคนไทยตลอดเวลา ไม่เคยห่างกัน ผมยังสงสัยเลยว่า ทำไมรัฐบาลคุณไม่พิมพ์คำว่า.. "เรารักในหลวง" ลงไปในธนบัตร.."..ทั้งผมทั้งพ่อน้ำตากลั้นไม่ไหวจริงๆ ครับ มันซึมออกมาแบบไม่อายเลย น้ำลายมันก็กลืนไม่เข้าเวลานั้น....."เท่ห์" มากครับที่เกิดเป็นคนไทย หัวใจมันพองโต จนรู้สึกว่าตายกี่ชาติต่อกี่ชาติ ขอให้ได้เกิดเป็นคนไทยทีเถิด....

                                        ส่งแขกเสร็จกลับบ้านกับพ่อสองคน..ตลอดทางไม่พูดกันซักคำ ต่างคนต่างเงียบ ผมก็ได้แต่นั่งคิดถึงคำพูดไอ้ฝรั่งคนนี้มาตลอดทาง มันเป็นความสุขที่ได้รับแบบคาดไม่ถึงจริงๆ ครับ ....พอถึงบ้านจอดรถให้พ่อลงที่หน้าบ้านเห็นแม่มายืนรออยู่...พอพ่อลงรถคำแรก ที่พ่อพูดกับแม่คือ..ถามลูกมันดูซิว่า แกรรี่เค้าพูดถึงในหลวงว่ายังงัย.....จบครับ เป็นอันว่าตลอดทางที่กลับบ้านพ่อผมคิดถึงแต่เรื่องในหลวงฯ แน่นอน.....เรื่อง ทั้งหมดที่เล่าคงอธิบายความรู้สึกที่อยากจะถ่ายทอดทั้งหมดไม่ได้ แต่อยากแบ่งปันครับ.... แบ่งปันให้พวกเราเก็บเรื่องดีๆ นี่ไว้ในความทรงจำ เพื่อแบ่งปันกันต่อจากรุ่นสู่รุ่น...ไม่น่าเชื่อนะครับว่า คนอื่นมองเห็นเราชัดเจนกว่าตัวเราที่เป็นคนไทยซะอีก...คำว่า เป็นเรื่อง "การเมือง" ไม่ใช่เรื่องความ"แตกแยก"....
                             
                           อาจเป็นคำตอบให้คนไทยกลับมาคิดทบทวนกันอีก ครั้งว่า..เราแตกแยกกันจริงหรือ..เพราะเรามีพระมหากษัตริย์ที่ประเสริฐที่สุด จนคนทั้งโลกยังอิจฉาแต่เราบางคนกลับมองไม่เห็น......เพิ่งรู้ และสัมผัสกับคำว่า หัวใจพองโต...มันคับฟ้าคับแผ่นดิน..จริงๆนะครับ..ที่สำคัญคือ..การที่รู้สึกแบบนี้ได้เป็นเพราะ..ผมเป็นคนไทย ที่มีพระมหากษัตริย์ที่ประเสริฐที่สุดเป็น "พ่อของแผ่นดิน"..พระองค์ฯ ต้องอยู่เป็นมิ่งขวัญให้คนไทยทั้งแผ่นดินตลอดไป ....จริงไหมครับ..????
เครดิต จาก jajah nonjj


แบ่งปันข้อมูลด้วยความขอบพระคุณ
Andaman Pond
๑๙ เมษายน ๒๕๕๕
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
เสลา
admin
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 19,825



« ตอบ #199 เมื่อ: มกราคม 03, 2013, 08:09:24 »



สวัสดีปีใหม่ค่ะ ท่านท้าวบุนหลาย
หายไปนานจนเพื่อนๆในอรุณสวัสดิ์ หลายคนบ่นคิดถึง ไม่เชื่อถามคุณ nakasuti  ดู

ขอบคุณที่ท่านท้าวกลับมาพร้อมด้วยของขวัญปีใหม่ที่ทำให้มีความสุข
ด้วยเรื่องราวดีๆ โดยเฉพาะเกี่ยวกับในหลวงอันเป็นที่รักยิ่งของเรา

เนื่องในปีใหม่นี้ ป้าเสลาขออวยพรให้ท่านท้าวฯจงสุขกายสบายใจ สุขภาพดีเสมอๆ
และแวะมาเยี่ยมอรุณสวัสดิ์บ่อยๆนะคะ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

หน้า: 1 ... 6 7 [8]
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
    กระโดดไป: